LamoonLove
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Special2 - อาชาซอพอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 50

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.พ. 2563 12:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Special2 - อาชาซอพอ
แบบอักษร

“ห้ามยุ่งกับน้องกู เข้าใจ๊?” 

 

นั่นคือคำพูดที่ผมพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า กับบรรดาผู้ชายที่มายุ่งกับน้องสาวของผมเพียงคนเดียว..ซอพอ 

 

“คะครับ..ครับ” 

 

และทุกรายก็ฟังผมแต่โดยดี..อาจจะเป็นเพราะชื่อเสียงของผมที่เคยได้ยินหนาหูของโรงเรียนที่ซอพอเรียนอยู่ โรงเรียนที่เป็นอดีตช่วงนึงของผมวัยเด็ก..  

 

พร้อมกับอดีตของผมที่ใครหลายคนบอกปากต่อปากว่า...รุ่นพี่ที่ควรออกห่างเอาไว้.. 

 

แม้ว่าตอนนี้ผมจะห่างจากที่นี่มาหลายปีแล้ว แต่ชื่อเสียงของผมที่นี่ก็ยังดังหนาหูอยู่ และเรื่องของผมก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างโหดร้ายพอสมควร โหดร้ายจนหลายคนต่างก็พากันกลัวผมทุกครั้งที่ผมกลับมาเหยียบที่แห่งนี้.. 

 

และผมก็มาเหยียบที่นี่เพราะเรื่องของน้องสาวของผมเสมอ..น้องสาวของผม ซอพอ เด็กน้อยวัย 5 ขวบ หน้าตาจิ้มลิ้ม ที่ถอดแบบใบหน้ามาเหมือนกับแม่เป๊ะๆ ยกเว้นดวงตาที่เหมือนกับพ่อ  

 

เธอ 5 ขวบกว่าๆ ผม 13 ขวบ เราห่างกัน 8 ปี ซึ่งก็ถือว่าห่างกันมากพอสมควร ..แต่ด้วยความที่ซอพอได้ความอัจฉริยะมาจากพ่อเต็มๆ ทำให้เธอค่อนข้างหัวไว จนเพียงแค่ 5 ขวบเธอก็ได้ก้าวขึ้นอยู่ในระดับชั้น ป.2 แล้ว และที่สำคัญเธอ...ก็มีผู้ชายเข้ามาวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน.. 

 

ใครที่มองมา มักจะมองว่า ซอพอ เธอเป็นเด็กที่น่ารัก น่าเอ็นดู รวมถึงนิสัยของเธอที่ร่าเริง สดใส มันเลยเชิญชวนให้ใครๆก็อยากเข้าใกล้ และทำให้เพื่อนร่วมห้อง นอกห้อง รุ่นพี่ ต่างก็ชอบเข้ามายุ่ง มาวุ่นวายกับเธออยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะผู้ชาย 

 

ใช่แล้ว เธอน่ารักมาก น่ารักราวกับตุ๊กตา น่ารักจนใครๆต่างก็มักจะมาบอกกับผมอยู่เสมอว่า อิจฉาที่ผมมีน้องสาวอย่างเธอ... แต่จริงๆแล้วไม่มีใครรู้หรอกว่า ..ความน่ารักที่ทุกคนเห็นกันนั้น มันไม่มีอยู่จริง มันเป็นเพียงแค่ภายนอก มันเป็นภาพลวงตาทั้งนั้น..  

 

ความจริงที่มีก็คือ ความดื้อ ความเอาแต่ใจ ความร้ายกาจ และถ้าจะนิยามน้องสาวตัวดีของผมได้ ผมคงนิยามได้ว่า.. เธอก็คือปีศาจดีๆนี่เอง 

 

ใช่แล้วครับ..ผม กับซอพอ เราไม่ค่อยถูกกัน ..เธอไม่เห็นผมเป็นพี่ชายและผมก็ไม่เห็นเธอเป็นน้องสาวเช่นกัน... 

 

แต่ที่ผมต้องมาคอยไล่ผู้ชายทุกคนที่ยุ่งกับน้องผมนั้น มันเป็นเพราะพ่อผมพูดกรอกหูผมมาตลอดว่า ผมต้องดูแลน้องสาวคนนี้ให้ดีที่สุด ผมต้องแบ่งปันทุกอย่างให้น้อง ผมต้องรักน้อง ผมต้องปกป้องน้องของผม ..ผมต้องไม่ให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้น้อง 

 

ซึ่งนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมทำแบบนี้เป็นรายที่ 4 ในรอบปีนี้ แต่ว่า..ทันทีที่น้องสาวตัวร้ายของผมรู้..เธอก็เป็นเหมือนเดิม 

 

“อาชา..ซอบอกแล้วใช่มั๊ย ว่าอย่ามายุ่งกับพี่ชายของซอ!!” 

 

“พี่ชาย?” 

 

“ใช่ ฟิลิปเป็นพี่ชายที่แสนดีของซอ..อาชาไม่มีสิทธิ์มาไล่เขาออกไปจากชีวิตแบบนี้” 

 

“หึ..ออกห่างจากมันไปซะ เฮียขอเตือนด้วยความหวังดี” 

 

“หึ..อย่ามาทำตัวเหมือนกับเป็นพี่ชายซอนะ!!! แล้วก็เลิกยุ่งกับซอได้แล้ว รำคาญ!!!” 

 

ปั่ก!!! 

 

ปึง ปังๆ 

 

ปัง!! 

 

ทันทีที่ประตูห้องของผมถูกปิดอย่างดัง ผมก็ค่อยๆหยิบหนังสือที่ตกลงตรงพื้น..หนังสือที่น้องสาวตัวดีปามาใส่ที่ผมแล้วก็เดินปึงปังออกไปจากห้องนี้ เหมือนกับที่เธอมักจะทำกับผมบ่อยครั้ง ก่อนจะเก็บลงชั้นวางให้หนังสือเล่มนั้นมันอยู่ที่เดิม และก็กลับไปนั่งลงตรงโต๊ะทำงานในห้องของผมเหมือนแต่แรก ก่อนที่น้องสาวของผมจะเดินเข้ามาโวยวายในห้องแห่งนี้.. 

 

ถามว่าผมคิดยังไงกับสิ่งที่เธอพูดนะหรอ..ก็..ไม่รู้สึกอะไร 

 

เพราะผมชินแล้วล่ะ ชินกับความเอาแต่ใจของเด็กผู้หญิงคนนั้น..ชินกับความคิดที่เธอมักจะคิดว่า ผมเป็นคนนอกของบ้านหลังนี้ ที่จะมาแย่งความรักพ่อแม่ของเธอไป 

 

นั่นเลยทำให้ผม เลือกที่จะหันไปเชื่อมต่อวงจรสิ่งประดิษฐ์ที่พ่อของผมสร้างมันขึ้นมาและให้ผมลองเรียนรู้ศึกษาเพิ่มเติมเหมือนที่ผมกำลังทำก่อนหน้า 

 

แต่แล้วระหว่างนั้น 

 

ก๊อกๆ  

 

“อาชา แม่ขอเข้าไปนะ” 

 

“ครับ..” 

 

ทันทีที่ประตูเปิดขึ้น คนที่เดินเข้ามาก็ไม่ใช่เพียงแม่ผมคนเดียว แต่เป็นทั้งแม่และพ่อของผม ที่เดินเข้ามาในห้องนี้..และก็เป็นแม่ที่เริ่มเอ่ยปากเป็นคนแรก.. 

 

“เป็นไง..คราวนี้โดนซอพอทำอะไรอีก..” 

 

และก็เป็นอีกครั้งเช่นเดิม หลังจากที่ผมโดนน้องสาวตัวดีอาระวาด..ไม่แม่ก็พ่อหรือทั้งคู่ ก็จะเข้ามาคุยกับผม..คุยเพื่อให้ผมไม่ต้องถือสาน้องและเข้ามาเพื่อดูว่า..ผมมีบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า 

 

และวันนี้ มันก็แค่หนังสือที่ปามาโดนตัวผมเท่านั้น..ซึ่งมันก็ไม่ได้บาดเจ็บหรือเลือดออกอะไรเหมือนบางครั้งก่อนหน้า 

 

“ไม่มีครับ..” 

 

“อย่าไปใส่ใจน้องเลยนะอาชา..แล้วก็ ถ้าซอพอพูดอะไรก็อย่าคิดมาก..พ่อและแม่รักลูกทั้งสองคนเท่ากันนะ..” 

 

“ครับ..ผมรู้ครับ..พ่อกับแม่ก็อย่าคิดมาก ผมไม่ได้สนใจที่ซอพูดอยู่แล้ว..” 

 

ก็อย่างที่ผมพูดไป..ผมไม่สนใจคำพูดของเด็กคนนั้นหรอก..ผมสนใจแต่พ่อแม่ของผมเท่านั้น คนที่ให้การศึกษาผม สอนผมให้ผมเข้มแข็ง สอนศิลปะการต่อสู้ สอนการใช้ชีวิตและให้ทุกอย่างกับผม..รวมถึงให้ความรักกับผมในแบบที่ผมไม่เคยได้รับจากใคร นอกจากยายอ้าย ญาติแท้ๆเพียงคนเดียวที่ผมนับถือ แม้ว่าตอนนี้ยายอ้ายจะเสียไปแล้วก็ตาม.. 

 

ส่วนน้องสาวของผมคนนั้น แม้ว่าเธอจะร้ายกับผมแค่ไหน..แต่เพื่อพ่อแม่ของผม..ผมก็จะพยายามมองว่าเธอคือน้องสาวของผมอีกคน..แม้ว่าเธอจะไม่เคยมองว่าผมเป็นพี่ชายก็ตามที 

 

“จะเด็กหรือโต ลูกก็เข้มแข็งเสมอเลยนะ อาชา ” 

 

“..ว่าแต่ เป็นไง งานที่พ่อให้ทำไป ถึงไหนแล้ว..ไหนขอพ่อดูหน่อยสิ” 

 

หลังจากแม่ผมพูดแบบนั้น พ่อก็เริ่มพูดออกมา แต่ว่า..ท่านก็พูดเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับปัญหาที่ผมมักจะเจอบ่อยๆในบ้านหลังนี้ 

 

และคำพูดของพ่อที่เดินมานั่งพร้อมกับดูในสิ่งที่ผมทำ ก็ทำให้ผมโชว์อวดสิ่งที่ผมกำลังช่วยพ่อประดิษฐ์ไปอย่างภาคภูมิใจกับมัน จนรู้ตัวอีกทีผมและพ่อต่างก็นั่งคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันไปมา เหมือนกับที่เป็นมาอยู่เสมอ 

 

พ่อของผมเป็นคนเก่ง ถือว่าเก่งมาก เก่งทุกอย่าง และก็เป็นคนที่ผมอยากเอาเป็นแบบอย่างในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะความสามารถ หรือความรักของพ่อที่มีให้แม่ของผมก็เช่นกัน.. 

 

และผู้หญิงที่ผมอยากให้มาเป็นคนรักของผม ก็ต้องเป็นเหมือนแม่ของผม..แม่ของผมที่อยู่เคียงข้างพ่อผมตลอด เหมือนกับตอนนี้ท่านเองก็ไม่รู้เรื่องหรอก ว่าผมและพ่อกำลังคุยอะไรอยู่ แต่แม่ก็นั่งฟังและคอยแทรกถาม สนับสนุน ไปด้วยอย่างมีความสุขและรอยยิ้มที่สวยงาม 

 

ช่างแตกต่างจากลูกสาวของแม่จริงๆ..เห้อ.. 

 

อันที่จริงผมเองก็พอจะเข้าใจว่าทำไมน้องสาวของผมถึงไม่ค่อยชอบผม..อาจจะเป็นเพราะพ่อแม่ของผม ค่อนข้างที่จะแสดงความรักกับผม ให้เวลากับผมมากกว่าเธอ และผมก็รู้ ว่าที่พวกท่านเป็นแบบนี้ เป็นเพราะว่าพวกท่านไม่อยากให้ผมรู้สึกไม่ดี ที่ผมไม่ใช่ลูกแท้ๆ.. 

 

แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็หนีความจริงไม่พ้น ผมรู้ตัวเองอยู่เสมอว่า..ผมไม่ใช่ลูกแท้ๆของท่านและผมก็สำนึกในบุญคุณของท่านทั้งสองมาโดยตลอด ถ้ามีโอกาสได้ตอบแทนได้..ผมจะไม่รีรอในทันที 

 

แต่แล้วระหว่างที่พ่อผมกำลังลงมือทำการเชื่อมวงจรให้ผมดูเป็นตัวอย่าง ..เด็กแสบของบ้าน ก็เปิดประตูเข้ามาในห้องนี้อย่างเร็ว พร้อมกับเสียงโวยวายในทันที 

 

“พ่อค่ะ แม่ค่ะ..ซอหิวแล้ว!!” 

 

และเธอก็ไม่พูดเปล่า เพราะยัยน้องสาวของผม พูดพร้อมกับเดินมาลากแขนพ่อและแม่ออกไปอย่างเอาแต่ใจ ก่อนจะหันไปแลบลิ้นใส่ผมอย่างตัวแสบที่เธอมักจะทำบ่อยๆเมื่ออยู่ลับหลังแม่กับพ่อ  

 

ส่วนผม ก็ไม่ถือสาเด็กอย่างเธอหรอก นอกจากทำหน้านิ่งเรียบส่งตอบกลับไป และเอ่ยปากบอกแม่ไปว่า.. 

 

“พาซอไปกินข้าวเถอะครับ เดี๋ยวผมดูตรงนี้ต่ออีกนิด” 

 

“ไม่ได้..นี่มันเที่ยงแล้ว ป่ะๆ พักก่อน..อาหารเที่ยงสำคัญ..ซอ..อย่าดึงแม่สิ..” 

 

“ถ้าเขาบอกว่าไม่ ก็ปล่อยเขาไปเถอะแม่..ซออยากกินข้าวเฉพาะคนในครอบครัว” 

 

นั่นละ..เด็กน้อยน่ารักใสซื้อเหมือนกับตุ๊กตาที่ใครๆก็พูดถึงกัน..เธอไม่ได้ใสซื่อจริงๆหรอ นี่ขนาดว่า 5 ขวบนะ ถ้าโตกว่านี้ผมว่าผมต้องปวดหัวทุกวันแน่ๆ 

 

“ซอ…แม่บอกแล้วใช่มั๊ยว่าให้เรียกเฮียอาชาว่า เฮีย..แล้วอีกอย่างเฮียเขาก็เป็นคนในครอบครัวของเรา..” 

 

“เขาไม่ใช่พี่ชายซอ..เขาเป็นคนที่พ่อกับแม่เก็บมาเลี้ยงต่างหากล่ะ” 

 

“ซอ..รู้มั๊ย..ทำตัวแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ” 

 

หลังจากที่แม่เอ็ดไป ซอพอก็หันมามองค้อนผมด้วยความไม่พอใจอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินไปซบที่พ่อและพูดอย่างขี้อ้อนแบบที่เธอมักจะทำบ่อยๆ.. 

 

“พ่อค่ะ..ซอพอหิวแล้ว..” 

 

และมันก็มักจะได้ผล เมื่อพ่อหันไปมองหน้าแม่และถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะลูบหัวลูกสาวตัวน้อย..ด้วยความเอ็นดู 

 

“ครับๆ เดี๋ยวพ่อพาไปกินข้าวนะ..” 

 

“ค่ะ..” 

 

“เดี๋ยว!!! ยังไปไม่ได้ ทั้งพ่อทั้งลูกเลย!” 

 

แต่แล้วครั้งนี้ ผมว่าแม่ผมเอาจริง..เพราะตอนนี้แม่ลุกขึ้นยืนกอดอกและแสดงสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนที่จะดึงซอพอออกมาจากพ่อและนั่งให้เสมอตัวเล็กและพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง 

 

“ซอพอ..รู้มั๊ย ว่าหนูทำตัวไม่น่ารักอีกแล้ว” 

 

“หึ!…” 

 

หลังจากที่น้องสาวตัวดีของผม สะบัดหน้าเชิดไปอย่างเอาแต่ใจอย่างนั้น แม่ก็ข่มอารมณ์ ก่อนที่จะเริ่มพูดกับซอพออีกครั้ง 

 

“ซอพอ ..เฮียอาชา คือพี่ชายของซอพอ..เข้าใจที่แม่พูดมั๊ย..” 

 

“ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ!!!” 

 

“ถ้าซอพอยังทำตัวแบบนี้ แม่จะตีนะ!” 

 

และด้วยสีหน้าที่เอาจริงของแม่..ก็ทำให้เด็กน้อยเริ่มเกิดน้ำตาขึ้นมา..พร้อมกับหันไปหาอีกคนที่เป็นตัวช่วยของเธอเสมออย่างพ่อ 

 

“หือออออ พ่อค่ะ ช่วยซอพอด้วย..แม่ไม่รักซอพอเลย อะไรๆก็อาชา อาชา หนูเกลียดเขา หนูเกลียดเขา!!” 

 

“ซอพอ!!” 

 

พรึ่บ!! 

 

และครั้งนี้ มันคงเป็นที่สุดของความอดทนแล้วจริงๆ เลยทำให้แม่ทำท่าจะลงมือตีลงที่ก้นของซอพอ แต่ว่า..ผมก็คว้ามือของแม่ได้ซะก่อน ก่อนที่จะพูดออกมาเพื่อให้เรื่องตอนนี้มันจบๆลง 

 

“ผมหิวแล้ว..ไปกินข้าวกันดีกว่าครับ” 

 

แต่ว่า เรื่องมันไม่จบง่ายๆอย่างที่คิดหรอกครับ.. 

 

“หืออออออออออ หือออออออออออ ฮึก หืออออออ” 

 

เพราะตอนนี้ซอพอร้องไห้ไม่หยุด ในขณะที่พ่อก็โอบกอดเอาไว้และลูบหลังไปมา ก่อนจะหันไปพูดกับแม่.. 

 

“เดย์..เฮียว่า..” 

 

“หยุดเลย!! ก็เพราะว่าเฮียตามใจซอพอแบบนี้ไง ถึงได้เป็นเด็กเสียนิสัยแบบนี้..อาชาก็เหมือนกัน..เลิกช่วยน้องและตามใจน้องได้แล้ว” 

 

“หืออออออออ...แม่ไม่รักซอพอเลย ซอพอเกลียดแม่แล้ว!!!” 

 

และคำพูดของซอพอก็ทำให้แม่ที่มองหน้าซอพออยู่นั้น เริ่มมีน้ำตารื้นขึ้นมา..ซึ่งสำหรับผมแล้ว..มันเกินไป!!!!  

 

และมันก็ทำให้ผม..ของขึ้นด้วยความโมโหในทันที 

 

“..เลิกทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาได้แล้ว..คิดว่าทำตัวแบบนี้แล้วพ่อกับแม่จะรักมากขึ้นหรอ? ยิ่งทำแบบนี้ยิ่งไม่มีใครรักมากกว่า...” 

 

ปั่ก!!! 

พรึ่บ!! 

 

และก็เป็นอีกครั้งที่ซอพอ ปาของแถวนั้นใส่ผม แต่ครั้งนี้ผมก็คว้ามาได้.. 

อันที่จริงทุกครั้งผมก็คว้าได้เสมอ แต่ผมก็ไม่ทำ เพราะผมอยากให้ซอพอสบายใจ..แต่ว่าครั้งนี้ไม่แล้ว 

 

“เป็นเด็กมีปัญหาจริงๆสินะ..” 

 

“หยุดพูดนะ!! หืออออ” 

 

ปั่ก ปั่ก ปั่ก ปั่ก 

ควับ! 

 

และตอนนี้น้องของผมก็ปาข้าวของมาทางผมไม่หยุดไม่หย่อนแล้ว พร้อมกับการหลบข้าวของเหล่านั้นของผม และตอนนี้ก็กลายเป็นพ่อที่พยายามรวบตัวซอพอแล้วก็พาออกจากห้องนี้ไป  

 

“ซอพอ..หยุด..เฮียพาซอพอออกไปก่อนนะเดย์...ซอพอ..” 

 

เมื่อพ่อพร้อมกับปีศาจตัวน้อยออกไปจากห้องนี้ ห้องก็กลับมาสงบอีกครั้ง ในขณะที่แม่..ก็นั่งถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจข้างๆผม 

 

“แม่ครับ..ผมขอโทษนะครับ ที่ครั้งนี้ผมพูดไม่ดีกับน้อง..” 

 

“อืม ดีแล้วล่ะ...เมื่อก่อนแม่มองว่า ซอพอยังเด็ก..แม่ก็เลยปล่อย แต่ตอนนี้ซอพอเอาแต่ใจมากเกินไปแล้ว..หลังจากนี้ อาชาไม่ต้องตามใจน้องเหมือนที่พ่อพูดแล้วนะ..ดัดนิสัยซะบ้าง..” 

 

มันก็จริงอย่างที่แม่พูด ที่ผ่านมาผมปล่อยให้น้องผมคิดเองเออเอง อาระวาดเอง และก็คอยดูแลอยู่ห่างๆตามคำสั่งพ่อก็พอ..แต่ว่าผมว่ายิ่งโต ซอพอจะยิ่งร้ายกาจขึ้นทุกวัน.. 

 

และมันก็ทำให้ผมตัดสินใจทำอะไรบางอย่างในช่วงที่ผ่านมา.. 

 

พรึ่บ.. 

 

ผมค่อยๆยื่นเอกสารอะไรบางอย่างส่งไปให้แม่ ที่นั่งนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่..และทันทีที่แม่เห็นแม่ก็มองหน้าผมด้วยความสงสัยในทันที.. 

 

“ผมไม่ได้คิดว่าพ่อกับแม่ไม่รักผมนะครับ..แต่ผมก็รู้ว่าพ่อกับแม่เองก็อึดอัดกับบรรยากาศในบ้านแบบนี้ทุกวัน..บางทีถ้าผมเจอน้องตอนโต มันอาจจะดีกว่านี้ก็ได้..ผมขออนุญาติขอทุนไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นนะครับ” 

 

ใช่แล้วละ ผมคิดถี่ถ้วนมาดีแล้ว..และผมก็ตัดสินใจแล้วว่า ผมไม่อยากให้พ่อกับแม่เหนื่อยใจเรื่องซอพอกับผม เพราะฉะนั้นทางแก้ปัญหาคือ ผมขอทุนไปเรียนต่อเมืองนอก..ออกไปจากบ้านหลังนี้ซะ.. 

 

และเมื่อผมตัดสินใจแบบนี้..แม่ของผมก็ดึงผมมานั่งใกล้ๆ ก่อนที่จะกอดผมไว้..และพูดกับผมด้วยความรักเหมือนที่ท่านทำอยู่เสมอ 

 

“แม่จะไม่ห้าม เพราะมันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ดีด้วยซ้ำที่อาชาจะได้ไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง..แต่ว่า แม่ขอได้มั๊ย..อาชาค่อยไปอีก 2 ปีได้มั๊ย ระหว่างนี้ช่วยอยู่ดูแลซอพอก่อน..แม่รู้ว่าอาชาเองก็หนักใจกับเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ซอพอยังเด็ก และแม่เชื่อว่าอาชาคุมน้องได้.. แล้วถ้าอีกสองปี ซอพอยังเป็นเหมือนเดิม ตอนนั้นแม่จะไม่ห้ามอาชาเลย..” 

 

และคำตอบของแม่ผม..ก็ทำให้ผมทำอะไรไม่ได้..นอกจากทำให้แม่ผมสบายใจ 

 

“ครับ..ผมจะดูแลซอพออีก 2 ปี” 

 

“ขอบคุณมากนะ อาชา.. อีกอย่าง..แม่อยากให้อาชารู้นะ ว่าแม่คือแม่แท้ๆของอาชา ส่วนพ่อก็คือพ่อแท้ๆของอาชา..ไม่ว่ายังไง อาชาก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะครับ..” 

 

“ขอบคุณนะครับ..แม่” 

 

นี่ละ..ผู้หญิงที่ผมตามหา ต้องเป็นแบบแม่ผมเท่านั้น...ส่วนนิสัยแบบยัยซอพอนะหรอ..หึ..จ้างเป็นล้านผมก็ไม่เอาหรอก! 

 

. 

. 

. 

 

ปัง!! 

 

หึ..จนได้สินะ วันนี้เป็นวันที่ผมจะต้องเดินทางไปญี่ปุ่น..เพราะทุนที่ผมสมัครผ่านแล้ว ใช่แล้วละครับ นี่ก็ผ่านมา 2 ปี อย่างที่แม่ผมขอเอาไว้..ผมดูแลซอพออย่างดี แต่เธอก็ยังเหมือนเดิม..ไม่สิ ผมว่าร้ายกว่าเดิมด้วยซ้ำ 

 

เหมือนกับตอนนี้ทั้งๆที่อีก 10 ชั่วโมงผมก็ต้องเดินทางไปญี่ปุ่นแล้ว แต่เธอก็ยังหลอกผมให้ผมเข้ามาในห้องเก่าแก่ ห้องปิดตายที่พ่อกับแม่ผม ไม่ให้ใครเขามา ก่อนที่เธอจะล็อกประตูขังผมเอาไว้ข้างใน.. 

 

แต่ด้วยความที่เธออาจจะยังเด็กและไม่ทันคิด..เธอคงลืมนึกไปว่าห้องนี้ก็มีหน้าต่าง..และหน้าต่างก็ดันติดอยู่กับสวนที่ผมสามารถออกได้สบายด้วย.. 

 

นี่ละ น้องสาวของผมเอง.. 

 

ที่ผ่านมา ผมพยายามใจเย็นและสอนเธออยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องควบคุมอารมณ์ การพูดจา หรือการลดความเอาแต่ใจ.. 

 

แต่ว่า มันก็เหมือนผมพูดเสียเปล่า ไม่เข้าสมองเธอเลยซักนิด..และมีแต่โดนตอบกลับมาตลอดว่า 

 

“เด็กเก็บมาเลี้ยงอย่างอาชา มีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับชีวิตซอ..พี่ชายแท้ๆก็ไม่ใช่..ญาติก็ไม่ใช่..ไม่ได้เป็นอะไรกันเลยซักนิด..นอกจากเด็กเหลือขอ” 

 

นั่นละ..ร้ายใช่มั๊ยละ  

 

นอกจากคำพูดที่พยายามพูดทิ่มแทงผม ก็ยังมีอีกเรื่อง ที่มันเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน คือเรื่องทำร้ายเพื่อนในโรงเรียน.. จนผมต้องตามไปเคลียให้.. 

 

ไม่ว่าจะเพื่อนผู้ชายหรือเพื่อนผู้หญิง ซอพอก็มีเรื่องกับทุกคน.... จนบางทีผมก็ไม่เข้าใจเลยว่า..ซอพอได้นิสัยร้ายกาจแบบนี้มาจากใคร.. 

 

และบอกตามตรงว่า ทุกครั้งที่ซอพอด่าผมหรือทำร้ายผม ผมไม่เคยโกรธ ไม่โทษและทนได้ทุกครั้ง แต่เมื่อไรที่การกระทำของเธอส่งผลต่อพ่อและแม่ของผม..เมื่อนั้นผมไม่ยอมเด็ดขาด..เหมือนกับหลายๆครั้งที่เธอก่อเรื่อง จนแม่ต้องตามไปโรงเรียนและตามขอโทษบรรดาผู้ปกครองเด็กคนอื่นอยู่บ่อยๆ  

 

มันทำให้ผมรู้สึกเหนื่อยใจน้องสาวตัวดีของตัวเองขึ้นไปทุกทีๆ จนต้องเรียกมาคุยและเตือนสติอยู่บ่อยครั้ง..ในแบบที่ พ่อและแม่มักจะสอนบ่อยๆว่าให้ดูแลน้องสาวคนนี้ 

 

แล้วคิดว่าไงละ..ยัยเด็กปีศาจนั่นฟังผมซะที่ไหน..และผมคิดว่าเธอไม่ฟังคนที่เธอเกลียดหรอก ต่อให้ผมอยู่ที่นี่ีอีกสิบปี ผมก็คิดว่าเธอไม่ฟังหรอก เพราะฉะนั้น ผมว่า..ผมควรออกไปจากที่นี่ดีกว่า นั่นเลยทำให้ผมตัดสินใจชิงทุนอีกครั้งจนได้ทุนไปเรียนญี่ปุ่นในที่สุด และผมก็คาดไว้ว่า..ถ้าผมกลับมาตอนที่ซอพอโต..หวังว่าเธอจะปรับปรุงนิสัยของเธอในตอนนี้บ้างนะ.. 

 

ส่วนตอนนี้ผมเองก็ยังคงยืนมองบรรยากาศรอบๆในห้องที่ตัวแสบเพิ่งหลอกผมมาขังเอาไว้ก่อน.. 

 

ห้องนี้มันเป็นห้อง..ของอดีตคนที่เคยสนิทกับปู่และพ่อ.. ที่ผมเองก็จำได้ลางๆในตอนเด็ก ว่าชื่อลุงเชิด.. 

 

ซึ่งทุกอย่างในห้องแห่งนี้ ผมว่า..มันน่าจะยังเหมือนเดิม เพราะคุณลุงเองก็ดูจะมีความสำคัญกับพ่อและแม่เป็นอย่างมาก.. 

 

จะว่าไป ห้องนี้..ก็มีของค่อนข้างเยอะพอสมควร เยอะพอที่จะให้ผมใช้เวลาไปกับห้องนี้ เพื่อให้น้องสาวสุดแสบของผมดีใจเล็กๆว่า ได้ขังผมอย่างน้อยก็เป็นชั่วโมง.. 

 

ผมจะถือว่า ผมได้มอบความสุขให้กับน้องสาวตัวแสบ ก่อนที่ผมจะจากที่นี่ไปละกัน..แม้ความสุขที่ผมสร้างให้เธอ นั่นคือความทุกข์ของผมก็ตาม.. 

 

แต่ก็นั่นละ ผมไม่ได้ทุกข์หรอก เพราะตอนนี้ผมกำลังเดินดูของในห้องแห่งนี้..ด้วยความอยากรู้อยากเห็น 

 

เริ่มจาก..ผมไล่ดูหนังสือต่างๆของอดีตผู้อาศัยในห้องนี้ ที่ส่วนใหญ่จะมีแต่หนังสือ อ่านใจ หนังสือบริหาร และ ข้อมูลการโรงแรม..โดยเฉพาะรีสอร์ทที่มีค่อนข้างเยอะเป็นพิเศษ 

 

สงสัยคุณลุงคงชอบรีสอร์ทละมั้ง.. 

 

ผมเลือกที่จะหยิบหนังสือเกี่ยวกับการอ่านใจ หนังสือต่างๆมานั่งอ่านฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ..และมันก็เพลินเอามากๆ จนกระทั่งผมเริ่มอยากจะคลายเครียด ด้วยการหยิบหนังสือรีสอร์ท หนึ่งในหลายเล่มที่คุณลุงเคยสะสม.. 

 

..แต่แล้วขณะที่ผมกำลังเปิดหนังสือ..อยู่ๆ ก็มีวัตถุอะไรอย่างอย่างชิ้นเล็กตกลงมา..ที่พื้น ที่ทำให้ผมต้องฉงนและหยิบมันมาดูอย่างวิเคราะห์ว่า..นี่มันกุญแจอะไร 

 

ตอนแรก ผมคิดว่าหลังอ่านเล่มนี้เล่นๆ ผมก็จะออกจากห้องนี้แล้ว แต่พอได้เห็นกุญแจแบบนี้ ผมกลับรู้สึกว่า....เริ่มสนุกแล้วสิ.. 

 

ผมเก็บหนังสือนั่นเข้าที่ ก่อนที่จะเอากุญแจไปเสียบตามลิ้นชัก ตู้ต่างๆในห้องนี้ แต่ก็พบว่า ลิ้นชักตู้เหล่านั้น มันเปิดไว้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจนี่ก็ได้.. 

นั่นเลยทำให้ผมค้นหาของแทน..ของอะไรก็ได้ที่คาดว่าจะใช้กุญแจ ผมตามหาเจ้าสิ่งนั้นตามลิ้นชัก ตู้ แม้กระทั่ง..ใต้เตียง 

 

และมันก็ทำให้ผม..พบ พบกล่องเล็กๆกล่องนึงที่มันโดนล็อกอยู่...และมันคงต้องใช้กุญแจนี่เพื่อไขออกมา.. 

 

แกร๊ก.. 

 

และมัน..ก็เปิดออกมาได้จริงๆด้วย 

 

มันจะคือสมบัติหรือเปล่านะ 

 

แต่แล้วทันทีที่ผมเปิดไป..ผมก็ไม่ได้เจอสมบัติอะไรอย่างที่ผมเข้าใจหรอก ..ผมเจอแต่รูปภาพมากมาย..และทุกรูป มันก็คือ..รูปของคนที่ผมจำได้ลางๆว่าเขาคือลุงเชิด กับผู้ชายอีกคนที่ผมเองก็ไม่รู้จัก....มันมีรูปตั้งแต่ทั้งคู่..ยังเป็นหนุ่ม จนทั้งคู่มีอายุ.... และอีกเรื่องที่ผมสังเกตุเห็นจากภาพนั่นก็คือ..ทุกรูปของลุงอีกคน..จะมีรอยสักรูปอินทรีย์ที่ข้อมือ และด้านหลังของทุกรูปก็มีเขียนบรรยายทุกสั้นๆทุกอัน.. 

 

‘รูปคู่ใบแรก..เชิด..ชาติ’ 

 

‘ใครไม่เข้าใจ แต่เราเข้าใจกันก็พอ เชิด..ชาติ’ 

 

‘ซักวันเราสองคนจะออกจากสิ่งที่เป็นอยู่ แล้วมาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับรีสอร์ทในฝันของเราสองคน เชิด...ชาติ’ 

 

‘นานๆเจอกันที ก็ไม่ได้แปลว่า..เราจะลืมกัน...เชิด ชาติ’ 

 

ทุกรูป ต่างก็ลงท้ายด้วยคำๆนี้หมด เชิด...ชาติ 

 

ลุงคนนี้ชื่อชาติสินะ และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ต้องบอกผมก็พอจะรู้ว่า..เป็นอะไรกัน.. 

 

และผมก็เริ่มคิดว่า..ผมกำลังละลายละล้วงเรื่องของคุณลุงที่เสียมากเกินไปแล้ว ทำให้ผมเลือกที่จะเอารูปเก็บกลับที่เดิมและไม่อ่านต่อ 

 

แต่ว่าสายตาของผมก็ดันไปสะดุดกับรูปรูปนึง..รูปที่มีคนที่ผมรู้จักอยู่ด้วยนั่นก็คือ..ลุงเอียน..คนที่ชอบแวะเวียนมาบ้านหลังนี้ ชอบมานั่งพูดคุยกับแม่ ในขณะที่พ่อก็ชอบโวยวายไล่ออกไป.. 

 

นี่พวกเขารู้จักกันงั้นหรอ? 

 

ขอดูข้อมูลอีกรูปเดียวเท่านั้นนะ..ขอโทษนะครับลุงเชิด.. 

 

พรึ่บ..และทันทีที่ผมพลิกดูผมก็เจอกับข้อความที่เขียนไว้ว่า.. 

 

‘ลูกของคุณ ก็เหมือนลูกของผม..ผมจะรักเขา เหมือนที่คุณรักเขา...เชิด ชาติ’ 

 

อันที่จริง..ยังมีรูปอีกมากมายที่สามารถให้ผมตามอ่านต่อไปได้..แต่ว่าผมก็เลือกที่จะเก็บรูปนั้นกลับที่เดิม พร้อมกับตัดสินใจล็อกกล่องนั้นเก็บไว้.. 

 

แค่นี้ ผมก็พอจะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้วละ.. 

และผมก็ไม่อยากที่จะรู้เรื่องส่วนตัวของลุงเชิดไปมากกว่านี้ 

 

ส่วนกุญแจนี้..ผมก็เลือกที่จะเก็บมันไว้ที่เดิมของมัน อย่างที่มันเคยเป็น.. 

 

และเมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางเดิมเรียบร้อย ผมก็ตัดสินใจออกจากห้องนี้ไป..และทิ้งเรื่องที่ผมรู้เอาไว้แต่เพียงผู้เดียว.. 

 

ผมว่าตอนนี้..ผมขอออกไปเจอยัยตัวแสบก่อนดีกว่า.. 

อยากจะรู้ว่า..ถ้าเธอรู้ว่าผมออกมาจากห้องนี้ได้เธอจะรู้สึกยังไงนะ..หึหึ.. 

 

“ออกมาได้ไง!!!” 

 

และนั่นละ สีหน้าที่ดูอึ้งงันเล็กน้อย ก่อนที่จะโพล่งปากออกมา.. 

นี่สินะ เด็กน้อยที่ใครๆก็บอกว่าน่ารักและน่าทะนุถนอม..ผมไม่เห็นว่าจะรู้สึกแบบนั้นเลยซักนิด.. 

 

“ไม่เคยเข้าห้องนั่นสินะ..ถึงไม่รู้ว่ามันมีหน้าต่าง..” 

 

หลังจากผมพูดจบ..ผมก็พับเก็บของตัวเองลงในกระเป๋าเดินทางของตัวเองต่อไป และไม่สนใจอีกหนึ่งสิ่งมีชีวิตที่ยืนโวยวายอยู่ในห้องของผม 

 

“ดี..ไปได้ก็ดี..หลังจากนี้ซอจะได้อยู่กับพ่อและแม่ของซอ ไม่มีคนนอกมายุ่งอีก..” 

 

“…” 

 

“ไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมาให้เห็นหน้าอีกนะ” 

 

“…” 

 

“หวังว่า คงจะไม่ได้ไปเป็นภาระให้กับคนทางนู้นอีกละ” 

 

เห้อ...สาบานได้เถอะ ว่านี่คือเด็ก 7 ขวบ 

เด็กผู้หญิงอะไร นิสัยโคตรจะขัดกับหน้าตาสุดๆ.. 

 

ส่วนผมก็ได้แต่ฟังเธอด่า เธอพูดเรื่อยๆ..จนกว่าเธอจะสบายใจนั่นละ..พร้อมกับก้มพับเสื้อผ้าของตัวเองใส่กระเป๋าโดยไม่หันไปมองดูเธอเลยซักนิด จนกระทั่ง 

 

ปั่ก.. 

 

“นิสัยไม่ดี!!” 

 

โมเดลในห้องของผม..ลอยเข้ามาในกระเป๋าเดินทางของผม พร้อมกับเสียงเล็กที่ตะโกนดังลั่นออกมา พร้อมกับเจ้าตัวที่วิ่งออกจากห้องนี้ไป..โดยที่ผมก็ได้แต่ถอนหายใจ..ก่อนที่จะเอาโมเดลนั่น ไปวางไว้ตรงที่เดิมในตอนแรก 

 

และผมก็มานั่งเก็บผ้าต่อ..จนในที่สุด ผมก็เก็บของเรียบร้อยและก็ได้เวลาเดินทาง..โดยที่พ่อกับแม่ผมไปส่ง..และปราศจากน้องสาวตัวแสบของผม ไม่ว่าจะเป็นที่สนามบิน หรือว่า หน้าบ้านก็ตาม 

 

เธอคงดีใจสินะที่ผมไป.. 

 

ส่วนผมนะหรอ..ก็ดีใจละมั้ง.. 

 

“อาชา ถึงแล้วโทรหาแม่ทันทีเลยนะ” 

 

“ครับ” 

 

“อย่าลืมติดต่อไปที่เบอร์นี้ละทันทีที่ไปถึง..” 

 

“คุณเรียว..นี่หรอครับ” 

 

“ใช่.. พ่อบอกท่านไว้แล้วว่าอาชาจะไป รู้จักกับกลุ่มนี้เอาไว้..แล้วอาชาจะอยู่ที่นั่นสบายขึ้น..” 

 

“ทำไมผมอยู่สบายขึ้น..ที่จริงผมลำบากได้นะครับ...ตอนเด็กผมก็เคยลำบากมาก่อน” 

 

“พ่อไม่ได้หมายถึงสบายแบบนั้น..เอาเป็นว่าถ้าอาชาโตขึ้น อาชาจะเข้าใจเอง..” 

 

“เอ่อ..ครับ..” 

 

“นี่อาชา..เรื่องผู้หญิง ถ้ามีต้องบอกแม่เลยนะ..เข้าใจมั๊ย” 

 

“ผมไม่สนใจหรอกครับแม่..” 

 

“ดีมาก..เราต้องมีตัวจริงคนเดียวเท่านั้น..เหมือนที่พ่อมีแม่ไง..แต่ว่า..ถ้าระหว่างทาง ไม่นับ..อันนี้อาชามีได้..โอ้ยย..เดย์มาหยิกเฮียทำไม..” 

 

“ก็ดูซิ สอนอะไรลูก..เห้ออ..เอาเป็นว่า แม่เชื่อว่าอาชาเป็นคนคิดเป็น พ่อกับแม่เชื่อใจในทุกการตัดสินใจของอาชานะ..และถ้ามีอะไร..อย่าลืมละ ว่ามีพ่อกับแม่รออยู่ที่นี่เสมอ” 

 

“ครับ..ผมไม่ลืมแน่นอน..ส่วนทางนี้ พ่อกับแม่ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะครับ..ส่วนเรื่องของซอพอ...ถ้าผมไปบางทีน้องอาจจะดีขึ้นก็ได้” 

 

“เห้อ..แม่ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ..เสียดายนะ แม่ว่า..อาชาคุมน้องอยู่” 

 

“ผมคุมไม่อยู่หรอกครับ ก่อนออกมานี้..ผมยังโดนน้องแผลงฤทธิ์อยู่เลย” 

 

“แม่ขอบคุณนะ ที่อาชาอดทนกับน้องขนาดนี้..” 

 

“ถ้าผมอดทนจริง ผมคงไม่หาทุนไปญี่ปุ่นแบบนี้หรอกครับ” 

 

“ฮ่าๆ ก็นั่นสินะ..เอาละ ยังไงก็กลับมาหาน้องบ้างนะ..อาชา บางทีพอได้ห่างกันแบบนี้ ใครจะไปรู้ ซอพออาจจะคิดถึงอาชาก็ได้” 

 

หึ..ก่อนหน้านี้ยังไล่ผมด้วยความดีใจอยู่เลย คงคิดถึงอยู่หรอกนะ.. 

 

“เห้อออ..อาชาไปนานแบบนี้ แม่คิดถึงแน่ๆเลย” 

 

“ไว้ผมจะเฟสทามมาหาบ่อยๆนะครับแม่” 

 

“จ้าา..เอาละ ไปเถอะถ้ายังคุยกันต่ออีก แม่ว่า แม่ต้องเปลี่ยนใจไม่ให้ไปแน่เลย ฮ่าๆ..” 

 

หลังจากที่แม่พูดจบ..ผมก็รับรู้ได้ว่า..แม่ของผมก็ไม่อยากให้ผมจากไป ซึ่งผมก็ไม่ต่างกัน..แต่ว่า ผมก็ต้องไป 

 

“งั้น..ผมไปแล้วนะครับ..ดูแลตัวเองด้วยนะครับพ่อ..แม่..แล้วก็สำหรับซอพอ ผมฝากลาน้องด้วยนะครับ..” 

 

และทันทีที่พ่อกับแม่ผมพยักหน้ารับ ผมก็ค่อยๆเดินเข้าไปในเกททันที..พร้อมกับคิดว่า.. 

 

เอาละ หลังจากวันนี้ ชีวิตของผม..อาชา ลูกชาวดอยที่ถูกพ่อโซ่และแม่เดย์เก็บมาเลี้ยง... กำลังจะได้เริ่มต้นชีิวิตใหม่ในแบบของผม จะได้ออกไปเติบโตและใช้ชีวิต...ที่ห่างจากยัยน้องบ้าๆแบบนั้นซักที....! 

 

อีก.. 10 ปี เจอกันนะ ประเทศไทย..แล้วก็อีก 10 ปี..ไว้เจอกันใหม่นะ ยัยน้องสาวตัวร้าย หึหึ... 

 

 

เอาละจ้าา. จบแล้วจริงๆกับเรื่องนี้  

รู้หรอกน้า ว่าอยากอ่านอาชา ซอพอกัน ไรด์แต่งแน่นอนค่ะ แต่ไม่รู้จะแต่งเมื่อไร เพราะตอนนี้เรื่องที่ไรด์จะแต่งมีรอคิวเยอะมากกก 

มีทั้งเฮียไค เปียโนคิระ สายฟ้าสายน้ำ คลาวด์ เรย์ เยอะแยะไปหมด  

เพราะฉะนั้นตอนนี้อ่านเรื่องเฮียคินไปก่อนนะจ้ะ แล้วเรื่องต่อไปอยากให้เป็นเรื่องอะไร บอกกันมาได้นะคะ 

สุดท้ายนี้เหมือนเดิม ขอบคุณทุกคนจริงๆที่ตามอ่านเรื่องนี้ ตามอ่านนิยายเซตนี้ ขอบคุณน้าาาาาา ขอบคุณมากกก 

ปล สำหรับเรื่องเฮียซัน ไรด์กำลังมีแผนจะปรับปรุงเนื้อหา โครงเรื่องเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนภาษาที่ใช้เขียน พอดีได้กลับไปอ่านแล้วรู้สึกว่าภาษาที่เขียนต่างกับเรื่องหลังๆมาก มันห้วนๆ ลวกๆ (พอดีตอนนั้นเพิ่งเริ่มแต่ง) 555 น่าจะภายในเดือนหน้าก็น่าจะเสร็จ ยังไงแก้ไขเสร็จลองกลับไปอ่านกันใหม่ดูน้า :) 

ความคิดเห็น