โซซอล
facebook-icon

อีฮีแจในวัยสามสิบสอง วัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ด้านการทำงานและความรัก แต่แล้วจู่ๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้วปรากฏตัวตรงหน้าเธอ คนหนึ่งนั้นคือ หัวหน้าทีม พัคแทมยอง ที่แสนเพอร์เฟกต์ ส่วนอีกคนคือ ชองจีฮอน อายุน้อยกว่าเธอถึงเก้าปี! แล้วใครกันที่จะได้เป็นตัวจริงของอีฮีแจ!

ตอนที่ 1-6 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-6 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา

คำค้น : รักข้ามรุ่น ก็ลุ้นว่าใช่ นิยายเกาหลี โรแมนติก คอเมดี้

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 279

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2563 11:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-6 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา
แบบอักษร

 

รองหัวหน้าชเว วัยสามสิบแปดปี ชื่อของเขาเป็นที่เลื่องลือว่าโสด เจ้าตัวเคยแอบมีความสัมพันธ์เกินเพื่อนกับพนักงาน และเคยลองคบหากันในช่วงสั้นๆ แต่หากดูจากพฤติกรรมปกติแล้ว ไม่ว่าใครก็รู้ว่าคนคนนี้หลังออกจากท้องแม่ก็เป็นโสดมาเรื่อยๆ ดูจากตอนนี้เองก็เป็นแบบนั้น แม้จะรินเหล้าด้วยสองมืออย่างที่สมควรให้กับแทมยองที่ถึงอายุน้อยกว่า แต่ก็มีตำแหน่งสูงกว่า แต่กลับกำลังใช้คำพูดไม่สมควร แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความอิจฉาของคนที่โสดมาแต่กำเนิดที่มีต่อแทมยองที่เด็กกว่าและหน้าตาดี 

“หน้าตาก็ดี ทำงานเก่ง แล้วยังครองความสนใจจากพนักงานหญิงอีกดีจังนะครับ หัวหน้าทีมหนุ่มหล่อ” 

“ชมเกินไปแล้วครับ” 

“อ้า ใช่สิ! ไม่ใช่แค่พนักงานหญิงสิ! คุณคาอึลเองก็ชอบหัวหน้าทีมพัคใช่ไหม โอ้โฮ เอาไปทั้งผู้ชาย ผู้หญิงหมดเลยนะ! คนโสดอิจฉาแล้ว คนอย่างหัวหน้าทีมรีบๆ แต่งงานซะนะ จะเป็นการช่วยเหลือคนโสดได้มากเลย” 

คาอึลที่จู่ๆ ก็ถูกพูดถึงกินหมูสามชั้นพร้อมจ้องรองหัวหน้าชเวด้วยตาเบิกโต แม้จะถูกลอบยิงอย่างไร แต่แทมยองก็ไม่กระเทือน จึงได้เปลี่ยนเป้าหมายในทันใด  

“อ้า ครับ ก็ใช่ครับ”  

คาอึลตอบรับโดยไร้ความหมาย ไร้ความรู้สึก แล้วยกโซจูดื่มรวดเดียว เพราะสีหน้าแบบคนเมาที่พูดไปเรื่อย ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ 

“คุณคาอึลก็น่ารักนะ แต่ปัญหาคือทำไมถึงชอบผู้ชายนี่สิ ถ้าชอบผู้หญิง คงมีพนักงานหญิงวิ่งมาขอคบกันเป็นพรวนแล้ว โธ่ อย่าอารมณ์เสียที่ได้ยินแบบนั้นเลยนะ ผมพูดก็เพราะรู้สึกเสียดายน่ะ” 

“ครับ” 

“อ้า ระดับคุณคาอึลไม่มีพนักงานผู้ชายที่พอจะคบด้วยได้เลยเหรอ ใครกันนะ ผมจะช่วยติดต่อให้เอง!” 

“รองหัวหน้าชเว แฟนผม ผมหาเองได้ครับ” 

“โธ่ ไม่เอาแบบนั้นสิ ใครกันเหรอ คุณชังฮุน? อ๋อ คงจะเป็นคุณนัมฮยอกสินะ โอ้! คุณนัมฮยอก คุณคิมนัมฮยอก” 

การเรียกหาอย่างกะทันหันของรองหัวหน้าชเว ทำให้พนักงานชายคนหนึ่งที่กลับมายังที่นั่งหลังออกไปห้องน้ำ ยังไม่ทันได้นั่งลง และยืนเหม่ออยู่อย่างนั้น ด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ ทำให้คาอึลยกโซจูขึ้นดื่มอีกแก้ว แม้คนอื่นจะบ่นพึมพำว่า “รองหัวหน้าชเวเมาอีกแล้ว” หากก็พูดตำหนิไม่ได้สักคำ คนที่มีตำแหน่งสูงพอจะหยุดคำพูดเลอะเทอะของอีกฝ่ายต่างสิ้นเรี่ยวแรงไปแล้ว พนักงานที่ชื่อว่านัมฮยอกยังคงทำท่าทางกระวนกระวายเหมือนกับสุนัขปวดฉี่ 

“รองหัวหน้าชเว ถ้าเมาแล้วก็กลับเถอะครับ ไม่เห็นเหรอว่าพนักงานคนอื่นอึดอัดกันหมดแล้ว” 

อ้า ใช่แล้ว ยังเหลือหัวหน้าทีมพัคแทมยองอยู่ ถึงจะอายุน้อยกว่าอย่างไร แต่ตำแหน่งก็สูงกว่ารองหัวหน้าชเว น้ำเสียงของแทมยองที่กดต่ำลงทำให้รองหัวหน้าชเวหยุดตะโกนเรียกพนักงานที่ชื่อนัมฮยอกได้  

"โธ่ อย่าอารมณ์เสียไปเลย ทั้งหัวหน้า ทั้งคุณคาอึลก็ต่างหน้าตาดี แถมยังโสด ดังนั้นผมก็เลยรู้สึกเสียดายยังไงล่ะครับ" 

เอาแต่พูดว่าเสียใจและเสียดายกับเรื่องความรักของคนอื่นอยู่อย่างนั้น นั่นมันคือการก้าวก่ายแล้ว ถ้าทำแบบนั้นจะเป็นการตัดสายสะดือความโสดแต่กำเนิดของตัวเองได้งั้นเหรอ คาอึลและเยอึนเคี้ยวเมล็ดข้าวโพดที่ออกมาจากด้านใต้เครื่องเคียง พร้อมแสดงความโศกเศร้าจากภายใน 

“ไม่จำเป็นครับ ดูเหมือนจะเมามากแล้ว ผมจะเรียกแท็กซี่ให้นะครับ” 

และเมื่อเห็นแทมยองเรียกแท็กซี่จากแอปในโทรศัพท์เหมือนแสดงว่าไม่ต้องการความเห็นอื่นของรองหัวหน้าชเว คาอึลและเยอึนก็แสดงความชื่นชมออกมา 

 

"ขอบคุณครับ หัวหน้าทีม" 

หลังจากกึ่งบังคับรองหัวหน้าชเวขึ้นแท็กซี่ไปแล้ว งานเลี้ยงก็ยังดำเนินต่อ ในระหว่างนั้นคาอึลที่รีบตามหลังแทมยองที่ลุกออกมาสูบบุหรี่ ช่วยจุดบุหรี่ให้แล้วก็เอ่ยขอบคุณออกไป แทมยองไม่ได้ตอบอะไรออกไป และเพียงยกยิ้มอย่างเงียบๆ การตอบรับที่ไม่คาดคิด ทำให้คาอึลกุมท้อง “ฮ่าๆ!” หลุดหัวเราะเสียงดังออกมา เสียงหัวเราะที่ไม่คาดคิดของคาอึล ทำให้แทมยองจ้องมองคาอึลทั้งที่คาบบุหรี่ในปากอย่างตกใจ 

“เท่มากเลยครับ หัวหน้าทีม ว่าแต่ที่ยิ้มแบบนั้น รู้อยู่แล้วว่าตัวเองดูเท่ก็เลยทำแบบนั้นใช่ไหมครับ โห ถึงรู้อย่างนั้นก็เท่อยู่ดี” 

คำพูดของคาอึลที่คล้ายเด็กๆ ทำให้แทมยองยกยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง คาอึลหลงแทมยองเข้าไปอีกหมื่นเปอร์เซ็น วันนี้คงจะต้องเขียนไดอารี่ที่เคยหยุดไปหลังจากตอนมัธยมปลาย และหากถึงพรุ่งนี้เช้า ก็จะต้องเล่าความกล้าหาญของวันนี้ให้คุณผู้ช่วยอีฟังด้วย จะต้องเล่นใหญ่จนจดจำไปอีกพันปีถึงการไม่มากินเลี้ยงของผู้ช่วยอี 

 

* * * 

 

ฮีแจนั่งคอยืดคอยาวด้วยความเสียใจ เป็นความรู้สึกที่ปล่อยกวางรูปงามเอาไว้ในป่าสะวันนาที่เต็มไปด้วยเหล่าไฮยีนาที่ออกหากินอย่างหิวโหย หากเป็นปกติ ไม่มีทางพลาดการกินเลี้ยงที่หัวหน้าทีมพัคเข้าร่วม แต่วันนี้มันต่างออกไป เพราะกำลังรอคอยการนัดพบสำคัญที่วางเงินมัดจำไปเรียบร้อยแล้ว อ้า แล้วมันทำไมต้องมากินเลี้ยงวันนี้ด้วย ฮีแจที่บ่นพึมพำ พลันเกิดเปลี่ยนใจทันใด ในวันแบบนี้การหลีกเลี่ยงร่วมกินเลี้ยงอย่างน้อยก็จะสามารถสั่นคลอนความรู้สึกของแทมยองได้ 

“ฉันปฏิเสธการไปกินเลี้ยงเลยนะ แต่ทำไมถึงยังไม่มาอีกล่ะ” 

การนัดพบที่ต้องดำเนินอย่างเป็นความลับ ทำให้ฮีแจตัดสินใจจองห้องเงียบๆ ของคาเฟ่ในโรงแรม ใช้เล็บที่ถูกตัดจนสั้นเพราะมักจะหักอยู่บ่อยๆ เคาะลงบนโต๊ะ อุตส่าห์ทิ้งกวางรูปงามมา แต่นี่มันเลยเวลานัดพบอันมีมูลค่าจากที่กำหนดไปสิบนาทีแล้ว จนวนิลาลาเต้ร้อนๆ เปลี่ยนเป็นวนิลาลาเต้อุ่นๆ แทนแล้ว 

“มาคอยอยู่แล้วสินะครับ ขอโทษด้วยที่มาช้าครับ” 

หากเลยจากเวลานัดหมายสิบนาที ด้วยสัญชาตญาณความเป็นมนุษย์จึงได้เตรียมที่จะแสดงความโกรธไว้แล้ว ตอนที่ตัดสินใจว่าหากช้าไปอีกแค่หนึ่งนาทีก็จะต้องร้องขอส่วนลดเสียแล้ว จู่ๆ ประตูก็เปิดออกราวกับผีผลัก ผู้ชายที่สวมสูทสีเทาทั้งตัวตามสไตล์ของทนายความ เอ่ยทักทายพร้อมกับก้าวเข้ามา และที่ด้านหลังก็ตามมาด้วยก้อนสีดำ ทั้งกางเกงสีดำ เสื้อฮูทสีดำ รวมไปถึงหมวกสีดำ ด้วยเพราะไม่ต้องใส่ใจการกระทำหรือความรู้สึกต่างจากอยู่ต่อหน้าหัวหน้าทีมพัค สีหน้าของฮีแจจึงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ 

“ผมเตรียมเอกสารตามที่บอกไว้ถึงได้มาสายน่ะครับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ” 

ผู้ชายในชุดสูทสีเทานั่งลงตรงหน้าฮีแจด้วยรอยยิ้มที่ให้ความน่าเชื่อถือและแสดงถึงความยินดีอย่างเปิดเผย จากนั้นก้อนสีดำที่มีลักษณะเหมือนลูกชายที่ถูกลากมาพบคู่แต่งงานใหม่ที่อ่อนวัยกว่าของคุณพ่อผู้สูงวัยก็นั่งลงตาม เมื่อเบือนสายตาที่ซ่อนอยู่ใต้หมวกขึ้นมาก็หลุดอุทาน ‘โอ๊ะ’ ออกมา เสียงแปลกประหลาดทำให้ฮีแจสบตากับก้อนสีดำ แล้วเกือบอุทาน ‘โอ๊ะ’ ออกมาเหมือนกัน แต่ก้อนสีดำกลับรีบร้อนส่งภาษากายด้วยการเอานิ้วชี้แตะริมฝีปาก ที่หมายถึง ‘ชู่!’ ท่าทางของฮีแจที่กำลังทำสีหน้างุนงงไม่ใช่สิ่งสำคัญ ชายในชุดสูทสีเทาจึงนำเอาเอกสารออกมาจากในซองราวกับหุ่นยนต์ 

“ผู้ที่แจ้งเอาไว้คือชางฟิลลิปส์ อายุสามสิบสามปีถูกต้องไหมครับ” 

“อ้า ใช่ค่ะ” 

“ผมเลือกข้อความกับรูปที่คุณชางฟิลลิปส์ส่งให้คุณอีฮีแจมานิดหน่อยครับ” 

“มันเป็นเบอร์ไม่ระบุตัวตน ยากที่จะยืนยันว่าเป็นคนคนนั้น เป็นแค่ความรู้สึกเฉยๆ น่ะค่ะ” 

ประมาณตั้งแต่สองเดือนก่อน ก็มีเบอร์ไม่ระบุตัวตนโทรเข้ามาวันละสองสามครั้ง น่าจะเป็นสแปมจึงไม่ได้สนใจ แต่ก็ยังโทรมาเรื่อยๆ ในเวลาเดิม เพราะหงุดหงิดจึงรับสายด้วยความโกรธแล้วก็กลายเป็นต้นตอของปัญหา น้ำเสียงที่หัวเราะแผ่วเบาพูดว่า ‘ใช่สินะ เธอน่ะ’ ทำให้รู้สึกขนลุก แล้ววางสายไปด้วยความโมโห หลังจากวันนั้นก็เริ่มมีข้อความหรือรูปแปลกๆ เข้ามา 

[อากาศดี ก็เลยนึกถึงเธอ] 

[สงสัยจังว่าสบายดีไหม] 

[ยังอยู่บ้านหลังนั้นเหรอ] 

บนกระดาษที่ชายใส่สูทสีเทานำออกมาจากซองเอกสาร ดูอย่างไรก็เป็นข้อความเศร้าๆ ไม่ระบุชื่อผู้ส่ง อีกทั้งยังแนบรูปทิวทัศน์แปลกๆ มาด้วย ใช่ ฮีแจขำได้แค่ถึงตรงนี้เท่านั้นแหละ เพราะตอนแรกคิดว่าอาจจะเป็นข้อความของใครบางคนที่ลืมแฟนเก่าไม่ได้ หรืออาจเป็นคนที่ลืมเธอไม่ได้ แม้จะมีเปอร์เซ็นต์เพียงแค่น้อยนิดก็เถอะ เธอจึงยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ แต่ในวันที่มีข้อความส่งมาว่า ‘ขอเจอหน้าหน่อย’ พร้อมกับรูปบ้านที่อาศัยอยู่ลำพัง ฮีแจรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว และที่เคยคาดเดาอย่างไม่แน่ใจว่าอาจเป็นคนคนนั้นหรือไม่ ข้อความว่า ‘มีความสุขไหม’ ทำให้เกือบมั่นใจ รักแรกที่ชักจูงความสุขของเธอไปสู่ความทุกข์ แอบมาพังกระจกหน้าต่างบ้านคนอื่นแล้วร้องไห้ พอร้องไห้เสร็จก็หายตัวไป ไม่ใช่ มันคืออดีตอันดำมืดต่างหาก 

"โห! นี่มันสตอล์กเกอร์ชัดๆ" 

ก้อนสีดำหลุดอุทานคำพูดที่ไม่เหมาะสมออกมาทั้งที่อยู่ในบรรยากาศเคร่งเครียดและจริงจัง เธอจึงจ้องมองก้อนสีดำด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจยิ่งกว่าตอนที่รออยู่สิบนาที แล้วย้ายสายตาไปยังชายสูทเทา สายตาที่เต็มไปด้วยคำถามว่าพาลูกทีมแบบนี้มาด้วยเหรอ ชายสูทเทาพูดโดยแทบไม่ขยับปากสั่งให้อยู่เงียบๆ 

“อ้า แนะนำตัวช้าไปหน่อยนะครับ นี่เป็นคนที่วิ่งเร็วที่สุดในสำนักงานเราครับ ยังไงก็มีเรื่องที่จะต้องแอบติดตาม จึงได้ใช้งานพวกเด็กๆ ที่มีทักษะอยู่บ่อยๆ น่ะครับ เขาเป็นคนปากหนัก ดังนั้นไม่ต้องกังวลนะครับ” 

เทียบกับตอนนี้ลูกทีมคนนั้นปากพล่อยพูดว่า ‘โห! นี่มันสตอล์กเกอร์ชัดๆ’ แต่ชายสูทเทากลับบอกว่าก้อนดำนั้นเป็นคนปากหนัก แล้วจะให้เธอเชื่อใจได้เหรอ ปีศาจอารมณ์ร้อนฮีแจสบตากับก้อนดำนั้นแป๊บนึง จึงได้ปิดปากเงียบทั้งที่อยากเอ่ยปากว่าออกไป เพราะในแววตาคู่นั้นที่เธอสบอยู่เหมือนมีมือพร้อมประกบฝ่ามือและถูๆ ไปมา พลางเอ่ยปากขอโทษ แววตาโศกที่คาอึลเคยพูดถึง ที่คล้ายปลุกสัญชาตญาณความเป็นแม่ของเยอึน แววตาโศกที่โคตรน่ารักนั่น 

“เมื่อตามสืบเบอร์ที่ส่งข้อความมาให้คุณฮีแจ แล้วลองโทรไปด้วยตนเอง ก็พบว่าได้เปลี่ยนเบอร์ไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ครับ ยิ่งไปกว่านั้นคือเป็นผู้หญิง เหมือนจะไม่ใช่เรื่องโกหก แต่ระหว่างไปตรวจสอบจึงถ่ายรูปมาด้วยรูปหนึ่งครับ เป็นคนที่รู้จักหรือเปล่าครับ” 

ความคิดเห็น