หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

"ผมจะให้คุณได้ชดใช้ในส่วนของอีอีอย่างสาสม!"

ตอนที่ 17 ระหว่างพวกคุณมีเรื่องเข้าใจผิดกันหรือเปล่า

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 ระหว่างพวกคุณมีเรื่องเข้าใจผิดกันหรือเปล่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 16:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 ระหว่างพวกคุณมีเรื่องเข้าใจผิดกันหรือเปล่า
แบบอักษร

 

แม้ฉู่เจียเสวียนจะอยู่อีกฟากของกำแพงแต่ก็ยังได้ยินคำพูดนี้ เผยหนานเจวี๋ยคงจะไม่มีใจแล้ว เป็นไปได้ว่าต่อให้เธอตายไปเขาก็อาจจะไม่มาให้เห็น 

เธอแอบเสียใจเล็กน้อย พลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาแม่ 

มีคนรับสายแล้ว 

“แม่คะ ตอนนี้หนูอยู่โรงพยาบาล แม่พอมีเวลาหรือเปล่าคะ?” คนเราเมื่อถึงเวลาอ่อนแอ จะต้องการคนใกล้ชิดมาอยู่ข้างกายเป็นพิเศษ เพราะราวกับว่าจะทำให้ความเจ็บปวดหายเร็วขึ้นมาบ้าง “ฉันอยากกินข้าวที่แม่ทำล่ะ” 

“ฉันไม่มีเวลา!” แม่ของเธอพูดประโยคนี้ออกมาโดยไม่คิด ทำให้ความหวังของฉู่เจียเสวียนมลายไปหมดสิ้น 

เธอได้ยินเสียงไพ่นกกระจอกอย่างชัดเจน! 

จะไม่มีเวลาได้ยังไง! 

“แม่เล่นไพ่นกกระจอกอยู่เหรอ?” ฉู่เจียเสวียนยังคงมีท่าทีระมัดระวังและเอาใจเล็กน้อยเหมือนเก่า 

แต่ว่าฝ่ายตรงข้ามกลับยิ่งหงุดหงิดและมีน้ำเสียงไม่ดีนัก “ฉันบอกว่าฉันไม่มีเวลา ฉันยังโกหกแกอยู่อีกเหรอ? เลิกมากวนฉันได้แล้ว ถ้าฉันมีเวลาฉันจะไปหาแกเอง แกเอาที่อยู่โรงพยาบาลกับเลขที่เตียงของแกมาให้ฉันก็พอแล้ว” 

“ตู๊ดๆๆ…” 

สายถูกตัดไปแล้ว 

นี่เป็นการนอนโรงพยาบาลครั้งที่สอง ตลอดระยะเวลาแม่ไม่เคยมาเลยสักครั้ง เธอไม่เชื่อหรอกว่าอีกฝ่ายจะไม่มีเวลา แต่ว่าก็ไม่อยากจะคิดมากเพราะเธอเองก็รู้สึกได้ว่าที่จริงแล้วเธอไม่ได้มีความสำคัญกับพวกเขาเลยสักนิดเดียว 

หลี่จิ้งเดินเข้ามา นำเครื่องกรองน้ำใส่กระเป๋าพลางมองดูเธออย่างปวดใจ “ลูกของฉันก็อายุพอๆ  กับคุณเลยค่ะ เวลาเห็นคุณทุกข์ใจ ก็เหมือนกับฉันเห็นพวกเขาทุกข์ยังไงยังงั้น…เฮ้อ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว คุณอยากกินอะไรไหมคะ ฉันจะไปทำให้คุณกินเอง” 

บางที คนในครอบครัวก็ยังสู้คนแปลกหน้าที่รู้จักกันเพียงไม่กี่วันไม่ได้ 

ในใจของฉู่เจียเสวียนเหน็บหนาวเข้ากระดูกราวกับน้ำแข็งที่แช่มาพันปี 

“ขอบคุณนะคะคุณน้า แต่ไม่เป็นไรค่ะ ตอนนี้ฉันไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น” ฉู่เจียเสวียนหมดความอยากอาหารแล้ว เธอนอนอยู่บนเตียงด้วยความเหนื่อยล้า อยากจะหลับไปแบบนี้และไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีกเลย 

แต่เรื่องกลับไม่เป็นไปอย่างที่ใจหวัง เธอตื่นขึ้นมากลางดึก อีกสองคนที่อยู่ในห้องผู้ป่วยต่างกลับบ้านไปหมดแล้ว เธออยู่ในห้องที่เย็นยะเยือกนี้เพียงคนเดียว รู้สึกเศร้าเหลือเกิน 

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หน้าจอว่างเปล่า แม่ไม่ได้ตอบข้อความกลับมา 

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ร่างกายของเธอก็เริ่มดีขึ้น คุณหมอแนะนำให้เธอกลับบ้านไปพักผ่อน หลี่จิ้งได้ยินก็ดีใจมากเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะโทรไปหาเผยหนานเจวี๋ย แต่ถูกฉู่เจียเสวียนห้ามไว้เสียก่อน 

“ไม่ต้องโทรไปหาเผยหนานเจวี๋ยหรอกค่ะ ฉันยังไม่ตาย!” 

บังเอิญว่าเผยหนานเจวี๋ยได้ยินคำพูดนี้จากที่ที่ไม่ไกลนัก เมื่อเขาเห็นใบหน้าที่ไม่แยแสของฉู่เจียเสวียน ก็ส่งเสียง ‘หึ’ ออกมาอย่างเย็นชา แล้วกลับหลังหันจากไปทันที 

แม้ว่าเขารู้สึกไม่สบายใจเมื่อได้ยินคำนี้ แต่ก็ไม่ได้กลับไปหาเรื่องให้วุ่นวาย 

หลี่จิ้งถอนหายใจแล้วมองดูของในถุงใบน้อยใหญ่ พวกเธอสองคนไม่มีทางจะเอาไปได้ จึงเสนอว่า “คุณหนูฉู่คะ พวกเราเรียกคุณเผยมาเถอะค่ะ ของพวกนี้มันเยอะเกินไป พวกเราเอาไปไม่หมดหรอกค่ะ” 

ฉู่เจียเสวียนไม่อยากวุ่นวายกับเผยหนานเจวี๋ยแม้แต่นิดเดียว จึงรีบปฏิเสธและพูดอย่างโมโหว่า “ไม่ต้องเรียกเขา! ของพวกนี้ก็เอาไปได้!” 

เธออยู่โรงพยาบาลมาก็หลายวันแล้ว แต่ไม่เคยเห็นแม้แต่เงาของเผยหนานเจวี๋ย นี่ก็แสดงให้เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าเขาไม่อยากมา? 

โทรไปตอนนี้ก็เท่ากับทำเรื่องที่เกินความจำเป็น เผยหนานเจวี๋ยก็ต้องไม่มาอยู่แล้ว! 

คิดไปคิดมา เธอก็หันไปมองหลี่จิ้ง “ขอโทษนะคะ ต้องรบกวนคุณแล้วล่ะ” 

หลี่จิ้งส่ายหัว “ไม่เป็นไรค่ะ แต่ว่าคุณหนูฉู่ ฉันเห็นว่าคุณเผยก็ดูจะแคร์คุณมากนะคะ ระหว่างพวกคุณมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่า?” 

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเผยหนานเจวี๋ย ฉู่เจียเสวียนไม่อยากตอบเลยสักนิด เธอส่ายหัว “ฉันกับคุณเผยคนนั้นไม่มีอะไรต้องเคลียร์กันทั้งนั้นค่ะ  ทีหลังอย่าถามอะไรพวกนี้อีกเลยนะคะ” 

 

ความคิดเห็น