หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

วิวาห์ที่เริ่มต้นด้วยความเข้าใจผิด และจบลงอย่างน่าเสียดาย มันได้กัดกินหัวใจของทั้งคู่จนบอบช้ำแสนสาหัส...

ตอนที่ 19 ถูกปฏิเสธ

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 ถูกปฏิเสธ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2563 15:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 ถูกปฏิเสธ
แบบอักษร

 

ปาร์ตี้วันเกิดดำเนินต่อไปอีกสักพักถึงจะเลิกรา 

เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรจนกระทั่งจบปาร์ตี้ เขาถึงจะวางใจได้เล็กน้อย 

“จิ่งหลาน ขอบคุณที่อุตส่าห์มาไกลเพื่อร่วมงานวันเกิดฉันนะคะ” เวินหลานฉีดื่มเหล้าไม่เก่ง แต่ในเมื่องานปาร์ตี้มีคนเยอะ และทุกคนก็มาอวยพรเธอ คงไม่ดีหากเธอจะไม่ดื่มเลย ตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกมึนเล็กน้อยแล้ว ใบหน้าขาวพลันก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ ดวงตาคู่สวยยังเริ่มพร่าเลือน 

เธอเดินโซเซเล็กน้อย แต่ยังดีที่พอจะมีสติครบถ้วน 

จิ่งหลานประคองเธอเอาไว้ ให้เธอลงน้ำหนักมาที่เขาครึ่งหนึ่ง 

“ผมจะรักษาสัญญาเสมอ” จิ่งหลานประคองเธอไว้ พลางมองดูเธอที่พิงแผ่นอกหนาอย่างไร้การป้องกัน เขาก็รู้สึกพอใจจนยากจะเอ่ย 

เขาเติบโตมาในตระกูลเก่าแก่ ได้รับการสั่งสอนเข้มงวดมาแต่เด็ก และถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีเยี่ยม จึงไม่มีความไร้เดียงสามานานแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตกหลุมรักแต่แรกพบเลย 

พวกเขาได้รับการปลูกฝังมาว่า ความสามารถและเงินทองตัดสินทุกสิ่ง 

แต่เขากลับตกหลุมรักหญิงสาวคนหนึ่งตั้งแต่แรกเห็น 

เขาเจอเธอครั้งแรกในคืนที่ฝนตก เขาที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศนั่งรถใกล้จะถึงที่พัก ก็เห็นหญิงสาวเดินไร้จุดมุ่งหมายอยู่ตรงหัวถนนเพียงลำพัง 

คืนนั้นฝนตกหนัก เธอสวมเพียงเสื้อผ้าตัวบาง สะพายกระเป๋าไว้ที่หลัง เดินล่องลอยท่ามกลางสายฝน 

หากเห็นคนแบบนี้ในเวลาปกติ เขาก็คงจากไปโดยไม่ลังเลเลยด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันนั้น เหมือนมีอะไรดลใจให้หยุดรถ แล้วเข้าไปชวนเธอคุย... 

“ใช่สิ คุณรับปากกับฉันแล้ว” เวินหลานฉีเงยหน้าขึ้นมายิ้ม มองเขาด้วยสายตาพร่าเลือน พูดเองเออเอง “คุณยังจำได้ ดีมาก! ถ้าทุกคนพูดได้ทำได้แบบนี้ก็คงดี” 

เสียงของเวินหลานฉีแผ่วเบา แม้แต่จิ่งหลานก็ยังไม่ได้ยินประโยคสุดท้าย เธอคงเมาไปแล้ว 

“เฮ้อ!” ดูท่าคงเมาแล้วจริงๆ เมื่องมองใบหน้าเล็กขึ้นสี จิ่งหลานก็ถอนหายใจเบาๆ แต่ดวงตาสีฟ้ากลับมองด้วยความรักใคร่เอ็นดู “หลานฉี คุณเมาแล้ว ผมจะไปส่งคุณที่ห้องแล้วกัน” 

“ไม่ค่ะ ไม่ต้อง ฉันไม่กลับ” เมื่อเวินหลานฉีที่สติเลอะเลือนได้ยินว่ากลับห้อง ก็รีบส่ายหัวสุดชีวิต ทั้งยังขึ้นเสียงสูง งอแงอย่างไม่พอใจ “ไม่กลับ ไม่อยากกลับ” 

ดอกไม้ของฮั่วฉินเยี่ยนยังวางอยู่ในห้อง เธอไม่อยากกลับไปเลย 

“ได้ ไม่กลับ งั้น...งั้นพวกเราไปเดินเล่นข้างนอกกันเถอะ” เวินหลานฉีอาละวาดราวกับเด็กๆ แต่จิ่งหลานไม่เพียงไม่โมโห กลับขยี้ผมเธอพร้อมรอยยิ้ม “ไม่กลับก็ดี มาเดินเล่นเป็นเพื่อนผมหน่อยแล้วกัน” 

จิ่งหลานประคองเวินหลานฉีอย่างระมัดระวังเดินอยู่ใต้แสงจันทร์ ทั้งสองก้าวเดินอย่างอ้อยอิ่งในสวนดอกไม้ที่ไม่ใหญ่นี้ 

“หลานฉี คุณยังจำครั้งแรกที่เราเจอกันได้ไหม” ภายในสวนดอกไม้ แสงไฟริบหรี่ รอบด้านเงียบสงัดจนได้ยินเสียงแมลงอย่างชัดเจน ไม่รู้ทำไมจิ่งหลานถึงรู้สึกว่าเวินหลานฉีในวันนี้ดูแปลกไป 

เขารู้จักเวินหลานฉีมาตั้งหลายปี เขารู้ว่าเวินหลานฉีเป็นหญิงสาวผู้เป็นที่รักของหลายคน มีคนมาชอบมาจีบนับไม่ถ้วน เขาก็ไม่เคยเก็บมาใส่ใจ 

แต่ช่อดอกไม้ในวันนี้... 

ไม่รู้ทำไม เขาถึงรู้สึกแปลกๆ 

เขาอยากจะถามเธออยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่กล้าถามไปสักที 

“จำได้สิ จำได้แน่นอน จะลืมได้ยังไงล่ะ!”เวินหลานฉีที่มึนๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโซเซ หากจิ่งหลานไม่ได้ประคองไว้ก็ไม่รู้ว่าจะล้มไปกี่ครั้งแล้ว ดีที่ถึงร่างกายของเธอจะควบคุมไม่ได้ แต่สติยังแจ่มชัดอยู่ 

ครั้งแรกที่ได้เจอกับจิ่งหลาน 

เธอจำได้แม่น นั่นเป็นช่วงเวลาที่ลำบากและสิ้นหวังที่สุดในชีวิตนี้ จะลืมได้ยังไงล่ะ? 

ต่อให้ลืมเรื่องอื่นไป แต่ไม่มีวันลืมเรื่องนี้แน่นอน 

เธอยังจำได้ จิ้งหลานหลุดยิ้มกว้างออกมา พร้อมทั้งพูดอย่างระมัดระวังไปด้วยว่า “วันนั้น ก็เป็นวันเกิดของคุณสินะ” 

ใช่แล้ว วันนั้นเป็นวันเกิดของเธอ 

เขาดีใจเหลือเกินที่วันนั้นตัดสินใจลงรถไป แล้วได้พบกับเธอ คนที่เป็นความสุขของชีวิตตัวเอง 

‘ขอโทษนะครับ! มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ’ 

ฝนกระหน่ำเทลงมา 

เธอผู้มีใบหน้าของชาวตะวันออกยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน ร่างกายอ่อนระโหยโรงแรง เนื้อตัวเปียกปอนคล้ายลูกสุนัขถูกทิ้ง เขาผู้ซึ่งออกเดินทางไปทั่วโลก แต่ภาษาจีนกลับไม่ดีนัก เท่าที่พอจะนึกออกก็เพียงแค่สองประโยคนั้น 

เขากับเธอก็รู้จักกันด้วยภาษาจีนไม่แข็งแรงแบบนี้นี่แหละ 

“ใช่ คุณยังชวนฉันไปกินบะหมี่ด้วย” เวินหลานฉีเงยหน้าขึ้นยิ้มพลางมองไปที่จิ่งหลาน 

ใช่แล้วแหละ วันนั้นเป็นวันเกิดของเธอ 

วันเกิดอันน่าเศร้าสลดที่สุดในชีวิตนี้ ภาษาก็ไม่แข็ง ยังถูกคนหลอกที่นอกสนามบิน ไม่มีเงินติดตัวเลยสักแดงเดียว แถมฝนยังตกหนักอีก ตอนนั้นเธอยังคิดจะตายไปให้พ้นๆ เลย 

ดีที่ได้พบกับจิ่งหลาน 

เธอยังจำได้ดี จิ้งหลานพยายามใช้ภาษางูๆ ปลาๆ มาปลอบใจเธอ พอรู้ว่าวันนั้นเป็นวันเกิดของเธอ ยังยืนกรานจะชวนตัวเองไปกินบะหมี่ให้ได้ 

“ก็ใช่น่ะสิ ผมเคยได้ยินมาว่าคนตะวันออกชอบกินบะหมี่อายุยืน(หมี่ซั่ว)ในวันเกิดนี่นา น่าขายหน้าจริงๆ” จิ่งหลานยีผมอย่างเก้อเขิน เขาก็แค่ได้ยินมาว่าเวลาคนตะวันออกฉลองวันเกิดจะชอบกินบะหมี่อายุยืน เลยคิดไปว่าบะหมี่ที่ไหนก็เหมือนกัน 

คิดไม่ถึงว่าบะหมี่ที่เขาเข้าใจจะเป็นคนละอย่างกับชาวบ้านเขา 

พอคิดไปถึงตอนที่ตัวเองจะพาเธอไปกินสปาเก็ตตี้ จิ่งหลานก็อยากจะหัวเราะตัวเองจริงๆ 

“ที่ไหนกันล่ะ ที่จริงฉันต้องขอบคุณคุณต่างหาก” เวินหลานฉีส่ายหัวด้วยใบหน้าซึ้งใจ “ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ฉันก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะทำยังไง ขอบคุณที่รักษาสัญญามาตลอดหลายปีนี้นะคะ” 

เมื่อปีนั้น เขาพาเธอกลับมาในคืนที่ฝนตกหนัก และอยู่ฉลองวันเกิดอันแสนขมขื่นและยากจะลืมกับเธอ ทั้งยังพูดเพื่อปลอบใจอีกว่า หากมีเวลาเมื่อไหร่ เขาจะมาฉลองวันเกิดด้วย 

หลายปีมานี้เขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ไม่ว่ายุ่งขนาดไหนก็จะรีบมาให้ทันเวลาเสมอ 

“หลานฉี ไปที่นึงกับผมหน่อยสิ!” จิ่งหลานลากแขนเวินหลานฉีไปในฉับพลัน แล้ววิ่งไปยังที่ไกลๆ อย่างรวดเร็ว 

ดีที่บ้านหลักตระกูลเวินอยู่ในชานเมือง กลางดึกแบบนี้จึงมีคนน้อยมาก ทั้งสองวิ่งไปได้ตามใจโดยไม่ต้องสนว่าใครจะเห็นเข้า 

ปัง! 

ฉับพลันนั้นก็เกิดเสียงดังขึ้น ดอกไม้ไฟสวยงามดอกแล้วดอกเล่าจุดขึ้นกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน 

ดอกไม้ไฟหลากสีสันรวมกันเป็นภาพตัวหนังสือตัวใหญ่บนท้องฟ้า ‘หลานฉี สุขสันต์วันเกิด!’ 

เวินหลานฉีประหลาดใจจนอ้าปากค้าง ดวงตาร้อนผ่าว “สวยจังเลยค่ะ! ขอบคุณนะคะ จิ่งหลาน!” 

พอได้เห็นแบบนี้แล้ว เวินหลานฉีก็สร่างเมาไปในพริบตา หันกลับไปมองจิ่งหลานด้วยสายตาซาบซึ้งใจ 

เมื่อปีนั้นที่บังเอิญพบกัน เขาก็ช่วยเธอไว้ไม่น้อยเลย 

หลายปีมานี้เขาคอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอ ถึงเขาไม่พูด แต่เธอก็รู้ดี หากไม่ได้ความช่วยเหลือจากเขา เธอตัวคนเดียวพาบริษัทมาไม่ถึงจุดนี้แน่นอน 

ทั้งที่เขายุ่งมาก แต่ก็ยังเจียดเวลามาฉลองวันเกิดกับเธอเสมอ เท่านี้เธอก็ซึ้งใจมากแล้ว ไม่คิดว่าจะเตรียมเซอร์ไพรส์แบบนี้ไว้ด้วย 

“จุ๊ๆ!” นิ้วเรียวยาวแตะลงบนริมฝีปากของเธอ จ้องมองเธอด้วยสายตาเร่าร้อน เวินหลานฉีก็เงียบลงในฉับพลัน “หลานฉี พวกเราไม่มีอะไรต้องเกรงใจกัน ถ้าคุณตกลง ผมก็ยินดีจะฉลองวันเกิดกับคุณทุกปี ยังไงคุณก็เหมาะสมกับของสวยงามที่สุดบนโลก” 

ดอกไม้ไฟยังจุดขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นสีสันสวยงาม 

ภายใต้ท้องฟ้าทอประกายแสงดาวในยามราตรี คนสองคนเพียงสอดประสานสายตากัน นอกจากเสียงดอกไม้ไฟแล้ว ก็เงียบจนไม่ได้ยินเสียงอื่นใด 

ดวงตากลมโตของเวินหลานฉีมองตรงไป พริบตาเดียวก็ได้สติขึ้นมา แววตาฉายแววประหลาดใจ 

เธอมองเขาอย่างโง่งม คำพูดเมื่อกี้ยังวนเวียนอยู่ข้างหู 

เขา นี่เขากำลังสารภาพรักงั้นเหรอ 

เวินหลานฉีตกใจจนนิ่งไป ตั้งนานก็ยังไม่ออกจากภวังค์ 

เพียงแต่เธอไม่รู้ว่า ยังมีอีกคนที่นิ่งอึ้งไม่ได้ต่างจากเธอเลย 

เงาร่างสูงใหญ่ในป่าพลันแข็งทื่ออยู่ตรงพุ่มไม้ ดวงตาดุร้ายจ้องตรงไปข้างหน้า แววตาลุ่มลึกฉายประกายแสงเย็นเยียบ 

หากไม่ติดที่ยังตั้งสติได้ เขาคงพุ่งตัวเข้าไปแล้ว 

ฮั่วฉินเยี่ยนก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงมาที่นี่ เขาเฝ้าอยู่ที่หน้าบ้านหลักตระกูลเวินทั้งคืน มองพวกแขกแยกย้ายกันกลับบ้าน เขายังบอกให้ตัวเองกลับได้แล้ว หากมีใครมาเห็นเข้าคงไม่ดี 

แต่... 

บทสนทนาของเวินหลานฉีกับจิ่งหลานยังวนเวียนในหูเขาไม่หยุด ในใจยังแฝงไว้ด้วยความรู้สึกผิด 

พอคิดว่าเวินหลานฉีต้องลำบากขนาดนี้ เขาก็เจ็บปวดใจราวถูกแมวข่วน 

พอเห็นทั้งสองวิ่งออกมา เขาก็ตามออกมาอย่างไม่ลังเล 

คิดไม่ถึงว่า...คิดไม่ถึงว่าจะเห็นผู้ชายคนนี้สารภาพรักกับเวินหลานฉี... 

แววตาเย็นเยียบจ้องเขม็งไปยังผู้ชายคนนั้น  ในใจเอาแต่ตะโกนว่า ‘หลานฉี อย่าตกลงนะ ห้ามตกลงเด็ดขาด’ 

หากสายตาฆ่าคนได้ เกรงว่าจิ่งหลานคงถูกหั่นเป็นพันๆ ชิ้นแล้ว 

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ทั้งสองเอาแต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครพูดอะไรทั้งสิ้น ฮั่วฉินเยี่ยนอารมณ์เสีย โกรธจนแทบจะพุ่งเข้าไปต่อยกับผู้ชายคนนั้นสักตั้ง แต่ก็เตือนสติตัวเองว่าห้ามวู่วามเด็ดขาด เกรงว่าทะเล่อทะล่าวิ่งออกไปจะยิ่งทำเสียเรื่อง 

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ในที่สุดเวินหลานฉีก็เปิดปากพูด 

“แน่นอนสิ คุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน งานวันเกิดฉันจะไม่มาได้ไงคะ!” ใบหน้าของเวินหลานฉีแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มขมขื่น ก้าวออกไปยื่นมือแตะบ่าจิ่งหลาน “ฉันชอบของขวัญชิ้นนี้มากเลยค่ะ รอถึงวันเกิดคุณก่อน ฉันจะจัดเซอร์ไพรส์ให้หนักๆ เลย!” 

“ได้! งั้นผมจะคอยดู” ถึงเวินหลานฉีไม่ได้พูดปฏิเสธตรงๆ แต่ทำไมจิ่งหลานจะไม่รู้ล่ะ? 

แม้ในใจจะผิดหวัง แต่ก็ไม่แสดงออกมา 

เขาแอบเตรียมเซอร์ไพรส์คืนนี้ตั้งนาน ทีแรกเห็นเวินหลานฉีเมาแล้ว เขายังนึกเสียดาย คิดว่าหมดโอกาสแล้วเสียอีก 

รู้อย่างนี้เขายอมไปส่งเธอเข้านอนที่ห้องดีกว่า 

“วางใจเถอะค่ะ! รับรองว่าคุณต้องตกใจแน่!” 

เวินหลานฉียิ้มพลางจับแขนจิ่งหลานไว้ แล้วทั้งสองก็เดินจากไปพร้อมรอยยิ้ม 

ลมยามราตรีพัดพาเสียงหัวเราะของคนทั้งสองไปไกลแสนไกล ราวกับเรื่องเมื่อกี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

แต่ทั้งสองคนไม่รู้หรอกว่า ในมุมมืดยังมีบางคนแอบโล่งใจ อีกทั้งยังตัดสินใจแน่วแน่ว่า ‘เวินหลานฉี คุณเป็นของผม’ 

สายตาลุ่มลึกมองไปยังเงาหลังที่ไกลออกไปด้วยแววตาพอใจและมุ่งมาด 

คนของเขา เขาไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือ ต่อให้เธอไม่ยินยอมก็ตาม! 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น