หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ด้วยอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวทำให้เธอต้องร่วงหล่นสู่จุดต่ำสุดของชีวิต วันนี้เมื่อความทรงจำฟื้นกลับมา ก็ถึงเวลาที่เธอจะทวงทุกอย่างคืน!

ตอนที่ 9 ค่าเลี้ยงดูที่ถูกปฏิเสธ

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 ค่าเลี้ยงดูที่ถูกปฏิเสธ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.พ. 2563 10:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 ค่าเลี้ยงดูที่ถูกปฏิเสธ
แบบอักษร

เทียนซินพูดขึ้นด้วยเสียงที่สดใส “ได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย นี่ก็ดึกแล้วนะมู่ไป๋ คุณรีบเข้านอนเถอะ” 

“โอเค” 

“ราตรีสวัสดิ์” เทียนซินบอกลาอย่างอบอุ่น 

มู่ไป๋เก็บโทรศัพท์มือถือลงไป หยุดรถไว้ข้างทาง แล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ 

ระหว่างที่รถหลายคันวิ่งผ่านเขาไป เขาก็หัวเราะให้กับตัวเอง 

ซิงเหอหายไปแล้วยังไง ทำไมเขาต้องรับผิดชอบตามหาเธอด้วย 

เธอเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ ทำไมจะกลับบ้านเองไม่ได้ 

มู่ไป๋เลี้ยวรถกลับบ้าน แต่เพื่อความปลอดภัยเขาเลยสั่งให้คนไปสืบเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของซิงเหอ อย่างน้อยวิธีนี้ก็จะทำให้เขารู้ว่าเธอยังมีชิวิตอยู่ อีกทั้งได้รู้สักทีว่าไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ 

เขาอยากรู้ว่าผู้หญิงที่ได้รับเงินค่าเลี้ยงดูเป็นจำนวนมากมาจบลงในสภาพแบบนี้ได้ยังไง 

... 

เช้าวันรุ่งขึ้น มู่ไป๋ก็ได้รับข้อมูลของซิงเหอในช่วงสามปีที่ผ่านมา 

หลังจากหย่ากัน คุณอาก็รับเธอเข้าไปอยู่ด้วย 

จากความสัมพันธ์ของครอบครัว เขารู้ว่าคุณอาของเธอมีลูกชายหนึ่งคน พวกเขาทั้งสามคอยช่วยเหลือกันและกัน แต่ชีวิตของพวกเขาก็เริ่มตกต่ำลงเมื่อเฉิงอู่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคไต 

เพื่อหารายได้ ซิงเหอต้องทำงานจิปาถะหลายอย่าง 

เป็นทั้งแม่บ้านทำความสะอาด คนล้างจาน พนักงานเสิร์ฟ… เธอหมดเวลาไปกับการทำงานใช้แรงงานทุกประเภท 

อย่างไรก็ตามเธอโดนกลั่นแกล้งและถูกปลีกตัวออกห่างจากทุกที่ที่เธอไปทำงาน สาเหตุมาจากการที่เธอเป็นคนเงียบๆ และไม่เต็มใจที่จะคบหาสมาคมกับผู้อื่น นี่หมายความว่าไม่มีงานไหนเลยที่เธอทำได้เกินหนึ่งเดือน 

สามปีของการที่ต้องเปลี่ยนงานอันโหดร้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งอยู่เสมอทำให้เธอเจ็บปวดทรมาน 

มู่ไป๋ก็ยังแปลกใจอยู่ดีเมื่อเขานึกย้อนกลับไปถึงการพบกันเมื่อวาน มันดูเหมือนกับว่าเธอแก่ลงไปมากหลังจากที่พวกเขาหย่ากัน 

เขาแทบจะจำเธอไม่ได้แล้ว 

ถ้าไม่ใช่เพราะการเผชิญหน้ากันเมื่อวาน เขาคงไม่มีทางรู้เลยว่าเธอต้องอดทนกับความเจ็บปวดและความโหดร้ายมากแค่ไหน… 

อย่างไรก็ตามยังมีสิ่งหนึ่งที่คาใจเขาอยู่ ทำไมเธอถึงไม่ใช้เงินค่าเลี้ยงดูที่ได้ไป 

เขารู้ว่าซิงเหอไม่ใช่คนใช้เงินฟุ่มเฟือย หรือถึงแม้ว่าเธอจะใช้ มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะผลาญเงินจำนวนนั้นหมดภายในระยะเวลาสั้นๆ 

มู่ไป๋เอนหลังพิงกับเก้าอี้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดูเหมือนจะมีบางอย่างที่เขาไม่รู้ซ่อนอยู่อีก… 

 

ตอนที่มู่ไป๋ก้าวเข้ามาในห้องอาหาร ทุกคนในครอบครัวของเขาก็นั่งทานอาหารเช้าอยู่ก่อนแล้ว 

สีหลินตื่นนอนเป็นคนแรกเนื่องจากเมื่อวานเขาเข้านอนเร็ว ตอนที่มู่ไป๋นั่งลงเขาก็กินข้าวเสร็จแล้ว “ฝากพาหลินหลินไปโรงเรียนหน่อย” มู่ไป๋สั่งสาวใช้คนหนึ่งในบ้าน 

“ค่ะท่าน” สาวใช้ปฏิบัติตามคำสั่ง เธอจูงมือสีหลินและพาเขาออกจากห้องอาหาร 

คุณนายสีตักข้าวบาร์เลย์ต้มเข้าปากคำนึงด้วยช้อนลายครามก่อนถามว่า “ทำไมเมื่อวานลูกถึงรีบกลับกะทันหันล่ะ ลูกคือเหตุผลที่พวกเราไปรวมตัวกันที่นั่นนะรู้ไหม มันดูไม่เหมาะสมแค่ไหนที่ลูกทิ้งพ่อกับแม่ไว้อย่างนั้น” 

“ผมก็โทรไปบอกว่าสีหลินไม่ค่อยสบายแล้วไม่ใช่หรือครับ อีกอย่างคือแม่…” มู่ไป๋มองไปที่แม่ของเขา คำถามที่เหลือติดอยู่ในลำคอ 

คุณนายสีถามเขากลับด้วยรอยยิ้ม “มีอะไรจ๊ะ” 

มู่ไป๋เลยพูดต่อ “ซิงเหอได้รับค่าเลี้ยงดูหลังจากเราหย่ากันไหมครับ” 

ช้อนของคุณนายสีค้างอยู่กลางอากาศ แล้วหน้าของเธอก็ดูแย่ลง… 

ดูจากปฏิกิริยาตอบสนองของเธอ มู่ไป๋ก็รู้ได้ทันทีว่าคำตอบคือไม่ 

“ทำไมแม่ไม่บอกผมว่าแม่ไม่ได้ให้ค่าเลี้ยงดูกับเธอ” เขาคิดว่าเงินก้อนนั้นจะช่วยให้ซิงเหออยู่อย่างสุขสบาย นั่นเป็นเหตุผลที่เขาเคยไม่คิดจะตรวจสอบชีวิตของเธอเลย 

ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาพบกันโดยบังเอิญเมื่อวาน เขาก็คงไม่มีวันรู้ 

พอสีหน้าของคุณนายนิ่งอึ้งไป เธอก็ยักไหล่ “ไม่ใช่ว่าแม่ไม่ให้ค่าเลี้ยงดูกับเธอ เป็นเธอต่างหากที่ไม่อยากได้มัน” 

“แต่ยังไงแม่ก็ควรจะบอกผม” 

“ทำไมแม่ต้องบอกด้วย เธอไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตระกูลสีของเราอีกแล้ว ตัดความสัมพันธ์ให้เด็ดขาดย่อมดีกว่า ถ้าเธอไม่อยากได้ความช่วยเหลือจากเรา แม่ว่าก็ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่หลุดพ้นจากกัน” 

ความคิดเห็น