ไข่แดง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : แย่งชิง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.พ. 2563 22:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แย่งชิง
แบบอักษร

ช่วงเวลาเรียนในคาบเช้าผ่านไปอย่างน่าเบื่อหน่ายกว่าจะสิ้นสุดลงทำเอาสูญพลังงานชีวิตของเด็กนักเรียนหลายๆ คนออกไปเกือบครึ่งแต่ดีที่ตอนนี้มีเสียงออดมหัศจรรย์ช่วยกู้ชีวิตของพวกเขาขึ้นมาได้อย่างน้อยก็มีเวลาพักเที่ยงนี่แหละที่เข้าใจความรู้สึกของการเป็นนักเรียนที่สุดแล้ว

อาสะนั่งค้ำคางอยู่ที่โต๊ะนักเรียนตัวเดิมของเขามองกลุ่มเพื่อนที่ทยอยเดินออกจากห้องไป ผมคิดว่าชาตินี้ก็คงไม่มีเพื่อนเหมือนคนอื่นเขาในเวลาพักกลางวันแบบนี้หรอก เหอะ! ไม่เห็นจะเข้าใจเลยว่าทำไมต้องมาตัดสินคนอื่นเพราะแค่เรื่องฐานะด้วยนะ

 

ตึง!  

 

“อ๊ะ!” อาสะตั้งสติกลับมาที่เดิมก่อนจะคิดอะไรที่มันไม่มีทางเป็นไปได้กับชีวิตของเขา ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของใบหน้าเรียบนิ่งยิ่งกว่าน้ำแข็งแถบขั้วโลกที่เอาเท้ามาเตะขาเก้าอี้ของเขา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอาสะไม่ทราบเลยว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรเอาแต่ยืนจ้องหน้ากันไม่เอ่ยปากพูดอะไรสักนิด จริงๆ แล้วไอ้เลวนี่มันหายใจหรือเปล่าก็ไม่รู้ถ้าจะทำตัวเฉยชาได้ขนาดนี้ เหอะ!

“อะไร?”

“นั่นเป็นคำพูดของกูไหม?” อาสะตอบกลับออกไปเมื่ออีกฝ่ายทำเหมือนว่าผมเป็นฝ่ายที่เขาไปหาตัวเองก่อน โชไม่ใส่ใจในคำพูดนั้นก่อนจะไหวไหล่ให้แบบกวนๆ อาสะส่ายหน้าให้กับท่าทีบ้าๆ นี่พร้อมกับต้องรีบพาร่างของตัวเองออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด ผมยังไม่อยากมีปัญหากับไอ้เลวนี่หรอกนะ

 

“อ้าวรุ่นพี่มาทำอะไรที่นี่หรอครับ?” อาสะหยุดยืนหน้าประตูห้องเรียนโดยที่มีรุ่นพี่คนสนิทอย่างมาโคโตะยืนรออยู่หน้าห้อง ผมเองก็ไม่ได้เจอรุ่นพี่มาสองสามวันได้อยู่ดีๆ ก็โผล่หน้ามาเจอกันซะงั้น เอาเถอะนะยังไงผมก็มีรุ่นพี่นี่แหละที่คอยเป็นเพื่อนตอนอยู่ที่โรงเรียนแถมวันนั้นรุ่นพี่ยังเข้าไปช่วยผมจากพวกสวะนั่นอีกผมเองก็อยากขอบคุณรุ่นพี่ด้วยเหมือนกัน

“พี่หาเราที่โรงอาหารไม่เจอก็เลยคิดว่าน่าจะยังอยู่ที่ห้องเลยตามมาดูน่ะ”

“โห่วไม่เห็นจะต้องทำขนาดนั้นเลย”

“ไม่ได้…ก็พี่เป็นห่วงเรานิ”

“ฮ่าๆ พูดเหมือนผมเป็นสาวน้อยไปได้ อ่ะ! ผมยุ่งหมดแล้ว รุ่นพี่อย่ามาขยี้ผมอาสะนะ” ใบหน้าหวานยิ้มอย่างที่ไม่เคยทำกับใครคนไหนๆ มาก่อน มาโคโตะขยี้ผมของคนตัวเล็กน่าหยิกจนมันฟูฟ่องไปหมดเสียงหัวเราะสลับกับการพูดคุยดังขึ้นไม่หยุดจนทำให้คนที่ยืนมองภาพตรงหน้าแทบอยากอาเจียนออกมาซะตรงนั้น!

“ไปกันเถอะเดี๋ยววันนี้พี่เลี้ยงเอง”

“ไม่เอาหน่าผมเกรงใจนะ”

“แต่หน้านายนี่ไม่ใช่อย่างนั้นเลย”

“งั้นฝากด้วยนะครับรุ่นพะ-”

 

หมับ!  

“อ๊ะ! ม มึง!!” โชกอดหมับเข้าที่คอของอีกฝ่ายที่เอาแต่ยืนส่งยิ้มจนน่ารำคาญตา แขนแกร่งคล้องลำคอเล็กไว้ก่อนจะดึงอีกฝ่ายให้ถอยห่างจากอีกบุคคลที่ตอนนี้เขาจะไม่มีทางญาติดีด้วยเป็นอันขาด สายตาเรียบนิ่งมองกันและกันเหมือนไม่มีใครยอมแพ้ใครอาสะพยายามดิ้นขลุกขลักเพื่อให้ตัวเองหลุดออกจากแรงมหาศาลนี่ก่อนจะโดนสายตาคาดโทษที่ก้มลงมองแค่แวบเดียวมันก็ทำให้คนดื้อดึงนิ่งไปเลย

“ป ปล่อยกูนะ กูจะไปกินข้าว”

“เค งั้นไปกินข้าวกัน”

“ไม่! มึงก็ไปกินคนเดียวสิวะ”

“อย่าทำตัวมีปัญหา”

“มึงน่ะสิที่มีปัญหา! ปล่อย อ ไอ้เลว!”

“เลิกตะคอกใส่กูอาสะ”

“อ อึก!” ปากเล็กหุบเข้าหากันทันทีผมไม่ได้กลัวที่ไอ้เลวนี่มันพูดหรอกนะก็แค่แปลกใจที่ไอ้เลวมันเรียกชื่อผมต่างหากนี่เป็นเป็นครั้งแรกเลยเหอะที่โดนเรียกชื่อแบบนี้… แล้วมันจะแปลกตรงไหนกันก็แค่โดนเรียกชื่อเนี่ยไอ้อาสะเอ๊ย! หัวใจบ้าๆ นี่ก็เลิกเต้นตุบตับได้แล้วไม่งั้นฉันจะควักแกออกมากระทืบเดี๋ยวนี้เลย!

ข้อมือเล็กถูกกำรวบด้วยมือข้างเดียวของโชก่อนจะถูกดึงให้เดินตามหลังอีกฝ่ายไปติดๆ อาสะก้าวเท้าเดินแทบไม่ทันเพราะช่วงขาของเขากับไอ้เลวนี่มันต่างกันริบหรี่เลยถ้าเกิดว่าหน้าของผมต้องไปไถลคลุกฝุ่นผมไม่ยอมแน่ๆ

หมับ!  

“อ๊ะ! ร รุ่นพี่”

“ปล่อย” จากตอนแรกที่ลากดึงกันมาตอนนี้ทั้งสองต้องหยุดลงอีกครั้งโชถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะหันหน้ามาประจันหน้ากับญาติคนสนิทที่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว ใบหน้าหล่อเหล่าสไตล์ญี่ปุ่นเรียบเฉยกว่าที่เคยเป็นมาแต่แรงบีบที่ข้อมือเล็กกลับไม่เบาเลยสักนิด อาสะรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวเขามันเย็นจัดจนเขาไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ

“ปล่อยแขนน้องได้แล้วโช”

“หึ! น้องหรอสนิทกันขนาดนั้นเชียว?”

“เลิกเล่นได้แล้ว”

“มึงนั่นแหละที่เลิกเล่น มานี่!”

“อึก จ เจ็บ!” โชออกแรงกระชากข้อแขนเล็กจนอาสะแทบล้มลงไปกองที่พื้นตอนนี้เขาไม่สนหรอกว่าใครจะเป็นจะตายยังไง ก็แค่จะเอาชนะไอ้คนที่ชอบเข้ามาจุ่นเรื่องของคนอื่นก็เท่านั้น!

“กูไม่ได้อยากมีปัญหาแต่ขอเถอะปล่อยแขนน้อง” มาโคโตะพยายามใช้โทนเสียงที่ใจเย็นมากที่สุดเขาไม่อยากรู้สึกผิดที่ต้องปล่อยให้อาสะต้องเจ็บตัวเพราะแค่เรื่องสนุกไร้สาระที่โชสร้างขึ้น

“น้องงั้นหรอ?” โชเหยียดยิ้มเหมือนตัวร้ายในละครไม่มีผิดเขาทนฟังคำพูดชวนอ้วกพวกนี้มาหลายรอบแล้ว ยิ่งฟังมันก็เหมือนยิ่งทำให้เขาโกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า! โชปล่อยมือที่จับแขนเล็กออกก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นจับล็อกใบหน้าหวานสวยตรงหน้าไว้แทน

“หึ!”

“มะ มึ- อื้ออ!!” ริมฝีปากหนาทาบทับลงบนริมฝีปากสีหวานอาสะนิ่งค้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเร็วมากจนเขาตั้งตัวไม่ทน โชกดทับริมฝีปากของตัวเองลงหนักๆ ย้ำๆ ก่อนจะลากลิ้นเปียกชื้นไปตามเรียวปากสวยพร้อมกับฟันซี่คมที่ขบกัดริมฝีปากบางจนได้เลือด อาสะเผลออ้าปากเพราะความเจ็บก่อนที่เรียวลิ้นร้อนๆ จะแทรกเข้าโพรงปากนุ่มกวาดต้อนความหอมหวาน สายตาคมจ้องมองแก้มใสที่เริ่มแดงระเรื่อดวงตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ยิ่งเห็นแบบนี้แล้วเขายิ่งไม่อยากถอยออกหากเลยแม้แต่นิด

“ฮะ ฮื้อ! พอ พะ อื้ออ...” โชแทบไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้หยุดหายใจลิ้นเล็กถูกเกี่ยวพันดูดดึงหลายต่อหลายครั้งเสียงหยาบโลนดังสลับกับเสียงครางอื้ออึงของคนที่ถูกกระทำ โชบดจูบอยู่แบบนั้นหลายต่อหลายนาทีจนปากเล็กบวมเจ่อไปหมด โชพอใจกับผลงานของตัวเองก่อนจะปล่อยอีกฝ่ายให้เป็นอิสระ

“เป็นแค่น้องของมึงใช่ไหมละมาโคโตะ?

“….”

“แต่นี่น่ะเมียกู!” คำพูดเย้ยหยันพวกนั้นถูกพูดออกมาแบบไม่อายอะไรทั้งสิ้นโชเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะผลักมาโคโตะที่ยืนมองด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม รอยยิ้มร้ายประดับขึ้นบนใบหน้าหล่อที่ใครๆ ต่างก็หลงใหลแต่หากความหล่อเหลาเหมือนเทพเจ้าสร้างมาให้กับเขามันกลับถูกปกคลุมด้วยซาตาน

โชกลับไปคว้าข้อมือเล็กของอาสะที่นั่งหอบหายใจอยู่ที่พื้นก่อนจะกระชากอีกฝ่ายให้เดินตามเขาไปเหมือนเดิม ตอนนี้เขารู้สึกดีมากเลยล่ะ ไม่ใช่สิมันโคตรรู้สึกดีมากต่างหากเวลาที่ได้หักหน้าคนอื่นนี่มันดีจริงๆ

“หึ!”

 

 

 

 

 

โรงอาหาร

“กินให้หมด”

“แล้วทำไมกูต้องกิน”

“กูสั่งมาก็กินๆ ไปเถอะหน่า”

“แต่กูไม่ก-”

“กูจ่ายเองจะกินได้ยัง?”

“แต่ก-”

“ทำไม? ต้องเป็นไอ้มาโคโตะคนเดียวใช่ไหมที่จะจ่ายให้มึงได้” อะไรของไอ้เลวนี่อีกกันนะ…อาสะถูกลากมาที่โรงอาหารด้วยความไม่เต็มใจสุดๆ ทั้งที่เขาไม่สามารถขัดขืนแรงเท่ายักษ์ของอีกฝ่ายได้ พอมาถึงโรงอาหารไอ้เลวก็เอาแต่สั่งๆ จิ้มไปที่เมนูอาหารเป็นสิบๆ อย่างโดยที่ผมไม่ได้บอกสักนิดว่าจะกินแถมยังมาบังคับให้ผมนั่งกินตรงนี้ห้ามลุกไปไหนจนกว่าอาหารบนโต๊ะจะหมดสุดท้ายก็วกกลับมาพูดถึงเรื่องของรุ่นพี่มาโคโตะไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้เลวถึงโยงเรื่องวนกลับมาได้อยู่เรื่อย

“กูยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ”

“งั้นก็รีบกินสิวะหรืออยากให้กูจูบก่อนกินข้าว?”

“อ ไอ้เลวหุบปากไปเลยนะ!”

“เป็นเมียแล้วกล้าด่าผัวตัวเองงั้นหรอวะ”

“ไอ้บ้าเอ๊ยบอกให้เงียบไง!” ตอนนี้สายตาของคนทั้งโรงอาหารเริ่มหันมาสนใจพวกเขาเป็นจุดจุดเดียวแล้ว บางคนถึงกับก้มกระซิบนินทากันในระยะประชิด แก้มใสแดงเถือกลามจนไปถึงใบหูขาวเขาอายมากๆ ในตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไวที่ไหนแล้ว! อาสะหน้าบึ้งตึงพร้อมกับมองร่างสูงๆ ที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กับสิ่งที่ตัวเองพึ่งพูดออกไป อาสะเลิกสนใจคนตรงหน้าที่เอาแต่กวนเบื้องล่างไม่เลิกก่อนจะหันมาใส่ใจกับอาหารล้นโต๊ะตรงนี้ซะก่อน

“ถ้ากลัวจะติดหนี้บุญคุณเรื่องอาหารล่ะก็…จูบกูสักรอบก่อนเป็นไง”

“ค แค่ก! แค่ก! ไอ้เชี่ย!!”

 

 

 

..................

มาแล้วววว ช้าไปไหม? เนี่ยช่วงเย็นๆแบบอากาศกำลังเย็นเลย ฮ่าๆๆๆ มาดูศึกชิงนายกันค่ะ

พี่โชบอกว่าเมียก็เมียอย่าเถียง

ความคิดเห็น