Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 35 : ครอบครัวฉลาม

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 35 : ครอบครัวฉลาม

คำค้น : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.8k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 11:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 35 : ครอบครัวฉลาม
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 35 : ครอบครัวฉลาม 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

“ใส่ร้ายอาด้วย?”

 

“เปล่าซะหน่อย เน่วก็แค่...แต่งนิทานให้พ่อฟัง พ่อก็เลยหยอกอาขำๆ” เจ้าคนน้องขมวดคิ้วแน่น ซ้ำยังกอดอกตัวเองแสดงให้เห็นว่าเขากดโกรธพี่ชายคนนี้ สงสัยจังเลยว่านิสัยที่พูดความจริง นอกจากมันจะเป็นนิสัยของเด็กน่ารักนิสัยดีแล้ว มันยังมาจากพันธุกรรมจากพ่อเขาด้วยหรือเปล่า เพราะพอได้ยินเขาพูดแบบนั้นผมก็อดเหลือบตาไปมองดายไม่ได้

 

นี่มันดายขนาดย่อชัดๆ เลยไม่ใช่หรือไง ไม่ใช่นิสัยขี้ฟ้องนะ

 

นิสัยที่พูดความจริง

 

“แล้วอาขำด้วยไหม?” ผมหันไปถามโนเอล ไม่ลืมหันไปย่นคิ้วใส่ดาย “และคุณก็ใจร้ายกับเขาตอนผมไม่อยู่?”

 

“ผมแค่ขู่”

 

“ดาย”

 

“ผมขอโทษ โนเอล” เจ้าของชื่อเหวอไปเลยเมื่อคุณสามีรู้ตัวว่าทำอะไรผิด เล่นเอาโบกไม้โบกมือเป็นการไม่ถือสาแทบไม่ทัน จากนั้นผมก็หันไปมองเจ้าตัวแสบเลิกคิ้วใส่เขาว่าจะแก้ตัวกับสิ่งที่พี่ชายพูดว่ายังไง “แดเนียล ขอโทษอา”

 

“แต่เน่วไม่ได้ดุอาสักหน่อย” ตัวแสบบ่นอุบอิบ ดายเลยขมวดคิ้วดุ พอดีแลนไม่อยู่ล่ะก็ไม่มีคนให้ท้าย คุณพ่อคนโตก็อยู่ในระเบียบในลู่เลยดื้อมากไม่ได้ “เน่วขอโทษก็ได้ เน่วไม่ได้ตั้งใจให้อาโดนพ่อดุ”

 

“แล้วเรื่องเจซี่ล่ะ?”

 

“เน่วแค่พูดเล่นเอง ไม่ได้จะกินจริงๆ สักหน่อย เจซี่ตัวเล็กเกินไปเน่วกินไม่อิ่ม”

 

“หงิงๆ” เจ้าตูบที่ได้ยินถึงกับหนีไปซ่อน สงสารมันเหลือเกินไม่รู้ว่าตั้งแต่ถูกรับมาเลี้ยง มันเจอคนแกล้งไปถึงไหนต่อไหน โดยเฉพาะเจ้าลูกชายตัวแสบของผมเนี่ย ถอดแบบคุณพ่อมาจนไม่รู้จะห้ามปรามยังไง

 

“แล้วเรื่องปิดปากน้องล่ะตัวแสบ”

 

“เน่วก็แค่ไม่อยากให้น้องร้องไห้เอง เสียงน้องดังจะไปรบกวนแม่นะ” ทำหน้าจริงจังเชื่อมั่นว่าที่ทำน่ะถูกต้อง “แล้วเน่วก็ตรวจสอบด้วยว่าเสียงน้องจะดังแค่ไหน เน่วไม่ได้แกล้งนะ เน่วเป็นคนดี เป็นฮีโร่สุดเท่ของน้อง”

 

“หนูคิดว่าไง ที่พี่พูดมาจริงไหมซีน่อน”

 

“แอะๆ” เจ้าตัวเล็กตอบไม่เป็นภาษาต้องให้คนพี่ที่อยู่ต่ำกว่าต้องลุ้นว่าทำสีหน้าแบบไหน แน่นอนซีน่อนไม่ได้แสดงสีหน้าไม่ดีหรือต่อว่าอะไร กลับกันเขายิ้มกว้างมากราวกับว่านั่นคือการเล่นกันขำๆ ต่อให้ผมจะคิดภาพออกก็ตามว่ามันไม่ขำเลยสักนิด

 

แต่จะว่าเขาก็ไม่ได้แดเนียลยังเด็ก เขาก็มีความคิดตามวัยของเขานั่นแหละ

 

ทว่าก็อดยิ้มไม่ได้ตอนเห็นเจ้าตัวแสบอ้วนกลมจับชายเสื้อตัวเองแล้วบิดไปมาอย่างกังวล คงอยากรู้ว่าน้องจะตอบอะไรแล้วตัวเองจะโดนดุไหม คุณพี่ชายเขาก็กะพริบตาปริบๆ เอียงคอมองเป็นการขอคำตอบว่าน้องบอกมาว่ายังไง

 

“แม่เชื่อเน่วไหม?”

 

“แม่เชื่อว่าวันนี้มีคนกินขนมหวานเยอะเลย” ไม่ตอบประเด็นเก่า กลับเลือกไปโฟกัสประเด็นใหม่ ผมย่อตัวไปเช็ดผงขาวๆ ที่ติดตามมุมปากของเขาให้ ดูรู้เลยว่ามีคนซื้อของมาตามใจหลาน “มาชเมโล่อีกแล้วเหรอ ถามจริงโนเอล?”

 

“ก็มันลดราคาอยู่ และเด็กๆ ก็ชอบกันนี่น่า”

 

“ลูกผมจะเป็นหมูป่าแทนฉลามแล้ว คุณขุนเขาเกินไปแล้วนะ”

 

“เน่วไม่ได้อ้วนนะ!” แย้งเสียงดังแล้วเปิดพุงให้ดู เห็นแล้วอยากจะบีบ อยากจะขยำให้มันส์มือ “เน่วสมส่วน หุ่นดีเหมือนพ่อเลย”

 

“เหมือนพ่อตอนกินวาฬหมดโลก”

 

“พ่อฮะ!” ตัวแสบงอแงใส่ดายที่แซวแบบนั้น เล่นเอาคุณพ่อถึงกับหลุดขำกับท่าทางชวนฟัดนั่น คนที่เหลือเองก็อดเอ็นดูไม่ได้ ถึงจะชอบแซวว่าอ้วนแค่ไหน แต่บอกตามตรงว่าผมโคตรชอบเวลาเขากินเลย เขาดูมีความสุข ดูสนุกที่หยิบอะไรเข้าปากตัวเองก็ได้ จะว่าไปแล้วครอบครัวเราก็ไม่มีใครแพ้อาหารอะไร

 

นั่นยิ่งทำให้แดเนียลสนุกกับเรื่องกินมากขึ้นไปอีก

 

“ดีใจที่ได้เจอคุณสักที”

 

“เช่นกันครับ” โนเอลเข้ามากอดผม ทักทายที่ผมหลับไปสองวัน “หวังว่าผมคงไม่ได้พลาดอะไรสำคัญไปนะ”

 

“ไม่หรอก แค่คุณปล่อยผมไว้กับฉลามสองตัว” ผมหัวเราะ ขบขันไปกับมุกนั่นที่ผสมความกลัวของโนเอลไปนิดหน่อย เขาลูบหัวซีน่อนเล็กน้อยให้เจ้าตาหวานยิ้มกว้างให้เขา เพิ่งสังเกตว่าสีตาของเราเหมือนกัน ติดแค่ว่าของลูกชายดูหวานกว่าผมนัก

 

เหมือนผสมความขี้เล่นของดีแลนกับความเป็นผมไว้ด้วยกัน

 

“ตาเขาเหมือนคุณ” โนเอลอ่านใจผม เอานิ้วชี้ที่ตาตัวเองเป็นตัวเสริมทัพ “ผมเห็นตั้งแต่วันที่เขาเกิดมา ตาเขาเหมือนคุณมาก ติดแค่ดูอ่อนโยนกว่าแล้วก็หวานกว่า”

 

“ผมนึกว่าวันนั้นคุณสลบไปก่อนผมซะอีก ไม่คิดว่าจะสังเกตทัน”

 

“ผมก็ไม่ได้หลับไปหลายวันอย่างคุณไหมล่ะ ที่สำคัญคือเราพลาดจันทรุปราคาวันนั้นไปแล้ว”

 

“แต่เน่วกับพี่ดูทันนะ!” แดเนียลแทรกขึ้น ยกมือตอบเหมือนตัวเองอยู่ในชั้นเรียนยังไงยังงั้น “พระจันทร์ดวงใหญ่มาก ตอนแรกเป็นสีแดงแล้วก็เปลี่ยนเป็นสีขาว จากนั้นก็ได้ยินเสียงน้องร้อง น้องเป็นคนไล่เงา”

 

“แต่น้องหลับไปพร้อมแม่เลยไม่เห็นพระจันทร์ตอนเที่ยงคืนครับ” ซีวานตอบแทนน้อง สนับสนุนให้แดเนียลพยักหน้าเห็นด้วย “แต่พ่อถ่ายภาพไว้ให้ ผมดูแล้วก็สวยพอๆ กับที่ตาเห็น”

 

“ไว้คราวหน้าเรามาดูด้วยกันใหม่ดีไหม ครั้งนี้แม่กับน้องจะไม่พลาดแล้ว”

 

“ครับ” ลูกคนโตยิ้มหวานฉายชัดความอบอุ่นจนผมอดก้มลงไปหอมไม่ได้ แน่นอนพอหอมคนพี่มีเหรอว่าไอ้ตัวแสบจะไม่ขอมาจุ้บด้วย เรียกได้ว่าเขย่งสุดขีด เอาหัวมาโหม่งปากผมด้วยซ้ำ ดีนะฟันไม่แตก พอตัวเองได้จุ้บนิดเดียวก็มีการกอดคอผมอีก แล้วด้วยน้ำหนักตัวผมแทบจะคว่ำไปหาเขา เล่นเอาดายรั้งตัวไว้แทบไม่ทัน

 

เกือบทำแม่พิการแล้วไอ้อ้วนเอ้ย

 

“คิ้กๆ” แดเนียลหัวเราะหลังได้จุ้บผม รีบปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ กินขนมที่อาซื้อมาให้ต่อ ผมได้แต่หยิกแก้มกลมๆ เอาคืนเจ้าลูกชายที่เกือบทำผมล้ม ดายขึ้นไปอาบน้ำผลัดกับดีแลนที่เพิ่งอาบเสร็จ ผมกินอาหารที่โนเอลซื้อมา ฟังเขาเล่าเรื่องเด็กๆ ว่าเมื่อวานเป็นยังไงกันบ้าง ผสมโรงไปกับคุณพ่อที่ขัดจังหวะอยู่สองสามครั้ง เรื่องปกติที่ผมได้แต่ส่ายหัวเหนื่อยหน่ายใส่

 

แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นส่วนประกอบของความสุขที่ทำให้เรายิ้มได้

 

ยิ่งดายมาร่วมบทสนทนาด้วย ผมก็รู้สึกถึงความเป็นครอบครัวมากขึ้น ส่วนใหญ่ผมเป็นผู้ฟัง เนื่องจากตัวเองหลับไปนานกว่าชาวบ้านเขา หนำซ้ำยังต้องชะงักเพราะหมอโทแวนมาตรวจร่างกายให้อีก

 

หลังจากนี้ผมจะปิดอู่ของจริง ถึงเวลาเลี้ยงสามพี่น้องให้ดีแล้ว

 

“ตัวนี้คือตัวอะไรครับ?” ผมถามซีน่อนที่นอนอยู่ในรถเข็นพร้อมกับชี้ไปที่ปลากระเบนซึ่งอยู่ในอุโมงค์ที่เราเดินผ่าน ผ่านมาสองอาทิตย์แล้วที่ลูกน้อยของเราเกิดมา ผมยังไม่เห็นวี่แววความเป็นฉลามจากเขา ตอนร้องไห้ก็ไม่มีครีบโผล่จากหลังอย่างแดเนียล ตอนท้องอยู่ก็ไม่ได้เปลี่ยนร่างเช่นซีวาน

 

มีเพียงแค่ความเป็นมนุษย์เท่านั้นที่โดดเด่นมาก คุณหมอเลยคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่ซีน่อนจะเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ คล้ายกับว่ายีนส์เด่นกับยีนส์ด้อยมีการข่มกันไปมา ปกติแล้วสำหรับไม้ดอกรุ่นแรก ครอสลูกออกมาจะได้สี่แบบ เป็นยีนส์เด่นสาม ยีนส์ด้อยหนึ่ง ผมคิดว่าลูกฉลามก็เป็นแบนนั้น

 

เพราะเราเสียคนที่สามไป ซีน่อนเลยมีพัฒนาการทางมนุษย์เยอะกว่ามาก แต่เราก็ต้องรอดูตอนสองขวบอยู่ดี อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปก็ได้ ระหว่างนี้ผมก็จะพยายามพัฒนาเขาทั้งสองด้าน จะได้สังเกตไปด้วยว่าเขาจะเติบโตไปในทิศทางไหน

 

ต่อให้เราจะเห็นชัดเจนแล้วก็ตามว่ายีนส์ไหนเด่นกว่า

 

ประจวบเหมาะมีโอกาสได้มาพิพิธภัณฑ์ที่ผมทำงานพอดี ใจจริงอยากมาคุยเรื่องทำงานต่อนั่นแหละ แต่เผอิญว่าวันนี้คนที่ผมอยากคุยด้วยไม่อยู่ เลยกลายเป็นว่าพาเด็กๆ มาเรียนรู้โลกใต้น้ำแทน

 

“แอ้”

 

“ใช่ครับ กระเบน หนูได้อีกแต้มแล้ว” เจ้าตัวเล็กยิ้มกว้างตอนผมหยิบตัวปั๊มรูปดาวมาปั๊มลงบนสมุด ผมจะถามเขาว่าสัตว์แต่ละชนิดที่เราพบมีชื่อเรียกว่ายังไงบ้าง ถ้าเขายิ้มแสดงว่าเขาตอบถูก ผมก็จะให้รางวัล ถ้าเกิดเขาเงียบ ทำหน้าสงสัยหรือตอบเสียงแผ่วด้วยความไม่มั่นใจผมก็จะสอนเขาอีกครั้ง

 

เป็นการสอนอีกแบบที่ผมอ่านจากเน็ตมาเหมือนกัน แตกต่างจากตอนสอนสองพี่ชายเขานิดหน่อย

 

“แล้วตัวนี้ล่ะหนูว่าคือตัวอะไร?” ผมชี้ไปที่เต่าตัวใหญ่ที่ว่ายข้ามหัวเรา แอบไปบังป้ายชื่อไม่ให้ซีน่อนเห็น เจ้าตัวเล็กขยับปากมุบมิบ ตานี่จ้องเต่าตัวนั้นไม่กะพริบชวนให้ขบขัน ผมแกล้งทำเสียงติ๊กต๊อกๆ ขอคำตอบจากปลาทูน้อยเป็นการกดดัน

 

พลันเด็กหนุ่มสุดหล่อก็เข้ามาช่วยเขาแทน

 

“เขาเรียกว่าเต่า ซีน่อน เต่าทะเล”

 

“รีบเฉลยแบบนี้น้องก็ไม่ได้คะแนนสิซีวาน”

 

“ผมขอคะแนนแทนได้ไหมครับ” ว่าพร้อมยื่นสมุดจดของตัวเองมาให้ผม รายละเอียดร่ายยาวพาให้ผมคิดไม่ได้ว่านี่คือการบ้านที่คูสั่งมาหรือเปล่า เพราะถ้าเขาจดไว้อ่านเองไม่น่าจะละเอียดขนาดนั้น ผมหยิบตัวปั๊มดาวมาปั๊มให้เขา มองรอยยิ้มของลูกชายที่ยิ้มกว้างด้วยความดีใจที่ได้มัน

 

ผมขนมาทั้งครอบครัวนั่นแหละครับ ขาดโนเอลไปเพราะเห็นเขา บอกว่าที่ท่าเรือมีปัญหา ส่วนถ้าถามว่าไอ้แสบอีกคนหายไปไหนน่ะ ก็ให้มองตรงไปที่บ่อโลมา...

 

“ฮู้ว ตัวนั้นน่ากินจัง!” 

 

บอกเสียงดังแนบหน้ากับกระจกเพื่อสองโลกใต้น้ำที่โลมาอาศัย ดูเหมือนว่าเขาจะเอาโลมาตัวใหม่มาแทนเจ้าเทมส์แล้ว เรียกได้ว่ากลายเป็นขวัญใจตัวใหม่สำหรับเด็กๆ เลยล่ะ เสียดายที่ลูกชายผมแตกต่างจากเด็กปกตินัก

 

เขาจับจ้องเจ้าโลมา ทำตาเป็นประกายยิ้มร่าแสดงให้เห็นว่าเขาชอบมัน

 

“พี่! พี่มาดูสิ มันน่ากินมากเลย!”

 

“แดเนียล” ผมปรามลูกรัก ถึงคนอื่นจะเอ็นดูกับคำพูดนั้น แต่กับคนที่เข้าใจความหมายจริงๆ จะไม่คิดงั้นเลยสักนิด “มันน่ารักลูกควรใช้คำนี้ ไม่งั้นคนอื่นจะเข้าใจผิด”

 

“ก็มันน่ากินนี่ฮะ เน่วพูดผิดตรงไหน” เจ้าตัวเล็กทำหน้าฉงน พองลมในแก้มแต่ก็ยังไม่ยอมผละออกจากบ่อไป “ตัวมันใหญ่แล้วก็ร้องเสียงหวาน เน่วว่ามันอยากให้เน่วกินมัน แต่ถ้าเน่วกินเน่วก็ต้องแปรงฟัน เน่วไม่อยากแปรงฟัน ไม่เห็นนางฟ้าฟันน้ำนมมาหาเน่วเลย”

 

“ที่ไม่มาหาเพราะนายแปรงไม่สะอาดไง”

 

“จะไม่สะอาดได้ไง พี่แปรงให้เน่วเอง” หันขวับมามองลูกชายคนโตที่ความผิดย้อนเข้าตัวเองทั้งที่จะสั่งสอนน้องให้ลูกสำนึก เล่นเอาคนที่ถูกย้อนกลับ รีบเดินไปปิดปากน้อง แล้วบังคับให้หันหน้าดูโลมาที่ว่ายมาทักทายต่อ เดาว่านั่นคือการกลบเกลื่อนความผิดเขา เพราะปกติก่อนนอนผมมักสั่งให้แปรงฟันกับน้อง

 

เพราะแดเนียลน่ะกินขนมเยอะมาก ถ้าไม่แปรงฟันหลายรอบเดี๋ยวจะฟันผุหมด แต่ก็คงจะขี้เกียจตามประสา ซีวานเลยจัดการให้จนผมอยากจะยึดดาวคืนชะมัด น้องจะสามขวบอยู่แล้ว คุณพี่ยังไม่หยุดตามใจเลยครับ

 

ได้นิสัยมาจากใครนะ น่าตีให้ก้นลาย

 

“ว่าแต่คุณพ่อไปไหนครับเนี่ย” ผมเข็นซีน่อนมาหาเจ้าแสบ มองซ้ายมองขวาไปทั่วเนื่องจากไม่เห็นสองสามีที่ควรจะยืนอยู่ตรงนี้ “ไปเข้าห้องน้ำเหรอ?”

 

“พ่อบอกให้เน่วรอตรงนี้ พ่อจะไปล่าโลมาให้”

 

“!!!”

 

“แล้วก็บอกว่าจะเอาวาฬตัวใหญ่ๆ มาฝากเน่วด้วย” ยิ้มกว้างเลยตอนสารภาพความผิด จริงๆ ลูกคงไม่คิดว่านั่นจะทำให้พ่อของเขาเดือดร้อน ทว่าเวลานี้คนที่ร้อนใจกลับเป็นผม ผมยังจำวันที่ดีแลนกดสัญญาณไฟไหม้เพื่อไล่ทุกคน ส่วนตัวเองก็ลงไปกินวาฬในบ่อที่เลี้ยงไว้ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าทำไมมันถึงหายไป

 

ไม่มีใครขโมยวาฬโดยการทำแบบนั้นหรอกจริงไหมล่ะ

 

“แม่โทรตามพ่อดีกว่า เขาจะได้ไม่ทำตัวไม่น่ารัก”

 

“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยที่รัก ผมแค่ไปซื้อตุ๊กตาให้ลูกเราเอง” หันขวับไปมองคนที่เดินมาอีกฝั่ง ดีแลนเดินกลับมาพร้อมกับตุ๊กตาแมวน้ำสามตัวในมือ ขณะที่พี่ชายเขาเดินล้วงกระเป๋ากางเกงตามมาสมทบ “นี่ลูกเผาผมให้คุณฟังอีกแล้วสิ”

 

“เรียกว่าเผาคงไม่ได้ ต้องเรียกว่าพูดความจริง”

 

“ไหนโลมาเน่วอะ!” ท้วงเสียงดังแล้วมองซ้ายมองขวาหาของกิน “พ่อบอกจะเอาของกินให้เน่ว ไม่เห็นมีเลย”

 

“ไว้เราค่อยไปล่ากันที่อีดีเอสนะแดเนียล อยู่ที่นี่พ่อทำอะไรไม่สะดวกเลย”

 

“อะแฮ่ม” ผมกระแอมให้รู้ว่าผมยืนอยู่ตรงนี้และได้ยินเต็มสองหู ทำเอาคุณพ่อถึงกับยิ้มอ่อนรีบยื่นตุ๊กตาแมวน้ำให้ลูกคนละสี ซีน่อนได้สีขาว แดเนียลได้สีดำ ส่วนซีวานได้สีเทา “ตกลงว่าคุณหายไปหาของพวกนี้ให้ลูกเรา?”

 

“มันเป็นตู้คีบตุ๊กตาน่ะโซลก็เลยนานหน่อย”

 

“อย่าบอกนะว่าพวกคุณไปคีบมาให้?”

 

“ผมหมดเงินไปเยอะมากและปวดมือไปหมดเลย” ดีแลนถอนหายใจ ทำเป็นสะบัดมือไปมาคลายความเมื่อยล้า “แต่ยอมรับว่าโคตรสนุก พวกมนุษย์ไปอยู่ตรงนั้นกันเยอะมาก มีคนหมดเงินเยอะกว่าผมอีก หนำซ้ำยังไม่ได้ตุ๊กตา”

 

“นี่ถ้าเราไม่ได้ครบสามตัว นายก็จะหมดเยอะกว่านี้เหมือนกัน”

 

“มันเป็นเกมส์ที่ต้องเอาชนะหนิพี่ แล้วก็ใช้สมาธิสูงด้วยนะ”

 

“คุณไม่ได้เล่นกับเขาเหรอดาย?”

 

“ผมต่อแถวซื้อสายไหมให้ลูกอยู่” เจ้าตัวตอบก่อนจะยื่นสายไหมให้ลูก แดเนียลเป็นคนแรกที่รีบมารับไปกิน คุณพ่อก็ซื้อมาฝากผมเหมือนกัน เดาว่านั่นคือการขอโทษที่เขาหายไปนาน ผมรับมาถือ ขอบคุณเขาเบาๆ ก่อนที่อีกฝ่ายจะมาทำหน้าที่เข็นรถให้ลูกคนเล็กของเรา

 

ซีน่อนส่งเสียงอ้อแอ้ดูท่าจะอยากกินเหมือนกัน

 

“ซีน่อนอยากกินเหรอ พี่แบ่งให้ก็ได้”

 

“น้องยังเด็กเกินไปแดเนียล น้องกินไม่ได้” ซีวานห้ามถึงขั้นรั้งมือตัวแสบไว้ “นายกินให้หมดเถอะ กลับบ้านไปจะได้แปรงฟัน”

 

“แปรงอีกละ เน่วแปรงจนฟันเปื่อยหมดแล้วเนี่ย” ยีฟันให้ดูว่าตอนนี้ในความคิดเขามันเปื่อยแค่ไหน ทั้งที่ความจริงมันก็ยังเป็นฟันน้ำนมที่แข็งแรง ไม่ได้มีปัญหาอะไร “ถ้าแปรงอีกเน่วว่าปากเน่วต้องเปื่อยแน่ๆ และถ้าปากเน่วเปื่อยนะ เวลาเน่วฮุบอะไรเข้าปาก มันก็จะหลุดออกจากปากเน่วไป”

 

“เช่นอะไร?”

 

“โลมากับวาฬไง เน่วไม่อยากให้ของอะไรหลุดจากปากเน่วนะ” พองลมในแก้มระคนยู่ปากใส่ ดูจริงจังมากๆ กับเรื่องนี้ที่ผมได้ยินแล้วได้แต่กุมขมับ ส่วนดีแลนน่ะเหรอ เขาน่ะตัวดีเลย ยกนิ้วให้ลูกเป็นเชิงให้ท้าย “โอ๊ะ! ลืมเลยวันนี้เน่วต้องสอนซีน่อนนี่น่า”

 

“หนูจะสอนอะไรน้องครับ?”

 

“วันนี้เน่วจะสอนเรื่องอาหารโปรดของพวกเรา เย้!” ส่งเสียงร้องเย้ดังลั่น พร้อมกับปีนขึ้นไปยืนบนขอบที่นั่งที่มีไว้สำหรับดูปลาในตู้กระจก ผมกับคุณพ่อได้แต่มองหน้ากันเป็นเชิงขอความเห็น สุดท้ายเราเลือกที่จะหยุดฟังรอดูว่าวันนี้คุณครูแดเนียลจะสอนอะไร

 

และเตรียมหาแพะรับบาปไว้ได้เลยเพราะถ้าพูดถึงหัวข้ออาหาร แปลว่ามีคนจุดไอเดียให้

 

“แม่กับพ่อไปนั่งรอก่อน เน่วจะสอนน้องให้รู้ถึงความยิ่งใหญ่”

 

“บอกผมสิว่าคุณไม่ได้สอนอะไรแปลกๆ ให้เขาจำ?”

 

“ไม่มีเรื่องปกติที่ไหนที่ดีแลนสอนลูกหรอกนะโซล”

 

“พี่!”

 

“ชู่ว!” แดเนียลชู่วใส่พวกเราทั้งหมด เป็นการขอให้เงียบลงเขาจะได้เริ่มสอน มีการกระแอมเลียนแบบผมที่ทำไปก่อนหน้านี้ด้วยนะ เห็นแล้วอดมันเขี้ยวไม่ได้ “เอาล่ะซีน่อน ตั้งใจเรียนนะแล้วพี่จะเอาดาวให้”

 

“แอ้” ซีน่อนตอบรับ ยิ้มชอบใจกับความเล่นใหญ่ของพี่ชาย ส่วนซีวานก็ได้แต่มอง คอยระวังไม่ให้น้องหล่นไปไหน ดีนะที่ขอบตรงนี้นั่งได้สบาย ขอเพียงแค่แดเนียลอย่าเดินเยอะจนตกลงไปก็พอ “แอะๆ”

 

“ตัวนี้คือโลมา มันส่งเสียงร้องให้เราไปกิน”

 

“วี๊ดๆ”

 

“พ่อบอกว่าเวลาอยู่ในทะเลหูเราจะดี เราจะได้ยินมันคุยกัน” ทำหน้าจริงจังแล้วจับหูตัวเองให้กางออก อธิบายตามที่พ่อเคยบอกน้องจะได้เข้าใจ “พอเราได้ยินเราก็จะรู้ว่ามันอยู่ไหน เราก็ว่ายไปกินได้ กินแบบงั่มๆ เลย”

 

“งั่มๆ เลยนะ” ดีแลนแซวลูก ยกนิ้วให้เจ้าตัวแสบรู้ว่าที่สอนอยู่น่ะสุดยอดแค่ไหน “แล้วน้องจะกินได้เมื่อไหร่?”

 

“พ่อต้องยกมือถามสิ ห้ามพูดแทรก ไม่งั้นจะเอฟ”

 

“แม่ให้เอฟแบบติดลบไปแล้ว”

 

“โธ่ที่รัก”

 

“ชู่ว!” แดเนียลเอานิ้วชี้แนบปากปรามพวกเราอีกครั้ง หนำซ้ำยังทำทำนิ้วชี้ส่ายไปมาคาดโทษพวกเรา ผมเลยเอามือปิดปากตัวเอง และก็ปิดปากคุณพ่อคนน้องเขา เจ้าอ้วนกลมเลยยิ้มกว้างแล้วสอนน้องต่อ “ซีน่อนจะงั่มๆ มันได้ตอนสองขวบ พอซีน่อนเป็นฉลามก็จะว่ายน้ำไปกินมันกับพวกพี่ได้”

 

“แอะ”

 

“ซีน่อนอยากไปกับพวกพี่ใช่ไหม พวกพี่มีครีบแล้วก็มีเขี้ยวใหญ่ๆ เท่มากๆ เลย”

 

“ระวังตก” ซีวานบอกตอนดันน้องชายไว้ ตัวเองไม่สามารถทิ้งตัวนั่งได้เลยเพราะแดเนียลเดินอยู่บนขอบไม่ยอมหยุด มีการทำท่าว่ายน้ำ เอาหูแนบกระจกเพื่อฟังเสียงโลมาคุยกัน อีกนิดคือจะอุ้มน้องไปฟังด้วยแล้วถ้าไม่ติดว่าตัวเองจะหน้าคว่ำไปซะก่อน

 

“แต่พ่อบอกว่าพ่อไม่ชอบกินเต่า” แดเนียลพองลมในแก้มแล้วชี้ไปที่เต่ายักษ์ “พ่อบอกว่ากระดองมันแข็ง ถึงฟันจะแข็งแรงและเปลี่ยนใหม่ได้ตอนเป็นฉลาม พ่อก็ไม่ชอบมัน ซีน่อนก็อย่าไปกินนะ เดี๋ยวปวดฟัน ถ้าปวดฟันแม่ก็จะพาไปหาหมอฟัน พี่ไม่ชอบหมอฟัน แต่ลูกอมที่หมอฟันให้อร่อย”

 

“เพราะงี้นายถึงฟันผุบ่อยไง”

 

“พี่แปรงฟันให้เน่วไม่สะอาดเองนะ”

 

“ก็นายไม่ยอมแปรงเอง จะมาว่าพี่ได้ไง”

 

“ทีพี่ยังแปรงของตัวเองสะอาดเลย ทำไมโกงเน่วอ่ะ เน่วกดโกรธนะ เน่วไม่ถูกใจสิ่งนี้”

 

“งั้นคืนนี้พี่จะแปรงให้ใหม่ แต่เน่วห้ามบอกแม่นะว่าพี่แปรงให้” 

 

“ซีวาน”

 

“ผมไม่ได้พูดอะไรนะครับแม่”

 

“เน่วรักพี่ที่สุดเลย” ก้มมากอดหัวคนพี่ที่ยืนต่ำกว่า ซีวานเลยต้องเขย่งไปกอดตอบ กลัวอีกคนจะล้มมาทับเขาแบนซะก่อนกลบเกลื่อนที่ผมปรามได้เป็นอย่างดี จะว่าไปแล้วดีแลนเคยหลอกเหมือนกันว่าแดเนียลไม่ได้อ้วน แค่ตัวกลมเฉยๆ เป็นธรรมดาของฉลามที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต แต่พอถามว่าทำไมซีวานถึงไม่อ้วนเหมือนน้องทั้งที่อายุไล่เลี่ยกัน...

 

‘อย่าไปฟังพ่อดีแลนมากซีวาน พ่อไม่ได้พูดจริงทุกอย่างหรอก’

 

พ่อดายก็มาตอบแทนเอง

 

“จบคลาสเน่วแล้ว ไปกันต่อ เน่วเข็นเอง แต่ตรงนี้มันสูง พี่อุ้มเน่วหน่อย”

 

“จะหล่นมาทับพี่ไหม?”

 

“แบนแน่ พี่แบนแน่ แบนเป็นปลาตากแห้งเลย” ไม่รู้จะกุมขมับวันละกี่รอบกับคำพูดที่สรรหามาเปรียบเทียบ ซีวานพยายามอุ้มน้องลงมาจากขอบ ทว่าก็ทุลักทุเลนิดหน่อย สุดท้ายคุณพ่อก็ต้องเข้าไปช่วย กลัวพี่ชายจะขาหัก เล่นเอาผมได้แต่ถอนหายใจ ขุนกันเข้าไปไอ้ลูกคนรองน่ะ

 

แดเนียลช่วยผมเข็นรถซีน่อนไปดูตู้ปลาต่างๆ กระทั่งเรามาถึงตู้ปลาสวยงาม

 

มันเป็นตู้ที่รวมปลาทุกสายพันธุ์เอาไว้ ในนั้นมีทั้งปลาการ์ตูน ปลาฉลาม แล้วก็อีกสารพัดที่สามารถอยู่ร่วมกันได้

 

“ฉลามเยอะเลย”

 

“ตัวเท่าเราตอนแปดขวบเลยพี่” ดายยกยิ้มเห็นด้วยกับน้องชายตอนชี้ไปที่ฉลาม ความยาวของมันอยู่ที่แปดฟุตเห็นจะได้ เป็นขนาดฉลามทั่วไป ทว่าก็มีตัวที่ใหญ่อยู่เหมือนกัน มันดูไม่ค่อยว่ายมาทางเราเท่าไหร่ เป็นไปได้ว่าสัญชาตญาณนักล่าที่ซ่อนอยู่ในตัวพวกเขาขับไล่พวกมัน

 

“มันไม่เข้ามาหาเราเลยครับ” ซีวานว่าพร้อมเอามือแนบกับกระจก มองดูปลาพวกนั้น “พวกมันกลัวเรา”

 

“ไม่มีตัวอะไรที่ไม่กลัวคุณพ่อของลูกหรอกนะ” ผมลูบหัวลูกชายเหม่อมองใต้น้ำที่ซ้อนทับกับภาพในอดีต ห้องนอนของผมก็แบบนี้ เห็นทุกสิ่งที่อยู่ข้างใต้ ทั้งปลาเล็ก ปลาใหญ่ล้วนว่ายมาทักทาย ติดแค่ว่ามันมาไม่บ่อยเพราะผมเลี้ยงเมกาโลดอนไว้

 

เห็นกระจกแบบนี้แล้วนึกถึงตอนที่เขาฝากรอยกัดไว้ชะมัด

 

“ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไร” ดีแลนแซวขำๆ “คุณกำลังนึกถึงรอยกัดเราบนกระจกตอนอยู่ที่นั่น”

 

“ผมตกใจทุกครั้งเวลาตื่นมาแล้วเห็นรอยกัดเพิ่ม ไม่ใช่แค่ห้องผม ห้องที่อยู่ด้านใต้ทะเลทั้งหมดล้วนมีรอยฟันของพวกคุณ ผมเคยคิดด้วยนะว่าพวกคุณไม่เจ็บฟันบ้างเหรอ”

 

“ฟันฉลามขึ้นใหม่ได้เสมอ พวกเรามีฟันเป็นร้อยซี่”

 

“ก็ว่า ทำไมดุจัง”

 

“อยากถูกดุในห้องน้ำพิพิธภัณฑ์ไหมล่ะครับคุณแม่” หัวเราะขบขันทำเป็นกลบเกลื่อนไม่สนใจคำเชิญชวนนั่น ถึงดายจะไม่ได้แซวผมแบบนั้น แต่การสอดมือมาโอบเอวก็แสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมแค่ไหน ผมทำเป็นไม่สนใจ ย่อตัวลงไปคุยกับลูกว่าตัวนั้นตัวนี้เรียกว่าอะไร

 

ทว่ามันน่าเสียดายนิดหน่อยที่ดูพวกมันจะไม่อยากเข้าใกล้

 

“เน่วอยากเห็นมันใกล้ๆ พ่อเรียกมันหน่อยได้ไหม”

 

“ไม่รู้มันจะมาหรือเปล่าเนี่ยสิ” ดีแลนยิ้มแหย ทุกที่ที่เมกาโลดอนผ่านล้วนไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงกล้าเข้าใกล้ เว้นเหาฉลามที่ผมไม่รู้ว่าพวกมันมาเกาะแกะสามีผมได้ยังไง ครั้งหนึ่งตอนท้องแดเนียลผมเคยแอบหึงด้วยว่าเขาปล่อยให้เหาฉลามพวกนั้นมาวุ่นวายทำไม

 

แต่ผมไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใคร มันประหลาดจะตายที่หึงเขากับเหาฉลามน่ะ

 

“เราลองถอยมาหน่อยดีไหม” ดายเสนอผงกหัวไปข้างหลัง เป็นการบอกว่าเขากับดีแลนควรจะไปยืนอยู่ตรงนั้นสักพัก “สัญชาตญาณสัตว์ใหญ่ทำให้มันไม่กล้าเข้าใกล้ ถ้ามันไม่เห็นเรา หรือเราอยู่ไกลๆ มันน่าจะเข้ามาให้ลูกดู”

 

“ลองดูก็ได้พี่ เพื่อลูกของเรา”

 

“น้ำตาคุณแม่ไหลแล้ว” ผมแกล้งบอกทันทีที่ได้ยินเขาพูดแบบนั้น เล่นเอาคุณสามีอดก้มลงมาฟัดแก้มผมไม่ได้ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยอมถอยหลังไป ให้ความมืดกลืนกินตัวเอง รอดูว่าพวกฉลามกับสัตว์อื่นๆ ในตู้กระจกจะทำยังไง สองพี่น้องแทบจะสิงเข้าไปในตู้อยู่แล้ว รอพวกมันที่แลดูจะยังไม่กล้าเท่าไหร่

 

ผมอุ้มซีน่อนขึ้นมาแนบอก ฟังเสียงอ้อแอ้ขณะที่ดวงตาของเขาจับจ้องไปด้านใน

 

“ไหน ซีน่อนลองเรียกพวกเขามาใกล้ๆ หน่อยสิ”

 

“แอ้~” เจ้าตัวเล็กยิ้มหวานคล้ายชอบใจกับคำพูดผม ผมไม่คิดหรอกว่าลูกตัวเองจะเรียกหรือคุยกับปลาได้ เขาไม่ใช่อควาแมนแบบในหนัง ไม่ใช่ชาวแอตแลนติกที่คุยกับสัตว์ใต้ทะเลได้ ถึงผมจะมั่นใจว่าถ้ากลายร่างแล้วเขาจะเข้าใจพวกมันก็ตาม

 

ผมหมายถึงพี่ชายของซีน่อนนะ ส่วนตัวน้อยน่ะผมคาดเดาอะไรไม่ได้เลย

 

“แอ้ แอ้”

 

“หนูอยากเข้าไปดูใกล้ๆ เหรอครับ” ผมถามเจ้าตัวเล็กที่ยื่นมือไปข้างหน้า ราวกับบอกให้ผมเดินตรงไป “อยู่ตรงนี้มองไม่เห็นใช่ไหม ก็ได้ครับ ไปดูคุณปลาใกล้ๆ กัน”

 

“แดเนียลเขยิบมาหน่อย” ซีวานดึงน้องชายให้เขยิบไปด้านข้าง ผมจะได้ไม่ต้องเบี่ยงตัวหลบแม้มันจะเล็กน้อยก็ตาม สองพี่น้องยังเฝ้าคอยให้พวกปลาเข้ามาหา ผมเองก็อยากเห็นมันใกล้ๆ เหมือนกัน ผมขยับเข้าไปใกล้ตู้กระจกมาก ชนิดที่ซีน่อนสามารถเอามือแนบกระจกได้

 

เขาส่งเสียงน่ารัก ร้องอ้อแอ้จนผมนึกว่าเขากำลังร้องเพลงให้ผมฟัง

 

“แอ้ แอ้ แอ้~”

 

“หนูชอบพวกเขาใช่ไหม พวกเขาเป็นเพื่อน...”

 

ปึง ปึง !

 

“อ๊ะ!” ผมตกใจกับจนเผลอผงะถอย ดีนะที่ไม่หงายผมเลยรีบดูเจ้าตัวเล็กก่อน นึกว่าจะทำเขาตื่นตระหนกไปด้วย ทว่าเขากลับยิ้มให้ มือสองข้างพยายามจะเอื้อมไปจับสิ่งที่อยู่ใต้น้ำ เมื่อกี้ผมตกใจเพราะมีฉลามตัวนึงพุ่งเข้ามาชนกระจก ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงพุ่งมาชน รู้แค่ว่ามันทำแบบนั้นสองครั้งติดต่อกันให้ผมเบิกตากว้างใส่

 

“แม่ครับ แม่เป็นไรไหม?”

 

“ไม่ครับ แม่แค่ตกใจ”

 

“แม่ดูสิ ฉลามตัวใหญ่ มันว่ายมาใกล้แล้ว” แดเนียลตอบรับด้วยรอยยิ้มชี้ให้ผมดูกับความอลังการที่เกิดขึ้นทันตาเห็น เวลานี้ตู้กระจกเต็มไปด้วยปลาหลากชนิดที่ว่ายเข้ามาใกล้ ที่น่าสนใจที่สุดคงเป็นฉลามประมาณห้าตัวได้ที่ว่ายเวียนกัน มันเข้ามาชนกระจกบ้างครั้ง ไม่ถึงกับชนรุนแรงเหมือนจะออก คล้ายกับว่ามันพยายามจะทักทาย “ว้าว เขาบอกว่าเขาดีใจ”

 

“ลูกคุยกับเขาได้?”

 

“น้องก็คุยได้”

 

“อะไรนะ...”

 

“น้องเป็นคนเรียกพวกเขามาฮะ เย้ๆ” ผมอ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้ยิน ยิ่งรวมกับภาพที่เห็นผมยิ่งแทบไม่เชื่อว่านี่คือเรื่องจริงไหม ซีน่อนดิ้นอยู่ในอ้อมกอดผม เขาหัวเราะขณะที่มือแนบกับกระจก ส่งเสียงอ้อแอ้น่ารักที่รู้สึกว่าโทนเสียงมันแตกต่างออกไป

 

เขาจ้องไปที่ฉลามตัวใหญ่ มันว่ายมาหาเรา ชนตรงซีน่อนเล็กน้อยให้รู้ว่ามันกำลังสวามิภักดิ์

 

ผมไม่แน่ใจว่าสามารถใช้คำนั้นได้หรือเปล่านะ ผมแค่รู้สึกว่าพวกปลาในตู้ตอบสนองกับเสียงของเขา พวกมันจับจ้องมาที่เด็กในอ้อมอกผมก่อนที่ลูกชายจะเอื้อมมืออีกข้างมาจับคางผมเข้าให้ ซีน่อนยิ้มกว้าง มืออีกข้างตบกระจกเบาๆ เหมือนบอกให้ผมจับตาดูไว้

 

“น้องบอกว่านี่คือของที่อยากมอบให้”

 

“อะไร....”

 

“น้องอยากขอบคุณที่แม่ทำให้เขาเกิดมานะครับ” ซีวานกลายเป็นวุ้นแปลภาษาไปแล้ว พร้อมกับส่งยิ้มให้ส่งผลให้ผมลูบหัวเขา ขณะเดียวกันก็มองดูปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่คนอื่นก็คงงงเหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ซีน่อนร้องอีกครั้ง ร้องแอะๆ ที่ทำให้ฉลามในตู้ว่ายวนกันเป็นวงกลม

 

ไม่ใช่แค่ฉลามที่ได้รับอิทธิพล เหล่าปลาสวยงามก็ว่ายเวียนมาให้ชมจนผม...

 

“เก่งมากลูกรัก” กระซิบบอกตัวน้อยในแวงขนแล้วกดจูบลงบนหัวเขาด้วยความรัก เป็นจังหวะเดียวกับที่ดายและดีแลนเดินมาซ้อนทับ คราวนี้สัญชาตญาณของพวกเขาไม่ได้ขับไล่ให้สัตว์อื่นว่ายหนี “หนูเก่งมากเลยคนดี แม่รับรู้ถึงสิ่งที่หนูจะสื่อแล้วนะ”

 

“แอะๆ”

 

“ขอบคุณนะที่เกิดมาเป็นลูกแม่กับคุณพ่อเขา”

 

“แอ้”

 

“แม่รักหนูนะลูก” ซีน่อนยิ้มกว้างจนตาปิด ผมไม่เคยเห็นเขามีความสุขขนาดนี้เลยสาบานได้ เล่นเอาคุณพ่อก็เข้ามากอดมาหอมด้วย อุ้มพี่ชายของเขาให้มาอยู่ในระดับเดียวกัน ทั้งรอยยิ้ม ทั้งเสียงหัวเราะซ้อนทับภาพตอนเราอยู่ศูนย์วิจัยจนมลายสิ้น มันทำให้ผมมีความสุขมากจริงๆ

 

ความสุขที่เกิดจากพวกเราที่อยู่ด้วยกันตรงนี้

 

ความสุขของ...

 

ครอบครัวเมกาโลดอน 

 

“นี่มันวิเศษมากเลย” 

 

LOADING 100 PER 

ครอบครัวฉลาม อำลาใกล้ฉากจบ 

ทุกอย่างลงล็อคอย่างที่หวังก็เตรียมอำลากลับสู่ท้องทะเลอีกครั้งอย่างที่ฝันไว้ 

หนึ่งรัก หนึ่งใจที่มอบให้ไป หวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำ 

ขอบคุณที่ติดตามแม้เราจะลาลับ แต่ขอให้รู้ไว้แม้เราจะจากกัน 

แต่นิยายเรื่องนี้จะยังโลดแล่นอยู่ในโลกของมันเสมอ 

ขอบคุณนะ ครอบครัวฉลาม :) 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น