I-Rain-Yia/ฉ่ำพร/นางเนียร
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

[เริ่มจาก 0] 120% -RE-

ชื่อตอน : [เริ่มจาก 0] 120% -RE-

คำค้น : ซื่อหนาน ตะวันกล้า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 21:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[เริ่มจาก 0] 120% -RE-
แบบอักษร

เริ่มจาก 0 

 

“ตามหาให้ทั่ว! จับตัวมาให้ได้!”

เสียงของชายหนุ่มร่างสูงกำยำใบหน้ามีรอยบากลากขีดจากคิ้วผ่านตาลงมาที่ถึงกลางแก้มสร้างความหวาดกลัวแก่ผู้พบเห็นที่เดินผ่านไปมาไม่น้อย เพราะหน้าตาอีกฝ่ายคล้ายโจรก็ไม่ปาน

ทว่า ความหวาดกลัวของผู้พบเห็นไม่สำคัญกับคนอย่างเขาเท่าไหร่นัก ‘ซือซื่อ’ มือขวาของเจ้าพ่อมังกรทองคิดพลางเมินมองไปทางอื่นไม่สนใจท่าทางอยากรู้อยากเห็นของคนที่เดินผ่านไปมา เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าตอนนี้ไม่ใช่สายตาผู้คน แต่เป็นการการตามหาตัว ‘หลิงหลิน’ นายหญิงใหญ่แห่งมังกรทองที่กำลังหลบหนีการตามล่าของพวกเขา!

หนำซ้ำยังหลบหนีมาได้ถึง 6 เดือน!

“ไม่พบครับ!” บอดิการ์ดคนหนึ่งเดินเข้ามารายงาน หลังจากเดินสำรวจทั่วหาด

“คนท้องโตขนาดนั้นจะหาไม่เจอได้ยังไง?!!” ซือซื่อสบถอย่างหัวเสีย ลูกน้องก้มหน้าสำนึกผิด เพราะมันจริงอย่างที่เจ้านายว่า เป็นพวกเขาไร้ความสามารถเอง

ซือซื่อหายใจฟึดฟัดเลิกสนใจลูกน้องแล้วกวาดตามองไปทั่วบริเวณชายหาดอย่างเคร่งครัด ผู้หญิงท้องโตใกล้คลอด! จะไปหลบอยู่ที่ไหนได้!

ขณะที่ชายชุดเดินกราดมองทั่วชายหาด ภายในตะกร้าคว่ำตากกลางแดดก็มีหญิงสาวท้องโตนั่งหายใจหอบสั่นอยู่ด้านใน หัวใจเต้นแรงจนแทบกระดอนออกจากอก ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความหวาดกลัวภาวนาขอให้ไม่มีใครเจอเธอ...

หลิงหลิน....เป็นชื่อของเธอ อดีตเคยเป็นนายหญิงใหญ่แห่งพรรคมังกรทอง แต่ปัจจุบันเธอไม่ได้เป็นนายหญิงใหญ่ของพรรคมังกรทองแต่เป็นนักโทษหนีตาย! สำหรับพวกเขา ในสายตาของพรรคมังกรทอง เธอก็เป็นแค่แม่พันธุ์! คนอื่นที่รู้เรื่องเธออาจลงความเห็นว่าเธอโชคร้ายที่เป็นคนโปรดได้ไม่เท่าไหร่ก็ถูกตามไล่ล่าเพราะทำผิดกฎ คิดมาถึงตรงนี้หญิงสาวก็ยิ้มหยัน...ผิดกฎหรือ? ขืนเธอยังยืนยันที่จะอยู่ละก็....มีแต่เธอนี่แหละที่จะตายอย่างทุกข์ทรมาน! เธอไม่อยู่รอจนถึงวันนั้นหรอก! ไม่มีทาง!

ฉะนั้น...ทางออกที่ดีสำหรับเธอ คือการหนีและการหนีตายมันไม่ใช่ความโชคร้าย! เพราะสิ่งที่เธอตัดสินใจทำมันเรียกว่าโชคดี...โชคดีที่เธอจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับลูก หลิงหลินคิดพลางลูบท้องโตของตัวเอง...แล้วคิดย้อนไปเมื่อวันวาน...

นานมาแล้ว...พรรคมังกรทองเป็นส่วนหนึ่งของสภาหลงยี่หวา กลุ่มสภามาเฟีย อำนาจมืดที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง! พวกสภางี่เง่า! และอำมหิต! หากเธอไม่บังเอิญไปเจอเข้ากับกฎลับของสภาในห้องทำงานของสามีที่เธอแอบเข้าไป เธอคงตกเป็น ‘เหยื่อ’ ของกฎบ้าบอโหดร้ายเลือดเย็นนั่น!

กฎกำหนดขึ้นมา...’ ว่าเมื่อไหร่ที่ภรรยาของหัวหน้าพรรคใดท้อง และคลอดเด็กออกมาได้ลูกชาย ก็ให้ฆ่าทิ้งเสีย เพราะมังกร...ไม่ควรมีหัวใจที่เป็นจุดอ่อน’ กฎที่เธอเห็นทำเธอขวัญเสียไปหลายวัน ถึงอย่างนั้นหลิงหลินก็เชื่อมั่นในตัวของสามีของเธอ เชื่อมั่นในความรักของสามีว่าเขารักเธอ และคงไม่พรากเธอกับลูกตามกฎบ้าบอนั่น แต่หลิงหลินคิดผิด! ในคืนก่อนตัดสินใจหนี เธอแอบได้ยิน ‘หลงหวงตี้’ พ่อสามีคุยกับสามีของเธอว่าเมื่อถึงเวลานั้น ให้เขาฆ่าเธออย่างที่ควรจะทำ เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีของมังกรทองต่อสภาหลงยี่หวา! นั่นเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เธอตัดสินใจหนีออกมา....

หลิงหลินน้ำตาไหลพราก สะอึกสะอื้นไร้เสียงเมื่อนึกถึงวันวานกับสามีผู้เป็นที่รัก เมื่อก่อนเธอตัดสินใจแต่งงานกับ ‘หลงต้าเฉียง’ เพราะความรักอย่างไม่กลัวเกรง แม้ว่าคนรอบข้างจะไม่เห็นด้วยแต่เธอก็ยังดึงดัน เพราะว่าเธอรักเขามาก แม้ว่าเขาจะเย็นชาไปบ้าง แต่เธอสัมผัสได้จากแววตาของเขาได้ว่าเขาเองก็รักเธอ

ทว่า เธอก็รู้จักนิสัยของสามีเธอดี ว่าเขาซื่อสัตย์มากเพียงใด และจริงจังกับการทำงานมากแค่ไหน เขาเป็นสามีที่เห็นผลประโยชน์ส่วนรวมสำคัญกว่าประโยชน์ส่วนตน แม้เขาไม่อยากทำตามกฎบ้าๆ นั่น แต่มีหรือที่เขาจะหลีกหนีท่าทีกดดันจากคนรอบกายพ้น ฉะนั้นก่อนจากมาเธอจึงเขียนจดหมายขอโทษเขา และหนีจากมาอย่างเห็นแก่ตัว เพราะไม่อยากให้สามีลำบากใจ และเธออยากจะมีชีวิตอยู่ต่อกับลูก...

เธอรู้....เธอไม่มีวันหนีพ้น...แต่เธออยากจะลองดูสักครั้ง และเธอต้องการที่จะยื้อเวลาอยู่กับลูกให้ได้นานที่สุด....

ทว่า...ดูเหมือนเวลาของเธอจะสิ้นสุดลงแล้ว...

หลิงหลินใช้มือปิดปากร้องไห้ ภาวนาถึงสวรรค์ ได้โปรดต่อเวลาให้เธอสักปี...ให้เธอได้อยู่ดูลูก ได้เห็นลูกเติบโต ได้เห็นรอยแย้มยิ้มสดใสของลูก และได้เห็นลูก...ใช้มือเล็กๆ นั่นจับนิ้วเธอ ได้โปรดเถอะ...นี่มันเร็วเกินไปจริงๆ พวกเขาหาเธอพบเร็วเกินไป! ทั้งที่เธอปิดบังข้อมูลทุกอย่างอย่างแนบเนียนแล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไรเลย นี่ขนาดขอความช่วยเหลือของเพื่อนสาวที่มีสามีเป็นถึงนายตำรวจใหญ่แล้วนะ แต่ดูเหมือนเธอจะคาดการณ์อำนาจของพวกเขาต่ำเกินจริง เพราะพวกเขามีอำนาจมากกว่าที่เธอคิด เพียงไม่กี่เดือนเขาก็ตามหาเธอเจอ จนเธอต้องหลบหนีออกมาจากบ้านเพื่อน หนี...มาจนถึงภูเก็ต และคิดว่าพวกเขาจะหาไม่เจอแล้ว แต่เธอคิดผิด! พวกตามมาจนเจอเธออีกจนได้!

ขณะนั่งภาวนาอยู่นั้น หลิงหลินได้ยินเสียงฝีเท้าดังใกล้ จิตใจเธอก็เริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว กลัวเหลือเกินกลัวว่าพวกมันจะเดินมาเปิดตะกร้าในกองนี้....

“แม่อิ่มจ๊ะ! พ่อลืมกระติกข้าว....” หลิงหลินใจหล่นตุบมาเมื่อได้ยินเสียงคนคุยกันใกล้ๆ ...ได้โปรด...ได้โปรดเถอะ...

“อีกแล้วนะพ่อ เฮ้อ...เดี๋ยวแม่ไปเอามาให้” หลิงหลินยังคงนั่งตัวสั่นกอดตัวเอง ภาวนาให้คนที่อยู่ใกล้ๆ นี้ไปไกลๆ เสียที

“อ่ะ...นี่กระติกข้าว ของสำคัญทำไมชอบลืมนักนะ”

“โธ่...แม่จ๋า พ่อลืมกระติกข้าวเพราะมันไม่สำคัญเท่าแม่ไงจ๊ะ

“พอๆๆ เลิกหยอดเสีย! แล้วรีบออกเรือได้แล้ว”

“จ๊ะ” ภรรยายิ้มปริ่ม พลางส่ายหน้าเอือมระอากับความกะล่อนของสามีก่อนจะช่วยสามีหยิบจับตะกร้าใส่ปลาที่วางคว้าตากไว้อยู่กลางแดด ขึ้นรถเข็น

“เฮ้ย!” เสียงของสามีเรียกให้ภรรยาเดินเข้าไปดูก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นผู้หญิงสวยนั่งหน้าซีดอยู่ “แม่...คะ...ใคร...” สามีชี้นิ้วไปที่หลิงหลินที่กำลังมองพวกเขาอย่างหวาดระแวง กลัวจนตัวสั่นเสียน่าสงสาร

“คุณเป็นใครหรือค่ะ? มาทำอะไรที่นี่...” อิ่มได้สติแล้วเดินเข้าไปถามเสียงนุ่ม

“ฉะ...ฉัน...” แม่อิ่มยกมือขึ้นลูบไหล่เบาๆ เชิงปลอบประโลม “ค่อยๆ พูด กำลังท้องกำลังไส้แท้ๆ ทำไมถึงได้มานั่งในที่แบบนี้ละ”

“ขอบคุณค่ะ” หลิงหลินเอ่ยปากสำเนียงแข็งๆ เพราะเธอพูดไทยไม่ค่อยชัด แม่อิ่มพยุงเธอลุกขึ้นยืน และช่วยปัดเศษดินหินทรายออกจากกระโปรงของหลิงหลิน

“พ่อทัด! มา! พาคุณผู้หญิงคนนี้เข้าไปนั่งพักที่ศาลากันเถอะ”

“อ้าว...แล้วเราไม่ออกไปหาปลาหรือจ๊ะ”

“เอ๊ะพ่อนี่!”

“ไม่เป็นไรค่ะ เท่านี้ก็เป็นบุญคุณเหลือเกินแล้ว” หลิงหลินปฏิเสธด้วยความเกรงใจพลางคิดว่าควรรีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดน่าจะดีกว่า

“ไม่เป็นไรแน่นะคุณ ท่าทางเหมือนหนีใครมา ไปแจ้งตำรวจไหม...” แม่อิ่มถามด้วยความเป็นห่วง

“แม้ตำรวจ...ก็ช่วยฉันไม่ได้หรอกค่ะ พวกเขาจะเดือดร้อนไปด้วยเปล่าๆ คุณก็ด้วย” หลิงหลินยิ้มบางยกมือไหว้ขอบคุณพ่อทัด และแม่อิ่ม ก่อนจะค่อยๆ หมุนตัวเดินจากไป

แม่อิ่มมองตามร่างบอบบางด้วยความเป็นห่วง แม้สามีจะกระซิบบอกว่าห้ามช่วยเหลือเพราะดูท่าจะหนีผู้มีอิทธิพลมา ถ้าช่วยจะทำให้พวกเขาเดือดร้อนตามไปด้วย แต่ด้วยความที่เป็นคนใจกล้ารักความยุติธรรม และชอบช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ แม่อิ่มจึงวิ่งเข้าไปเรียกหลิงหลินเอาไว้เอ่ยปากชวนเจ้าหล่อนออกทะเลด้วยกัน หลิงหลินลังเลเล็กน้อย แต่พอได้ยินว่าแม่อิ่มจะไปส่งเธอที่ ‘เกาะมาตาวี’ ก็เริ่มมั่นใจขึ้นมาว่าเธออาจจะหนีพ้น คนพวกนั้นอาจจะหาเธอไม่เจอก็ได้ หลิงหลินจึงพยักหน้าตอบตกลงและเดินตามสองผัวเมียไปที่เรือ....

 

………………………………

 

“ท่านครับ...”

“ไม่พบหรอ...” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามซือซื่อที่ยืนก้มหน้าอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางนิ่งๆ แต่ซือซื่อผู้เป็นลูกน้อง และคนใกล้ชิดกับหลงต้าเฉียงรู้ดีว่าภายใต้ท่าทางนิ่งๆ นั้น ต้าเฉียงกำลังคุกกรุ่นไปด้วยโทสะ

“ฉันจะไปตามด้วยตัวเอง!”

“แต่ว่า…”

“ฉันจะไปตามด้วยตัวเอง” ต้าเฉียงพูดย้ำอีกครั้งใบหน้าหล่อคมเรียบตึง ตาเรียวจ้องเขม็งมองซือซื่ออย่างกดดัน ต้าเฉียงรู้ดีว่าเขาไม่ควรทำ เพราะมันเป็นศักดิ์ศรีของผู้นำพรรคมังกรทอง แต่นี่! เขาอดทนมานานพอที่จะทนไม่ไหวแล้ว เขารักหลิงหลิน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาทรมานใจเหลือเกินที่ต้องห่างเธอ เขาเป็นห่วงเธอสุดหัวใจ และอยากจะอธิบายความจริงให้ฟังใจจะขาด แต่เธอก็ไม่ยอมฟังเขาเลย เขาจะบ้าตายอยู่แล้ว!

“ถ้าท่านออกไป หวงตี้ต้อง....”

“หลิงหลินเป็นเมียฉัน! เป็นเมียที่ท้องลูกของฉัน! ฉันจะไปตามเธอด้วยตัวเอง” ต้าเฉียงประกาศกร้าวอย่างหมดความอดทน หวงตี้ก็หวงตี้สิ นั่นเมียเขาทั้งคนจะให้เขาทนอยู่เฉยได้ยังไง! ต้าเฉียงถลึงตามองซือซื่อให้หลบทางแล้วเดินขึ้นรถไปด้วยอารมณ์อยากจะฆ่าใครสักคน โดยเฉพาะซือซื่อ! วันนี้เขาอุตสาห์โชคดีเห็นเธอ และกำลังจะวิ่งตามเธอไป แต่ซือซื่อห้ามไว้แล้วให้เขาเข้าไปเจรจาธุรกิจให้เสร็จ ดูเอาเถิด! แม้แต่หลิงหลินเป็นภรรยาของเขาแท้ๆ แต่ต้องให้คนอื่นไปตาม ทำอย่างนี้มันเหมือนเขาเป็นสามีที่ใจร้ายใจดำเหลือเกิน ต้าเฉียงคิดแล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ เขารู้ว่าซือซื่อทำตามหน้าที่ แต่มันก็อดหงุดหงิดใจไม่ได้อยู่ดี

“ออกรถ และพาฉันไปยังจุดที่เจอหลิงหลินครั้งสุดท้าย”

คนขับรถหันไปมองซือซื่อที่นั่งอยู่ข้างๆ พอเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า คนขับรถจึงออกรถตามคำสั่ง ต้าเฉียงรู้ว่าที่หลิงหลินหนีมาเพราะกฎของสภาหลงยี่หวา ถ้าถามตัวเขาว่าเขาจะทำตามกฎหรือไม่....เขายังไม่ได้ตัดสินใจ เพราะเขากลัวเกินไป รักเกินไปที่ทำเช่นนั้น แต่ถ้ารู้ว่าหลิงหลินจะอุ้มท้องสามเดือนหนีข้ามประเทศมาที่นี่ เขาก็อยากให้เธอทำ และยินดีที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่หวงตี้ และสภาหลงยี่หวาไม่เป็นเช่นนั้น พวกเขาหูตาเป็นสับปะรด และเอ่ยเตือนเขา ว่าหากเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง พวกเขาจะเป็นคนจัดการเอง มาถึงตอนนี้....ต้าเฉียงจึงต้องมาตามหลิงหลินด้วยตนเอง ซึ่งพอดีกับที่ต้องมาเจรจาธุรกิจที่ไทย

“เราเจอคุณหลิงหลินที่นี่ครับ” ต้าเฉียงไม่พูดอะไรนอกจากกวาดสายตาไปรอบชายหาด ร่างสูงใหญ่เดินมาหยุดยืนอยู่ที่ชายหาดใกล้น้ำทะเลที่กำลังซัดขึ้นฝั่ง เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นลูบหน้าอย่างเหนื่อยล้า ตัวเขามีลูกน้อง บรรดาสมุนนับร้อยนับพันรายล้อม มีผู้คนติดตามให้ความสนใจในชีวิตเขามากมาย แทนที่จะดีใจมีความสุขแต่ทำไมมันถึงหดหู่ถึงเพียงนี้ ต้าเฉียงยืนทอดอาลัยอยู่นานจนกระทั่งซือซื่อเอ่ยเตือน

“ท่านครับ ตอนนี้ก็จะมืดแล้ว...”

“ฉันรู้แล้ว...แค่ยืนชมวิวหน่อยไม่ได้หรือไง” ต้าเฉียงบอกเสียงห้วน แล้วยืนรับลมทะเลครู่หนึ่ง แล้วหมุนตัวเดินกลับไปที่รถ แต่บทสนทนาของสองแม่ลูกที่กำลังเดินผ่านเขา ทำให้ต้าเฉียงหยุดฟังด้วยความสนใจ

“จริงหรือแม่ แล้วคุณคนสวยคนนั้นเป็นอะไรกับแม่อิ่มละ ถึงได้จ่ายหนี้ให้แม่อิ่ม แถมยังให้เราตั้งเยอะ”

“ข้าไม่รู้เว้ย! ข้าไม่สนว่ามันเป็นใคร รู้แต่ว่าตอนนี้ได้เงินแล้ว เอ้อ! แต่ท่าทางแบบนั้นคงรวยน่าดู น่าจะเรียกเอาอีกสักหมื่น”

“โธ่แม่...สงสารคนท้อง” พอได้ยินอย่างนั้น ต้าเฉียงจึงก้าวยาวๆ เข้าไปหาสองแม่ลูกที่กำลังเดินนับเงินอยู่ จนสองคนนั้นสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นต้าเฉียง

“คนท้องหรอ? หน้าตาแบบไหน เห็นอยู่ที่ไหน” ต้าเฉียงถามเสียงรัว สองแม่ลูกมองหน้ากัน ก่อนจะพูดตะกุกตะกักตอบต้าเฉียงอย่างกลัวๆ เมื่อเห็นคนชุดดำมายืนล้อมพวกเขาเอาไว้...

...คำตอบของสองแม่ลูกทำให้ต้าเฉียงตาวาวเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ต้องใช่แน่! ต้องใช่หลิงหลินแน่! ต้าเฉียงคิดอย่างดีใจก่อนจะสั่งให้ซือซื่อเตรียมเรือไปที่เกาะมาตาวี...

 

.............................

 

“คุณหน้าตาซีดๆ เป็นอะไรหรือเปล่า?” แม่อิ่มถามในขณะที่สามียังคงขับเรืออยู่ซึ่งเกาะก็ไกลพอสมควรประมาณสิบกิโลได้ นี่ก็พึ่งมาได้ครึ่งทางเอง

“ฉันปวดท้องแปลกๆ ค่ะ” หลิงหลินตอบ

“เฮ้ย! อย่าบอกว่าจะคลอด!” ทัดทักขึ้นอย่างตกใจ หันไปมองหน้าเมียที่นั่งหน้าเครียดอยู่อย่างตระหนก

“ท่าจะคลอดจริงๆ แหละพ่อ” เพราะเธอเห็นน้ำไหลออกมาตามขาของหลิงหลินแล้ว

หลิงหลินเม้มปากแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยเหงื่อ ดูก็รู้ว่าปวดมาก...

“เอาไงดีละแม่” พ่อทัดถามแม่อิ่ม พร้อมกับจอดเรือให้อยู่นิ่ง แล้วเดินไปหาภรรยาที่นั่งครุ่นคิดอยู่

 

“มีกระติกน้ำร้อนอยู่ตรงลังเก็บของพ่อเอาไปล้าง แล้วไปต้มร้อนรอไป”

“แม่จะทำคลอดหรอจ๊ะ!? บนเรือนี่นะ!?” ถึงผู้หญิงคนนี้จะช่วยพวกเขาจ่ายหนี้กับยัยคุณนายนั่น แต่ว่าขืนช่วยทำคลอดแล้วพลาดมาตายบนเรือพวกเขามันจะไม่แย่เอารึ!

“เถอะน่า! เดี๋ยวไม่ทันการ เร็วๆ เข้า” แม่อิ่มเคยทำคลอดมาสองสามครั้งแล้ว ซึ่งทุกครั้งที่ทำเธอล้วนทำคลอดลูกเจ้านายแห่งเกาะมาตาวีทั้งนั้น และการทำคลอดครั้งนี้เกิดเพราะความจำเป็นทั้งสิ้น ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อฟ้าลิขิตให้เจ้าหล่อนมาเจอเธอเช่นนี้ คงหนีไม่พ้นให้เธอทำคลอดเด็กที่จะเกิด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดแม่อิ่มก็มาดมั่นที่จำทำคลอดให้หลิงหลิน! เพราะท่าทางเธอดูจะไม่ไหวแล้ว!

เรือของต้าเฉียงขับออกมาได้สักพักใหญ่แล้ว แต่เขารู้สึกร้อนใจแปลกๆ ชอบกล จึงหันไปถามคนขับเรือ “ใกล้ถึงหรือยัง?”

“นี่ก็จะถึงครึ่งทางแล้วครับ” คนขับบอก แต่คำตอบของคนขับไม่ได้ทำให้ความร้อนรนในใจของเขาลดลงเลย

“เร็วกว่านี้ได้ไหม ขับเร็วๆ” ต้าเฉียงเร่งเสียงเข้ม

“ครับ” ขานรับเสร็จคนขับก็เร่งเครื่องขับเรือตามคำสั่งของคนว่าจ้าง แต่ขับมาได้สักคน คนขับเรือก็หยุดชะงักเมื่อเห็นเรือของคนรู้จักจอดนิ่งอยู่กลางทะเล จึงค่อยๆ ขับเข้าไปใกล้อย่างลืมตัวว่าทำงานอยู่

“ชะลอเรือทำไม?” ต้าเฉียงขวดคิ้วไม่พอใจถามเสียงห้วน

“ขอประทานโทษขอรับ” คนขับก้มหัวขอโทษและกำลังจะเร่งเครื่องห่างไป แต่เสียงของเด็กร้องขึ้นจากลำข้างๆ ทำให้ต้าเฉียงใจเต้นแรง ฉุกคิดขึ้นมาได้ก็รีบบอกให้คนขับเรือเข้าไปจอดใกล้ๆ เรือลำนั้น

หรือจะเป็นหลิงหลิน!? ไวกว่าความคิดคือขาของเขาที่ก้าวขึ้นเรือลำข้างๆ แล้วเดินเข้าไปในห้องนั้น ด้วยใจระทึกและหวังว่าตัวเองจะคิดถูก!

อุแว้! อุแว้! อุแว้!

“หลิงหลิน!” ต้าเฉียงเปล่งเสียงเรียกคนรักทันทีเมื่อเห็นเธอนอนอยู่บนพื้นไม้ ด้วยท่าทางอ่อนล้า เขากำลังจะก้าวเข้าไปหาหลิงหลิน แต่ก็มีชายคนหนึ่งถือไม้พายมาขวางเขาไว้

 

“พวกคุณเป็นใคร!?” นายทัดถามเสียงแข็งมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาแข็งกร้าว กลัวว่าจะเข้ามาทำอันตราย

“ต้า...เฉียง...” หลิงหลินปรายตามองเขา แล้วเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว ทำให้ต้าเฉียงรีบผลักร่างของนายทัดออกให้พ้นทางก่อนจะเดินเข้าไปกุมมือของภรรยาเอาไว้

“หลิงหลิน...หลิงหลิน”

“ถอยออกไปก่อนคุณ ไว้ปรับความเข้าใจกันทีหลัง ยังเหลือเด็กอีกคนยังไม่ทันคลอด” แม่อิ่มบอกเสียงเครียด ก่อนจะยื่นเด็กในอ้อมแขนให้กับนายทัดที่ยืนอยู่ข้างๆ แต่ต้าเฉียงดื้อรั้นเขาไม่ขยับไปไหน นอกจากกุมมือหลิงหลินแน่น แม่อิ่มมองด้วยสายตาพิจารณา ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วเอ่ยปากให้หลิงหลินเบ่งอีกรอบ คนทำคลอดเหงื่อซึมเต็มหน้า เพราะเธอไม่เคยทำคลอดเด็กแฝดมาก่อน จึงประเมินอาการของหลิงหลินไม่ได้อย่างที่เคยเป็น แต่ดูท่าแล้วน่าจะแย่แล้ว....

“ไม่น่าจะไหว...ปล่อยไปเถอะคุณ เดี๋ยวจะขาดใจตายเอา” แม่อิ่มบอกด้วยความหวังดี

“ไม่ได้ค่ะ...ช่วยลูกฉันด้วยนะคะ อย่าปล่อยให้เขาตาย” หลิงหลินข้อร้องเสียงพร่าพร้อมกับสะอื้นออกมาอย่างน่าสงสาร

“หลิงหลิน...” ต้าเฉียงเว้าวอน นึกเห็นด้วยกับคนทำคลอด

“ไม่ได้นะต้าเฉียง พวกเขาเป็นลูกของเรา ฉันปล่อยเขาตายไม่ได้ อึก...”

“แต่คุณ...”

“อย่างไรฉันก็ต้องตายอยู่แล้ว...ขอให้ฉันทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุดเถอะ นะคะ...ฉันขอ...และอีกเรื่องที่ฉันจะขอ...ลูกของเราเป็นฝาแฝดฉันขอ...” หลิงหลินดึงมือสามีเป็นสัญญาณให้เขาก้มหน้าลงมาฟังสิ่งที่เธอพูดใกล้ๆ พอฟังเสร็จต้าเฉียงจึงเงยหน้ามองภรรยาอย่างอึ้งๆ

“หลิงหลิน...นี่คุณ...”

“นะคะ...” หลิงหลินขอร้องเสียงอ่อนแรง พลางยิ้มตาเป็นประกายให้สามี

ต้าเฉียงมองหน้าภรรยาอย่างลำบากใจ แม้อยากส่ายหน้าปฏิเสธ แต่แววตาเป็นประกายสุขของภรรยาทำให้เขาปฏิเสธไม่ลง จึงพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่หลิงหลินจะหันหน้าไปหาแม่อิ่มแล้วพยักหน้าเป็นสัญญาณให้แม่อิ่มว่าเธอพร้อมแล้ว แม่อิ่มไม่มีทางเลือกนอกจากทำหน้าที่ของหมอตำแยจำเป็นต่อไป เอาก็เอาวะ! ตายขึ้นมาโทษข้าไม่ได้นะ!

“เอาละ...อีกรอบนะคุณ” อิ่มวางมือบนท้องของหลิงหลินแล้วให้สัญญาณเธอเบ่ง…และเสียงเบ่งของเธอก็สิ้นสุดลงไปพร้อมๆ กับลมหายใจของเธอ

“อุแว้!!”

“หลิงหลิน!!!” ต้าเฉียงตะโกนร้องเรียกภรรยาเสียงหลง ร่างสูงยื่นมือออกไปโอบกอดภรรยาไว้แน่นแล้วร้องไห้ออกมาอย่างไร้เสียง แม่อิ่มมองทั้งคู่อย่างเศร้าใจ ก่อนจะยื่นเด็กให้สามีทำความสะอาดตามที่เคยสอน...ปล่อยให้สองสามีภรรยาล่ำลากันไป

 

...............................

“คุณจะทำอย่างนี้จริงๆ หรอคะ?” แม่อิ่มถามในขณะที่กำลังอุ้มเด็กผู้ชายคนหนึ่งเอาไว้ เด็กฝาแฝดที่เกิดมามีใบหน้าเหมือนกันราวกับแกะ แต่ที่ทั้งสองแตกต่างกันคือปานแดง...เด็กคนหนึ่งมีปานคล้ายมังกรอยู่ที่บั้นเอว แต่อีกคนมีปานเป็นวงกลมอยู่ที่ไหล่ซ้าย เด็กที่ปานคล้ายมังกรถูกต้าเฉียงอุ้มเอาไว้ ส่วนเด็กปานวงกลมอยู่ในอ้อมแขนของเธอ

“มันเป็นความต้องการของหลิงหลิน เด็กคนนั้นฉันยกให้เธอ ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่ช่วยทำคลอด...” แม่อิ่มหน้านิ่วคิ้วขมวด เธอไม่พอใจสักเท่าไหร่กับการใช้ภาษาของผู้ชายคนนี้ มีอย่างที่ไหนยกลูกของตัวเองให้เป็น ‘ของตอบแทน’ การทำคลอด!

“...ฉันจะให้ซือซื่อเอาเงินให้พวกเธอ ขอให้พวกเธอปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เรื่องนี้จะมีแค่พวกเราสี่คนเท่านั้นที่รู้” ต้าเฉียงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะพยักหน้าให้กับซือซื่อยื่นเงินให้สองสามีภรรยาที่ได้แต่มองการกระทำของคนแปลกหน้าด้วยความไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมรับเงินนั้นไว้อย่างปฏิเสธไม่ได้

“ห้ามออกไปข้างนอก จนกว่าพวกเรา จะไปได้ไกลแล้วนะครับ” ซือซื่อบอก ก่อนจะเดินไปอุ้มร่างไร้วิญญาณของนายหญิงขึ้นมา แล้วเดินตามต้าเฉียงออกไปข้างนอก แม่อิ่มและพ่อทัดมองหน้ากันอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไอ้การยกเด็กให้พวกเขานั้น มันเป็นเรื่องที่ทำให้พวกเขาลำบากใจ พวกเขาเองก็มีลูก ทุกวันนี้ก็พอมีพอใช้ เลี้ยงลูกคนเดียวก็นับว่าลำบากแล้ว แล้วนี่เอาลูกคนอื่นมาเลี้ยงอีก เฮ้อ...คืนก็ไม่ได้ ปฏิเสธก็ไม่ได้ จะทำยังไงดีเนี่ย

“เอาไงต่อดีละจ๊ะแม่อิ่ม” พ่อทักถาม หลังจากที่เรือของต้าเฉียงขับออกไปแล้ว

“ฉันไม่มีวันทิ้งเด็กคนนี้เด็ดขาดนะพี่”

 

“แต่เราไม่มีกำลังหรือเงินมากมายพอที่จะเลี้ยงเด็กคนนี้เลยนะแม่...”

“คุณเขาก็ให้เงินเรามาแล้วไงพี่ เลี้ยงเพิ่มอีกคนจะเป็นไรไป” แม่อิ่มพูด พลางเขย่าแขนเบาๆ แล้วก้มลงไปหอมแก้มขาวๆ ของเด็กแรกเกิดอย่างเอ็นดู พลางนึกถึงลูกชายของตัวเองไปด้วย เฮ้อ...ทำไมลูกเธอไม่ขาวแบบนี้บ้างนะ....

“แต่พ่อไม่เห็นด้วย เงินที่เขาให้มามันมากก็จริง แต่เราก็ยังมีลูกของเราที่ต้องส่งเสีย อีกอย่าง...เด็กคนนี้เป็นลูกคนมีเงิน ให้เขามาอยู่กับเราจะเหมาะหรือจ๊ะแม่” แม่อิ่มนิ่งคิด ก่อนจะก้มมองเด็กผู้ชายใบหน้าจิ้มลิ้มปากแดงด้วยความสงสาร จะทำยังไงดีนะ? ถ้าเธอรวยเหมือนครอบครัวนายหัว...ครอบครัวนายหัวรึ!?

“ฉันคิดออกแล้วพี่! รีบขับไปที่เกาะมาตาวีเถอะ เดี๋ยวเด็กจะไม่สบาย”

“คิดอะไรออกจ๊ะ?”

“เถอะน่า! เร็วๆ” แม่อิ่มเร่งสามี พลางคิดถึงใบหน้าของผู้มีพระคุณอย่างครอบครัวมาตาวี ผู้เป็นที่พึ่งให้แก่ชาวบ้านบนเกาะ ทั้งยังมีเมตตา รักความยุติธรรม แถมยังเป็นคนดี และเธอก็มั่นใจว่านายหญิงจะรับเลี้ยงเด็กคนนี้

…………………………….

“ตายจริง! เรื่องจริงหรือจ๊ะแม่อิ่ม”

“จริงค่ะนาย เด็กคนนี้ถูกทิ้งไว้ พร้อมกับเงินจำนวนหนึ่ง ฉันกับพ่อทัดจึงเก็บมา อยากช่วยเหลือแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง อยากรับเลี้ยงไว้ แต่ดูท่าแล้วผิวพรรณแก่อย่างกับลูกผู้ดี...” แม่อิ่มบอกนายหญิงน้ำทิพย์เสียงเศร้าพลางขอโทษขอโพยนายหญิงในใจยกใหญ่ที่โกหกพูดเท็จ

“อืม...จริงด้วย โธ่...น่าสงสารจริง” นายหญิงของพวกเขาเป็นคนใจดี ใจอ่อน จะต้องรับเลี้ยงตาหนูนี่ไว้แน่ๆ

“ไปแจ้งตำรวจดีไหมทิพย์” นายหัวภูธรพูดขึ้น ทำแม่อิ่มกับพ่อทัดถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินคำว่าตำรวจ หากตำรวจรู้เรื่องนี้ แล้วไอ้พวกคนแปลกหน้าคล้ายมาเฟียมันไม่มาฆ่าล้างโคตรพวกเขาเลยหรือไร! แม่อิ่มกับพ่อทัดมองหน้ากันอย่างเครียดๆ

 

“แต่ทิพย์อยากเลี้ยงเด็กคนนี้ไว้ค่ะ” แม่อิ่มกับพ่อทัดฉีกยิ้มดีใจ

“แต่เด็กคนนี้เป็นลูกใครก็ไม่รู้ บางทีพ่อแม่เด็กอาจจะกำลังตามหาอยู่ก็ได้นะทิพย์” พอได้ยินนายหัวพูดอย่างนั้น พวกเขาก็หุบยิ้มลง

“แต่ถ้าพาเด็กไปส่งตำรวจ เด็กคนนี้ก็ต้องถูกส่งตัวไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแน่...เพราะฉะนั้นทิพย์จะรับเลี้ยงเด็กคนนี้เอง”

“ทิพย์...”

นายหญิงน้ำทิพย์ไม่ฟังสามีหันไปมองแม่อิ่ม และพ่อทัด ที่ยิ้มดีใจก่อนจะเอ่ยปากถาม “เด็กคนนี้มีชื่อแล้วหรือยัง?” ไม่รู้ทำไมแต่เธอถูกชะตากับเด็กคนนี้มาก

“ชื่อ....” สองสามีภรรยามองหน้ากันเลิ่กลั่ก แม่อิ่มโอดครวญในใจ พวกเขาน่าจะถามชื่อของเด็กจากพ่อแท้ๆ ของเขาก่อน น้ำทิพย์เห็นทั้งคู่ไม่พูดอะไรแถมยังมองหน้ากันงงๆ จึงเข้าใจได้ทันทีว่าเด็กยังไม่มีชื่อ ดังนั้นเธอจึงหันไปหาสามีเพื่อขอความเห็นและหวังว่าเขาจะใจอ่อนเห็นด้วยกับเธอ...

ขอไม่ได้ก็ยัดเยียดละนะ...น้ำทิพย์คิดในใจ...

“คุณค่ะ ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ทีสิค่ะ” นายหญิงน้ำทิพย์ยื่นเด็กในอ้อมแขนให้แก่สามีที่นั่งทำหน้าเครียดอยู่ข้างๆ ผู้เป็นสามีมองภรรยาอย่างหนักใจ แต่ท้ายที่สุดปฏิเสธไม่ลง ยื่นมือไปรับเด็กคนนั้นมา แล้วแอบเห็นปานรูปวงกลมที่ไหล่ซ้าย ใบหน้าขรึมอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะครุ่นคิดชื่อให้เด็กน้อยพลัดหลงคนนี้ ภูธรเงยหน้ามองแสงอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นน้ำสลับกับมองเด็กชายในอ้อมอก ก่อนจะเปล่งเสียงออกมา

“ตะวัน...ตะวันกล้าแล้วกันนะเจ้าหนู”

แม่อิ่ม พ่อทัด และนายหญิงน้ำทิพย์ยิ้มดีใจมองหน้ากันอย่างปลาบปลื้ม พลางคิดในใจว่านายหัวของเกาะยอมแล้ว พวกเขาจะดูแลเด็กคนนี้ให้ดีที่สุด

 

………………………………

25 ปีผ่านไป

“เรื่องจริงหรอหมอ?” ต้าเฉียงถามเพื่อนคนสนิทที่เป็นหมอประจำตัว และเป็นหมอประจำตระกูลอย่างเครียดๆ ปนไม่เชื่อ หลังจากที่เพื่อนบอกผลตรวจอาการของ ‘ซื่อหนาน’ ลูกชายของเขาที่ช่วงนี้อาหารเป็นพิษกินอะไรก็อ้วก แถมยังมาเป็นลมจนต้องให้คนไปตามหมอมาตรวจ

“เรื่องจริง...” หมอตอบย้ำในขณะที่กำลังเก็บอุปกรณ์ใส่กล่องพยาบาล

“............”

“............”

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งต้าเฉียงก็พูดขึ้น “ขอให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับด้วยนะหมอ”

“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่มีทางพูดแน่ๆ แต่ฉันคิดเป็นห่วงอยู่อย่างเดียว คิดว่าแกจะแก้ปัญหานี้ยังไง”

“ไม่รู้ แต่คงต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุด”

“...มีเรื่องอะไรให้ช่วยก็บอกแล้วกัน ฉันไปก่อนนะ ที่โรงพยาบาลมีคนไข้รออยู่”

หมอเจี่ยซ่งพูดจบก็ยกมือขึ้นตบไหล่เพื่อนอย่างให้กำลังใจ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ภายหลังหมอออกไปจากห้อง ต้าเฉียงก็หันไปมองเจ้าลูกชายที่นอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าเครียดขึง

“ฉันรู้ว่าแกไม่ได้หลับ” ร่างโปร่งที่นอนอยู่บนเตียงลืมตาขึ้นมองเพดานนิ่ง ไม่พูดอะไรนอกจากนอนนิ่งๆ อยู่บนเตียง จนเมื่อพ่อของเขาเดินมานั่งอยู่เก้าอี้ข้างเตียง

“ใครเป็นพ่อของเด็ก”

“ผมจะเอาเด็กออก” ร่างโปร่งยืนยันด้วยเสียงเครียดแค้นเมื่อพ่อถามถึงพ่อของเด็ก

“แกตอบไม่ตรงคำถาม” ต้าเฉียงมองลูกชายอย่างกรุ่นโกรธ แต่ไม่แสดงออกไป เพราะคิดว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะมาใส่อารมณ์กัน สิ่งที่พวกเขาควรทำคือการแก้ปัญหาตรงหน้ามากกว่า

“มันสำคัญด้วยหรอครับ?” ซื่อหนานถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา พอได้ยินอย่างนั้นต้าเฉียงก็ขมวดคิ้วเป็นปม ลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปที่ปลายเตียง เขารู้ว่านี่มันสมัยใหม่แล้ว เรื่องรักร่วมเพศมันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่ใช่กับลูกชายเขาแน่ เขารู้จักลูกชายเขาดี ซื่อหนานไม่ใช่แบบนั้น แต่ที่คาดไม่ถึงคือลูกชายเขาเป็นฝ่ายถูกกระทำ คนที่จะทำเรื่องเลวทรามแบบนี้กับลูกเขาได้ จะต้องเป็นคนที่เก่งกาจพอตัว! ถ้าจะสืบเรื่องนี้คงสืบไม่ยาก ต้าเฉียงคิดใคร่ครวญในหัว พลันก็เกิดความคิดหนึ่งพุ่งวาบเข้ามาในหัว...นั่นสิ เขาลืมไปได้ยังไง ว่ามันยังมีอีกวิธีหนึ่ง...

“ผมจะเอาเด็กออก และปิดเรื่องนี้ให้เงียบ ผมจะจัดการทุกอย่างเอง” ซื่อหนานยืนยันเสียงหนักแน่น

“แกถูกปู่แกปั่นหัวมากไปแล้วซื่อหนาน! นี่แกจะฆ่าลูกของแกได้ลงคอเลยหรอ!?”

“มันไม่ใช่ลูกผม มันก็แค่ไอ้ตัวน่ารังเกียจที่มาอาศัยผมอยู่ เหมือนเนื้องอก ที่รอวันผ่าทิ้ง” ต้าเฉียงมองลูกชายที่ลุกขึ้นยืนเตรียมเดินออกจากห้องไปด้วยความผิดหวัง ลูกของเขากลายเป็นหวงตี้คนที่สองตามที่พ่อของเขาต้องการ โหดเหี้ยม อำมหิต ไม่นึกถึงใครนอกจากตัวเอง เป็นเขาผิดเองที่ยอมให้พ่อของเขาเป็นคนเลี้ยงดูซื่อหนาน จนลูกของเขากลายเป็นคนไร้หัวใจแบบนี้

“ฉันไม่มีวันยอมให้แกเอาเด็กออก” ต้าเฉียงยืนยันเสียงหนักแน่น

“หะ?” ซื่อหนานหมุนตัวกลับไปมองพ่ออย่างอึ้งๆ พ่อกินยาจีนผิดตำรับมาหรือไง? หรือเขาหูฝาด?

“ฉันบอกว่าฉันไม่มีทางยอมให้แกเอาเด็กออก”

“นี่พ่อพูดอะไรออกมา? ไม่อายหรือไงที่มีลูกเป็นผู้ชาย แถมท้องได้!”

“สิ่งที่ฉันอายมากกว่าการที่แกท้องได้ คือการที่จะฆ่าลูกตัวเอง!”

“.......มันไม่ใช่...”

“เด็กในท้องแกมันเป็นลูกของแก เชื้อสายของแก แกยังจะฆ่าทิ้งได้ลงคอ แกยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่าซื่อหนาน”

ซื่อหนานหัวเราะ “พ่อ...พ่ออย่ามาตลก...ผมเป็นมังกร ผมเป็นผู้นำพรรค! ผมมีสิ่งที่ต้องดูแลนั่นคือกิจการของพ่อ พ่อจะให้ผมอุ้มท้องไปทำงานหรือไง?” ซื่อหนานหัวเราะเย้ยๆ ก่อนจะส่ายหันอย่างเอือมๆ กับความใจอ่อนของพ่อ ปู่เขาพูดถูก พ่อของเขาใจอ่อนเกินไป และความใจอ่อนใจดีมันก็คือความอ่อนแอที่ทำให้งานล้มเหลวดีๆ นี่เอง

“ทำตามที่ฉันบอก เก็บเด็กเอาไว้” ซื่อหนานไม่ฟังที่สิ่งที่พ่อพูด ตัดสินใจเดินไปเปิดประตูห้อง แต่ก็ต้องหยุดชะงักกับประโยคถัดไป

“ถ้าแกเอาเด็กออก ฉันจะไม่เซ็นมอบอำนาจพรรคมังกรทองให้แก”

ได้ผล…ซื่อหนานหยุดฟัง แล้วหันไปมองหน้าผู้ให้กำเนิดด้วยความไม่เข้าใจ พ่อเขาไร้เหตุผลไปหน่อยหรือเปล่า! นี่พ่อเขาเพ้ออะไรอยู่งั้นหรอ? ฝันหวานอะไรกับเด็กที่อยู่ในท้องของเขาอยู่กันแน่?

“พ่อ...” ซื่อหนานมองหน้าพ่ออย่างโกรธๆ พลางคิดไปถึงสิ่งปู่ที่คอยพร่ำสอนเขาทุกอย่างอย่างคิดถึง ถ้าปู่ยังอยู่ ปู่จะต้องเห็นดีเห็นงามกับเขา แต่นี่ไม่! ปู่ไม่อยู่แล้ว และตอนนี้เขากำลังตกเป็นรองพ่อของตัวเอง ที่อยากให้เขาเก็บเด็กเอาไว้ มีพ่อที่ไหนบ้างเป็นอย่างพ่อของเขา!

“ผมขอเหตุผล” ซื่อหนานกดเสียงถาม พยายามข่มอารมณ์อย่างสุดความสามารถไม่ให้ตรงเข้าไปทำร้ายบิดาบังเกิดเกล้าที่พูดไม่เข้าหู

“ตลอดเวลาที่ผ่านมาแกมีปู่คอยสอนแกอยู่เสมอ แต่มาวันนี้ ฉันจะขอเป็นคนสอนแกบ้าง....”

“พ่อหมายความว่าไง? ไอ้การเก็บเด็กเอาไว้มันคือการสอนผมตรงไหน?!” เขาเห็นมันเป็นภาระมากกว่า!

“สอนให้แกมีหัวใจไงซื่อหนาน....”

“พ่อ...” บ้าอะไรเนี่ย...

“ฉันเห็นแกฆ่าคนตั้งแต่อายุ 11 จนมาถึงตอนนี้ แกก็ยังฆ่าคน โกงคนอื่น สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น แถมยังทวงหนี้โหด ไร้เมตตา เป็นหลุมดำที่คอยแต่ฉุดรั้งคนรอบข้างให้หวาดกลัว หวาดเกรง...”

“ที่ผมทำมันคือคำสั่งจากสภา! และมันเป็นงาน! พ่อควรจะแยกแยะบ้างนะครับ”

“ฉันแยกแยะมาตลอด จนมาถึงตอนนี้ และเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น มันทำให้ฉันคิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ และตัดสินใจบางอย่างได้ด้วย” มันเป็นสิ่งที่เขาควรทำตั้งแต่ตอนที่หลิงหลินมีชีวิตอยู่ แต่เขาไม่มีโอกาสทำ จนมาถึงตอนนี้...ที่เขาจะทำมันให้สำเร็จ

ซื่อหนานชะงัก ลางร้ายปรากฏขึ้นในใจ “พ่อ...นี่พ่อคงไม่คิดจะ...”

“ใช่! อย่างที่แกกับหวงตี้สงสัยมาตลอดว่าฉันกำลังเลิกทำธุรกิจมืด ว่าฉัน...กำลังจะล้มพรรคมังกรทอง!”

“พ่อ!!!” บ้าไปแล้ว!

“นี่เป็นโอกาสดีเสียด้วย” ต้าเฉียงยิ้มมุมปากอย่างผู้มีชัยส่วนซื่อหนานกำมือแน่นด้วยความโกรธ มองหน้าพ่อตาแข็งเขม็ง

“แกไม่อยากใช้ชีวิตธรรมดาบ้างหรอซื่อหนาน...ชีวิตที่ไม่มีการเข่นฆ่า...”

“......พ่อคิดได้ยังไง!? พ่อคิดหรอว่าสภาหลงยี่หวาจะยอม! นี่พ่อ! บ้าไปแล้วหรอวะ!!!”

“ฉันเหนื่อยแล้วซื่อหนาน เหนื่อยที่จะต้องเห็นเลือด เห็นซากศพของพี่น้องพรรคตนเอง แกสนุกนักหรอที่ฆ่าคน สามัญสำนึกแกมีบ้างไหม คุณธรรมของแก แกเอามันไปไว้ที่ไหน การที่มีเด็กในท้องแก นับเป็นเรื่องดีที่จะทำให้แกได้เรียนรู้ถึงชีวิตจริงๆ ไม่ใช่ชีวิตปลอมๆ บนโลกมาเฟีย”

“............” ซื่อหนานยืนตัวแข็ง สับสน ปนอึ้ง และไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับพ่อของเขาสักเท่าไหร่ แต่ซื่อหนานรู้ดีว่าทุกคำพูดที่พ่อพูดออกมา มันล้วนเป็นคำขาด ที่บ่งบอกถึงการตัดสินใจของตัวเองอย่างแน่วแน่ ซื่อหนานพลางคิดโทษตัวเองในใจว่าเขาควรจะจับตาดูพ่อของตัวเองให้ดีกว่านี้! มาคิดได้ตอนนี้ก็สายเกินไป ดูเหมือนพ่อของเขาจะดำเนินการเรื่องนี้มานานแล้วด้วย...นี่ไม่เท่ากับว่าเขาเสียท่าเข้าเต็มเปาหรือ

“เก็บเสื้อผ้าของแกซะ ฉันจะพาแกไปพบกับใครคนหนึ่งที่เมืองไทย” ต้าเฉียงมองเมินท่าทางสิ้นหวังของซื่อหนาน ถ้าอยากจะสอนลูกก็มีแต่ต้องใจร้ายเท่านั้น ต้าเฉียงคิด

“ผมไม่ไป!” เขาไม่มีอารมณ์ไปไหนทั้งนั้น!

“คนที่ฉันจะพาไปพบ เขาเป็นคนที่สำคัญที่สุดสำหรับฉันกับแก”

“กับพ่อแค่คนเดียวไม่ใช่ผม” ซื่อหนานตอบเสียงเข้ม เขาลุกขึ้นยืนมองหน้าพ่ออย่างโกรธขึงจนเลือดขึ้นหน้า แม้อยากเข้าไปทำร้าย แต่เขาก็ทำอะไรคนตรงหน้าไม่ได้ เพราะอีกฝ่าย...ยังไม่เซ็นมอบอำนาจให้เขา ซึ่งตามกฎมันต้องเป็นอย่างนั้น

บ้าเอ้ย!

“ไม่ใช่! กับแกด้วย...ตะวันกล้าจะช่วยแกปกปิดเรื่องท้องได้ ในขณะที่แกกำลังอุ้มท้อง”

“ผมไม่!! ...." ซื่อหนานกำลังจะอาละวาด แต่ชื่อของใครบางคนชะงักมองพ่ออย่างงงๆ "ตะวันกล้า? ตะวันกล้าคือใคร?” ซื่อหนานใจกระตุกมองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยความรู้สึกแปรปรวนภายในอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“น้องชายฝาแฝดของแกยังไงละ”

ซื่อหนานกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ กระพริบตาปริบๆ แล้วเค้นเสียงออกมาแผ่วเบา “อะไรนะ...”

‘ปู่...ปู่ฮะ...ไม่รู้ทำไม ผมรู้สึกเหมือนมีใครคนหนึ่งในตัวผม’

‘ใครคนหนึ่ง? หลานหมายความว่าไงซื่อหนาน’

‘ไม่รู้สิ รู้แต่ว่าเขาไม่เหมือนพวกเรา’

‘ไม่เหมือนยังไง’

‘เขาเหมือนท้องฟ้าเยยครับปู่....’

ตกลงแล้ว...มันมีตัวตนอยู่จริงๆ งั้นหรอ?

“อาการแปลกๆ ที่แกชอบถามปู่ของแก...มันก็มาจากเขานั่นแหละ” ต้าเฉียงเฉลย ส่วนซื่อหนานวิญญาณหลุดลอยไปไกลแล้ว....

มันมีอยู่จริง...ปีศาจในกระจกที่ชอบฉีกยิ้มกว้างให้เขา...

 

 

 

 

====================================

มาแล้วน้าาา รีไรท์ตอนเเรก มีการปรับเปลี่ยนอยู่พอสมควรนะจ๊ะ>O 

ปล.คอมเมนท์คุยกันได้ค่ะ หลังจากนี้ไรท์จะตอบคอมเมนท์ของทุกคนน้า ขอบคุณที่รอนิยายเรื่องนี้กันนะคะ^^ 

 

 

ติดแฮชแท็กคุยกันได้ที่ Twitter/Facebook/Instragram 

#ดวงตะวันกับมังกร #IRainYia 

ติดตามข้อมูลข่าวสารการอัพนิยาย กิจกรรมและข้อมูลต่างๆ ได้ที่ >>> I-Rain-Yia/ไอเรนเยีย นิยายวาย (ปล.เพิ่งเปลี่ยนชื่อเพจได้หลังจากพยายามมาหลายรอบมาก) ติดต่อมาคุยกันได้น้า~ 

ความคิดเห็น