Sunflower_rise
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) การจัดเรียงหน้าบางช่วง บางตอนอาจจะผิดพลาดไปบ้าง ต้องขอโทษด้วยนะคะ จะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นค่ะ ฝากกดถูกใจ ฝากแชร์ ฝาก Comment ให้กำลังใจเราด้วยน้า ><

บทที่ 8 You’re make me crazy

ชื่อตอน : บทที่ 8 You’re make me crazy

คำค้น : #LoveDevilกับดักรักล่าหัวใจยัยตัวดี

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 73

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2563 17:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 You’re make me crazy
แบบอักษร

หลายวันต่อมา                                              

          คณะมัณฑนศิลป์                                        

        “ตะวันวันนี้ไปดูหนังเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ~” ยัยลันตาเดินมาดึงแขนฉัน ทำตัวออดอ้อนเป็นเด็กๆ     

        “ไม่เอาอะ ฉันมีงานเยอะมากยังเคลียไม่เสร็จเลย”                 

        “ถ้าแกไม่ไปกับฉัน แล้วฉันจะไปกับใครล่ะ”                      

        “นั่นไงคนที่จะไปกับแก เดินมานู้นแล้ว” ฉันชี้ไปที่วินที่กำลังเดินมาทางเรา                  

        “คุยอะไรกันอยู่หรอ ทำไมพอฉันมาแล้วต้องเงียบ นินทาฉันอยู่หรือไง”                          

        “ยัยลันตาอยากไปดูหนังน่ะวิน นายพาไปหน่อยสิ วันนี้ฉันไม่ว่าง”   

        “เอาสิ ฉันก็อยากดูหนังอยู่พอดี”                              

        “งั้นเดี๋ยวเราแวะไปส่งเธอที่คอนโดก่อนแล้วกันยัยตะวัน”

          คอนโดฯ H                                        

        “ขอบใจที่มาส่งนะจ๊ะ” ฉันหันไปบอกเพื่อนทั้งสองคนนั่งอยู่            

        “ลันตาย้ายมานั่งข้างหน้าได้แล้ว” วินหันไปบอกยัยลันตาที่นั่งอยู่เบาะหลังเพราะเห็นว่าฉันกำลังจะลงแล้ว                                                  

        “ไม่เอาอะ ฉันขี้เกียจย้าย นั่งนี่แหละ”                          

        “ดูหนังกันให้สนุกล่ะ บาย~”   

          ปึง!                                                                                               

          ฉันปิดประตูห้องแรงๆ เหมือนจะระบายความเมื่อยล้าของร่างกาย เมื่อไหร่ฉันจะเรียนจบสักทีเนี่ยยย ฉันโยนกระเป๋าสะพายข้างลงบนเตียง ก่อนจะเดินเข้าไปหาน้ำดื่มในครัวแก้ร้อน               

          ติ๊ด…ติ๊ด…                                        

          ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ทำให้รู้สึกร้อนกว่าเดิมอีก ธาม…เขาโทรมาหาทำไมกันนะ หรือว่าเขาจะมาทวงคำตอบที่ฉันยังติดค้างเขาไว้     

          ติ๊ด...ติ๊ด...                                            

        “ว่าไง”                                                   

        {ทำอะไรอยู่ทำไมรับสายช้า!}                                

        “นายมีอะไรก็พูดมาเถอะธาม”                                                  

        {ฉันหิว}                                                                                     

        “นายก็ไปหาอะไรทานสิ จะโทรมาบอกฉันทำไม”                  

        {ฉันคิดถึงเธอด้วย}                                    

        “...”                                                                      

        {ทำไมเงียบไปล่ะ}                                                               

        “แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง”                                                          

        {ฉันไปหาเธอได้มั้ย}                                      

        “เอ่อ...”                                                 

        {ฉันไปไม่ได้หรอ…ช่วงนี้ฉันแค่ทำงานเหนื่อย เลยอยากได้กำลังใจจากเธอ}   

        “...”                                                 

        {ไม่ตอบ ใช่สินะ...เธอคงไม่อยากเจอฉัน ขอโทษแล้วกันที่โทรมารบกวนเธอแบบนี้ ฉันจะวางแล้ว}      

        “ยังไม่ได้บอกเลยว่าไม่ให้มา”                               

        {ฉันไปหาเธอได้จริงๆ หรอ}                                  

        “อยากทำอะไรก็ทำ”                                                                       

          ฉันกดวางสายโทรศัพท์ แล้วเข้าไปเตรียมอาหารง่ายๆ ในครัวให้ธาม พอเขามาถึงเขาจะได้ไม่ต้องค่อนขอดฉันอีก     

          ปิ๊งป่อง...                                                                               

          สงสัยธามคงจะมาแล้ว                                   

        “ทำไมนา...เอ้าวิน มีอะไรหรือเปล่า” คนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องไม่ใช่ธามแต่เป็นเพื่อนของฉันแทน     

        “เธอคิดว่าเป็นใครหรอตะวัน” วินมองหน้าฉันอย่างสงสัย            

        “เปล่าหรอก นายมีอะไรหรอ”                            

        “ก็เธอลืมสมุดบันทึกไว้ในรถน่ะสิ ลันตาบอกว่าเธอจะทำงานนี่”     

        “โอ๊ย ฉันลืมไปได้ไงเนี่ย ถ้าไม่มีมันล่ะก็ฉันแย่แน่ๆ ขอบใจมากนะวิน”                   

        “ไม่เป็นไร ฉันไปล่ะนะยัยลันตานอนหลับรออยู่ในรถอะ”            

        “โอเค ขับรถดีๆ นะ”                                                                        

          เฮ้อ~ ฉันนี่แย่จริงๆ เลยลืมสมุดบันทึกไว้ได้ยังไงงานทั้งหมดอยู่ในนี้เลยนะ แล้วนี่ทำไมธามยังมาไม่ถึงอีกล่ะ นานเกินไปหรือเปล่าคอนโดเขาก็อยู่แค่นี้เองนี่นา                              

          ปิ๊งป่อง! ปิ๊งป่อง! ปิ๊งป่อง!                                                                

          พูดถึงก็มาเลย คนที่กระหน่ำกดกริ่งห้องคนอื่นโดยไม่เกรงใจแบบนี้คงมีคนเดียว              

        “นายจะกระหน่ำกดกริ่งทำไมเนี่ย!”                                                   

          ฉันเปิดประตูทักทายเขาด้วยความหงุดหงิด ฉันไม่ได้อยู่คอนโดนี้คนเดียวนะ ฉันเกรงใจคนอื่นเขา     

        “ไม่ต้องมาทำเป็นหงุดหงิดกลบเกลื่อน ทำอะไรผิดไว้หรือไง!”         

        “นายพูดบ้าอะไรเนี่ยธาม!” เขาเดินรุกเข้ามาในห้องฉันแถมยังบีบแขนฉันไว้ทั้งสองข้างอีก ไอ้คนบ้า ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อนเอ๊ย! “เจ็บนะธาม!”       

        “ไอ้งั่งนั่นมันเป็นใคร!”                                                     

        “ไอ้งั่งไหน? นายพูดอะไรของนายเนี่ย โอ๊ยเจ็บนะ!” เขาบีบแขนฉันแรงขึ้นเหมือนเป็นการระบายความโกรธที่เขามีอยู่ตอนนี้ โดยไม่สนใจเลยว่าฉันจะเจ็บแค่ไหน                        

        “อย่าทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นตะวันฉาย ไอ้ผู้ชายที่มาหาเธอเมื่อกี้มันเป็นใคร!”                       

        “เขาเป็นเพื่อนฉัน!”                                       

        “โกหก เพื่อนอะไรมาหากันถึงห้องดึกๆ ดื่นๆ!”                 

        “อย่างี้เง้าน่าธาม”                                                   

        “เหอะ นี่เธอกล้ามากนะที่ทำอะไรลับหลังฉันแบบนี้ คิดว่าฉันโง่นักหรือไง!”                  

        “ใช่ นายมันโง่ นายมันบ้า ฉันพูดความจริงนายก็ไม่ฟัง แล้วนายจะเอาอะไรจากฉันอีก”   

        ฉันพูดขึ้นอย่างหมดความอดทน ในเมื่อฉันพูดความจริงแล้ว แต่เขาไม่ฟังฉันเลย   

        “นายอยากได้ยินว่าฉันกับวินคบกัน แล้วเขามาหาฉันที่ห้องแบบนี้หรองั้นหรอ อุ๊บ~”             

          ธามเลือกที่จะแนบริมฝีปากของเขามาปิดริมฝีปากฉันไว้เพราะเขาไม่อยากได้ยินสิ่งที่ฉันพูดอีกแล้ว     

        “อามอ่อยอ๊ะ!” (ธามปล่อยนะ)                                                         

          เขาบดขยี้ริมฝีปากฉันแรงๆ เพื่อระบายความโกรธที่กำลังเดือดระอุอยู่ เขาไม่สนเลยว่าฉันจะเจ็บมากแค่ไหน ยิ่งฉันผลักไสร่างกายของเขาให้ออกห่างจากร่างกายของฉันมากแค่ไหน เขาก็ยิ่งเบียดร่างกายเขาเข้ามามากเท่านั้น ฉันหอบหายใจเหนื่อยเหมือนกำลังจะขาดใจ เขาไม่ยอมปล่อยให้ฉันได้หยุดหายใจเลย ยิ่งนานขึ้นเขาก็ยิ่งบดขยี้ริมฝีปากฉันแรงขึ้น จนฉันรู้สึกแสบไปหมด                    

        “Damn!! เธอกัดปากฉันทำไมยัยบ้าเอ๊ย”                                           

          ฉันหอบหิ้วเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีแล้วกัดที่ปากธามอย่างแรงเพื่อให้เขาหยุดทำอะไรบ้าๆ สักที จนกลิ่นคาวเลือดนั่นติดอยู่ที่ปากฉันด้วย         

        “ก็นายไม่ยอมหยุดเอง สมน้ำหน้า!”                                  

        “จะไปไหน!” เขากระชากแขนฉันไว้เมื่อฉันกำลังจะเดินหนีเขา        

        “ไปให้ห่างๆ จากนายไง” ฉันสบัดแขนออกจากมือเขาแรงๆ “ถ้ายังสงบสติอารมณ์ตัวเองไม่ได้ก็ไม่ต้องมาคุยกันธาม”                                            

          ปึง!                                                                                              

          ฉันปิดประตูห้องนอนแรงๆ เพื่อตัดบทสนทนากับคนที่อยู่ด้านนอก และระบายความโกรธที่ฉันมีอยู่ตอนนี้                                                    

          อีกแล้วนะ ธามทำกับฉันแบบนี้อีกแล้ว เขาไม่เคยเห็นใจ หรือยับยั้งความเอาแต่ใจของตัวเองได้เลย ฉันมองดูตัวเองที่สะท้อนออกมาจากกระจก มีแต่รอยแดงเป็นจ้ำๆ ที่ธามทำ ฉันรู้สึกเจ็บไปหมดทั้งตัวแล้ว ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย     

          ก๊อก ก๊อก ก๊อก...                                       

          นี่เวลาผ่านมาสามชั่วโมงแล้ว ธามยังไม่กลับไปอีกหรอ ฉันก็มัวแต่ทำงานจนลืมไปเลยว่าเขายังอยู่ในห้องของฉัน                                          

          ก๊อก ก๊อก ก๊อก...                                            

        “ตะวันฉาย เปิดประตูหน่อย”                                        

        “มีสติหรือยังธาม”                                                                   

        “ฉันขอโทษ…” ฟังจากน้ำเสียง ธามคงใจเย็นลงแล้ว ฉันเลยตัดสินใจเปิดประตูห้องไปคุยกับเขาดีๆ“เจ็บมากมั้ย...”   

          เขาค่อยๆ เอื้อมมือมาสัมผัสใบหน้าฉันอย่างอ่อนโยน              

        “เจ็บมาก! ฉันเจ็บไปหมดทั้งตัวเลยเนี่ย เป็นเพราะนายนั่นแหละ” ฉันปัดมือเขาออกจากหน้าฉัน   

        “ขอโทษไง เดี๋ยวฉันทายาให้แล้วกัน”                          

        “ไม่ต้อง! นายกลับได้แล้ว”                                

        “เรามาคุยกันดีๆ เถอะนะตะวันฉาย”                        

        “เหอะ! คุยกันดีๆ งั้นหรอ…” คราวนี้กลับเป็นฉันเองที่ดูเหมือนจะยับยั้งอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่ "นายรู้จักคำนี้ด้วยหรือไง" พอเห็นหน้าเขาแล้วภาพที่เขาทำกับฉันมันก็วิ่งเข้ามาอยู่ในหัวฉันทันที น้ำตาที่ค่อยๆ เอ่อก็ล้นออกมาจนได้                                               

        “ฉันขอโทษ เธออย่าร้องไห้แบบนี้สิ” ธามดึงฉันเข้าไปกอด เขาปลอบโยนฉันแบบที่ผู้หญิงทุกคนต้องการได้                                                  

          เขามันคนเจ้าเล่ห์ เขาเหมือนคนที่กำลังตบหัวแล้วลูบหลังฉัน เขาปลอบฉันทั้งๆ ที่เขาเป็นคนทำให้ฉันเจ็บ                                                

          เขารู้วิธีที่จะทำให้ผู้หญิงทุกคนตกหลุมพลางเขาได้ และเหมือนว่าตอนนี้ฉันกำลังจะเป็นผู้หญิงแบบนั้น ฉันแพ้ธามราบคาบเลย!             

        “ขอโทษนะที่อารมณ์ร้อนแล้วทำให้เธอต้องเจ็บตัวอีกแล้ว แต่เธอมีอิทธิพลต่อใจฉันมากจริงๆ เธอกำลังทำให้ฉันคลั่งเธอรู้ตัวมั้ยตะวันฉาย”                                   

        “ปล่อยฉันได้แล้ว”                                       

        “ไม่ปล่อย ต้องคุยกันดีๆ ก่อน”                          

        “ก็ปล่อยสิ จะได้คุย!”                                     

        “คุยกันแบบนี้ไม่ได้หรอ” คนเจ้าเล่ห์กอดฉันแน่นขึ้นเหมือนไม่อยากให้เราสองคนแยกออกจากกันอีกเลย นั่นยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่าแพ้เขาจนราบคาบแล้วจริงๆ     

        “ธาม...”                                              

        “ปล่อยแล้วครับ” ธามผละตัวฉันออกจากอ้อมแขนของเขา           

        “จะคุยอะไรก็ว่ามา”                                            

        “ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร”                                                     

        “ธาม...!!” ฉันตวัดสายตาไปมองหน้าเขา เมื่อเขาถามคำถามนั้นกับฉันอีกครั้งทั้งๆ ที่ฉันตอบเขาไปแล้ว นี่ไม่เชื่อกันเลยหรือไง         

        “รู้แล้วว่าเป็นเพื่อน แต่ที่ถามเพราะเป็นห่วง ไม่ใช่ไม่เชื่อเธอหรอก”                         

        “วินเขาเป็นเพื่อนสนิทของฉันที่มหาวิทยาลัย เขาเอาสมุดบันทึกมาคืนเพราะฉันลืมไว้”         

        “ที่รถของมัน?”                                         

        “ใช่ นายรู้ได้ไง”                                        

        “ฉันเห็นเธอลงมาจากรถคันนึงเมื่อตอนหัวค่ำ”                    

        “นี่นายตามดูฉันหรอ”                                                          

        “เปล่า... ฉันก็แค่ผ่านมาเห็นเฉยๆ” ผู้ชายเจ้าเล่ห์ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้                      

        “หึ! ใครเชื่อก็บ้าแล้วล่ะ”                                   

        “ก็ฉันเป็นห่วงเธอนี่…” ธามมองหน้าฉันอย่างจริงจังเพื่อบอกว่าเขาเป็นห่วงฉันอย่างที่เขาพูดจริงๆ “ฉันเห็นอาหารในครัว เธอทำรอฉันหรอ”                                     

        “เปล่า ฉันทำทานเอง”                                                                     

          ธามเดินเข้าไปในครัวและยกชามอาหารออกมาวางบนโต๊ะทานอาหาร                

        “มาทานสิ เธอทำไว้นี่” ธามดึงมือฉันให้ไปนั่งลงทานอาหารกับเขา “อร่อยจัง~” ธามพูดไปพรางตักมักกะโรนีเข้าปากไป

          หนึ่งชั่วโมงต่อมา                                            

        “ทานเสร็จก็กลับไปได้แล้วธาม”                              

        “ฉันยังไม่อยากกลับนี่ คืนนี้ฉันขอนอนค้างที่นี่นะ”                   

        “ไม่ได้ นายจะมานอนค้างห้องคนอื่นได้ไง” ธามพูดจาอ้อนๆ แบบที่ขัดกับบุคลิกเขาที่สุด “กลับไปได้แล้ว”                                              

        “แต่นี่มันดึกแล้วนะ เธอจะให้ฉันกลับจริงๆ หรอ” คนหน้าด้านไม่ยอมกลับแถมยังมาดึงฉันเข้าไปหาเขาอีก                         

        “อ๊ะ! เจ็บ” ฉันเผลอร้องออกมาเพราะเขาจับโดนแขนฉันตรงที่เขาบีบมันแรงๆ ก่อนหน้านี้พอดี     

        “เจ็บมากหรอ...” ธามปล่อยมือออกจากแขนฉันเพราะกลัวว่าจะทำให้ฉันเจ็บอีก “เดี๋ยวฉันทายาให้”           

        “ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันทำเอง นายกลับไปสักทีเถอะ”   

        “ฉันทายาให้เธอเสร็จก่อนถึงจะกลับ ถ้าเธอไม่ยอมฉันก็จะนั่งอยู่แบบนี้ทั้งคืน”               

        โอ๊ย ทำไมเขาเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้นะ                   

        ธามเดินไปหยิบกล่องอุปกรณ์ทำแผลที่วางอยู่บนชั้นวางของหน้าโทรทัศน์ แล้วนั่งลงข้างๆ ฉัน เขาค่อยๆ จับแขนฉันขึ้นอย่างเบามือเพราะกลัวว่าฉันจะเจ็บอีก                                            

          คนตัวสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ ค่อยๆ ทายาลงบนต้นแขนของฉันอย่างแผ่วเบา เหมือนกำลังไถ่โทษในสิ่งที่เขาพลั้งมือทำลงไปก่อนหน้านี้                      

          ฉันไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างเขาจะมีมุมอ่อนโยนกับฉันได้ถึงเพียงนี้ ปลายนิ้วที่เขาสัมผัสลงบนแขนของฉัน มันทำให้ฉันรับรู้ได้ถึงความห่วงใยและคำขอโทษจากเขา ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยสักคำ            

          สายตาของฉันเอาแต่จับจ้องไปที่ผู้ชายที่อยู่ข้างๆ อย่างละสายตาไม่ได้ เหมือนกำลังโดนสะกดให้จับจ้องแต่เขาเพียงผู้เดียว                            

          ธามเป็นผู้ชายที่ล้างผลาญสติของผู้หญิงทุกคนที่อยู่ใกล้เขาได้อย่างง่ายดาย!                

        “เสร็จแล้วล่ะ” เสียงของธามที่ดังขึ้นเหมือนระฆังชั้นดีที่ทำให้ตื่นจากภวังค์                

        “ขอบใจ กลับได้หรือยัง?”                                  

        “ตะวันฉาย...นี่มันตีสองแล้วนะ เธอไม่เป็นห่วงฉันบ้างเลยหรือไง” ธามหันมามองหน้าฉันเป็นเชิงถามว่าทำไมฉันเอาแต่ไล่เขากลับไป                                       

        แต่จะบ้าหรือไงฉันเป็นผู้หญิงนะ จะให้เขามานอนค้างที่ห้องได้ยังไงกัน โดยเฉพาะผู้ชายอันตรายอย่างธาม! ถ้าคุณพ่อคุณแม่ฉันรู้เข้าต้องตีฉันตายแน่ๆ                                          

          ฉันไม่อยากยอมเขาไปเรื่อยๆ แบบนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นพวกผู้หญิงใจง่ายที่มั่วกับผู้ชายไปทั่ว                     

        “ถ้าคนอื่นมาเห็นเข้าฉันจะทำยังไงธาม นายไม่นึกถึงฉันบ้างหรือไง”                    

        “ทำไมต้องเธอต้องแคร์คนอื่นด้วยว่าเขาจะคิดกับเธอยังไง ในเมื่อเธอรู้อยู่ว่าสิ่งที่เธอทำมันคืออะไร"      

        “...”                                                 

        “สิ่งที่เธอต้องแคร์คือความรู้สึกของเราไม่ใช่หรอตะวันฉาย”            

        “...”                                                                  

        “ก็ได้ ฉันกลับก็ได้ถ้าเธอต้องการแบบนั้น”   

        ปึง...                                                

        ธามปิดประตูห้องลง พร้อมๆ กับน้ำตาของฉันที่หล่นลงมาทุกๆ คำพูดของธาม ทุกการกระทำของเขาตอนนี้มันส่งผลต่อหัวใจของฉันไปหมด เขาครอบครองพื้นที่ในหัวใจฉันจนไม่เหลือที่ว่างไว้เลย ทั้งๆ ที่เขาทำฉันเจ็บปวดไม่รู้กี่ต่อกี่รอบ ทำไมฉันยังรู้สึกแบบนี้อยู่อีก เขาจะทรมานฉันไปถึงไหนกัน

 

************************************************* 

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านด้วยนะคะ  

ฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ในใจด้วยนะคะ  

ฝากแชร์ ฝาก Comment ให้กำลังใจกันด้วยน้าาาา >< 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น