Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 28 : บ้านเก่าความหวังใหม่

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 28 : บ้านเก่าความหวังใหม่

คำค้น : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 11:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 28 : บ้านเก่าความหวังใหม่
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 28 : บ้านเก่าความหวังใหม่ 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

“อ้อจะให้พ่อจุ้บแม่อีกใช่ไหม จุ้บตรงไหนดี ตรงนี้ดีไหม แล้วตรงนี้ล่ะ ตรงนี้ด้วย” ดีแลนเข้ามาหอมซ้ายหอมขวา จุ้บหน้า จุ้บต้นคอผมไม่ยอมหยุด เอาใจเจ้าเด็กตัวเล็กให้อีกฝ่ายหัวเราะลั่น หงายท้องตึงลงทะเลไปจนพี่ชายต้องว่ายไปรับ ไม่รู้จะสนุกอะไรขนาดนั้น รู้แค่ว่าเขาชอบใจมากๆ มีการว่ายมาดันหลังดายให้เข้ามาหอมผม

 

กลายเป็นว่าตอนนี้ผมโดนสองคุณพ่อจู่โจม หอมตรงนั้นตรงนี้เอาใจแดเนียลไปหมด ซีวานเองก็ยิ้ม มีความสุขจนผมไม่รู้จะห้ามใครก่อนกัน สุดท้ายก็ก็ปล่อยให้เขาหอมจนช้ำ เอาที่สบายใจเลยครับคุณพ่อคุณลูก

 

“งุ้ย แจ้มแมะแดง แดงเปงมะเขือเทศ”

 

“ก็เพราะหนูสั่งคุณพ่อไง เนี่ย แม่ช้ำไปหมดแล้ว”

 

“แมะช้ำๆ แมะแดงๆ”

 

“แล้วแดเนียลอยากตัวแดงไหม?”

 

“เอ๋?”

 

“มาให้แม่หอมซะดีๆ!” ผมตะครุบเจ้าลูกชายมาฟัดให้เขาหัวเราะลั่นเสียงแหลม มีการว่ายหนีผมไปหาคุณพ่อ ผมก็ต้องว่ายไปตามจับมาฟัดให้จมอก ซีวานเข้ามาสมทบผม ตอนนี้พวกเราทั้งห้าคนเลยผลัดกันฟัดลูกฟัดเมียกันไปมา เจ้าตัวเล็กว่ายหนีขึ้นไปบนเรือ ขอความช่วยเหลือจากอาเขา

 

“โฮ้ยแดเนียลตัวเปียก โดนอาไม่ได้นะ”

 

“ตะไมอะ ตัวอาเปงทองเหยอ” ผมหลุดขำตอนที่แดเนียลเอามือไปจิ้มขาโนเอล ทดสอบว่าทำไมพ่อทูนหัวถึงไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ “ตัวก็อุ่น ตะไมโดนมะได้ อามะได้เปงทองซะหน่อย”

 

“อาไม่ได้เป็นทอง แต่ตัวเราเปียก อาก็จะเปียกด้วยไง”

 

“แล้วตัวเปียกมะดีเหยอ อาชอบแห้งเหยอ?” ตัวน้อยเอียงคอใส่อาไม่เข้าใจว่าอาจะห้ามทำไม เล่นเอาโนเอลถึงกับถอนหายใจ จากที่จะแกล้งหลานกลายเป็นต้องมาทำความเข้าใจใหม่ ซึ่งในตอนที่แดเนียลดึงกางเกงพยายามจะลากอาเขาลงน้ำไป

 

“ดูนี่นะโซล” ดีแลนก็หันมากระซิบผม ไม่รอให้ผมถามว่าเขาจะทำอะไร อีกฝ่ายก็กลายร่างเป็นฉลาม เนื้อตัวยาวใหญ่ว่ายเข้าชนเรือจนโคลงหนัก ส่งผลให้คนบนเรือที่ยื่นอยู่ตรงท้ายเรือนั้น...

 

“เหวอ!”

 

ตู้ม !

 

หยาดใสกระจายตัวเป็นวงกว้างพร้อมกับที่ฟองอากาศผุดขึ้นเหนือหัว โนเอลพยายามถีบตัว ขึ้นมากอบโกยอากาศเข้าปอดลดความตื่นตระหนกที่ถูกแกล้งแบบนั้น ต่างจากพวกเราที่หัวเราะ เวลานี้พ่อทูนหัวเป็นเพียงลูกหมาตกน้ำที่ถูกแดเนียลกระโดดใส่

 

ก้นน้อยๆ ทับอยู่บนหน้าพาคุณอาจมน้ำไป

 

“อามาดมก้นเน่วตะไม เดะเน่วปุ้งนะ”

 

“เรานั่นแหละแกล้งอา!” โนเอลโวยลั่นหลังพาตัวเองขึ้นมาบนผิวน้ำ ซ้ำร้ายยังสำลักน้ำอยู่สองสามครั้ง ซีวานเลยว่ายไปเอาห่วงยางชูชีพมาให้ ดีแลนคืนร่างว่ายมากอดหลังผม ยกยิ้มสนุกที่เห็นอีกคนอยู่ในสภาพนั้น “และแกล้งอากันหมดเลย โคตรใจร้าย ผมอุตส่าห์ขับเรือพามา มาทำผมเปียกซะได้ ผมไม่มีชุดมาเปลี่ยนนะ”

 

“ไม่มีก็แก้ผ้าเอาสิ คนกันเองทั้งนั้น”

 

“โซล...!”

 

“อีกอย่างมาถึงนี้ก็ต้องสนุกนะโนเอล จะเอาแต่มองพวกผมสนุกได้ไงกัน เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ” ผมยิ้มให้สาดน้ำใส่เขาเบาๆ มองคุณพ่อที่เปลี่ยนร่างอีกรอบ พาเด็กๆ ไปเล่นซนไม่ไกลจากผมนัก โนเอลถอนหายใจตอนเราว่ายเข้ามาอยู่ข้างกัน เขามองซ้ายมองขวานิดหน่อย คาดว่าคงกังวลว่าจะมีอะไรมาคาบเขาไปไหม

 

จะว่าไปแล้วนึกถึงวันนั้นเหมือนกันที่เราต้องอยู่ในปากดาย เขาก็ถูกทำให้ตกน้ำแบบนี้แหละแล้วดายก็มาเอาเราเข้าปากเขาจากด้านล่าง

 

“เสียวขาเหรอโนเอล ดูทำหน้าเข้า”

 

“ผมเคยถูกฉลามอมไว้ในปากนะโซล ไม่เสียวขาได้ไง” เขายอมรับคอยมองว่าข้างล่างมีอะไรไหม “เกิดสามีคุณไม่พอใจ คาบผมลงทะเลไปขึ้นมาจะทำไง ผมสู้พวกคุณไม่ได้นะบอกก่อน”

 

“เขาไม่ทำแบบนั้นหรอก หรือถ้าทำก็ตื่นเต้นดีไม่ใช่เหรอ”

 

“ตื่นเต้นมากครับ ตื่นเต้นว่าจะตื่นอยู่ในนรกเมื่อไหร่” โนเอลประชดสาดน้ำใส่ผมเบาๆ เป็นการแกล้งกัน “เลือกได้ผมขออยู่บนเรือเหมือนเดิมดีกว่า อย่างน้อยก็ปลอดภัย”

 

“แปลว่ายังไม่เคยเห็นตอนพวกเขาพังเรือล่ะสิ สยองกว่าเขากินคุณทีเดียวเยอะ”

 

“อะ...อะไรนะ”

 

“ผมเคยเจอเวอร์ชั่นที่เขาพังเรือแล้วไล่ล่าคน แขนคนนี่ยังเกาะตัวผมอยู่เลย” ผมทำเป็นหน้าเสีย พร้อมกอดตัวเองนิดหน่อยเป็นการหลอกเขา จริงๆ มันก็ไม่ได้หลอกหรอก ที่ผมพูดมามันก็จริงทุกอย่าง เพียงแค่สถานการณ์ตอนนั้นเราไม่สามารถพูดให้มันเป็นเรื่องตลกได้ ส่วนตอนนี้ถ้าถามว่าตลกไหม...

 

คงเป็นเรื่องตลกร้ายที่พาให้โนเอลหน้าถอดสีมากกว่า

 

“ผมจะขึ้นเรือแล้ว ผมไม่อยากกลายเป็นอาหารฉลาม”

 

“ไม่ต้องห่วง พวกเขาเพิ่งไปล่ากันมา วันนี้คงยังไม่หิวกันง่ายๆ หรอก” เจ้าตัวเบิกตากว้าง ย่นคิ้วฉงนกับผมที่ดำน้ำลงไปดูศูนย์วิจัยข้างใต้อีกครั้ง คราวนี้ดึงแขนเขาไปด้วย ให้เขาเห็นโครงสร้างต่างๆ ไม่วายต้องว่ายขึ้นมาสูดอากาศเข้าปอด ไม่รู้ผมโยนเครื่องช่วยหายใจใต้น้ำไปไหนแล้ว บางทีมันอาจหล่นลงทะเล สู่ห้วงลึกที่ไม่อาจหยั่งถึงได้

 

นี่ถ้าคุณสามีไม่อยู่แถวนี้ พวกฉลามตัวเล็กก็ชุกเหมือนกัน เรียกได้ว่าถ้าคิดจะมาดำน้ำเล่นกัน...

 

เตรียมตัวเป็นอาหารฉลามได้เลย 

 

“แอบเสียดายบ้างไหมเนี่ย” เขาถามหลังจากผมพาว่ายวนดูศูนย์วิจัยจนครบ ได้รับความช่วยเหลือจากซีวานที่ให้เกาะครีบเขานิดหน่อย ส่วนคุณพ่อไม่เข้ามาใกล้ แค่ว่ายวนคอยตรวจตราเช่นทุกครั้งตอนยังอยู่ที่นี่ “เห็นคุณบอกว่าอยู่ที่นี่เกือบสิบปี”

 

“ก็มีบ้างครับ” ผมยิ้ม “มีหลายครั้งที่ผมอยากกลับมาเปิดที่นี่อีกครั้ง เคยนึกภาพตอนอยู่ในห้อง เห็นเด็กๆ กลายร่างว่ายน้ำมันก็แอบรู้สึกดีเหมือนกัน ผมจำได้ว่าตอนมองดายกับดีแลนในห้องนั้น มันเหมือนผมอยู่อีกโลก โลกที่เป็นของผมเพียงผู้เดียว”

 

“นั่นแปลว่าคุณจะกลับมาเปิดอีก?”

 

“ผมไม่ได้พูดงั้น” ผมส่ายหน้าดวงตาเต็มไปด้วยความเสียดายปะปนกับความกังวลและความเศร้า “อีดีเอสเป็นสถานที่ที่ดีก็จริง พ่อผมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อรักษาที่นี่ไว้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีอยู่ของมันอันตรายแค่ไหน ลำพังเป็นแค่ศูนย์วิจัยก็ล่อผู้คนมากมายมาพอแล้ว ยิ่งรู้ว่ามีเมกาโลดอนอีก ก็เหมือนน้ำผึ้งหยดเดียวที่ล่อผึ้งทั้งฝูง”

 

“…”

 

“คนส่วนใหญ่ที่รู้จักที่นี่ มาเพราะต้องการซื้อครอบครัวผม เขาอยากได้ยีนส์เมกาโลดอนไปทดลอง บางคนถึงขั้นยอมตายเพื่อเข้ามา” ย้อนนึกถึงภาพผู้คนหลากหลายที่พยายามแวะเวียนมา ส่วนใหญ่ก็พวกนักวิจัยสติเฟื่อง กับพวกมหาเศรษฐีที่ต้องการขุมทรัพย์เท่านั้น

 

คนพวกนั้นไม่รู้หรอกว่าเมกาโลดอนเป็นมากกว่าของที่เอาไปขายหรือเรียกแขกมาดูได้ พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่พิเศษ เป็นฉลามล้านปีที่ผมไม่มีวันยกให้ใคร ที่สำคัญไปกว่านั้นการที่ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องพวกเขาไว้ได้...

 

ก็เพราะเราคือครอบครัว

 

เราทุกคน

 

“ผมเห็นคนโลภมาเยอะโนเอล เยอะพอๆ กับที่เห็นพวกเขาตาย เพราะงั้นผมไม่คิดว่าการเปิดอีดีเอสอีกครั้งเป็นความคิดที่ดีเท่าไหร่”

 

“แต่คุณก็คิดถึงมันใช่ไหม”

 

“ตลอดเวลา” เป็นความจริงที่ไม่ต้องคิดหนัก ผมอยู่ที่นี่มานานพอๆ กับที่ดีแลนและดายถูกพ่อผมช่วยไว้ “ถ้าผมมีความกล้าอีกสักนิดผมก็คงเปิดมันอีกครั้ง แต่ผมไม่อยากให้ลูกต้องเสี่ยง ไม่อยากเห็นใครก็ไม่รู้มาพรากพวกเขาไปจากผมกัน”

 

“โซล”

 

“ผมกับพวกเขาผ่านอะไรมาเยอะครับ และผมจะไม่ยอมให้ลูกของเราต้องเจอแบบนั้น พวกเขาควรเติบโตให้ที่ดีๆ ไม่ใช่ที่ที่มีการเข่นฆ่ากัน”

 

“…”

 

“ผมอยากให้อีดีเอสเป็นเพียงบ้านเก่าเท่านั้น ให้มันเป็นเพียงความทรงจำที่ย้อนกลับมามองแล้วสั่งสอนเราให้เดินหน้าต่อได้ อีกอย่างผมก็ทิ้งมันไปแล้ว ไม่อยากรื้อฟื้นมันเท่าไหร่”

 

“แล้วถ้าสมมติคุณเปิดมันได้โดยไม่มีใครมาวุ่นวายล่ะ แบบนี้ทำตามใจยังไงก็ได้” ผมกลอกตาใส่ ถอนหายใจเป็นเชิงว่าเขาไม่ได้ยินที่ผมเพิ่งพูดไปหรือไง ติดแค่ว่าโนเอลรีบยกมือห้ามปราม โบกไปมาเป็นเชิงว่าอย่าเพิ่งจริงจัง “ผมแค่ถามเฉยๆ เป็นเรื่องสมมติขำๆ”

 

“ถ้ามันเป็นไปได้จริง ผมคงไม่ลังเลที่จะลงมือทำ”

 

“หืม?”

 

“ผมจะคว้าโอกาสนั้นไว้แล้วกลับมาเป็นโซล อิลเดนสัน เจ้าของศูนย์วิจัยกลางทะเลอีกครั้ง” 

 

“พอคุณพูดแบบนั้นแล้วดูยิ่งใหญ่เป็นบ้าเลย” ผมหัวเราะให้กับคำแซว สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเพียงเรื่องสมมติเท่านั้น ผมกลัวเกินกว่าจะกลับมาเปิดศูนย์วิจัยได้ ถึงต่อให้เปิดมาทำการวิจัยสัตว์อื่นที่ไม่ใช่เมกาโลดอน มันก็ยังมีพวกที่ชอบฟื้นฝอยหาตะเข็บอยู่ ผมไม่อยากให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอย

 

และที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว

 

“แต่ก็เอาเถอะ ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วยอยู่แล้ว คุณจะกลับมาเปิดหรือไม่เปิดก็อยู่ที่คุณ ขอแค่ไม่มาขโมยเรือผมอีกก็พอ”

 

“ใจคอจะจำฝังใจเลยหรือไง เรื่องก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว”

 

“ใครทำอะไรกับผมไว้ผมก็จำหมดแหละน่า คุณน่ะตัวดีเลย มีหลายอย่างให้จำ” เขาย่นคิ้วใส่พูดเหมือนว่าผมทำให้ชีวิตเขาพังทลายอะไรทำนองนั้น สักพักก็ยิ้ม ถอนหายใจพลางส่ายหน้าเบาๆ “แต่ผมก็ดีใจนะที่เราได้รู้จักกัน กลายเป็นว่าสำหรับผมในตอนนี้แล้วขอแค่ให้คุณกับครอบครัวคุณมีความสุขก็พอ นั่นคงเป็นหน้าที่ที่สำคัญของผม”

 

“ฟังดูดีนะ แต่คุณอย่าลืมสิว่าตอนนี้เราไม่ได้เป็นแค่เพื่อนกัน”

 

“…”

 

“คุณเองก็เป็นส่วนนึงของครอบครัวเรานะโนเอล” ระบายยิ้มบางให้เขารู้ว่าเขาเองก็มีความสำคัญกับครอบครัวเรามากแค่ไหน ถ้าไม่ได้โนเอลช่วยไว้ป่านนี้ชีวิตพวกเราอาจย่ำแย่กว่านี้ ผมคิดเสมอว่าในเรื่องร้ายย่อมมีเรื่องดี การที่โนเอลเสียพ่อเขาไป เขาก็ได้ครอบครัวเราแทนไม่ว่าเขาจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม

 

แต่ดูเหมือนเขาจะยอมรับนะ เพราะเขาเอาแต่ยิ้มไม่หยุดเลย

 

“ขอบคุณนะโซล ขอบคุณจริงๆ” ผมตบบ่าของเขาสองสามที เราถึงยิ้มให้กันอย่างมีความสุข เราอยู่ที่นั่นกันหลายชั่วโมง ว่ายน้ำเวียนวนกันไม่รู้จบ หนำซ้ำผมต้องห้ามคุณสามีคนน้องที่ทำท่าจะหนีผมไปล่าโลมาแถวนั้น ดีนะที่ซีวานเข้าไปห้ามเขาทันโดยกัดเข้าที่ครีบหลัง ซึ่งถามว่าฟันฉลามวัยสองปีจะคมแค่ไหนกัน...

 

ก็ต้องบอกว่างับไว้ตั้งนาน ทว่าครีบหลังของดีแลนกลับไม่มีรอยอะไรเลย

 

กว่าจะกลับบ้านกันก็บ่ายคล้อยกว่า ชนิดที่ว่าดวงอาทิตย์แทบลาขอบฟ้าแล้วด้วยซ้ำ ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ได้เห็นลูกกลายเป็นฉลามครั้งแรก ได้กลับไปยังบ้านเก่าที่คิดถึง ไหนจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตามีภาพถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึก

 

ถือว่าวันนี้เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมเลย

 

“ฮัดชิ้ว!”

 

“ขอให้พระเจ้าคุ้มครอง” ผมบอกกับเจ้าตัวเล็กที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ แดเนียลเอามือถูจมูกไปมาแสดงให้เห็นว่าเขารู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ “มีเด็กไม่สบายซะแล้วสิ แบบนี้พรุ่งนี้จะมีคนลงน้ำได้ไหมน้า”

 

“เน่วลงได้ เน่วจะลง”

 

“งั้นก็ต้องกินยาแล้ว”

 

“ง่า มะอยากกิง จุ้บเน่วหน่อย เดะเน่วหายเอง”

 

“จุ้บๆ ไม่ทำให้หายป่วยนะแดเนียล”

 

“แต่เน่วอยากจุ้บง่า แมะจุ้บเน่วหน่อย จุ้บๆ” ปากยื่นปากยาวพร้อมกับยกแขนขอให้ผมอุ้ม เห็นแล้วก็อดแกล้งให้ยู่ปากค้าง รอผมก้มลงไปจุ้บอยู่นาน พอเห็นผมไม่ทำ เจ้าตัวน้อยก็กอดแข้งกอดขา ดึงกางเกงบ้าง เขย่งเท้าขึ้นมาบ้าง เป็นภาพที่เห็นแล้วอดเอ็นดูไม่ได้ ปากนี่ยื่นจนไม่รู้จะยื่นยังไง สุดท้ายผมก็ก้มลงไปจุ้บปากเขาพาไปแต่งตัว เตรียมลงไปกินข้าวกับคุณพี่ชาย

 

จะว่าไปแล้วเดี๋ยวนี้ซีวานเริ่มแต่งตัวเองได้ เมื่อก่อนยังต้องให้ดายช่วยใส่ หลังๆ มาทำเองตลอด บางทีก็ช่วยแต่งตัวให้น้องด้วย ถือว่าช่วยเราไปได้เยอะเลย

 

“ดีแลน แดเนียลเป็นหวัด”

 

“หืม ไอ้หลามเป็นหวัดเหรอที่รัก?”

 

“ฮัดชิ้ว!” ตัวน้อยจามอีกรอบเป็นการเสริมทัพสิ่งที่ผมพูด เล่นเอาคุณพ่อที่กำลังล้างจานอยู่ ต้องรีบล้างมือผละมาดูเจ้าตัวเล็ก ซีวานหยิบทิชชู่มาให้น้องเช็ด แดเนียลยู่จมูกใส่นิดหน่อยตอนดีแลนเช็ดน้ำมูกให้

 

“สงสัยจะเล่นน้ำนานไปหน่อย เพราะไม่ได้เป็นฉลามทั้งตัวก็เลยเป็นหวัดง่าย”

 

“เอาไงดีครับ พาลูกไปหาหมอหรือว่าตามหมอมาดี”

 

“เดี๋ยวดูดน้ำมูกแบบที่เคยทำให้ซีวานก็ได้โซล คุณอยู่เป็นเพื่อนลูกก่อน ผมไปเอาของเอง”

 

“ได้ครับ” ผมพยักหน้าดีแลนเลยหอมหัวนิดหน่อย ดายกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหาร เสียดายที่โนเอลไม่ได้อยู่ทานมื้อค่ำด้วย ตอนแรกเห็นบอกจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมา แต่ปรากฏว่าที่ท่าเรือดันมีปัญหานิดหน่อยก็เลยชวดอีกจนได้ ผมพาแดเนียลมานั่งเล่นกับพี่ชายเขา ก่อนที่จะผละมาช่วยดาย “ให้ผมช่วยอะไรไหมครับ คุณพ่อ”

 

“ฮัดชิ้ว!”

 

“หายไวๆ นะ”

 

“งื้อ” เหล่มองสองพี่น้องที่ปลอบกันไปมา ไม่รู้จะสงสารหรือเอ็นดูก่อนดี รู้แค่ว่าซีวานคอยเอาทิชชู่เช็ดจมูกให้น้อย ไม่รังเกียจเลยสักนิด หนำซ้ำยังเดินเอาขยะมาทิ้งแล้วกลับไปเล่นกับน้องอีก “พี่ เน่วจะวาดภาพ ขอฉีหน่อย”

 

“ได้สิ รอพี่แปปนึง”

 

“เอายางลบด้วย”

 

“ได้”

 

“ดินสอฮะ”

 

“ได้”

 

“เอาหมอนด้วย เน่วจะหนุน มะเอาละ เอาก้นพี่ซีวาน ขอเน่วหนุนหน่อย”

 

“ได้เลย” ผมแทบกุมขมับกับความตามใจน้องของซีวาน น้องขออะไรก็วิ่งไปหยิบให้ น้องอยากได้อะไรก็หาให้หมด ล่าสุดก็เป็นไปหมอนรองหัวให้น้อง แดเนียลนอนหนุนก้นพี่ชาย วาดภาพระบายสีหัวเราคิกคักขณะที่ซีวานนอนคว่ำ ระหว่างนั้นก็มองการ์ตูนในทีวีไปด้วย ไม่มีบ่นออกมาสักคำ

 

ดูออกเลยนะว่าได้นิสัยใครมา

 

“เราต้องสอนซีวานไม่ให้ตามใจน้องมากเกินไปแล้ว” ผมบอกกับดาย ขยับตัวมาล้างจานที่ดีแลนยังล้างไม่เสร็จให้ คุณพ่อลงมาจะได้ล้างจมูกให้ลูกชายแล้วไม่ต้องมาเสียเวลาทำงานตรงนี้อีก ดายหันไปมองลูก อมยิ้มบางๆ รู้เลยว่าเอ็นดูขนาดไหน

 

“ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ผมไม่เห็นว่าเขาจะตามใจแดเนียลมากเกินไปตรงไหน” ร่างสูงยกยิ้มให้ “แดเนียลเป็นน้อง ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ค่อยได้ซีวานเลยช่วยไง ก็เหมือนที่ผมทำให้ดีแลนแล้วก็คุณ”

 

“เกิดมาเพื่อเทคแคร์ทุกคนถูกไหม?”

 

“มันคือสิ่งที่สุภาพบุรุษต้องทำ” ผมย่นคิ้วใส่ การเป็นสุภาพบุรุษไม่ได้แปลว่าจะต้องทำทุกอย่างให้ใครนี่น่า แค่ต้องมีมารยาททั้งคำพูดคำจารวมถึงการกระทำที่ต้องเรียบร้อยน่ารัก ส่วนซีวานตอนนี้อย่างที่ผมบอก เหมือนดายเลี้ยงเขาให้เป็นคนที่สามารถเทคแคร์ดูแลทุกคนได้

 

อาจเพราะซีวานเป็นพี่คนโตเหมือนกัน เป็นเสาหลักของบ้านที่ต้องคอยปกป้อง ดายเองก็เป็นแบบนั้นเขาทำได้ทุกอย่างเพียงเพราะมีคำว่าพี่ค้ำคอ พอดีแลนจะลงมือทำอะไรบางอย่าง ดายก็จะเข้ามาทำให้เองตลอด ไม่เชิงว่าไม่เชื่อใจนะ แต่มันเหมือนกับสัญชาตญาณของความเป็นพี่มากกว่า

 

ผมก็ไม่มีพี่น้องด้วยสิ พูดได้แค่ในแง่มุมที่มองเห็นนะ

 

“อีกอย่างซีวานเขาก็ชอบที่จะดูแลแดเนียลนะ เด็กๆ สนิทกันไม่ดีเหรอ”

 

“ดีสิครับ แค่อยากให้สอนว่าอย่าสปอยน้องเกินไป ถึงน้องจะยังเด็ก แต่ก็ต้องหัดไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ติดนิสัยไปถึงตอนโต”

 

“ไว้เดี๋ยวผมจะคุยกับเขาให้ ตอนนี้ก็ปล่อยให้พวกเขาเล่นกันไปก่อนเถอะ” เป็นการปิดจบหนำซ้ำยังโน้มตัวมาจูบผมอีกต่างหาก วันนี้ผมโดนจูบเยอะมาก เรียกได้ว่าถ้ายังไม่หยุด คงช้ำยิ่งกว่านี้ “คุณแม่เองก็อย่าลืมกินยาเผื่อไว้นะ เล่นน้ำกลางแดดนานขนาดนั้นเดี๋ยวจะไม่สบายตามลูกไปได้”

 

“ผมจะไม่ยอมให้ตัวเองป่วยอีกแน่นอน พรุ่งนี้ผมว่าจะไปฟิตเนสด้วย”

 

“ซื้อเครื่องมาออกที่บ้านไม่ดีกว่าเหรอ เด็กๆ ติดคุณนะ เดี๋ยวจะงอแงเอา”

 

“มีคุณอยู่ทั้งคน เด็กๆ ไม่งอแงหรอกครับ”

 

“แล้วถ้าเป็นคุณพ่องอแงล่ะ?”

 

“ดาย”

 

“คุณแม่จะอยู่ปลอบไหม หืม?” ผมยิ้มส่ายหน้าเอ็นดูกับความขี้อ้อนของเขา ได้ยินเสียงดีแลนเดินลงมาจากชั้นสอง เขาตรงไปจัดการล้างจมูกให้ลูกก่อน ถ้าคืนนี้มีไข้ก็คงต้องเรียกคุณหมอ แต่ถ้ามีน้ำมูกเฉยๆ ล้างจมูกก็น่าจะไหว ดายหอมแก้มผม ปิดเตาแก๊สพลางขยับตัวมากอดผมไว้

 

“วันนี้เป็นอะไรครับ ทำไมอ้อนจัง” เอ่ยถามทำเป็นล้างจานต่อมันจะได้เสร็จๆ ไป “มีอะไรในใจหรือเปล่าครับ ถ้ามีก็พูดมาเลยนะ อย่าให้ผมต้องทาย”

 

“ไม่อยากลองทายดูหน่อยเหรอ เผื่อคุณจะทายถูกไง”

 

“ถ้าผมทายถูก ผมจะได้อะไร?”

 

“อะไรก็ได้ที่คุณอยากได้”

 

“แล้วถ้าเป็นเรื่องนั้นได้ไหม”

 

“เรื่องอะไร?”

 

“เรื่องของผู้ใหญ่ไง”

 

“…”

 

“คืนนี้...เล่นผีผ้าห่มกันไหมครับ :) ” 

 

ดายถึงกับชะงักใบหน้านี่บ่งบอกเลยว่าตกใจกับคำเชื้อเชิญของผม เล่นเอาต้องหัวเราะ นานแล้วที่ไม่ได้เห็นเขาทำหน้าตื่นตระหนกแบบนี้ ถึงจะไม่เท่ากับวันนี้ที่เขาแกล้งผมก็ตาม “ล้อเล่นครับ ผมไม่ให้ทำหรอก”

 

“ถ้าดีแลนมาได้ยินจะเสียใจเอานะ คุณไม่ควรให้ความหวังกันแบบนี้”

 

“จริงๆ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากทำนะครับ ก็แค่...คิดว่าน่าจะรออีกสักนิด” ผมเลื่อนสายตาไปมองทางอื่น สะบัดมือที่เปียกน้ำแล้วหันมาหาเขา เราสองคนสบตากัน ผมลูบแก้มขาวแล้วยื่นหน้าไปจูบปลายคางให้ “ผมยังกลัวอยู่นิดหน่อย แต่ไม่เท่ากับตอนแรกนะ แค่อยากพร้อมกว่านี้ คุณเข้าใจที่ผมพูดไหม?”

 

“ผมเข้าใจดีโซล เราตามใจคุณอยู่แล้ว”

 

“เพราะงี้ไงผมถึงรักพวกคุณนัก พวกคุณทั้งสองคน” ไม่รู้เลยว่าพวกเขาเบื่อกับคำบอกรักของผมบ้างไหม ถ้าเบื่อคงต้องทนกันหน่อย เพราะผมอยากจะบอกรักเขาทุกวัน ให้พวกเขารู้ว่าผมรักพวกเขามากน้อยแค่ไหน ดายดึงมือผมมาจูบ กดริมฝีปากบนแหวนแต่งงานนิ้วนางข้างขวา

 

“งั้นคืนนี้เล่นผีผ้าห่มกันนะ เล่นเบาๆ แค่รอบเดียว” 

 

“หยุดเลย” ผมยกมือปิดปากเขา “เพิ่งจะบอกว่าเข้าใจผมเมื่อกี้ คิดจะกลืนน้ำลายตัวเองซะแล้ว”

 

“เผื่อคุณเปลี่ยนใจ”

 

“ผมไม่เปลี่ยนใจอะไรง่ายๆ หรอกนะครับ หรือถึงผมจะให้ทำ รอบเดียวของพวกคุณก็ไม่มีจริงอยู่ดี”

 

“ไม่ลองก็ไม่รู้ คุณอาจจะต้องให้โอกาสเราสักครั้งก็ได้”

 

“ให้จนท้องลูกสองแล้วนี่ไงครับ” ดายถึงกับยื่นหน้ามางับจมูกผมเบาๆ ลงโทษที่ดักทางเขาไว้จนหมด “อีกอย่างวันนี้เราก็ซนกันมาพอแล้ว ถึงเวลาต้องพัก”

 

“คุณคิดไงกับที่ได้กลับไปเยี่ยมที่นั่นอีกครั้ง”

 

“ผม...”

 

“รู้สึกดีหรือแย่อะไรไหม” เป็นคำถามที่เหมือนจะไม่ได้สนใจคำตอบเท่าไหร่ ทว่าดายกลับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม พยายามค้นหาคำตอบที่ถูกซ่อนไว้ ทั้งที่ความจริงมันชัดอยู่แล้วว่าผมรู้สึกดีแค่ไหน แต่เหมือนเขาต้องการให้มันหลุดออกมาจากปากผม แทนที่จะสนใจการกระทำที่แสดงออกไป

 

“ผมดีใจที่ได้กลับไป ผมคิดถึงที่นั่นมากจริงๆ” ผมตอบกลับหยิบเศษฝุ่นผงที่ปลิวมาติดผมเขาออกให้ “ผมพยายามหนีมันมาตลอด พยายามห้ามพวกคุณไม่ให้กลับไปเพราะว่ามันอันตราย แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็คือบ้านผมเหมือนกัน”

 

“ผมได้ยินโนเอลถามคุณเรื่องที่จะเปิดมัน”

 

“คุณอยากให้ผมเปิดมันอีกครั้งเหรอ” ไม่มีการตอบกลับ มีเพียงแค่การไหวไหล่เล็กน้อยคล้ายให้ผมทายใจว่าเขาคิดอะไรอยู่ “ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากเปิดนะดาย แต่คุณก็รู้ว่าเราเจออะไรมาบ้าง ถึงผมจะกลับไปอยู่ที่นั่น ใช้ชีวิตแบบพวกมหาเศรษฐีทำงานวิจัยทั่วไป แต่มันยังมีคนอีกมากที่พยายามจะหาอะไรที่ผมทิ้งไป ผมไม่อยากให้พวกคุณกับลูกเป็นอันตราย และผมก็ไม่อยากเสียความไว้ใจใครอีกครั้ง”

 

ผมร่ายยาวเพื่อเคลียร์ให้มันจบ เอามือคล้องคอเขาขณะที่อีกฝ่ายยกตัวผมขึ้นนั่งบนเคาท์เตอร์

 

“ผมอยากให้พวกเรามีความสุขนะครับ และผมจะไม่ห้ามให้พวกคุณไปที่นั่นอีกแล้ว มีข้อแม้ว่าเราต้องไปด้วยกัน ผมจะได้คอยดูว่ามีคนมาแถวนั้นไหม”

 

“คนที่ไปน่าจะมีแค่คุณกับโนเอลมากกว่า”

 

“ดีแลน”

 

“แต่วันนี้คุณดูมีความสุขมากเลยนะ นึกถึงสมัยก่อนเลย” ดีแลนเข้ามาสมทบหลังจากทำการล้างจมูกให้ลูกเสร็จเรียบร้อย ผมเลื่อนสายตาไปมองเจ้าตัวน้อย เวลานี้พวกเขากำลังเล่นสนุกกัน “บอกตามตรงพอคุณไปด้วยแล้วผมก็วางใจนะ ถึงผมจะชอบแอบหนีออกไป แต่มีคุณไปด้วยเนี่ยแหละดีกว่า”

 

“นั่นแปลว่าคุณจะเลิกหนีออกจากบ้าน?”

 

“ผมจะพยายามไม่ให้คุณจับได้ที่รัก” ผมยื่นมือไปบีบจมูกคุณพ่อ เรื่องแบบนี้ล่ะไม่เคยรับคำได้เต็มปาก ดีแลนหัวเราะขยับเข้ามาหอมแก้มผม ขณะที่ดายขยับตัวให้น้องชายได้ใกล้ตัวผมมากขึ้น “แต่ผมดีใจนะที่เห็นคุณมีความสุข ไม่เห็นคุณทำหน้าแบบนั้นมานานแล้ว”

 

“หน้าแบบไหนครับ ผมก็มีหน้าเดียว”

 

“หน้าแบบตอนที่อยู่อีดีเอส”

 

“…”

 

“ตอนนั้นคุณมีความสุขเหมือนว่านั่นคือโลกทั้งใบของคุณเลย” ถ้อยคำนั้นทำผมยิ้ม เขาอ่านใจผมออกซะจนผมสงสัยว่าตัวเองเปิดเผยขนาดนั้นเลยเหรอ ทำเอาต้องเอียงหัวซบบ่าดาย หันหน้าไปหาดีแลนทำเป็นยิ้มซุกซนให้เขาย่นจมูกมันเขี้ยวใส่ “ตอนนี้คุณก็ดูมีความสุขเหมือนกัน”

 

“เพราะผมมีพวกคุณไงครับ ผมเลยมีความสุขมาก”

 

“โซล”

 

“ขอบคุณนะครับที่พาผมไปที่นั่น ผมมีความสุขมากจริงๆ” พูดออกมาจากใจให้ได้รับจุมพิตคนละทีสองที ผมชอบการกระทำเล็กน้อยแบบนั้นเสมอ ชอบเหลือเกินเวลาที่เราขอบคุณด้วยจูบแสนหวาน ถึงจะไม่ได้ลุกล้ำเนื่องจากมีสองตัวแสบมาขวางด้วยความหิวข้าวก็ตาม สุดท้ายโมโมนต์โรแมนติกของเราก็ถูกริบกลับ เจ้าตัวแสบนั่งรอที่โต๊ะร้องขอมื้อเย็นกันใหญ่ ดายนำสวดให้เราขอพรจากพระเจ้าก่อนจะตักอาหารให้ มื้อนั้นเป็นมื้อที่ผมหัวเราะเยอะที่สุดตั้งแต่ใช้ชีวิตบนฝั่งมา

 

กระทั่งกลางดึกหลังจากพาลูกเข้านอนหมดแล้ว ผมรู้สึกว่ามีคนกำลังขัดขวางการนอนหลับ น่าจะเป็นช่วงเกือบเที่ยงคืนได้ที่ผมเหมือนโดนผีอำ ร่างกายรุ่มร้อน สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่บีบขยำไปทั่วกายขาว มีเสียงลมหายใจหอบถี่กระซิบอยู่ข้างๆ และความร้อนที่เคลื่อนตัวไปมากลางหว่างขาผม ทำผมต้องเอื้อมมือลง

 

พลันสัมผัสได้ถึงตัวตนของใครบางคนที่เอาผ้าปิดตาผมไว้ไม่ให้รู้ตัว

 

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโซล ก็แค่...ผีผ้าห่มเอง” 

 

เปิดพรีแล้วน้า อย่าลืมไปเปย์น้า

LOADING 100 PER 

บ้านเก่าความหวังใหม่ ค่อยๆ ดำเนินไปความฝันอาจเป็นจริง 

ความกลัวเป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในห้วงลึกของหัวใจ 

พยายามจะไล่ออกไปก็ไม่เป็นผล อดีตที่มีฝากฝังทำเอาไร้ทางและอับจน 

จะก้าวผ่านความกลัวนั้นมนุษย์คงต้องหมดโลกในสักวัน 

แต่เราเปลี่ยนมันเป็นความหวัง ให้ชีวิตเดินต่อได้ 

เอาล่ะฉลามคราวนี้จะทำยังไง เปลี่ยนความกลัวครั้งเก่าเป็นความหวังครั้งใหม่เถอะ 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น