Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 31 : คนสุดท้าย

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 31 : คนสุดท้าย

คำค้น : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 11:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 31 : คนสุดท้าย
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 31 : คนสุดท้าย 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

“เชิญกลับโต๊ะด้วยครับ” ผมยักคิ้วกวนประสาท ทำเป็นยียวนให้หญิงสาวอ้าปากค้างกับการกระทำของผม ช่วยไม่ได้ที่เขาดันมาวุ่นวายกับสามีผมก่อน หนำซ้ำร่างสูงยังเอาแต่หัวเราะ เอื้อมมือมากอดเอวผมไว้หลวมๆ มีการลูบสะโพกกลมมนอวดโชว์ชาวบ้านอีก

 

ผมถลึงตาใส่เขา หยิกแก้มขาวๆ ลงโทษที่ปล่อยให้เธอคนนั้นมาลูบแก้มได้ ก่อนจะก้มลงไปหอม จริงๆ ต้องใช้คำว่า ‘บดริมฝีปากกับแก้มขาว’ จนแทบ ‘ช้ำ’ เลยต่างหากเอาให้รู้ไปเลยว่าถ้ายังกล้ามายุ่งกับสามีชาวบ้านจะได้เจอกับอะไร

 

รวมถึงอวดแหวนแต่งงานตอนประคองใบหน้าเขาไว้

 

“ยืนอยู่ทำไมครับ ไม่มีผู้ชายให้คุณหิ้วกลับบ้านหรอก”

 

“โทษทีนะครับ เผอิญผมพาเมียมาด้วย” ดีแลนหันไปตอบ เสริมทัพผมที่ตำหนิเธอผ่านสายตา เจ้าตัวดูจะตกใจบวกกับคงอายมากเลยทำอะไรไม่ถูก เพื่อนเธอเลยต้องมาหิ้วกลับโต๊ะแบบชิดมุมไปเลยราวกับจะไม่ออกมาเจอใครอีก “ดูหน้าเธอสิ คุณใจร้ายกับเธอมากเลยรู้ไหม”

 

“คุณเองก็จะถูกผมใจร้ายใส่ ให้เขาลูบหน้าลูบตานี่หมายความว่าไง ผมนั่งอยู่ตรงนี้นะ!” ผมว่าเสียงดังพร้อมกับตีแขนขาวอีกสองสามทีอย่างไม่จริงจังนัก แต่ก็ลงน้ำหนักพอที่จะทำให้อีกฝ่ายนิ่วหน้าใส่ มีโยกตัวหลบ พยายามจะรวบมือผมสุดท้ายก็ทำได้

 

“โอ๊ยๆ! ใจเย็นที่รัก ผมไม่ได้ตั้งใจ”

 

“ไม่ได้ตั้งใจอะไร ก็เห็นอยู่น่ะว่าคุณตั้งใจเต็มๆ”

 

“ก็แค่อยากเห็นคุณหึง อยากรู้ว่าคุณจะทำยังไงถ้ามีคนเข้าใกล้ผม”

 

“งั้นเมื่อกี้ผมไม่น่าไล่เธอ ผมน่าจะตีคุณให้ตายอวดเธอแทน!” กระแทกข้อมือที่ถูกรวบมือกับอกแกร่งทำเอาอีกคนร้องดังอุ้ก ดูท่าจะจุกน่าดูเสียดายที่ผมไม่สนใจ ผมกลับมานั่งที่เก่าคาดโทษคนที่เข้ามาออดอ้อนขอการอภัย ก็ยอมรับว่าผมแทบจะไม่เคยเป็นฝ่ายหึงพวกเขาเลย เพราะวันๆ พวกเขาไม่ได้เจอใคร กลับกันแล้วผมเป็นฝ่ายถูกหึงมากกว่า

 

ดายกลับมาโอบเอวผมอีกครั้ง วางตัวเป็นสามีที่ดีไม่วุ่นวายเหมือนคุณผู้ชายคนน้องของบ้านอิลเดนสัน

 

“ครอบครัวคุณน่ารักนะครับ”

 

“เท่าที่จะเป็นไปได้จอร์แดน” ผมตอบกลับ ทำเป็นฉีกยิ้มกว้างทั้งที่ในใจอยากฟาดคุณๆ เขาให้ตาย แน่นอนว่าการกระทำเมื่อกี้ยิ่งทำให้เราตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน ไม่มีโต๊ะไหนเลยที่ไม่ให้ความสนใจพวกเรา ดายขยับตัวนิดหน่อย กระแอมเล็กน้อยแสดงให้เห็นว่าเขาไม่คุ้นชินกับสถานการณ์แบบนี้นัก

 

ปกติแล้วเวลาที่เราตกเป็นเป้าสายตาผมมักจะดื่มเหล้าคลายความประหม่า อย่างน้อยมันก็ทำให้สติหลุดโดยไม่ต้องสนใจว่าใครจะมองเราไหม

 

“ดื่มไหมดาย มันจะทำให้คุณสบายใจขึ้น”

 

“ผมต้องขับรถให้คุณ”

 

“แค่แก้วเดียวคุณไม่เมาเหรอก”

 

“พี่ไม่ดื่มหรอกโซล เขาไม่ถนัด”

 

“อะไรนะ?”

 

“เขาไม่เคยกินของแบบนั้น แค่อึกเดียวเขาอาจจะคว่ำได้เลย” ดีแลนกระซิบ โบกมือไปมาเป็นเชิงห้ามปรามคำที่ผมบอก พร้อมยกวิสกี้ที่ผมสั่งขึ้นดื่ม ตามด้วยของดายอย่างถือวิสาสะ ดีแลนดื่มเก่งถึงจะน้อยกว่าผมเมื่อก่อนมาก แต่ก็ยอมรับว่าเขาเป็นพวกเข้าสังคมเป็น ส่วนดายนี่แค่น้ำพั้นซ์ของผมยังถูกมองว่าเป็นยาพิษเลยมั้ง เลยต้องเปลี่ยนสั่งน้ำอัดลมธรรมดาให้

 

ผมไม่ใช่พวกบังคับให้ดื่มด้วยสิ แค่แปลกใจที่เขาไม่ฝึกไว้เผื่อต้องออกงานอะไรแบบนี้ไง มันเป็นเรื่องปกติที่พวกเราจะดื่มกัน ไม่ถึงขั้นติดเหล้าขนาดนั้น แค่ไว้พอเข้าสังคม

 

“นี่เพลงช้าล่ะโซล อยากไปเต้นด้วยกันไหม” ดีแลนถามตอนที่ดีเจเปลี่ยนจากเพลงเมามันส์เป็นเพลงช้า เหมือนต้องการขับไล่พวกที่เต้นเป็นคนบ้าออกไปจากคลับนี้ “ผมจำได้ว่าคืนนั้นเราก็เต้นด้วยกันหนิ ถ้าจำไม่ผิดเรามีจูบแรกกันด้วย”

 

“แล้วก็เซ็กส์ครั้งแรกของคุณ”

 

“ผมทำได้ดีใช่ไหมล่ะ” แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นนักล่าดูรู้เลยว่าอยากขย้ำผมแค่ไหน ปลายนิ้วสวยไต่ไปตามขาอ่อน ไล้วนที่หัวเข่าพร้อมกับยกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ ระหว่างนั้นก็เริ่มมีคนไปที่ฟลอร์ โอบรอบคอเริ่มเข้าจังหวะ ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมชอบฟังเพลงช้า ทั้งแบบที่นั่งฟังเรื่อยๆ ไม่ลุกออกไปเต้นแบบคนบ้า

 

และก็แบบที่ได้กอดคอใครสักคนแล้วเคลื่อนกายไปตามจังหวะ มีจูบแรกกับเขากระซิบชวนขึ้นห้องนอนหรืออะไรทำนองนั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมไม่เคยต้องออกปากชวน มีแต่คนตัดหน้าผมทุกครั้ง ดีแลนเป็นหนึ่งในนั้น ทว่าเขากลับแตกต่างจากคนอื่น

 

ร่างสูงลุกขึ้นโค้งให้ผมเป็นการชวน แล้วมีเหรอว่าผมไม่อยากรำลึก

 

“ไปด้วยกันสิดาย”

 

“ผมเต้นไม่เป็น”

 

“มาเถอะ” ผมวางมือบนมือดีแลนขณะเดียวกันก็เกี่ยวแขนดายมาด้วย ตอนแรกอีกคนดูไม่ยอม เขาไม่สันทัดเรื่องพวกนี้และเกลียดการถูกคนรอบกายมองหน้า อีกนัยนึงคือการเต้นรำแบบนี้มันใช้แค่สองคนไง พอมาสามคนมันเลยดูแปลกไป ถึงอย่างนั้นผมก็ยืนยันที่จะให้เขามาด้วยกัน “เดี๋ยวผมมานะพวกคุณ”

 

“ขอให้สนุกครับคุณโซล” สตีฟยกแก้วเหล้าอวยพรผม สองแขนพาสองหนุ่มมาอยู่กลางฟลอร์เต้น ดีแลนโอบเอวผม ลดลงวางบนสะโพกส่วนผมวางแขนนึงบนบ่าเขา อีกข้างวางที่บ่าของดาย จับมือเขาให้พาดแขนน้องชายมาโอบเอวอีกฝั่ง

 

เป็นท่าที่ยุ่งยาก หนำซ้ำยังวุ่นวายดูแปลกประหลาดชะมัด แต่เชื่อเถอะว่ามันคุ้มค่าที่จะได้เห็นรอยยิ้มเอ็นดูจากพวกเขา

 

“คุณดูมีความสุขนะ”

 

“มากกว่าที่คุณคิด” ผมบอกดาย พาพวกเขาโยกตัวไปตามจังหวะ พาหมุนช้าๆ ลูบไล้ต้นคอกับท้ายทอยพวกเขาเป็นบางครั้ง แวะเวียนไปจูบแสดงให้เห็นว่าผมรักพวกเขามากแค่ไหน “ผมดีใจที่พวกคุณมานะ พวกเราไม่เคยทำอะไรแบบนี้ด้วยกันเลย”

 

“ผมนึกว่าคุณจะโกรธที่พวกเราโผล่มาโดยไม่บอกซะอีก”

 

“ผมไม่โกรธพวกคุณเพราะเรื่องแค่นี้หรอกนะครับ” ผมส่ายหน้า “ผมกังวลมากกว่าว่าพวกคุณจะไม่ชอบน่ะ พวกคุณไม่คุ้นกับอะไรแบบนี้ กลัวว่าจะเบื่อกัน แล้วก็ไม่อยากให้พวกคุณมามัวหึงหวงจนลืมสนุกกัน ผมอยากบอกให้รู้ไว้นะครับว่าถึงผมจะเคยทำตัวไม่ดีแค่ไหน แต่ตอนนี้ผมมีแค่พวกคุณ พวกคุณสองคน”

 

“เรารู้โซล” ดายกระซิบเรียกรอยยิ้มจากผมได้ เพลงช้ายังคงดำเนินต่อ ผมสลับกอดคอพวกเขาไปมา เปลี่ยนท่าอื่นบ้าง ถูกพวกเขาจับหมุนเหมือนจะเต้นลีลาศบ้าง เราหัวเราะ ยิ้ม สนุกไปด้วยกัน ถึงอย่างนั้นผมก็ยังมองเห็นบางอย่างที่ดายซ่อนไว้ในดวงตาเขา

 

เวลาที่ผมจะดื่มอะไร เขาเอาแต่ถามว่ามีแอลกอฮอล์หรือเปล่า หรือตอนที่ผมขยับตัวเร็วๆ หรือจะไปชนคนอื่นเขา เขาก็จะรีบเข้ามารับไว้ ประคองจนผมไม่แน่ใจว่าบอกเขาไปว่าตัวเองเป็นอะไรก่อนมาหรือเปล่า แต่มันก็ไม่ได้หมดสนุกหรอกนะ เรายังคงเต้นอยู่ด้วยกันท่ามกลางสปอร์ตไลท์ที่ฉายแสงใส่

 

ทั้งเพลงเร็วเพลงช้าผมสอนให้พวกเขารู้จักโลกใบใหม่ โลกที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของผมทั้งใบ

 

โลกของคุณโซล อิลเดนสัน เจ้าของศูนย์วิจัยที่ตอนนี้กลายมาเป็นแม่คนแล้ว 

 

“ฮึบ!”

 

ตุ้บ !

 

“อ่า หนักเป็นบ้า” ดีแลนบ่นขึ้นมาทันทีพร้อมกับสะบัดแขน บิดหัวไหล่ตัวเองไปมาหลังจากโยนร่างพี่ชายตัวเองลงบนเตียงนอนเรียบร้อย เวลานี้ดายแทบไม่รู้สึกตัว เขาครางในลำคอขณะที่หัวพยายามไถไปกับหมอนเป็นภาพที่หาดูได้ยากตั้งแต่ผมใช้ชีวิตมา “เดี๋ยวผมลงไปเอาน้ำให้เขา ส่วนคุณก็เอาผ้าเช็ดตัวให้เขาก่อนนะที่รักแล้วเดี๋ยวเรามาช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าเขากัน”

 

“ได้เลยดีแลน อ้อ! แวะไปดูลูกก่อนด้วยนะครับ เผื่อลูกตื่นตอนเราเข้ามากัน”

 

“ได้เลยโซล ผมจัดการเอง”

 

“ขอบคุณครับ” เราพยักหน้าให้กันก่อนที่เขาจะเปิดประตูลงไปด้านล่าง ส่วนผมก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา ถอดเสื้อนอกของดายออก รวมถึงรองเท้าที่ไม่ได้ถอดตั้งแต่หน้าบ้าน ถ้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น ดายถึงอยู่ในสภาพนั้น ก็ต้องบอกเลยว่าเด็กชายดาย อิลเดนสันสอบตกวิชาทดลองแอลกอฮอล์ครั้งแรก

 

ใครจะคิดว่าเขาจะคออ่อนขนาดนั้น แค่อึกเดียวไม่ถึงช็อตด้วยซ้ำ นับหนึ่งถึงสามเขาก็ล้มคว่ำใส่ผมจนต้องพากลับแบบไม่รอช้า จริงๆ เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าผมไม่แพ้พนันจอร์แดนเรื่องไร้สาระ และตอนนั้นมันเป็นเกมส์ที่พอแพ้ หนึ่งในสองสามีต้องดื่มแทนผม เป็นโชคร้ายของดายที่ดีแลนไปห้องน้ำพอดีเขาเลยต้องรับกรรม

 

ตอนเป็นฉลามก็ดุดัน กินทุกอย่างไม่เลือกหน้า ใครจะรู้ล่ะว่าแพ้เหล้าขนาดนั้น นี่เด็กอายุสิบหกพวกวัยแรกรุ่นนี่ดื่มวอดก้าเป็นขวดได้แล้วนะ

 

“หมดสภาพเลยคุณพ่อ” ผมแซวเกลี่ยเส้นผมที่ลงมาปรกหน้าไปทัดหูให้ ความร้อนจากฝ่ามือหรือเพราะแสงไฟที่เปิดอยู่ส่งผลให้ดายค่อยๆ ปรือตามามองผม มือหนาเอื้อมมือจับมือผม รั้งไปจูบเบาๆ ก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายก้มลงไปจูบปากเขา ไม่ได้ลึกซึ้ง แค่จูบฝันดีให้เขาหลับต่อได้

 

เสียดายที่เขาดูจะอยากคุยกับผม ประสานนิ้วกับมือรั้งให้ผมนอนทับบนกายแกร่ง

 

“คุณเมามากแล้วนะ นอนพักดีกว่ามาแกล้งผมนะครับ”

 

“โซล”

 

“ครับ?” ผมขานรับระบายยิ้มอ่อนหวานตอนที่นัยน์ตาสวยกวาดมองไปทั่วใบหน้า “มีอะไรทูนหัว อยากบอกอะไรผมเหรอ”

 

“ผมอยากจูบคุณ”

 

“หืม?”

 

“เราจูบกันได้ไหม” ผมขมวดคิ้วหรี่ตาจับผิดคนที่รั้งท้ายทอยผมให้โน้มตัวลงไปหา ดายยันตัวขึ้นมาจูบผม บดเคล้าริมฝีปากตามแบบที่เขาต้องการให้ผมสัมผัสกลิ่นแอลกอฮอล์ที่คลุ้งอยู่ในนั้น แลกเปลี่ยนหยาดหวานซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จบ ผมผละมาหายใจเล็กน้อยก่อนจะกลับไปจูบเขาอีกรอบ ดันเขาให้ล้มตัวนอนไม่งั้นผมอาจจะเป็นฝ่ายถูกขึ้นคร่อมอีกก็ได้ ดายเองก็ดูงัวเงียเต็มทน ไม่มีแรงแม้จะกอดผมให้นอนกับเขา

 

ผมหอมแก้มเขา จูบหน้าผาก กำลังจะดึงผ้ามาห่มให้ ทว่าอีกฝ่ายกลับพึมพำ

 

“ทำไมคุณไม่บอกเรา...เรื่องนั้น”

 

“ครับ?”

 

“ทำไมเก็บไว้คนเดียว” ผมย่นคิ้วใส่ไม่แน่ใจว่าเขากำลังพูดอะไรอยู่ “ถ้าผมไม่ไปห้าม คุณก็จะทำร้ายเขาใช่ไหม ไม่กลัวเขาเสียใจเหรอ เรารอเขาตั้งนาน”

 

“นี่คุณกำลังพูดเรื่องอะไรกันครับ ผมไม่เข้าใจ”

 

“ก็เรื่องนั้นไง”

 

“…!!!”

 

“คุณท้อง” 

 

“อะไร...นะ?” ผมเบิกตากว้างในหัวสับสนไปหมด ไม่รู้ว่าเพราะดื่มพั้นซ์เยอะทั้งที่มันไม่มีแอลกอฮอล์หรือเพราะอีกฝ่ายพูดสับสน และเสียงก็แผ่วลงจนฟังแทบไม่ออก ดวงตาของดายกำลังจะปิดสนิท เขาเริ่มพึมพำทำเอาผมต้องประคองใบหน้า “ที่รักเมื่อกี้คุณว่าไงนะ คุณบอกว่าผมท้องงั้นเหรอ?”

 

“อือ...ผมเห็นมันอยู่ในห้องน้ำตอนคุณเดินออก”

 

“หา?”

 

“มันมีสองขีดนะโซล สองขีดที่แปลว่าตั้งครรภ์” ทันทีที่พูดจบผมก็นึกออกว่าตัวเองลืมอะไรไว้ นาทีนั้นผมปล่อยให้เขานอนไป ส่วนตัวเองก็รีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ กวาดตาหาของที่ลืมไป ผมลืมสนิทเลย มัวแต่สนใจนัดของจอร์แดน นี่ถ้าผมเอะใจสักนิดผมคงอยู่บ้านไม่ก็ชวนพวกเขามาดินเนอร์ที่นี่ ผมคุ้ยถังขยะ ไม่รู้ว่าดายเอาที่ตรวจครรภ์ไปไว้ไหน

 

กระทั่งเจอมันอยู่ตรงอ่างล้างหน้า ในจุดที่ถ้ามองไม่ดีก็จะเผลอมองข้ามไป ผมไม่ลังเลที่จะหยิบมันมาถือไว้ รับรู้ได้เลยว่าหัวใจเต้นแรงแค่ไหน เผลอมือสั่นตอนค่อยๆ พลิกมาดูว่ามันถูกต้องอย่างที่ดายบอกไหม แล้วผมก็พบว่าคนเมาไม่เคยโกหกใคร

 

ผม...ท้องจริงๆ

 

“พระเจ้า...” 

 

นี่มันข่าวใหญ่มากเลย

 

 

ตลอดทั้งคืนผมนอนไม่หลับ ผมอยากจะวิ่งออกไปบอกพวกเขาว่าผมมีข่าวใหญ่ ทว่าพอออกมาเจอดีแลนป้อนน้ำให้ดายแล้วเจ้าตัวเหนื่อยยิ่งกว่าอะไร ผมก็ได้แต่เก็บความรู้สึกนั้นไว้ เช็ดตัวสามีแล้วทิ้งตัวลงนอนกอดพวกเขา ดีแลนหลับไปทันทีที่หัวถึงหมอนไม่สังเกตอาการของผมที่เอาแต่นอนทิ้งไปทิ้งมา

 

คืนนั้นผมวอนขอให้เวลาผ่านไปให้เร็วที่สุด รอรุ่งอรุณที่ผมจะได้บอกข่าวใหญ่ เชื่อไหมว่าผมตื่นเต้นจนลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่ไก่ยังไม่ขันเลยก็ว่าได้

 

ช่วงตีห้าครึ่งมั้งที่ผมลงมาทำอาหารมื้อใหญ่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณผู้ชายที่มีแอลกอฮอล์อยู่ในร่างจะลุกไหวไหม รู้แค่ว่าผมนอนต่อไปก็ไม่ได้ช่วยให้ผมหลับลงได้ ผมยังคงคิดถึงภาพที่เห็น ยังคงเก็บหลักฐานไว้กับตัวเองพร้อมกับความดีใจ

 

ผมรอเขา รอเขามาตลอดนับแต่วันที่เสียเด็กคนนั้นไป แล้วตอนนี้ผมก็ได้แล้ว

 

ได้แบบไม่ทันรู้ตัว ได้แบบที่ไม่มีอะไรเป็นสัญญาณบอกเลยว่าผมท้องอยู่ ไม่รู้ว่าอายุครรภ์เท่าไหร่ แต่การที่ได้รู้ว่ามีเขาอยู่ในร่างกาย มันยิ่งกว่าได้รับของขวัญหลังจากที่เราผ่านความทุกข์ยากมาอีก เป็นสิ่งที่วิเศษที่ทำผมร้องไห้แม้จะยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครทั้งนั้น

 

ผมคั้นน้ำส้ม ออกไปตลาดซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารเช้า มีแพนเค้กแบบที่เด็กๆ ชอบกินกัน ทั้งของคาว ของหวาน ผมงัดทุกฝีมือการทำอาหารขึ้นมาหวังให้พวกเขาพอใจกับสิ่งที่ได้รับ

 

แน่นอนว่าการที่ผมทำแบบนั้นเป็นเรื่องที่แปลกมาก เพราะปกติแล้วดายเป็นคนทำ

 

“วันนี้เรามีแขกมาบ้านเหรอโซล?”

 

“อ๊ะ!” ผมสะดุ้งสุดตัวตอนที่ดายทักแบบนั้น เล่นเอาไข่คนที่กำลังทำอยู่เกือบหกมาทั้งกระทะ “พระเจ้าคุณเกือบทำผมหัวใจวาย ถ้าตื่นแล้วก็ส่งเสียงบอกกันหน่อยสิ”

 

“ขอโทษที ผมนึกว่าคุณได้ยิน”

 

“ผมมัวแต่คิดอะไรเพลินๆ น่ะครับ ช่างมันเถอะ” ยิ้มหวานแจกจ่ายก่อนจะเทไข่คนลงในจานใบใหญ่ที่เตรียมไว้ ดายลูบขมับตัวเองนิดหน่อยแสดงให้เห็นเลยว่าเขายังแฮงค์อยู่ เพียงแค่นาฬิกาชีวิตปลุกให้เขาลงมาทำอาหารเช่นทุกวัน “ถ้าเกิดคุณยังแฮงค์อยู่ก็กลับขึ้นไปนอนได้นะครับ เช้านี้ผมจัดการให้หมดแล้ว”

 

“ผมไหวโซล ก็แค่มึนๆ นิดหน่อย” ดายบอกพร้อมเดินมาหยิบแก้วแล้วไปกรอกน้ำกิน แวะมาหอมแก้มผมนิดหน่อยแล้วโอบเอวผมไว้ “แต่คุณยังไม่ได้ตอบคำถามผมเลยว่าเรามีแขกมากินด้วยเหรอ เห็นคุณทำมื้อเช้าซะเยอะเชียว”

 

“เปล่าครับ นี่ผมทำกินเอง”

 

“เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”

 

“ก็ปกตินะครับ” ผมทำเป็นหัวเราะ บีบจมูกคนโตกว่าแล้วจูบปลายคางเขา เป็นจังหวะที่เสียงเจื้อยแจ้วของเจ้าลูกชายดังขึ้นมาพอดี ตามมาด้วยเสียงหาววอดของคุณพ่อที่ถูกแดเนียลจูงมือลากลงมาจากชั้นสอง

 

“ฮู้ว ทำไมวันนี้ของกินเยอะจัง”

 

“มีเรื่องฉลองเหรอครับแม่?” แดเนียลตาเป็นประกายพยายามปีนขึ้นเก้าอี้ โดยมีพี่ชายคอยดันก้นให้ ซีวานเอียงคอมองผม ถึงอย่างนั้นก็กระโดดขึ้นไปนั่งรอทานอาหาร ผมยังไม่บอก ทำเพียงแค่เดินไปหอมหัวพวกเขาแล้วกดบ่าดีแลนให้นั่งลงตรงที่ประจำ

 

“มีเรื่องอะไรดีๆ เหรอที่รัก ดูคุณตื่นเต้นจังนะ”

 

“ผมมีข่าวใหญ่จะบอกครับ” ผมกลั้นยิ้มจนปากสั่น แน่นอนว่าคำพูดนั้นทำให้ทุกคนหันขวับมาจับจ้องผม “ดายคุณไปนั่งกับดีแลนสิ เดี๋ยววันนี้ผมขอนั่งหัวโต๊ะ”

 

“นี่ต้องเป็นเรื่องใหญ่ระดับฮอลีวู้ดแน่ๆ” ดีแลนคาดการณ์ ผมเลยดันให้ดายไปนั่งข้างลูกชายเขา ส่วนตัวเองก็แจกจ่ายช้อนส้อมและมีดสำหรับการกินอาหาร จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้หัวโต๊ะ ซึ่งปกติแล้วดายจะเป็นคนนั่งเพราะเขาอาวุโสสุด

 

หมายถึงอายุมากที่สุด ไม่ได้จะว่าแก่หรอกนะแค่จะบอกว่าเราให้เกียรติกัน

 

“คือว่าผมมีเรื่องใหญ่จะบอกครับ จริงๆ ผมลืมไปเมื่อวาน แต่ดายดันพูดขึ้นมาเมื่อคืนก่อนเราหลับ”

 

“ผมพูดกับคุณด้วยเหรอเมื่อคืนน่ะ?”

 

“ผมนึกว่าเขาหลับตั้งแต่เราโยนเขาขึ้นเตียงซะอีก” สองหนุ่มแย้งขมวดคิ้วมุ่ยกันใหญ่ เสียดายที่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ต้องให้ความสนใจ “แล้วมีอะไรเหรอที่รัก ดายพูดอะไรเหรอเมื่อคืนนี้”

 

“พวกคุณจำได้ไหมว่าเมื่อวานนี้บอกให้ผมไปตรวจว่าตัวเองท้องไหม”

 

“ผมจำได้”

 

“ผมก็เลยไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาเมื่อวานแล้วก็ทดสอบมัน แต่จอร์แดนดันมานัดซะก่อนผมก็เลยลืมไป” พวกเขาตั้งใจฟังมาก อีกนิดคือเข้ามาในจิตใจของผมแล้ว ขณะเดียวกันดายก็เหมือนจะรู้แล้วว่าผมจะพูดอะไร “แต่พอดายพูดผมก็เลยจำได้แล้วทายสิว่าผลเป็นไง”

 

“นี่อย่าบอกนะว่า...”

 

“ใช่! ผมท้อง!” ผมตะโกนบอกเสียงดังที่สุดในชีวิต ถึงขั้นลุกพรวดจนโต๊ะเคลื่อนเลยทีเดียว นั่นทำให้เด็กๆ เบิกตากว้างแต่คุณพ่อเนี่ยสินำไปหลายร่อง

 

“พระเจ้า! นี่มันข่าวใหญ่! ให้ตายสิ ผมควรทำไง ผมดีใจที่สุดเลยโซล!”

 

“ฮ่าๆ” ผมหัวเราะตอนที่ดีแลนเข้ามาอุ้มผมจนตัวลอย พาผมหมุนไปมาแล้วเราก็จูบกันท่ามกลางสายตาของลูกๆ ที่กำลังประมวลผล ดายยิ้มเอ็นดู เดินมาจูบผมตอบ เราทั้งสามกอดกันแน่น เจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้องผมเป็นยิ่งกว่าความหวังครั้งใหม่ ชั่วขณะนึงผมเห็นดายแอบน้ำตาซึมจนต้องเบือนหน้าหนีไป

 

ทั้งที่รู้ก่อนผมแต่ก็ยังดีใจ

 

“ผมมีความสุขมากกว่าเมื่อวานอีก”

 

“ผมก็เหมือนกัน” ผมบอกเขาลูบแก้มขาวแล้วก็จูบซ้ำๆ “เพราะงี้ใช่ไหมเมื่อวานคุณถึงผมห้ามดื่มเหล้า ทำไมคุณรู้แล้วไม่บอกผมก่อนล่ะ”

 

“นี่พี่รู้ก่อนโซลอีกเหรอ ได้ไงกัน?”

 

“เมื่อวานตอนโซลคุยโทรศัพท์ ฉันเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วเจอที่ตรวจครรภ์เข้า” ดายเล่าความจริง มีย่นคิ้วบ้างเหมือนพยายามนึก “จะบอกเขาตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่โซลดูตื่นเต้นที่จะไปหาเพื่อนเขา ฉันไม่รู้จะพูดตอนไหนก็เลยว่าจะรอให้เขากลับมาก่อนแล้วค่อยบอกกัน”

 

“ถึงว่าตอนที่สตีฟส่งข้อความมาบอกว่าโซลอยากดื่มพี่ถึงรีบขนาดนั้น ความลับขนาดนี้พี่เก็บไว้ได้ไงเนี่ย สุดยอดเป็นบ้า” ดีแลนปรบมือประชดให้พี่ชายถอนหายใจใส่ “แต่นี่มันเรื่องใหญ่ ผมจะโทรหาคุณหมอโทแวนเขาจะได้รีบมาตรวจร่างกาย”

 

“แม่ฮะ เน่วไม่เข้าใจ”

 

“หืม?”

 

“แมะท้องนี่หมายความว่าไง แมะท้องผูกเหยอ?” ไม่รู้จะหลุดขำหรือส่ายหน้าหน่ายใจให้กับเจ้าเด็กช่างจ้อ แดเนียลกะพริบตาปริบๆ ขอความจริงที่สมควรได้รับ เล่นเอาผมต้องย่อตัวไปอยู่ตรงกลางระหว่างเขากับพี่ชายเขา วางมือลงบนบ่าสบตากับพวกเขาสลับกันไปมาให้ตั้งใจฟัง

 

“ไม่ใช่ครับ แม่ไม่ได้ท้องแบบนั้น แม่หมายถึงท้องแบบที่ท้องพวกลูกไง”

 

“ไม่ใช่ท้องปุ้งใช่ไหมฮะ?”

 

“ไม่ครับ ไม่ใช่ท้องปุ้ง ท้องแบบมีลูก...”

 

“แม่กำลังจะมีน้องอีกคนใช่ไหมครับ?” 

 

“ใช่ครับซีวาน” ผมพยักหน้าเมื่อลูกคนโตถามแบบสรุปประเด็นให้ ส่งผลให้แดเนียลกะพริบตาปริบๆ ดูจะเข้าใจในทันทีไม่มีถามกลับ “น้องคนที่สองของซีวาน หนูโอเคไหม?”

 

“ผมโอเคครับแม่ ผมดีใจที่น้องมา”

 

“ลูกรัก”

 

“แม่รอน้องอยู่ใช่ไหมครับ ดีใจด้วยนะครับ ครอบครัวเราจะมีความสุขเพิ่มขึ้นอีกแล้ว” ผมรักซีวานเวลาพูดอะไรออกมาเสมอ มันไม่ใช่แค่ทัศนคติที่เป็นบวก มันยังแสดงถึงการอบรมให้คิดแบบผู้ใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นเวลาเขาพูดหรือพยายามจะเยียวยาใคร รอยยิ้มแสนหวานจะปรากฏบนใบหน้าทุกครั้ง ฉายชัดให้ว่าเขาจริงใจกับเรามากแค่ไหน ส่งผลให้ผมกอดเขา จูบขมับเด็กน่ารักที่เข้าใจอะไรง่ายๆ

 

ซีวานเป็นเด็กฉลาด เขาเรียนรู้และเข้าใจ

 

“คราวนี้เรามาช่วยกันเลี้ยงน้องนะซีวาน มันจะไม่เกิดความผิดพลาดขึ้นอีกแล้ว”

 

“ครับแม่” เจ้าตัวตอบยื่นหน้ามาหอมแก้มผมแล้วเอื้อมมือไปจับมือแดเนียลที่พองลมในแก้มใส่ “แดเนียลเป็นอะไร?”

 

“ถ้าแมะมีน้อง เน่วกะพี่จะยังสำคัญอยู่ไหม”

 

“เฮ้”

 

“แมะจะมีเวลาพาเน่วออกไปทะเลหรือเปล่า ถ้าไม่มีเน่วจะตีนะ เน่วกะพี่มาก่อน เน่วต้องสำคัญสิ” เป็นความรู้สึกที่คงคล้ายกับโดนแย่งของสำคัญ ผมเคยอ่านบทความของครอบครัวที่มีลูกมากกว่าหนึ่ง มันเป็นเรื่องปกติที่จะมีการอิจฉาเกิดขึ้นได้ แต่ผมรู้ว่าลูกชายผมไม่ใช่พวกขี้อิจฉา ดีแลนก็ไม่เคยแสดงนิสัยแบบนั้น เราแค่ต้องคุยกับเขา ทำความเข้าใจกันและกัน

 

“มีสิครับคนเก่ง แม่ไม่ทิ้งแดเนียลกับซีวานอยู่แล้ว ไม่มีทาง” ผมทำหน้าจริงจัง “ลูกทั้งสองยังสำคัญเสมอ แค่เราจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้น แดเนียลจะได้เพื่อนเล่นเพิ่มขึ้นด้วย ไม่ดีเหรอ?”

 

“เน่วมีพี่ก็พอแล้ว พี่ทำให้ทุกอย่าง”

 

“แต่ถ้ามีน้อง แดเนียลก็จะได้เป็นพี่บ้างนะ”

 

“ซีวาน”

 

“แดเนียลไม่อยากเป็นฮีโร่ของน้องเหรอ ถ้าเกิดมีน้องนายก็จะได้เป็นฮีโร่ของเขา เหมือนที่พี่เป็นฮีโร่ของนายไง ไม่อยากเป็นคนเท่ๆ ให้น้องภูมิใจเหรอ?”

 

“อยากสิ! เน่วอยากเป็นฮีโร่!” แดเนียลโพล่งขึ้นมาทันที พร้อมกับชูกำปั้นขึ้นคล้ายกับซุปเปอร์แมนที่กำลังบิน “เน่วจะเป็นพี่ เน่วจะเป็นฮีโร่ปกป้องน้อง แล้วก็จะเป็นคนเท่สุดๆ ให้แมะกับน้องภูมิใจ!”

 

“แปลว่าแม่มีน้องได้ใช่ไหม?”

 

“ได้ฮะ และแมะต้องออกน้องไวๆ เน่วอยากเป็นฮีโร่ของน้อง!” ถึงจะเป็นการสมมติในเรื่องของเด็กๆ ทว่าผมกลับสัมผัสได้ถึงการยอมรับ แดเนียลเข้ามากอดหัวผม จุ้บเบาๆ ที่หน้าผาก “แมะพาน้องมาเร็วๆ นะ เน่วรออยู่”

 

“ได้ครับคนเก่ง อดทนอีกนิดนะลูก แม่ก็รอน้องอยู่เหมือนกัน”

 

“ถ้าน้องมา เน่วจะแบ่งแพนเค้กให้” เจ้าตัวกลมยิ้มกว้างทำท่าจะยกจานแพนเค้ก ดีนะที่ดีแลนห้ามไว้ “แต่เน่วไม่ให้มาชเมโล่นะ เน่วชอบ เน่วจะกิน ถ้าน้องจะกิน น้องต้องขอพี่”

 

“พี่ก็ชอบกิน”

 

“งั้นไปแย่งพ่อ พ่อไม่กิน” หัวเราะคิกคักชอบใจอยู่คนเดียว เป็นภาพที่เรียกรอยยิ้มได้ดีมาก ผมหอมหัวพวกเขาสองคนอยู่นาน ไม่รู้จะพูดอธิบายความรู้สึกตอนนี้ด้วยคำคำไหน แดเนียลยังเด็ก คงจะยังไม่ค่อยเข้าใจว่าการมีน้องมันรู้สึกยังไง ต่างจากซีวาน เขามีบทเรียนทั้งตอนที่เป็นลูกคนเดียวและตอนที่เป็นพี่คน พอมีน้องอีกคนเขาเลยเปิดใจรับได้ง่าย

 

แรกๆ คงต้องย้ำกันบ่อยๆ ให้รู้ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป แต่ผมเชื่อว่าสายใยที่คุณพ่อเขามีให้กันในฐานะพี่น้องจะทำให้ลูกของพวกเราทั้งหมดรักกันกลมเกลียวได้ อีกอย่างผมมีลูกชายคนโตคอยประสานสายใยของครอบครัวให้ ผมเชื่อแล้วว่าเขาคือโซ่ทองคล้องใจ

 

เขาคือคนที่จะเติมเต็มให้บ้านเรานั้นสมบูรณ์

 

หลังมื้อเช้าที่กินกันอิ่ม คุณพ่อต้องง่วนกับการเช็ดปุ้งเจ้าเด็กอ้วนที่กินไม่หยุด แล้วเจ้าตัวก็ไม่สำนึกด้วยนะ หัวเราะคิกคักชอบใจ หนำซ้ำตอนอาบน้ำยังวิ่งแก้ผ้าให้พ่อเขาวิ่งตามอีก ลำบากผมต้องมาถูบ้านให้ หมอโทแวนแวะมาดูอาการ บอกว่าผมท้องได้ประมาณสามอาทิตย์แล้วเห็นจะได้

 

เราไม่รู้ได้เลยว่าไปทำกันท่าไหน จังหวะไหนเราถึงได้เขามา ก็เรารอกันเป็นปีๆ เลยนี่น่า ขนาดผมไม่ใส่ถุงยางเขาก็ไม่มีวี่แววว่าจะมาหา แต่ตอนนี้กลับโผล่มาโดยไม่มีสัญญาณ

 

ผมไม่คลื่นไส้ ไม่เวียนหัว ไม่รู้สึกหิวโหยสัตว์ใหญ่ กลับกันมีเพียงแค่อย่างเดียวที่แปลกไป

 

และมาแปลกไปช่วงสองเดือนต่อมา

 

“โซล ผมขยับตัวไม่ได้”

 

“ขอกอดหน่อยไม่ได้เหรอครับ” ผมถามคนตัวสูงที่กำลังล้างจานอยู่พลางเกยคางกับไหล่ของเขา มีเขย่งตัวบ้าง แต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร หนำซ้ำยังกระชับอ้อมกอด ฝังจมูกลงกับบ่า ไล่จูบไปตามท้ายทอยแล้วสูดกลิ่นของดาย

 

กลิ่นหอมที่ไม่มีน้ำหอมปะปน

 

“ตัวคุณหอมจัง”

 

“ผมมีแต่เหงื่อโซล ผมต้องไปอาบน้ำแล้ว”

 

“เดี๋ยวผมไปอาบด้วย ผมก็อยากอาบเหมือนกัน”

 

“แต่คุณอาบกับซีวานไปแล้ว จะอาบอีกทำไม?”

 

“เพราะผมชอบกลิ่นของคุณตอนอาบน้ำใหม่ๆ”

 

“โซล”

 

“ผมขออาบด้วยนะดาย สัญญาว่าจะไม่ทำอะไร ขอแค่เข้าไปดมกลิ่นคุณได้ไหม ผมอยากได้กลิ่นคุณเป็นบ้าเลย” 

 

LOADING 100 PER 

คนสุดท้ายในหลายความหมาย แต่เป็นความหวังครั้งใหม่ที่รออยู่ 

ปาฏิหาริย์ครั้งใหม่เกิดขึ้นกับเราอีกครั้ง เมื่อคนสุดท้ายโผล่มาทักแบบไม่หายหนี 

จากที่รอมาเป็นปีๆ ตอนนี้กำลังจะสุขสมหวัง 

เตรียมตัวมีน้องให้กับพี่ชายแสนน่ารัก 

พระจันทร์ขึ้นแล้วนะที่รัก ดาวพร่างฟ้าเลยซีน่อน :) 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น