หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

โปรเจกต์ใหญ่ทำเงินมหาศาล จะปล่อยให้หลุดมือไปได้ยังไง!

ตอนที่ 61 อาเชิน ฉันกลับมาแล้ว

ชื่อตอน : ตอนที่ 61 อาเชิน ฉันกลับมาแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2563 16:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 61 อาเชิน ฉันกลับมาแล้ว
แบบอักษร

 

           เมื่อถังโจวโจวและลั่วอิงมาถึง หลินเหยาก็รออยู่ที่นั่นแล้ว 

“เหยาเหยา” 

“โจวโจว อ๊ะ เด็กน้อย ไม่เจอกันนานเลยนะ!” มือของหลินเหยายื่นออกไปสัมผัสกับใบหน้ากลมเล็กของลั่วอิง ผิวเด็กนี่ดีจังเลยนะ หลินเหยาสัมผัสจนไม่อยากจะละมือออกมา ลั่วอิงปล่อยให้เธอบีบแก้มเล่นอยู่นาน แต่ถังโจวโจวทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว 

“เหยาเหยา พอได้แล้ว! เธอบีบหน้าลั่วอิงเยอะเกินไปแล้วนะ” 

“เยอะที่ไหนกัน ฉันจับแค่สองสามทีเอง ถังโจวโจว เธอนี่มันแม่ไก่กางปีกปกป้องลูกชัดๆ เลย!” ถึงแม้หลินเหยาจะบ่น แต่ก็ยอมละมือออกจากใบหน้าของลั่วอิงโดยดี 

“น้าหลินเหยาขา ที่คุณน้าบีบแก้มหนูแสดงว่าคุณน้าชอบหนู จะบีบแก้มหนูต่ออีกสักนิดก็ได้นะคะ” ลั่วอิงพูดจาฉาดฉาน 

           “ลั่วอิงดีกับน้าที่สุดเลย!” หลินเหยาให้ลั่วอิงนั่งลงข้างๆ เธอ “อยากกินอะไรคะ” 

           ถังโจวโจวมองดูสองคนตรงหน้าที่ทำตัวราวกับว่าเป็นแม่ลูกกัน แล้วปล่อยให้เธอนั่งเหงาอยู่ข้างๆ เสียดายที่เธอหวังดีแต่ผลสุดท้ายกลับไม่ได้ดีดั่งหวังเลย 

“ลั่วอิง ดูเหมือนว่าหนูจะชอบคุณน้าหลินเหยามากกว่าคุณแม่อีกนะคะ” ถังโจวโจวแกล้งทำเป็นเสียใจ เธอก้มหน้าต่ำจึงทำให้เห็นสีหน้าไม่ชัด 

           หลินเหยารู้ว่าถังโจวโจวตั้งใจทำแบบนั้น แต่ก็ไม่เปิดโปงเพื่อน ถังโจวโจวและลั่วอิงมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน มันจะส่งผลดีต่อถังโจวโจวมากกว่าเพราะเธอยังต้องอยู่ในบ้านตระกูลลั่ว 

“แม่โจวโจวอย่าเสียใจนะคะ ยังไงลั่วอิงก็รักคุณแม่ที่สุดนะคะ” ลั่วอิงร้อนรนใจเมื่อเห็นว่าถังโจวโจวดูเศร้าใจจริงๆ 

เธอเขยิบออกห่างจากหลินเหยาและนั่งลงข้างๆ ถังโจวโจว เมื่อเห็นว่าคุณแม่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมา เธอก็รีบพูดสมทบอีกว่า “คุณแม่ขา คนที่หนูรักที่สุดก็คือคุณแม่นะคะ” 

ถังโจวโจวไม่แกล้งเธออีกต่อไป ใบหน้าที่เงยขึ้น นัยน์ตาเต็มไปด้วยความขบขัน “เด็กโง่ แม่หลอกหนูเล่นค่ะ” ถังโจวโจวบิดปลายจมูกของลั่วอิงอย่างซุกซน 

ลั่วอิงส่อแววน้อยใจเมื่อเห็นว่าถังโจวโจวแกล้งเธอ “แม่โจวโจวหลอกหนูเหรอคะ” 

“ไม่เอา ไม่โกรธนะคะ แม่แค่หยอกหนูเล่นเอง” ถังโจวโจวแอบคิดว่าตัวเองอยู่ดีไม่ว่าดี อย่าบอกนะว่านี่กรรมตามสนองเธอแล้ว 

ท้ายที่สุดลั่วอิงก็ให้อภัยเธออย่างใจกว้าง “แม่โจวโจวต้องซื้อบานานาสปลิตมาง้อหนูนะคะ” 

ถังโจวโจวรอดพ้นจากภัยพิบัติมาได้โดยการตกปากรับคำตามคำขอของลั่วอิง หลังจากนั่งอยู่ที่ร้านชานมสักพัก พวกเธอก็ออกไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้า 

ลั่วอิงดูสนใจพวกเครื่องประดับของเด็กผู้หญิงเป็นอย่างมาก บางครั้งถังโจวโจวก็ถูกเธออ้อนจนอดใจไม่ได้ ต้องควักกระเป๋าสตางค์ออกมาซื้อกิ๊บติดผมให้เธออยู่หลายอัน 

หลังจากเดินรอบห้างสรรพสินค้าแล้ว หลินเหยาก็พาลั่วอิงไปเล่นที่โซนเด็กอีก กว่าจะนึกได้ว่าต้องกลับบ้าน ตอนนั้นก็เป็นเวลาเกือบจะหนึ่งทุ่มแล้ว หลินเหยาเห็นว่าได้เวลาอาหารเย็นพอดีจึงยื้อยุดให้ถังโจวโจวอยู่กินข้าวด้วยกันก่อน 

กว่าจะกินข้าวเสร็จอีกก็ปาไปสองทุ่มกว่าแล้ว ลั่วเซ่าเชินต่อสายเข้ามา “คุณจะกลับกันเมื่อไร? เดี๋ยวผมไปรับ” 

ถังโจวโจวนี่จริงๆ เลย พาลั่วอิงออกไปเที่ยวตะลอนทั้งวัน ลั่วเซ่าเชินเห็นว่ามันดึกมากแล้วแต่เขากลับไม่ได้รับโทรศัพท์สักสาย ก่อนที่เขาจะต้องเป็นฝ่ายโทรไปหาเอง 

“เรากำลังจะกลับแล้ว คุณไม่ต้องมารับก็ได้ค่ะ เดี๋ยวเราเรียกรถกลับไปเอง” 

“ก็ได้ กลับบ้านดีๆ ล่ะ” 

“ค่ะ” 

หลินเหยาส่งพวกเธอขึ้นรถแท็กซี่ ก่อนที่ตัวเองจะเรียกรถอีกคันเพื่อกลับบ้านเช่นกัน หลังจากขึ้นรถมาได้ไม่นานลั่วอิงก็ผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย วันนี้เธอสนุกมากเพราะได้อยู่ข้างนอกทั้งวัน และในตอนนี้เมื่อเธอได้พักขาแล้วก็เห็นได้ชัดว่าเธออ่อนเพลียเหลือเกิน 

ถังโจวโจวกอดเธอเอาไว้ สายตามองดูดวงไฟด้านนอกที่ค่อยๆ เลือนหายไป รถแท็กซี่เคลื่อนเข้าใกล้คฤหาสน์ตระกูลลั่วอย่างช้าๆ รอบด้านเงียบสงัด เขตนี้เป็นเขตของคนมีเงินจึงทำให้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านมากนัก 

รถหยุดลงที่หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลลั่ว ลั่วเซ่าเชินได้ยินเสียง เขาก้าวออกไปดูก็เห็นว่าถังโจวโจวกำลังก้มตัวอยู่ “คุณทำอะไรอยู่น่ะ” 

เมื่อเขาก้าวเดินไปข้างหน้าถึงได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ที่แท้ลั่วอิงก็นั่งหลับสนิท “มา ผมอุ้มลูกเอง” 

ถังโจวโจวถอยออกมาก่อนจะให้ลั่วเซ่าเชินเข้ามาแทนที่ ผู้ชายนี่แรงเยอะจริงๆ เขาสามารถอุ้มลั่วอิงขึ้นได้ในทันทีราวกับว่ากำลังอุ้มลูกเจี๊ยบอยู่เลย เหมือนไม่ต้องออกแรงสักนิด ต่างกับเธอโดยสิ้นเชิงที่เมื่อครู่เธอพยายามอุ้มอยู่สองสามทีแต่กลับอุ้มไม่ไหวเลยสักครั้ง 

“เข้าบ้านกันเถอะ” 

“ค่ะ” ถังโจวโจวเดินตามหลังลั่วเซ่าเชิน เธอมองดูไหล่กว้างของชายที่อยู่ตรงหน้าแล้วใจเต้นถี่ ทันใดนั้นเอง ลั่วเซ่าเชินก็หันหลังกลับมามอง “คุณมัวชักช้าอะไรอยู่?” 

“ค่ะๆ มาแล้วค่ะ” ถังโจวโจวขึ้นไปเดินอยู่ข้างกายเขา อยู่ๆ เธอก็มีความคิดหนึ่งแทรกขึ้นมาในหัว ...เธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อนจะได้ไหมนะ ในเมื่อเราสองคนก็ได้ชื่อว่าเป็นสามีภรรยากัน เป็นคนที่ใกล้ชิดกันมากที่สุด แล้วทำไมถึงต้องเย็นชาใส่กันขนาดนี้ด้วยล่ะ 

ถังโจวโจวรู้สึกว่าความคิดของเธอมันช่างไร้สาระสิ้นดี ทำไมเธอถึงอยากจะเป็นฝ่ายเริ่มขึ้นมาล่ะ ต้องให้ลั่วเซ่าเชินเริ่มสิ ถังโจวโจวตัดสินใจแน่วแน่แล้ว 

ลั่วเซ่าเชินพาลั่วอิงไปส่งที่ห้อง เขาช่วยเธอเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็ห่มผ้าให้เธอ เขามองดูเธอที่นอนหลับสนิท ก่อนจะออกไปจากห้องนอนเด็กของลั่วอิง 

เมื่อกลับมาถึงห้องนอนของตัวเอง เขาเห็นว่าถังโจวโจวนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง ทำท่าราวกับว่ากำลังรอเขาอยู่ “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่ไปอาบน้ำล่ะ หรือว่ามีอะไรจะพูดกับผม?” 

ลั่วเซ่าเชินเดินเข้าไปหาถังโจวโจว ถังโจวโจวผุดลุกขึ้นยืนก่อนจะประสานสายตากับลั่วเซ่าเชิน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคนนี้ช่างหล่อเหลา ดูดี มีชาติตระกูล ไม่รู้ว่ามีหญิงสาวกี่คนที่กำลังหลงใหลเขาอยู่ แต่ท้ายที่สุดแล้วถังโจวโจวก็ไม่กล้าเปิดปากพูดสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่ออกไป 

ถ้าลั่วเซ่าเชินมองว่ามันเป็นเรื่องตลกล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น? หากเป็นเช่นนั้นเธอจะยังมีหน้าอยู่ที่ตระกูลลั่วต่อไปได้อย่างไร คำบางคำในใจมันติดอยู่ที่ริมฝีปากของถังโจวโจว แต่เธอกลับไม่เคยกล้าพูดคำนั้นออกไปเลย 

ลั่วเซ่าเชินเห็นเธอเงียบอยู่นานจึงเอ่ยตัดบท “เอาเถอะ คิดออกแล้วค่อยบอกผมนะ ผมไปอาบน้ำก่อน” 

เขาวางโทรศัพท์ลงบนเตียง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกับเสื้อคลุมอาบน้ำ ถังโจวโจวกุมขมับ เธอเกลียดความขี้ขลาดของตัวเอง ทำไมเมื่อครู่เธอถึงไม่กล้าพูดมันออกไปนะ 

หลังจากลั่วเซ่าเชินเข้าไปได้ไม่นาน โทรศัพท์ของเขาก็แผดเสียงดังขึ้น ถังโจวโจวไม่มีเวลามาใส่ใจความคิดของตัวเอง เธอหยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมาดูแล้วก็พบว่ามันเป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกชื่อไว้ “เซ่าเชิน เซ่าเชิน...” 

“ว่ายังไง?” ลั่วเซ่าเชินได้ยินเสียงของถังโจวโจวแว่วๆ เขาหมุนปิดฝักบัวแล้วก็ได้ยินเสียงถังโจวโจวกำลังเรียกเขาอยู่จริงๆ 

“เซ่าเชิน โทรศัพท์คุณดังค่ะ” 

“ใครโทรมา” 

“ไม่รู้ค่ะ ไม่มีชื่อ” 

“คุณตัดสายไปเลย” เมื่อลั่วเซ่าเชินพูดจบ เขาก็หมุนเปิดฝักบัวอีกครั้ง น้ำร้อนหล่นกระทบร่างกาย ภายในห้องน้ำคละคลุ้งไปด้วยไอน้ำที่ร้อนจัด 

ถังโจวโจวขยับนิ้วหมายจะตัดสายหลังจากได้ยินลั่วเซ่าเชินร้องบอก แต่เธอดันพลาดเผลอไปกดรับสายเข้า เธอได้ยินเสียงที่ลอดออกมาตามสายฝั่งนั้นว่า “อาเชิน ฉันกลับมาแล้วนะ” 

ถังโจวโจวรีบตัดสายในทันที ปลายสายนั้นคือเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งฟังดูแล้วน้ำเสียงของเธออ่อนโยนมาก ถังโจวโจวรู้สึกได้เลยว่าเธอคนนี้มีภูมิหลังกับลั่วเซ่าเชินแน่นอน เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาถังโจวโจวเคยได้ยินฟังหยวนเรียกลั่วเซ่าเชินว่าอาเชินเพียงคนเดียวเท่านั้น 

แล้วก็เพิ่งมีผู้หญิงคนนี้ที่เรียกขานเขาแบบนั้นเหมือนกัน เธอเป็นอะไรกับลั่วเซ่าเชินกันแน่ ทำไมถึงเรียกได้สนิทปากขนาดนี้? 

เมื่อลั่วเซ่าเชินออกมาจากห้องน้ำ เขาก็เห็นว่าถังโจวโจวยืนถือโทรศัพท์ของเขาอยู่ข้างเตียงโดยไม่ขยับเขยื้อน ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ “ถังโจวโจว... ถังโจวโจว คุณคิดอะไรอยู่” 

ลั่วเซ่าเชินโบกมือไปมาตรงหน้าถังโจวโจว ถังโจวโจวเพิ่งรู้สึกตัวว่าเขาออกมาจากห้องน้ำแล้ว “อ๊ะ! คุณว่าอะไรนะคะ?” 

“ผมถามว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงมายืนเหม่ออยู่ตรงนี้” 

“ไม่ได้คิดอะไรค่ะ ไม่ได้คิดอะไร” ถังโจวโจวหมายใจจะยกมือขึ้นลูบผมแต่ปรากฏว่าในมือของเธอยังคงถือโทรศัพท์ของลั่วเซ่าเชินเอาไว้อยู่ “อ้อ นี่โทรศัพท์คุณค่ะ” 

ลั่วเซ่าเชินรับมันมาและมองถังโจวโจวที่นั่งลงตรงขอบเตียง เธอดูเหมือนจะยึดติดอยู่กับอะไรบางอย่าง สติของเธอดูล่องลอยออกไปไกล 

ถังโจวโจวไม่รู้ว่าเธอควรบอกลั่วเซ่าเชินไหมว่าเธอได้ยินอะไรบ้าง เธอขบคิดภายในใจอยู่นาน รู้สึกได้ตามสัญชาตญาณว่าการที่เธอไม่บอกลั่วเซ่าเชินนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว 

ถังโจวโจวฉวยหยิบเสื้อผ้าแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาสงสัยของลั่วเซ่าเชิน น้ำร้อนที่ไหลรินลงบนร่างกายของเธอช่วยขจัดความคิดที่ฝังรากลึกอยู่ภายในใจ 

แต่เธอไม่รู้ว่าสายที่เธอรับนั้นได้โทรกลับมาอีกครั้ง และลั่วเซ่าเชินก็รับสาย “ครับ? ใครครับ” 

“ฉันเองค่ะ อาเชิน” ทันทีที่ปลายสายเปล่งเสียงออกมา ลั่วเซ่าเชินก็รู้ได้ทันทีว่าเธอคือใคร แล้วนี่ทำไมอยู่ๆ เธอถึงโทรมาได้! 

“คุณคิดจะทำอะไร? เราไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว!” 

“อาเชิน คือฉะ... ฉันอยากเจอคุณค่ะ” หันฮุ่ยซินไม่คิดว่าลั่วเซ่าเชินจะลืมเธอไปแล้วจริงๆ เธอไม่เชื่อว่าลั่วเซ่าเชินจะเป็นคนที่ไร้เยื่อใยแบบนี้ 

“ผมไม่อยากเจอคุณ แค่นี้นะ” ลั่วเซ่าเชินโยนโทรศัพท์ทิ้ง เขารู้สึกหัวเสียขึ้นมาในทันที 

เขาลงไปที่ชั้นล่าง คว้าวิสกี้ขวดหนึ่งและแก้วหนึ่งใบออกมาจากตู้เก็บเหล้า แล้วเขาก็กลับขึ้นไปชั้นบน เขานั่งดื่มอยู่คนเดียวที่ริมระเบียงเล็กด้านนอกห้องนอน 

เมื่อถังโจวโจวออกมาแล้วไม่พบลั่วเซ่าเชิน เธอก็นึกว่าเขาไปที่ห้องหนังสือ และเมื่อเธอเตรียมจะล้มตัวลงนอน เธอก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังมาจากด้านนอก 

ถังโจวโจวค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าใกล้ผ้าม่านที่ไหวปลิว เธอเห็นแผ่นหลังของเขาซึ่งกำลังนั่งรินวิสกี้อยู่บนม้านั่งที่อยู่ริมระเบียง ทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้น เหล้าก็ถูกดื่มไปจนหมดเกลี้ยง 

“เซ่าเชิน คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” ถังโจวโจวเดินเข้าไปหาเขา และเมื่อเห็นว่าเขาตั้งท่าจะรินเหล้าเพิ่มอีกแก้วหนึ่ง เธอก็รีบขวางเขาเอาไว้อย่างรวดเร็ว 

“คุณอย่ายุ่ง!” ลั่วเซ่าเชินไม่ได้ตั้งใจขึ้นเสียงกับถังโจวโจว แต่เป็นเพราะน้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ ดังนั้นจึงดูเหมือนว่าเขากำลังตำหนิเธอที่เธอเข้ามายุ่งเรื่องของเขา 

ถังโจวโจวค่อยๆ ละมือออกจากขวดวิสกี้ “ดื่มเยอะแบบนี้มันไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ” เธอไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆ ลั่วเซ่าเชินถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ เมื่อครู่นี้ก็ยังดีๆ อยู่เลย 

ลั่วเซ่าเชินเห็นถังโจวโจวไม่ห้าม เขาก็รินเหล้าลงไปใหม่ แต่คราวนี้แทนที่เขาจะดื่มมันลงไปในคราวเดียว เขากลับเพียงจิบมันอึกใหญ่แทน เขาเห็นว่าถังโจวโจวยังยืนอยู่ข้างๆ เขาจึงเอ่ยชวน “คุณจะดื่มสักหน่อยไหม” 

“ฉันไม่ดื่มค่ะ ฉันไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆ คุณถึงอารมณ์ไม่ดีขึ้นมา แต่คุณคุยกับฉันได้นะคะ ฉันจะเป็นถังขยะให้คุณเอง” ถังโจวโจวนั่งลงบนม้านั่งอีกตัวหนึ่ง 

ลั่วเซ่าเชินเหยียดยิ้ม “คุณอยากฟังมากเลยหรือ” ลั่วเซ่าเชินลืมไปชั่วขณะว่าถังโจวโจวที่อยู่ตรงหน้านี้คือภรรยาของเขา วันนี้หันฮุ่ยซินโทรมาหาเขาชนิดที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว ไหนว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกันอีก แล้วทำไมถึงต้องโทรมาบอกเขาว่าเธอกลับมาแล้ว 

ลั่วเซ่าเชินเกลียดหันฮุ่ยซินมากกว่าเดิม ทำไมเธอถึงโหดร้ายได้ขนาดนี้ เขาอยากจะลืมเธอมาโดยตลอด เขาคิดว่าเขาทำได้ดี แต่วันนี้เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าทุกสิ่งที่เขาทำมานั้นสูญเปล่า เขาไม่เคยลืมเธอได้เลย แค่เพียงเธอโทรมา ภาพความทรงจำในอดีตทั้งหมดก็หวนปรากฏขึ้นมาในหัวของเขา 

“ค่ะ ฉันอยากช่วยคุณแบ่งเบามันบ้าง” ถังโจวโจวพูดอย่างจริงจัง เธอทนเห็นลั่วเซ่าเชินเจ็บปวดและทรมานมากขนาดนี้ไม่ได้ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น