โซซอล
facebook-icon

อีฮีแจในวัยสามสิบสอง วัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ด้านการทำงานและความรัก แต่แล้วจู่ๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้วปรากฏตัวตรงหน้าเธอ คนหนึ่งนั้นคือ หัวหน้าทีม พัคแทมยอง ที่แสนเพอร์เฟกต์ ส่วนอีกคนคือ ชองจีฮอน อายุน้อยกว่าเธอถึงเก้าปี! แล้วใครกันที่จะได้เป็นตัวจริงของอีฮีแจ!

ตอนที่ 1-1 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-1 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา

คำค้น : รักข้ามรุ่น ก็ลุ้นว่าใช่ นิยายเกาหลี โรแมนติก คอเมดี้

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2563 11:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-1 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา
แบบอักษร

 

สถานที่ซึ่งตัวฉันทำงานอยู่ในตอนนี้คือ ‘ทุ่งหญ้าสะวันนา’ ถึงจะเรียกแบบนั้น แต่ฉันก็ไม่ได้เป็นคนดูแลสัตว์ที่คอยอาบน้ำและขัดถูงาช้างอะไรอย่างนั้นหรอกนะ ทุ่งหญ้าสะวันนาที่ฉันหมายถึงคือสถานที่ที่ผู้แข็งแกร่งย่อมสามารถไล่ล่าผู้อ่อนแอ ผู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าสามารถกุมชีวิตของผู้ที่แข็งแกร่งน้อยกว่าได้ ไม่ ไม่ใช่ หากจะพูดให้ดูน่าสนใจมากอีกหน่อยมันก็คือสนามรบนั่นเอง 

"คุณผู้ช่วยอีฮีแจ พบเป้าหมายหัวหน้าทีมพัคแทมยองที่พื้นที่สำหรับสูบบุหรี่ กำลังสานสัมพันธ์กับผู้จัดการ ผมจะไปสูบสักมวนแล้วจะกลับมาครับ" 

"อ๊ะ ฉันเองก็ลองสูบบ้างดีไหมนะ ได้ยินว่าพวกผู้ชายจะพูดความลับออกมาตอนสูบบุหรี่ด้วยกันนี่นา คาอึลก็สูบจัดมาแต่ไหนแต่ไรด้วย ไม่แฟร์เลยแบบนี้ รู้หรือเปล่าว่ามันผิดสัญญาการสงบศึกน่ะ จุดเริ่มต้นมันต่างกัน เพราะฉะนั้นมันก็ถือว่าผิดจากเงื่อนไขในตอนแรกน่ะสิ" 

"ถึงอย่างนั้นผมก็บอกตรงๆ แล้วนะว่าจะไปสูบบุหรี่กับเป้าหมายนะครับ ไม่ได้แอบส่งข้อความไปตอนตีหนึ่งเหมือนใครบางคนนี่ครับ" 

คาอึลหยิบมาโบโร่กล่องแดงออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตที่แขวนอยู่บนเก้าอี้ เหลือบมอง 'ยัยจิ้งจอกแพค' หรือแพคจูยอนที่กำลังฉีดสเปรย์น้ำแร่ใส่หน้า โดยไม่รู้ว่าแผนงานที่สั่งเมื่อครู่ทำเสร็จแล้วหรือยัง ก่อนจะแวบหายไปทางพื้นที่สำหรับสูบบุหรี่ในทันที 

ฮันคาอึลชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดที่อายุการทำงานต่างกันสองปี พุ่งตรงไปทางเป้าหมาย ซึ่งก็คือชายที่ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าของทีมวางแผนหนึ่ง เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ด้วยท่าทางรวดเร็วราวกับวิถีของขีปนาวุธ หัวหน้าชางวัยสี่สิบที่เป็นคนดีและขยันขันแข็ง ดีไปหมดทุกอย่าง แต่มีข้อเสียเพียงหนึ่งเดียวคือไม่คิดจะเลิกงานกลับไปหาภรรยาที่กำลังรออยู่ที่บ้าน เขาได้ถูกส่งไปรับตำแหน่งหัวหน้าสาขาย่อยในต่างประเทศที่ยังว่างอยู่  ดังนั้นตำแหน่งของเขาจึงว่างลง ทางสำนักงานใหญ่จึงได้ส่งคนมาแทน ปัญหาคือช่วงเวลาที่หัวหน้าคนใหม่เริ่มงานครั้งแรก ก็คือตอนนี้นั่นเอง 

"เห็นไหม เห็นหรือเปล่า คนนั้นใช่คนที่ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าทีมวางแผนหนึ่งใช่ไหม” 

"สุดยอด! ภาพลักษณ์นั่นมันอะไร อันธพาลเหรอ คิดว่ามาถ่ายโฆษณาเสียอีกนะนั่น!" 

เสียงอุทาน 'สุดยอด' กับ 'โห' ของเหล่าพนักงานผู้หญิงดังขึ้น ในตอนที่มาปรากฎตัวที่ออฟฟิศพร้อมกับหัวหน้าแผนก  

เดาๆ ดูก็น่าจะเกินสามสิบมาหน่อย ภาพลักษณ์ของคนคนนั้นที่มาจากสำนักงานใหญ่เพื่อดูแลเหล่าพนักงานของสาขาย่อยและได้เป็นหัวหน้าทั้งที่อายุยังน้อยอยู่ แถมหน้าตาก็น่าเกรงขามมาก มีแค่หน้าตาที่น่าเกรงขามงั้นเหรอ หลังจากเริ่มงานในตอนเช้า กุญแจรถที่ถูกวางลงบนโต๊ะด้วยท่าทางสบายๆ จนเสียง 'กึก' ดังออกมาจากโลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ แค่นั้นเองหรอกเหรอ ท่าทางเอาใจใส่บรรดาคนตำแหน่งสูงและหยอกล้อกับลูกน้องได้ก็บ่งบอกว่าเข้ากับคนอื่นได้ง่ายด้วยเช่นกัน หน้าตาระดับนั้น หากพอตั้งใจทำงาน ถึงจะยื่นขาไปขัดแข้งขัดขาใครก็ไม่มีใครแสดงท่าทีไม่พอใจ แถมยังทำงานได้เถรตรง ยิ่งกว่าการทำงานได้ดีก็คือมีวาทศิลป์เป็นเลิศ จนทำให้แผนงานธรรมดากลับผ่านฉลุยได้ง่ายดาย 

เพียงแต่หากมีสิ่งที่น่าเสียดาย ก็คงเป็นนิสัยแข็งกระด้างนั่น ถ้าหากพนักงานหญิงชงกาแฟให้สักแก้วล่ะก็ ก็จะโพล่งออกมาอย่างไม่ลังเลเลยสักนิดว่า ‘คุณเข้าบริษัทมาเพื่อทำงานแบบนี้เหรอครับ อย่ามัวสนใจแก้วเปล่าบนโต๊ะคนอื่น แล้วไปเพิ่มแผนงานที่ยังว่างอยู่ในคอมฯ คุณเองเถอะครับ’ แต่แล้วอย่างไรล่ะ หากลองได้ใช้ชีวิตด้วยหน้าตาแบบนั้น มันก็มักจะดึงดูดพวกเรื่องน่ารำคาญมาเต็มไปหมด และทั้งที่นิสัยแปลกประหลาดแบบนั้นแล้ว ก็ยังคงเป็นที่ดึงดูดใจได้ กระทั่งหัวหน้าแผนกอื่นยังถึงกับกลืนน้ำลายแล้วบอกว่า ‘เดี๋ยวนี้ที่นี่คัดหัวหน้าจากหน้าตาแล้วเหรอ ดูดีสุด ๆ เลยนะนั่น หากถ้าฉันมีลูกสาวล่ะก็นะ’ หน้าตาที่ดูดีขนาดนั้น ถึงแม้นิสัยจะไม่เข้าท่าแล้วเป็นอย่างไร ถึงอย่างนั้นเหล่าพนักงานหญิงก็ไม่ได้กังขาในเสน่ห์นั้นเลย 

หลังคาอึลถือมาโบโร่กล่องแดงแล้วแวบหายไปทางห้องสูบบุหรี่อย่างรวดเร็ว ฮีแจกับเยอึนเพื่อนรุ่นเดียวกันก็ได้แต่หงุดหงิดใจ 

"พนันด้วยสมบัติทั้งหมดและมือของฉันเลยว่าฮันคาอึลไม่เอาไฟแช็คไปด้วย" 

"ไอ้เรื่องที่มันแน่อยู่แล้วแบบนั้น ถึงกับพนันเลยเหรอ คงจะต้องไปพูดว่า 'มีไฟแช็คหรือเปล่าครับ' กับหัวหน้าทีมชัวร์" 

“ไอ้เจ้าคาอึลนี่จริงๆ เลย แบบนั้นต้องเรียกว่ากล้าหาญหรือต้องเรียกว่าหน้าด้านกันนะ ตอนนี้คงจะออกไปประทับตราบนหน้าให้หัวหน้าทีมพัคแล้วล่ะสิ" 

"ทำไมล่ะ เยอึนนี่เธออยากสูบจริงๆ เหรอ" 

"ฉันจะเป็นผู้หญิงเรียบร้อยและใจเย็นสำหรับหัวหน้าทีมย่ะ" 

อ้า คงเป็นซินเดอเรลล่าที่นิสัยไร้มารยาทมากกว่าเถอะ แล้วที่หน้าแดงซ่านนั่นก็ไม่ใช่แค่พนักงานหญิงเท่านั้น ในงานกินเลี้ยงที่ถูกจัดครั้งแรกโดยแผนก ภายหลังที่ได้เข้ามาทำงาน ‘ถึงผมจะมีแฟนเป็นผู้ชาย แต่สําหรับผมเองก็มีรสนิยมอยู่ ดังนั้นอย่ากังวลเลยครับ’ คาอึลพนักงานชายที่เผยรสนิยมออกมาอย่างสดใสกล่าวเช่นนั้นก็ยังเข้าร่วมสงครามเพื่อแย่งชิงหัวหน้าทีมพัคด้วยเช่นกัน หลายๆ คนอาจจะคิดว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบไปหมดหรอก แต่หน้าตาที่น่ารักเกินไปนั่น พอได้ยิ้มหวานออกมาแล้ว อย่างไรมันก็ดูอ่อนหวานไปหมด และตัวคาอึลเองก็พอจะมีพนักงานชายที่มาชอบพออยู่บ้างเหมือนกัน แค่ศึกระหว่างผู้หญิงกันเองยังทำเอาหัวหมุน แต่นี่ทำให้กระทั่งผู้ชายที่เชี่ยวชาญเรื่องการยิ้มหวานกระโดดมาร่วมศึกด้วย และคนที่ทำให้เป็นแบบนั้นได้ก็คือหัวหน้าทีมพัคแทมยองนั่นเอง 

ด้วยเหตุนั้นตอนนี้ที่ฝ่ายวางแผนทีมหนึ่งจึงกำลังเกิดสงครามไร้สุ้มเสียงที่มองไม่เห็น เพื่อการแย่งชิงผู้ชายที่สมบูรณ์แบบไปเสียทุกสิ่งยกเว้นนิสัย 

 

* * * 

 

ช่วงเวลาพักกลางวันที่บรรดาพนักงานจากบริษัทโดยรอบหลั่งไหลออกมา ฮันคาอึลที่ถูกจำกัดให้มีชีวิตแบบขอทานไปสักพักหนึ่งกำลังกินข้าวห่อสาหร่ายในถ้วยบะหมี่สำเร็จรูป เพราะเพิ่งซื้อรองเท้าผ้าใบจอร์แดนไป และชเวเยอึนเพื่อนรุ่นเดียวกันแต่เข้ามาทำงานที่หลังหนึ่งปีที่ทำข้าวกล่องที่มีแต่มะเขือเทศลูกเล็กมาเพราะกำลังไดเอต และอีฮีแจที่ดูดน้ำผลไม้สดเพราะต้องการเอาใจใส่ท้องไส้จากการดื่มหนัก ทั้งหมดต่างกำลังนั่งเฉยๆ อยู่ที่ห้องสัมมนาในร้านคาเฟ่ชั้นหนึ่งของตึกบริษัท 

“คุณผู้ช่วย คุณผู้ช่วย! เมื่อกี้ที่ผมไปสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ หัวหน้าทีมพัค ผมได้เรื่องพิเศษสุดๆ มาด้วย!” 

ทุกครั้งที่เรียก ‘คุณผู้ช่วย’ ด้วยใบหน้าขาวใสน่าเอ็นดูนั่น ฮีแจจะรู้สึกแปลบๆ ที่ปลายนิ้วโดยไม่รู้ตัว อะไรกันล่ะ ไม่ใช่ความรู้สึกแปลบๆ ด้วยเหตุผลแบบนั้นสักหน่อย แต่มันเป็นความรู้สึกแปลบๆ ที่ว่า ‘โหย ไอ้เจ้าตัวน่ารัก’ อะไรแบบนั้นแหละ การออกเสียงสั้นๆ ที่น่ารัก กระทั่งลิ้นของคาอึล พอเรียกหาว่า ‘คุณผู้ช่วย’ บางครั้งก็ได้ยินเหมือนเขากำลังเรียกว่า ‘เจ้านาย’ เสียอย่างนั้น ก็นั่นแหละนะ ว่าแต่เรื่องพิเศษมันคืออะไรกัน 

“ทำไม คงไม่ใช่มีแฟนแล้วนะ?” 

“ไม่ใช่ครับ! ถ้าพูดเรื่องแฟน ผมจะยังมานั่งกินข้าวห่อสาหร่ายอยู่ตรงนี้เหรอ คงไปกระดกโซจูในขวดลิตรแล้วล่ะ” 

“อะไรล่ะ แล้วมันอะไรกัน” 

“ใจเย็นครับ ถึงจริงๆ มันจะเป็นข้อมูลที่ไม่อยากแบ่งปันก็เถอะ ยังไงผมก็ชอบให้แฟร์ๆ ดังนั้นเลยจะบอกให้ฟัง คือว่า พ่อแม่หัวหน้าพัคยังอยู่ทั้งคู่ ได้ยินว่าทั้งสองอยู่ที่ออสเตรเลียครับ” 

“โห แม่สามี พ่อสามีอยู่ต่างประเทศงั้นเหรอ นี่มันสุดๆ ไปเลย ถึงจะบอกว่ามีคุณสมบัติของสามีที่เป็นที่สุดในโลกยังน้อยไปเลย ขนาดนี้มันไม่ใช่สามีระดับพรีเมี่ยมแล้วเหรอ อ้า อยากได้อ่ะ ให้ตายสิ!” 

เป็นฮีแจที่สบตากับคาอึลแล้วแบ่งปันข้อมูล แต่รีแอคชั่นนั้นมันปะทุรุนแรงออกมาจากเยอึน 

อ้า แต่เดิมความเชี่ยวชาญของการคบหาคนรักมันก็เป็นแบบนี้ล่ะ อันที่จริงในใจก็รู้สึกสนใจอย่างมาก แต่ก็ต้องก้าวออกจากความสนใจมาก้าวหนึ่ง ต้องแสดงให้เห็นว่า ‘ถึงคนรอบตัวทั้งหมดจะสรรเสริญและขอความรักด้วยความคลั่งไคล้ แต่ฉันก็ยังนิ่งเฉยได้’ ก็ถึงตอนนี้จะไม่ได้มีหัวหน้าทีมพัคอยู่ข้างๆ แต่ก็ต้องวางตัวแบบนี้ให้เป็นปกติ เพราะในอนาคตจะได้วางตัวเหมือนไม่สนใจต่อหน้าอีกฝ่ายได้ รักข้างเดียวนั้นโดยปกติมักจบลงด้วยความพ่ายแพ้ หากเราตอบรับการกระทำเพียงเล็กน้อยของอีกฝ่ายด้วยท่าทางเกินจริง จะทำให้เกิดความลำบากใจได้ และการที่ฮีแจทำท่าทางเหมือนไม่ใส่ใจก็ทำให้กระทั่งคู่แข่งอย่างเป็นทางการแบบคาอึลยอมแบ่งปันข้อมูลนู่นนี่อย่างชะล่าใจ 

สงครามความรักที่เกิดขึ้นในบริษัท (วิธีการตั้งชื่อค่อนข้างน่าสนใจอยู่บ้าง แต่เวลาได้ยินมันใช่เลย ดังนั้นจึงไม่มีชื่อที่เหมาะเท่านี้อีกแล้ว) ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเป็นสถานที่ปิดซึ่งรวมชายและหญิงจำนวนมากเอาไว้ ถึงแม้จะมีกฎ ‘ห้ามคบหากันในบริษัท’ อยู่ก็ตาม แต่การจุดไฟบนเส้นสายแห่งความรักมันเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเรื่องอันเป็นส่วนตัวสุดๆ อย่างการคบหากันในบริษัทเริ่มต้น ย่อมเกิดบรรดาเรื่องอื้อฉาวเพิ่มขึ้นในบริษัททีละนิด หากมีข่าวคู่รักในบริษัท ทุกครั้งที่เกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้น พนักงานส่วนใหญ่ต่างนินทาว่าร้าย แต่ฮีแจกลับคิดแบบนั้นอยู่เสมอ อย่าได้รื้อฟื้นอดีตมั่วๆ ซั่วๆ บางทีคนคนนั้นอาจจะเป็นคนที่เร่าร้อนสำหรับใครสักคนสักครั้งหนึ่งก็ได้ การที่เคยมีความเร่าร้อนมันช่างงดงาม หากอยากรู้สึกถึงความเร่าร้อนก็ต้องเริ่มต้นจากการเป็นมากกว่าเพื่อนที่อบอุ่นอยู่นิดๆ ดังนั้นตัวฉันในวัยสามสิบสองจึงไม่มีเวลาที่จะมาซุบซิบนินทาลับหลังเหมือนพวกเธอเหล่านั้น 

ความคิดเห็น