facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ 4

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.9k

ความคิดเห็น : 109

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.พ. 2563 23:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ 4
แบบอักษร

บทนำ 4 

  

               ในค่ำคืนที่ใครคนหนึ่งต้องสูญเสีย แต่ในเช้าวันใหม่ของใครอีกคนที่กรุงเทพฯ กลับทั้งสดใสและอบอุ่น หญิงสาวในชุดกีฬาเทควันโดสายดำกำลังยืนลูบไล้มีดพกเล่มสวยที่ได้มาจากนายตำรวจพลร่มคนเมื่อวาน หลังจากแยกกันเมื่อวานเธอก็ถามถึงเขาจากผู้หมวดศิขรินว่าเขาเป็นใคร ผู้หมวดญาติผู้พี่ของเธอจึงตอบว่าเขาเป็นพี่ชายของเพื่อนที่ฝึกรีคอนมาด้วยกัน เห็นว่าเป็นตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ นเรศวร 261 คนน้องไม่เท่าไหร่ แต่คนพี่นั้นฝีมือการรบเก่งรอบด้าน เก่งจนเป็นที่เลื่องลือและเป็นหัวหน้าทีมหน่วยปฏิบัติการพิเศษด้วย ญาติผู้พี่ของเธอบอกว่าพวกเขามีกันแค่สองคนพี่น้องและรักกันมาก ตัวติดกันตลอดซึ่งเธอก็เห็นว่าท่าจะจริง ดูเขาจะรักน้องชายของเขาไม่น้อย ทั้งซื้อมีดให้ไหนจะมารับน้อง กอดน้องชายต่อหน้าทุกๆ คนอีก เหมือนพี่ชายฝาแฝดของเธอเลย ถึงตอนนี้คนหนึ่งจะเป็นทหารพราน อีกคนจะเป็นทหารเรือ แต่พี่ชายของเธอก็รักกันมากๆ ดูได้จากเวลาที่พวกเขาจะแกล้งเธอ มีความสามัคคีกันสุดๆ 

               “สงสัยคงจะเป็นเพราะฉันแอบยึดมีดของคุณมาแทนการเอาไปให้รีคอน เมื่อคืนนี้คุณก็เลยมาเข้าฝันฉันใช่มั้ย แหม ถ้าจะมาทวงมีดกันในความฝันคุณจะทำหน้ายักษมาเลยก็ได้ ทำไมต้องตีหน้าเศร้าอย่างกับมีใครตายด้วย คุณทำให้ฉันนอนไม่หลับนะรู้มั้ย” เธอพูดกับมีดพกของผู้กองพนาราวกับว่าเขาจะได้ยินจริงๆ 

               ปังๆๆๆ 

               “ว๊าย!” เธอร้องขึ้นเมื่อจู่ๆ ผู้กองกวินทร์ก็ตบเข้ามาที่ประตูห้องนอนของเธอซึ่งเปิดเอาไว้อยู่ ไอ้พี่บ้า! ตกใจหมด 

               “เปลี่ยนชุดแค่นี้ทำไมนานจัง พ่อให้พี่มาตาม มา เช้านี้เรามายืดเส้นยืดสายกันหน่อย” ว่าแล้วทหารเรือหนุ่มก็ตั้งการ์ดมวยไทยเตรียมสู้กับน้องสาวทั้งๆ ที่เขาก็แต่งชุดเทควันโดสายดำอยู่เช่นกัน  

               “ประสาท” เธอว่าเขาแล้วจะเก็บมีดพกลงกล่องตามเดิม แต่ก็ยังไม่วายถูกผู้กองหนุ่มเห็นเข้าเขาก็เลยรีบเข้ามาแย่งเอามีดพกจากเธอไปดูอย่างสนใจ 

               “โอ้โห สวยเป็นบ้าเลย ของเราหรอยัยโหด พี่ขอได้ป่าว” 

               “ไม่ได้” แก้วเจ้าจอมรีบแย่งเอากล่องมีดคืน “ของไนเปอร์ ไนเปอร์หวง” 

               “ยิ่งหวงก็ยิ่งอยากได้” 

               “ถ้าอยากได้นักเดี๋ยวจะปักใส่ท้องให้ด้วยดีมั้ย” 

               “ยัยโหดซาดิส” ผู้กองกวินทร์ว่า เป็นสาวเป็นนางแทนที่จะชอบดอกไม้ นี่อะไรชอบพกมีด 

               “เรนเจอร์ ไนเปอร์ ทำอะไรอยู่พ่อให้พี่มาตาม” ผู้กองกรินทร์เข้ามาตามน้องๆ อีกคน ผู้กองกวินทร์ก็เลยพยักหน้ามาทางกล่องมีดที่แก้วเจ้าจอมเอาไปวางไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง 

               “ยัยโหดไปได้มีดมาจากไหนก็ไม่รู้พี่ซีล อย่างสวยเลย เดี๋ยวคืนนี้เรามาแอบขโมยกันดีมั้ย” ผู้กองกรินทร์มองไปทางกล่องมีดเล่มสวยแล้วจึงหันมาทางน้องชายอีกครั้ง 

               “ถ้าอยากได้เดี๋ยวพี่ซื้อให้ ไม่ต้องไปแย่งของน้อง” แก้วเจ้าจอมได้แต่มองพี่ชายคนโตอย่างถูกใจในสิ่งที่เขาพูด พี่ซีลของเธอใจดีกับเธอเสมอและมีความเป็นผู้ใหญ่กว่าพี่เรนเจอร์มาก ถ้าเปรียบแล้วพี่ซีลจะเป็นคนขรึมๆ มีความเป็นผู้ใหญ่แบบพ่อภู ในขณะที่พี่เรนเจอร์ของเธอทั้งโหด ทั้งแสบ ทั้งกวน แน่นอนว่านี่เป็นนิสัยของพ่อรัน 

               “ปะ ลงไปข้างล่างกันพ่อรันกับแม่แก้มรอนานแล้ว” ผู้กองกรินทร์บอกน้องๆ แล้วเดินโอบไหล่แก้วเจ้าจอมลงไปยังห้องออกกำลังกายของบ้านโดยมีผู้กองกวินทร์เดินตาม 

               เพราะนานๆ จะได้มีวันหยุดตรงกันทั้งครอบครัว เช้าวันนี้ ผบ.กรันณ์ก็เลยชวนลูกๆ มาออกกำลังกายด้วยกันและฝึกศิลปะการต่อสู้เพิ่มเติมให้อีก เป็นลูกพ่อรันต้องอึด ถึก ทน ห้ามอ่อนแอเด็ดขาด สามพี่น้องแห่งบ้านสุวรรณเวชก็เลยได้ขึ้นชื่อทางด้านฝีมือการรบที่ไม่เป็นรองใคร แม้จะอายุมากแล้วแต่ ผบ.กรันณ์ก็ยังคงแข็งแรงไม่ได้มีเค้าของความแก่ให้เห็น ด้วยเป็นทหารที่ออกกำลังกายประจำ มีภรรยาคนสวยคอยดูแลเป็นอย่างดีหน้าตาจึงได้ดูอ่อนกว่าอายุจริงมาก เช่นเดียวกับราชาวดี ภรรยาของเขาที่ยังสวยวันสวยคืนไม่สร่างและได้ติดตามไปคอยดูแลสามีทุกที่ ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะย้ายลงไปประจำการเป็นผู้บังคับบัญชากองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้และหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมอยู่ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี แต่เธอก็ยังตามไปดูแลเขาเป็นอย่างดี ทำหน้าที่ของภรรยาที่ดีจนสามีทั้งรักและหลงไม่เสื่อมคลาย และหากวันหยุดมาถึงทั้งสองคนก็จะพากันไปเยี่ยมลูกๆ ทั้งที่แม่สอดและที่สัตหีบ สร้างความรักความอบอุ่นให้ลูกๆ ไม่เคยขาด 

               “ล้มพี่เรนเจอร์ให้ได้ ล้มได้เมื่อไหร่แล้วพ่อจะให้พัก” แก้วเจ้าจอมถึงกับอ้าปากค้างหวอเมื่อผู้เป็นพ่อสั่งแบบนี้ แหม ให้เธอที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ไปล้มผู้ชายร่างโตที่เป็นถึงหัวหน้าทีมของหน่วยซีลแห่งกองทัพเรือเนี่ยนะ 

               “สู้ๆ ไนเปอร์” ผู้กองกรินทร์ที่นั่งอยู่กับแม่ส่งเสียงเชียร์น้องสาวเพราะก่อนหน้านี้เขาเพิ่งจะซ้อมการต่อสู้กับผู้เป็นพ่อเสร็จ ผลของการต่อสู้คือเขาถูกผู้เป็นพ่อจับทุ่มลงกับพื้นจนหลังแทบหัก ดีว่าแม่แก้มแสนใจดีของเขามาช่วยชีวิตเอาไว้ได้ก่อน 

               “เรนเจอร์ออมมือให้น้องหน่อยนะลูก” ราชาวดีบอกลูกชาย แม้จะห่วงลูกมากแต่ก็เชื่อใจสามีเสมอ ที่สามีของเธอต้องสอนลูกๆ แบบนี้ก็เพื่อให้ลูกๆ สามารถเอาตัวรอดกันได้ และเขาจะไม่ปล่อยให้ลูกเป็นอะไรแน่นอน 

               “ถ้าไนเปอร์ชนะ ไนเปอร์จะไปประกาศให้ลั่นหน่วยซีลเลยว่าไนเปอร์ล้มหัวหน้าทีมของพวกเขาได้” 

               “ขี้โม้ รีบๆ เข้ามาเลยยัยโหด” ผู้กองกวินทร์ท้าทายน้องสาว ซึ่งพอเธอพุ่งเข้าไปหาเขาเขาก็รีบตั้งรับทันที สองพี่น้องก็เลยซ้อมการต่อสู้ให้พ่อกับแม่ดูอย่างดุเดือด 

               ปัก!!! ผลัวะ!!! ผลัก!!! ตุ๊บ! 

               “โอ๊ย!!!” แก้วเจ้าจอมร้องออกมาลั่นเมื่อถูกพี่ชายจับทุ่มลงไปกับพื้นอย่างจังทำเอาคนเป็นแม่แทบนั่งไม่ติด ส่วนคนเป็นพ่อก็ยังคงเชียร์ลูกๆ ให้สู้กันต่อ 

               แก้วเจ้าจอมยังคงนั่งอยู่กับพื้นตั้งแต่ถูกจับทุ่มลงเมื่อไม่อาจสู้แรงพี่ชายได้ แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เมื่อใช้แรงแล้วสู้เขาไม่ได้งั้นก็ต้อง... 

               “ไนเปอร์เจ็บจังเลยพี่เรนเจอร์ ก้นกบจะหักรึเปล่าก็ไม่รู้” เธอบอกเสียงอ่อนอย่างน่าสงสาร 

               “ตัวเองก็เป็นหมอ เรื่องแค่นี้จะไม่รู้หรอ” 

               “ไนเปอร์จุก มาช่วยพยุงไนเปอร์หน่อยสิคะ” เธออ้อนขอเสียงหวาน ผู้กองกวินทร์ที่คิดว่าเผลอทำน้องสาวเจ็บจริงๆ จึงได้รีบเข้าไปหาจะประคองเธอขึ้นด้วยความเป็นห่วง แต่... 

               ผลัวะ!!! พลั่ก!!! แล้วผู้กองหนุ่มก็ล้มลงไปนอนแผ่หราอยู่กับพื้นทันทีเมื่อถูกน้องสาวใช้ทีเผลอจัดการจนผู้กองกรินทร์หัวเราะลั่น ถ้าเรื่องการใช้กำลังแก้วเจ้าจอมสู้พี่ชายไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเรื่องมารยาหญิงนี่ขอให้บอก 

               ผู้กองกวินทร์พยายามจะพลิกตัวหนี แต่พอเขานอนคว่ำเท่านั้นแหละแก้วเจ้าจอมก็ขึ้นไปนั่งคร่อมบนหลังของเขาแล้วดัดขาของพี่ชายทันที 

               “โอ๊ย!!! ยัยขี้โกง” 

               “เวลาอยู่ในสนามรบจริงๆ ไม่มีใครเขามาห่วงเรื่องกฎ กติกาหรอกพี่เรนเจอร์ งานนี้ใครแกร่งกว่าคนนั้นรอด” ว่าแล้วแก้วเจ้าจอมก็ดัดขาพี่ชายต่อ พอ ผบ.กรันณ์นับสามเป็นอันยุติการต่อสู้แล้วแก้วเจ้าจอมก็ชูมือไชโยทันที ดีใจที่ล้มพี่ชายได้ในขณะที่ผู้กองกวินทร์ดูจะไม่พอใจกับผลการต่อสู้ ความจริงถ้าเขาจะเอาจริงแก้วเจ้าจอมมีหรือจะทำอะไรเขาได้ แต่ที่เขาไม่กล้าลงมือจริงก็เพราะว่าห่วงน้อง กลัวน้องจะเจ็บตัวมากกว่า 

               “ยัยโหดขี้โกง!” 

               “อะไร ขี้โกงอะไรไนเปอร์เปล่าซักหน่อย ไม่เชื่อพี่เรนเจอร์ก็ถามคุณพ่อดูสิว่าไนเปอร์โกงจริงรึเปล่า” 

               “อืม น้องไม่ได้โกง” ผบ.กรันณ์บอกลูกชายพลางเดินเข้าไปหาภรรยาคนสวยของตน ราชาวดีก็เลยหยิบผ้ามาซับเหงื่อให้เขาอย่างเอาใจ 

               “ถ้าตามกฎของกีฬาการต่อสู้แบบนี้คือโกงนะครับพ่อ แล้วทำไมพ่อถึงว่าไม่โกงล่ะ” ผู้กองกรินทร์ถามผู้เป็นพ่ออย่างสงสัยเมื่อน้องชายกับน้องสาวเดินเข้ามาหา 

               “ก็ถูกของซีล ตามกฎของกีฬาคือโกง แต่ก็อย่างที่ไนเปอร์พูดนั่นแหละ ในสถานการณ์จริงโจรผู้ร้ายมันไม่ยึดถือกฎกติกาหรอก คนที่แกร่งกว่าเท่านั้นถึงจะเป็นผู้รอด” แก้วเจ้าจอมยิ้มแป้นทันทีที่พ่อเข้าข้างก่อนจะหันไปยักคิ้วให้พี่ชาย ผู้กองกวินทร์ก็เลยล็อคคอเธอเข้าให้อย่างหมั่นไส้ที่อะไรๆ พ่อก็ดูจะเข้าข้างยัยโหดไปเสียหมด 

               “ซีล เรนเจอร์กับไนเปอร์จำที่พ่อสอนให้ดีนะ ถ้าจะต่อสู้เพื่อเกมกีฬา เราก็ควรเล่นตามกฎกติกาอย่าให้ใครเขาตราหน้าเอาว่าเป็นคนขี้โกง แต่ถ้าในการทำงานที่ต้องต่อสู้กับคนร้าย เพื่อรักษาชีวิตของตัวเองและผู้บริสุทธิ์ ถ้าจะโกงคนร้ายบ้างก็ไม่ผิดอะไรหรอก เราต้องมีไหวพริบรู้ทันคนร้าย เมื่อกี้นี้ที่ไนเปอร์ทำพ่อเห็นด้วย การที่ผู้หญิงจะล้มผู้ชายที่มีแรงมากกว่าน่ะมันเป็นไปได้ยาก มันก็ต้องมีลูกหลอกกันบ้างเพื่อให้ตัวเองพลิกสถานการณ์ขึ้นมาเป็นผู้ที่ได้เปรียบ” ผบ.กรันณ์ลูบศีรษะลูกสาวสุดที่รักอย่างเอ็นดูแล้วจึงหันมาทางลูกชายทั้งสอง 

               “แต่มารยาของผู้หญิงนั้นยากที่พวกเราจะตามทัน คนร้ายไม่ได้เป็นแค่ผู้ชายเสมอไป บางทีถ้าเราเจอกับคนร้ายที่เป็นผู้หญิง ถ้าเขาใช้มารยาหญิงหลอกเราซีลกับเรนเจอร์ก็ห้ามไปหลงกลเด็ดขาดนะลูก จริงอยู่ที่เราต้องมีความเป็นสุภาพบุรุษ แต่ลูกต้องแยกให้ออกระหว่างความเป็นสุภาพบุรุษกับคนโง่ อย่าให้ตัวเองต้องถูกผู้หญิงหลอกได้เด็ดขาด” 

               “แล้วพ่อเคยเจอคนร้ายที่เป็นผู้หญิงมั้ยครับ” ผู้กองกรินทร์ถามขึ้น ผู้เป็นพ่อจึงพยักหน้ารับ 

               “เคยสิ ฝีมือการต่อสู้ไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ กว่าจะจับได้ก็เล่นเอาแย่เหมือนกัน” พอผู้เป็นพ่อตอบ สองแฝดก็หันมายิ้มให้กัน ผู้กองกวินทร์เลยอยากจะลองของเสียหน่อย 

               “แล้ว...คนร้ายคนนั้นเคยใช้มารยาหญิงอะไรหลอกพ่อรึเปล่าล่ะครับ แบบว่าถูกผู้หญิงหลอกอะไรแบบนั้นน่ะ” 

               “นี่ก็มีเหมือนกัน แต่บังเอิญว่าพ่อมีของดีติดตัวก็เลยไม่เคยหลงกลคนร้ายผู้หญิงที่ไหนเลย” ว่าแล้ว ผบ.กรันณ์ก็ดึงสร้อยคอเส้นที่ใส่ติดตัวเอาไว้ตลอดออกมาให้ลูกๆ ดู สร้อยที่มีจี้ล็อกเก็ตเงินทรงกลม พอเปิดออกก็มีภาพถ่ายขนาดเล็กติดอยู่ทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งเป็นภาพของราชาวดี ภรรยายอดรักยอดดวงใจของตน ส่วนอีกด้านเป็นภาพของลูกรักที่เป็นดังแก้วตาดวงใจทั้งสามคน ราชาวดีกับลูกๆ เห็นของดีที่เขาว่าก็ยิ้มออกมาอย่างซึ้งใจและอบอุ่นหัวใจยิ่งนัก 

               “ภาพของทุกคนในล็อกเก็ตคือกำลังใจที่ดีที่สุดของพ่อและเป็นสิ่งเตือนใจว่าพ่อมีคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตรออยู่ จะเถลไถลที่ไหนไม่ได้ และพ่อจะไม่มีวันทำให้ทุกคนต้องเสียใจเพราะพ่อเด็ดขาด” ผบ.กรันณ์หันมายิ้มสบตากับภรรยาแล้วจึงก้มลงมาจูบหน้าผากของเธอเบาๆ ต่อหน้าลูกๆ ทำเอาสามพี่น้องส่งเสียวแซวกันไม่หยุด พ่อรันกับแม่แก้มของพวกตนรักกันมากเหลือเกิน ตั้งแต่จำความได้ทั้งสามคนก็เห็นพ่อกับแม่อยู่ตัวติดกันตลอด ไม่เคยทะเลาะกันอย่างรุนแรงเลย ถ้ามีเรื่องให้งอนกัน ก็ไม่เคยงอนข้ามวันข้ามคืน ความรักของพ่อรันกับแม่แก้มเป็นความรักที่บริสุทธิ์และมาพร้อมกับเหตุผล ด้วยเหตุนี้ทั้งสองก็เลยรักกันไม่เสื่อมคลาย คนเป็นลูกเห็นแบบนี้ก็เลยทั้งสุขใจและอุ่นใจตาม 

               “ผมก็จะช่วยพ่อดูแลและปกป้องแม่แก้มกับน้องๆ ด้วยนะครับ” ผู้กองกรินทร์บอกก่อนจะกอดผู้เป็นแม่ ราชาวดีจึงกอดและจูบลูกชายตอบอย่างรักล้นใจ ผู้กองกวินทร์เห็นแบบนี้ก็ไม่ยอมน้อยหน้ารีบกอดทั้งพ่อแล้วก็แม่เอาไว้ด้วยอีกคน 

               “ผมก็จะช่วยพี่ซีลดูแลแม่แก้มกับยัยโหดครับ โดยเฉพาะแม่แก้ม ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เป็นหนึ่งในหัวใจของผม ผมจะปกป้องแม่แก้มให้ดีที่สุดแล้วก็จะไม่ยอมให้ใครมาทำให้แม่แก้มของผมเสียใจด้วย” 

               “ปากหวานไม่เคยเปลี่ยนเลยลูกคนนี้” ราชาวดีกอดจูบลูกชายคนเล็กบ้าง ก่อนที่ทุกคนจะหันมาทางแก้วเจ้าจอม น้องเล็กสุดแสบที่ยังนั่งทำหน้าซึ้งอยู่ 

               “ไนเปอร์ก็จะปกป้องและดูแลพ่อรัน แม่แก้มกับพี่ซีล พี่เรนเจอร์ค่ะ ไนเปอร์เชื่อใจพ่อรันเสมอว่าพ่อรันรักพวกเราและจะไม่ทำให้พวกเราเสียใจ สำหรับไนเปอร์พ่อรันคือผู้ชายที่แสนดีที่สุด ถ้าไนเปอร์จะมีแฟน แฟนของไนเปอร์ก็จะต้องแสนดีแบบพ่อรันเท่านั้นค่ะ” 

               ฟังเหมือนจะดูดีแต่ทำไม ผบ.กรันณ์ถึงได้รู้สึกไม่ชอบใจเวลาที่ลูกสาวบอกว่าจะมีแฟนเลยนะ 

               “งั้นไนเปอร์ก็คงไม่มีแฟนหรอกลูกชาตินี้ เพราะผู้ชายที่แสนดีแบบพ่อน่ะ มีแค่พ่อคนเดียวในโลก หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว อยู่เป็นยัยหนูของพ่อกับแม่แก้มไปแบบนี้ตลอดเลยแล้วกันนะ” คนหวงลูก ยังไงก็หวงลูกอยู่วันยันค่ำจนสองแฝดอดขำน้องสาวไม่ได้ พ่อหวงขนาดนี้ท่าจะได้ขึ้นคานจริงๆ ราชาวดีก็เลยกอดจูบลูกสาวด้วยอีกคน ตอนเด็กๆ ว่าสวยน่ารักแล้ว แต่ยิ่งโตเป็นสาวแก้วเจ้าจอมก็ยิ่งสวยจนตอนนี้ไม่ได้มีแค่ผู้เป็นพ่อเท่านั้นที่หวง คุณปู่ของเธอยิ่งหวงเธอหนัก ไหนจะพ่อภูกับบรรดาคุณอาอีก ทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้จะมีใครมาพิชิตใจคุณพ่อของเธอได้รึเปล่าก็ไม่รู้ 

               แชะๆๆ เสียงชัตเตอร์ถ่ายภาพดังขึ้นทำให้ทั้งห้าคนพ่อแม่ลูกที่กอดกันอยู่ต้องรีบผละออกจากกัน พอหันไปมองทางประตูห้องออกกำลังกายของบ้านก็เห็นหนุ่มหล่อวัยสิบแปดปีกำลังแอบถ่ายภาพครอบครัวให้อยู่ แล้วพอถูกจับได้ชายหนุ่มรายนี้ก็ฉีกยิ้มกลบเกลื่อน รีบยืนตัวตรงอย่างสง่างามในชุดเครื่องแบบของนักเรียนเตรียมทหารปีสุดท้าย คณานนท์หรือทัพฟ้า เป็นลูกชายของผู้การคณิน ผู้การกรมทหารพรานที่ 35 กับขวัญตา แพทย์ทหารประจำกรมทหารพรานที่ 35 น้องเขยและน้องสาวของ ผบ.กรันณ์ และคณานนท์ก็ยังเป็นน้องชายของขวัญคณินด้วย  

               “สวัสดีครับคุณลุง สวัสดีครับคุณป้า สวัสดีครับพี่ชีล พี่เรนเจอร์ พี่ไนเปอร์” นักเรียนเตรียมทหารยกมือขึ้นวันยาหัตถ์ทำความเคารพทุกคนตามระเบียบที่ได้ฝึกมา 

               “อ้าวทัพฟ้า กลับบ้านมาแล้วหรอลูก” ราชาวดีทักขึ้นก่อนใครๆ เมื่อหลานชายเดินเข้ามาหา แม่ของคณานนท์เป็นน้องสาวของ ผบ.กรันณ์ ซึ่งก็หมายความว่าทั้งคณานนท์และขวัญคณินผู้เป็นพี่สาวต่างก็เป็นหลานชายและหลานสาวสายเลือดเดียวกันของบ้านนี้ด้วย และบ้านของเขาก็อยู่ถัดจากที่นี่ไปแค่ไม่กี่หลังเท่านั้น 

               “เป็นไง พี่ได้ข่าวว่าเมื่อวานนี้ถูกทำโทษที่โรงเรียนจนห้ามกลับบ้านเลยอดไปงานรีคอนที่สัตหีบเลย ไปก่อคดีอะไรเอาไว้สารภาพมาเดี๋ยวนี้” ผู้กองกรินทร์รีบกอดคอถามน้องชาย 

               “แอบหนีเที่ยวใช่มั้ย” ผู้กองกวินทร์ชี้นิ้วถามอย่างรู้ทัน คณานนท์ก็เลยได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ให้ 

               “พี่เรนเจอร์รู้ได้ยังไงว่าผมแอบหนีเที่ยว” 

               “ผีเห็นผีไง สมัยเรียนฉันก็ทำบ่อย แต่ฉันเก่งครูเลยจับไม่ได้ ฮ่าๆๆ” 

               “อ๋อ นี่เคยแอบหนีเที่ยวหรอ ส่งให้ไปเรียนแต่ไปแอบหนีเที่ยวแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน” ผบ.กรันณ์หันมาทำหน้าดุใส่ลูกชาย เจ้าลูกคนนี้มันกะล่อนได้ใครนะ ทั้งกะล่อน ทั้งกวนบาทาแล้วก็ใจร้อนชอบมีเรื่องไปทั่ว ไอ้นิสัยแย่ๆ แบบนี้น่ะเหมือนจะได้มาจากพ่อมันเลย 

               “โธ่พ่อครับ มันหลายปีแล้วนะ ตอนนี้ผมเรียนจบเตรียมทหาร เรียนจนนายเรือจนมาทำงานแล้วเนี่ย” 

               “ซีล เอาเรนเจอร์ไปลงโทษย้อนหลังให้พ่อหน่อย” 

               “ไม่ได้นะครับพ่อ” ผู้กองกวินทร์รีบยกมือห้ามแล้วพยักหน้ามาทางพี่ชาย “ตอนที่แอบหนีเที่ยวน่ะ พี่ซีลก็ไปด้วย คนนี้แหละหัวโจก ถ้าพ่อจะลงโทษผม พ่อต้องลงโทษพี่ซีลด้วยนะครับ” 

               “อ้าวไอ้น้องบ้า ฟ้องนายขายพี่แบบนี้ก็ได้หรอวะ” แล้วสองแฝดก็กระโจนเข้าใส่กันจนแก้วเจ้าจอมรำคาญก็เลยผลักพี่ชายทั้งสองหนีไปไกลๆ ตอนอยู่ต่อหน้าลูกน้องล่ะทำเป็นเข้มเป็นขรึม พอกลับบ้านมาแล้วทำตัวปัญญาอ่อนกันมากๆ น่าอายจริงๆ ที่มีพี่แบบนี้ 

               “สรุปคือแอบหนีเที่ยวเลยถูกลงโทษอยู่ที่โรงเรียนว่างั้น” 

               “ต่อไปผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วครับคุณลุง ก็นาวีมันอกหักผมก็เลยอยากปลอบใจมันเลยพามันแอบออกไปดื่มข้างนอกเท่านั้นเอง” 

               “นาวีอกหัก ฮ่าๆๆ ไม่ได้พ่อมาเลย พ่อของเจ้าหมอนี่ออกจะจีบสาวเก่ง” ผู้กองกวินทร์อดเอ่ยถึงคุณอาอีกคนของตนไม่ได้ คุณอานทีหรือผู้การนที ผู้การกรมทหารพรานที่ 46 พ่อของธารนทีหรือเจ้านาวีที่เพิ่งจะอกหักรักคุด ก็คุณอานทีนี่แหละที่เป็นคนสอนเขาจีบสาวๆ ไม่งั้นเขาไม่พลิ้วขนาดนี้หรอก ตอนนี้เขาได้ฉายาพ่อหนุ่มนักรักเบอร์สองต่อคุณอามาแล้ว 

               “อย่าซ้ำเติมกันสิพี่เรนเจอร์ นาวีมันร้องไห้แทบเป็นแทบตายเลยนะ ท่าทางมันจะรักของมันจริงๆ” 

               “แล้วตอนนี้มันอยู่ไหน ทำไมไม่พามันมาหาพี่ด้วย” 

               “กลับบ้านที่ตราดไปพักใจแล้วล่ะพี่ เดี๋ยวเปิดเรียนมันคงจะดีขึ้นเองแหละ” ได้ยินเรื่องของลูกๆ หลานๆ ผบ.กรันณ์ก็อดนึกถึงพ่อของหลานๆ ทั้งสองไม่ได้ ทั้งผู้การคณินแล้วก็ผู้การนที รุ่นพ่อเป็นเพื่อนรักเพื่อนตายกัน ไม่คิดว่าพอมารุ่นลูกแล้ว ลูกชายของทั้งสองคนก็ยังได้มาเป็นเพื่อนรักเพื่อนตายกันอีกรุ่น เห็นว่าพอเรียนจบจากเตรียมทหารแล้วจะไปขึ้นเหล่าที่โรงเรียนนายเรืออากาศกัน อีกไม่นานเขาก็คงจะได้เห็นหลานชายทั้งสองขับเครื่องบินรบโชว์แล้วล่ะ 

               “ได้ยินแว่วๆ ว่ามีคนอกหัก ใครกันหรอ” ผู้มาใหม่อีกรายเดินเข้ามาในห้องออกกำลังกาย หลังจากที่ยกมือไหว้คุณอาทั้งสองแล้วผู้หมวดศิขรินก็เดินเข้ามานั่งลงข้างๆ แก้วเจ้าจอม คณานนท์เลยหันมาทำความเคารพพี่ชาย ที่คาดว่าน่าจะได้มาเป็นพี่เขยในอนาคตของตน 

               “นาวีอกหักครับพี่ อ้อ! ยินดีด้วยนะครับนักรบรีคอนคนใหม่ ขอโทษนะครับที่ผมไม่ได้ไปร่วมงานเมื่อวานนี้” 

               “ไม่เป็นไร เห็นพี่ซีลบอกว่าถูกทำโทษไม่ให้กลับบ้านนี่ ทีหลังก็อย่าทำอีกนะ นาวิกกับพลร่มก็ไม่ได้มางานพี่เหมือนกัน เห็นว่าออกฝึกภาคสนาม ป่านนี้ไม่รู้ว่าเมาเรืออ้วกแตกอ้วกแตนแล้วยัง” ผู้หมวดศิขรินพูดถึงนาวิกหรือนคินทร์ น้องชายของตนที่ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนนายเรือปี 1 กับพลร่มหรืออัศวิน น้องชายของอรินที่เรียนอยู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจปี 1 เช่นกัน เพราะเขารู้ดีว่าเวลาออกฝึกภาคสนามมันหนักแค่ไหน ถ้าน้องชายมางานของเขาไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก 

               “นาวิกไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอกรีคอน ก่อนออกเรือไนเปอร์ให้ยาแก้เมาเรือไปตั้งเยอะ นี่ก็งงใจกับเขาอยู่ เมาเรือขนาดนั้นแล้วยังจะไปเป็นทหารเรืออีก สงสัยจะมีคนเสี้ยม” แก้วเจ้าจอมหันมาทางทหารเรืออีกนายที่อยู่ในที่นี่ด้วย เพราะนคินทร์นั้นมีพี่ชายของเธอเป็นไอดอล นคินทร์ก็เลยอยากเป็นทหารเรือตามแบบผู้กองกวินทร์ แบบอย่างดีๆ อย่างผู้กองกรินทร์ ผู้หมวดศิขรินทร์ไม่รู้จักเอาเป็นเยี่ยงอย่าง นี่อะไร ดันมาคว้าพ่อปลาไหลอย่างผู้กองกวินทร์ไปเป็นแบบอย่างซะงั้น 

               “เอ๊ะ! แล้วรีคอนเป็นอะไรรึเปล่า เหมือนจะไม่สบายเลยนะหน้าซีดๆ ตาแดงๆ แล้วดูสิ แต่งชุดดำอย่างกับจะไปงานศพใครเลย” แก้วเจ้าจอมเพิ่งจะสังเกต ทุกคนก็เลยหันมามองทางเขาอีกที 

               “เพื่อนตายน่ะ” 

               “นี่ ไนเปอร์แค่แซวเล่นๆ นะ ไม่ต้องมาตบมุข” 

               “เปล่า เพื่อนพี่ตายแล้วจริงๆ ถูกพวกผู้ร้ายยิงที่พัทยาเมื่อคืนนี้น่ะ” แล้วทั้งห้องออกกำลังกายก็ตกอยู่ในความเงียบ ผู้หมวดศิขรินทร์น้ำตาคลอออกมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องนี้จนแก้วเจ้าจอมต้องเข้าไปกอดเขาเอาไว้และมีพี่ชายฝาแฝดกับคณานนท์ลูบหลังให้กำลังใจ 

               “มันเกิดอะไรขึ้นรีคอน” ผบ.กรันณ์รีบถามหลานชาย ท่าทางเพื่อนคนที่ว่าจะสนิทกับหลานชายของตนมากไม่งั้นคนอย่างผู้หมวดศิขรินไม่มีทางร้องไห้ออกมาต่อหน้าทุกคนหรอก 

               “ผู้หมวดธนากร เขาเป็นตำรวจพลร่มที่ไปฝึกรีคอนพร้อมกันกับผมครับคุณอา เขาเป็นคู่บัดดี้ของผมด้วย เมื่อคืนนี้ตอนที่เขาไปเลี้ยงฉลองที่ฝึกรีคอนจบแล้วกับพี่ชาย เขาเห็นตำรวจกำลังไล่ล่าพวกค้ายาอยู่ก็เลยเข้าไปช่วย แต่คนร้ายมากันหลายคนแล้วก็ใช้อาวุธสงครามกราดยิง เขาก็เลย...” 

               “ตายจริง” ราชาวดีอุทานออกมาแล้วเข้าไปกอดหลานชายเอาไว้อีกคน รู้สึกสงสารผู้หมวดหนุ่มที่เสียชีวิตนัก ยังหนุ่ม ยังอนาคตไกล ไม่น่าอายุสั้นแบบนี้เลย 

               “แล้วคนร้ายล่ะ จับได้มั้ย” ผู้กองกวินทร์ถาม น่าเสียดายที่เขาอยู่ในช่วงวันหยุด ถ้าเขารู้เรื่องนี้ล่ะก็คงไปจัดการกับไอ้พวกค้ายานั่นแล้ว น่าเจ็บใจจริงๆ 

               “ผู้กองพนา พี่ชายของเพื่อนผมจัดการวิสามัญหมดทุกคนแล้ว เขาเป็นตำรวจพลร่มหัวหน้าชุดในปฏิบัติการพิเศษ นเรศวร 261 ครับ ผมว่าเขาคงแค้นที่น้องชายถูกยิงต่อหน้าต่อตา ตอนนี้เขายังทำใจไม่ได้เลย พวกเขามีกันแค่สองคนพี่น้องเท่านั้น” 

               “หน่วยนเรศวร 261 เลยหรอ แบบนี้ก็นักรบฝีมือเยี่ยมสิ” ผบ.กรันณ์ว่า เสียดายนักที่ยาเสพติดทำให้กองทัพต้องเสียตำรวจดีๆ ไปอีกคน ยังหนุ่มอยู่แท้ๆ ไม่น่าเลย อายุก็ไล่เลี่ยกันกับลูกชายของเขาด้วยสิ ยิ่งมีกันแค่สองคนพี่น้องยิ่งน่าสงสาร ป่านนี้ไม่รู้ว่าคนพี่ชายจะเป็นยังไงบ้าง 

               “รีคอนจะไปงานศพเพื่อนใช่มั้ย งั้นซีลกับเรนเจอร์เป็นตัวแทนพ่อไปช่วยงานศพเขาหน่อยนะ” 

               “งานศพจัดที่เพชรบุรีนะครับ พรุ่งนี้พี่ซีลกับพี่เรนเจอร์ก็ต้องกลับเข้าหน่วยกันแล้วจะไปกันยังไง” รีคอนถาม แก้วเจ้าจอมจึงเป็นคนยกมือขึ้นมา 

               “ไนเปอร์จะไปกับรีคอนเองค่ะ เมื่อวานนี้ตอนที่รีคอนพาไนเปอร์ไปรู้จักกับเพื่อนๆ ไนเปอร์ได้เจอกับผู้หมวดคนนี้อยู่ น่าสงสารจังเลยนะคะ เพิ่งฝึกรีคอนจบเมื่อวานนี้แท้ๆ” ถึงปากจะบอกว่าสงสารคนเป็นน้อง แต่แก้วเจ้าจอมกลับรู้สึกห่วงคนเป็นพี่มากกว่า ถึงว่าสิเมื่อคืนนี้ตอนที่เธอฝันถึงเขา หน้าตาเขาดูเศร้ามากๆ น้องชายตายทั้งคนมันไม่ใช่เรื่องที่จะทำใจได้ง่ายๆ ถ้าพี่ชายฝาแฝดของเธอ ผู้หมวดศิขริน อรินหรือน้องๆ คนไหนต้องจากไปต่อหน้าต่อตาเธอบ้างเธอเองก็ทำใจไม่ได้เหมือนกัน ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้างนะ เขาไม่มีใครอีกแล้วนี่นอกจากน้องชายคนนี้ 

  

 

 

               ผู้กองพนานั่งอยู่ข้างศพของน้องชายด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบขณะที่มีแขกมาร่วมงานรดน้ำศพน้องชายของเขา ทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาจากกรมตำรวจและกองกำกับการของตำรวจพลร่ม น้องชายของเขาตายขณะเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนตำรวจจากพวกคนร้าย แม้จะอยู่นอกหน้าที่หรือปฏิบัติการแต่ถึงอย่างไรน้องของเขาก็เป็นตำรวจและเสียชีวิตจากการทำหน้าที่ ทางกรมตำรวจจึงเชิดชูเกียรติน้องชายเขาจัดงานศพให้อย่างยิ่งใหญ่ นอกจากผู้หลักผู้ใหญ่จะมาร่วมงานกันเยอะแล้วก็ยังมีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ตำรวจพลร่มและเพื่อนนักรบรีคอนของผู้หมวดธนากรมาร่วมงานด้วย แม้จะดีใจที่ทุกคนมาร่วมงานศพของน้องชายเยอะแบบนี้ แต่ถ้าน้องชายของเขาไม่ต้องจากไปก็คงจะดีกว่า ตอนนี้เขาคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น เขาไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำยังไงต่อ ใครจะอยู่เป็นกำลังใจให้เขาต้องสู้ต่อกัน ชีวิตของเขาตอนนี้เขาไม่มีใครอีกแล้ว 

               “ผู้กองครับ ผู้กองไปกินข้าวกินปลาก่อนมั้ย ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ผู้กองยังไม่ได้กินอะไรเลยนะครับ” ผู้หมวดเผ่าเทพและผู้หมวดศิวะ ลูกน้องคนสนิทของเขาเดินเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่นั่งนิ่งอยู่ข้างศพน้องชาย 

               “เชื่อที่ผู้หมวดเผ่าเทพบอกเถอะนะครับ เดี๋ยวตรงนี้ผมจะรับแขกแทนเอง พี่น้องตำรวจพลร่มของพวกเรามาช่วยงานกันเยอะ ผู้กองไม่ต้องห่วงเรื่องงานหรอกนะครับ” 

               “...” 

               ผู้หมวดหนุ่มทั้งสองได้แต่มองหน้ากันอย่างไม่รู้ว่าจะทำยังไง ผู้กองพนาธรรักน้องชายมาก อะไรๆ ก็มีแต่น้องชาย พอเสียน้องชายไปเขาคงยากที่จะทำใจจริงๆ 

               “สวัสดีครับ” เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น เขาแต่งกายด้วยชุดขาวนายทหารสวมปลอกแขนสีดำเพื่อไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต ผู้กองพนาจำเสียงของเขาได้เลยหันหน้ามามองตาม แล้วก็ต้องชะงักนิ่งเมื่อเห็นว่าข้างกายของนายทหารหนุ่มคนนี้มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย เธอแต่งชุดกระโปรงสีดำดูสวยงามและเรียบร้อย สีหน้าแววตาดูสงบนิ่งไม่ได้ซุกซนเหมือนกับเมื่อวาน ความสวยของเธอทำให้แขกทุกๆ คนที่อยู่ในงานต่างก็หันมามองอย่างสนใจว่าเธอเป็นใคร ผู้กองพนาเหมือนเริ่มจะมีสติขึ้นมาเมื่อได้เห็นเธอ หัวใจที่ห่อเหี่ยวของเขากลับมาเต้นตามปกติได้อีกครั้ง 

               “พี่จำผมได้มั้ยครับ ผมชื่อรีคอน เป็นเพื่อนบัดดี้กับเจ้ากร เราเจอกันเมื่อวานนี้ในงานปิดหลักสูตรอบรมรีคอน” ผู้หมวดศิขรินแนะนำตัวอีกครั้ง ผู้กองพนาจึงพยักหน้ารับว่าเขาจำได้ ยิ่งเห็นนายทหารหนุ่มดูตาแดงๆ เขาก็เข้าใจดีว่าผู้หมวดคนนี้คงจะเสียใจไม่น้อยที่น้องชายของเขามาจากไปแบบนี้ 

               “ผมเสียใจด้วยนะครับพี่ ผมไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น เมื่อวานนี้ผมกับเจ้ากรยังพูดคุยกันอยู่เลย เรายังนัดจะรวมตัวไปเที่ยวด้วยกัน...” ผู้หมวดศิขรินพูดต่อไม่ได้เมื่อรู้สึกจุกแน่นไปทั้งอก แก้วเจ้าจอมจึงลูบหลังพี่ชายเบาๆ อย่างปลอบใจ ผู้กองพนาเลยต้องเบือนหน้าหนีด้วยไม่อยากมองภาพบาดตา ถ้าคนที่เธอปลอบอยู่เป็นเขาก็คงจะดีสินะ 

               “ก่อนตายเจ้ากรบอกว่าผู้หมวดเป็นเพื่อนที่ดีมากๆ ของเขาเลยนะ เขารักผู้หมวดมาก เห็นผู้หมวดมางานศพของเขาแบบนี้ เขาคงดีใจ” พอได้ยินแบบนี้ผู้หมวดศิขรินก็ยิ่งน้ำตาร่วงก่อนจะเดินเข้าไปรดน้ำศพผู้เป็นเพื่อน แก้วเจ้าจอมจึงเดินเข้าไปหาผู้กองพนา ถึงเขาจะไม่ได้ร้องไห้แต่ตาของเขาก็ดูแดงๆ ถึงภายนอกเขาจะดูเข้มแข็งมากแค่ไหนแต่เธอเชื่อว่าภายในใจของเขาต้องกำลังเจ็บปวดอยู่มากแน่ๆ 

               “ผู้กองคะ” เธอเรียกเขา เขาจึงหันกลับมามองทางเธออีกครั้ง ซึ่งทันทีที่สบตากันเธอก็ยิ่งสงสารและเป็นห่วงเขานัก เธออยากเห็นเขาแบบเมื่อวานนี้มากกว่า ขรึมๆ แต่ก็ดูร่าเริงดีไม่ใช่เอาแต่ทำหน้าอมทุกข์แบบนี้ 

               “ฉันเสียใจด้วยนะคะ ฉันได้ยินมาว่าผู้หมวดเขาเสียชีวิตเพราะไปช่วยเพื่อนตำรวจจากคนร้าย เขากล้าหาญมากๆ เลย เขาเป็นตำรวจที่ดี ห่วงใยประชาชนและเพื่อนตำรวจด้วยกัน ผู้กองต้องภูมิใจในตัวของเขาแล้วก็ต้องทำใจให้ได้นะคะ เวลาที่น้องชายของผู้กองเขามองลงมาจากบนสวรรค์เขาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง” เธอยิ้มหวานๆ ให้กำลังใจเขาอีกครั้งจนผู้กองพนาน้ำตาคลอ ใจอยากจะดึงเอาเธอเข้ามากอดแล้วร้องไห้ออกมาให้เธอปลอบ แต่พอระลึกได้ว่าเธอไม่ใช่ของเขาเขาก็ได้แต่หักห้ามใจเอาไว้แล้วพยักหน้าตอบเธอเบาๆ 

               “ขอบคุณครับ” เขาพูดได้แค่นี้จริงๆ ปากคอของเขามันแห้งผากไปหมด รอยยิ้มของเธอเมื่อครู่นี้มันหวานละมุนจนหัวใจของเขาชุ่มชื้น เขาอยากให้เธออยู่กับเขาตรงนี้อีกนานๆ แต่ก็คงจะเป็นไปไม่ได้เมื่อแก้วเจ้าจอมเดินเข้าไปรดน้ำศพน้องชายของเขาแล้วเธอก็เดินเคียงคู่จากไปกับคนรักของเธอและไปนั่งอยู่กับกลุ่มนักรบรีคอน 

               “โห ใครหรอครับผู้กองทำไมถึงได้สวยขนาดนี้ สวยอย่างกับนางฟ้าแน่ะ” 

               “นั่นสิครับ ชีวิตนี้เจอผู้หญิงมาเยอะ แต่ผู้หญิงที่สวยขนาดนี้น่ะเกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็นนี่แหละ” ผู้หมวดเผ่าเทพกับผู้หมวดศิวะมองตามแก้วเจ้าจอมตาพราว ตอนนี้เหล่าตำรวจทหารเกือบทุกนายต่างก็มองไปยังเธอ ทุกคนก็คงคิดแบบเดียวกันกับพวกเขา 

               “แฟนของผู้หมวดคนเมื่อกี้นี้น่ะ ผู้หมวดเขาเป็นเพื่อนกับน้องชายผม” ผู้กองพนาตอบอย่างขมขื่นแล้วหันมาทางร่างของน้องชายตัวเอง 

               “สาวสวยที่แกแอบชอบน่ะเขามางานแกด้วยนะ ได้เห็นเขามาหาแกคงจะดีใจใช่มั้ย” เขาพูดกับร่างของน้องชายแล้วกุมมือที่เย็นเฉียบเอาไว้ ต่อไปนี้เขาคงจะไม่ได้จับมือของน้องอีก เขาจะต้องเข้มแข็งให้ได้ น้องชายของเขาตายในฐานะของฮีโร่ เขาควรภูมิใจในตัวของน้องชายตามที่แก้วเจ้าจอมบอก 

 

 

               แก้วเจ้าจอมไม่อยากมาร่วมงานแค่มานั่งเฉยๆ แล้วก็ฟังพระสวดเท่านั้น เมื่อไม่มีอะไรทำเธอก็ไปช่วยเสิร์ฟน้ำให้แขกภายในงาน ช่วยงานเจ้าหน้าที่เท่าที่จะทำได้ราวกับเป็นญาติผู้เสียชีวิตเสียเอง เธอเองก็เป็นตำรวจคนหนึ่ง แล้วผู้เสียชีวิตก็เป็นตำรวจโดยเฉพาะเป็นตำรวจตระเวนชายแดนเหมือนกันด้วย เรียกได้ว่าเป็นพี่น้องร่วมหน่วยงานเดียวกัน อะไรช่วยกันได้เธอก็ต้องช่วยไว้ก่อนแหละ ส่วนผู้หมวดศิขรินก็ไปช่วยงานด้านอื่นๆ ร่วมกับเพื่อนๆ ที่ฝึกรีคอนมาด้วยกัน เรียกได้ว่านอกจากจะมาเป็นแขกแล้วก็ยังมาช่วยงานด้วยอีกแรง 

               “หนูๆ” ในขณะที่เสิร์ฟน้ำอยู่ จู่ๆ ตำรวจนายหนึ่งก็กวักมือเรียกเธอไปหา ดูจากยศตำแหน่งแล้วก็น่าจะใหญ่โตอยู่พอควร แต่ไม่ใช่ ตชด. น่าจะเป็นนายตำรวจที่มาจากชลบุรี สงสัยเป็นผู้บังคับบัญชาทีมตำรวจที่ปะทะกับคนร้ายตอนที่เกิดเรื่อง 

               “รับเครื่องดื่มใช่มั้ยคะ” เธอรีบยื่นถาดเครื่องดื่มให้ซึ่งนายตำรวจนายนี้ก็หยิบแก้วน้ำเปล่าไป แต่หยิบไม่หยิบเปล่ายังแอบแตะมือเธออีกด้วย หนอย...ไอ้เฒ่าหัวงู สงสัยจะไม่อยากตายดีซะแล้วสิ คนที่ควรไปนอนให้ทุกคนมารดน้ำศพน่ะน่าจะเป็นตาลุงนี่มากกว่า 

               “หนูเป็นญาติกับผู้หมวดที่เสียชีวิตหรอ หนูสวยมากๆ เลย ชื่ออะไรล่ะ” 

               “ท่านอยากรู้จักดิฉันหรอคะ ทำไมคะ จะจีบหรอ” 

               “แล้วจีบได้มั้ยล่ะ” อีกฝ่ายถามเธอกลับ สายตาแพรวพราวเจ้าชู้อย่างน่ารังเกียจแล้วทำท่าจะเข้ามาจับมือเธออีกจนแก้วเจ้าจอมต้องถอยหนี 

               “ก็ต้องดูก่อนค่ะว่าท่านกล้าพอรึเปล่า ก่อนจะจีบดิฉัน ไปขออนุญาตคุณปู่กับคุณพ่อของดิฉันก่อนสิคะ” 

               “แล้วปู่กับพ่อหนูเป็นใครกันล่ะ มางานด้วยรึเปล่า” 

               “คุณปู่กับคุณพ่อไม่ได้มาค่ะ แต่คุณปู่กับคุณพ่อฝากเอาพวงหรีดมาให้” ว่าแล้วเธอก็พยักหน้าไปทางพวงหรีดมากมายหลายพวงที่ทางหน่วยงานต่างๆ นำมาร่วมไว้อาลัย และที่เด่นที่สุดก็เป็นพวงหรีดจากท่านนายพลปภพ องคมนตรี อดีตผบ.ทบ.และผู้บัญชาการทหารสูงสุด และของ ผบ.กรันณ์ที่แค่เห็นนามสกุล สุวรรณเวช เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในงานทุกคนก็รู้ดีว่าเป็นใครและมีอำนาจมากแค่ไหน 

               “ส่วนพลตรีคีรินทร์รองแม่ทัพภาค 3 เป็นพ่อบุญธรรมของดิฉันค่ะ ท่านรู้จักคุณปู่กับคุณพ่อทั้งสองของดิฉันแล้ว ยังกล้าจะจีบดิฉันอยู่มั้ยคะ เอ๊ะ! รึอยากเรียนสายกับคุณปู่ของดิฉันดีคะจะได้ต่อสายให้พูดกันตรงนี้เลย” ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ทำให้ตำรวจนายนี้ถึงกับหน้าซีด ใครจะไปรู้ล่ะว่าจะเป็นลูกหลานคนมีอำนาจแบบนี้ เห็นสวยๆ หน้าตาซื่อๆ ที่ไหนได้ ร้ายไม่เบา ถ้าเขามีเรื่องกับเธอแล้วปู่กับพ่อๆ ของเธอมาเอาเรื่อง เขาได้ตายแน่ๆ 

               “ไม่ต้องแล้วๆ เออ...สงสัยผมจะทักคนผิดน่ะ” 

               “ไม่จริงมั้ง พันตำรวจโทคมกฤช เรืองพิศาล...ชื่อเพราะดีนะคะ ไว้กลับบ้านแล้วดิฉันจะเรียนคุณปู่กับคุณพ่อค่ะว่าได้เจอท่านด้วย” เธอมองไปที่ป้ายชื่อบนอกเสื้อของเขาแล้วกระตุกยิ้มที่มุมปากเยาะ ตำรวจนายนี้รู้ว่าเล่นด้วยผิดคนแล้วก็เลยรีบเดินหนีไปโดยมีแก้วเจ้าจอมมองตามราวกับจะกินเลือดกินเนื้ออีกฝ่าย 

               “ถ้าไม่เห็นว่าเป็นงานศพผู้หมวด แม่จะเอาแก้วน้ำฟาดหน้าให้หาทางกลับบ้านไม่ถูกเลย ไอ้เฒ่าหัวงู รู้จักลูกสาวพ่อรันน้อยไปซะแล้ว” เธอว่าก่อนจะเดินเอาถาดแก้วน้ำไปเก็บ หมดอารมณ์ทำงานแล้ว หงุดหงิด อยากกระทืบคนแก้โมโหเว้ย 

               แก้วเจ้าจอมเดินกระทืบเท้ามาทางด้านหลังศาลาเพื่อหลบเลี่ยงผู้คน ตอนนี้ก็ค่อนข้างมืดแล้ว ศพของผู้หมวดธนากรถูกบรรจุลงโลงอย่างเรียบร้อย และพระก็เพิ่งสวดเสร็จเมื่อกี้นี้ เธอคงจะได้มาร่วมงานศพแค่คืนนี้เท่านั้นเพราะพรุ่งนี้ต้องกลับไปทำงานที่แม่สอดแล้ว ส่วนผู้หมวดศิขรินถึงแม้จะทำงานคนละหน่วยกับเธอแต่ก็ทำงานในพื้นที่เดียวกันและเป็นหนึ่งในกองกำลังนเรศวรเหมือนเธอ พี่ซีลของเธอก็ด้วย เธอกับเหล่าพี่ชายเลยได้ร่วมงานกันเป็นประจำที่แม่สอด เขาเองก็มีกำหนดกลับแม่สอดพร้อมเธอ แต่พอเพื่อนรักมาเสียชีวิตแบบนี้เขาก็เลยลางานต่อเพื่อช่วยงานศพจนกว่าจะแล้วเสร็จ เธอเลยต้องกลับไปก่อนเขาเดี๋ยวอรินจะมารับเธอที่นี่แต่เช้า 

               ในระหว่างที่เธอกำลังมองหาที่นั่งเงียบๆ อยู่คนเดียวนั้น เธอก็หันไปเห็นใครคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนขั้นบันไดหลังศาลางานศพ แต่งชุดเครื่องแบบตำรวจพลร่มด้วย ใครกันนะมานั่งซึมแอบร้องไห้อยู่แบบนี้ จะว่าผีก็ไม่ใช่ แหม ก็เธอเป็นหมอนี่แล้วจะไปกลัวผีได้ยังไงกัน 

               “คุณ คุณคะเป็นอะไรรึเปล่า” เกิดเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมานี่จะลากกลับศาลายังไง เขาเป็นผู้ชายหุ่นดีก็จริงแต่ตัวโตขนาดนี้เธอเล็กเป็นมดเลยนะเนี่ย 

               “คุณคะ...อ้าว! นึกว่าใคร” แก้วเจ้าจอมอุทานออกมาเมื่อคนที่มาหลบมุมอยู่หลังศาลาคนเดียวแบบนี้คือผู้กองพนาเอง พอเขาเห็นเธอเขาก็รีบปาดน้ำตาออกแล้วตีหน้าขรึมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

               “จะร้องไห้ก็ร้องเถอะคุณ ไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไรนี่” แทนที่จะเดินหนีแต่แก้วเจ้าจอมยังเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ เขาด้วยพลางเอามือนวดขาตัวเองไปมา ปกติใส่แต่รองเท้าคอมแบท พอมาใส่รองเท้าส้นสูงเดินไปเดินมาแบบนี้แล้วไม่ชินเอาซะเลย ผู้กองพนาเลยได้แต่มองเธอนั่งนวดขาตัวเองอยู่ข้างๆ สีหน้าของเธอบ่งบอกว่าเหนื่อยแต่ก็ไม่ได้บ่นอะไร เขาเห็นเธอเดินช่วยงานไม่ได้หยุดเลย เธอมีน้ำใจกับเขาแล้วก็น้องชายมากทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน 

               “ขอบคุณนะ” เขาบอก “ตั้งแต่มาถึงงาน ผมเห็นคุณช่วยงานตลอดเลยทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน” 

               “ก็ผู้หมวดเขาเป็นเพื่อนกับพี่รีคอน แล้วเขาก็ตายในฐานะของฮีโร่ฉันก็เลยอยากช่วย” 

               “น้องชายผมเขาชื่นชมคุณมากเลยนะ เมื่อวานนี้เขายังชมคุณให้ผมฟังอยู่เลยว่าคุณสวยมาก ถ้าไม่เห็นว่าคุณเป็นแฟนของเพื่อนเขา เขาแย่งคุณมาแล้ว” 

               “น้องคุณนี่ท่าทางจะเป็นคนอารมณ์ขัน” 

               “ใช่ เจ้ากรเป็นคนอารมณ์ดี ช่างพูด รักสนุก แต่ในเรื่องการทำงานนั้นก็เด็ดขาดเอาจริงเหมือนกัน เขาใฝ่ฝันอยากไปประจำการที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้น่ะ แต่เพราะเขาติดผมมากก็เลยมาเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ นเรศวร 261 เหมือนผม” 

               “เหมือนน้องชายฉันเลย เจ้าหมอนั่นก็ตามติดฉันแจเหมือนกัน” เธอนึกถึงอริน ป่านนี้คงโวยวายลั่นบ้านแล้วมั้งที่เธอมาเพชรบุรีโดยไม่บอกไม่กล่าวเขาก่อน 

               “แล้วคุณจะเอายังไงต่อ คุณยังจะสู้ต่อไปใช่มั้ย” แก้วเจ้าจอมถาม ผู้กองพนาเลยเงยหน้าขึ้นมองฟ้าที่ตอนนี้เต็มไปด้วยดวงดาวน้อยใหญ่มากมาย แก้วเจ้าจอมเลยเงยหน้าขึ้นมองฟ้าเหมือนเขา เธอชอบดูดาวที่สุดเลย 

               “ผมว่าจะสานฝันให้น้องชายน่ะ เขาเคยบอกกับผมก่อนตายว่าถ้าเขาเป็นอะไรไปให้ผมช่วยสานฝันให้เขาหน่อย เขาอยากลงไปทำงานที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปปกป้องชายแดนของประเทศ” 

               “ก็ดีนะ” เธอเห็นด้วย “นอกจากคุณจะได้สานฝันให้น้องชายแล้วคุณยังได้ทำเพื่อประชาชนและทำเพื่อผืนแผ่นดินโดยการปกป้องชายแดนใต้เอาไว้อีก ฉันเชื่อว่าคุณคงทำได้ดี สู้ๆ แล้วกัน” แก้วเจ้าจอมกำหมัดให้กำลังใจเขา ดวงตาของเธอเป็นประกายแน่วแน่จนผู้กองพนาสามารถยิ้มออกมาได้อีกครั้ง ดีใจที่มีเธอให้กำลังใจแบบนี้ เมื่อวานกัดกันอยู่ตั้งนาน ไม่คิดว่าพอมาวันนี้เธอจะดูน่ารักมากขึ้นกว่าเมื่อวานเสียอีก คงเพราะเธอเห็นใจเขาที่เขาต้องสูญเสียน้องชายถึงได้มาทำดีด้วย 

               “แล้วผมจะได้เจอคุณอีกรึเปล่า” เขายังไม่รู้เลยว่าเธอเป็นใคร ถ้าเขาลงใต้ไปแล้วเขาจะได้เจอเธออีกรึเปล่า 

               “คงยากเพราะงานฉันยุ่งมากๆ แต่คิดว่าคงจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วล่ะถ้าคุณลงใต้ไป ยังไงฉันก็ขออวยพรล่วงหน้า ขอให้คุณโชคดีก็แล้วกันนะ พรุ่งนี้ฉันก็ต้องกลับไปทำงานที่แม่สอดแล้วคงไม่ได้มาช่วยงานศพอีก แต่ไม่ต้องห่วงนะ พี่รีคอนบอกว่าเขาจะอยู่ช่วยงานจนถึงวันเผาเลย ถ้าคุณมีอะไรให้ช่วยก็บอกพี่รีคอนได้เลยนะ พี่รีคอนเป็นคนดีมากๆ เพื่อเพื่อนของเขาเขาทำได้ทุกอย่าง” 

               “ผู้หมวดเขาโชคดีจังเลยนะที่มีคุณอยู่ข้างๆ” 

               “แน่นอนสิ ก็เราโตมาด้วยกัน เรียนหนังสือมาด้วยกันแล้วครอบครัวของเราก็สนิทกันมากจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน ฉันสนิทกับพี่รีคอนมากกว่าพี่ชายแท้ๆ ของตัวเองซะอีก” แน่นอนสิ ก็เธอเป็นแฟนของเขาก็ต้องสนิทกับเขาเป็นธรรมดาอยู่แล้วนี่นา ผู้กองพนาคิด 

               “ผมก็ขอให้คุณโชคดีเหมือนกัน ผมดีใจนะที่เราได้เจอกันอีกครั้งในวันนี้” ผู้กองพนายิ้มเศร้าๆ ให้เธอ แก้วเจ้าจอมเลยได้แต่ยิ้มตอบก่อนจะหันไปทางอีกด้านของศาลาเมื่อได้ยินเสียงเหมือนกับมีคนเดินมาทางนี้ แล้วพอเธอเห็นว่าเป็นใครเท่านั้นแหละความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาทันทีแล้วรีบคว้ามือผู้กองพนาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังเชิงบันไดโดยที่ผู้กองหนุ่มได้แต่มองเธออย่างสงสัยว่าเธอวิ่งหนีใครแล้วทำไมต้องทำท่าทางลับๆ ล่อๆ แบบนี้ด้วย โดยเฉพาะที่มือ...ตอนนี้เธอกำลังจับมือของเขาเอาไว้แน่นเลย 

               “อ้าว มัวมองอะไรอยู่ก้มหลบสิเดี๋ยวตาเฒ่าหัวงูนั่นก็เห็นเอาหรอก” เธอดุเขาแล้วมองไปทางตำรวจนายหนึ่งที่เดินออกมาคุยโทรศัพท์อยู่ด้านหลังศาลา ผู้กองพนาเลยได้แต่ทำตามที่เธอบอกและมองตำรวจนายนั้นไปด้วย ตำรวจนายนั้นคือสารวัตรคมกฤช เป็นผู้บังคับบัญชาทีมตำรวจที่ไล่ล่าคนร้ายเมื่อคืนนี้ นี่เธอไปมีเรื่องหรือรู้จักกับเขาด้วยหรอ 

               “เมื่อกี้นี้ตอนที่ฉันเดินเสิร์ฟน้ำอยู่ ตาเฒ่าหัวงูนี่คิดจะจีบฉันแล้วยังแอบจับมือฉันด้วย นี่ถ้าไม่เห็นแก่น้องชายคุณนะฉันคงกระทืบเขากลางศาลาไปแล้ว” 

               “สารเลว” ผู้กองพนาสถบออกมา  

               “อ้าว มาด่าฉันทำไมเนี่ย” 

               “เปล่าๆ ผมด่าเขาที่เขามาแอบจับมือคุณต่างหาก เลวมาก” ผู้กองพนารีบโบกมือปฏิเสธแล้วมองไปทางสารวัตรคมกฤช เจอผู้หญิงสวยแล้วอยากจีบไม่ผิดหรอก แต่เรื่องที่แอบจับมือผู้หญิงนี่สิถือว่าเลวมาก แต่ถ้าฝ่ายผู้หญิงเป็นคนเริ่มจับมือก่อนอันนี้ถือว่าไม่เป็นไร เขามองมาที่มือตัวเองอีกครั้งซึ่งหญิงสาวยังคงจับมือเขาไม่ยอมปล่อย มือของเธอนุ่มเอามากๆ ทั้งนุ่มทั้งอุ่นทั้งกระชับมือ 

               “ใช่ เลวมาก เดี๋ยวฉันจะเอาคืนให้คุณดู” ว่าแล้วเธอก็ก้มลงไปเก็บก้อนหินที่พื้นขึ้นมา อาศัยจังหวะที่ตำรวจนายนั้นยืนหันหลังให้แล้วก็ปาก้อนหินใส่เขาทันที 

               ปั้ก!!! 

               “โอ๊ย!!!” พออีกฝ่ายร้องออกมาอย่างเจ็บปวดแก้วเจ้าจอมก็หัวเราะออกมาเบาๆ อย่างชอบใจแล้วดันตัวผู้กองพนาหลบไปจนชิดผนังศาลาหลังเชิงบันได เบียดตัวหลบอยู่กับเขาในซอกเล็กๆ เมื่อสารวัตรคมกฤชกำลังมองหาที่มาของก้อนหินที่ปาเข้าใส่เขาเต็มๆ หัว 

               ผู้กองพนายืนนิ่งอยู่ในซอกเล็กๆ หลังเชิงบันไดในขณะที่แก้วเจ้าจอมเบียดตัวเข้ามาแนบชิดกับเขาจนแผ่นหลังของเธออยู่ติดกับอกของเขาจนแทบจะรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เหมือนเธอจะยังไม่รู้ตัวว่าอยู่ใกล้ชิดกับเขามากแค่ไหนเพราะสายตาของเธอยังคงมองสารวัตรคมกฤชอย่างเอาเรื่องอยู่ 

               “ไอ้เฒ่าหัวงู คุณ ช่วยฉันเล่นงานตาลุงนั่นหน่อย” แก้วเจ้าจอมรีบหันมาทางเขาเพื่อส่งก้อนหินให้ แต่พอเธอหันมาทางเขา ใบหน้าของเธอก็ซุกเข้ากับแผ่นอกของเขาอย่างพอเหมาะพอดีจนต้องชะงักทำอะไรไม่ถูก หัวใจดวงน้อยๆ เต้นโครมครามอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แก้มนวลแดงระเรื่อภายใต้ความมืด ผู้กองพนากลัวว่าเธอจะตกใจจนล้มเอาก็เลยรีบวาดแขนไปโอบตัวของเธอเอาไว้เพื่อประคอง พอก้มลงมามองใบหน้าของเขาและเธอก็อยู่ห่างกันแค่ไม่กี่คืบเท่านั้น ถึงแม้จะอยู่ในเงามืดแต่ผู้กองพนาก็เห็นได้ชัดเจนว่าเธองดงามมากแค่ไหน เนื้อกายของเธอที่เขาโอบกอดประคองอยู่ทั้งนุ่ม สัมผัสละมุนมือ แก้มนวลก็เนียนใส คิ้วเข้มตากลมโตแสนหวาน ขนตายาวงอน จมูกเชิดอย่างรั้นๆ ริมฝีปากอิ่มสวยสีชมพูหวานอย่างเป็นธรรมชาติ เส้นผมยาวสลวยที่ม้วนเป็นลอนคลื่นก็หอมกรุ่น นางฟ้าเดินดินของจริงชัดๆ เลยแบบนี้ 

               “มา เดี๋ยวผมแก้แค้นคืนให้” เขากระซิบบอกเธอแล้วรับก้อนหินไป อาศัยจังหวะที่สารวัตรคมกฤชเผลอแล้วปาก้อนหินอย่างเต็มแรงไปที่ศีรษะของเขาอีก และแรงของเขาก็มีมากกว่าแก้วเจ้าจอมเลยทำให้อีกฝ่ายยิ่งเจ็บหนัก 

               ปั้ก!!! 

               “โอ๊ย! ใครวะ ใครทำกู!!!” สารวัตรคมกฤชโวย มือกุมศีรษะเอาไว้แน่นแล้วเริ่มเดินหาคนที่ลอบทำร้ายตน แก้วเจ้าจอมกลัวว่าจะถูกจับได้ก็เลยยิ่งเบียดตัวเข้าหาอีกฝ่าย ผู้กองพนาจึงกอดเธอแล้วดันตัวเธอไปชิดกำแพงเพื่อเอาตัวของเขาบังเธอเอาไว้ ความใกล้ชิดทำให้แก้วเจ้าจอมไม่กล้าขยับตัวไปไหน ใบหน้าของเธอซุกแหมะอยู่กับแผ่นอกของเขาจนได้กลิ่นกายบุรุษเพศ แม้รอบๆ กายเธอจะมีแต่เหล่าพี่ชายและน้องชาย กินนอนด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก แต่กลิ่นกายของผู้ชายที่เธอได้กลิ่นแล้วใจเต้นแบบนี้ก็เพิ่งจะมีเขาเป็นคนแรกนี่แหละ ถ้าเป็นคนอื่นมากอดเธอแบบนี้เธอคงเล่นงานไปแล้ว แต่พอเป็นเขาเธอกลับทำอะไรแทบจะไม่ถูก เหมือนคนเป็นง่อยอย่างไรอย่างนั้นเลย 

               ปั้ก!!! ผู้กองพนาปาก้อนหินใส่สารวัตรคมกฤชอีกครั้ง ทำให้ครั้งนี้สารวัตรคมกฤชเดินมาทางเชิงบันไดที่เขากับแก้วเจ้าจอมหลบอยู่ ซึ่งยิ่งเขาเข้ามาใกล้แก้วเจ้าจอมก็ยิ่งซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอุ่นด้วยกลัวว่าจะถูกจับได้ เช่นเดียวกับที่ผู้กองพนาเอาตัวบังเธอไว้จนมิด ถ้าถูกจับได้เขาจะออกรับแทนเธอเอง จนเมื่อสารวัตรคมกฤชเดินมาถึงเชิงบันไดที่เขากับแก้วเจ้าจอมหลบอยู่ ผู้กองหนุ่มก็ยิ่งกอดเธอเอาไว้แนบอกของเขา ถูกจับได้แน่ๆ เขาคิดเมื่อสารวัตรคมกฤชเดินมาจนถึงจุดที่เขากับเธอซ่อนตัวอยู่ 

               แต่แทนที่สารวัตรคมกฤชจะเอาเรื่องเมื่อมาถึงเชิงบันได แต่เขากลับขนลุกซู่ขึ้นมาเมื่อไม่เห็นว่ามีใครหลบอยู่ตรงนี้นอกจาก...ตำรวจพลร่มนายหนึ่งที่ยืนมองมาทางเขาอย่างเอาเรื่อง ที่มุมปากของตำรวจนายนี้มีรอยเลือดไหลออกมาเป็นทางและดวงตาก็ดุดันน่ากลัว ร่างกายของเขาโปร่งจนสามารถมองทะลุได้ ใบหน้าของเขาคือใบหน้าเดียวกันกับของผู้หมวดธนากรผู้เสียชีวิตที่เขามาร่วมงานศพในคืนนี้ 

               “ผะ...ผี ผีผู้หมวด...” เท่านั้นแหละสารวัตรคมกฤชก็รีบวิ่งออกไปจากจุดนี้ทันทีทำให้ผู้กองพนาได้แต่มองตามอย่างงงๆ ก็สารวัตรคมกฤชมายืนอยู่ห่างจากเขากับแก้วเจ้าจอมแค่ไม่กี่เมตร แต่ทำไมถึงทำอย่างกับมองไม่เห็นเขากับเธอ แล้วยังพูดว่าผีๆ อะไรอีก ท่าทางจะเพี้ยนหนักแฮะ 

               “สารวัตรไปแล้ว” เขาก้มลงมาบอกหญิงสาว แก้วเจ้าจอมที่ซุกอยู่กับอกและในอ้อมกอดของเขาเลยรีบถอยออกห่าง ทั้งเขินทั้งอายจนไม่กล้ามองหน้าเขาแล้ว 

               ตื๊ดดดด ตื๊ดดดด เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นช่วยชีวิตเอาไว้แก้วเจ้าจอมก็เลยรีบกดปุ่มรับสาย 

               “ค่ะพี่รีคอน อ๋อ เออ...มาห้องน้ำน่ะค่ะ จะรีบไปหาเดี๋ยวนี้แหละนะคะ” เธอบอกพี่ชายก่อนจะวางสาย ผู้กองพนาเลยได้แต่มองเธอนิ่ง รู้สึกใจหายเหมือนกับว่าเขาจะไม่ได้เจอกันกับเธออีกแล้ว 

               “ผู้หมวดโทรมาตามหรอ” 

               “อืม” เธอพยักหน้าตอบ “เดี๋ยวฉันคงต้องกลับแล้วนะ พรุ่งนี้ต้องไปแม่สอดแต่เช้าอีกเราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ฉันขอให้คุณโชคดีและสู้ต่อไปนะคะผู้กอง ตั้งใจทำงานสานฝันของน้องชายคุณให้ได้นะ ถึงจะไม่ได้เจอกันอีกแต่ฉันก็จะเอาใจช่วยค่ะ ลาก่อนนะคะ” เธอโบกมือบอกเขาก่อนจะรีบเดินกลับเข้าไปในศาลาทำให้ผู้กองพนาได้แต่มองตามอย่างพูดอะไรไม่ออก เขาอยากจะดึงเอาเธอกลับมา อยากกอดเธอเอาไว้อีกครั้งแต่เขาก็ทำไม่ได้ เธอมีเจ้าของแล้วเขาไม่ควรไปคิดอะไรกับเธอ แต่เธอจะรู้บ้างรึเปล่าว่าเธอคือกำลังใจที่ดีของเขา จากกันวันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกหรือเปล่า แล้วถ้าได้เจอกันอีกเธออยู่ในสถานะของภรรยาคนอื่นแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ในวันที่เขาต้องการกำลังใจจากใครสักคนเธอก็เดินเข้ามาหาเขา แต่เพียงชั่วครู่เธอก็มาจากหายไปโดยที่เขาไม่อาจทำอะไรได้ เขาทำอะไรไม่ได้จริงๆ แม้แต่ชื่อของเธอเขาก็ยังไม่รู้ หรือฟ้าดินจะเกลียดชังเขานักถึงได้พรากเอาคนที่เขารักห่างหายออกไปจากชีวิตทีละคนๆ นับตั้งแต่พ่อแม่เรื่อยมาจนถึงน้องชายแล้วก็...นางฟ้าเดินดินอย่างเธอ ชีวิตของเขาเกิดมาเพื่อต้องทนทุกข์อยู่บนโลกใบนี้เพียงลำพังจริงๆ ใช่มั้ย ถ้าใช่...แล้วเขาจะมีหัวใจไปทำไมกัน ในเมื่อมีแล้วก็รักใครไม่ได้ซักคน แล้วถ้ามันใช้รักใครไม่ได้ต่อไปนี้เขาก็จะไม่ใช้มันรักใครอีก ถ้าต้องอยู่ตัวคนเดียวหัวใจของเขามันก็ไม่มีค่าอะไร ต่อไปนี้...เขาจะเป็นคนไร้หัวใจ เขาจะไม่รักไม่สนใจใครอีกทั้งนั้น ชีวิตที่เหลือตัวคนเดียวในตอนนี้เขาจะอุทิศเพื่อประเทศชาติ เขาจะลงไปปราบโจรใต้ ไปปกป้องชายแดนแล้วถ้าเขาต้องตายเขาก็จะไม่เสียดายชีวิต ก็ชีวิตของเขามันไม่ได้เกิดมาเพื่อใครอีกแล้วนี่นา 

               “...ลาก่อน...นางฟ้าเดินดิน” เขาบอกเธออยู่ในเงามืดเมื่อเห็นเธอเดินควงแขนผู้หมวดศิขรินลงมาจากศาลางานศพของน้องชาย เธอกอดแขนผู้หมวดหนุ่มไม่ปล่อยจนขึ้นรถออกไปจากวัดด้วยกันเช่นเดียวกับที่แขกคนอื่นๆ กำลังทยอยกลับ เขาก็เลยได้แต่เดินคอตกกลับขึ้นไปบนศาลาอย่างเดียวดาย น้ำตาที่เก็บกลั้นเอาไว้หลั่งออกมาอีกครั้งหน้าโลงศพของน้องชาย คืนนี้เขาจะร้องไห้เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต แล้วนับจากคืนนี้เป็นต้นไปเขาจะไม่ร้องไห้ออกมาอีก จะไม่ยิ้ม จะไม่หัวเราะให้กับผู้ใดแล้วก็จะไม่รักไม่ผูกพันกับใครอีกแล้วทั้งนั้น เขาจะเจ็บแค่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เขาจะต้องไม่สูญเสียอะไรอีกนอกจาก...ชีวิตของตัวเขาเอง ผู้กองพนาธรจะอ่อนแอแค่คืนนี้เป็นคืนสุดท้าย... 

1 ปีต่อมา… 

 

****************************************************************** 

โอ๊ย สงสารพี่พนาจับใจ ชีวิตนี้ไม่เหลือใครแล้วจริงๆ อีกคนมีครอบครัวที่แสนอบอุ่น แต่อีกคนกลับต้องเดียวดาย มาคือรันทนคักแท้น้อ 

************************************* 

ไรท์ปั่นน้องป่านไม่ทันค่ะเลยดึงนิยายในสตอกออกมาให้อ่านรอไปพลางๆ ก่อน ตอนหน้าจะเป็นตอนที่ 1 เริ่มเข้าสู่เนื้อหาหลักของนิยายเรื่องนี้แล้วนะคะ 1 ปีต่อมาจะเกิดอะไรขึ้น พี่พนาจะได้เจอกับน้องอีกมั้ย รอติดตามเด้อ ส่วนตอนนี้ ไปปั่นน้องป่านต่อก่อนนะคะ 

******************* 

ปล. ใครยังไม่ได้ไปติดตามเพจ นิยายรัก-ปากกานางไม้ ก็รีบๆ ไปติดตามเด้อ เดี๋ยวพลาดข่าวสารต่างๆ จากไรท์  

ความคิดเห็น