Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 33 : ซีน่อน

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 33 : ซีน่อน

คำค้น : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 11:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 33 : ซีน่อน
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 33 : ซีน่อน 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

คำพูดนั้นทำผมชะงัก ผมไม่ได้คิดเรื่องของดีวานมานานแล้วเพราะหลงลืมมันไป แต่พอโนเอลจุดประเด็นขึ้นมากลายเป็นว่าทั้งผม ทั้งดีแลน กระทั่งดายที่เดินลงบันไดมาได้ยินพอดีก็อดคิดไม่ได้ มันสะท้อนออกมาทางนัยน์ตาที่แสดงให้เห็นว่าเราคิดแบบเดียวกัน

 

พี่ชายของดายกลายร่างเป็นฉลามไม่ได้ แต่เขามีสัญชาตญาณนักล่าที่ดึงดูดพวกเดียวกัน ซึ่งด้วยสัญชาตญาณนั่นมันทำให้เขา...

 

“เรายังบอกอะไรไม่ได้หรอก” ผมขัดคิดว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เราควรจะมากังวลในตอนนี้ “ยีนส์เด่นยีนส์ด้อยมีโอกาสเกิดขึ้นและสลับกัน เขาอาจจะเป็นได้ทั้งมนุษย์แล้วก็ฉลาม การที่ผมไม่กินโลมาหรือวาฬยังบอกไม่ได้ว่าเขาเป็นมนุษย์ร้อยเปอร์เซนต์”

 

“ผมรู้ ผมแค่สงสัยเลยถาม ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้พวกคุณคิดมาก” โนเอลรีบกลับคำ เขาทำหน้าสำนึกผิดรู้เลยว่าเขาไม่ได้ตั้งใจพูดให้เราเครียด “ถ้ามีอะไรผิดปกติก็บอกผมได้นะ ผมจะช่วยเท่าที่ไหว”

 

“งั้นช่วงนี้คุณมานอนที่บ้านเราหน่อยได้ไหม”

 

“หา?”

 

“ผมรู้สึกว่ามีคุณอยู่ใกล้ๆ มันอุ่นใจดี” กลายเป็นประเด็นใหม่ที่ทำเอาคุณพ่อหันหน้าเข้าหากันเป็นเชิงว่าผมคิดอะไรอยู่ ตั้งแต่ท้องลูกคนนี้ ผมรู้สึกมาสักพักแล้วว่าเขาจะไม่ดื้อถ้าเกิดโนเอลอยู่ใกล้ๆ ทุกครั้งที่โนเอลมาผมรู้สึกสบายใจ มันเป็นมาตั้งแต่ก่อนท้องแล้ว เพียงแค่ช่วงนี้ผมรู้สึกอ่อนไหวกว่าปกติ

 

เจ้าตัวเล็กคงติดพ่อทูนหัวของเขามากถึงอยากให้อยู่ใกล้ๆ อีกอย่างอีกสามเดือนผมก็จะคลอดแล้วมันก็ไม่ใช่ระยะเวลาที่นานเท่าไหร่

 

“คุณปรึกษาสามีของคุณก่อนดีไหม ผมไม่อยากตายก่อนมีเมียหรอกนะ” ผมหัวเราะไม่สนใจสีหน้ากังวลของเขาเลยสักนิด

 

“ผมไม่ได้คิดกับคุณในแง่นั้น แค่ตัวน้อยเขาอยากให้คุณอยู่ใกล้ๆ”

 

“นี่มันเกี่ยวกับที่คุณเคยบอกจะยกลูกให้ผมด้วยไหม?”

 

“ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นสายใยระหว่างพวกเรานะ” ผมยิ้มบางๆ ยกชาขึ้นจิบขณะที่หลุบตาต่ำ โนเอลถือเป็นครอบครัวของเรา ผมย่อมอยากให้เราอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า ยิ่งไปกว่านั้นเขาอยู่บ้านคนเดียวอาจจะเหงา ถึงวันๆ จะต้องไปเฝ้าเรือที่ท่าก็ใช่ว่าจะไม่ต้องการคนดูแลซะเมื่อไหร่ “แค่อยู่เป็นเพื่อนจนกว่าผมจะคลอดก็ได้ อีกสามเดือนผมก็คลอดแล้วจำได้ไหม ผมท้องห้าเดือนแล้ว”

 

“ผมรู้โซลผมจำได้ แค่อยากให้คุณคุยกับพ่อๆ ก่อน”

 

“ผมได้ลุกขึ้นมากินเขากลางดึกแน่ถ้าคุณยอม”

 

“ผมแล้วแต่คุณนะโซล” สองสามีกระซิบตอบ ดายดูไม่มีปัญหาคงเพราะเขาเพิ่งทำผิดกับผมมาเลยตามใจ ส่วนดีแลนน่ะแสดงออกชัดเลยว่าหึงแค่ไหน เขาไม่ชอบให้ผมอยู่ใกล้ผู้ชายคนไหนต่อให้ผมจะไม่คิดอะไรก็ตาม “หรือจะให้เขามานอนที่นี่ช่วงวันหยุดก็ได้ เพราะวันปกติเขาต้องทำงานและบ้านเขาอยู่ใกล้ท่าเรือกว่า”

 

“ผมอยากให้อามานอนที่นี่นะครับ”

 

“เน่วด้วย จะได้เล่นกันทั้งคืนไปเลย” หัวเราะคิกคักกันสองพี่น้อง ทำเอาโนเอลคิดหนักในคำตอบ เขาคงมีเรื่องให้พะวงด้วยแหละและผมก็ไม่ได้ปรึกษาใครก่อนจะพูดออกมา แดเนียลเข้าไปกอดขาอาเขา ยิ้มกว้างที่ใครเห็นเป็นต้องละลายทั้งนั้น “อามานอนกับเน่วนะ เน่วจะตบก้นกล่อมเองหรืออาจะตบก้นเน่วก็ได้ เน่วยกก้นให้”

 

“ไม่เอาหรอก เดี๋ยวเน่วปุ้งใส่อาขึ้นมาทำไง”

 

“อาก็เช็ดให้เน่วหน่อยสิ เน่วแค่ปุ้งเอง” ส่ายหน้าเบาๆ ด้วยความเอ็นดู เจอแบบนั้นเข้าไปมีเหรอว่าจะไม่ใจอ่อน โนเอลถอนหายใจอีกรอบ คิดแล้วคิดอีกพร้อมรับเสื้อจากดายมาสวมใส่

 

“ก็ได้ผมจะมานอนที่นี่ช่วงวันหยุด ส่วนวันปกติถ้าผมมาหาได้ผมจะมา”

 

“ได้...”

 

“แต่ให้มานอนด้วยเลยทุกวันคงไม่ได้ ผมรู้ว่าลูกคุณชอบผม แต่ผมมีงานต้องทำและบ้านนั่น...” เขาเว้นวรรคไปพลางหลุบตาต่ำ “มันก็เป็นบ้านที่พ่อเหลือไว้ให้ ถึงเขาจะใจร้ายแต่มันก็เป็นบ้านของผมอยู่ดี คุณเข้าใจผมใช่ไหม?”

 

“แน่นอน ผมไม่ได้ว่าอะไร แค่เสนอความคิด”

 

“ผมอยากมานอนที่นี่ทุกวันนะเอาจริง”

 

“…”

 

“แต่ยังไงก็ขอบคุณที่ชวนนะครับคุณโซล ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากเลย”

 

“ยินดีครับ” เขายีหัวผมไม่รู้ว่านั่นคือการประชดหรือแค่หยอกล้อ รู้แค่ว่าเขายกยิ้ม นัยน์ตาฉายชัดถึงความอ่อนโยน โนเอลใจดีกับผมเสมอไม่ว่าผมจะใจร้ายหรือใช้งานเขาหนักแค่ไหน “แต่ตอนนี้เรามากินของที่ผมซื้อมาก่อนดีกว่า ผมซื้อแตงกวาดองมาให้คุณด้วยนะ แล้วก็ซื้อพิซซ่ามาให้เด็กๆ อ้อ! มีมาชเมโล่ด้วย อาซื้อมาให้ตั้งสามถุงแหนะ!”

 

“เย้!” เจ้าตัวเล็กร้องไชโยกันใหญ่ รีบวิ่งกลับไปที่ครัวมีดายอุ้มนั่งบนเก้าอี้ ดีแลนพยุงผมให้ลุกขึ้น เดินไปในครัวพร้อมกับโนเอลที่ชวนคุย จะว่าไปแล้วตั้งแต่ท้องลูกคนนี้ ชีวิตผมสงบสุขมากถ้าตัดเรื่องกลิ่นออกไป เขาดูเลี้ยงง่ายกว่าซีวานอีกนะ มันอาจจะไม่มีช่วงหวือหวามาก แต่บอกเลยว่าผมดีใจที่ได้ท้องเขา

 

ผมอยากท้องแบบเรียบง่าย ไม่มีปัญหาหรืออะไรมาทำให้รู้สึกแย่กัน ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเรื่องเดียวที่ติดใจมาจากคำพูดของพ่อทูนหัวเขา เรื่องลูกของเราที่อาจเหมือนกับ...

 

ดีวาน 

 

ผมไม่อยากให้ลูกของเรามีจุดจบแบบนั้นเลย

 

แน่นอนเรายังพูดเรื่องนั้นได้ไม่เต็มปาก โนเอลหอบเสื้อผ้าบางส่วนมาไว้บ้านผม ผมให้เขานอนรวมกับเด็กๆ ยอมซื้อเตียงแยกให้เผื่อว่าพอเขากลับบ้านไป ลูกของเราจะได้ใช้เตียงต่อ ส่วนผมพอหลังๆ เริ่มท้องแก่ก็ไม่ค่อยขึ้นไปนอนข้างบน

 

เริ่มย้ายรังมากองที่ชั้นล่าง เปลี่ยนโซฟาให้เป็นเตียงนอนใหญ่ ไม่ซีเรียสเลยว่าจะมีคนนอนด้วยไหม เพราะเสื้อผ้าของพวกเขาที่ผมขโมยมาก็มากพอแล้วที่จะทำให้ผมหลับสบาย บางวันเด็กๆ ก็มานอนเป็นเพื่อน ผมเพิ่งจะรู้ว่าแดเนียลนอนดิ้นมาก ถึงขั้นต้องสร้างอาณาเขตไม่ให้เจ้าตัวเล็กนอนตีลังกา ฟาดแขน ฟาดขามาโดนท้องผม

 

ซีวานก็ดีเหลือเกินคอยปัดที่นอน คอยดูน้องกับแม่ว่าหลับได้ไหม จากวันแรกแปรเปลี่ยนเป็นอาทิตย์ ร่ายยาวเป็นเดือนท้องผมก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ผมกาวันลงบนปฏิทิน รวมถึงหัดวาดดอกเดซี่ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเด็กในครรภ์

 

แล้วผมก็คิดชื่อให้เขาแล้วด้วยนะ

 

ซีน่อน ที่แปลว่าเต็มรูปแบบของชีวิต ผมแปลงมันมาจากคำว่าซีโน่ที่แปลว่าของขวัญจากเทพซุส หาดูจากในเน็ตตอนเลือกว่าจะเอาชื่อไหน ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงชอบชื่อนี้ รู้แค่ว่าพอได้เรียกแล้วก็อดชอบใจไม่ได้

 

อีกอย่างเด็กๆ เองก็ดูจะโอเคถ้าน้องชายของเขาชื่อนี้ แดเนียลฝึกท่องชื่อน้องทุกวันจนจำขึ้นใจได้ นอกจากนี้ผมยังเห็นเขาวาดรูประบายสี มีพวกเราทั้งหกคน รวมโนเอลเข้าไปอีกเป็นเจ็ด นับวันลูกคนรองของผมเริ่มฉายแววด้านศิลปะ เขาเริ่มพูดชัดขึ้นขณะที่ซีวานเองก็พร้อมแล้วสำหรับสู่โลกกว้าง

 

ใช่ เขาไปโรงเรียนแล้ว มีคุณพ่อคอยรับคอยส่งทุกวัน

 

แอบใจหายเหมือนกันที่ชีวิตผมเดินมาถึงจุดนี้ได้ บอกตามตรงผมยังแอบคิดอยู่เลยว่าตัวเองอยู่ศูนย์วิจัย ยังคิดว่าต้องคอยไปว่ายน้ำล่อฉลามสองตัวที่พยายามจะพังทางเดินเพื่อมากินสิ่งที่ผมเลี้ยงไว้ เผมไปที่นั่นค่อนข้างบ่อยนะ ไปว่ายน้ำบ้าง บางทีก็นั่งอยู่บนเรือคิดนู่นคิดนี่ พยายามเล่าเรื่องต่างๆ ให้ซีน่อนฟังว่ากว่าจะมาเป็นเราในปัจจุบันมันยากเย็นแค่ไหน

 

ผมยังไม่คิดเรื่องที่จะสร้างศูนย์วิจัยใหม่ บางทีผมคงไม่กลับมาคิดเรื่องนี้อีกแล้ว อยากให้มันเป็นเพียงความทรงจำที่ย้อนกลับมาดูแล้วยิ้มได้ เป็นอดีตที่สอนให้ผมก้าวต่อไปในวันที่ล้มลงไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรก็ตาม เอามันใส่กล่อง เก็บไว้ในลิ้นชัก เกิดวันไหนคิดถึงก็ขุดคุ้ยมันขึ้นมา

 

แต่จะไม่พาตัวเองกลับไปอยู่ในสถานการณ์นั้นอีกแน่นอน

 

ไม่มีวัน 

 

[วันนี้จะเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติจันทรุปราคาเต็มดวงในช่วงหกโมงเย็นไปต้นไป]

 

[และจะสิ้นสุดในช่วงเที่ยงคืนของวัน นับเป็นปรากฎการณ์ที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ในโลกโซเชียลถึงขั้นติดแฮชแท็กเพื่อรออวดรูปจันทรุปราคาในคืนนี้]

 

“คืนนี้มีจันทรุปราคาด้วยล่ะโซล ตอนหกโมงเย็นของวัน”

 

“หืม?”

 

“เด็กๆ เคยได้เห็นกับตาหรือยัง พรุ่งนี้วันหยุดหนิ ให้พวกเขาอยู่ดูกันดีไหม” ผมละความสนใจจากแจกันดอกไม้ที่จัดอยู่หันไปมองโนเอลที่เปิดข่าวจันทรุปราคาให้ผมดู นานแล้วที่ผมไม่ได้สนใจเรื่องเหนือธรรมชาติเพราะไม่รู้จะดูไปทำไม “หรือพวกเขาเคยเห็นจนเบื่อแล้ว คุณเคยพาพวกเขาไปท้องฟ้าจำลองหนิใช่ไหม?”

 

“ใช่ แต่ผมลืมไปแล้วว่าพวกเขาพูดถึงปรากฎการณ์นี้หรือเปล่า”

 

“งั้นคืนนี้ก็ให้พวกเขาอยู่ดูเลยสิ เด็กๆ น่าจะชอบกัน”

 

“เอาสิ เดี๋ยวถามตอนพวกเขาถึงบ้าน อีกไม่นานคงกลับกันแล้วล่ะ” ผมว่าพร้อมมองนาฬิกาที่แขวนไว้บนผนัง วันนี้ซีวานไปเรียนคุณพ่อเลยไปเฝ้า ส่วนดีแลนพาแดเนียลไปเล่นน้ำอีกสักพักคงกลับ ใจจริงผมก็อยากไปด้วยนะ แต่ผมท้องแก่แปดเดือนแล้ว จะเดินจะเหินมันค่อนข้างลำบาก

 

แต่วันนี้ผมอยากจัดแจกันเลยฝืนร่างไปเด็ดดอกไม้มา มีโนเอลคอยช่วยอยู่ข้างๆ เดือนนี้ทั้งเดือนเขามานอนบ้านผมทุกวัน เริ่มจะเข้ากับคุณสามีผมได้ดีโดยไม่ต้องห่วงว่าจะโดนกินหัวไหมแล้วด้วย

 

“เดี๋ยวคุณไปเก็บผ้ามาหน่อยนะ ผมจะพับรอพวกเขา”

 

“ผมว่าคุณพักก่อนเถอะ เดินมากเดี๋ยวลูกก็หลุดพอดี”

 

“งั้นคุณก็ช่วยรับสิ ลูกหลุดแค่นี้เอง...อ๊ะ!”

 

เพล้ง ! 

 

“โซล!” เสียงโนเอลดังไล่หลังแจกันที่ตกพื้น เศษแก้วแตกกระจายกระเด็นไปทั่วจนผมต้องผงะถอย โนเอลดึงผมให้ห่างจากจุดเกิดเหตุ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากดีนะที่ผมไม่หงายหลังล้ม “คุณเป็นอะไรไหม มืออ่อนเหรอหรือว่าปวดเข่า?”

 

“ไม่ครับ ผมยังไม่ได้ทำอะไรมัน”

 

“แล้วทำไม...”

 

“โฮ่ง!”

 

“ผมว่าเจซี่น่าจะวิ่งชนโต๊ะเมื่อกี้” เสียงเห่าที่ดังแทรกทำให้เราสองคนหันไปมองเจ้าลูกหมาพันธุ์โกเดนรีทีฟเวอร์ มันอายุได้ห้าเดือนตอนเราไปรับมันมาเลี้ยงเมื่ออาทิตย์ก่อน เป็นวันกำลังซนเลยและมันก็ชอบทำลายข้าวของ เมื่อกี้มันคงวิ่งคาบตุ๊กตาแครอทมาชนโต๊ะเข้า แจกันที่วางแบบหมิ่นเหม่เลยหล่นแตก

 

ไอ้ตัวการที่เหมือนรู้ว่าตัวเองทำ มันเห่าใส่เราแล้วรีบวิ่งหนีขึ้นไปด้านบน

 

“ไอ้หมาเวร”

 

“ไม่สุภาพโนเอล เดี๋ยวซีน่อนได้ยิน”

 

“มันเกือบทำคุณล้มแล้วเมื่อกี้ พอเลยโซลไปนั่งเลยเดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง” โนเอลดุผมไม่บ่อย สีหน้าบ่งบอกเลยว่าเครียดระคนจริงจังแค่ไหน เขาพาผมมานั่งที่โซฟาหาผ้าห่มมาคลุมท้องให้ ส่วนตัวเองก็รีบไปเก็บกวาดเศษแจกันก่อนที่คุณพ่อจะกลับมาเห็นแล้วต่อว่าเรา

 

ถึงอย่างนั้นผมก็อดเสียดายไม่ได้ แจกันนั่นผมเพิ่งซื้อมาใหม่หลังจากใบเก่าถูกเจซี่ทำแตกไป

 

ช่างเป็นหมาที่ซนซะจริง

 

“อาทิตย์นี้บ้านผมแจกันแตกไปสามใบแล้ว เตียงของซีวานก็ถูกกัดจนต้องซื้อใหม่”

 

“หมาฟันกำลังขึ้นมันก็ชอบวุ่นวาย คุณต้องระวังตัวเองให้มากรู้ไหม อย่ามันกระโจนใส่หงายหลังไปนะ” เขาพูดโดยไม่มองหน้าผม เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมยิ้มแล้วลูบท้องตัวเองไปมา นับวันซีน่อนกับคุณอาของเขาแลดูจะมีสายใยที่แน่นขึ้นกันมาก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเจ้าตัวน้อยดูอยากออกมาเจอคุณอามากกว่าหน้าผมซะอีก “หวังว่าเขาจะไม่ตกใจกับเรื่องเมื่อกี้นี่นะ ไว้เดี๋ยวผมซื้อแจกันมาให้ใหม่”

 

“ขอบคุณนะโนเอล เขาเองก็อยากได้”

 

“มีอะไรที่ผมไม่เคยทำให้คุณบ้าง นอกจากซื้อพระจันทร์กับพระอาทิตย์ให้น่ะ” ผมขบขันส่ายหน้าเบาๆ เอ็นดูความจริงที่หลุดออกมาจากปาก ถึงเขาจะขี้บ่นไปบ้าง แต่ไม่มีครั้งไหนที่เขาไม่เคยช่วยเหลือเรา ทั้งตัวผม ทั้งคุณพ่อ กระทั่งคุณลูก โนเอลล้วนเป็นส่วนประกอบสำคัญ

 

ยิ่งเขามาดูแลผมแบบใกล้ชิดขนาดนี้ ผมก็รู้สึกเลยว่าเราสนิทกันมากขึ้น เขาเก็บเศษแจกันทั้งหมด รวมถึงดอกไม้ที่ช้ำจนต้องโยนทิ้ง เอาไม้ถูมาเช็ดน้ำ ทำความสะอาดทุกอย่างชนิดที่ว่าแม่บ้านคงอายหนี

 

“มีคุณดูแลดีแบบนี้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าหญิง”

 

“ปกติคุณก็เป็นอยู่แล้วหนิ ดีแลนเรียกคุณว่าอะไรนะ ราชินีใช่ไหม?” ผมพยักหน้า “ไม่ต้องแต่งตั้งก็มีคนพร้อมยกสถานะให้ คุณน่ะเกิดมาเพื่ออยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารจริงๆ”

 

“อย่างน้อยผมก็ไม่กินเนื้อสัตว์ใหญ่ทุกอาทิตย์”

 

“แต่คุณเป็นเมียฉลามไง แค่นั้นก็บอกแล้วคุณยิ่งใหญ่ขนาดไหนน่ะ” หัวเราะไปทีกับถ้อยคำที่เหมือนจะชมไม่ก็ประชดให้รู้สึก ถ้ามองขำๆ ก็จริงอย่างที่เขาพูด ผมเป็นเมียฉลามล้านปีที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน เท่ากับว่าผมอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร มีอำนาจเหนือกว่านักล่า

 

แต่ถ้ามองตามความจริงถึงผมจะเป็นเมียพวกเขา ก็ไม่ได้แปลว่าสัตว์ทุกตัวอยู่ใต้อำนาจของผม สุดท้ายแล้วผมก็เป็นเพียงมนุษย์คนนึง

 

“อ่า...โอ๊ย”

 

“เป็นอะไรไปโซล?”

 

“เหมือนจะเจ็บท้องหน่อยๆ ครับ” ผมบอกนิ่วหน้านิดหน่อยเมื่อรู้สึกปวดในท้องขึ้นมา เป็นความรู้สึกที่ผมจำได้ดีเพราะผมเคยปวดแบบนี้มาสองครั้ง ครั้งแรกคือตอนคลอดซีวาน ตอนที่สองคือแดเนียล ทว่ามันก็ยังไม่ถึงขั้นจะคลอด แค่เป็นสัญญาณให้เตรียมตัวไว้ แน่นอนมันทำให้อีกฝ่ายตกใจ ลนลานทำอะไรไม่ถูก

 

“พระเจ้า! ผมควรทำไง ผมควรโทรเรียกหมอโทแวนไหมหรือว่า...”

 

“แม่ครับ ผมกลับมาแล้ว”

 

“ซีวาน” ผมเรียกชื่อลูกคนโตที่ตะโกนมาจากประตูหน้าบ้าน ก่อนจะเลื่อนสายตาไปหาเขาที่วิ่งมาเกือบจะกระโจนหาผมอยู่แล้ว ดีที่ยั้งตัวเองทัน เปลี่ยนเป็นขยับมากอดเท่านั้น ไม่ลืมจูบหน้าท้องผมทักทายเจ้าตัวน้อยที่เริ่มส่งสัญญาณ “เป็นไงบ้างครับ ที่โรงเรียนดีไหม?”

 

“ดีครับ ผมมีเพื่อนใหม่”

 

“และผมก็เจอเด็กที่ชื่อจีเซลแล้ว” ดายตอบวางกระเป๋านักเรียนของซีวานลงบนโซฟา “วันนี้เธอเอาของมาให้ผม แนะนำตัวว่าเป็นเพื่อนกับซีวาน”

 

“ตกลงว่าหนูยอมเป็นเพื่อนกับเขา?”

 

“เปล่าครับ ผมพยายามปฏิเสธแล้ว” ซีวานหลุบตาต่ำ ถอนหายใจเล็กน้อยจนผมต้องลูบหัวลูก “แต่ผมจะลองใหม่ ผมอาจยังทำได้ไม่ดี”

 

“ลูกทำดีแล้วคนเก่ง แต่ของแบบนี้ต้องใช้เวลา”

 

“ครับ”

 

“แต่วันนี้ลูกเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว แม่ให้รางวัลนะ” ผมหอมหัวเขา กัดฟันข่มความเจ็บที่แวะทักทายเป็นระยะๆ มันยังไม่เจ็บหน่วงมาก อารมณ์เหมือนโดนทุบมากกว่า พลับผมก็เหลือบมองนาฬิกาแล้วพบว่าตอนนี้หกโมงกว่า “จริงสิคืนนี้มีจันทรุปราคาด้วยนะ พรุ่งนี้ซีวานหยุดอยู่ดูกันดีไหม?”

 

“ดีครับแม่ ผมอยากดู แดเนียลก็คงอยากเหมือนกัน”

 

“งั้นก็ไปอาบน้ำก่อนเนอะ แล้วเดี๋ยวมากินข้าวจะได้อยู่ดูกัน อีกไม่นานน้องกับคุณพ่อก็คงกลับ”

 

“มานู้นแล้วโซล” ดายตอบพลางเลื่อนสายตาไปมองพ่อลูกที่วิ่งมาจากหลังบ้าน เนื้อตัวพร่างพราวไปด้วยหยดน้ำ แสดงให้เห็นเลยว่าพวกเขาไปสนุกกันมามากแค่ไหน แดเนียลเบิกตากว้างตอนเห็นซีวานกลับมาแล้วส่งผลให้รีบวิ่งมากระโดดใส่

 

“พี่! พี่กลับมาแล้ว!”

 

“อื้ม พี่กลับมาแล้ว”

 

“เย้!” ดีใจยกใหญ่ให้ส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู แดเนียลหันมาจูบท้องผม จังหวะเดียวกับที่ดีแลนโน้มตัวมาหอมหัว ผมยิ้มให้เขา เด็กในท้องก็มีปฏิกิริยาตอบโต้ ทั้งถีบ ทั้งดันให้รู้ว่าเขาอยากลืมตามาดูโลก “แม่ฮะ น้องดิ้นใหญ่เลย”

 

“อ่า ใช่ ใช่เลย” ยิ้มอ่อนแล้วลูบหัว “พาเด็กๆ ขึ้นไปอาบน้ำเถอะครับ คืนนี้จะได้อยู่ดูจันทรุปราคากัน”

 

“คุณดูหน้าซีดนะโซล ไม่สบายเหรอที่รัก?”

 

“ผมเจ็บท้องน่ะดีแลน”

 

“!!!!”

 

“ถ้าอาบน้ำให้ลูกเสร็จ ช่วยเตรียมน้ำให้หน่อยได้ไหม ผมคิดว่าคืนนี้...อาจจะมีคนอยากมาดูพระจันทร์กับเรา” ผมบอกกับเขาลูบท้องตัวเองไปมาขณะที่สบตากับคนที่เบิกตากว้างใส่ ดีแลนดูตื่นตระหนกมากสุด เขาเลิ่กลั่กแทบจะโพล่งออกมาแล้วถ้าผมไม่เอานิ้วแนบปากปรามเขาไว้ก่อน

 

ผมไม่อยากให้เด็กๆ ตกใจเพราะความดีใจของคุณพ่อ

 

“ดาย อุ้มผมขึ้นไปข้างบนหน่อยได้ไหม ผมต้องเตรียมตัว”

 

“เตรียมตัวสำหรับอะไรเหรอครับแม่?” ซีวานถาม เอียงคอมองเป็นเชิงสงสัย “แล้ววันนี้จะมีใครมาดูพระจันทร์กับเราเหรอครับ?”

 

“คนที่เรารออยู่ไงครับ”

 

“…”

 

“น้องจะมาแล้วนะ คืนนี้คงได้เจอ” 

 

“น้องจะมาแล้วเหรอ เน่วอยากเจอ!”

 

“ถ้าอยากเจอก็ต้องรีบไปอาบน้ำนะคนเก่ง จะได้ตัวหอมๆ น้องจะได้อยากกอดนะครับ” ผมลูบหัวลูกทั้งสองสลับกัน ยกยิ้มบางๆ เพราะรู้สึกว่าอาการปวดท้องเริ่มตามมาถี่ขึ้น “ดีแลน ผมฝากเด็กๆ ด้วยนะแล้วโทรตามคุณหมอให้ผมที”

 

“เดี๋ยวผมโทรให้เลย” โนเอลบอกหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาอย่างว่องไว ดีแลนพยักหน้ารับรีบพาเด็กๆ ขึ้นไปข้างบนขณะที่ดายเข้ามาประคองผม เราจะได้ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวสำหรับลูกคนเล็กที่ใกล้จะมา ทว่าตอนที่ผมยืนขึ้น จู่ๆ น้ำสีใสก็ไหลซึมผ่านขา มันหยดลงบนพื้นบ่งบอกให้รู้ว่า…

 

“โซล น้ำคร่ำคุณแตกแล้ว”

 

“มีเรื่องให้ตื่นเต้นแล้วสิ” อยากจะหัวเราะอยู่เหมือนกันถ้าไม่ติดว่าเริ่มปวดท้องหนักขึ้น ดายถึงกับช้อนตัวผม อุ้มพาขึ้นมาชั้นสองตอนที่โนเอลเรียกหมอมาหา หัวใจผมเต้นแรงไม่เป็นส่ำ แค่คิดว่าจะได้เจอเด็กน่ารักหัวใจก็สั่นไปหมด ซีน่อนเป็นเด็กที่เรารอคอยมากที่สุด ผมพยายามไม่กดดัน พยายามทำตัวให้มีความสุข เราจะได้ผ่านพ้นมันไปได้ด้วยดี

 

อาการปวดท้องตามมาเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ผมขอให้ดีแลนอยู่เป็นเพื่อนเด็กๆ อย่าให้พวกเขาขึ้นมาตอนนี้ หมอโทแวนรีบตรงดิ่งมาที่บ้าน ในห้องน้ำเวลานี้เลยมีแค่ผมที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้า กับดายที่เปลือยท่อนบน เป็นคนโอบกอดผมไว้จากด้านหลัง โนเอลวนเวียนอยู่แถวนั้น ดูรู้เลยว่าเขากังวลกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

 

ถามว่าทำไมไม่ให้ดีแลนอยู่กับผมแล้วให้โนเอลอยู่เป็นเพื่อนลูก...

 

โนเอลเอาพวกเขาไม่อยู่หรอก พวกเขาจะต้องสงสัยว่าทำไมแม่ถึงไม่ลงไปดูพระจันทร์ด้วยกัน มันตลกที่วันนี้พระจันทร์ขึ้นเร็วกว่าทุกวัน มันลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้าตั้งแต่ยังไม่สองทุ่มเลยมั้ง ผมเห็นมันเป็นภาพสุดท้ายก่อนที่จะแปรเปลี่ยนภาพของคุณหมอที่พยายามทำคลอดให้

 

หูตาผมอื้ออึง สมองไม่อาจคิดอะไร ทุกสัดส่วนเจ็บหน่วงจนน้ำตาไหล ทว่าผมกลับชา...

 

ชาจนไร้ความรู้สึก 

 

“พร้อมนะโซล นับหนึ่งถึงสามนะ” คุณหมอโทแวนบอก ยื่นผ้ามาให้ผมกัดไว้จะได้ไม่เผลอกัดปากตัวเองแตก ผมคิดถึงใบหน้าของพ่อแม่ คิดถึงช่วงเวลาที่มีความสุขโดยไม่รู้เลยว่าจิกเล็บลงกับแขนของดายจนเลือดแทบไหล ดวงตาสวยจับจ้องไปที่พระจันทร์ เวลานี้มันเริ่มมืดดำเพราะถูกเงากลืนกิน

 

จันทรุปราคาเป็นสัญญาณของเด็กคนนี้

 

“เอาล่ะนะ หนึ่ง สอง สาม เบ่ง!”

 

“อื้อออ” ผมกัดผ้าแน่น น้ำตาไหลผ่านหางตาหยดลงในอ่างน้ำที่สูงถึงอก ความเจ็บช่วงล่างเป็นตัวบอกว่าผมยังมีชีวิต พยายามเบ่งให้เจ้าตัวเล็กที่ดิ้นอยู่ออกมาหา หมอโทแวนนับอีกครั้ง ให้สัญญาณผมที่เหมือนใกล้ตายทุกชั่วขณะ

 

โนเอลเองก็เบ่งไปกับผมด้วย แม้ว่าหน้าจะเริ่มซีดก็ตาม

 

เขาคงกลัวเลือดที่ไหลออกมาจากช่องทางของผมก็ได้ มันย้อมน้ำใสให้กลายเป็นสีแดงฉานไปหมด ดายกดจูบที่หัวผม ขอให้อดทนกับเด็กคนนั้น

 

“อีกรอบนะโซล พร้อมนะ”

 

“อื้อ”

 

“หนึ่ง”

 

“อึก”

 

“สอง”

 

“แฮ่ก”

 

“สาม!”

 

“อื้อออ!” ผมรวมแรงทั้งหมดเพื่อทำให้เขาออกมาดูโลก ดายเองก็พยายามดันท้องผมช่วยเบ่งไปด้วยกัน ผมไม่กล้าก้มมองตรงนั้น รู้สึกเลื่อนลอยอยากเห็นว่าพระจันทร์ตอนนี้เป็นแบบไหน มันเริ่มมืดดำ แสงสีแดงหลุดผ่านมาเป็นระยะๆ ค้างไว้อยู่นานเช่นเดียวกับคนด้านล่างที่โผล่มาแค่หัวเท่านั้น

 

โนเอลเข้ามาจับท้องผม รวมมือรวมใจเพื่อพาเขาออกมาดูพระจันทร์ ผมสูดหายใจเข้า พยักหน้ารับแล้วก็เบ่งอีกครั้งอีก ทุกอย่างเจ็บเสียดไปหมด ผมรู้สึกเหมือนตัวเองจะลาโลกไป พลันผมก็เห็นภาพเด็กคนนึงที่ผมเคยสูญเสียเขาไป...

 

เขายืนอยู่ตรงนั้น ยกยิ้มแล้วก็โบกมือให้

 

‘ผมรักแม่นะครับ’

 

“อื้อ อื้อ อื้อออ!!!!”

 

“อุแว๊!”

 

“ได้แล้วโซล! ออกมาแล้ว!”

 

“เฮือก!” ผมทิ้งตัวลงพิงอกตาย หมดแรงชนิดที่ไม่ต้องถามเลยว่าเพราะเหตุไหน ความเจ็บหน่วงจากด้านล่างกลายเป็นเพียงความชินชาที่เหมือนโดนฟาดแล้วอัดยาชาเข้าไป ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกโล่งมากราวกับไม่เคยมีอะไรอยู่ตรงนั้น ตามมาด้วยเสียงเด็กร้องไห้รั้งให้ผมจับจ้องเด็กที่คุณหมออุ้มขึ้นมาจากน้ำ

 

เนื้อตัวเขาแดงไปหมด มีเลือดแต่งแต้มตามตัวขณะที่ร้องลั่น คุณหมอส่งเขามาให้เรา

 

“ได้เจอแล้วนะ ซีน่อนของพวกเรา” ดายกระซิบบอกตอนโอบกอดลูกซ้อนทับกับผม จังหวะนั้นผมร้องไห้ ชั่วขณะนึงผมนึกว่าเราจะเสียเขาไปเพราะเด็กคนนั้นมาปรากฏให้ผมเห็น ทว่าผมคิดว่านั่นคงเป็นการส่งไม้ต่อ เขาเลือกที่จะมอบลมหายใจให้น้องเขาเอง มันทำให้ผมเม้มปากแน่น ปล่อยโฮออกมาพร้อมกับก้มลงไปจูบเขา

 

“ลูกแม่ ฮึก แม่รักหนูนะครับ ได้ยินไหม”

 

“แอะ”

 

“ทุกคนรอการมาของหนูนะลูก” เจ้าตัวเล็กลดเสียงร้องไห้กลายเป็นเสียงแอะๆ ของเด็กแรกเกิด ผมจูบเขาซ้ำๆ มีช่วงนึงที่มือเล็กแนบแก้มผม สัมผัสหยดน้ำตาตอนกดจูบลง เป็นความรักที่ผมไม่รู้จะมอบยังไงให้หมดในคราวเดียวกัน

 

“เขาน่ารักชะมัด” ผมเลื่อนสายตาไปมองพ่อทูนหัวที่ยืนดูด้วยความปลื้มปริ่มใจ “เขาดูเหมือนคุณเลยให้ตาย”

 

“คุณอยากอุ้มเขาไหม?”

 

“อย่าเพิ่ง ผมว่าผมยังไม่พร้อมเท่าไหร่”

 

“ทำไม...”

 

“มีใครมียาดมไหม ผมว่า...ผมเหมือนจะเป็นลม เฮือก!” 

 

LOADING 100 PER 

คืนจันทร์เต็มดวงแสงสกาววาววับน่าจับตามอง 

เด็กแสนน่ารักเกิดขึ้นมาในอ้อมกอด เป็นโซ่ทองคล้องใจอย่างที่ฝัน 

คืนนี้คงต้องช่วยกันขับกล่อมร้องเพลงกัน 

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคืนดูพระจันทร์ 

คืนนี้พระจันทร์สวยนะ ซีน่อน :) 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น