หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

"ผมจะให้คุณได้ชดใช้ในส่วนของอีอีอย่างสาสม!"

ตอนที่ 21 ใครทำให้คุณกล้าดี

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 ใครทำให้คุณกล้าดี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.6k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2563 10:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 ใครทำให้คุณกล้าดี
แบบอักษร

 

เมื่อเห็นชายหญิงนัวเนียกันอยู่บนโต๊ะทำงาน ฉู่เจียเสวียนได้แต่รู้สึกว่าเลือดกำลังหลั่งไหลออกจากหัวใจของตัวเอง เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำดุจเลือด 

“หรือว่าประธานเผยผู้มีชื่อเสียงจะอยากได้ยินคนอื่นพูดว่าภรรยาตัวเองเป็นคนล้างห้องน้ำอย่างนั้นเหรอคะ” 

ฉู่เจียเสวียนยิ้มเยาะ แต่ว่าสายตาทั้งคู่ไม่ได้ละออกจากใบหน้าของเผยหนานเจวี๋ยเลย และเป็นธรรมดาที่เธอก็ได้เห็นความผิดธรรมชาติบนใบหน้าของผู้ชายคนนั้น เธอไม่ได้รอให้เขาเอ่ยปากและพูดต่อว่า 

“ฉันว่าประธานเผยก็ไม่อยากอยู่แล้วจริงไหม สุดท้ายแล้วฉันก็คือภรรยาที่ออกสื่อของคุณ ไม่ใช่ดอกหญ้าข้างทางที่ยอมให้คนเด็ดดมหรอกจริงไหมคะ คุณไป๋…” 

ในดวงตาที่กลมโตและสุกใสคู่นั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เธอจ้องมองไป๋หลิงด้วยท่าทางที่เหมือนจะยิ้มแต่ไม่ได้ยิ้ม อย่างไรก็ตามเผยหนานเจวี๋ยไม่ใช่ผู้ชายคนแรกของไป๋หลิงในบริษัทนี้ เมื่อก่อนยังมีคนบอกว่าเพราะไป๋หลิงทนรอในบริษัทเก่าไม่ไหวจึงต้องเปลี่ยนงาน เหตุเพราะเธอยั่วยวนประธานของบริษัทและถูกภรรยาของเจ้านายจับได้ 

สีหน้าของไป๋หลิงเปลี่ยนไปตามคาด แม้แต่มือทั้งสองที่กำลังกอดคอผู้ชายอยู่ก็มีท่าทีว่าจะชักกลับ สีหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด น่าดูเป็นอย่างยิ่ง 

“ฉู่เจียเสวียน คุณมีสิทธิ์วิจารณ์ผู้หญิงของผมตั้งแต่เมื่อไรกัน ใครทำให้คุณกล้าดีกันแน่” ฝ่ายชายพลันเหลือบมองไปที่ไป๋หลิงหนึ่งที ความไม่พอใจทั้งหมดปรากฏอยู่บนใบหน้า เธอกลัวจนต้องรีบกอดคอเผยหนานเจวี๋ยพร้อมทั้งแสดงท่าทีที่ยกตนข่มท่าน 

จิ้งจอกที่ยืมอำนาจเสือ[1]ก็น่าจะหมายถึงคนประเภทนี้ แต่ก็เห็นอยู่ว่าเขามีคนรักที่พึ่งพาได้ พอคิดได้เช่นนี้ ฉู่เจียเสวียนไม่เพียงแต่หัวเราะอยู่ในใจ แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านคำพูดของเผยหนานเจวี๋ยเลย มีเพียงอารมณ์แห่งความผิดหวังที่ปรากฏขึ้นในดวงตาเท่านั้น 

พยายามมานานขนาดนี้ แล้วเธอก็พลันค้นพบว่าแท้จริงแล้วเธอไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่อใคร ท้ายที่สุดแล้วเธอก็ไม่ได้ต้องการมีชีวิตอยู่มาตั้งนานแล้ว ในโลกอันหนาวเหน็บเช่นนี้เธอหาคนที่พึ่งพาไม่ได้เลยสักคน 

ผ่านไปสักพัก ฉู่เจียเสวียนก็ค่อยๆ ดึงสติกลับมา มองขึ้นด้านบนช้าๆ ราวกับโล่งอก และพรั่งพรูความในใจออกมา 

“ในเมื่อประธานเผยอยากให้ผู้หญิงของคุณมาแทนที่ตำแหน่งฉัน งั้นฉันก็คงทำได้แค่ลาออก พรุ่งนี้ฉันจะยื่นใบลาออกให้คุณนะคะ เงินเดือนของเดือนนี้ฉันก็ไม่เอาค่ะ ฉะนั้นตอนนี้ฉันไปได้แล้วใช่ไหมคะ” 

น้ำเสียงที่นิ่งสงบและไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ของเธอเป็นดั่งสายน้ำนิ่งที่ไหลเข้าสู่หัวใจของเผยหนานเจวี๋ย ซึ่งทำให้เขาปวดใจอย่างไม่มีเหตุผลราวกับว่ากำลังจะสูญเสียอะไรบางอย่างไป ในที่สุดแล้วเขายังไม่ทันพูดอะไรก็ปล่อยให้แผ่นหลังที่เยือกเย็นนั้นเดินจากไปไกลเรื่อยๆ 

หลังจากที่มองไม่เห็นเงาของฉู่เจียเสวียนแล้ว ดวงตาของเผยหนานเจวี๋ยจึงกลับมาสว่างเหมือนเดิม เขาผลักไป๋หลิงที่เกาะหนึบราวกับปลาหมึกออกอย่างเย็นชา ความขยะแขยงบนใบหน้าปรากฏเด่นชัด ปากบางๆ เผยอออกเล็กน้อย 

“พรุ่งนี้คุณก็แทนตำแหน่งฉู่เจียเสวียนเถอะ ผมชอบผู้หญิงฉลาด ฉะนั้นถ้าไม่มีเรื่องอะไรอย่ามากวนผมจะดีที่สุด” 

ในใจของไป๋หลิงมีความสุขมากแต่หลังจากนั้นก็รู้สึกผิดเล็กน้อย แต่เพราะกลัวว่าฝ่ายชายจะรังเกียจจึงได้แต่รีบพยักหน้าแล้วรับประกันว่า “ท่านประธานวางใจเถอะค่ะ ฉันจะตั้งใจทำให้ดี ไม่ทำให้คุณผิดหวัง…แต่ว่าคืนนี้จะมาหาฉันได้ไหมคะ?” 

“ที่ผมพูดยังไม่ชัดอีกเหรอ?” คำเชื้อเชิญของไป๋หลิงได้กลับมาเพียงสายตาที่เย็นชาของฝ่ายชาย เธอสีหน้าขาวซีด รีบเก็บของแล้วออกไปจากห้องทำงานทันที 

 

 

------ 

[1] จิ้งจอกที่ยืมอำนาจเสือ เป็นสำนวน มาจากเรื่องราวของสุนัขจิ้งจอกที่ใช้พลังอำนาจของเสือเพื่อทำให้สัตว์อื่นกลัว เป็นคำอุปมาอุปไมยถึงการอาศัยอำนาจของผู้อื่นในการกดขี่และข่มขู่ผู้คน 

ความคิดเห็น