หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ด้วยอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวทำให้เธอต้องร่วงหล่นสู่จุดต่ำสุดของชีวิต วันนี้เมื่อความทรงจำฟื้นกลับมา ก็ถึงเวลาที่เธอจะทวงทุกอย่างคืน!

ตอนที่ 17 นั่นมัน... สีมู่ไป๋

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 นั่นมัน... สีมู่ไป๋

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.พ. 2563 10:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 นั่นมัน... สีมู่ไป๋
แบบอักษร

“เซี่ยจื้อ” จวิ้นถิงเรียก 

เซี่ยจื้อหันไปหาต้นตอของเสียง 

“รุ่นพี่...” เขาทักทายด้วยรอยยิ้มที่จางหายไปภายในช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อเห็นว่าใครมากับจวิ้นถิง 

ผู้ชายคนนั้นมีบุคลิกที่อยู่เหนือผู้อื่นทำให้ยากจะมองข้าม เซี่ยจื้อจำได้ในทันทีถึงแม้ว่าจะไม่ได้เจอเขามาสองสามปีแล้ว 

นั่นมัน... สีมู่ไป๋ 

ที่เดินตามมาข้างหลังคือฉังอันผู้ช่วยของเขา คนที่เซี่ยจื้อเจอเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา 

มู่ไป๋มองสำรวจเด็กหนุ่มผอมสูงอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้ดูคุ้นๆ 

จริงๆ แล้วพวกเขาเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว ตอนงานแต่งของเขากับซิงเหอ 

เซี่ยจื้อโตขึ้นมากภายในไม่กี่ปีมานี้ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่มู่ไป๋ไม่สามารถจำเขาได้ในทันที แต่ไม่ใช่สำหรับฉังอันที่จำเขาได้เพียงเหลือบมองแค่รอบเดียว 

จวิ้นถิงเดินเข้ามาหาเซี่ยจื้อ เขาพูดพร้อมกับหัวเราะไปด้วย “นายยังมาถึงตรงเวลาเหมือนเดิม” 

เซี่ยจื้อเมินมู่ไป๋แล้วเพ่งความสนใจไปที่จวิ้นถิงแทน “รุ่นพี่ ขอบคุณมากครับสำหรับความช่วยเหลือ ผมไม่สามารถหาอะไรที่ดีกว่านี้ได้จากข้างนอก เลยต้องมาขอยืมจากห้องสมุดส่วนตัวของพี่” 

จวิ้นถิงตอบกลับ “พี่คงให้นายยืมตั้งนานแล้วถ้านายมาขอเร็วกว่านี้ แต่พี่ไม่คิดว่านายจะต้องการหนังสือพวกนี้เร็วขนาดนี้” 

มันเป็นหนังสือระดับสูงเกินกว่าที่เซี่ยจื้อจะเข้าใจในตอนนี้ 

เซี่ยจื้อรู้ว่าเขาควรอธิบายให้ชัดเจนเลยพูดว่า “ไม่ใช่สำหรับผมหรอกแต่เป็นเพื่อนผม เธอเก่งมากขนาดที่ไม่สนใจหนังสือเล่มอื่นนอกจากเล่มที่ดีที่สุด” 

จวิ้นถิงตกใจแล้วถามกลับกว่า “เพื่อนของนายคนนี้คือใคร ใช่คนเดียวกับที่เขียนมินิเกมนั่นไหม” 

“ใช่ครับ เป็นเธอ...” 

“คนๆ นี้คือใคร ถ้ามีโอกาสนายต้องแนะนำเธอให้พี่รู้จักนะ” จวิ้นถิงพูด เขารู้สึกสนใจในตัวตนที่ลึกลับของเพื่อนคนนี้ 

เซี่ยจื้อพยักหน้าแล้วพูดว่า “ตอนนี้ชีวิตของเธอค่อนข้างยุ่ง เมื่อมีโอกาสผมจะแนะนำให้พี่รู้จักแน่นอน” 

“ดี พี่จะจำสัญญาของนายไว้ นี่คือหนังสือที่นายอยากได้ ค่อยคืนมันให้พี่ตอนที่เธออ่านเสร็จแล้ว” จวิ้นถิงบอกขณะส่งกระเป๋าที่เขาถือไว้ในมือให้เซี่ยจื้อ 

“ขอบคุณครับรุ่นพี่ งั้นผมไปก่อนนะ...” เซี่ยจื้อรับกระเป๋ามาแล้วรีบร้อนจากไป 

“เซี่ยจื้อ รอเดี๋ยว...” จวิ้นถิงเรียกแต่เขาได้จากไปแล้ว จวิ้นถิงอยากจะแนะนำเขาให้รู้จักกับกับมู่ไป๋ 

จวิ้นถิงพูดด้วยความขุ่นเคืองนิดๆ “วัยรุ่นสมัยนี้รีบไปรีบมาจริงๆ เขาไม่รู้จักประธานสีผู้โด่งดังหรือไง” 

มู่ไป๋ถามอย่างไม่สนใจ “เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นใคร” 

“นั่นคือรุ่นน้องจากโรงเรียนฉัน เป็นคนดีและค่อนข้างมีพรสวรรค์ ฉันตั้งใจจะให้เขาเข้ามาทำงานกับบริษัทของเรา เพราะเห็นว่าเขาจะกลายเป็นบุคลากรที่มีค่าหลังได้รับการฝึกอบรม” 

“เขาดูคุ้นตาฉันมาก” 

ฉังอันอาศัยช่วงที่พวกเขาหยุดพูดกระแอมเบาๆ และกระซิบบอกมู่ไป๋ “ท่านประธานสีครับ เขาคือเซี่ยจื้อ” 

“เซี่ยจื้อ” มู่ไป๋ครุ่นคิดถึงชื่อที่เหมือนเขาจะเคยได้ยินมาก่อน 

“เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณเซี่ย” 

ทุกอย่างลงตัวในทันที มันเป็นความบังเอิญที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ 

จวิ้นถิงได้ยินบทสนทนาของพวกเขาโดยไม่ตั้งใจเลยถามว่า “ใครคือคุณเซี่ย แล้วนายรู้จักเซี่ยจื้อได้ยังไง” 

“ฉันพูดได้ว่าพวกเรามีความเกี่ยวข้องกันบางอย่าง แต่ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าพวกนายสองคนก็รู้จักกันด้วย” 

จวิ้นถิงรู้ว่าเขาไม่ควรถามต่อจึงรีบสรุปว่า “โลกมันกลมจริงๆ เลย หนังสือพวกนั้นนายก็บังเอิญเป็นคนเลือกด้วยนี่” 

“ที่ฉันทำก็แค่หยิบหนังสือไม่กี่เล่มออกมาจากชั้นหนังสือของนายเท่านั้น” มู่ไป๋พูดพร้อมกับยักไหล่ แต่จริงๆ แล้วเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าเซี่ยจื้อเอาหนังสือไปให้ใคร 

หนังสือเหล่านั้นเป็นเล่มที่ยากที่สุดในบรรดาหนังสือสะสมของจวิ้นถิง 

พูดได้ว่าเขาค่อนข้างจะหงุดหงิดตอนที่เลือกมัน เดิมทีจุดประสงค์ของเขาคือมาหาจวิ้นถิงแต่อีกฝ่ายบอกว่าต้องการเวลาสรุปโปรเจกต์ เลยขอให้เขาช่วยเลือกระหว่างรอจวิ้นถิงทำงานเสร็จ “ในเมื่อประธานสีเป็นคนรอบรู้จากการอ่าน ฉันเชื่อว่ารุ่นน้องผู้อยากรู้อยากเห็นจะต้องได้ประโยชน์จากหนังสือที่ประธานเป็นคนเลือกแน่ๆ” นั่นคือคำพูดของเขา 

ความคิดเห็น