หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

"ผมจะให้คุณได้ชดใช้ในส่วนของอีอีอย่างสาสม!"

ตอนที่ 18 จะทนได้นานสักแค่ไหน

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 จะทนได้นานสักแค่ไหน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2563 15:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 จะทนได้นานสักแค่ไหน
แบบอักษร

 

ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้มีเรื่องราวผ่านเข้ามาไม่น้อย ฉู่เจียเสวียนรู้สึกปลงกับเรื่องเหล่านี้เสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรักหรือเรื่องครอบครัว ระหว่างคนสองคนถ้าหากคนใดคนหนึ่งไม่มีกะตือรือร้นแล้ว ความสัมพันธ์นั้นก็จะไม่มีทางยืนยาว 

และตอนนี้เธอก็เหน็ดเหนื่อยกับความกระตือรือร้นนั้นแล้ว ไม่อยากจะยื้อคนในครอบครัวและคนรักอีกต่อไป 

และมันก็ได้เวลาลืมเรื่องของเผยหนานเจวี๋ยเสียที 

เมื่อกลับถึงคอนโด ฉู่เจียเสวียนก็ล้มตัวนอนลงบนเตียง เธอหลับตาลงครู่หนึ่งและพบว่าห้องเงียบเชียบจนรู้สึกผิดปกติ เธอลืมตาขึ้นดูและคาดไม่ถึงว่าจะเห็นเผยหนานเจวี๋ยที่ไม่ได้เจอหน้ามานาน 

เธอพูดจาอึกอัก อยากจะพูดบางอย่างแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร 

เมื่อเผยหนานเจวี๋ยได้ยินเสียง ก็หันไปมองคนที่อยู่บนเตียง เข้าไปใกล้ด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์พลางพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ให้เวลาคุณเตรียมตัววันหนึ่ง มะรืนจะต้องกลับไปทำงานที่บริษัท” 

เธอเกือบลืมไปแล้วว่าเธอทำงานที่อยู่บริษัทของเผยหนานเจวี๋ย 

เมื่อนึกถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองคน เธอก็ขมวดคิ้ว “ฉันอยากออกไปหางานใหม่ค่ะ” 

“ทำไม ไม่ชอบบริษัทผมงั้นเหรอ? หืม?” เผยหนานเจวี๋ยไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด คิ้วที่เหมือนกับดาบสองเล่มแทบจะรวมกันเป็นเส้นเดียว “หรือว่า คุณแค่ไม่อยากเจอผม? ยินดีด้วย เวลาที่ผมเห็นคุณผมก็รู้สึกขยะแขยงเหมือนกัน” 

“…” เมื่อถูกจู่โจมด้วยคำพูดที่ไม่มีที่มาที่ของเผยหนานเจวี๋ย ฉู่เจียเสวียนยังไม่ทันได้ตอบ “เผยหนานเจวี๋ย คุณ…” 

“คุณอะไรคุณ พรุ่งนี้ผมจะต้องเห็นคุณไปทำงาน ไม่อย่างนั้นคุณจะต้องรับผลที่ตามมา” เมื่อพูดจบ เขาก็จากไปโดยไม่ได้หันมามอง 

ดวงตาของฉู่เจียเสวียนเต็มไปด้วยความตรอมตรม 

ในเมื่อขยะแขยงเธอขนาดนั้น แต่เขากลับยังเก็บเธอไว้ข้างกายอยู่อีก สงสัยคงอยากจะทรมานเธอทั้งวันทั้งคืนเลยสินะ 

การแต่งงานครั้งนี้ เธอไม่รู้ว่าตัวเองยังจะทนได้อีกนานแค่ไหนกันแน่… 

วันต่อมา ฉู่เจียเสวียนฝืนตัวเองไปทำงานที่บริษัท 

บางทีเงินเดือนต่างหากที่เป็นแรงกระตุ้นของเธอ ฉู่เจียเสวียนยิ้มอย่างขมขื่น 

ครอบครัวและสามีต่างไม่สนใจเธอ ถ้าหากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปก็ต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้น 

บริษัท 

ฉู่เจียเสวียนเดินมาถึงหน้าโต๊ะทำงานของตัวเอง แต่กลับพบหญิงสาวเจ้าเสน่ห์คนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะของเธอ 

เธอขมวดคิ้ว ผู้หญิงคนนี้นั่งผิดที่หรือเปล่านะ? แต่ว่าสิ่งที่เธอถือในมือเห็นได้ชัดว่ามันคือแผนงานของตัวเอง 

เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง เธอก็ยังตั้งใจทำเป็นหยิบกระเป๋าเอกสารออกมา 

ตอนนี้เอกสารที่ผู้หญิงคนนั้นถืออยู่ในมือ ด้านข้างก็มีกระเป๋าเอกสารเปิดไว้พอดี 

ดูท่าจะไม่ดีเสียแล้ว ฉู่เจียเสวียนหรี่ตา ถ้าหากเป็นการนั่งผิดที่ธรรมดา หึ แล้วทำไมถึงมีเรื่องเข้าใจผิดแบบนี้ได้นะ? ยิ่งไปกว่านั้นยังเปิดแผนงานของเธออีกด้วย 

ฉู่เจียเสวียนเดินเข้าไปใกล้ที่นั่งของตัวเอง “สวัสดีค่ะ เกรงว่าคุณนั่งผิดที่แล้วหรือเปล่า?” 

ผู้หญิงคนนั้นเงยหน้า ใบหน้าที่ไม่ได้สวยงามนักถูกแต่งจนหนาเตอะ ฉู่เจียเสวียนที่ปกติแล้วไม่สนใจรูปลักษณ์ภายนอกสักเท่าไรเห็นแบบนี้ก็ไม่กล้าเอ่ยปากชม 

และด้วยความประหลาดใจผู้หญิง ผู้ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเธอก็คือไป๋หลิง 

ไป๋หลิงกับเธออยู่แผนกเดียวกันมาตลอด จะมีความผิดพลาดกันง่ายๆ แบบนี้ได้อย่างไร? ไป๋หลิงไม่เป็นที่นิยมนักในหมู่เพื่อนร่วมงาน แม้ว่าฉู่เจียเสวียนจะเป็นคนที่ไม่สนใจเรื่องภายนอกแต่ก็พอรู้เรื่องของไป๋หลิงมาบ้าง 

พวกเขาต่างพึ่งความพยายามในการทำงานเพื่อเลี้ยงปากท้อง แต่ไป๋หลิงพึ่งเรือนร่างเพื่อปีนขึ้นสู่ที่สูง 

ไป๋หลิงเหลือบตาขึ้นมองฉู่เจียเสวียนด้วยความหยิ่งผยอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความยโส “อ้อ ก็ประธานเผยให้ฉันมานั่งตรงนี้เอง มันจะผิดได้ยังไง?” 

ไป๋หลิงพูดคำว่า ‘ประธานเผย’ ด้วยความยั่วยวนเป็นพิเศษ จงใจทิ่มแทงหัวใจของฉู่เจียเสวียน 

เผยหนานเจวี๋ย เผยหนานเจวี๋ยอีกแล้วเหรอ… 

ไม่อนุญาติให้เธอเปลี่ยนงานหรือที่ทำงาน และยังให้คนอื่นแทนที่ตำแหน่งของเธอ 

“แล้วแผนงานของฉันล่ะคะ?” 

ฉู่เจียเสวียนกลั้นไฟแห่งความโกรธเอาไว้ และยังถามด้วยความอารมณ์ดี 

ไป๋หลิงเล่นกับเล็บที่เพิ่งทำมาใหม่ ไม่ได้ถือฉู่เจียเสวียนเป็นเรื่องจริงจังอะไร อีกทั้งยังมองฉู่เจียเสวียนด้วยท่าทีเยาะเย้ยเสียด้วยซ้ำ 

“อ้อ นี่น่ะเหรอ?” ไป๋หลิงหยิบกระดาษขึ้นมาสองสามแผ่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง “นี่เป็นแผนงานของฉันนะ หนานเจวี๋ยยังชมว่าฉันทำงานดีเลย” 

ไป๋หลิงพูดด้วยเสียงเล็กเสียงน้อยเพื่อยั่วโมโหฉู่เจียเสวียน 

เฮอะ ก็แค่ผู้หญิงที่กำลังจะถูกเขี่ยทิ้งไม่ใช่เหรอ? มีอะไรสู้ไม่ได้เชียว? 

ฉู่เจียเสวียนพยายามอย่างหนักเพื่อระงับความโกรธ 

เผยหนานเจวี๋ย ดีมาก นี่คือแผนงานที่เธออดหลับอดนอนเร่งมือทำเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ก่อนที่เธอจะลาป่วย เพื่อให้คนอื่นมาชุบมือเปิบงั้นเหรอ? 

“ฉันจะทำงานแล้ว รีบถอยไปซะ” 

ฉู่เจียเสวียนขมวดคิ้ว ไม่อยากเถียงกับไป๋หลิงอีกแล้ว 

แต่ไป๋หลิงกลับยิ่งจองหองกว่าเดิม “ฮะ ทำงานเธอเหรอ? เธอจะทำงานที่ไหนเหรอ?” 

ฉู่เจียเสวียนมองดูสายตาที่เย้ยหยันของไป๋หลิง พลันรู้สึกแย่ขึ้นมาทันที 

เพียงแต่… 

ก่อนหน้านี้เผยหนานเจวี๋ยไม่อนุญาตให้เธอเปลี่ยนที่ทำงาน แต่ตอนนี้กลับส่งคนมาแทนที่ตำแหน่งเธองั้นเหรอ? 

แม้จะยังคงคิดว่าเผยหนานเจวี๋ยอาจรักเธอเข้าสักวันหนึ่ง แต่ว่าฉู่เจียเสวียนกลับถูกความจริงที่โหดร้ายสาดน้ำเย็นใส่เธออีกครั้ง 

ความจริงแล้ว ที่ผ่านมาเธอยังไม่เทียบเท่าเมียน้อยของเผยหนานเจวี๋ยอีกเหรอ? อย่างเช่นไป๋หลิงที่ได้เลื่อนตำแหน่งง่ายๆ แบบนี้ 

เมียน้อยของเผยหนานเจวี๋ย แล้วนอกจากคนนี้ล่ะ? 

ไป๋หลิงมองดูฉู่เจียเสวียนอย่างภาคภูมิใจ “ต้องขอโทษจริงๆ นะ ฉันแค่พูดคำเดียว หนานเจวี๋ยก็ยกตำแหน่งเธอให้ฉันซะแล้ว” 

ฉู่เจียเสวียนไม่ได้อยากได้ยินอีกแล้วว่าเผยหนานเจวี๋ยดีกับเมียน้อยที่อยู่ข้างนอกมากแค่ไหน เธอขมวดคิ้ว 

ไป๋หลิงกลับยิ่งได้ใจ “ถ้าเธอไม่เชื่อ งั้นก็ไปหาหนานเจวี๋ยกับฉัน ดูว่าเขาจะว่ายังไง” 

เพื่อนร่วมงานรอบตัวต่างปรึกษาหารือและกระซิบกระซาบกันอยู่อีกด้านหนึ่ง 

อันที่จริง คำพูดนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าความเย่อหยิ่งของไป๋หลิง และความน่าสงสารของผู้หญิงที่กำลังจะถูกเขี่ยทิ้งคนนี้  

ความคับข้องใจของฉู่เจียเสวียนในระยะหลังนี้มีมากเกินไป เธอจึงรับปากไป๋หลิงอย่างไม่ลังเล 

เธออยากเห็นว่าเผยหนานเจวี๋ยเกลียดเธอถึงระดับไหนกันแน่ 

ความคิดเห็น