หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ทุกสิ่งที่นางมอบให้คนทรยศผู้นั้นไป นางย่อมต้องทวงคืนกลับมาด้วยมือตนเอง!

ตอนที่ 27 ผู้สืบทอดของจิ้งหนานอ๋อง

ชื่อตอน : ตอนที่ 27 ผู้สืบทอดของจิ้งหนานอ๋อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2563 15:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27 ผู้สืบทอดของจิ้งหนานอ๋อง
แบบอักษร

 

ที่วันนี้หอหร่วนเซียงคึกคักขนาดนี้ก็เป็นเพราะคนผู้หนึ่ง 

ซึ่งก็คือฉินมู่ปิง บุตรชายเพียงคนเดียวของจิ้งหนานอ๋อง และพระเชษฐาเพียงคนเดียวของฮ่องเต้ในรัชกาลปัจจุบัน  

ฉินมู่ปิงนับว่าเป็นราชนิกุลโดยแท้ บิดาของเขาเป็นพี่น้องร่วมอุทรกับฮ่องเต้ในรัชสมัยนี้ 

พระอัยยิกาของเขาก็คือไทเฮา[1]องค์ปัจจุบัน  

เกิดมานับว่ามีฐานะสูงส่งไม่ธรรมดา 

หลังจากฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ ก็เหลือท่านอ๋องอยู่เพียงไม่กี่องค์ จึงยิ่งมีฐานะสูงส่งเป็นเท่าทวี 

ฉินมู่ปิงกับไหวอ๋องฉินโม่โจวนั้นแตกต่างกัน เขาเป็นพระญาติร่วมสายโลหิตของฝ่าบาท ทั้งยังได้รับความรักใคร่เอ็นดูจากไทเฮาเป็นอย่างมาก 

ในเมืองหลวงแห่งนี้ เขาก็คือป้าอ๋อง[2]น้อย! 

ฉินมู่ปิงเป็นแขกประจำของหอหร่วนเซียง หอหร่วนเซียงมีนางคณิการูปงามอย่างหลานสุ่ยเหยียน ซึ่งเป็นคนสนิทผู้รู้ใจของฉินมู่ปิง 

แต่ละปีหอหร่วนเซียงจะจัดงานชุมนุมดอกเหมยขึ้น ซึ่งฉินมู่ปิงจะต้องมาเข้าร่วมเสมอ 

และวันนี้เป็นวันงานชุมนุมดอกเหมยของหอหร่วนเซียงพอดี 

ซูหลีรู้เรื่องพวกนี้ก็เพราะเสิ่นฉางชิง เสิ่นฉางชิงมีน้องชายผู้หนึ่งที่หลงใหลหลานสุ่ยเหยียนเป็นที่สุด ซ้ำเขายังก่อเรื่องขึ้นในงานชุมนุมดอกเหมยในครั้งก่อน สุดท้ายแล้วหลี่จื่อจินต้องใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว ถึงช่วยน้องชายของเสิ่นฉางชิงออกมาได้  

เมื่อคิดถึงเรื่องราวในอดีต บนใบหน้าซูหลีก็ปรากฏแววเย้ยหยันขึ้นหลายส่วน 

ชาติก่อน แม้นางจะมิได้รักใคร่เสิ่นฉางชิง ทว่านางกลับอุทิศตนเพื่อสกุลเสิ่นจนตัวตาย 

ตระกูลเสิ่นที่ยุ่งเหยิง ยังต้องให้คนป่วยกระเสาะกระแสะอย่างนางมาจัดการ 

นางจัดการดูแลเรื่องราวมากเพียงไร ทว่าสุดท้ายแล้วกลับได้รับจุดจบเช่นนั้น 

คนอย่างเสิ่นฉางชิง มิใช่คู่ครองที่ดีเลยจริงๆ! 

...... 

รอบด้านมีคนไปคนมาเป็นจำนวนมาก ซูหลีนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ เดินไปด้านในหอหร่วนเซียง 

เมื่อเดินเข้าไปถึงด้านใน ก็มีสาวใช้ที่รู้ความก้าวเข้ามาหานาง ครั้นเห็นนางแต่งกายไม่ธรรมดา แต่ไม่คุ้นหน้า สาวใช้นางนั้นก็ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพาซูหลีไปนั่งตรงแถวที่สามจากทางด้านหน้า 

ซูหลีไม่ตอบรับหรือปฏิเสธที่นั่งนี้ 

เพราะตรงตำแหน่งนี้ไม่มีใครสนใจนางพอดี นางจึงพอใจอยู่บ้าง 

“นี่รางวัล” หลังจากนั่งลงแล้ว ซูหลีมองชุยตานปราดหนึ่ง เขาก็มอบเงินหนึ่งตำลึงให้สาวใช้นางนั้น 

“คุณชายดูไม่คุ้นเลย พวกท่านคงมาที่นี่เป็นครั้งแรกกระมัง” สาวใช้นางนั้นรับเงินมา ชั่งประมาณอยู่ในมือ ก็พบว่าเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลย 

นางแย้มยิ้มชวนซูหลีพูดคุยโดยพลัน 

หลังจากซูหลีกลับสกุลซู ซูไท่ก็ให้เงินนางไม่น้อย ราวกับจะชดเชยช่วงเวลาหลายเดือนก่อนที่นางต้องไปอยู่ข้างนอก จำนวนเงินเหล่านี้นับว่าไม่น้อยทีเดียว วันนี้ซูหลีนำมันออกมาใช้แล้ว 

มาสถานที่เช่นนี้ ย่อมต้องมาใช้เงิน 

“อืม” ซูหลีมองรอบด้านอย่างสนอกสนใจ ก่อนจะพยักหน้ารับ 

ที่นี่เป็นหอโคมเขียวที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง การก่อสร้างนับว่าหรูหราเป็นที่สุด อย่าว่าแต่โต๊ะเก้าอี้ทำจากไม้แดง แม้แต่ม่านมุ้งก็ยังมิใช่ของธรรมดา 

“ไม่ทราบว่าวันนี้คุณชายมาหาแม่นางท่านไหนเจ้าคะ” สตรีในหอโคมเขียว ต่างก็แต่ถูกเรียกขานว่าแม่นาง 

ซูหลีได้สติ นางมองไปทางสาวใช้นางนี้คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “เจ้าลองทายดูสิ” 

สาวใช้ได้ยินดังนั้นก็ยิ้ม ก่อนจะพูดแนะนำขึ้นไม่ขาดปาก 

“มิใช่ว่าข้าน้อยคุยโวหรืออะไร แต่แม่นางในหอหร่วนชุยแห่งนี้ นับเป็นหนึ่งในเมืองหลวงจริงๆ! รูปโฉมนั้นก็งดงามเป็นที่หนึ่ง ก่อนหน้านี้คุณชายต้องเคยได้ยินชื่อแม่นางสุ่ยเหยียน แม่นางไป๋หลาน แม่นางชิงจือ...” 

 

------ 

[1] ไทเฮา คือ พระพันปีหลวงหรือพระอัครมเหสีในจักรพรรดิองค์ก่อน 

[2] ป้าอ๋อง หมายถึง อ๋องผู้ยิ่งใหญ่ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น