น้ำหมึก_หลากสี
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ep.1 แรกพบ

คำค้น : เมียมาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 34.9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.พ. 2563 21:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ep.1 แรกพบ
แบบอักษร

ชายชุดดำกำลังช่วยกันลำเลียงหัวเชื้อสารตั้งต้นลงเรือ เพื่อส่งไปประเทศเพื่อนบ้าน ทุกอย่างกระทำแบบเปิดเผย เพราะไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง เมื่อได้ยินว่า สมิงดำออกล่าเหยื่อ

“นายครับ ทุกอย่างเรียบร้อยดี” กระเป๋าหนังใบใหญ่จำนวนสองใบ ถูกเปิดขึ้นต่อหน้าผู้เป็นนาย สิ่งที่บรรจุอยู่ในนั้นเป็นเงินดอลลาร์ทั้งหมด เขายิ้มอย่างพอใจ

“อื้ม ดีมาก” เหนือสมุทรกระดิกนิ้วบอกให้กราฟ เพื่อนสนิทเอาเงินเก็บไว้ให้เรียบร้อย

เมื่อการส่งสารเสพติดครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี เงินเหล่านี้ก็ถูกเอาไปฟอกโดยการลงทุนกับหมู่บ้านจัดสรรสไตร์ญี่ปุ่น บริษัทนำเข้ารถยนต์ และ บริษัทผลิตจำหน่ายอุปกรณ์การกีฬา เพียงแค่นี้ก็ไม่มีใครรู้ว่า เหนือสมุทร หนุ่มหล่อนักธุรกิจ เจ้าของฉายา เสือยิ้มยาก คือเจ้าพ่อมาเฟียผู้มีอิทธิพล

เหนือสมุทรกลับมาที่คฤหาสน์ในตอนเที่ยงคืน เขาเดินขึ้นห้องโดยมีลูกน้องคนสนิททำหน้าที่เฝ้าหน้าห้อง

“ริว..วันนี้ไปพักเถอะ แกเหนื่อยมามากแล้ว” เหนือสมุทรหยุดนิ่ง แล้วบอกให้ลูกน้องไปพักโดยไม่หันมามอง ริวรับคำสั่งทันที จากนั้นก็เดินลงไปที่ชั้นล่าง ยังห้องพักของตัวเองอย่างเหนื่อยล้า

เหนือสมุทรเดินเข้าไปที่ห้องของพ่อกับแม่ เขาจุดธูปบอกพวกท่านทั้งสองอย่างเช่นทุกครั้งเมื่อทำงานใหญ่สำเร็จ จากนั้นก็ย้อนกลับไปที่ห้องนอนของตัวเอง....

วันที่ท้องฟ้าสดใส สโนว์ สาวน้อยเสียงใสเดินฮัมเพลงระคนอารม์ดีเสียงย่ำเท้าดัง ตึกตักทำเอาคนเป็นแม่ยืนเท้าสะเอวรอ

 “สโนว์ แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ให้เดินลงส้น มันเสียงดังรบกวนคนอื่นเขา”คุณนายรินดาเอ็ดบุตรสาวแทบทุกวันด้วยประโยคเดิมช้ำ ๆ เพราะอยากให้บุตรสาวมีกิริยาเรียบร้อยเหมือนสายป่าน บุตรสาวคนโต

 “ขอโทษค่ะคุณแม่” สโนว์ยกมือขึ้นไหว้ขอโทษผู้เป็นแม่ แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ประจำที่ตัวเองนั่งทุกวัน

เสียงพูดคุยหัวเราะดังมาเรื่อย ๆ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพ่อกับพี่สาว ที่เดินมาพร้อมกัน คุยกับอย่างสนิทสนม

“ดุอะไรยายสโนว์แต่เช้าคะแม่” สายป่านเอ่ยถามมารดาด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับหันไปยีผมสโนว์ แล้วนั่งลงข้าง ๆ เธอ

“ก็มีแค่เรื่องเดียวนั่นแหละ” สายป่านได้ฟังก็ระบายยิ้มออกมา ไม่มีเรื่องอะไรที่น้องสาวทำแล้วแม่จะด่า เท่าเรื่องนี้ เพราะสายป่านเองก็ได้ยินจนชิน แต่สโนว์ก็ยังทำทุกวัน

“พี่ป่านวันนี้ไปส่งหนูที่มหาลัยด้วยนะ” สโนว์อ้อนพี่สามเพียงคนเดียว ซึ่งสายป่านก็พักหน้าตกลงที่จะไปส่ง สโนว์ดีใจจนร้องเสียงดัง ไม่วายถูกคุณนายรินดาเอ็ดอีกครั้ง

สโนว์ กับ สายป่าน อายุห่างกันห้าปี สโนว์พึ่งขึ้นมหาลัย ในขณะที่สายป่ายเรียนจบด้านธุรกิจ และเข้ามาทำงานช่วยครอบครัวโดยการรับตำแหน่งรองประทานกรรมการบริษัทผลิต และ จำหน่ายยา ให้แก่โรงพยาบาลเอกชน

สายป่านขยันทำงานจนสามารถทำให้ธุรกิจเล็ก ๆ ของครอบครัวเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียงสองปี คุณสนผู้เป็นพ่อ จึงรักสายป่านมากกว่าสโนว์ เพราะสโนว์นอกจากจะไม่ค่อยเอาใจใส่ในธุรกิจแล้ว ยังทำอะไรไม่เป็น มีอย่างเดียวที่สโนว์ยอมทำตามเพราะแม่กับพี่สาวขอร้อง ก็คือเรียนหมอ

“ทุกครั้งก็ไปเองอยู่แล้ว แล้วจะมารบกวนพี่แกทำไม ยิ่งวันนี้มีประชุมที่บริษัท จะต้องไปแต่เช้าขืนไปส่งแกมีหวังสายกันพอดี” คุณสนผู้เป็นพ่อเอ่ยเสียงเรียบ รอยยิ้มเล็ก ๆของสโนว์จึงค่อย ๆ หุบลง สายป่านหันไปมองหน้าน้องทันทีพร้อมกับเลื่อนมือไปบีบมือน้องไว้ เพื่อไม่ให้น้องน้อยใจ

“ก็วันนี้สโนว์เปิดเทอมวันแรก ซึ่งมหาลัยก็ไกลบ้านถ้าไม่อยากให้สายป่านไปส่งคุณก็ซื้อรถให้สโนว์สิ” คุณนายรินดา แม้จะปากร้ายไปบ้าง แต่ก็รักลูกทุกคนอย่างเท่าเทียม และมักจะขัดคอกับสามีทุกครั้งเรื่องสโนว์

“เหลวไหล พึ่งจะขึ้นมหาลัยทำอะไรก็ยังไม่เป็นแล้วทำไมฉันต้องซื้อรถให้ด้วย อยากได้ก็ต้องเรียนให้จบ แล้วเก็บเงินซื้อเองเหมือนกับสายป่าน” ผู้เป็นพ่อพูดขึ้นอย่างขัดใจ โดยไม่สนใจความรู้สึกของสโนว์เลย  และก็ชอบเปรียบเทียบลูกสองคนเสมอ

“เอาเถอะค่ะ สายป่านหนูไปทำงานเถอะลูก ส่วนสโนว์ไปกับแม่ แม่ว่าจะไปตลาดอยู่พอดี” คุณนายรินดาจบปัญหา โดยการพูดตัดบท

“โอ๋กันเข้าไป เพราะมีคนให้ท้ายอย่างนี้ไงมันถึงได้ผ่าเหล่า ผ่ากอแบบนี้” ผู้เป็นพ่อพับหนังสือพิมพ์ไว้ตามเดิม แล้ววางลงบนโต๊ะเสียงดัง จากนั้นก็เดินออกไปที่รถ สายป่านเห็นดังนั้นจึงรีบเดินตามพ่อไป พร้อมกับบอกให้แม่ไปส่งน้อง

“สโนว์กินให้อิ่ม ไม่ต้องสนใจแม่จะไปส่งเอง” คุณนายรินดาวางมือลงบนศีรษะบุตรสาวคนเล็ก พร้อมกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย นี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องมานั่งทะเลาะกันยามเช้ากลางโต๊ะอาหารกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

สโนว์เองก็ก้มหน้า ก้มตากินเงียบ ๆ บางครั้งเธอก็ชาชินแล้วกับเรื่องแบบนี้ ไม่ว่าแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าเธอจะทำอะไรเธอก็เป็นฝ่ายผิดเสมอ เพราะขนาดของเล่น หรือ เสื้อผ้า ตั้งแต่เล็กจนโต เธอก็ไม่เคยได้ของใหม่ มีเพียงแม่คนเดียวที่แอบซื้อให้บางครั้ง ซึ่งเมื่อพ่อรู้ก็มักจะถูกตำหนิด้วยประโยคเดิม ๆที่ว่าพี่น้องใส่ด้วยกันได้ จะซื้อทำไมให้สิ้นเปลือง

“แม่ส่งแค่นี้นะ เดินข้ามไปเอง แม่จะต้องรีบไป เดี๋ยวหาที่จอดรถไม่ได้” คุณนายรินดาจอดรถข้างทางฝั่งตรงข้ามมหาลัย สโนว์ยกมือขึ้นไหว้มารดาจากนั้นก็เดินลงจากรถด้วยอาการเหม่อลอย

ปิ๊ก ปี๊ก เสียงบีบแตรดังขึ้นจนทุกคนหันมามอง สโนว์ล้มลงกับพื้นก่อนที่จะถูกรถชนด้วยช้ำเพราะตกใจ

เหนือสมุทรรู้สึกหัวเสียเมื่อคนขับรถเบรกกะทันหัน ทำให้กาแฟที่อยู่ในมือหกเลอะเสื้อสูทราคาแพง

“ขอโทษครับนาย พอดีมีเด็กมหาลัยเดินไม่ดูทาง” คนขับรถรีบเอ่ยขึ้นทันที เพราะกลัวเจ้านายจนหัวหด

“เจ้าคุณ มึงลงไปดูดิตายไหม ถ้าไม่ตายก็ลากไปให้ไกลกูไม่อยากเห็น” เหนือสมุทรเอ่ยเสียงเรียบ บอกให้คนสนิทที่เปรียบเสมือนเพื่อนรักลงไปดู นัยน์ตาของเขาขุ่นมัวเมื่อเจอกับเรื่องไร้สาระยามเช้า

“บ้าชะมัด” สโนว์บ่นอุบอิบ รีบลุกขึ้นโดยมีเจ้าคุณประครอบ

“น้องเจ็บตรงไหนไหม” เจ้าคุณรีบถามอาการของสโนว์ เผื่อว่าเธอเจ็บมากจะได้พาไปหาหมอ รับผิดชอบตามอาการ แทนที่จะไล่ไปเหมือนที่เหนือสมุทรบอก

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษด้วยหนูไม่ทันระวัง” สโนว์เงยขึ้นสบตากับเจ้าคุณ ดวงตาสดใสเปล่งประกายของเธอไม่เพียงแค่สะกดเจ้าคุณไว้คนเดียว หากแต่สะกดหัวใจที่ด้านชาของเหนือสมุทรไว้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่เคยรู้สึกหัวใจเต้นแรงกับใครเท่านี้ อารมณ์หงุดหงิดเมื่อครู่หายไปแทบจะทันที เมื่อเห็นใบหน้าหวาน หากแต่ว่าท่าทางเขายังคงนั่งนิ่ง เหมือนไม่สนใจ จนกระทั่งเจ้าคุณพาสโนว์ข้ามไปส่งหน้ามหาลัย แล้วกลับมาที่รถด้วยท่าทางยิ้ม ๆ

“สืบประวัติของผู้หญิงคนนั้นให้กูด้วย” เหนือสมุทรพูดขึ้น เจ้าคุณขมวดคิ้วอย่างสงสัย พร้อมกับถามขึ้น

“มึงจะเอาทำอะไร”

“ไม่ใช่เรื่องที่มึงจะต้องรู้”

“อื้ม ขอเวลาหน่อยก็แล้วกัน” เจ้าคุณรับปากแบบงง ๆ

“กูต้องการวันนี้”

“มึงจะบ้าหรือไง”

“ออกรถได้แล้ว กูมีงานต้องทำ” เหนือสมุทรไม่สนใจคำพูดของเพื่อน หากแต่หันไปสั่งคนขับรถ สายตายังคงจับจ้องร่างอรชรของสโนว์ที่ยืนปะปนกับกลุ่มนักศึกษา

ความคิดเห็น