โซซอล
facebook-icon

อีฮีแจในวัยสามสิบสอง วัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ด้านการทำงานและความรัก แต่แล้วจู่ๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้วปรากฏตัวตรงหน้าเธอ คนหนึ่งนั้นคือ หัวหน้าทีม พัคแทมยอง ที่แสนเพอร์เฟกต์ ส่วนอีกคนคือ ชองจีฮอน อายุน้อยกว่าเธอถึงเก้าปี! แล้วใครกันที่จะได้เป็นตัวจริงของอีฮีแจ!

ตอนที่ 1-5 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-5 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา

คำค้น : รักข้ามรุ่น ก็ลุ้นว่าใช่ นิยายเกาหลี โรแมนติก คอเมดี้

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 335

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2563 11:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-5 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา
แบบอักษร

 

คาอึลที่ตั้งใจจะช่วยฮีแจ พอวางลาเต้ที่ดื่มอยู่ลงก็ถูกฟาดด้วยไม้เรียวจากแทมยองจนไหล่ลู่ตกกลับไป 

แทมยองไม่หวั่นไหวกับการส่งสายตาหวาน แม้คาอึลจะแสดงออกอย่างเปิดเผย มันก็น่าผิดหวังอยู่ แต่เพราะแทมยองมักจะเพิกเฉยเวลาที่พนักงานผู้หญิงส่งสายตาหวานให้ คาอึลจึงมีความมั่นใจแม้ไม่มีหลักฐาน และแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นสายตาของคนอื่น ดังนั้นเจ้าตัวที่เหมือนเมียร์แคต ควรจะหยุดพูดจาว่า ‘ไม่ใช่ครับ’ ของตัวเอง และสังเกตอะไรเสียบ้าง เพราะความน่ารักไม่ได้ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างไปได้สวย 

ฮีแจที่แน่ใจว่าคาอึลนั่งลงที่เก้าอี้แล้ว จึงถอนหายใจออกมา เธอดูเหมือนคนที่ไม่สามารถเอาชนะนิสัยของตัวเองได้ และไม่ได้คิดถึงสายตาคนอื่น ความจริงแล้วเธอก็ผิดที่โมโหออกมาทั้งที่อยู่ในที่ที่มีสายตามากมายจับจ้อง ไอ้เรื่องยอมรับก็ยอมรับอยู่หรอก แต่จะปล่อยให้คะแนนที่สะสมทุกเช้าหลุดลอยไปโดยไม่ได้รับความยุติธรรมแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด ฮีแจจึงปรับน้ำเสียงที่ฉุนเฉียว และกลับสู่ท่าทางสุขุมดังปกติ 

“หัวหน้าทีมคะ” 

“ครับ” 

“ฉันทำผิดใช่ไหมคะที่โมโหรุ่นน้องในที่ที่มีคนอยู่เยอะ” 

“ใช่ครับ” 

“ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว” 

ฮีแจเบนสายตาไปทางจูยอน 

“คุณจูยอน” 

“ค่ะ คุณผู้ช่วย” 

“ฉันอารมณ์พลุ่งพล่านชั่วครู่ เลยเลือกสถานที่ผิดไป ส่วนนั้นก็ขอโทษด้วยนะคะ ฉันคิดน้อยเอง คุณช่วยไปรอฉันที่ระเบียงทางเดินได้ไหมคะ” 

“อ้า ค่ะ” 

‘อ้า ค่ะ’ อะไรกันน่ะ สิ่งที่จะต้องด่าเธอยังเหลืออีกตั้งสองพันแปดร้อยห้าสิบอย่างเถอะ เมื่อจ้องจูยอนที่ตอบรับอย่างเนือยๆ ด้วยสีหน้าเย็นชาที่สุดแล้ว เธอก็เดินออกไปยังระเบียงทางเดินด้วยท่าทางเบะปากอย่างไม่พอใจ เอาล่ะ ตอนนี้จำเป็นต้องจัดการทางหัวหน้าทีมพัคแทมยองให้เรียบร้อยเสียก่อน 

“หัวหน้าทีมคะ” 

“ครับ”  

"ฉันเป็นลูกน้องหัวหน้าทีมก็จริง แต่ฉันก็เป็นผู้ช่วยในทีมวางแผนหนึ่งนะคะ" 

"ครับ แล้ว?" 

ฮีแจเบือนสายตาไปทางแทมยองและบรรดาสายตาที่จับจ้องมาที่ตน บรรดาพวกที่เฝ้าดูสถานการณ์ที่ได้ยินหัวหน้าถูกตักเตือนจากหัวหน้าทีมอย่างสนอกสนใจ เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ในนั้นเป็นรุ่นน้องของฮีแจ 'นายเองก็โมโหลูกน้องในที่ที่มีคนอยู่เยอะแยะเหมือนกันเถอะ' แทมยองที่รู้ความตั้งใจผ่านการแสดงออกอย่างเป็นนัยๆ ของฮีแจ ทำเสียง 'อ้า' แผ่วเบา หากไม่ใช่คนที่อยู่ใกล้ก็ไม่มีทางได้ยิน 

"แต่ยังไงวันนี้ก็ขอบคุณที่ช่วยตักเตือนนะคะ ต่อไปฉันจะระวังค่ะ" 

ฮีแจที่สั่งให้คาอึลที่แข็งค้างในท่าดื่มลาเต้เข้าไปอีกอึกนึง ช่วยเปิดคอมพิวเตอร์ของตัวเองแล้วปริ้นไฟล์ออกมา หันหลังกลับไปยังระเบียงทางเดินที่ยัยจิ้งจอกแพคกำลังรออยู่ เมื่อได้ยินคำตำหนิจากอีกฝ่ายที่เป็นรักข้างเดียว ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกเหมือนจะร้องไห้ อีกเดี๋ยวตอนเที่ยงคงต้องไปกินของเผ็ดๆ ขนาดที่ถ่ายออกมาเป็นเลือดไปเลย 

"คือ ผู้ช่วยอีฮีแจ" 

น้ำเสียงของแทมยองที่ไม่มีความลังเล เหมือนเป็นการเตือนว่าถึงเธอจะเป็นผู้ช่วย แต่คำพูดตอนนี้มันไม่อวดดีเกินไปหน่อยเหรอ ฮีแจกล้ำกลืนความรู้สึกอยากร้องไห้และน้ำลายลงไป แล้วหันหลังกลับมา วันนี้ฉันกลายเป็นนกจริงๆ แล้วเหรอ 

"ขอโทษครับ ผมเองก็คิดน้อยไป ฝากเตรียมการประชุมด้วยนะครับ" 

อ้า จริง ๆ เลย! ให้ตาย! โคตรมีเสน่ห์เลย พัคแทมยอง ในเวลาที่ค้อมหัวสบตาทักทายกับแทมยอง ก็ได้เห็นสายตาทราบซึ้งของเหล่าพนักงาน กระทั่งคนที่ไม่คาดคิดก็ถูกห้อมล้อมด้วยความอึดอัดราวกับกระโจนเข้ามาในสงครามรักครั้งที่สาม ในบรรดานั้นพอเห็นเมียร์แคตที่ทำสีหน้าได้รับความรู้สึกซาบซึ้งกว่าใคร พลันคอก็รู้สึกขมปร่า 

 

หลังจากจัดการยัยจิ้งจอกแพคที่ระเบียงทางเดิน การประชุมที่ดำเนินต่อมีบรรยากาศที่ดี เยอึนยินดีกับการประชุมที่ประสบความสำเร็จ ฮีแจที่กลับมาจากไปกินต๊อกโบกีรสแซ่บเป็นมื้อเที่ยงกับคาอึล ก้าวเท้าอย่างระมัดระวังเพื่อไปเอากาแฟจึงได้เข้าไปในห้องพักพนักงาน หยิบส่วนปลายสีเหลืองของซองกาแฟออกมาได้แล้ว แต่จู่ๆ แขนก็ถูกกระชากไป 

"ผู้ช่วยอีคะ เมื่อกี้ต้องขอโทษจริงๆ นะคะ" 

เหมือนได้ยินเสียงอู้อี้ จึงได้แสดงสีหน้าไม่พอใจ เธอเองเหรอ ยัยจิ้งจอกแพค ไม่รู้ทำไมถึงได้ยอมรับผิดออกมาก่อนได้ พรุ่งนี้พระอาทิตย์คงขึ้นทางตะวันตกแล้วสินะ ก่อนหน้าตรงระเบียงทางเดินเห็นอยู่ว่าเบะปากจนแทบติดเท้า แล้วก็หายตัวไปเลย 

"ฉันคิดแล้วมันก็น่าโมโหจริง ก็เลยไม่ได้เสียใจสักนิด ตรงข้ามฉันกลับรู้สึกขอบคุณ เมื่อกี้ที่ร้องไห้ก็เพราะกลัวนิดหน่อย ตกใจเลยใช่ไหมคะ” 

เปล่า เธอเบะปากจนปากแทบติดเท้าต่างหาก ร้องไห้เหรอ ไปร้องตอนไหนกัน? นี่แอบไปร้องไห้ในที่ที่ฉันไม่เห็น แล้วก็ค่อยเข้ามางั้นเหรอ การยอมรับความผิดของจูยอนที่รวดเร็วยิ่งกว่าปืนกล ทำให้ฮีแจไม่มีเวลาจะงุนงง ต้องพูดว่า คุณแพคจูยอน คุณผ่านค่ะ! แล้วก็คล้องสร้อยคอที่ทำจากทองให้แล้วสินะ  

"ต่อไปก็ช่วยสั่งสอนฉันด้วยนะคะ ฉันจะพยายามทำตามอย่างดีที่สุดเลยค่ะ แต่ที่หัวหน้าทีมพัคเข้าข้างฉันแบบนั้น ก็ทำเอาตกใจอยู่บ้าง เท่จริงๆ เลยนะคะ" 

ความโมโหของฮีแจเกือบจะพุ่งพรวดออกมา เพราะคำพูดของจูยอนที่พูดคำว่า ‘เท่’ ออกมา จู่ๆ ก็บอกว่าขอตัวก่อน แล้วหันกลับไปด้วยใบหน้าอมยิ้ม แล้วในตอนนั้นเอง 

"โอ๊ะ หัวหน้าทีมพัคแทมยอง!" 

พอเห็นแทมยองที่คงจะเข้ามาดื่มกาแฟในห้องชงกาแฟ ก็พูดว่า “คงไม่ใช่ว่าได้ยินที่ฉันพูดหมดแล้วหรอกนะคะ ทำยังไงดี” แล้วก็เห็นภาพด้านหลังของยัยจิ้งจอกแพคที่กุมแก้มแล้วจากไป พร้อมกับแทมยองที่หลุดขำออกมา หัวหน้าทีมพัค ตอนนี้ถูกคำโกหกของยัยผู้หญิงที่เหมือนจิ้งจอกนั่นหลอกแล้วเหรอ แม้ฮีแจถือว่าตนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความรัก แต่วันนี้เห็นทีจะต้องยอมรับ เฮ้อ ใช่ ยัยจิ้งจอกแพค วันนี้เธอชนะ ส่วนฉันแพ้ 

 

หัวหน้าทีมพัคแทมยอง ฮันคาอึล ชเวเยอึน และแพคจูยอนนั่งล้อมวงกันที่โต๊ะย่างหมูสามชั้น ถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หัวหน้าแผนกที่ได้ยินเรื่องปัญหาเมื่อเช้าซึ่งตกอยู่ในความสนใจของทุกคน จึงได้ชวนมากินเลี้ยงกันอย่างกะทันหัน พอแทมยองตะโกนตอบโอเค เหล่าพนักงานหญิงส่วนใหญ่ก็แสดงความต้องการเข้าร่วมทันที ดังนั้นพนักงานชายที่เหลือจึงตามมาโดยปริยาย การที่พนักงานเข้าร่วมการกินเลี้ยงมากขนาดนี้สร้างความคึกคักขึ้น หัวหน้าแผนกที่จัดการโซจูจนหมดไปสองขวด ได้รับการดูแลอย่างเอาใจใส่ของรองหัวหน้าชเว ดังนั้นฝั่งหัวโจกของปัญหาจึงไม่จำเป็นต้องไปดูแล แม้เป็นช่วงที่พนักงานส่วนใหญ่มึนเมาอย่างสนุกสนาน แต่มีเพียงโต๊ะด้านนี้ที่ต่างไป 

“วันนี้ผู้ช่วยอีฮีแจไม่มาร่วมกินเลี้ยงเหรอครับ” 

“คุณผู้ช่วยบอกว่าวันนี้ติดนัดส่วนตัวน่ะครับ” 

ไม่ว่าจะมองตรงไหนของร้านหมูย่างก็ไม่พบการมีอยู่ของฮีแจ ทำให้แทมยองเอ่ยถามอย่างเคอะเขิน สายตาของฮันคาอึลที่เอ่ยถามว่าทำไมหัวหน้าทีมถึงถามแบบนั้น เอ่ยตอบเมื่อจัดการหมูสามชั้นที่เต็มปากแล้วตามด้วยโซจู ทั้งที่สายตาของรุ่นน้องไม่ชัดเจนนัก แต่แทมยองถึงกับไหล่ตกลงโดยไม่รู้ตัว จูยอนที่นั่งติดอยู่ด้านข้างของอีกฝ่าย คอยลำเลียงหมูสามชั้นที่สุกดีแล้วส่งให้เรื่อยๆ ยังสนใจในปฏิกิริยาเล็กน้อยของแทมยองที่แสดงออกมาต่อคนอื่นๆ เห็นทีต้องดึงความสนใจของอีกฝ่ายมา 

“โอ๊ะ ขอโทษนะคะหัวหน้า ดูเหมือนฉันจะเมานิดหน่อยน่ะค่ะ” 

จูยอนทำที่คีบหมูสามชั้นย่างหล่น แล้วโน้มตัวเอนพิงไหล่ของแทมยอง สายตาของพนักงานหญิงที่กระจายอยู่ตามโต๊ะอื่นๆ ฟาดเปรี้ยงใส่เหมือนสายฟ้า ปากของเยอึนและคาอึลที่นั่งตรงข้ามถึงกับอ้าค้าง คาอึลและเยอึนเล็งทิ้งระเบิดความจริง ยัยจิ้งจอกแพคนั่นเมาที่ไหนกัน 

“คุณแพคจูยอนเหมือนจะดื่มไปไม่เท่าไหร่เอง ทำไมถึงเมาแล้วล่ะ” 

“ก็นั่นน่ะสิครับ พี่จูยอนคออ่อนเหรอครับ ตอนกินเลี้ยงคราวที่แล้ว ยังดื่มโซจูสองขวดได้สบายๆ อยู่เลยนะ” 

“ไม่ใช่แล้ว ฉันไปดื่มตั้งสองขวดตอนไหนกันคะ ฮ่าๆ ฉันดื่มไม่เก่งน่ะค่ะ โซจูสามแก้วก็เมาแล้ว” 

กระทั่งการทิ้งระเบิดกลางอากาศของทั้งสองคนก็ไม่ได้สะเทือนจูยอนที่กอดพิษสงเข้าร่วมในสงครามรักครั้งที่สาม ทว่าก็ไม่สะเทือนหัวหน้าทีมพัคแทมยองที่อยู่โดดเดี่ยวในโลกเช่นกัน ถึงพนักงานหญิงหน้าตาสะสวยเมาเหล้าแล้วพิงตัวมา หากขนตาสักเส้นก็ไม่มีร่องรอยขยับไหว เพียงแค่เอ่ยออกมาคำเดียวด้วยสีหน้าเย็นชาก็เท่านั้น 

“คุณแพคจูยอน ถ้าเมาแล้วก็อย่าทำแบบนี้เลย ลุกขึ้นก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมไปบอกกับหัวหน้าแผนกให้เอง” 

“อ้า ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ถึงกับต้องกลับบ้านหรอกค่ะ แค่ แค่เหมือนจะเมาๆ ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ” 

จูยอนยกหัวออกจากไหล่ของแทมยอง แม้จะทำให้อับอายหากก็ยังยิ้มกริ่มให้เห็น 

“โอ้โฮ หัวหน้าทีมพัค วันนี้ก็ยังเป็นตัวเอกในโต๊ะสินะ เอาล่ะ รับเหล้าของผมสักแก้วนะครับ” 

รองหัวหน้าชเวที่คอยดูแลหัวหน้าแผนก อยู่ๆ ก็ย้ายที่มา ดึงเก้าอี้ตัวหนึ่งมาแล้วนั่งลงข้างแทมยอง รินโซจูด้วยดวงตาที่ปรือปรอยที่ดูจะเมามากแล้ว เหล้าจึงได้หกลงบนโต๊ะทันที รองหัวหน้าชเวรู้สึกหมั่นไส้แทมยองที่เช็ดเหล้าที่หกเลอะเทอะอย่างเงียบๆ 

“หัวหน้าทีม ตอนนี้มาอยู่ในทีมเราได้หนึ่งเดือนแล้วหรือยังครับ” 

“สองสัปดาห์แล้วครับ” 

“อะไรกันน้อยอย่างนี้เลยเหรอ ผมคิดว่าประมาณเดือนนึงแล้วซะอีก ที่ว่าโลกของมนุษย์เงินเดือนต่างกับคนอื่น เห็นทีจะจริงนะ” 

ความคิดเห็น