Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 32 : สิ่งที่รอคอย

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 32 : สิ่งที่รอคอย

คำค้น : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 11:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 32 : สิ่งที่รอคอย
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 32 : สิ่งที่รอคอย 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

“ถ้าอาบมากกว่านี้คุณได้ตัวเปื่อยแน่”

 

“ทีคุณยังอยู่ในน้ำทั้งวันโดยตัวไม่เปื่อยได้ แล้วผมต่างจากคุณตรงไหน”

 

“ตรงที่ผมเป็นฉลาม ผมอยู่ในน้ำได้นานเท่าที่ต้องการไง”

 

“ก็แค่อาบน้ำเองทูนหัว ยอมผมหน่อยไม่ได้เหรอครับ” ผมช้อนตามองเป็นลูกแมวหวังเพียงเขาใจอ่อน ผมไม่สนใจหรอกว่าตัวจะเปื่อยไหมหรือจะไปปลุกอารมณ์ของเขาหรือเปล่า ผมอยากได้กลิ่นเขาเวลามีหยาดน้ำเกาะพร่างพราว มันแปลกหรือไงที่ผมทำแบบนั้น ผมก็ทำแบบนี้กับดีแลนเหมือนกัน

 

เล่นเอาคุณพ่อแทบไม่ได้อาบน้ำอย่างเดียวเลย

 

“นะครับ นะๆ” ผมอ้อนระคนจูบบ่าเขาซ้ำๆ ดมกลิ่นที่ท้ายทอยเขาแล้วไล่จูบไปตามแก้มขาว ดายพลิกตัวกลับมามองหน้าผม กอดเอวไว้หลวมๆ ตอนที่ผมจูบซอกคอเขา จริงๆ จูบน่ะเป็นผลพลอยได้ ความจริงแล้วผมแค่ฝังจมูกสูดกลิ่นกายของเขามากกว่า

 

ถามว่าหอมไหม มันก็หอมนะ แค่รู้สึกว่าพอได้กลิ่นเขาแล้วมันสบายใจ เช่นเดียวกับที่ได้กลิ่นของน้องชายเขา มันทำให้ผมหยุดดมไม่ได้แม้ว่าเขาจะรำคาญแค่ไหน กับลูกผมก็ไม่เป็นนะ เป็นแค่กับพวกเขาสองคนโดยที่ไม่รู้ว่าทำไม

 

บางทีผมอาจจะแค่อยากอ้อนพวกเขาก็ได้ มันเป็นเรื่องปกติของสามีภรรยา

 

“ก็ได้”

 

“รักคุณที่สุด” ผมจูบปากเขา ไม่ได้ลึกซึ้งทำเพียงแค่หยอกล้อให้ดายยกยิ้มเท่านั้น คุณพ่อกลับไปล้างจานให้เสร็จแล้วเราก็เข้าไปอาบน้ำกัน เวลานี้ดีแลนกำลังสอนลูกเรื่องการเข้าสังคม เมื่อเดือนก่อนเขาไปทดสอบวัดระดับมาแล้วพบว่าสมองของเขาตอนนี้สามารถเรียนประถมได้สบาย แต่ตามพื้นฐานเขาต้องเรียนอนุบาล ครูแม็คเวลจึงคุยกับผมว่าจะให้ซีวานเรียนอนุบาลสอง พาสชั้นมาก่อนแต่ไม่ได้สูงจนเกินไปไม่งั้นเขาจะสร้างเพื่อนได้ยาก

 

หนำซ้ำลูกชายผมยังได้อยู่ห้องพิเศษ รวมเด็กเก่ง เด็กอัจฉริยะ และไม่ใช่ว่าผมเชื่อคำพูดแคทเทอรีนมากนะ แต่ผมก็อดถามครูใหญ่ไม่ได้ว่าจีเซลอยู่ห้องนี้ไหม ดีหน่อยที่เธอไม่ได้เรียนเก่งขนาดนั้น ผมเลยค่อนข้างวางใจ

 

อย่ามองผมในแง่ร้ายว่ากีดกันลูกหรือเชื่อเพื่อนตัวเองมากไป ผมแค่ทำเพื่อความสบายใจของซีวานเท่านั้น

 

“โซล”

 

“อื้อ” ผมครางในลำคอตอนกดจูบไปตามลำคอร่างสูง ส่ายน้ำไม่อาจลบกลิ่นบนตัวเขาออกไปได้ กลับกันผมรู้สึกว่ากลิ่นของดายหอมขึ้นไปอีก หอมชนิดที่ผมไม่อาจหยุดดม ผมไล่จมูกไปทุกที่ที่ผมอยากดม โดยไม่สนใจแรงอารมณ์ที่ก่อตัวขึ้นมาของเขา “ตัวคุณหอมมากเลย”

 

“โซล ถ้าคุณยังไม่หยุด ผมคิดว่าผมคงต้องกอดคุณสักรอบ”

 

“ไม่ครับ เราสัญญาแล้วว่าเราจะไม่กอด”

 

“แต่คุณทำผมมีอารมณ์”

 

“คุณมีอารมณ์ตลอดเวลาดาย อย่ามาโทษผม” ว่าเสียงดุเพราะนั่นคือเรื่องจริง ถึงผมไม่ยุ่งกับเขา ไม่กอดไม่หอมเขา เขาก็พร้อมที่จะเข้ามาในตัวผมอยู่แล้ว ทั้งเขา ทั้งดีแลนต่างเป็นฉลามหื่นกามที่รอเหยื่อเข้าปากโดยไม่สนว่าเหยื่อตัวนั้นจะยินยอมเขาไหม บางทีผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าแค่ผมหายใจ...

 

พวกเขาก็อยากมีอะไรกับผมแล้วเหรอ?

 

“โซล” ดายว่าเสียงดุขึ้น ดูเขาพยายามอดทนมากเลยที่จะไม่กอดผมทำเอาผมถึงกับหัวเราะ เอามือคล้องคอด้วยแววตานึกสนุก หน้าท้องของผมยังไม่ได้โตมากทว่าก็นูนออกมาบ้างแล้ว และใช่ ผมคุยกับพวกเขาแล้วว่านี่คงเป็นท้องสุดท้ายของผม ผมรู้สึกว่าสามคนเนี่ยแหละกำลังดีไม่ต้องแย่งกัน

 

อีกอย่างผมแอบคิดว่าถ้ามีมากกว่านั้นจะเลี้ยงไม่ไหว และผมตั้งใจจะมีแค่สามคนมาตั้งนานแล้ว ผมอยากเลี้ยงพวกเขาให้ดีที่สุด ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ห้ามมีเซกส์ แค่ต้องเซฟไว้หน่อยหรือถ้ามาจริงๆ ผมก็เลี้ยงได้ แต่ถ้าเป็นไปได้สามคนเนี่ยแหละกำลังสวยเลย

 

“อื้ม~” ผมจูบดาย สอดลิ้นเข้าไปเก็บเกี่ยวความหวานพลางเสยเส้นผมสีดำไปด้านหลัง กวาดตามองเขาตอนเราจูบกัน รับรู้ถึงความหล่อเหลาที่ถ่ายทอดไปหาลูกแบบเต็มเปี่ยม ผมเล่าเรื่องจีเซลให้พวกเขาฟังแล้ว ดีแลนมองว่ามันเป็นเรื่องตลก ส่วนดายบอกว่าเราควรคุยกับเขาดีๆ ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงได้ แต่ผมคิดว่าซีวานน่ะรู้อยู่แล้วว่าต้องทำยังไง

 

ความคิดเขานำไปหลายขุมแล้ว

 

หลังของผมแนบกับกำแพงตามมาด้วยร่างแกร่งที่กักตัวผมไว้ ดายไล่จูบตั้งแต่ซอกคอไปถึงท้อง จูบย้ำๆ สื่อสารกับคนข้างใน

 

“ผมคิดว่าคนนี้เหมือนคุณ” เขากระซิบ “เขาทำให้คุณขี้อ้อนขึ้น”

 

“ไม่คิดว่าผมอยากทำเองบ้างเหรอ คุณก็รู้ดีว่าผมรักพวกคุณ”

 

“เพราะผมรู้ ผมถึงมั่นใจว่านี่ไม่ใช่นิสัยแบบปกติของคุณ” ดายตวัดสายตาขึ้นมา กัดท้องผมเบาๆ คล้ายหยอกเย้ากัน ทว่ากลับทำให้ผมรู้สึกเสียววูบขึ้นมา อาจเพราะเวลานี้ตรงท้องเป็นส่วนที่อ่อนไหวมาก พอมีคนมากระทบไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม มันเลยรู้สึกได้ง่าย “ลูกของเราคงนิสัยเหมือนแมว”

 

“คุณไม่เคยเลี้ยงมันด้วยซ้ำ”

 

“ผมว่าจะถามคุณอยู่เหมือนกัน”

 

“ครับ?”

 

“เราลองเลี้ยงสัตว์บ้างไหม หมาหรือแมวก็ได้เอาไว้เป็นเพื่อนเด็กๆ”

 

“นี่คุณพูดจริงเหรอ?” ผมเลิกคิ้วใส่ ร้อยวันพันปีผมไม่เคยเห็นเขาบอกว่าอยากเลี้ยงอะไร และผมก็ไม่เคยเสนอเพราะผมกลัวว่าถ้าเราเลี้ยงสัตว์อย่างที่บอกไว้ โดยเฉพาะหมามันอาจจะไปกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาได้ มีหลายบทความที่พูดเกี่ยวกับการว่ายน้ำกับหมาแล้วล่อฉลามเข้ามาใกล้ เพราะงั้นผมถึงตกใจมากๆ ที่เขาถามแบบนี้

 

“ผมก็แค่เสนอความคิด เห็นโนเอลบอกผมว่าแดเนียลดูอยากได้หมา” ดายไหวไหล่ยืดตัวขึ้นให้ผมจูบอกเขา ร่างสูงยกร่างผมให้ขาเกี่ยวเอวสอบ พาไปเช็ดตัวบนอ่างล้างหน้าทั้งที่ความจริงเขาดูเหมือนจะอยากขย้ำผมให้ตายมากกว่า “เขาเล่าว่าเวลาพาลูกเราออกไปข้างนอก แดเนียลชอบไปร้านขายสัตว์ ดูหมาแต่ละตัวที่คนอื่นรับไปเลี้ยง ผมคุยกับดีแลนแล้ว มันน่าจะโอเคถ้าเราเลี้ยงอะไรสักอย่าง”

 

“ที่ผมตกใจก็เพราะหมามันเป็นสัตว์ที่ดึงดูดฉลามไม่ใช่หรือไง?”

 

“พวกเราไม่กินหมาหรอกนะโซล มันไม่อร่อยเท่าเนื้อวาฬ” 

 

“แปลว่าคุณเคยกิน?”

 

“ผมก็แค่คิด ผมไม่กินสัตว์บกนอกจากที่คุณหามาให้” ดายตอบพร้อมถอนหายใจ หยิบผ้าเช็ดผมมาวางลงบนหัวผม ขยี้เบาๆ เพื่อให้มันซึมซับน้ำออกจากหัวผมไป “และผมอ่านในเน็ตมา เขาบอกว่าเด็กที่มีเพื่อนคู่ใจจะทำให้พัฒนาการก้าวหน้าขึ้น เผื่อซีวานจะเอาไปคุยกับคนอื่นแล้วได้เพื่อนเพิ่มไงไม่ดีเหรอ?”

 

“อืม...” ผมทำเป็นครุ่นคิด ลากเสียงยาวในลำคอแล้วหาเรื่องวนไปจูบซอกคอเขา ดึงแขนแกร่งมาดมข้อพับ มันอาจเป็นภาพที่ประหลาด แต่เชื่อเถอะว่าผมชอบมันมาก “ก็ดีนะครับถ้าคุณคิดงั้น ผมเองก็เคยอยากเลี้ยงหมาเหมือนกัน และมันคงเป็นของขวัญต้อนรับลูกคนที่สาม ไม่สิ คนที่สี่ของเราได้ดี”

 

“ถ้าคุณโอเค ไว้เสาร์อาทิตย์นี่เราไปรับมาเลี้ยงสักตัวดีไหม?”

 

“ได้ครับ ยังไงก็ได้” พยักหน้ารับแล้วคลอเคลียข้อพับแขนเขาไม่เลิก “ฝากถามเด็กๆ ด้วยนะครับว่าอยากได้พันธุ์ไหนเป็นพิเศษไหม ถ้าพวกเขามีพันธุ์ในใจเราจะได้ซื้อถูกกัน”

 

“ได้สิ ผมจะลงไปถามให้”

 

“ก่อนไปคุณน่าจะจัดการกับตัวเองก่อนนะครับ” เจ้าตัวขมวดคิ้วดูไม่เข้าใจสิ่งที่ผมสื่อเป็นนัย ผมเลยต้องหลุบตา ส่งซิกให้เขารู้ว่าบางอย่างของเขามันยังยืดตัวไม่ยอมหด เล่นเอาดายถึงกับถอนหายใจ เขาโยนเสื้อที่ใส่แล้วลงตะกร้า ทำท่าจะกลับเข้าไปอาบน้ำต่อ

 

“คุณไปแต่งตัวเถอะ อีกสักพักผมจะลงไปคุยกับลูกให้”

 

“ได้ครับ รีบตามมาไวๆ แล้วกัน”

 

“จริงๆ คุณน่าจะช่วยผมนะ คุณเป็นคนเริ่มมัน”

 

“ผมไม่กลืนน้ำลายตัวเองหรอกนะครับ รักคุณนะ” ผมขยิบตาระคนโบกมือให้คุณพ่อที่ส่ายหน้าเอือมระอาใส่ผม รอจังหวะที่เขาหันไปผมก็ฉวยโอกาสหยิบเสื้อในตะกร้าออกมาถือไว้ รีบก้าวเท้าออกจากห้องน้ำ สวมเสื้อที่ใส่แล้วของเขาพร้อมกับกางเกงตัวใหม่

 

พอทำแบบนี้แล้วรู้สึกเหมือนว่าโดนเขากอดยังไงไม่รู้

 

“นี่คุณแต่งคอสเพลย์เป็นดายเหรอ?” ดีแลนถามตอนที่ผมลงมาข้างล่าง คุณพ่อที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ถึงกับเลิกคิ้วใส่ “หรือคุณอยากใส่เสื้อโอเวอร์ไซส์ เสื้อของคุณก็มีไม่ใช่เหรอที่รัก”

 

“มีครับ แต่มันไม่มีกลิ่นของพวกคุณไง”

 

“โซล...”

 

“ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากใส่เสื้อของพวกคุณทุกตัวเลย” ผมยิ้มหวานจนตาหยีก่อนจะสาวเท้าไปดูว่าเขากำลังอ่านหนังสือเล่มไหน เดี๋ยวนี้ดีแลนหันมาอ่านหนังสือค่อนข้างเยอะเนื่องจากเขารับหน้าที่เป็นคนเล่านิทานก่อนนอนให้ลูกฟัง บางครั้งเขาก็แต่งเองด้วยนะ ซึ่งตอนจบส่วนใหญ่ก็คือฉลามกินวาฬไม่ก็โลมา ทั้งที่บางทีเรื่องนั้นไม่ได้เกี่ยวกับฉลามเลยสักนิด แต่ดีแลนก็ชักแม่น้ำทั้งห้ามาให้มันมีได้ตลอด

 

ผมผละสายตามามองคุณพ่อ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนตัก เขาหันหน้าเข้าหาพลางเบียดกายจนตัวเราแนบชิดกัน เล่นเอาอีกฝ่ายถึงกับชะงัก รับรู้ได้ถึงความร้อนที่ซ่อนตัวอยู่ในร่มผ้า

 

“ที่รัก ผมนี่ไม่ใช่ท่าที่คุณควรจะนั่งบนตัวผม”

 

“ทำไมล่ะครับ ผมนั่งตักคุณไม่ได้เหรอ?”

 

“นั่งได้ครับ แต่ท่านี่มันทำให้ผมมีอารมณ์”

 

“งั้นคุณก็ต้องระงับอารมณ์ เพราะผมไม่ให้คุณใส่เข้ามา” 

 

“แต่คุณกำลังถูมันกับของผมนะ” คุณพ่อบอกพร้อมวางหนังสือลงเพื่อมาบีบขยำสะโพกกลมมนของผม หนำซ้ำยังจับให้ขยับไปมาเพื่อถูกับของแข็งที่ซ่อนตัวอยู่ มันร้อนขึ้นให้ผมรู้ว่าเขาชอบแค่ไหน “ดูสิมันอยากให้คุณปลอบ”

 

“เราตกลงกันแล้วไงครับว่าเราจะไม่ทำจนกว่าจะคลอด”

 

“แต่คุณเริ่มก่อน”

 

“คุณจะรังแกผมเหรอครับ” ผมตีหน้าเศร้าให้อีกฝ่ายหยุดชะงัก “ก็รู้นี่น่าว่าผมเจอกับอะไรมา ผมไม่อยากให้เขาเป็นอันตรายนะถึงเราจะเคยทำมาแล้วก็เถอะ แต่หลังๆ ร่างกายผมไม่ได้แข็งแรงแบบเมื่อก่อน ไม่ใจร้ายกับผมไม่ได้เหรอ”

 

“อย่าตัดพ้อกับผมแบบนี้สิ ใจผมไม่ดีเลยเหมือนทำคุณร้องไห้”

 

“ก็คุณเอาของผมไปถูกับของคุณนี่ครับ”

 

“ผมเปล่า...”

 

“ไม่น่ารักเลยดีแลน คุณทำผมกลัวนะ” ไม่ใช่แค่ดีแลนที่เล่นละครเก่ง ตัวผมเองก็สกิลไม่น้อยหน้า ตีบทแตกเป็นคุณแม่ใจอ่อนแอ โดนขัดนิดหน่อยก็ตีหน้าเศร้า ไม่พอแค่นั้นยังเบียดแก้มลงกับอกเขา ค่อยๆ เคลื่อนไปซุกต้นคออุ่น กดจูบเบาๆ สลับกับสูดกลิ่นกายที่แตกต่างจากดายลิบลับ ผมรู้สึกว่ากลิ่นของดายจะมีความลึกลับ ดูสุขุมแม้เขาจะไม่ได้ใส่น้ำหอม

 

ส่วนของดีแลนเป็นกลิ่นที่พอดมแล้วรู้สึกสบายใจ ทำให้อารมณ์ดีต่อให้ตอนนี้ผมจะแกล้งทำเป็นคนเศร้าก็ตาม เล่นเอาคุณพ่อถึงกับกอดผมไว้มั่น ลูบหัวผมช้าๆ ปลอบประโลมที่แกล้งผม

 

จริงๆ ผมสิเป็นคนทำ ติดแค่ว่าเวลานี้ไม่ว่าใครก็เอาผิดผมไม่ได้

 

“โอเคที่รักผมยอมแล้ว ผมจะไม่ทำอะไร”

 

“ดีแลน”

 

“จะไม่แข็งตัวต่อให้ตอนนี้ผมอยากจะกอดคุณแทบบ้าก็ตาม” ปากพูดอย่างนั้นทว่าช่วงล่างกลับไปอีกแบบ เวลาที่ผมเคลื่อนกายอยู่บนตัว ส่วนล่างที่แข็งขืนขึ้นจะถูกับกลางกายของผม นาทีที่ได้ยินคำตอบผมยกยิ้มร้ายกาจ เข้าไปหอมแก้มเขาแล้วจูบปาก

 

“ขอบคุณนะครับ คุณน่ารักที่สุดเลย” ดีแลนบีบจมูกผมคงมันเขี้ยวที่ผมกลับมาอารมณ์ดีได้ “งั้นผมขอหอมคุณอีกได้ไหม ผมอยากได้กลิ่นคุณอีก”

 

“แค่นี้ยังไม่พอเหรอ เมื่อเช้าคุณก็ได้กลิ่นผมไปตั้งเยอะ”

 

“ก็ผมชอบกลิ่นของคุณนี่น่า ขอหอมอีกนะครับ นะๆ” ผมออดอ้อนเสียงหวาน ช้อนสายตามองเช่นเดียวกับที่ทำกับดายก่อนหน้าเขา แล้วมีเหรอว่าดีแลนจะไม่ยอมให้ผมทำ ถึงจะถอนหายใส่เขาก็พยักหน้า ผมยิ้มกว้างเลยมีความสุขมากๆ จนต้องหอมแก้มเขาเป็นรางวัล

 

จากนั้นก็ฝังจมูกไปตามซอกคอเขาไล่ยาวมาถึงอกแกร่ง ตื่นเต้นหน่อยก็ตอนที่สอดมือเข้าไปในเสื้อแล้วมุดตัวตามเข้าไปเพื่อดมกลิ่นที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้า ผมรู้สึกเลยว่าดีแลนหายใจผิดจังหวะ เขาคงพยายามอย่างมากที่จะไม่ฟัดผม

 

บางครั้งพอดมมากๆ ผมก็แกล้งบดสะโพกลงหยอกเย้ากับกายร้อนที่รอรับอยู่ ดีแลนบีบสะโพกผมอย่างสนุกมือ เป็นความสัมพันธ์ที่ได้ผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย บางทีเขาก็หอบหายใจ มีไซ้ซอกคอผมคืน เสียดายที่ผมกลับทรยศเขา

 

มือขาวถกเสื้ออีกฝ่ายออก เผยให้เห็นมัดกล้ามที่ขึ้นลอนสวย ดีแลนคงคิดว่าผมอยากจะมีอะไรกับเขาถึงได้เตรียมจะปลดกางเกงตัวเองด้วย

 

เสียดายที่พอผมได้เสื้อติดมือ...

 

“ผมขึ้นไปนอนบนห้องนะครับ”

 

“เดี๋ยวโซล...! โซล! เฮ้!” หัวเราะคิกคักตอนที่หนีขึ้นมาบนห้อง ปล่อยให้คุณพ่ออยู่กับอารมณ์ที่พุ่งสูงเพราะผมบอกแล้วว่าผมจะไม่ยอมให้เขาทำอะไรทั้งนั้น ประจวบเหมาะที่ดายเองก็ไม่อยู่ในห้อง เดาว่าน่าจะเล่นกับเด็กๆ อยู่อีกห้องนึงผมเลยได้เป็นเจ้าของพื้นที่

 

ผมตรงดิ่งมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงใหญ่ เดี๋ยวนี้นอกจากมันจะเต็มไปด้วยหมอนจนคุณผู้ชายแทบนอนไม่ได้ มันยังเต็มไปด้วยเสื้อผ้าของพวกเขาที่ผมชอบเอามากองรวมกันไว้เป็นภูเขา สองชิ้นล่าสุดก็คือเสื้อดายที่ผมขโมยมาจากตะกร้าผ้า และเสื้อของดีแลนที่ผมฉกฉวยมาเมื่อกี้ ซึ่งพอขโมยมาได้ ผมก็จะคุยกับเจ้าตัวเล็กที่เป็นผู้ร่วมขบวนการ

 

“ได้สมบัติคุณพ่ออีกชิ้นแล้วครับตัวน้อย” ดูเหมือนลูกคนนี้จะชอบเวลาที่ผมฝังตัวอยู่กับบรรดาข้าวของของคุณพ่อเขา ไม่ว่าจะชิ้นเล็ก ชิ้นใหญ่เขาก็จะมีความสุข ผมรับรู้ได้จากสายในแม่ลูก นอกจากนี้แล้วเรายังมีกฎที่คนอื่นห้ามฝ่าฝืน

 

คือถ้าผมเอาของที่ขโมยมาเข้า ‘รังรัก’ ของผมเมื่อไหร่ห้ามใครแตะต้องทั้งนั้น ไม่ว่าจะคุณพ่อหรือคุณลูกก็ไม่มีสิทธิ์ทำ ถ้าเกิดมีคนหยิบออกไปซักแล้วเอามาวางไว้ที่เดิม ผมก็รับรู้ได้เนื่องจากกลิ่นมันต่างออกไป

 

แรกเริ่มก็แค่ย่นคิ้วใส่ แต่พอนานวันไป...

 

พวกเขาก็จะพบกับความน้อยใจขั้นสูงสุด 

 

“ซักของผมทำไมครับ” ผมถามเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้าในช่วงเย็นของสามเดือนให้หลัง เสื้อตัวใหม่ที่ดีแลนใส่เมื่อหลายวันก่อน ผมเอาเข้ารังแล้วพบว่ามันหายไป ไม่รู้ว่าหายไปไหนจนไปเจอมันตากอยู่นอกบ้าน

 

กลิ่นเนื้อตัวที่เคยแทรกซึมอยู่ในเนื้อผ้าถูกแทนที่ด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ดายซักทำเอาผมนั่งเศร้าเป็นวัน

 

“ผมห้ามพวกคุณซัก แล้วเอาของผมไปทำไม” ผมสะอื้น น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม นั่งมองดูเสื้อตัวใหญ่สีน้ำตาลแดงที่ถืออยู่ มีคุณพ่อสองคนมองหน้ากัน หาข้อแก้ตัวมาใช้กับผม ส่วนคุณลูกกำลังเล่นซนอยู่ตรงสระน้ำ “เห็นไหมว่ากลิ่นมันไม่เหมือนเดิม เห็นไหมครับว่ามันไม่หอม”

 

“ที่รัก ตัวนั้นมันมีแต่เหงื่อ ถ้าไม่ซักมันจะขึ้นขี้เกลือแล้วเป็นเชื้อราเอานะ”

 

“และผมก็ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มตัวใหม่ กลิ่นที่คุณชอบไง มันไม่หอมเหรอ?” ทั้งคู่ถามผมสลับกัน ก่อนจะได้คำตอบเป็นการส่ายหน้าจนเส้นผมกระจาย ผมรู้ว่าเจ้าตัวเล็กไม่ชอบกลิ่นนี้ เขาต่อต้านมันผ่านผมที่กำลังร้องไห้

 

“ไม่ชอบ ผมไม่ชอบ เขาไม่ชอบ เอากลิ่นเก่าคืนมา”

 

“ที่รัก”

 

“คุณมาขโมยของผมแล้วเอาไปซักนะ คุณทำตัวไม่น่ารัก ผมไม่ชอบเลย ฮึก” ผมสะอื้นจนตัวสั่นเล่นเอาดีแลนต้องรีบเข้ามากอด จูบหัวผมซ้ำๆ มองหน้าพี่ชายเป็นเชิงว่าเขาควรทำไงดี ไม่วายผมแอบฝังหน้าลงกับไหล่เขา ดมกลิ่นหอมอีกแบบที่ต่างจากกลิ่นเสื้อที่ผมถืออยู่นี่

 

ผมเคยชอบกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ดายใช้มากๆ มันเป็นกลิ่นธรรมชาติที่หอมตลอดวันแม้มีเหงื่อ แต่พอท้องลูกคนนี้อะไรที่ผมเคยชอบแลดูจะเทียบไม่ติดกับความชอบของเขา มันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ชนิดที่ถ้าไม่ตามใจจะโดนโกรธไปหลายวัน นอกจากเรื่องนี้แล้วผมยังสั่งให้ดายปลูกดอกเดซี่รอบบ้านเพราะเจ้าตัวน้อยในตัวสั่ง ดูท่าเขาจะชอบสีสันของมันและความหมายที่ซ่อนอยู่ในสีสันพวกนั้น

 

ความบริสุทธิ์ ความรัก และแสงสว่าง นั่นอาจหมายถึงตัวตนของเขาที่พยายามบอกเรา

 

ตัวตนของ...ลูกคนสามลำดับที่สี่

 

“เอางี้ไหมเดี๋ยวผมถอดเสื้อตัวนี้ให้ คุณชอบกลิ่นผมใช่ไหม เดี๋ยวผมยกให้เลย” ดีแลนที่คิดวิธีออกรีบยื่นข้อเสนอให้ผม เขายอมถอดเสื้อที่ใส่อยู่ให้ผม แลกกับเสื้อในมือผมจะได้หยุดร้องไห้ “ตัวนี้ผมใส่มาทั้งวันเลยน่าจะมีกลิ่นผมติดอยู่บ้าง ส่วนตัวนี้เดี๋ยวผมใส่ต่อกัน จะได้มีกลิ่นผมทั้งสองตัวเลยดีไหม”

 

“ฮึก ฮือ”

 

“ไม่ร้องไห้นะที่รัก เรื่องแค่นี้เองอย่าคิดมากอะไร”

 

“คุณไม่เป็นผมคุณไม่เข้าใจ นี่มันไม่ใช่เรื่องแค่นี้นะดีแลน” ผมสวนเขาร้องไห้หนักขึ้นแม้จะรับเสื้อมาถือไว้ ผมฝังหน้าลงกับมัน ดมกลิ่นของดีแลนที่ยังไม่หนักเท่ากลิ่นที่ผมเคยได้รับ ผมไม่เคยสนเลยว่ามันจะเหม็นเหงื่อหรือเหม็นอะไร ผมแค่ชอบกลิ่นของพวกเขาแล้วตอนนี้ก็โกรธดายมากด้วย “กลิ่นมันไม่เหมือนกัน ฮึก”

 

“อ่า แล้วผมทำไงดี ให้ผมไปวิ่งกับเด็กๆ สักรอบไหม เหงื่อจะได้ออกติดเสื้อมาบ้าง”

 

“ไม่เอา คุณต้องนั่งอยู่กับผม ห้ามไปไหนเพราะผมโกรธดาย”

 

“โซล”

 

“ไม่ต้องมาคุยกับผมเลย ผมโกรธคุณแล้ว ผมโกรธคุณมากๆ เลย” ผมไม่ได้ขึ้นเสียงแค่ทำเพียงร้องไห้ให้ดายรู้ว่าเขาทำผิดต่อผมแค่ไหน ผมรู้ว่าเขาเป็นคนทำความสะอาดบ้าน แต่อย่ามายุ่งกับเสื้อผ้าที่ผมขโมยมาไม่ได้หรือไง ไม่ใช่ตัวไหนก็ได้นะที่ผมถูกใจ ผมเลือกนะว่าจะขโมยตัวไหนเข้ากองของผม

 

แน่นอนว่าคำพูดผมทำดายถอนหายใจใส่ ครั้งสุดท้ายที่ผมโกรธเขาอาจจะเป็นตอนที่ผมรู้ความจริงว่าเขาเป็นอะไรก็ได้ นั่นก็ผ่านมาเกือบสามสี่ปีแล้วด้วยซ้ำ พอมาถูกโกรธคราวนี้ร่างสูงเลยไม่รู้จะทำไง

 

“โซล ผมจำเป็นต้องซัก ไม่งั้นคืนนี้คุณจะนอนไม่ได้ เตียงจะขึ้นเชื้อราแล้วคุณรู้ไหม”

 

“ไม่ ผมไม่รู้ และผมโกรธคุณ คุณใจร้าย ฮือ” ดีแลนกอดผมไว้แน่นให้ผมฝังหน้าร้องไห้กับอกเขา ผมใช้เสื้อดีแลนเช็ดน้ำตาแล้วกอดมันไว้แนบอก มีเหล่มองดายที่ย่อตัวคุกเข่าตรงหน้าบ้าง ทว่าม่านน้ำตากลับบดบังเอาไว้ คุณสามีคนพี่กดจูบที่หัวเข่า เข้ามาจูบท้องโดยที่ผมไม่ได้ผลักไส

 

“ทูนหัว ผมไม่ได้ตั้งใจ”

 

“ฮึก”

 

“อย่าโกรธผมเลยนะ ผมยอมทุกอย่างแล้ว” ผมเม้มปากแน่นทำเป็นเมินคนที่เข้ามาจูบแก้มผมไม่หยุด เสียงทุ้มต่ำคลอเคลียอยู่ที่หูก่อนจะสลับเป็นเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่วิ่งเข้ามาในบ้าน ผมไม่ให้พวกเขาเห็นว่ากำลังร้องไห้ เดี๋ยวเด็กๆ จะตกใจว่าแม่เป็นอะไรถึงน้ำตาตกแบบนี้

 

อีกนัยนึงคือผมไม่อยากดูอ่อนแอหรืองี่เง่าใส่ลูกๆ เวลานี้ แต่มันก็อดน้อยใจคุณพ่อไม่ได้จริงๆ

 

“แม่ครับ แม่เป็นอะไร”

 

“แม่เสียใจที่พ่อทำตัวไม่น่ารัก” ดายสารภาพผิดตอนที่ซีวานถาม เจ้าลูกคนโตทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ อุ้มน้องขึ้นมาด้วยให้เจ้าตัวเล็กปีนมาบนตักผม “ซีวานช่วยพ่อพูดหน่อยสิ พ่อไม่ได้ตั้งใจจะทำแม่ร้องไห้”

 

“แม่ไม่ร้องนะครับ เดี๋ยวน้องไม่สบายใจ”

 

“เน่วจะตีพ่อเอง เน่วจะปกป้องแม่ นี่แหนะๆ” ได้ยินเสียงแปะๆ ดังไล่หลังเดาว่าลูกคนรองกำลังจัดการดายให้ผม นัยน์ตาสวยเลื่อนมาดูก็พบว่าคุณพ่อยอมถูกตีก่อนที่แดเนียลจะเข้าไปกอดหัวเขา ร่างสูงยกยิ้ม อุ้มลูกมากอด ทำเป็นเชิดหุ่นเอามือลูกมาลูบท้องผม “น้องๆ น้องร้องไห้”

 

“น้องร้องเพราะแม่ร้อง แดเนียลปลอบน้องหน่อยสิ”

 

“น้องไม่ร้องนะ พี่เน่วอยู่นี่”

 

“แดเนียล”

 

“โอ๋ๆ นะ พี่เน่วตีพ่อให้แล้ว น้องไม่ร้องนะ พี่จุ้บๆ” ว่าพร้อมก้มมาจุ้บท้องผม กลายเป็นว่าตอนนี้ผมถูกจูบหลายทางและหลายที่เกินจะนับ ซีวานวิ่งไปหยิบทิชชู่มาเช็ดหน้าให้ ลูบหัวผมเบาๆ คงจำมาจากบรรดาพ่อเขานั่นแหละ ผมฝืนยิ้ม หอมแก้มเขาเป็นรางวัล รวมถึงกอดลูกคนเล็ก “น้องยิ้มแล้ว”

 

“ครับ น้องยิ้มแล้ว” ผมตอบรับหอมหัวลูกชายที่มาปลอบพร้อมกับไล่สายตาไปหาคนด้านหลัง ดายยิ้มบางๆ ถึงอย่างนั้นดวงตาก็เต็มไปด้วยความสำนึกผิด เขาลูบขาผม รอคอยการให้อภัยที่ทำเรื่องไม่ดี

 

“ยกโทษให้ผมนะโซล ผมทำไปเพราะจำเป็นจริงๆ”

 

“วันหลังขอผมก่อนสิ อย่ามาขโมยของผมแบบนี้”

 

“คุณก็ขโมยของผมมาหนิ”

 

“แต่ผมเป็นเมียคุณนะ ผมมีสิทธิ์ทำ” 

 

“โอเคทูนหัว ผมยอมแล้ว” ดายยอมแพ้ง่ายๆ ให้ผมสบายใจขึ้น เอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาแล้วยื่นหน้ามาจูบหน้าผากผมเบาๆ ติดแค่ว่าเจ้าแดเนียลดันยื่นหัวมารับจูบจากเขา หนำซ้ำเจ้าตัวการยังหัวเราะคิกคักชอบใจอีก “ผมจะไม่ขโมยของคุณไปซัก เว้นตัวไหนที่มันไม่ไหวผมต้องทำ แต่ผมจะขอคุณก่อนตกลงไหม”

 

“ถ้าคุณขโมยโดยไม่บอกผม ผมจะไม่คุยกับคุณจนกว่าเขาจะคลอด…”

 

“ไงครอบครัวฉลาม ทำอะไรกัน?”

 

ตึก !

 

“มีนัดประชุมครอบครัวเหรอ?” ทุกคนหันขวับไปตามเสียงทุ้มที่ดังขึ้นก่อนจะเจอกับพ่อทูนหัวที่ก้าวเข้ามาในบ้าน โนเอลถือของพะรุงพะรัง ส่วนใหญ่เป็นของกินกับผ้าอ้อมเด็กๆ และอื่นๆ อีกมากมายที่ผมไม่ได้สั่ง แต่ที่น่ารักคือช่อดอกเดซี่สีขาวที่เขาถือมาวางด้วยกัน

 

นาทีนั้นผมปาดน้ำตาออก รีบวิ่งเข้าไปโผกอดเพื่อนรัก

 

“เฮ้ยโซล! เหวอ!” ร่างของโนเอลกระแทกกับเคาท์เตอร์ครัวนิดหน่อย เพราะผมพุ่งตัวมากอดเร็วเกินไปแล้วฝังหน้ากับอกเขา กลิ่นหอมๆ ของคนที่โลดแล่นมาตลอดวันทำเอาผมยิ้มกว้าง ลืมไปเลยว่าเมื่อกี้เคยร้องไห้หนักขนาดไหน “ใจเย็นคุณแม่ลูกสาม ลืมหรือไงว่าตัวเองมีลูกอยู่ในท้องน่ะ นี่ถ้าผมหงายหลังหัวฟาดพื้นพาคุณเจ็บตัวไปด้วยจะทำว่าไงกัน”

 

“ก็ช่างมันสิ ผมดีใจที่คุณมา”

 

“นี่”

 

“กลิ่นคุณหอมเป็นบ้าเลย ขอเสื้อตัวนี้นะ ให้ผมนะโนเอล”

 

“เดี๋ยว!” โนเอลเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูกเมื่อผมจะถอดเสื้อเขาออกจากร่าง ก็กลิ่นของเขามันหอมมาก เจ้าตัวเล็กในท้องดิ้นพล่านไม่หยุด โนเอลโวยวายลั่นใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อไม่รู้ว่าขยับมากหรือว่าเขินอายที่ผมทำกันแน่ รู้แค่ว่ายังไม่ทันที่ผมจะได้ถอดเสื้อเขา คุณสามีก็รีบมารั้งตัวผมออกไป

 

“นี่คิดจะทำคะแนนหรือไง อยากตายเหรอโนเอล?”

 

“โทษทีนะดีแลน แต่เมียคุณเข้ามาปล้ำผมก่อน! นี่ผมแจ้งความเสียหายได้นะ เพราะผมถูกลวนลามในที่สาธารณะ!”

 

“นี่มันที่ส่วนตัวนะครับอา บ้านของพวกเราไม่ใช่ที่สาธารณะ”

 

“อาพูดไรง่ะ เน่วไม่เข้าใจ เน่วปวดหัวเลย” แดเนียลถึงกับกุมขมับ พี่ชายเขาเองก็ตอบกลับทำโนเอลแทบเอาหัวโขกกับเคาท์เตอร์ ผมทำท่าจะพุ่งใส่เพื่อนสนิทอีก ติดแค่ว่าสองหนุ่มจับแขนผมไว้ ดิ้นแค่ไหนก็ไม่หลุดออกจากมือ “พ่ออย่าทำแม่ แม่ชอบกลิ่นอา”

 

“แต่พ่อไม่ชอบกลิ่นอา ไม่รู้เขาผ่านอะไรมาบ้างทั้งวัน”

 

“คุณต้องอาบน้ำใหม่นะโซล”

 

“ไม่เอา ปล่อยผม ผมอยากได้กลิ่นของโนเอล ขอแค่เสื้อตัวนั้นก็ได้ ขอล่ะเขาชอบกลิ่นโนเอลจะตาย ให้ผมนะ ถอดให้ผม” ผมเรียกร้องยิ่งกว่าคนที่โดนผีเข้า อ้อนวอนขอเสื้อที่โนเอลใส่อยู่ ถึงขั้นหันไปบีบน้ำตาเรียกคะแนนความน่าสงสารจากสองสามีที่ไม่เห็นด้วยเลยสักนิด เขาหึงผู้ชายทุกคนที่สามารถทำให้ผมติดกลิ่น แต่เจ้าตัวเล็กชอบกลิ่นของโนเอลนี่น่า ชอบกว่าพ่อของเขาด้วยซ้ำ “นะดาย เอาเสื้อตัวนั้นให้ผม ผมจะไม่ดื้อ ไม่ซน ขอแค่เสื้อตัวเดียว”

 

“โซล” ดายดูหมดหนทางถอนหายใจทิ้งพลางส่ายหน้า ตอนแรกนึกว่าเขาปฏิเสธ ที่ไหนได้เขากลับหันไปบอกโนเอล “ถอดเสื้อของคุณมาแล้วผมจะไม่เอาความ”

 

“พี่...!”

 

“เอาความอะไรของคุณดาย ผมเป็นผู้เสียหายนะ!”

 

“แต่โซลเขาอยากได้เสื้อของคุณไง คุณจะให้ดีๆ หรือจะให้ผมกระชากออกมา” เสียงของดายดุมาก เรียกได้ว่าเป็นการข่มเหงคนที่มาใหม่ “คิดว่าทำเพื่อหลานหรือจะมองว่าเพื่อไม่ให้ตัวเองตายก็ได้แล้ว แต่คุณต้องถอดออกมา เดี๋ยวนี้”

 

“นี่มันบ้าเกินไปแล้ว!” โนเอลเบิกตากว้างใส่จะหันไปขอความช่วยเหลือจากใครก็ทำไม่ได้เนื่องจากไม่มีใครช่วยเหลือ ขนาดีแลนที่ทำท่าจะแย้ง พอพี่ชายพูดแบบนั้นก็ขัดไม่ได้ ซ้ำร้ายเด็กๆ ก็เข้าไปดึงแขนดึงขาขอให้อายอมใจอ่อนกัน

 

“เร็วสิ มัวแต่คิดอะไร”

 

“คือให้เวลาผมอายหน่อยได้ไหม ผมไม่ได้หน้าด้านเหมือนพวกคุณนะ” ร่างโปร่งสวนกลับ ดูรู้เลยว่าหงุดหงิดแค่ไหน “ให้ตายสิ ผมนี่ทำเวรทำกรรมอะไร ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้...”

 

“ทำเพื่อน้องนะฮะอา น้องอยากได้”

 

“อาไม่รู้เลยว่าตอนนี้น้องเราอยากได้หรือแม่เราอยากปล้ำอากันแน่” บ่นอุบอิบตอนแดเนียลพูดแบบนั้น โนเอลถอนหายใจซ้ำๆ ถึงอย่างนั้นก็ยอมถอดเสื้อให้ มันจะไม่มีใครสนใจเลยถ้าเกิดว่าเจ้าตัวแสบไม่สังเกตเห็นอะไร

 

“อาฮะ ทำไมหัวนมอาเป็นสีนั้น”

 

“!!!”

 

“อาเอาสีชมพูทาเหรอ หัวนมอาเป็นสีชมพู” ว่าพร้อมจดจ้องไปที่ยอดอกของพ่อทูนหัว เล่นเอารั้งสายตาทุกคนให้มองตามไปด้วย จังหวะนั้นโนเอลรีบโยนเสื้อให้ผม ยกมือปิดยอดอกตัวเองแล้วโวยให้เด็กไม่ประสีประสา

 

“ไม่ต้องพูดทุกอย่างที่เห็นออกมาก็ได้แดเนียล อาอายเป็นนะ!”

 

“ก็เน่วสงสัยว่าไมหัวนมอาเป็นสีชมพู เหมือนของเน่วเลย เน่วก็เป็น” ถอดเสื้อตัวเองอวดให้อาเห็น ส่งผลให้คนอื่นๆ กุมขมับไปตามๆ กันเว้นผมที่พอได้เสื้อของโนเอลแล้วก็ยิ้มร่า รีบสวมทับกลับมานั่งอารมณ์ดี ดื่มชาที่ดายชงไว้ให้

 

เหมือนกับโลกสองใบที่ถูกแยกออกจากกัน ฝ่ายในครัวก็ถกเถียงกันเสียงดังขณะที่ฝั่งผมเงียบสงบราวกับอยู่คนเดียวบนโลก ไม่สิ สองคน รวมเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในท้องไปด้วย เขากำลังดีใจสุดๆ ที่ตัวเองได้กลิ่นของโนเอลโอบกอดเอาไว้

 

แปลกใจเหมือนกันที่เขาดูจะชื่นชอบพ่อทูนหัวมากกว่าพ่อของตัวเอง ราวกับว่าลูกที่อยู่ในท้องเป็นลูกของโนเอลยังไงยังงั้น แต่ถ้าพูดออกไปมีหวังบ้านคงพัง แรงหึงของฉลามน่ะหนักหน่วงยิ่งกว่าพายุทอร์นาโดซะอีก

 

“อารมณ์ดีเชียวนะคุณแม่”

 

“ไม่ดีเหรอครับ?” ผมถามคราบน้ำตาเหือดหายกลายเป็นรอยยิ้ม ไอ้ที่โกรธที่เสียใจนี่หายสนิท คล้ายกับเหตุการณ์เมื่อกี้ไม่เคยเกิดขึ้น ดีแลนทิ้งตัวลงนั่งข้างผม ส่วนดายก็ขึ้นไปหาเสื้อใหม่ให้โนเอลใส่ คุณพ่อทูนหัวก็เดินกอดอกมาย่นคิ้วใส่ผมที่เป็นตัวการทำให้เขาต้องเปลือยเปล่าน่าอาย

 

จะว่าไปแล้วหุ่นของโนเอลก็ดีเหมือนกัน เป็นหุ่นล่ำๆ ที่ถึงจะไม่เท่ากับสองสามี แต่ก็บอกได้เลยว่าหุ่นดีน่าฟัด เขาตัวใหญ่กว่าผมนิดหน่อยแล้วก็สูงกว่าเกือบห้าเซนได้ ก็มาตรฐานหนุ่มต่างชาติทั่วไป ส่วนเรื่องยอดอกที่เป็นสีชมพูนั้น...

 

“ไม่ต้องมาหาคำตอบให้หัวนมผมเลย!”

 

“รู้ได้ไงครับ” ผมหัวเราะตกใจที่ถูกล่วงรู้ความคิด แดเนียลเองก็รีบเข้ามาฟังมีพี่ชายเขาเดินตามหลังมา “เด็กๆ คงอยากรู้ว่าคุณไปทำอะไรมา ไปสปาขัดผิวมาเหรอ?”

 

“มันไม่ใช่เรื่องที่คุณควรรู้เลยนะเนี่ย นี่มันเรื่องส่วนตัวนะโซล”

 

“แต่เน่วอยากรู้ง่ะ อามีสีเดียวกับเน่ว”

 

“เดี๋ยวโดนดูดมากๆ สีมันก็เปลี่ยน”

 

“ดีแลน”

 

“ผมพูดจริง” ผมตีคุณพ่อที่พูดจาสองแง่สองง่ามชวนคิดลึก จะไม่บอกหรือยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงแค่ไหน เอาเป็นว่ามันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่เด็กวัยนี้ไม่สมควรได้รู้กัน “แต่ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมลูกเราถึงชอบกลิ่นของเขานัก ทุกครั้งที่เขามาคุณต้องพุ่งตัวไปฟัดจนน่าหงุดหงิด และเมื่อกี้คุณยังโกรธพี่อยู่เลย”

 

“เมื่อกี้ทะเลาะกันเหรอ?”

 

“ไม่ได้ทะเลาะหรอกโนเอล แค่ดายเอาเสื้อในกองของโซลไปซักเพราะมันจะเป็นเชื้อราแล้ว คุณแม่ก็เลยน้อยใจจนร้องไห้ แต่พอนายมาโซลก็เหมือนจะลืมไปเลยว่าเมื่อกี้เศร้าอยู่” ดีแลนกลอกตาใส่ เขาไม่พอใจที่โนเอลมีอิทธิพลกับผมขนาดนั้น “อยากรู้จังว่าถ้าผมกินเขาคุณจะยังอารมณ์ดีอยู่ไหม”

 

“ผมเป็นผู้เสียหายนะ!” โนเอลว่ากลับให้ผมขบขันอย่างไม่คิดอะไร “อุตส่าห์มาเยี่ยมแต่โดนปล้นเสื้อที่ใส่ซะงั้น เจ้าเด็กในท้องคุณเนี่ยต้องแสบเป็นบ้า”

 

“เขาชอบคุณนะโนเอล เขาดีใจทุกครั้งที่คุณมา”

 

“แต่คนอื่นน่ะไม่ดีใจเลย” คุณพ่อแอบพึมพำ ถอนหายใจซ้ำๆ ว่าเขาไม่อินกับสิ่งที่ผมพูด ผมเลยสอดมือไปข้างหลังเขาหยิกเอวไปทีให้อีกฝ่ายบิดกายเร่า “โอ๊ย!”

 

“ขอบคุณที่ซื้อดอกเดซี่มาให้ด้วย คุณน่ารักกับเขามากเลย”

 

“เพราะเห็นว่าช่วงนี้คุณชอบเถอะผมถึงซื้อมาให้” โนเอลกลอกตามองข้ามร่างสูงที่นิ่วหน้าแสดงความเจ็บปวดใส่ “ว่าแต่คุณหมอว่าไงบ้าง เขาแวะมาดูอาการคุณบ้างแล้วใช่ไหม?”

 

“แวะมาดูบ้างแล้ว เขาก็บอกว่าเด็กปลอดภัยดี แล้วผมก็ไม่มีอาการแพ้ท้องเลย”

 

“ผมว่าไอ้ที่คุณตามดมกลิ่นกับขโมยเสื้อผ้าสามีเนี่ยแหละคืออาการแพ้ท้องลูกคนใหม่” เจ้าตัวบอก “เขาอาจจะมีประสามสัมผัสทางนี้ว่องไวก็ได้ แต่จะว่าไปแล้วผมไม่เห็นคุณกินอาหารแบบฉลามบ้างเลย ไม่รู้สึกหิวหรืออยากบ้างเหรอ?”

 

“ไม่นะโนเอล ผมก็กินอาหารคนได้ปกติ” ผมตอบเคยสงสัยเรื่องนี้อยู่บ้างแต่นานวันไปก็ลืมเนื่องจากมีเรื่องกลิ่นเนี่ยแหละที่สำคัญกว่า “ตอนอัลตราซาวน์เขาก็เป็นมนุษย์ปกตินะ ยังไม่มีสัญญาณของการเป็นฉลาม”

 

“แบบนี้พูดได้ไหมว่าเขากลายร่างไม่ได้น่ะ”

 

“ผมว่า...”

 

“หรือลูกคนนี้จะเป็นแบบพี่ชายดาย ที่เป็นมนุษย์แต่มีสัญชาตญาณฉลามน่ะ” 

 

เปิดพรีถึงวันที่ 30 กค เด้อ อย่าลืมไปเปย์ค่าผ้าอ้อมลูกฉลามกันน้า

LOADING 100 PER 

สิ่งที่รอคอยนานนับปีถึงจะได้เจอหน้าอย่างที่คาดหวัง 

หลังจากเสียใจมาเนิ่นนาน วันนี้ได้โอกาสแก้ตัวอีกครั้งให้เดินต่อ 

หนึ่งความรักจะถูกส่งมอบ ให้นกกระสาพามาส่งถึงรัง 

เตรียมอ้าอ้อมกอด รอเขาเถอะนะ เพราะสิ่งที่รอคอยนั้น... 

ใกล้มาถึงแล้ว :) 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น