กัณฑ์กนิษฐ์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 9 (5)

คำค้น : เจ้าชาย,ทะเลทราย,ยอดรัก,รัชทายาท,ไร้ใจ,เพลย์บอย,หยิ่ง,เย็นชา,นิยาย,โรแมนติก,โรมานซ์,อำมหิต,หวานซึ้ง,กัณฑ์กนิษฐ์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2563 11:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 (5)
แบบอักษร

บทที่ 9 (5) 

 

                เจ้าชายรัชทายาทคาเฟรเสด็จไปยังตำหนักอะซีเลียกะทันหัน ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรงทำแบบนี้ แต่สำหรับราตรีนี้ ทรงเสด็จหลังเวลาผ่านเที่ยงคืนไปแล้ว เมื่อไม่มีการแจ้งไปยังตำหนักอะซีเลียล่วงหน้า พระชายาก็เข้าบรรทมไม่ได้รั้งรอปรนนิบัติพระองค์

 

                   ทรงดำริถึงพระชายา ใคร่รู้และไม่อาจสลัดความคิดเรื่องของพระชายาได้ แล้วก็ต้องตัดสินพระทัยเสด็จออกจากตำหนักเพื่อมายังตำหนักอะซีเลีย

 

                   “ไม่ต้องประกาศ”

 

                   รับสั่งกับนางข้าหลวง ไม่ให้ประกาศส่งเสียงแจ้งให้ทราบถึงการมาถึงของพระองค์ คาเฟรดำเนินไปยังห้องบรรทมของพระชายา

 

                   มายากับนารายอบกายแสดงความเคารพแล้วก็พากันออกไปจากห้องบรรทมอย่างเร่งด่วน ไม่ลืมที่จะปิดประตูห้องเรียบร้อย

 

                   เจ้าชายรัชทายาทหยุดประทับบริเวณข้างแท่นบรรทม พระชายาของพระองค์นอนหลับสนิท เส้นพระเกศาแสนงามระอยู่กับพระวรกายอ้อนแอ้น

 

                   ผิวพรรณนุ่มเนียนผุดผ่องงามจับตา ผ้าห่มเลื่อนไหลลงมาปิดคลุมบริเวณบั้นเอวอ้อนแอ้น ทรงใช้ดวงเนตรสำรวจความงามยามหลับใหลของสตรีซึ่งพระองค์เป็นเจ้าของ

 

                   พระชายาทำให้พระองค์มีเรื่องต้องครุ่นคิดเพิ่มขึ้น จากที่งานราชการบริหารนครซัลซาลา และยังต้องรับหน้าที่ทำงานช่วยกษัตริย์อัลเดตันตามฐานันดร

 

                   งานเก่าก็มิได้ว่างเว้นจากพระหัตถ์ ยังจะมีเรื่องของพระชายาให้ต้องคิดคำนึง มิใช่การกลัดกลุ้มพระทัยเฉกเช่นความกลัดกลุ้มในการแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน

 

                   แต่ก็ไม่อาจสลัดเรื่องของพระชายาออกไปจากห้วงคำนึงได้ ถ้าหากพระชายาเป็นเพียงสตรีที่ไม่แตกต่างจากสตรีทั่วไป หลงใหลในอำนาจ ลาภยศ แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันด้วยจิตริษยา ด้วยหวังเพียงให้ตัวเองเป็นที่โปรดปราน

 

                   จะได้ไขว่คว้าอำนาจ กราบทูลขอผลประโยชน์เพื่อตัวเองและครอบครัว หรือทำตัวเป็นสตรีที่ลักลอบกระทำการร้ายกาจต่อพระองค์ ก็คงไม่ต้องสิ้นเปลืองเวลาคิดถึงพระชายามากขนาดนี้

 

                   พระชายาระมัดระวังตัวเหลือเกิน แต่กลับไม่พบร่องรอยความคิดอันร้ายกาจ หรือจ้องจะหาทางทำร้ายพระองค์ นอกจากนี้ แม้จะเขินอายในราตรีแรกที่พระองค์สานสัมพันธ์เร่าร้อน แต่เมื่อพระองค์พาตัวเองมาเยี่ยมเยือนพระชายาบนแท่นบรรทมหลายครั้ง

 

                   ความอ่อนหวานและอ่อนโยน ยามที่พระชายาปล่อยตัวในอ้อมพระกรเร่าร้อนก็ยิ่งค่อยๆ ถูกเปิดเผยออกมา เมื่อมีสติ พระชายาจะสำรวม ระมัดระวังการแสดงออก แต่เมื่ออยู่ในห้วงอารมณ์พิศวาส ก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าพึงพอใจกับบทพิศวาสระหว่างกันและหลงใหลที่จะทอดกายให้พระองค์เชยชม

 

                   “ฝ่าบาท…”

 

                   สตรีที่ขาดความระมัดระวังตัวเช่นนี้น่ะเหรอ ที่จะคิดทำการณ์ใหญ่ พระองค์ขอให้เป็นแค่ความสงสัยที่ติดค้างในดวงหทัย ไม่อย่างนั้นพระชายาจะต้องถูกกำจัด

 

                   ก็ดูพระชายาของพระองค์สิ บิดพระวรกายไร้ความตื่นตัวที่จะต้องรีบทำสติให้แจ่มใส กะพริบเปลือกตาแล้วก็รับสั่งเรียกขานพระองค์เสียงหวาน

 

                   คาเฟรประทับลงบนแท่นบรรทม สตรีที่ควรสำรวมทุกอิริยาบถเมื่ออยู่ต่อหน้าพระพักตร์คนนั้น ถึงขนาดยกแขนขึ้นเกี่ยวเข้ากับลำพระศอแข็งแกร่ง แล้วก็ดึงโน้มพระองค์ลงไปหา

 

                   “พระชายา”

 

                   พระหัตถ์ขาวเนียนลูบไล้แผ่นพระอุระ คล้ายกับว่ายังตื่นไม่เต็มตา เมื่อได้ยินรับสั่ง เปลือกตาง่วงงุนถึงได้เปิดขึ้น

 

                   พระชายาเบิกพระเนตรกว้างขึ้น แต่ยังไม่ทันอุทาน ริมฝีปากก็ถูกพระโอษฐ์งามจุมพิตเร่าร้อน สติของพระชายาไม่มีช่วงเวลาให้ต้องแจ่มใส

 

                   จากง่วงงุนก็ขยับไปเป็นความลุ่มหลงในพายุพิศวาสจากพระสวามี กว่าจะมีโอกาสได้ลืมพระเนตรสำรวจวงพักตร์ของคาเฟร ก็สิ้นเปลืองเวลาไปกับการจุมพิตกันกระทั่งเสื้อผ้าก็ยังถูกปลดเปลื้องทิ้งโยนลงบนพื้นข้างแท่นบรรทม

 

                   ‘เออหนอ เรากับพระสวามีจุมพิตกัน แต่เสื้อผ้าก็สามารถหลุดลุ่ยออกจากตัวได้ด้วยอย่างนั้นเหรอ’ 

 

                “ฝ่าบาทเพคะ”

 

                   พระชายาเบียดกายเข้าไปชิดกับพระสวามี ความแข็งแกร่งของคาเฟรนั้นช่างน่าลุ่มหลง และในตอนนี้ฟาซียาก็คงตกหลุมเสน่หานั่นไปแล้ว

 

                   การตกหลุมรักเจ้าชายรัชทายาทคาเฟรไม่ใช่เรื่องยาก แต่การยับยั้งหัวใจไม่ให้ตกหลุมเสน่หาจากพระองค์ต่างหากที่ยากยิ่งกว่า

 

                   “เรายังไม่อยากคุย”

 

                   รับสั่งอย่างเอาแต่ใจ ไม่อยากสนทนากับพระชายา เพราะพระโอษฐ์รุ่มร้อนของพระองค์ยังไม่ว่างงาน แต่เตาะแตะสัมผัสไปตามผิวขาวนุ่มเนียน

 

                   “หนาวหรือไง ถึงตัวสั่น”

 

                   “พะ…เพราะฝ่าบาทเพคะ”

 

                   “กล้ากล่าวโทษเราอย่างนั้นรึพระชายา”

 

                   “ฝ่าบาท!”

 

                   ‘ทรงทรมานผู้คนเก่งนัก! พระทัยร้ายเหลือเกิน สติของหม่อมฉันเลือนหายหมดแล้ว’ 

 

                พระชายาจนปัญญาจะต่อกรกับพระสวามีแล้ว ไฟร้อนๆ อบอวลอยู่ภายในห้อง โดยเฉพาะบนแท่นบรรทมที่เหมือนจะถูกอาบไว้ด้วยไฟร้อนจัด

 

                   คาเฟรไม่เคยหลงลืมการควบคุมตัวเอง แต่พระชายาแตกต่างจากสตรีคนอื่น ฟาซียาทำให้พระองค์รู้สึกว่าเธอทอดกายให้พระองค์เชยชมด้วยความเต็มใจ โดยไร้สิ่งใดเคลือบแฝง

 

*********************************************** 

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

                   

 

                   

 

                              

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น