หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ในดินแดนที่เต็มไปด้วยความมืดมน ตัวนางนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่าง แต่จะทำอย่างไร หากแสงสว่างนั้นกลับเป็นภัยที่เข้าหาตัว!

ตอนที่ 61 ใช้เลือดสังเวย

ชื่อตอน : ตอนที่ 61 ใช้เลือดสังเวย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 934

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2563 15:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 61 ใช้เลือดสังเวย
แบบอักษร

 

ก่อนที่ถังเฉียนจะมาที่นี่บังเอิญได้อ่านตำราการทำพิธีบวงสรวงสวรรค์จนจบ นางคิดว่าจะเพิ่มเครื่องสังเวยพิเศษอย่างหนึ่งที่เตรียมไว้สำหรับพิธีนี้ นั่นก็คือตัวนางเอง นางคาดหวังว่าทุกคนที่นี่จะได้รับการรักษา อย่างน้อยก็เป็นการเพิ่มความหวังให้แก่ทุกคน 

ตอนนั้นอาการของอวิ๋นเอ๋อร์ดีขึ้น ทว่านางนั้น... 

เมื่อคิดถึงตรงนี้ถังเฉียนก็พรูลมหายใจออกมายาวๆ น้ำตาแห่งความรู้สึกผิดเอ่อล้น หากนางสามารถอยู่ข้างๆ กายน้องสาวได้ อวิ๋นเอ๋อร์อาจจะไม่ตาย 

ฮวาหวนถูกคนพาไปแล้ว หญิงคนนั้นคิดว่าฮวาหวนทำให้ถังเฉียนไม่พอใจจึงวิ่งมาหานาง ร้องไห้วิงวอน 

คราวนี้นางร้องไห้อย่างน่าเวทนา ถังเฉียนจึงพยุงให้นางลุกขึ้น 

“อย่าร้องไห้ ข้าไม่ได้จะฆ่านาง ข้าแค่จะใช้เลือดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น” 

หญิงคนนี้เป็นน้าสาวของฮวาหวน ครอบครัวใหญ่ของพวกนางมีเพียงสองน้าหลานเท่านั้นที่ไม่ป่วย เวลานี้เหลือกันเพียงแค่สองคน นางคิดว่าถังเฉียนจะเผาฮวาหวนเพื่อสังเวยเทพเจ้า เช่นนั้นจึงตกใจจนขวัญกระเจิง ยังดีที่คราวนี้ถังเฉียนพอจะฟังออกว่านางพูดอะไร 

“ท่านหมอ สำหรับพิธีบวงสรวงยังขากเหลืออะไรอีกหรือไม่” 

ถังเฉียนมองดูรอบๆ เครื่องเซ่นไหว้อย่างเช่นผลไม้เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ส่วนฮวาหวนซึ่งเป็นเครื่องสังเวยหลักกำลังยืนตัวสั่นอยู่หน้าแท่นพิธี  

“ท่านหมอ ท่านจะเผาข้าเพื่อช่วยชีวิตคนอื่นหรือเจ้าคะ” 

ร่างของฮวาหวนสั่นระริก พยายามฝืนใจไม่ไห้กลัว เด็กหญิงมองดูถังเฉียนที่อยู่ในชุดเสื้อคลุมดำ สวมหน้ากาก กล่าววาจาเสียงสั่นเพราะความกลัว  

“หากข้าบอกว่าใช่ เจ้าจะยินยอมหรือไม่” 

ฮวาหวนเงยหน้าขึ้นมองถังเฉียน น้ำตาไหลลงมาเป็นสาย เด็กน้อยมองดูนาง ร่างที่สั่นเทาคุกเข่าลงตรงหน้าถังเฉียน ฮวาหวนก้มศีรษะคำนับถังเฉียนแล้วลุกขึ้นยืน สองมือน้อยๆ คว้าชุดสีดำของถังเฉียน แล้วพูดเสียงสั่นว่า 

“ท่านหมอ ข้ายินดี แต่ขอให้ท่านหมอช่วยลูกของท่านน้าของข้าก่อน หากข้าตายท่านน้าก็จะเหลือลูกแค่เพียงคนเดียวแล้ว ขอให้ท่านหมอบอกท่านเทพด้วยนะเจ้าคะ” 

ถังเฉียนจ้องมองตาเด็กน้อย ราวกับสลับตำแหน่งกัน ครั้งนั้นนางเองก็คุกเข่าอยู่กับพื้น พร่ำขอวิงวอน แต่นางไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ ซึ่งนางหวังว่าฮวาหวนจะได้รับ 

“ลุกขึ้นเถอะ ข้าไม่เผาเจ้าหรอก แค่ขอเลือดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น” 

พิธีบวงสรวงขอพรเป็นการใช้คบไฟและดอกไม้สดล้อมเป็นวงกลม ตั้งแท่นพิธีสูง วางโต๊ะสี่เหลี่ยมไว้ตรงกลาง ให้เด็กสาวนั่งบนโต๊ะ อธิษฐานอ้อนวอนต่อเทพเจ้าด้วยความศรัทธา ขอให้ท่านเทพทรงคุ้มครอง หมอผีจะใช้มีดตัดเส้นผมของเด็กสาวโยนลงในอ่างไฟ เมื่อเปลวไฟลุกโชนก็จะท่องคาถาไปด้วย แล้วเอาเลือดจากแขนเด็กสาว หยดลงในอ่างไฟและน้ำไร้ราก[1] สามชาม ชามที่หนึ่งถวายแก่ฟ้าดิน ชามที่สองเทลงในบ่อน้ำ ชามที่สามตั้งบูชาหน้าแท่นพิธีสามวัน 

ถังเฉียนทำตามแบบแผนอย่างละเอียด สองชามแรกเป็นเลือดของฮวาหวน เมื่อเด็กน้อยถูกมีดกรีดเป็นแผล ปรากฏว่าเลือดก็ไหลออกมาไม่หยุดจริงๆ ถังเฉียนใช้เลือดที่ปลายนิ้วตัวเองถูไปบนแผล บาดแผลของหนูน้อยจึงสมานตัวเข้าหากันทันที 

ส่วนถังเฉียนนั้นกรีดข้อมือตัวเอง ปล่อยให้เลือดไหลลงไปในชามหน้าแท่นพิธี จากนั้นจึงเทเลือดในชามลงไปในอ่างทองแดงซึ่งใส่ยาที่ต้มเสร็จแล้วไว้ ให้คนป่วยดื่มคนละอึก 

ในวันนั้นคนป่วยที่ดื่มยาจากอ่างทองแดงอาการค่อยๆ ดีขึ้น ถังเฉียนรู้ว่าเป็นเพราะเลือดของนางออกฤทธิ์ บางทีพิธีบวงสรวงของนางอาจจะมีส่วนด้วย 

“ดีจริงๆ ในที่สุดพวกเขาก็มีความหวังที่จะเอาชนะโรคร้ายแล้ว ขอเพียงอดทนต่อไป ย่อมต้องค้นพบวิธี ต่อให้ไม่ใช่ข้าก็ต้องมีหมอท่านอื่น”  

ในใจของถังเฉียนมีความหวังลุกโชนขึ้นอีกครั้ง เลือดของนางจะช่วยให้ชาวบ้านอดทนได้ไปอีกหลายวัน แต่หากบอกว่ากินยาแล้วโรคหายทันทีย่อมเป็นไปไม่ได้ ขอเพียงให้ถังเฉียนพักฟื้นสองสามวัน แล้วค่อยให้เลือดอีก กล่าวโดยรวมแล้วต้องให้นางสละเลือดสามครั้ง จึงจะทำให้ผู้ป่วยหายจากไข้ป่าอย่างแท้จริงได้ 

ยังดีที่ถังเฉียนเตรียมตัวไว้ก่อน นางให้อาห่าวเตรียมน้ำแกงไก่ไว้ล่วงหน้า หลังจากเพิ่งให้เลือดก็ดื่มน้ำแกงไก่ทันที แม้จะไม่สามารถช่วยให้สร้างเลือดใหม่ได้ทันที แต่เมื่อได้กินโสมด้วยก็ช่วยให้นางไม่เป็นลมหมดสติไป 

ถังเฉียนอ่อนเพลียเป็นอย่างมากเพราะเสียเลือด ต้องนอนพักเป็นเวลาหนึ่งวันถึงจะลุกขึ้นได้ อีกทั้งนางก็ได้พบว่าสถานการณ์ไข้ป่าในหมู่บ้านเทียนอีดีขึ้น หลายคนมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากดื่มยาครั้งที่สอง ไม่มีอาการเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวอีก อาการเหงื่อไหลจนเปียกโชกก็ค่อยๆ หมดไป อาการป่วยเบาลงจนแทบจะหายดีแล้ว ส่วนคนที่ป่วยหนักก็ทุเลาลง 

ส่วนฮวาหวนและถังเฉียนก็ได้รับการยกย่องจากชาวบ้านหมู่บ้านเทียนอีให้เป็นผู้วิเศษ 

 

------   

[1] น้ำไร้ราก คือน้ำที่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้า ในที่นี่หมายถึงน้ำฝนหรือน้ำค้าง มักใช้ในการปรุงเป็นส่วนผสมของยาในสมัยโบราณ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น