Chaleeisis
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 22 : รางวัล [ Nc ]

ชื่อตอน : บทที่ 22 : รางวัล [ Nc ]

คำค้น : สามเฌอ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.8k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.พ. 2563 01:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 22 : รางวัล [ Nc ]
แบบอักษร

  

ตี 4 กับงานกีฬาสี 

ง่วง มาก เลย ไอ้ เวร 

ผมยกมือปิดปากหาวพลางส่งพร้อพให้พวกปี 2 ที่กำลังจัดการตกแต่งคัตเอาท์ สงสัยจริงๆ ว่าทำไมจะต้องทำงานเผาตอนเช้าวันกีฬาสีทุกปีด้วยคัตเอาท์เนี่ยะ ปีผมก็เป็น เกือบร่วงลงมาคอหักตายด้วย กีฬาสีตอนปี 2 แม่งตรงกับวันที่ 13 พอจบงานปุ๊บน้องฟ้าที่เป็นแฟนผมก็บอกเลิกปั๊บ แล้วอาทิตย์ต่อมาเธอก็ไปคบกับคฑากรไม้หนึ่งของคณะการบินฯ ซึ่งผมแบบ ใช่ซี้ พี่ก็แค่เฌอไง ไม่มีตำแหน่งใดใดในงานกีฬาสีนอกจากปีนทำคัตเอาท์ 

แม่ง....ความทรงจำอันขมขื่น 

ช่างมันเถอะ อะไรที่ผ่านไปก็ปล่อยให้มันผ่านไปดีกว่านะครับ ผมส่งโฟมรูปไฟขึ้นไปให้สมปองที่ยืนอยู่ด้านบนสุด อยากรู้จริงๆ ว่าใครมันคิดคอนเซ็ปต์วะ คณะวิศวะฯ ปีนี้เป็นคอนเซ็ปต์ภูเขาไฟซึ่งมันดูแดงไปทั้งสแตนด์เลยว่ะ เห็นแล้วรู้สึกร้อนไปหมด เด็ก ET นี่ชอบเล่นโทนสีแดงเนอะ เชื่อดิว่าไม่มีคณะไหนจะร้อนแรงได้เท่าคณะผมอีกแล้ว 

โซฮอตยืนหนึ่งในมหา’ลัย 

งานอวยคณะต้องมาครับ 

“เฌอ” 

ผมหันมองตามเสียงก็พบแช่มเพื่อนรัก “กูนึกว่าจะมาตอน 10 โมงแล้ว” 

“เกินเหอะ กูไปซื้อกาแฟมาฝากพวกมึงเนี่ยะ แต่กาแฟกระป๋องนะ” 

“เออ ขอบใจ น้องหอมมึงอะ” 

“แต่งตัวอยู่ห้องคณะ” ร่างสูงเดินเข้ามาช่วยผมส่งพร้อพให้น้องๆ “น้องหมอมึงอะ” 

“ก็อยู่ที่คณะเขาไง แต่งตัวเหมือนกันแหละ” 

“ขบวนพาเหรดมันเริ่มที่ตึกแพทย์ฯ ขบวนของเด็กแพทย์ฯ เป็นขบวนแรกสินะ” 

“ใช่ กูตื่นเต้นมากเลยที่จะได้เห็นสิบสามเป็นคฑากร เขาต้องหล่อมากแน่ๆ เลยว่ะ” 

“จะขิงแฟนอ๋อไอ้เวร” 

“เปล่า ก็พูดตามที่คิดเนี่ยแหละ เท่าที่กูรู้มานะ ไม้หนึ่งของแต่ละคณะคือเดือนของปีก่อนทั้งนั้นเลยว่ะ แต่ที่พีคๆ ก็น่าจะนิเทศฯ ป้ะ ไอ้หมีถือธงเดินนำขบวนด้วยหนิ กูล่ะอยากเห็นหน้าไอ้ขัน” 

“เห็นหน้ากูทำไม” คนที่ถูกพาดพิงเดินเข้ามาพร้อมกับจันทร์ฉายและทะเล ตายยากอะ บ่นถึงหน่อยก็โผล่มาให้เห็นละ 

“แฟนมึงถือป้ายหนิ มันต้องหล่อมากแน่ๆ เลย แล้วพอมันหล่อมากๆ นะ คนก็จะหลงรัก พอมีคนมาวอแวมันมากๆ มึงก็จะหึง พอมึงหึงสักพักมึงก็จะเป็นบ้า พอมึงบ้าก็ต้องเข้าโรงพยาบาล ไอ้หมีก็จะหาผัวใหม่ ส่วนมึงก็จะอกแตกตาย” 

“เดี๋ยวมึงอะจะตายก่อนเพราะโดนกูเตะ” ไอ้ขันทำเสียงเหี้ยมใส่ “มึงห่วงแฟนเด็กมึงดีกว่า คฑากรไม้หนึ่งคณะแพทย์ฯ ตอนจบงานคงตกคนได้ค่อนมหา’ลัย” 

“คือผมไม่ค่อยกังวลเรื่องนี้อะนะครับเพื่อนเพราะแบบแฟนผมรักผมมาก” ผมยักคิ้วให้มันไปทีนึงอย่างกวนส้นตีน อดีตเฮดว้ากเห็นแบบนั้นมันก็โขกหัวผม โว้ยยยย เก่งจริงล่ะเรื่องทำร้ายร่างกายคนอื่นเนี่ยะ 

หยิกแม่ง 

“พวกมึงเป็นเด็กรึไงวะ” ทะเลห้ามทัพก่อนจะลากผมกับไอ้ขันมานั่งที่หน้าสแตนด์ “เห็นแบบนี้แล้วนึกถึงตอนที่ทำสแตนด์ด้วยกันเนอะ โคตรเหนื่อยเลย” 

“เออ เหนื่อยจริงๆ ” 

ผมนั่งมองรุ่นน้องทั้งคณะตัวเองและคณะอื่นๆ ที่กำลังเตรียมสแตนด์ให้พร้อมก่อนที่จะเช้า ช่วงกีฬาสีมันเหนื่อยมากนะแต่ก็สนุกดีอะ ถ้าไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งอะไรกันเลยก็สนุกอยู่แหละ ปีผมแม่งตีกับสาขาอื่น ก็มีปากเสียงกันนิดหน่อยกับเด็กคอมฯ แต่ตอนนั้นไอ้ขันก็เป็นคนเคลียร์แหละ สำหรับผมนะ กีฬาสีช่วงปี 2 อะเหนื่อยสุดเพราะทำสแตนด์ ส่วนปี 3 ที่เดินพาเหรดก็ไม่เท่าไหร่ เปลี้ยสุดก็ตอนเดินจากตึกแพทย์ฯ ไปตึกนิเทศฯ นั่นแหละ 

ความทรงจำอันขมขื่นรอบที่ 2 

ผมมามหา’ลัยตอนเกือบตี 4 ตอนแรกกะว่าจะมาส่งนังน้อนแต่งหน้าแต่งตัวแล้วจะกลับไปงีบสักหน่อย แต่ดูทรงแล้วน่าจะตื่นอีกทีตอนเที่ยงอะ ก็เลยเออ มาช่วยพวกสมปองทำสแตนด์ดีกว่า ไว้จบงานค่อยนอนยาวทีเดียว 

“เวลาผ่านไปไวเหมือนกันเนอะมึง” 

ไอ้ขันหลุดหัวเราะ “เออ แป๊บเดียวก็ปี 4 แล้ว ฝึกงานจบก็จะจบ” 

“อยู่ดีดีกูก็มานั่งคิดนะว่าทำไมถึงมาเป็นเพื่อนกับพวกมึงได้ก็ไม่รู้” จันทร์ฉายหันมองบรรดาเพื่อนๆ “แต่ละคน....เฮ้อ” 

“ที่นั่งอยู่ตรงนี้กูว่าก็ไม่มีใครคิดหรอก” ชริตเป็ดเบ้ปากใส่ “แต่มันก็ดีแล้วป้ะวะที่เราได้เป็นเพื่อนกันน่ะ” 

“มึงพูดซะซึ้งเชียวไอ้เวร ยังเรียนไม่จบเลย นี่วันกีฬาสีนะ ไม่ใช่วันรับปริญญา” 

“มึงรู้ป้ะว่าตอนนี้พวกเราเหมือนลุงแก่ๆ ที่มานั่งรำลึกความหลังกันอะ” ผมบอกพวกมันก่อนจะส่งกาแฟกระป๋องที่ไอ้แช่มซื้อมาให้ 

“ก็บรรยากาศมันได้นี่หว่า” 

ผมเปิดกาแฟกระป๋องก่อนจะกระดกลงคอ เดี๋ยวหาอะไรทำระหว่างรอขบวนพาเหรดดีกว่า เขาจะเริ่มเดินกันตอน 8 โมงครับ เริ่มที่ตึกแพทย์ฯ ไปจนถึงตึกนิเทศฯ ระยะทางโคตรไกล เดี๋ยวผมจะต้องถ่ายรูปนังน้อนเยอะๆ ด้วย เอาไปอวดพี่เจี๊ยบครับ ไม่รู้ว่าวันนี้สิบสามจะหล่อมากแค่ไหน ผมว่ามันต้องมากกว่าทุกทีที่ได้เห็นแน่เลย ไม่รู้ว่าเขาจะแต่งตัวยังไง ลองนึกภาพคฑากรคณะแพทย์ฯ ปีก่อนๆ ซิ 

นึกไม่ออกเลยว่ะ 

ช่างแม่ง นึกไม่ออกก็ช่างแม่ง เอาเป็นว่าถ้าถึงเวลาเดี๋ยวก็เห็นเองแหละ ส่วนตอนนี้เฌอและเหล่าสหายขอนั่งจิ๊บกาแฟพลางเสพบรรยากาศความวุ่นวายต่างๆ ตรงหน้าก่อนสักพักนะครับ แล้วอีกสักพักก็จะ.....หลับ 

กาเฟอีนในกาแฟไม่ช่วยอะไร 

.   

*** 

. 

“ทำไมชอบเบียดจังวะ” 

“หรือจะให้กูนั่งบนตักมึง” 

“ตัวอย่างกะน้องควายจะมานั่งบนตักกู สะเหล่อ” 

“ขี้บ่นจริงๆ ระวังผัวทิ้งนะ” 

“ปัญญาอ่อนแบบมึงก็ระวังเมียไปมีผัวใหม่เถอะ” 

“ไอ้เฌอ” 

“ไอ้แช่ม” 

มึงจะเถียงสู้กูอ๋อ....ให้คิดอีกทีนะไอ้เวร 

ผมถลึงตามองมันอย่างเอาเรื่อง เอาสิจะยอมกูดีดีหรือจะยอมกูด้วยน้ำตา ทำไมห้ะ ไม่ตบไม่ตีไม่ดีขึ้นเลยใช่ไหม เรื่องนี้ต้องถึงหูไอ้หอม ผมจะให้น้องรักจัดการมัน พอก่อน พักเรื่องไอ้แช่มแล้วหันไปสนใจขบวนพาเหรดที่กำลังจะมาถึงสนาม ตอนแรกผมก็อยากเห็นสิบสามเดินจากตึกแพทย์ฯ ไปถึงตึกนิเทศฯ เหมือนกัน แต่คิดไปคิดมา รอดูเขาตอนเดินลงสนามดีกว่า ขบวนนังน้อนจะเป็นขบวนแรกและก็จะได้โชว์หน้าประธานก่อนคณะอื่นด้วย 

ตื่นเต้นว่ะ 

ไอ้แช่มมันเห็นนังน้อนแล้วครับ สะเหล่อไง ไปดูขบวนที่หน้าตึก มันบอกผมว่าวันนี้เขาหล่อมากแต่ไม่ยิ้มเลยสักนิด หน้าตึงอยู่ตลอดเวลา ขนาดเวลามีช่างภาพไปขอถ่ายรูปเขายังไม่ยิ้มเลย สิบสามถามไอ้แช่มว่าผมอยู่ไหน ทำไมไม่ไปหาเขา ชริตเป็ดก็บอกไปว่าผมรอดูเขาอยู่ที่สแตนด์วิศวะฯ เพราะงั้นตอนที่เดินลงสนามมาให้หันมองผมด้วย ไหนดูซิว่าเจ้าแบด แบดยักษ์จะมองเห็นผมไหม 

ผมหน้าเด็กกลมกลืนกับน้องปี 1 มากซะด้วยสิ 

พูดจาโคตรหลงตัวเองเลยว่ะ 

เสียงปรบมือดังจากสแตนด์คณะแพทย์ฯ ทำให้ผมหันไปมองทันที วงโยธวาธิตของมหา’ลัยเดินนำเข้าสนามมา ธงสีเขียวมีตราสัญลักษณ์ของคณะแพทย์ฯ ล้ำเข้าสู่ในสนาม คนที่ถือธงคือน้องประธานคณะกรรมการฯ ที่ชื่อปราชญ์ ส่วนป้ายของคณะคือน้องที่ชื่อแพ็ค เท่าที่เห็นก็พวกคณะกรรมการทั้งนั้นเลยนะ ผมได้ยินเสียงกรี๊ดดังจากคณะแพทย์ฯ เมื่อคฑากรเดินลงสนามมา 

ตึกตัก 

เชี่ย....ใจเต้นแรงขนาดนี้ 

ร่างสูงของสิบสามสวมชุดสูทสีเขียวเข้มซึ่งเป็นสีของคณะเขา เรือนผมสีดำสนิทถูกเซ็ตเป็นทรงอย่างดีทำให้เห็นใบหน้าหล่อได้ชัดเจน สีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกใดใดออกมาเลย ไม่ยิ้มหรืออะไรทั้งนั้น เป็นความจริงแบบที่ไอ้แช่มพูดจริงๆ แล้วดูน้องคฑากรสองคนที่เดินอยู่ด้านหลังเขายิ้มอย่างเป็นมิตรดิ นังน้อนของผมคือแปลกแยกสุดๆ 

“น้องหมอมึงคือหน้านิ่งแบบนี้ตั้งแต่ตอนเดินขบวนอะ เขาจะไม่ยิ้มหน่อยเหรอวะ” 

“ไม่รู้ว่ะ” ผมมองขบวนแพทย์ ที่กำลังเดินเข้าสู่เขตหน้าสแตนด์วิศวะฯ “สิบสาม!!!!” พอผมตะโกนออกไปแบบนั้น ร่างสูงที่เดินนำขบวนอยู่ก็หันมามองก่อนจะคลี่ยิ้มให้ 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด 

ไงล่ะ....ไม่ใช่เฌอจะทำได้ไหมถามจริง 

“มึงนี่มันเกินไปมากเลยนะ” ไอ้ขันเอ่ยพลางทำหน้าไม่เข้าใจ 

“เด็กแพทย์ฯ งงตาแตกทั้งสแตนด์อะ น้องหมอมึงตกเด็กเราได้ทั้งคณะแน่ เชื่อกู” 

“พวกมึงก็เว่อร์” ผมมองขบวนของคณะแพทย์ฯ ที่เดินผ่านสแตนด์ตัวเองไป ตลกว่ะ ใจผมก็คิดอยู่แล้วแหละว่าถ้าสิบสามเห็นผมเขาน่าจะยิ้มออกมา 

เป็นไปตามที่คิดด้วย 

เดินหน้าตึงรอบมหา’ลัยเพื่อมายิ้มให้ผมคนเดียวนี่โคตรเกินไปเลย เรื่องนี้ต้องเป็นที่พูดถึงแน่ๆ ไม่รู้ว่าจะมีใครถ่ายรูปตอนที่นังน้อนยิ้มทันรึเปล่าเพราะมันแค่แป๊บเดียวจริงๆ ใครถ่ายภาพตอนนั้นทันคือจะเป็นที่ฮือฮามาก อันนี้ต้องฝากความหวังไว้กับทีมช่างภาพของนิเทศฯ แล้ว เออ ต้องดูที่กล้องน้องหนม ยืนหนึ่งมากในเรื่องการถ่ายรูป ไม่คิดเลยว่าไอ้ขันจะมีน้องชายที่ถ่ายรูปเก่งขนาดนั้น 

ถ่ายตอนเผลอยังดูดีเลย 

ผมหันมองจอมอนิเตอร์ใหญ่ที่ฉายภาพเหล่าคฑากรทำความเคารพประธาน การแสดงของคฑากรคณะแพทย์ฯ เริ่มขึ้นแล้วครับ ผมเห็นสิบสามตอนซ้อมบ่อยแล้วนะแต่ของจริงก็ให้ฟีลที่ต่างกัน ไม้คฑาของนังน้อนอะหนักพอสมควร หนักกว่าไม้คนอื่นจึ๋งนึงผมเคยลองถือแล้ว คือถ้าโยนแล้วรับพลาดฟาดหัวตัวเองก็หัวแตกไปเลยนะ แล้วสิบสามเป็นคนที่โยนไม้สูงมากเลยอะ 

รับได้ยังไงวะ 

ผมปรบมือรัวๆ เวลาที่เขารับไม้คฑาได้ เก่งมากๆ เลยค้าบน้อนค้าบ เหนื่อยมาหลายเดือนเพื่อวันนี้นี่แหละ ผมมองร่างสูงที่ทำความเคารพประธานอีกครั้งก่อนจะเดินนำขบวนต่อไปยืนรอคณะอื่น คือใช้เวลาสักพักเลยแหละกว่าจะแสดงจบจนครบทุกคณะ สิบสามน่าจะเปลี้ยมาก ดีนะที่วันนี้แดดไม่ค่อยแรงเท่าไหร่แถมยังมีลมพัดให้อากาศได้ถ่ายเทอยู่บ้าง ไม่งั้นนะแย่เลย 

“มึงเห็นเพจคิ้วท์บอยยัง” 

“ยัง ทำไมวะ” 

“อะดู” จันทร์ฉายส่งโทรศัพท์มาให้ ภาพบนเพจเป็นภาพ Before – After ของสิบสามครับ ภาพแรกคือภาพตอนเดินขบวนแล้วหน้านิ่งมาก ส่วนภาพที่ 2 คือภาพเขายิ้มเพราะได้เห็นผม โพสนี้เพิ่งลงไม่กี่นาทีแต่มีคนกดไลก์และแชร์เยอะอยู่นะ 

“ลุคนี้โคตรดูดีเลยว่ะ” ทะเลบอกก่อนจะกดซูมรูป “ผิวขาวจัดตัดกับสีสูทมากเลย ใต้ร่มผ้านี่ขาวแบบนี้ป้ะวะ” 

ผมพยักหน้ารับ “เหมือนหยวกกล้วยอะ” 

“งี้ก็ตัวแดงง่ายอะดิ” 

“ถามอะไรของพวกมึงเนี่ยะ” ผมทำหน้ามุ่ยใส่พวกมัน “ดูโน่นขบวนนิเทศฯ มาแล้ว ปรบมือให้หมีน้องรักเร็ว” ว่าแล้วผมก็ปรบมือรัวๆ ให้กับน้องหมี 

วันนี้มันหล่อว่ะ ผมมองเด็กหัวทองที่อยู่ในชุดนักศึกษาแล้วสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงินของคณะนิเทศฯ ทับ ขบวนของคณะนิเทศฯ เป็นเด็กปี 2 สินะที่เดินนำขบวนน่ะ แต่ละคนคืองานดีมากเลยว่ะ คนถือป้ายคือเพื่อนไอ้หมีที่ชื่อภีม คฑากรไม้หนึ่งก็ไอ้เป้ที่เป็นเดือนมหา’ลัย ผมจำได้ว่ากีฬาสีเมื่อปีก่อนก็ไอ้พวกนี้แหละที่เป็นหลีดฯ โจ๊ก ไอ้เวรขันหัวฟัดหัวเหวี่ยงใหญ่เลยตอนไอ้หมีเต้นแล้วปลดกระดุมโชว์ซิกแพ็ก เห้อะ ไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยนะตอนนั้นอะ ทำเป็น.... 

น่าหมั่นไส้ 

ผมนั่งดูขบวนพาเหรดไปเรื่อยๆ พลางถ่ายรูปโน่นนี่นั่น เดี๋ยวค่อยไปถ่ายหน้าสิบสามชัดๆ ถ่ายตอนยิ้มด้วย ทุกคนต้องรอดูภาพนังน้อนยิ้มจากไอจีผมแน่ๆ ได้เลยครับน้องๆ พี่เฌอจะไม่ทำให้ผิดหวัง ใช้เวลาพักใหญ่เลยสำหรับการเปิดงานต่างๆ ตอนนี้เกือบ 10 โมงแล้ว ขบวนของแต่ละคณะเดินออกจากสนามหลังจากที่เปิดงานเสร็จ เดี๋ยวผมไปนังน้อนดีกว่า เขาน่าจะหิวข้าวอยู่นะ ยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่ตื่นมาอะ 

“พวกมึง เดี๋ยวกูไปหาสิบสามก่อนนะ” 

“เออ เดี๋ยวกูไปหาไอ้หมีละ” 

“ค่อยเจอกันคืนนี้นะ หรือพรุ่งนี้ดีวะ มึงกลับกันวันอาทิตย์หนิ” 

“กูว่าพรุ่งนี้” ผมบอกเพื่อนๆ 

ไอ้แช่มหรี่ตามองผม “ฮันแน่ ทำไมต้องพรุ่งนี้ คืนนี้มึงจะทำอะไรห้ะๆ ๆ ๆ ๆ ” 

“ทำอะไรก็เรื่องของกู” ว่าแล้วผมก็แลบลิ้นใส่มัน “แบร่บๆ ๆ ๆ ๆ ” 

“เดี๋ยวจะโดนนะไอ้เวร” 

“เลิกตีกันได้แล้ว” ทะเลห้ามทัพ “งั้นก็เอาตามนั้นละกัน เจอกันพรุ่งนี้” 

“โอเค” ผมรับคำเพื่อนก่อนจะเดินลงจากสแตนด์แล้วมุ่งหน้าไปที่ตึกคณะแพทย์ฯ ทันที 

น้องๆ ที่เดินขบวนพาเหรดเมื่อกี๊เดินกันอยู่เต็มหน้าตึกเลยว่ะ ผมกวาดสายตามองหานังน้อน ไม่เจอเลยครับ อยู่ไหนของเขาวะ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไลน์หาเจ้าตัว ใช้เวลาไม่นานก็ได้คำตอบว่าอยู่ที่โรงอาหารของคณะ พอเห็นแบบนั้นผมจึงเดินไปที่นั่นทันที ร่างสูงที่อยู่ในชุดสูทสีเขียวนั่งรออยู่ ดวงตาคมมองผมอยู่อย่างนั้น สีหน้าดูเหนื่อยอยู่นะ แน่ล่ะ เดินไกลขนาดนั้นก็คงล้านั่นแหละ 

“หล่อผิดหูผิดตาเลยนะวันนี้” ผมนั่งลงตรงข้ามเขา “ตกเด็กได้ค่อนมหา’ลัย” 

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ พี่เฌอหิวข้าวไหม กินอะไรรึยัง” 

“ยัง เนี่ยะ คุณจะกินอะไร เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง” 

“ข้าวราดแกงก็ได้มั้งครับ” สิบสามเดินไปที่ร้านข้าวราดแกง ผมก็เดินตามเขาไปสั่งข้าว กินอะไรดี งืม....แกงฟักทองก็น่าสนใจ แต่พะแนงก็น่ากิน 

“เอาอันนี้ๆ ๆ ๆ ครับ” ผมชี้ไปที่กับข้าวสี่อย่าง 

“กินเยอะจังครับ” 

“มันน่ากินอะ คุณไม่ต้องห่วงหรอกนะ ถ้าผมกินไม่หมดเดี๋ยวคุณก็กินจนหมดเองแหละ” พอจ่ายเงินเสร็จผมก็เดินกลับมาที่โต๊ะก่อนจะตักแกงฟักทองเข้าปาก อื้ออออ....อร่อยจริงๆ โรงอาหารคณะแพทย์ฯ นี่ร้านข้าวราดแกงคืออร่อยที่สุดแล้วมั้ง 

ผมมองนังน้อนที่ตั้งใจกินข้าวอย่างจริงจัง คงหิวน่าดูเลยแหละ พอเห็นแบบนั้นผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเขาเพื่อลงสตอรี่ไอจี สิบสามเหลือบมองกล้องนิ่งๆ ก่อนจะกินข้าวต่อ หน้าตึงมากเลยครับพ่อหนุ่ม 

“พี่จะอยู่ถึงกีฬาสีเลิกเลยไหมครับ” 

“ผมยังไงก็ได้ แล้วคุณอะ” 

“ผมแล้วแต่พี่เฌอครับ” 

“ถ้าแล้วแต่ผมงั้นเอางี้ละกัน เดี๋ยวดูหลีดฯ ตอนบ่าย แล้วค่อยกลับ ดีไหม” 

“ได้ครับ” สิบสามตักไก่ทอดในชามเขาส่งมาให้ผม “รอถึงตอนนั้นก็ดีเหมือนกัน จะได้มีเวลาย่อยหน่อย” 

ผมเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย “ทำไมต้องรอย่อยอะ” 

“พี่ไม่รู้จริงๆ เหรอครับว่าสิ่งที่ผมพูดมันมีความหมายว่ายังไง” มือเรียวเปิดกระเป๋าลิตเติ้ลทวินสตาร์ของตัวก่อนจะหยิบกล่องลายคุโรมิส่งมาให้ผม 

“อะไรอะ” ผมเปิดกล่องนั้นดูก่อนจะจ้องเขาทันที “คุณนี่มันจริงๆ เลยนะสิบสาม” เอาถุงยางมาใส่ไว้ในกล่องที่ลายน่ารักขนาดนี้คือมันเกินไปจริงๆ 

สงสารน้อนคุโรมิ 

“เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้นะครับ ผมอัดอั้นตันใจมาก” 

ฉ่า 

“คุณทำผมหน้าร้อนอีกแล้วนะ” ผมยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองเบาๆ “อย่าพูดแล้วมองด้วยสายตาแบบนั้นสิ” 

“ก็มันจริงนี่ครับ” เจ้าตัวเท้าคางมองผม “พี่เฌอว่าวันนี้ผมทำได้ดีไหมครับ” 

“ดีสิ คุณโคตรหล่อเลยวันนี้ แถมตอนที่เดินขบวนก็เท่มาก ตอนแสดงคฑาหน้าประธานก็ดีไปหมด สุดยอดเลย” ผมเอ่ยชมไปตามตรง เขาทำได้ดีจริงๆ ตามนั้น 

“ถ้าแบบนั้นพี่ก็ต้องให้รางวัลผมสิครับ” 

นังเด็กคนนี้มันร้ายจริงๆ เลยนะ 

พูดถึงขนาดนี้แล้วพี่เฌอจะไปยังไงต่อล่ะ 

“ได้.....คุณอยากได้อะไร ผมจะตามใจเลย” 

“พี่เฌอพูดแล้วนะครับ” 

“อื้ม ผมอะ คำไหนคำนั้นอยู่แล้ว” 

 

*** 

. 

คำไหนคำนั้น....หึ 

ไม่น่าเลยเฌอเอ๊ย 

ผมนั่งทำหน้ามุ่ยใส่ร่างสูงที่นั่งอยู่ปลายเตียง โพซิชั่นตอนนี้น่าหวั่นใจอีกแล้วครับ ผมนั่งอยู่ที่พื้นตรงกลางหว่างขาของแฟนตัวเอง ยิ่งเห็นมือเรียวกำลังจะปลดผ้าขนหนูที่พันรอบเอวออกหัวใจก็ยิ่งสั่นระรัว บางสิ่งบางอย่างที่อยู่ใต้นั้นมันกำลังเหิมเกริมมาก มากพอๆ กับเจ้าของนั่นแหละ ในจังหวะที่ผ้าขนหนูจะหลุดอยู่รอมร่อผมก็จับข้อมือของสิบสามเอาไว้ก่อน ดวงตาคมฉายแววชอบอกชอบใจ 

เออใช่ซี้ ต้อนให้ผมจนมุมได้ก็ต้องชอบใจเป็นธรรมดา 

“คุณ.....ผมจะห่วยแตกมากเลยนะ ไม่เคยทำอะ” 

“เหมือนกินไอติมแหละครับ” 

ผมส่ายหัวรัวๆ “ไม่เหมือนนนน คุณอย่าเอาไปเปรียบกับไอติมนะ” ไอติมมันเย็นป้ะ แต่ไอ้นี่มันไม่เย็นเลยสักนิดอะ โอ๊ย.....ยิ่งเห็นสีหน้าที่ดูเจ้าเล่ห์นั่นยิ่งอยากเขินจนตายไป 

ฟุบหน้าแก้เขินแป๊บ 

“พี่เฌอบอกว่าจะตามใจผมไง” มือเรียวลูบหัวผมที่ซบต้นขาตัวเองเบาๆ “พี่บอกเองด้วยนะว่าคำไหนคำนั้น” 

“ก็ผมไม่คิดว่าคุณจะ....” ผมผ่อนลมหายใจออกก่อนจะตั้งสติ “โอเค คำไหนคำนั้น เรื่องแค่นี้ทำไมผมจะทำให้แฟนตัวเองไม่ได้” 

“งั้นก็ทำสิครับ” สิบสามดึงผ้าขนหนูออก ทำให้ส่วนนั้นจ่ออยู่ตรงด้านหน้า ทำไมมันเขินอย่างนี้วะ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้เห็นนะเฌอ 

“เกินไปมากๆ ของคุณน่ะ” 

“วันนี้บ่นเก่งจังเลยนะครับ” ส่วนแข็งขืนถูกเด็กนิสัยไม่ดีจับมาแปะอยู่ที่ข้างแก้มผมพร้อมกับถูอยู่อย่างนั้น “ให้รางวัลผมได้แล้ว” 

ผมมองเขาอย่างคาดโทษก่อนจะจับท่อนรักที่แปะอยู่ข้างแก้มแล้วขยับเบาๆ ไม่เคยใช้ปากทำให้ใครมาก่อนเลยครับ ก็นะ สิบสามก็เป็นคนแรกของผมอะ ถึงศึกษามาบ้างแต่ไม่คิดว่าจะได้ทำจริงเร็วขนาดนี้ แต่เอาเถอะ คิดไว้บ้างแล้วแหละว่าวันนี้ต้องมาถึง ทำใจร่มๆ แล้วยอมนังแฟนเด็กแต่โดยดีดีกว่า ผมใช้ลิ้นเลียเบาๆ ที่ส่วนปลายก่อนจะไล่จุ๊บสลับกับเลียวนไปรอบๆ พลางช้อนตามองคนตรงหน้า 

สายตาที่ดูพอใจนั่นทำให้ผมใจชื้นอยู่พอสมควร 

ผมไล่เลียตั้งแต่ส่วนปลายไปจนถึงโคน เหมือนกินไอติมตามที่เขาบอกนั่นแหละแต่มันต่างตรงที่เราจะกัดไม่ได้ไง ไหนจะความอุ่นที่รับรู้ได้นี่อีก มือเรียวของสิบสามขยุ้มหัวผมเบาๆ ได้ยินเสียงทุ้มต่ำในลำคอเขาด้วย ชอบว่ะ รู้สึกดีสินะถึงได้ส่งเสียงแบบนั้นออกมา ผมเลียรอบๆ ส่วนปลายก่อนจะรับมันเข้าปากแล้วขยับเข้าออก ทำได้แค่ครึ่งเดียวแต่ผมคิดว่าแค่นี้ตัวเองก็เก่งมากเกินพอ 

ครั้งแรกของเฌอเลยนะสำหรับออรัลเซ็กซ์น่ะ 

“อื้มมมม....” 

ผมมองสิบสามที่หน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ “อื้ออออ....” รู้สึกหายใจไม่ทันเมื่อเขาจับหัวผมกดลงให้ส่วนนั้นเข้าไปลึกมากกว่าเดิม 

“ผมจะเสร็จ” 

“อื้ออออ....อ่อกก....แค่กกกกๆ.....” ผมสำลักพร้อมกับถอนปากออกมาเมื่ออีกฝ่ายเสร็จ น้ำรักสีขาวขุ่นเลอะอยู่รอบๆ ขอบปาก ส่วนเรื่องรสชาตินั้น....ไม่ขอพูดถึง 

นังน้อนแตกใส่ปากผมแบบตั้งใจมากเลยอะ 

บอกก่อนว่าจะเสร็จแต่ไม่ยอมเอาออกแถมกดหัวผมมากกว่าเดิมอีก 

“เก่งจังเลยครับ” เสียงอ่อนเอ่ยอย่างเอาใจพลางใช้ปลายนิ้วไล้น้ำรักที่ขอบปากผมแล้วสอดเข้ามาในปาก “ผมพอใจมากเลย” 

ผมจับมือเขาออกก่อนจะโน้มคอแกร่งให้เข้ามาจูบ ต้องไม่ใช่แค่ผมที่จะได้รับรู้รสชาตินั้นน่ะ ผมสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวรัดกับลิ้นร้อนก่อนจะขยับขึ้นมานั่งคร่อมบนตักของสิบสาม ร่างสูงนัวเนียจูบกับผมอยู่อย่างนั้น มือเรียวลูบไล่ไปตั้งแต่ยอดอกแล้วลงต่ำไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงสะโพก เขาบีบเค้นมาจนถึงส่วนบั้นท้าย ผมละจูบออกมาแล้วมองเด็กดื้ออยู่อย่างนั้น จากเสียงลมหายใจที่ได้ยินมันทำให้ผมรู้ว่าเขากำลังคุกรุ่นมากแค่ไหน 

ตัวผมเองก็ไม่ต่างกัน 

“คุณเสร็จใส่ปากผม” 

“ความจริงอยากใส่หน้ามากกว่าครับแต่ลืมตัว” เขายกยิ้มพลางขบเม้นที่ซอกคอแรงๆ “เอาออกไม่ทัน” 

“สิบสาม” ผมหยิกเขาแรงๆ “คุณนี่เอาใหญ่แล้วนะ ผมเขินจนหน้าร้อนไปหมดแล้ว” 

“พอดูออกอยู่ครับว่าพี่เขิน” นังน้อนจุ๊บปากผม “ขอบคุณนะครับที่ยอมทำให้” 

“ผมทำได้ดีใช่ไหมคุณ” 

“เก่งมากแล้วครับสำหรับครั้งแรก” สิบสามไล่จูบที่ใต้คางก่อนจะดันผมให้ราบไปกับเตียงแล้วขึ้นคร่อมเอาไว้ “บางทีผมก็รู้สึกหงุดหงิดที่ตัวเองเอาแต่ใจเกินไป ผมกลัวจะทำให้พี่ไม่ชอบ” 

“คิดมากเกินไปแล้ว” ผมยกมือขึ้นกุมแก้มนังน้อน “ที่เห็นผมเหมือนบ่นนั่นมันก็เพราะเขินนั่นแหละ ผมก็ประหม่า ถึงเราจะเคยทำเรื่องแบบนี้แต่ผมคงไม่ชินง่ายๆ หรอก ถ้าผมไม่อยากให้คุณทำจริงๆ คุณจะไม่มีทางถอดเสื้อผ้าผมออกได้เลยสิบสาม” 

“ถ้าไม่โอเคต้องบอกกันนะครับ” 

“คุณเองก็ด้วย” 

ผมผงกหัวขึ้นไปจูบเขา ไม่รู้เลยครับว่าสิบสามคิดอะไรแบบนี้ด้วย เหมือนเด็กห้าวที่อยากจะเอาแต่ใจทำโน่นทำนี่แต่สุดท้ายแล้วในใจลึกๆ ก็กลัวจะโดนดุอยู่ดี ผมพอรู้อยู่แหละว่าถ้าตัวเองไม่ยอมทำตามที่เขาขอจริงๆ ถ้าพูดจริงจังหน่อย คนที่ต้องยอมอ่อนให้คือเขาแน่ๆ ถ้าเมื่อกี๊ผมยืนยันที่จะไม่ใช้ปากให้ สุดท้ายแล้วนังน้อนก็คงยอมอยู่ดี อาจจะทำเป็นนอยด์นิดหน่อยแต่ก็คงล้มเลิกความตั้งใจแหละ 

ก็นะ....เขายอมมาตลอดเกือบทุกเรื่อง 

สำหรับผมแล้วเรื่องที่เกี่ยวกับเซ็กซ์หรืออะไรพวกนี้ถ้ามันไม่ได้แปลกมากจนเกินไปหรือทำให้เจ็บตัวจนเลือดตกยางออกมันก็ไม่เท่าไหร่ ยอมกันได้ แต่บางทีต้องยอมรับว่าเออมันเขินไง มันอาย ก็ไม่แปลกที่เราจะแสดงท่าทีอะไรออกมาเพื่อกลบเกลื่อนมัน เอาจริงๆ แค่ได้เห็นสายตาที่แสดงออกถึงความต้องการมากๆ ของสิบสามก็แทบทำผมไปไม่เป็นละ 

เหมือนตอนนี้ 

“อื้ม....” ผมละจูบก่อนจะเอียงคอเพื่อให้อีกฝ่ายซุกไซร้ได้ง่ายขึ้น “สายตาคุณ....ทำเหมือนจะกินผมไปทั้งตัว....อ๊ะ” เสียงครางหลุดออกไปเมื่อเขาไล่เลียวนที่ยอดอก 

“น่าจะเป็นพี่มากกว่าที่จะกลืนกินผม” 

เขาเอาอีกแล้ว

“คุณโดนแน่ๆ แหละ”

“หวั่นใจไปหมดเลยครับ” ร่างสูงจับผมให้พลิกคว่ำก่อนจะรั้งสะโพกขึ้นสูงแล้วเอาหมอนมาสอดไว้ด้านล่าง ริมฝีปากบางไล่จูบไปตามแนวกระดูกสันหลังจนถึงช่วงสะโพก

ผมจับส่วนอ่อนไหวของตัวเองขยับไปด้วย หน้าซุกหมอนเมื่อนิ้วเรียวที่เปื้อนเจลไล้อยู่รอบๆ ปากทางรักก่อนจะกดเข้ามาด้านในช้าๆ แล้วขยับเข้าออก ผมไม่รู้สึกเจ็บเท่ากับช่วงแรกๆ แล้วคงเพราะร่างกายน่าจะปรับรับกับมันได้จึ๋งนึง แต่แค่นิ้วนะ ของสิบสามก็จะอีกเรื่อง ด้วยขนาดหรืออะไรก็ตามมันจะทำให้รู้สึกเจ็บทุกครั้งที่มันล่วงล้ำเข้ามาแต่มันก็เจ็บแค่ตอนนั้นแหละ เพราะหลังจากนั้นหัวจะโล่งไปหมด

สิ่งเดียวที่จะรู้สึกคือความสุขสม

นิ้วเรียวถูกเพิ่มจำนวนจนถึงสามแล้วค่อยขยับเข้าออก รู้สึกดีทุกครั้งเมื่อมันสอดเข้ามาลึกจนถึงจุดกระสัน เสียววูบวาบไปหมด นังน้อนรังแกผมด้วยนิ้วอยู่ช่วงนึงก่อนจะถอนมันออกไปและแทนด้วยอะไรที่ใหญ่กว่ามากๆ อื้ออออ.....สามนิ้วเมื่อกี๊เทียบไม่ติด ไม่มีทางเทียบติด ผมจิกหมอนระบายความเจ็บพลางเอี้ยวตัวไปมองร่างสูงที่กำลังแทรกกายเข้ามาเรื่อยๆ จนสุด

ซี๊ดดดด....ลึกเกินไปแล้ว

สิบสามโน้มตัวมาจูบผมพลางขยับสะโพกเข้าออกช้าๆ อื้ออออ.....จูบที่อ่อนโยนเหมือนปลอบประโลมให้ความรู้สึกดีทุกครั้งเมื่อถูกส่วนนั้นทำให้เจ็บ นังน้อนไล่ขบไปตามไหล่ ทิ้งรอยรักเอาไว้ตามแบบที่เขาชอบ

“อ๊ะ....”

“อื้ม....ดีไหมครับ” ร่างสูงยึดสะโพกผมเอาไว้แล้วเร่งจังหวะขยับเข้าออกให้เร็วขึ้นอีก

“อื้อออ....ดี.....ตรงนั้น....อื้ม” ผมจิกหมอนระบายความเสียวเมื่อส่วนนั้นปรนเปรอเข้ามาซ้ำๆ “อ๊า....แรงๆ ”

“อื้มมมม....พี่รัดผมเกินไปแล้วครับ”

“ก็มัน....อื้ม”

เสียงเนื้อกระทบกันดังอย่างหยาบโลน ตัวผมสั่นไปตามแรงกระแทกที่สวนเข้ามาจากด้านหลัง อ๊า.....ผมชอบท่านี้มากเลยถึงจะมองเห็นหน้าสิบสามได้ลำบากก็เถอะแต่ยังไงก็ชอบอะ มันลึก มันเป็นองศาที่แบบ....อ๊ะ

จุกได้มากกว่านี้อีกไหมถามจริงๆ

 “อา....”

“ผมจะเสร็จ....อื้อออ....” ผมเร่งขยับมือให้เร็วขึ้นเมื่อใกล้ถึงฝั่ง

“ผมก็เหมือนกัน” เขาเอ่ยเสียงพร่าก่อนจะเร่งขยับเมื่อใกล้เสร็จ “พร้อมกันนะครับพี่เฌอ”

“อ๊ะ....อื้มม....สิบสาม....”

“ซี๊ดดดด.....”

“อ๊ะ.....อื้มมมมมม....แฮ่กกก.....”

“อืม....พี่เฌอ” นังน้อนถอนกายออกก่อนจะพลิกให้ผมนอนหงายแล้วก้มลงมาจูบ อื้ออออ....ดีจังเลยความหัวโล่งนี้

“อื้ออออ” ผมละจูบก่อนจะเขี่ยผมที่ปรกหน้าเขาออก “หยิบทิชชู่ให้หน่อย”

ร่างสูงผละออกไปก่อนจะหยิบทิชชู่ส่งมาให้ผมพร้อมกับถอดถุงยางตัวเองที่สวมอยู่ออกแล้วห่อด้วยทิชชู่อีกที ผมเช็ดมือตัวเองที่เปื้อนน้ำรักก่อนจะเอาหน้ามุดหมอนหนีนังน้อน เขินว่ะ เขินอะไรวะ เนี่ยะ ก็เป็นอย่างนี้ทุกทีเลยอะ

“เป็นอะไรน่ะครับ” เขาจูบที่ไหล่ผมเบาๆ “เจ็บรึเปล่า”

“ไม่”

“อยากเห็นหน้าจังเลยครับ” มือเรียวดึงหมอนที่ปิดหน้าผมออกพลางยิ้มหวานให้จนตาหยี อา.....น่ารักอีกแล้ว ทำไมเวลาหลังจากมีอะไรกัน สิบสามจะดูสดใสขึ้นทุกครั้งเลยวะ

“วันนี้คุณดาเมจแรงมากเลยอะ” ผมพลิกนอนคว่ำก่อนจะหันมองเขา “ทำผมเขินตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้”

เขาขยับมานอนคว่ำข้างๆ ผม “ขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

“หน้าผมในตอนนี้ น่าจะเป็นคำตอบที่ดีเลยไหมล่ะ” ผมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ก่อนจะกดเข้าไปดูแจ้งเตือนต่างๆ ที่เด้งขึ้นมา

ตอนนี้เกือบ 5 โมงเย็นแล้ว ก่อนหน้าเราอยู่ด้วยกันที่งานกีฬาสี ดูหลีดฯ จบก็บ่าย 3 กว่าๆ ถึงได้กลับมาแจ๊บๆ กันที่ห้อง หลีดฯ ปีนี้คือดีมาก บันเทิงสุดๆ เลยครับ แล้วช่วงก่อนที่หลีดฯ จะแสดง สิบสามก็โดนขอถ่ายรูปเยอะมากทั้งจากรุ่นพี่รุ่นน้องหรือช่างภาพจากคณะต่างๆ แต่รู้สึกว่ากล้องของน้องหนมจะเป็นกล้องเดียวที่มีภาพตอนสิบสามยิ้ม

ผมเป็นคนถ่ายเองอะ

เขาไม่ยิ้มเลยครับไม่ว่าใครจะมาขอถ่ายรูป นังน้อนยอมให้ถ่ายด้วยนะแต่แค่ไม่ยิ้มเท่านั้นเอง ถ่ายคู่ผมก็ไม่ยอมยิ้มเพราะเป็นกล้องคนอื่นไง แต่แบบนี้มันก็สมเป็นเขาดีอะนะ ลุคในสูทสีเขียวนั่นโคตรได้ฟีลเลย ต่อให้หน้าตึงก็ดูมีเสน่ห์ รูปที่เขายิ้มตอนเดินพาเหรดกลางสนามก็มียอดไลก์ ยอดแชร์เพิ่มขึ้นอีกเยอะมากๆ สำหรับกีฬาสีปีนี้ไม่มีใครถูกพูดถึงมากเท่าเขาละจริงๆ

แฟนผมนี่เลื่องลือขนาดนี้เลยน้า

“น้องหนมส่งรูปมาให้ด้วย ที่ผมถ่ายคุณน่ะ” ผมเปิดรูปที่น้องหนมส่งในไลน์มาให้สิบสามดู “รูปนี้ยิ้มน่ารักมากเลยนะ”

“ก็ตั้งใจยิ้มให้คนถ่ายไงครับ”

ผมหลุดหัวเราะออกมา “เดี๋ยวผมเอารูปนี้ลง”

“ส่งมาให้ผมหน่อยได้ไหมครับ เดี๋ยวผมเลือกรูปลงบ้าง”

“ได้” ผมส่งรูปไปให้เขาในไลน์พลางชะเง้อมองจอโทรศัพท์ “เอารูปที่ผมหล่อๆ อะ”

“พี่เฌอก็หล่อทุกรูปนะครับ” เจ้าตัวเอ่ยก่อนจะเอียงหัวพิงไหล่ผม “วันนี้ผมเห็นคนขอพี่ถ่ายรูปเต็มเลย นี่ขนาดพี่มีแฟนแล้วนะ ถ้าตอนพี่โสดล่ะก็....คิวน่าจะยาวไปยันหน้ามหา’ลัยน่ะครับ”

“ไม่ขนาดนั้น ผมเป็นแค่เฌอนะ”

“เพราะเป็นพี่เฌอนั่นแหละครับ” นังน้อนเลือกรูปก่อนจะนำไปลงเฟซบุ๊กและไอจี ผมมองเขาพิมพ์แคปชั่นประกอบซึ่งยาวผิดปกติ สิบสามมักจะเขียนอะไรสั้นๆ ไม่กี่คำเท่านั้นเองไง

ผมมองแจ้งเตือนที่ตัวเองติดดาวเอาไว้ รูปที่สิบสามลงทำให้ผมยิ้มออกในทันที มันเป็นรูปที่น้องหนมถ่ายครับ ตอนนั้นผมกับนังน้อนเผลอหันไปมองหน้ากันแล้วหลุดขำ ในมือของสิบสามถือไม้คฑา ก็คือลุคคฑากรเต็มยศ ส่วนผมก็สวมเสื้อช็อป ผมอ่านแคปชั่นที่เขาเขียนและมันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้หัวใจรู้สึกเต้นแรงมากๆ เลย

 .

 .

วันที่คัดตัวคฑากร ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะเป็น จนกระทั่งเย็นวันนั้นมีพี่คนนึงบอกกับผมว่า ถ้าผมได้เป็นคฑากรไม้หนึ่งของคณะแพทย์ มันจะต้องเป็นอะไรที่ดีมากแน่ๆ เพราะคำพูดนั้นเลยครับที่ทำให้ผมไปทำเรื่องขอทางคณะว่าจะรับหน้าที่เป็นคฑากรไม้หนึ่งเอง 

ผมเหนื่อยกับช่วงซ้อมมาก มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นเยอะแยะเลย แต่ถึงแบบนั้นผมก็ยังตั้งใจที่จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อที่จะทำให้พี่คนนั้นได้เห็นผมในวันนี้แล้วคิดว่าสิ่งที่ตัวเองคิดเอาไว้ มันเป็นไปตามนั้น 

ตอนที่ผมคัดตัวคฑากร....เขายังเป็นแค่รุ่นพี่ 

ส่วนในวันนี้.....เขาเป็นมากกว่านั้นแล้วครับ 

.   

.   

“คุณ....จะทำให้ผมตกหลุมรักอีกกี่ครั้งเหรอสิบสาม” 

“ 2 ครั้งครับ” เขายิ้มหวานให้ผม “ครั้งแล้ว....กับครั้งเล่า” 

ตึกตัก 

อื้ม....ครั้งแล้วกับครั้งเล่าจริงๆ นั่นแหละ 

“คุณน่ะร้ายกาจมากเลยนะนังน้อน” ผมงับไหล่เขาอย่างมันเขี้ยว “เป็นสิบสามที่ทำให้ผมใจสั่นได้ทุกวันเลย” 

“ดีใช่ไหมล่ะครับ” 

“อืม....ก็จึ๋งนึง” 

สิบสามคว้ามือผมไปกุมเอาไว้ “ผมไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงได้มีความรู้สึกต่อพี่มากถึงขนาดนี้ นอกจากครอบครัวแล้วผมก็มีพี่เฌอนี่แหละ ที่ตัวเองยอมให้ในหลายๆ อย่างโดยไม่มีเงื่อนไข วันนี้ที่เป็นคฑากรก็เพราะพี่จริงๆ นะครับ” 

“ขอบคุณนะที่ยอมเหนื่อยน่ะ” 

“ถ้าเทียบกับรางวัลที่ได้มาก็ค่อยหายเหนื่อยอยู่นะครับ แต่อาจจะยัง....ไม่พอ” 

เรื่องนั้นก็พอคิดได้อยู่หรอก 

ผมเลื่อนหน้าเข้าไปจูบเขาก่อนจะปล่อยให้ความคุกรุ่นครอบงำอีกครั้ง ผมรักสิบสามมากเลยนะ ไม่เคยเจอใครที่ยอมทำอะไรต่างๆ ให้มากขนาดนี้ นังน้อนทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองพิเศษในชีวิตของเขา ไม่ใช่แค่จึ๋งนึงแต่มันมากมายจริงๆ ทุกวันที่มีเขาอยู่ด้วยผมโคตรมีความสุขเลย เลข 13 อื่นคงเป็นอาถรรพ์....แต่สิบสามนี้ 

เขาเป็นความรักครับ 

เป็นรอยยิ้มและเป็นทุกอย่าง 

ดีจริงๆ ที่เราได้เจอกัน 

. 

. 

. 

. 

TBC. 

สวัสดีค่ะชาลมาส่งสามเฌอแล้ว ก็เขินอีกแล้วนะคะตอนนี้ Nc ถ้ายังแปร่งๆ ต้องขออภัยด้วยนะคะ ชอบคำพูดหลายอย่างในบทนี้มาก หวังว่าบี๋จะชอบเหมือนกันนะคะ 

บทหน้าก็จบแล้วนะ พรุ่งนี้ชาลต้องไปงานรับปริญญาของรุ่นพี่ ส่วนวันจันทร์จะเริ่มฝึกงานวันแรก ก็เป็นกำลังใจให้ผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ด้วยนะคะ อีกนิดเดียวจะเรียนจบแล้ว ชาลจะได้มีเวลากับนิยายได้เต็มที่สักที บทจบถ้าทันพรุ่งนี้ก็ลงพรุ่งนี้แต่ถ้าไม่ทันก็อาจจะวันจันทร์ค่ะ 

สามารถติดต่อข่าวสาร + สปอยล์ได้ที่ทวิตเตอร์ Chaleeisis หรือเพจ Fiction Yaoi Th นะ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค้าบ 

ความคิดเห็น