Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 30 : ปาร์ตี้ย้อนวัย

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 30 : ปาร์ตี้ย้อนวัย

คำค้น : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 11:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 30 : ปาร์ตี้ย้อนวัย
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 30 : ปาร์ตี้ย้อนวัย 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

“เฮ้ จอร์แดน เป็นไงบ้าง”

 

[คุณโซล!]

 

เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังรอดออกมาทันทีที่ผมกรอกเสียงใส่ รอยยิ้มสดใสของคนสนิทที่ศูนย์วิจัยลอยเข้ามาในหัวผม นานแล้วที่ผมไม่ได้ยินเสียงจอร์แดน เพื่อนรักของสตีฟที่ผมให้โนเอลรับออกจากเกาะ ตั้งแต่จบเรื่องคราวนั้นผมฝากงานให้เขาได้ทำในที่ใหม่ๆ มีโอกาสมากขึ้นโดยไม่ต้องห่วงว่าใครจะทำร้าย

 

[ผมดีใจเป็นบ้าที่ได้คุยกับคุณอีก เชื่อเถอะว่าผมตามหาเบอร์คุณนานมากกว่าจะได้โทรมาตอนนี้]

 

“อ่าใช่ ผมเปลี่ยนเบอร์ให้หลังก่อนคุณไป”

 

[และผมก็ทำโทรศัพท์หาย กลายเป็นว่าผมตามหาคุณโซล อิลเดนสันไม่ได้เลย]

 

[คิดถึงคุณนะคุณโซล อยากเจอคุณจะแย่แล้ว]

 

“หืม แนชลีย์ใช่ไหม?” ผมย่นคิ้วใส่ตื่นเต้นมากเลยที่ได้ยินเสียงของพวกเขา โดยพาะเสียงหัวเราะของจอร์แดน เขาเปรียบเสมือนเครื่องเล่นวิดีโอเกมส์คอยสร้างสีสัน พอได้ยินเสียงของเขาแล้วรู้สึกว่าชีวิตจะเจอเรื่องสนุกหรืออะไรทำนองนั้น “นี่พวกคุณอยู่ด้วยกันเหรอ?”

 

[เผอิญพวกเรามาฮันนีมูนกันน่ะครับ เราเพิ่งจะแต่งงานกันเมื่อปีก่อน ขอโทษที่ไม่ได้เชิญคุณนะคุณโซล เราพยายามติดต่อคุณแล้วแต่ทุกคนที่เรารู้จักไม่มีใครมีเบอร์ใหม่คุณเลย และเราก็ไม่รู้ที่อยู่ของคุณด้วย]

 

“แบบนี้ผมก็พลาดเลยสิ ผมจองตำแหน่งเพื่อนเจ้าบ่าวไว้”

 

[เราแต่งงานใหม่ได้นะถ้าคุณออกเงินให้]

 

“ผมยินดีด้วยนะที่พวกคุณแต่งงานกัน” รีบอวยพรทันทีไม่ให้ตัวเองต้องเสียเงินจัดงานแต่งใหม่ให้เขาทั้งที่ถ้าจะทำน่ะมันง่ายนิดเดียวเพราะผมมีเม็ดเงินมหาศาล เล่นเอาพวกเขาถึงกับหัวเราะกัน ราวๆ สักสามสี่ปีได้ที่พวกเราไม่ได้คุยกันแบบนี้ ตอนผมส่งพวกเขาไปทำงานที่อื่น เราก็พูดได้แต่คำว่าลาโดยไม่รู้ว่าจะเจอกันอีกไหม

 

พอพวกเขาโทรมาจริงๆ ผมกลับคิดถึงบรรยากาศระหว่างเรายิ่งกว่าอะไร ถ้าตอนนี้พวกเขาอยู่ใกล้ๆ ผมคงรวบมากอดทั้งคู่แล้ว

 

“แล้วนี่มีอะไรหรือเปล่าถึงโทรมาหาผม อย่าบอกนะว่าพวกคุณมีลูก...”

 

[ยังครับยัง แนชลีย์ยังอยากทำงานก่อนเราเลยยังไม่รีบมีตอนนี้]

 

จอร์แดนรีบขัดได้ยินเสียงตีดังเพียะคาดว่าเจ้าสาวป้ายแดงคงจะจัดการสามีของเธอ

 

[อีกส่วนคือเธอกำลังฟิตหุ่นอยู่ กลัวว่ามีลูกแล้วจะหุ่นย้วยหมด]

 

[จอร์แดน!]

 

[เอาเป็นว่าที่ผมโทรมาวันนี้คือผมอยากถามว่าเย็นนี้คุณว่างไหม]

 

“ก็ว่างอยู่นะ ผมไม่ได้ไปไหน”

 

[พอจะเป็นไปได้ไหมที่พวกเราจะมาเจอกันที่ไนท์คลับใกล้บ้านคุณ]

 

“คุณรู้ได้ไงว่าบ้านผมมีไนท์ครับ เมื่อกี้คุณยังบอกอยู่เลยว่าไม่รู้จักบ้านผม”

 

[สงสัยไลฟ์การ์ดที่เมืองคุณจะบอกผม]

 

“อะไรนะ...”

 

[ผมติดต่อกับสตีฟมาหลายเดือนแล้วคุณโซล และคิดว่านี่คือโอกาสทองเลยที่เราจะได้เจอกัน เราทุกคน]

 

คำพูดนั้นทำผมเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำทั้งที่มันก็แค่คำเชื้อเชิญธรรมดา แต่ผมจำได้ดีว่าผมส่งเขาไปทำงานที่ไหน มันไม่ใช่แค่คนละเมือง ทว่าเป็นคนละประเทศด้วยซ้ำ การที่เขาชวนผมและพูดแบบนั้นได้แปลว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นั่น

 

[ผมมาที่เมืองนี้ได้สองวันแล้วและอยากเจอคุณมากๆ เลย คุณโซล]

 

“นี่มันบ้าไปแล้ว” ผมสบถไม่ใช่ความหงุดหงิด แค่ตกใจมากๆ ที่เขาโผล่มาที่นี่กะทันหัน “นี่คุณล้อผมเล่นใช่ไหม ไม่เห็นสตีฟจะบอกผมเลยว่าคุณมา”

 

[ผมขอเขาไว้เพราะอยากติดต่อคุณเองน่ะ]

 

“…”

 

[แล้วคุณคิดว่าไงพอจะมาหาพวกเราได้ไหม วันนี้ตอนสองทุ่มไนต์คลับแถวบ้านคุณ]

 

“นั่นเป็นคำเชิญที่ดีที่สุดในชีวิตผมเลย” ผมตอบด้วยรอยยิ้ม แค่คิดว่าจะได้เจอพวกเขาผมก็ตื่นเต้นจนตัวสั่น “ถ้าผมปฏิเสธผมคงไม่เหมาะกับตำแหน่งเจ้าของศูนย์วิจัยกลางทะเลแน่ ผมจะไปหาพวกคุณตอนสองทุ่ม และคุณต้องให้ผมเลี้ยง”

 

[นั่นก็เป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตเราเช่นกัน]

 

ผมยิ้มกว้างมาก ความคิดถึงทำผมน้ำตาคลอเบ้าถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ปล่อยโฮออกมาอะไรขนาดนั้น

 

[แล้วเจอกันนะครับ พวกเราจะตั้งตารอเลย]

 

[รีบมานะคะคุณโซล ถ้าได้เจอกันฉันจะกระโดดกอดให้หายคิดถึงเลย]

 

“เหมือนกันครับ” ผมหลุดขำไม่นานก็กดวางสาย ยืนคิดอะไรนู้นนี่นั่นลืมไปเลยว่าทำอะไรค้างไว้ รู้แค่ว่าผมต้องรีบไปบอกคุณสามีว่าเย็นนี้ผมไม่ได้อยู่ร่วมมื้อค่ำ มันเป็นจังหวะเดียวกับที่ดายเดินออกมาจากห้องน้ำ ผมเลยได้บอกเขาเป็นคนแรก “ดาย เย็นนี้ผมไม่อยู่ทานมื้อค่ำนะครับ”

 

“ทำไม?”

 

“ผมมีนัดกับเพื่อนเก่าที่ศูนย์วิจัย จะไปเจอกันที่ไนท์คลับใกล้ๆ ตอนสองทุ่ม” ว่าด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อหาชุดใหม่ๆ นานแล้วที่ผมไม่ได้แต่งตัวแบบ ‘คุณโซล’ เวอร์ชั่นเก่า พอโตขึ้นเลยมีแต่เสื้อผ้าแบบเสื้อแขนยาว สีเรียบๆ พื้นๆ ไม่ได้ดึงจุดเด่นให้ใครเห็น

 

ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมจะเน้นสี เน้นชุดที่ทำให้ทุกคนต้องสังเกต ตอนนี้มีลูกแล้วเลยไม่ต้องไปล่อเป้าใคร แต่วันนี้ขอแต่งตัวดีๆ ให้สมกับเป็นคุณโซล อิลเดนสันหน่อยได้ไหม

 

แค่คืนเดียว

 

“คุณไม่ต้องเปิดไฟรอผมนะ กินมื้อเย็นแล้วก็พาลูกเข้านอนได้เลย ผมคงกลับดึก”

 

“ไนต์คลับที่ว่าหมายถึงแหล่งมัวสุม?”

 

“มันเรียกว่าที่สังสรรค์ของพวกมนุษย์น่ะพี่” ดีแลนที่เปิดประตูเข้ามาตอบแทนผมที่หาเสื้อผ้าอยู่ “แต่คุณไม่ได้ไปนานแล้วหนิ คุณไปเฉพาะตอนที่...หาความสนุกใส่ร่าง”

 

“เมื่อก่อนน่ะใช่ครับ แต่นี่ผมแค่ไปหาเพื่อนเก่า คงจะอยู่คุยกันสองสามชั่วโมงแล้วก็กลับ ไม่ไปเถลไถลที่ไหนหรือให้ใครกอดนอกจากเพื่อนตัวเอง” ผมตอบชัดทุกประเด็นเพราะรู้ดีว่าคุณสามีจะต้องหวงอยู่แล้วเวลาผมไปไหนมาไหนคนเดียว เรื่องของแพทริคเป็นตัวอย่าง ดีแค่ไหนที่เขาไม่แอบไปล่าอีกฝ่ายตอนผมหลับ ทุกวันนี้ผมก็กลัวจะแย่อยู่แล้วว่าทีวีจะออกข่าวเมื่อไหร่ว่าเห็นฉลามตัวใหญ่ว่ายไปกินคนน่ะ

 

อีกอย่างต้องขอบคุณจอร์แดนนะที่เลือกไนต์คลับแถวบ้านผม อย่างน้อยก็ชิ่งกลับง่ายและมันก็ไม่ค่อยมีคนด้วย

 

เว้นวันหยุดแบบวันนี้

 

“ถ้าเกิดมีอะไรก็โทรหาผมหรือจะไปด้วยกันดี?”

 

“แบบนั้นคุณก็หมดสนุกน่ะสิ แค่ตอนนี้ยังไม่ไปคุณก็ดูสนุกแทบบ้าแล้ว” ดีแลนวางพลางทิ้งตัวลงนอนบนเตียง เอามือเท้าหัวมองผมที่หยิบเสื้อมาทาบร่าง “ไม่เห็นคุณแต่งตัวแบบนี้นานแล้วนะ พอกลับมาเห็นแล้วรู้สึกมีอารมณ์ขึ้นมาเลย”

 

“หมายถึงสนุกไปกับผมใช่ไหม?”

 

“หมายถึงอยากฟัดคุณให้ตายเราจะได้มีลูกคนที่สามกันสักที”

 

“เดี๋ยวเถอะ” ผมโยนเสื้อที่ไม่ใส่ใส่หน้าดีแลน ส่งผลให้เขาแกล้งหงายหลังทำเป็นดมกลิ่นผมจากเสื้อตัวนั้น ผมส่ายหน้า หยิบตัวอื่นมาลองขอความเห็นจากพวกเขา ดีแลนตอบว่าดีทุกตัว เอาแต่สนใจหุ่นลีนๆ ของผมเวลาเปลี่ยนชุดไปมา ส่วนดายเขาทำเพียงแค่นิ่ง ไม่พูดอะไรราวกับไม่รู้วิธีสื่อสาร

 

กระทั่งตอนสองทุ่มที่ผมคว้ากุญแจรถเตรียมจะออกไป

 

“อย่าดื้อกับคุณพ่อนะครับเด็กๆ” ผมลูบหัวเจ้าตัวน้อยที่เดินมาส่ง เบื้องหลังเป็นคุณพ่อที่ยืนกำกับกันอยู่ “รีบเข้านอน ห้ามลุกขึ้นมาเล่น แม่จะรีบกลับก่อนห้าทุ่มแล้วพรุ่งนี้เราก็ไปเที่ยวกัน”

 

“ถ้าแม่กลับช้า เน่วจะตีนะ ตีเพียะๆ เลย”

 

“แบบนี้แม่ก็จุ้บหนูไม่ได้แล้วสิ แม่โดนตีแบบนี้”

 

“งั้นจุ้บเน่วก่อน แล้วเน่วจะไม่ตี”

 

“ครับๆ จุ้บๆ เนอะ” เจ้าตัวเล็กยู่ปากขอจุ้บทันทีให้ผมบีบจมูกโด่งรั้นด้วยความหมั่นเขี้ยว “ฝากลูกด้วยนะครับถ้าโทรหาผมไม่ติด ผมทิ้งเบอร์จอร์แดนกับสตีฟไว้บนชั้นหนังสือ ผมจะไม่กลับเกินห้าทุ่ม จะไม่เข้าใกล้ใครแล้วก็...”

 

“แล้วก็อย่าดื่มแอลกอฮอล์กับใคร”

 

“ครับ?”

 

“ผมว่ามันไม่ดีต่อร่างกายคุณ...ในตอนนี้” 

 

“แต่มันก็เรื่องปกติที่มนุษย์จะกินนะพี่ กินเพื่อความสนุก เพื่อสังสรรค์” ดีแลนแก้ตัวให้ผม จำได้ว่าตอนเราเจอกันที่คลับเขาก็ดื่มของพวกนี้เหมือนกัน ถึงจะไม่เจนจัดเท่าผมก็ตาม แต่ผมก็เลิกดื่มมานานแล้วนะ รวมถึงบุหรี่ที่สูบจัด เรียกได้ว่าตอนนี้ร่างกายผมสะอาด ถ้ามีสิ่งที่ตกค้างก็คงเป็นน้ำจากตัวพวกเขา

 

เพราะมันอัดแน่นอยู่ในตัวผมแทบทุกวันเลย

 

“แต่ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงนะโซล คุณต้องขับรถ ถ้าขับไม่ไหวก็โทรมาเดี๋ยวผมไปขับให้”

 

“ได้ครับ แต่ผมคงกินไม่เยอะหรอก เน้นพูดคุยให้หายคิดถึงมากกว่า”

 

“พอจะให้คุณไปหาเพื่อนแล้วผมเป็นห่วงชะมัด ถ้าเกิดมีคนลวนลามคุณต้องรีบโทรมาบอกเรานะโอเคไหม”

 

“แน่นอนครับ ผมจะส่งพวกคุณไปกินหัวเขาเลย”

 

“ดีมาก ผมจะเตรียมท้องรอสายจากคุณเลย” เอื้อมมือไปบีบจมูกโด่งรั้นของคนที่พูดทีเล่นทีจริง ผมว่าที่พวกเขาไม่ขัด ตามใจผมขนาดนี้อาจเพราะคนที่ผมจะไปเจอพวกเขารู้จักกันดี เลยเหมือนวางใจไปได้เปราะหนึ่งต่างจากผู้ชายคนอื่นที่อยู่ใกล้ผม ใจจริงผมอยากให้พวกเขาไปด้วยนะ แต่ถ้าพวกเขาไปก็ไม่มีใครดูลูกอีก จะเรียกโนเอลมาดูเห็นเขาก็ยุ่งอยู่วันนี้

 

เอาเป็นว่าผมขอแค่ไปคุยกับจอร์แดนและแนชลีย์ให้หายคิดถึงก็พอ แล้วจะรีบบึ่งรถกลับเลย

 

“แล้วเจอกันครับ” ผมหอมแก้มดีแลนแล้วเคลื่อนตัวมากอดดายไว้ ไม่รู้ทำไมวันนี้เขาดูเงียบแปลกๆ ยิ่งตอนกอดกัน ก็กอดผมแรง กอดเหมือนไม่อยากให้แยกจากไปไหนทั้งนั้น ร่างสูงจูบคอผม กระซิบบอกรักเหมือนทุกครั้ง ผมจูบปากเขาพลางยกยิ้มให้ด้วยความรัก “ผมจะรีบกลับครับ ไม่ต้องห่วง”

 

“ดูแลตัวเองให้มากนะโซล มากกว่าทุกวัน”

 

“รับทราบครับ...แด๊ดดี้” ผมหัวเราะจนตาหยี นานแล้วที่ผมไม่เรียกเขาแบบนี้ให้โดนอีกฝ่ายหมั่นเขี้ยวใส่ ผมลูบหัวลูกชายอีกรอบ จากนั้นก็รีบขึ้นรถสตาร์ทเครื่องพาตัวเองออกจากรั้วบ้านไป ไม่วายเปิดกระจกโบกมือพวกเขาจนลับสายตาไป

 

บอกตามตรงพอจะได้ไปไนต์คลับแล้วอดรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะไปล่าเหยื่อไม่ได้ ราวกับว่าทุกครั้งที่ใส่ชุดเรียบหรูดูแพง เซ็ตผม ดูแลตัวเองแบบนี้มันคือสัญญาณว่าเสือกำลังคืนถิ่น ยิ่งเปิดเพลงแบบพวกที่เปิดในปาร์ตี้ไปด้วย ผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองได้กลับไป…

 

กลับไปเป็นโซล อิลเดนสันคนเดิม

 

“Let’ s go party, I’ m back” 

 

โซล อิลเดนสันกลับมาแล้ว

 

ผมใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีตรงมายังไนต์คลับชื่อดังของย่านนี้ เสียงเพลงดังกระหึ่มออกมาด้านนอก มีผู้คนต่อคิวจำนวนไม่หยอกเลยเท่าที่ผมสังเกต ยิ่งพวกเด็กนักเรียนนี่ยิ่งต้องตรวจบัตร ทว่าพอผมเดินผ่านเข้าไป ยกยิ้มเล็กน้อยพวกยามด้านหน้าก็เปิดประตูให้เข้ากัน

 

“ไม่เจอกันนานนะครับคุณอิลเดนสัน ยินดีต้อนรับครับ”

 

“ขอบคุณครับ” ผมขยิบตาให้ โปรยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะก้าวเข้าไปข้างใน ได้ยินเสียงซุบซิบจากคนอื่นนิดหน่อย คนที่ไม่รู้จักผมก็คงงงว่าหมอนี่มันเป็นใคร ได้รับอภิสิทธิ์ขนาดนี้ได้ไงทั้งที่ก็ลูกค้าเหมือนกัน ไนต์คลับแห่งนี้ดูแบ่งเป็นสองโซน โซนดินเนอร์มื้อค่ำ และโซนสังสรรค์ มีบาร์เหล้า มีโต๊ะว่างแล้วก็โซนวีไอพีที่จะทำอะไรก็ได้ตามชอบใจ

 

ตอนแรกจอร์แดนส่งข้อความมาบอกผมว่าเขาจองโต๊ะธรรมดา ผมเลยบอกให้เขาจองใหม่ ใช้ชื่อของผมในการจองโต๊ะวีไอพีที่จะไม่มีใครกวนใจ

 

“ดาวเด่นของคืนนี้มาแล้ว”

 

“ไง”

 

“คุณโซล!” สตีฟเป็นคนแรกที่เห็นผม เขาผายมือแนะนำส่งผลให้จอร์แดนกับแนชลีย์เรียกผมเสียงดังลั่น ก่อนที่พวกเขาจะรีบวิ่งมากระโดดกอดผม นาทีนั้นผมเกือบล้มดีนะทรงตัวอยู่เลยทำเพียงแค่หัวเราะแล้วกอดตอบพวกเขา มันนานแล้วจริงๆ ที่พวกเราไม่ได้เจอกัน ถึงขั้นต้องผละออกมาดูหน้าค่าตาว่าเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน “โอ้พระเจ้านี่มันยิ่งกว่าฝันไป ผมคิดถึงคุณโซลมากรู้ไหม คิดถึงจนอยากจะเจอคุณทุกวัน”

 

“พูดงี้เดี๋ยวภรรยาคุณก็เสียใจหรอกจอร์แดน คิดถึงผมแค่ไหนครอบครัวก็ต้องสำคัญ”

 

“สำหรับคุณโซลแล้ว ฉันยอมค่ะ เพราะคุณโซลเองก็สำคัญสำหรับพวกเราเหมือนกัน” แนชลีย์บอก เธอแทบจะร้องไห้อยู่แล้วตอนเห็นหน้าผม “คุณโซลดูดีขึ้นนะคะ ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าแต่ก่อน”

 

“นั่นไม่ใช่คำบอกว่าผมอ้วนใช่ไหม?”

 

“ไม่ใช่เลยค่ะ คุณดูดีมาก”

 

“แต่ไม่เท่ากับเจ้าสาวป้ายแดงอย่างคุณหรอก” เจ้าตัวยิ้มขำ ผมเลยยื่นกล่องของขวัญที่แวะซื้อระหว่างทางให้ “ขอโทษที่ไม่ได้ไปงานแต่งของพวกคุณนะ ถือว่านี่เป็นของขวัญแสดงความยินดีย้อนหลัง หวังว่าพวกคุณจะชอบกัน”

 

“โธ่คุณโซล แค่คุณโซลมาเราก็เหมือนได้ของขวัญแล้วนะคะ ไม่น่าลำบากซื้อมาให้”

 

“ให้ผมได้ต้อนรับพวกคุณเถอะ เราไม่ได้เจอกันตั้งนาน”

 

“…”

 

“ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้งนะ ผมคิดถึงพวกคุณมากจริงๆ” ผมยิ้มหวานดีใจจนไม่รู้จะหาคำไหนมาพรรณนาความรู้สึกที่มี รู้แค่ว่าพอพูดไปแบบนั้น พวกเขาก็กรูเข้ามากอดผมอีก กว่าจะได้นั่งที่ สั่งอะไรกันกินก็ผ่านไปพักใหญ่ จอร์แดนเล่าเรื่องที่ทำงานเขาว่ากำลังวิจัยเกี่ยวกับเครื่องสกัดโปรตีนจากสัตว์น้ำ เพื่อช่วยทุนแรงไม่ให้เราต้องฆ่ามันทั้งหมด ส่วนแนชลีย์ไปได้สวยกับด้านไอที ตอนนี้เธอได้เป็นหัวหน้าทีมแล้วหลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์มานาน

 

ร่างโปร่เล่าถึงเบอร์นาร์ด บอกว่าเขาเสียแล้วเมื่อปีก่อนเนื่องจากเบาหวานกำเริบแล้วดันเกิดภาวะแทรกซ้อน ติดต่อผมไม่ได้เลย ผมจึงพลาดอะไรไปหลายอย่าง ไว้ถ้าว่างแล้วผมจะไปเยี่ยมหลุมศพเขา ผมไม่อยากให้เขาถูกลืมเพียงเพราะติดต่อผมไม่ได้

 

บรรยากาศตอนอยู่ศูนย์วิจัยคืนกลับมา ผมเลี้ยงแอลกอฮอล์พวกเขากันเต็มที่ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าของมึนเมาพวกนี้ทำให้บทสนทนามีรสชาติมากขึ้น ยิ่งสตีฟกับจอร์แดนนะ พอเหล้าเข้าปากพวกเขาก็เฮฮากันเต็มที่ จอร์แดนแอบร้องไห้ด้วยตอนพูดเรื่องเจอสตีฟ เขาคิดว่าเพื่อนรักเขาตายไปแล้ว ที่แท้ก็ถูกช่วยไว้

 

สตีฟไม่ได้เล่าว่าถูกใครช่วย เขาข้ามมาตอนที่บอกว่าผมให้ชีวิตใหม่ ผมเล่าเรื่องชีวิตที่เหลือให้ฟัง รวมถึงเรื่องลูกน้อยที่ตอนนี้กำลังถึงวัยซนกันใหญ่

 

“ไม่น่าเชื่อว่าคุณโซลมีลูกสองแล้ว ผมนึกว่าคุณโซลเข้ากับเด็กไม่ได้” จอร์แดนแปลกใจ พลางกระดกวิสกี้เข้าปาก ผมดื่มเพียงน้ำพั้นซ์ อยากดื่มแบบเขาสักแก้วเหมือนกัน ติดแค่ว่าสัญญากับดายไว้ และผมไม่อยากปลุกคุณพ่อให้มารับกลับเพียงเพราะดื่มของมึนเมา

 

ยิ่งไปกว่านั้นเด็กๆ อาจจะเหม็นเหล้า ผมอยากเข้าไปหอมเขาก่อนนอน

 

“จริงๆ ต้องบอกว่าผมไม่คิดว่าคุณโซลจะลงหลักปักฐานกับใครมากกว่า ไม่ได้ว่านะคุณโซล แต่ตอนนั้นคุณฮอตจะตาย”

 

“คนเราเปลี่ยนแปลงกันได้ และชีวิตผมตอนนี้มันก็เพอร์เฟคมากเลย”

 

“คุณควรได้รับมัน” ผมยิ้มพยักหน้าเป็นการขอบคุณกับคำพูดนั้น จอร์แดนยกแก้วตัวเองขึ้นมา มองหน้าทุกคนเป็นการขอกำลังเสริมทัพ “แด่โอกาสและความหวัง แด่คุณโซล อิลเดนสันที่มอบชีวิตใหม่ให้เรา”

 

“แด่คุณโซล” พวกเขาพูดย้ำกันสามครั้ง ชนแก้วกันแล้วยกดื่มหมด ผมเองก็ชนด้วย ระหว่างกระดกพั้นซ์เข้าปากก็ลอบมองพวกเขา เก็บภาพบรรยากาศว่ามิตรภาพของพวกเรามันยืนยงแค่ไหน ถ้าเกิดเอริคไม่ตายหรือโอเว่นไม่ได้ทรยศ บางทีตอนนี้พวกเราอาจจะอยู่ครบกว่านี้ก็ได้

 

เราคงเป็นอีกครอบครัวที่อบอุ่นน่าดู

 

“คุณโซลครับ เครื่องดื่มครับ”

 

“โทษทีนะครับ ผมไม่ได้สั่ง” ผมชะงักนิดหน่อยตอนพนักงานเสิร์ฟวางแก้วแอลกอฮอล์สีสวยให้ ซึ่งผมจำได้ว่าผมสั่งอะไรไป ที่แน่ๆ ไม่ใช่ที่เขาเสิร์ฟ “คงมีการเข้าใจผิด”

 

“ไม่ผิดครับคุณโซล มีคนสั่งให้คุณครับ”

 

“หืม?”

 

“เขาบอกว่าอยากทำความรู้จัก อยู่ตรงซ้ายมือทางนั้นครับ” ผมเลื่อนสายตาไปตามมือที่เขาชี้บอกก่อนจะเจอหนุ่มหล่อคนนึงขยิบตาให้ ดูท่าจะเป็นหนุ่มฮอต เพราะสาวๆ ทั้งหลายต่างจ้องมองเช่นเดียวกับผมที่ยกยิ้มให้ ร่างสูงยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม จับจ้องผมคล้ายกับเหยื่อล่อกัน มีการหลุบตามองของเหลวสีสวยที่ฝากพนักงานเอามาให้

 

นั่นคือการเชื้อเชิญว่าผมจะตอบรับคำชวนของเขาหรือเปล่า

 

“คุณไม่ได้ฮอตลงเลย” จอร์แดนแซว เล่นเอาผมถึงกับหัวเราะใส่ “นี่ถ้าคุณดื่มมีหวังบ้านแตกแน่ แต่ผมจะเป็นพยานให้ว่าคุณไม่ได้กินมัน”

 

“ฉันว่านายอย่าเป็นพยานในแง่นั้นเลยจอร์แดน นายไม่รู้หรอกว่าสามีคุณโซลน่ะโหดขนาดไหน”

 

“แต่วันนี้สามีคุณโซลไม่มาไง ดื่มแก้วเดียวจะเป็นไร ถือว่าขำๆ เนอะครับคุณโซล”

 

“นั่นสิ...” ผมครุ่นคิดแน่นอนผมไม่คิดจะนอกใจหรือเล่นกับใครทั้งนั้น ไม่ใช่ว่ากลัวสองหนุ่มจะรู้ แค่อยากดื่มให้เลือดมันร้อนขึ้นเท่านั้น อีกอย่างผมทิ้งลายพาดกลอนบนตัวไปนานแล้ว เหลือเพียงแค่เนื้อตัวนุ่มนิ่มไว้ให้ลูกๆ กอดเล่นเท่านั้น ไม่มีทางยืมวิญญาณเสือร้ายล่าเหยื่อมาลากใครขึ้นเตียงทั้งนั้น

 

ผมรักครอบครัวผม หัวใจถูกเติมเต็มไม่เคยมีพัก

 

ทว่าในตอนที่ผมกำลังตัดสินใจอยู่นั้น จู่ๆ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับที่บรรดาผู้คนชะโงกคอมองดูใครสักคนที่เข้ามาในคลับ ผมเดาว่าอาจจะเป็นดาราไม่ก็คนดัง ที่นี่ดังพอที่จะดึงดูดคนแบบนั้นอยู่แล้วไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ

 

มันมาน่าสนใจตรงที่คนสองคนนั้นมาหยุดอยู่ข้างหลังผมไง เป็นจังหวะที่ผมกำลังจะยกแก้วเหล้าเพื่อเททิ้งแต่มันคงดูเหมือนจะยกกินเพราะผมหยอกเย้าอีกฝ่าย พลันแก้วก็ถูกคว้าเช่นเดียวกับปลายคางที่ถูกรั้งขึ้นไป

 

วินาทีนั้นผมเบิกตากว้างมองร่างสูงที่บดขยี้ริมฝีปากผมด้วยความเร่าร้อนยิ่งกว่าอะไร ความตื่นตระหนกเป็นสิ่งที่ไม่อาจกดลงได้ก่อนจะถูกเจ้าของความเร่าร้อนนั้นพิพากษาให้รับโทษไป

 

“คืนนี้มีคนไม่ได้นอนแน่ โซล” 

 

“ดะ...ดาย” ผมอ้าปากค้างตกใจที่เห็นหน้าคุณสามีแบบชัดเจนทุกสัดส่วน ด้านข้างเขาคือน้องชายที่กระดกแอลกอฮอล์แก้วนั้นจนหมด มีการยกขอบคุณคนที่ส่งมาให้ผมอีก “ดีแลน”

 

“นึกว่าผมบอกคุณแล้วว่าไม่ให้กินมัน” ดายกดเสียงต่ำ “ถ้ามาไม่ทันคุณก็จะกินเหรอ?”

 

“เปล่า...เปล่านะดาย ผมไม่ทำหรอก สาบานได้” ผมรีบแก้ตัวรั้งสติคืนมาแล้วยืนคุยกับพวกเขา พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวว่าพวกเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน หนำซ้ำยังแต่งตัวดีแสดงให้รู้เลยว่าเขาตั้งใจมาที่นี่ไม่ใช่แค่มาตามผมกลับบ้าน “นี่มันอะไรกัน พวกคุณมาได้ไง แล้วเด็กๆ ล่ะ ใครดูพวกเขา?”

 

“ผมโทรตามโนเอลแล้ว ตอนนี้เขาอยู่กับลูกเรา”

 

“แต่...”

 

“ส่วนที่ถามว่ามาได้ไง ก็ต้องบอกว่ามีคนชวน” ดายเหล่ตาไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างผม พอหันสายตาตามไปก็เจอสตีฟที่รีบเก็บมือถือแล้วยิ้มแหยให้ ดูรู้เลยว่าพวกเขามีสายคอยรายงานว่าผมกำลังทำอะไร ก็ว่าทำไมสตีฟถึงเอาแต่สนใจโทรศัพท์

 

“นี่คุณจ้างเขาให้ตามดูความประพฤติของผมเหรอ?”

 

“ก็แค่ให้ช่วยดูเพราะผมเป็นห่วง กลัวว่าจะมีคนล่อลวงคุณเข้าให้” ดีแลนยักคิ้วพลางตวัดสายตามองไปที่ผู้ชายคนนั้น “แล้วมันก็จริง”

 

“ก็แค่แกล้งเล่นน่ะดีแลน มันเป็นปกติสำหรับที่นี่อยู่แล้ว” ผมแก้ตัวไม่อยากให้เรามีเรื่อง “และผมไม่ได้จะกิน แค่จะเททิ้งแค่...แกล้งเขา ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงสักหน่อย”

 

“ถึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่เราก็มาแล้วหนิจริงไหม”

 

“…”

 

“จะดีกว่าไหมถ้าเราสนุกด้วยกัน” สามีคนน้องเลิกคิ้วเป็นการขอคำตอบรับ มีการขอความเห็นดายให้อีกฝ่ายตีหน้านิ่งใส่ เล่นเอาผมถึงกับถอนหายใจ ผมไม่ว่าที่พวกเขาโผล่มากะทันหัน แค่ห่วงว่าลูกจะอยู่กับใครก็เท่านั้น และผมเพิ่งบอกไปว่าวันนี้โนเอลมีงานต้องทำ ให้มาดูลูกให้เป็นการรบกวนเขาซะเปล่าๆ

 

เสียดายที่จะไล่กลับหรือยกเลิกคำสั่งก็ไม่ได้แล้ว

 

“จอร์แดน แนชลีย์ นี่สามีผมดายกับดีแลน”

 

“สะ...สองคน?” จอร์แดนชูสองนิ้วขึ้นมา “คุณโซลควบสองเลยเหรอครับ”

 

“ผมไม่ได้บอกเหรอว่าผมมีสามีสองคน?” เขาส่ายหน้า “งั้นก็บอกไว้เลยว่านี่สามีผม ลูกสอง สามีสอง”

 

คู่ข้าวใหม่ปลามันอ้าปากค้างไปเลยเมื่อผมแนะนำแบบนั้น สตีฟปลีกตัวไปนั่งโซฟาตัวเดียวให้เราสามคนนั่งตัวยาว มีผมนั่งคั่นกลางถูกขนาบข้างด้วยสองฉลามที่กวาดสายตามองไปทั่ว ผมรับรู้ได้เลยว่าดีแลนสนุก เขาชอบเรื่องการเข้าสังคมของมนุษย์อยู่แล้วโดยเฉพาะที่แบบนี้ ส่วนดายต่างไปอีก เขาดูไม่ค่อยชิน สอดมือมาโอบเอวผม แสดงความเป็นเจ้าของชัดเจนไม่ให้คนอื่นมองอีก

 

แต่วันนี้เขาเล่นแต่งตัวหล่อขนาดนี้ ซ้ำร้ายยังเซ็ตผมอีก เรียกได้ว่าถ้าใครไม่มองนี่เท่ากับว่าตาไม่มีไม่ก็ตาบอดไปเลยถึงมองไม่เห็นออร่าที่โดดเด่นขนาดนี้ พอมารวมกับผมที่ดึงดูดผู้คนอยู่แล้ว กลายเป็นว่าตอนนี้พวกเราตกเป็นเป้าสายตา

 

ของหมาป่าหลายตัวที่อยากจะแยกพวกเราออกจากกัน

 

“ดื่มอะไรไหมครับ เดี๋ยวผมสั่งให้” สตีฟที่เห็นบรรยากาศเงียบไปถูมือไปมาราวกับว่าเขาจะจัดการให้ ซึ่งถามว่าได้คำตอบไหมก็ไม่ สองหนุ่มไม่สนใจเลย ยิ่งดายนี่ถ้ากินน้ำเปล่าได้ก็คงสั่งไปแล้ว

 

“เดี๋ยวผมสั่งเองสตีฟ ขอบคุณมาก” ผมยิ้มตัดบทแล้วสั่งเครื่องดื่มง่ายๆ ให้พวกเขา “แล้วนี่พวกคุณมากันยังไง โนเอลมาส่งเหรอหรือว่านั่งรถมา?”

 

“โนเอลมาส่ง พวกเราจะได้ขับรถกลับ” ดายตอบรับกวาดตามองเครื่องดื่มบนโต๊ะเราที่ว่างเปล่าไปหลายแก้ว “คุณดื่มไปเยอะแค่ไหน?”

 

“ไม่มีแอลกอฮอล์ครับ รับรองได้”

 

“ผมเป็นพยานให้ได้ครับ คุณโซลไม่แตะเหล้าเลยตั้งแต่มา” จอร์แดนยกมือตอบ เขาเริ่มเมาแล้วเลยพูดเรื่อยเปื่อย “ให้กินตั้งหลายแก้วก็ไม่ยอมกิน เอาแต่กินน้ำพั้นซ์อยู่ไม่กี่แก้ว แก้วที่กินอยู่นี่ก็เป็นชั่วโมงแล้วยังไม่หมดเลย”

 

“แฮะๆ ขอโทษนะคะเขาเมาแล้ว” แนชลีย์ยิ้มแหยแก้ตัวให้สามี “แต่ฉันยืนยันอีกเสียงได้ค่ะว่าคุณโซลไม่ได้ดื่มเหล้าเลย ปลอดภัยไร้สารแอลกอฮอล์แน่นอน”

 

“ขออนุญาตครับ” เสียงของแนชลีย์ต้องกลืนกลับเข้าไปในคอ เมื่อเครื่องดื่มที่ผมสั่งมาเสิร์ฟให้ พนักงานคนเดิมโคลงหัว วางแก้วเครื่องดื่มห้าแก้วที่เกินมาจากที่ผมสั่งไปสอง และยังไม่ทันที่ผมจะได้ถามต่อ เขาก็ยื่นโน้ตที่มีชื่อกับเบอร์โทรให้...

 

ให้คุณสามีทั้งสองคนของผม

 

“โต๊ะที่สาม ขวามือครับ” หันขวับไปมองพร้อมกันก่อนจะเจอกับสาวสวยเน้นอกที่ขยิบตาให้ พวกเธอมากันสามคน กล้าพอที่จะซื้อเหล้าให้ผู้ชาย ดีแลนหัวเราะ ดูไม่คิดอะไรเช่นเดียวกับดายที่ถอนหายใจ

 

“ดูเหมือนคืนนี้จะมีคนฮอตกว่าผมแล้ว” ผมทำเป็นยิ้ม ยกเครื่องดื่มตัวเองมาจิบพลางไล่สายตามองเตกีล่าที่ถูกเอามาให้ ดูรู้เลยว่าของแพง พวกสาวๆ ยอมทุ่มจ่ายอยู่แล้วเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าของเขานั่งอยู่ตรงกลาง

 

ไม่เพียงแค่เตกีล่าสองแก้วนั้น ยังมีคนอื่นที่มองสามีผมตาเป็นมัน

 

“อยากไปดื่มด้วยกันไหมคะสุดหล่อ”

 

“เวรแล้ว” ใครคนนึงในโต๊ะผมสบถเมื่อผู้หญิงใจกล้าคนนึงขอเข้ามาชนแก้วดีแลนถึงที่โต๊ะ มีการกอดอก เอามือรองหน้าอก ดันจนผมเห็นแล้วได้แต่กลอกตาใส่ ดีแลนยิ้มขำ ส่ายหน้าเบาๆ หญิงสาวเลยกัดปากยั่ว ถือวิสาสะเอามือไล้แก้มเป็นการเชิญชวนกัน

 

“แหม กลัวอะไรล่ะคะ แค่ไปดื่มกัน”

 

“นี่คุณ...!”

 

“หรือกลัวแฟนว่า แต่ผู้หญิงคนเดียวไม่น่าจะกินผู้ชายได้ทั้งโต๊ะนะ” เธอหัวเราะคิกคักคิดว่าแนชลีย์คือแฟนของเขา นอกจากจะไร้ยางอายที่ยุ่งกับสามีคนอื่นแล้ว ยังมาว่าคนของผมอีก แล้วคุณสามีนี่ยังไง ไม่ปัดมือออก ทำเป็นหลุดขำปล่อยให้เขาลูบหน้าลูบตาอยู่ได้

 

แย่กว่านั้นคือการส่งสายตามาท้าทาย

 

ผมเลยพลิกตัวพาดขาขึ้นไปคร่อมตัก กระชากคอเสื้อเขาให้หลุดจากมือขาวแล้วบดจูบลงบนเรียวปากอุ่นร้อน สอดลิ้นเข้าไปเก็บเกี่ยวความหวาน ประคองใบหน้าหล่อเหลาให้จูบผมกลับ ดีแลนจูบตอบทันทีเหมือนเขารอโอกาสนี่อยู่ รวมถึงโอกาสหัวเราะตอนที่ผมหันไปบอกผู้หญิงคนนั้นว่า

 

“โทษทีนะครับ เขามากับเมีย” 

 

เลือกอีกหกตอนก็จบแล้วเด้อ 

LOADING 100 PER 

งานเลี้ยงที่ไม่ทันตั้งตัวมาพร้อมกับเรื่องตื่นตนตื่นใจครั้งใหม่ 

บางสิ่งที่ลืมไว้กำลังจะแสดงผล คนที่รออยู่ไม่อาจเก็บกด 

แต่คุณแม่ก็ยังมีเรื่องที่ต้องทำเลยอยู่ฟังไม่ได้ 

งานนี้คงต้องแสดงให้เห็นว่าใครเป็นใคร 

และบอกข่าวใหญ่ครั้งใหม่ให้รู้โดยทั่วกัน 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น