Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 27 : อ้อมกอดที่ไม่เคยจาง

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 27 : อ้อมกอดที่ไม่เคยจาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 11:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 27 : อ้อมกอดที่ไม่เคยจาง
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 27 : อ้อมกอดที่ไม่เคยจาง 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

ผมร้องไห้หนักขึ้นหลังฟังจนจบประโยค ซุกหน้าลงกับอกลูกชายแทนที่จะเข้มแข็งให้สมกับเป็นแม่คน ผมผ่านการสูญเสียมาเยอะ เห็นคนตายมาก็ตั้งหลายครั้ง แต่มันไม่อาจเทียบกับเลือดเนื้อเชื้อไขที่อยู่ในร่าง มันยิ่งกว่าเราเสียแขนขาหรืออวัยวะสำคัญไปซะอีก มันเป็นอีกชีวิตนึง อีกชีวิตที่เราเฝ้าคอยมาตลอด ถึงจะไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องนี้มนัเกิดขึ้น แต่มันก็เหมือนสลักอยู่ในอกผม

 

ใครมาปลอบ มาฟังคำระบายมันก็ไม่มีผล แต่พอเจ้าเด็กทั้งสองคนมากอดผม

 

ผมเหมือนเห็นเขาป้ายยาลงบนแผลแล้วเป่าเพี้ยงๆ ให้ความเจ็บมันทุเลา ซีวานลูบหัวผม เวลานี้ไม่มีการถือวิสาสะ แดเนียลก็กอดผมไม่หยุด สักพักเจ้าตัวเล็กก็ร้องไห้เป็นเพื่อนผม กลายเป็นเราสามคนที่ร้องไห้ด้วยกัน คนนึงเสียใจ อีกสองคนเศร้าที่เห็นผมเป็นแบบนั้น ช่วงเวลาสั้น ๆ พังทลายความเสียใจที่อัดอั้นมาตลอดทั้งอาทิตย์

 

ผมได้ยินเสียงโอ๋ๆ ขอให้แม่อย่าคิดมาก ขอให้แม่มีความสุข รักเขาแล้วละทิ้งทุกความเจ็บปวดที่มี มันแปลกที่คำพูดของผู้ใหญ่ในบ้านนี้ไม่มีผลเท่ากับคำพูดไม่ประสีประสาของลูกน้อย หรือเพราะผมกำลังเซนซิทีฟเรื่องลูกอยู่ พวกเขาเลยมีอิทธิพลกับผม

 

อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมก้มลงจูบเท้าพวกเขา พยักหน้าตอบรับตัวเองเบาๆ

 

“ขอบคุณนะเด็กๆ แม่โอเคขึ้นแล้ว” ผมไม่รู้ว่าตัวเองหยุดร้องไห้ตอนไหน อาจจะเป็นตอนที่ซีวานชวนผมไปอาบน้ำ เล่นเป็ดตัวน้อยที่เพิ่งได้มาใหม่ ช่วยกันขัดหลังให้แดเนียล ฟังเสียงเจ้าเด็กตัวเล็กร้องเพลงที่ฟังไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ หรืออาจจะเป็นตอนที่เราเลือกชุดสำหรับวันนี้ ว่าจะแต่งตัวเป็นอะไร

 

ผมให้แดเนียลใส่ชุดนีโม่สีแดงสลับขาวดำ ส่วนพี่ชายให้ใส่ชุดโลมาที่ได้มาใหม่ ปล่อยให้พวกเขาวิ่งลงบันไดไปเล่นกับคุณพ่อ หน้าหนาวยังคงทำร้ายเราอยู่ ดีที่มีเตาผิงแล้วก็ฮีตเตอร์เราจึงมีชีวิตอยู่ได้ ผมค่อยๆ ก้าวลงบันไดใช้เวลานานเหมือนกันที่จะก้าว มันมีภาพซ้อนทับขึ้นมา ตอนแรกผมจะถอดใจแล้วถ้าซีวานไม่เดินมาจูงมือผมซะก่อน

 

เราเลยเดินลงไปด้วยกัน ผมรู้สึกกล้าขึ้นเมื่อจับมือเขา ไหนจะตอนที่แดเนียลวิ่งไปหยิบภาพวาดของเขา มันมีภาพของพวกเราทุกคน มีผมอยู่ตรงกลางพร้อมทั้งยังมีข้อความเขียนไว้ว่า

 

‘Super shark mum’

 

“ขอบคุณนะครับแดเนียล”

 

“จุ้บๆ” ผมก้มลงไปหอมหัวเด็กที่ขอรางวัลจากการกระทำนั้น พอหอมเสร็จ เจ้าตัวเล็กยิ้มกว้าง ทำหน้าฟินเดินเซไปเซมาแล้วหงายท้องลงกับกองตุ๊กตาของเขา หัวเราะคิกคักจนผมได้แต่ส่ายหน้าเอ็นดู พร้อมวางภาพที่เขาวาดให้ไว้บนชั้น กลัวว่าถ้าถือเข้าไปในครัวด้วยเดี๋ยวจะทำมันเปื้อนซะก่อน

 

ซีวานวิ่งไปเล่นกับน้อง ขบขันเสียงดังเป็นบรรยากาศที่ชวนคิดถึง ผมลูบแขนตัวเองนิดหน่อยไล่สายตามองรอบบ้านหากว่าคุณสามีหายไปไหน เสียงเครื่องครัวกระทบกันมาพร้อมกับกลิ่นหอมๆ รั้งให้ผมเดินเข้าไป

 

ผมมองดูแผ่นหลังของคุณพ่อที่กำลังชวนกันทำอาหาร ไม่รู้เลยว่าผมเดินมาหยุดอยู่ข้างหลัง ผมกอดอกยืนพิงตู้เย็นรอดูสีหน้าพวกเขา

 

“พี่ว่าทำอันนี้ดีเหรอ โซลอาจไม่ชอบก็ได้”

 

“ได้ลองอะไรใหม่ๆ อาจจะดีกว่าเก่า โซลคงเบื่อเมนูเดิมๆ แล้ว” ดายว่าพร้อมคนอะไรบางอย่างในหม้อ ตัดภาพไปที่คนน้องที่กำลังหั่นผักหรือหั่นอะไรสักอย่างที่ผมเห็นไม่ถนัด “อีกอย่างสูตรนี้แม่ของโซลเคยทำให้กินนะ ฉันว่าเขาอาจจะรู้สึกดีขึ้นถ้าได้กินมัน”

 

“ก็ใช่ แต่รสมือพี่ไม่เหมือนแม่ของโซลนะ”

 

“ก็ต้องลองดูกัน ไม่มีอะไรให้เสียแล้วหนิ”

 

“ผมไม่หารนะถ้าโซลไม่ชอบมัน” ถึงจะมองไม่เห็นหน้า แต่ท่าทางที่โบกมือไปมาอย่างไม่ร่วมด้วยก็พอจะทำให้เดาสีหน้าออก ผมอมยิ้มเล็กน้อยว่าจะเดินไปดูว่าเขากำลังทำเมนูไหน เสียดายที่สองพี่น้องเขาวิ่งเล่นเข้ามาในครัวซะก่อน เสียงหัวเราะทำเอาคุณพ่อหันมามองก่อนจะเจอผมเข้าให้

 

นาทีนั้นกลายเป็นว่าเราชะงักกันไป ความที่ไม่ได้คุยกันพักใหญ่ทำให้ผมอึดอักไปชั่วขณะ

 

“โซล”

 

“ไง...ครับ” ผมยิ้มเจื่อนเก้ๆ กังๆ ว่าควรจะเดินไปหาหรือว่ารออยู่ตรงนี้ มันไม่ใช่ความรู้สึกของคนแปลกหน้าหรอก มันเป็นความรู้สึกของการทำอะไรไม่ถูกมากกว่า ผมไม่คุยกับพวกเขามาเป็นอาทิตย์ ขอให้พวกเขาไปนอนกับลูกเพื่อตัดขาดระลึกความผิด เขามาชวนกินข้าวผมก็ไม่กิน

 

ตั้งแต่เสียลูกคนที่สามผมไม่ได้ทำอะไรกับพวกเขาเลยสักอย่าง ผมรู้สึกผิดน่ะบอกแล้วว่าการมองหน้าพวกเขาเป็นเรื่องที่ยาก แต่ตอนนี้ผมอยากจะลองดูอีกสักครั้ง ลองตัดใจให้ตัวเองเข้มแข็งเป็นโซล อิลเดนสันที่พึ่งพาได้

 

“ทำอะไรกันอยู่เหรอครับ เห็นดูวุ่นวายกันเชียว” เค้นเสียงออกไปถาม พยายามทำตัวให้ปกติที่สุดทั้งที่เหมือนน้ำตาจะไหล ถึงอย่างนั้นผมก็บอกตัวเองให้สู้ตาย เป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาพวกเขาก่อน ตั้งใจว่าจะไปดูของที่เขาทำ ติดแค่ว่าดันเจอการตอบโต้กลับ

 

หมับ !

 

“คิดถึงคุณจังเลย” ร่างของผมจมมิดอกดีแลนตอนเขาพุ่งตัวมากอดผมไว้ กอดแน่นมากคล้ายกับกลัวว่าผมจะหายไป ทั้งที่ผมไม่เคยหายไปไหนเลยอยู่กับพวกเขาตลอด มือหนาสอดเข้าใต้เส้นผม กดหน้าผมให้ฝังลงกับบ่ากว้าง ผมสัมผัสได้ถึงอีกมือที่ลูบหลังเบาๆ เหลือบตามองดูก็เห็นดายกำลังยิ้มให้

 

ความเป็นห่วง ความคิดถึง ความรัก และความรู้สึกอีกมากมายสะท้อนอยู่ในดวงตาที่มีผมเป็นศูนย์กลางของแก้วกระจก มันทำให้ผมกัดปากตัวเองแน่น พยายามไม่โทษตัวเองที่ทำให้พวกเขาห่วงใยมากขนาดไหน

 

“ผมดีใจนะที่คุณลงมา เรากำลังทำมื้อเย็นกัน”

 

“ขอโทษนะครับที่ผมเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในนั้น”

 

“ที่รัก”

 

“ผมจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว” ผมบอกเสียงสั่นพยายามยิ้มแทนการร้องไห้ เพราะผมไม่อยากให้ใบหน้านี้เต็มไปด้วยน้ำตาอีกแล้ว จังหวะเดียวกันผมก็กอดดีแลนไว้แน่น สัมผัสความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วกายผม เจ้าตัวกดจูบลงบนหน้าผาก ทำซ้ำไปซ้ำมาให้ผมหลุดขำ ดายเองก็เข้ามากอดผมไว้เหมือนกัน นาทีนั้นผมถึงได้รู้ว่าถึงผมจะทำตัวงี่เง่า

 

แต่อ้อมกอดนี้ก็ไม่เคยเย็นลงเลย กลับกันมันอุ่นขึ้นในแต่ละวันราวกับรอวันที่ผมพร้อมที่จะหวนคืนสู่อ้อมอก ไม่มีการต่อว่าที่ผมทำแบบนั้น ไม่มีการพูดย้อนกลับว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาผมทำตัวแย่แค่ไหน มีเพียงแค่การกอด การหอม การดูแลเยียวยาหัวใจ

 

“เรารักคุณนะโซลไม่ว่าคุณจะเป็นแบบไหน” ดีแลนยกยิ้มให้ “เพราะในสายตาเราคุณคือคนที่พิเศษเสมอ ขอแค่คุณยังรักเราอยู่ ให้เราเป็นที่พึ่งในตอนที่คุณเสียใจบ้าง”

 

“ผมมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นความผิดผม เอาแต่จมอยู่กับมันแทนที่จะเดินต่อ” ผมสารภาพความในใจ “แต่พอซีวานมาพูด ได้แดเนียลมาปลอบผมก็รู้สึกดีขึ้น ขอโทษที่ผมไม่ได้ฟังคำพูดของพวกคุณ มันเหมือนแทรกเข้ามาไม่ถึง ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดกั้น”

 

“เรารู้ที่รัก เพราะงั้นเราถึงให้เด็กๆ เข้าไปหา”

 

“ดีแลน”

 

“ผมคิดว่าเขาน่าจะปลอบคุณได้ดีกว่า เรื่องแบบนี้คงไม่ได้ต้องการผู้ใหญ่ที่เชี่ยวชาญ แต่อาจต้องการเด็กสักสองคนที่ไร้เดียงสาและรักคุณหมดใจ” ผมสบตาเขามองดูดีแลนที่ยิ้มกับดาย “และก็อย่างที่คิดไว้ เด็กๆ เยียวยาคุณจริงๆ”

 

“คุณส่งพวกเขาไปปลอบผมเหรอ?”

 

“ก็ไม่เชิง ดายแค่บอกซีวานว่าเกิดอะไรขึ้นและบอกให้ขึ้นไปชวนคุณลงมากินข้าว”

 

“…”

 

“แต่ต้องยอมรับว่าซีวานเป็นเด็กฉลาด ไม่งั้นเขาคงไม่ทำให้คุณลงมาอยู่ตรงนี้ได้หรอกจริงไหม” ผมนิ่งคิดทำไมผมจะไม่รู้ว่าลูกเราฉลาดและเก่งแค่ไหน พัฒนการของซีวานก้าวล้ำกว่าใคร ทว่าจะชมแค่ซีวานไม่ได้เพราะแดเนียลเองก็ช่วยเหมือนกัน แต่ถ้ามองให้ลึกมากกว่านั้น ต้นเหตุที่ทำให้ซีวานทำแบบนั้นได้คือพวกเขา

 

สองมือเลยจับมือพวกเขามากุมกัน

 

“ขอบคุณนะครับที่ทำเพื่อผม ขอบคุณที่ยังทนในวันที่ผมทำตัวไม่น่ารัก แต่ตอนนี้ผมโอเคแล้ว ผมจะกลับมาเป็นโซลคนเดิม คนที่เข้มแข็งกับทุกปัญหา”

 

“คุณไม่จำเป็นต้องแบกรับทุกอย่างหรอกนะ พวกเราช่วยกันได้” ดายเกลี่ยแก้มผมใช้น้ำเสียงอ่อนโยนแทรกซึมเข้ามาในหัวใจ “ผมรู้ว่ามันยากสำหรับคุณ แต่ผมรู้ว่าคุณจะผ่านมันไปได้ เราจะผ่านมันไปด้วยกันเหมือนทุกครั้งไง”

 

“ดาย”

 

“ตอนนี้เราคือครอบครัวเดียวกันแล้วนะ เราจะไม่ทิ้งกันจำได้ไหม” ผมยิ้มกว้างให้กับคำพูดนั้น สุดท้ายน้ำตาก็ไหลอาบแก้ม ดีใจที่เขายังใจดีกับผมอยู่ ดีแลนเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้ ย่นคิ้วดุพี่ชายที่ทำผมร้องทั้งที่เพิ่งจะหยุดร้องไปเมื่อไม่นาน

 

“โฮ้พี่พูดอะไรเป็นพระเอกไปได้ ดูสิทำโซลร้องไห้หมด”

 

“ฉันก็แค่พูดตามความคิด หรือว่านายมีคำพูดที่ดีกว่านี้กัน?”

 

“ผมน่ะใช้การกระทำ ไม่พูดมากหรอก เจ็บคอจะตาย” ดีแลนกลอกตาใส่พี่ชาย เข้ามายืนซ้อนทับด้านหลังแล้วบีบไหล่ผมให้ “เอาเป็นว่าตอนนี้เราก็อยู่กันพร้อมหน้าแล้วไม่ใช่หรือไง งั้นเราก็กินมื้อเย็นกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาได้แล้วสิ”

 

“ซีวานบอกว่าพวกคุณป้อนข้าวเขาแล้ว เหลือแค่ผมที่ยังไม่ได้กิน”

 

“กินอีก ซีวานจะกินอีก”

 

“เน่วด้วย เน่วหิว เน่วจะกิงเปงเพื่อนแมะ” ยังไม่ทันที่คุณพ่อจะได้ตอบรับ เจ้าลูกรักก็วิ่งเข้ามาพันแข้งพันขา ซีวานยกมือขึ้นบอกว่าเขาเองก็จะกินกับผมเหมือนกัน ส่วนแดเนียลยกสองมือเลย เป็นนีโม่น้อยที่จะกินอีกให้ตัวอ้วนกลม “แต่เน่วกิงตอนนี้มะได้ เน่วไม่โอ”

 

“ทำไมหนูถึงไม่โอ?”

 

“เน่วปุ้ง พ่อเช็ดก้นให้เน่วหน่อย เน่วปุ้งเต็มเยย” 

 

“แล้วมาปุ้งอะไรตอนที่เขาจะกินข้าวกันครับเนี่ย”

 

“คิ้กๆ เช็ดก้น เช็ดก้น” ดีแลนถึงกับกุมขมับต่างกับเด็กจอมซนที่หัวเราะคิกคักแล้วโยกหัวไปมาเหมือนสนุก ทำเอาคุณพ่อต้องถอนหายใจทิ้ง พาคุณลูกไปอาบน้ำอีกรอบ ตัวน้อยเพิ่งจะอาบน้ำกับผมมาเอง ยังไม่ถึงสิบนาทีก็ต้องลงอ่างอีกแล้ว แอบสงสารดีแลนเหมือนกัน ไม่รู้ล้างตัวให้ลูกเสร็จจะกินข้าวไหวไหม

 

รู้แค่ว่าตอนนี้เราที่เหลือหัวเราะให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ดายอุ้มซีวานมานั่งบนแขน ส่วนผมก็เข้าไปช่วยอาหารที่ยังค้างอยู่ มันเป็นเมนูบ้านๆ จำได้ว่าเวลาผมร้องไห้หรือเศร้ามา แม่จะทำให้กินตลอด บอกว่ามันเป็นของวิเศษช่วยปัดเป่าความทุกข์ร้อนในจิตใจได้ต่อให้มันจะมีแค่ผักกับเนื้อไม่กี่ชิ้นก็ตาม

 

แต่มันก็พาให้ผมยิ้มได้นะ ยิ้มกว้างขึ้นอีกตอนได้ป้อนข้าวลูกชายด้วยมือตัวเอง

 

มื้อเย็นผ่านไปด้วยดี เรายิ้ม เราหัวเราะไร้ซึ้งการร้องไห้ ซีวานกับแดเนียลเล่าเรื่องมากมายให้ผมฟัง คืนนั้นเรานอนห้องเดียวกันทั้งห้าคน คุดตัวอยู่บนเตียงที่ดูจะเล็กไปเมื่อมาเบียดกันแบบนี้ ทว่ากลับเป็นเรื่องที่ดี เพราะผมรู้สึกอบอุ่นที่อยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของพวกเขา

 

ดีแลนเล่านิทานกล่อมลูกน้อยหากแต่เป็นผมที่ชิงหลับไปก่อน ในความฝันผมได้พูดคุย ได้หัวเราะรวมทั้งได้เจอกับเด็กอีกคนที่ยกยิ้มให้ เขาเข้ามากอดผม ก่อนจะโบกมือเดินจูงมือกับพ่อแม่ผมลาลับไป

 

‘ผมรักแม่นะครับ’

 

ผมว่านั่นคือสัญญาณของการบอกว่าอย่าได้ห่วงอะไร เขาไปสบายแล้ว

 

แน่นอนผมยังต้องใช้เวลาในการปรับตัว ยังมีวนกลับไปคิดบ้างแต่ก็ดีกว่าช่วงแรกๆ ที่คิดหนัก เด็กๆ คอยชวนผมไปนู้นนี่นั่น ไม่ให้ผมอยู่คนเดียวคิดมากอะไร คุณสามีเองก็คอยเอาอกเอาใจ ชวนโนเอลกับสตีฟมาที่บ้านบ่อยครั้ง ด้วยความที่ช่วงนี้ผืนทะเลหนาวเหน็บคนไม่ค่อยลงเล่นน้ำกันงานเขาเลยไม่หนักเช่นฤดูที่ผ่านมาๆ

 

กระทั่งฤดูใหม่มาถึง ความหนาวเหน็บแทนที่ด้วยความอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิ ซีวานเติบโตขึ้นอย่างดีอยู่ในจุดที่เราหวังไว้

 

และตอนนี้เขากำลังจะเผชิญกับเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่

 

หยาดใสกระทบกับขอบฝั่ง ได้ยินเสียงเกลียวคลื่นสาดซัดขณะที่ผมกับโนเอลยืนเม้มปากแน่นว่าเจ้าเด็กวัยสองปีกว่าๆ จะทำยังไงต่อ ดายกับดีแลนยืนอยู่กลางทะเล มองลูกน้อยของเราว่าเขาจะมีพัฒนาการไปในทางไหน เช่นเดียวกับแดเนียลในวัยเกือบขวบที่ร่วมลุ้นไปกับพี่ชาย

 

“พี่ฉู้ๆ!”

 

“อื้ม” ซีวานพยักหน้าเขาเองก็กำลังลุ้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ปลายเท้าที่เหยียบลงน้ำทำเอาผมใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ แถวนี้ไม่มีคนเลยนั่นเป็นเรื่องดีสำหรับก้าวสำคัญของเรา คุณพ่อลอบมองหน้ากัน พวกเขาพยายามไม่กดดันลูกชายมากไปนัก

 

“คุณว่าเขาจะทำได้ไหม”

 

“ต้องได้สิ นี่มันถึงเวลาของเขาแล้วนะ” ผมกระซิบกับโนเอลพร้อมจับมือแดเนียลไม่ให้เขาวิ่งไปกวนพี่ชายที่กำลังตั้งสมาธิ มันอาจดูแปลกที่เรามาคาดหวังกับเด็กอายุสองปี แต่เชื่อเถอะว่านี่คือก้าวสำคัญสำหรับเขา “แค่ต้องใช้เวลาหน่อย ซีวานไม่เคยทำมัน”

 

“นี่ผมรอถ่ายภาพเก็บไว้แล้วนะ เตรียมเรือไว้ให้แล้วด้วย”

 

“เราคงไม่ไปไกลขนาดนั้นหรอก อย่างน้อยก็ให้อยู่แถวๆ นี้”

 

“กลัวคุณพ่อจะพาลูกหนีไปเล่นกับนีโม่แบบแดเนียลล่ะสิ เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วนะโซล”

 

“เงียบเลย” ผมเอานิ้วแนบปากปรามพ่อทูนหัวให้หยุดพูด เวลานี้เราต้องโฟกัสที่ซีวาน จะมามัวคุยกันเองได้ที่ไหน ซีวานดูตื่นเต้น เขาค่อยๆ ก้าวลงทะเลจนหัวมิดน้ำไป นาทีนั้นผมจับมือแดเนียลไว้แน่น ภาวนาขอให้ลูกเราไม่เป็นอะไร ดายกับดีแลนไม่คิดจะเข้าไปช่วยพยุงหรือรอรับ กลับกันเขายิ่งเดินไกลออกไปเรื่อยๆ จนน้ำสูงถึงอก

 

แววตากังวลฉายชัดทั่วนัยน์ตาผม โนเอลตั้งกล้องมือถือจับจ้องลูกคนโตที่หายลงไปใต้ผืนน้ำ ยอมรับเลยว่าผมกลัวมาก มือเย็นหนำซ้ำยังเหงื่อออกเต็มไปหมด ชนิดที่แดเนียลต้องดึงมือออกจากผม ไปเช็ดเหงื่อที่เปื้อนมือเขาแล้วกลับมาจับใหม่

 

“แมะ มือเน่วเปียก”

 

“โทษทีนะคนเก่ง แม่ตื่นเต้นไปหน่อย” ผมยิ้มแหยให้ลูก ผละมือมาเช็ดเหงื่อแล้วเปลี่ยนเป็นอุ้มลูกแทนจับมือเขาจะได้ไม่โดนเหงื่อผมจนมือเปื่อยไปซะก่อน เวลานี้ใจผมแทบจะขาดรอนๆ ผิวน้ำนิ่งสงบ ไม่มีการเคลื่อนไหว พยายามส่งสายตาบอกให้ดายดำไปดูลูกหน่อยเผื่อว่าเขาเป็นอะไรไป

 

ทว่าเขาก็เลือกที่จะเชื่อใจ ยกมือปรามผมก่อนที่...

 

“พระเจ้า” ผมอ้าปากค้างเบิกตากว้างกับภาพที่เห็น สายน้ำที่เคยนิ่งเย็นปรากฏครีบเล็กของฉลามโผล่พ้นน้ำ แขนขาวที่เคยเหยียดยาวตามพัฒนาการกลายเป็นครีบสองข้างพยุงร่างให้ว่ายต่อ ขารวมเป็นหนึ่งหาง โบกสะพัดพาร่างตรงไปข้างหน้า ใบหน้าน่ารักก็แปรเปลี่ยนเป็นยื่นยาวมีคมเขี้ยวเล็กๆ อยู่ในปากบอกให้รู้ว่าซีวาน...

 

“เขาทำได้แล้ว” ดายยกยิ้มมองดูลูกรักที่ว่ายวนไปมารอบตัวเขา ความยาวประมาณแขนของดีแลนเห็นจะได้ มีการใช้ปากโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำ ไม่แน่ใจว่ากำลังหายใจหรืออวดโฉม รู้แค่ว่าความตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็นความดีใจ ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ พาโนเอลกับลูกชายไปดูซีวานตัวน้อยของเรา

 

เนื้อตัวสีเงินเหลือบขาวตามสายพันธุ์สะท้อนกับแสงตะวันที่สาดใส่ เจ้าตัวว่ายน้ำรวดเร็ว เคลื่อนไหวได้แบบที่เห็นแล้วรู้เลยว่าต้องกลายเป็นนักล่ามือฉมัง มีการใช้หางตีน้ำไปมาเรียกพวกเราให้ไปดูชัดๆ

 

“โซล ไปขึ้นเรือ”

 

“ครับ?”

 

“เร็วเข้า ขับตามพวกเรามา” ผมย่นคิ้วใส่ให้กับคำพูดของดายก่อนที่เขาจะกลายร่างเป็นฉลาม พาลูกชายออกสู่ทะเลกว้างมีผมเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ดีแลนหัวเราะ คงเอ็นดูพี่ชายที่อยากพาลูกไปสำรวจทะเลนัก

 

“อย่ามัวแต่ช้านะที่รัก ฉลามน่ะว่ายน้ำไวนะ”

 

“เดี๋ยวสิครับ...! ดีแลน เฮ้!” ไม่ฟังเสียงผมคนน้องก็รีบเปลี่ยนร่างว่ายตามพี่ชายไปติดๆ ส่งผลให้ผมรีบสะกิดโนเอลให้ทำตามสั่ง “โนเอล ไปเอาเรือออก!”

 

“ไหนคุณบอกว่าเราจะไม่ออกไปไหนไง?”

 

“ก็ตอนนี้จะออกแล้วไง ไปครับ ไปขับเรือ!” ผมดันหลังพ่อทูนหัวที่งุนงงกับครอบครัวฉลาม เสียดายที่ผมไม่มีเวลาอธิบายอะไรมาก ถ้าโยนเขาขึ้นเรือได้ผมคงทำ ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธด้วยนะ รีบพาเราสองคนแม่ลูกไปขึ้นเรือที่เตรียมไว้ ผมวางแดเนียลไว้ตรงที่นั่งกาบเรือ ระมัดระวังไม่ให้เจ้าเด็กแสบหล่นไปไหน เจ้าตัวเองเกาะขอบเรือไว้แน่นชะโงกหน้าดูพี่ชายกับคุณพ่อทั้งสองที่ว่ายเวียนกัน

 

โนเอลออกเรือไล่หลังพวกเขา ไม่วายยังถ่ายวิดีโอเก็บไว้ ผมเห็นซีวานกำลังสนุกที่ได้ว่ายน้ำกลางทะเลใส ไม่ใช่จากสระว่ายน้ำที่เขาเคยเล่นตลอดเวลา นั่นเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเขาเป็นลูกฉลาม บางครั้งก็กระโดดอวดโฉมให้ผมยิ้มขำใส่ ผมเคยกังวลว่าถ้าเขากลายเป็นฉลาม มันจะน่ากลัวไหม ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าไม่ว่าเขาจะเป็นอะไร

 

เขาก็ยังคงเป็นลูกชายคนเก่งของผมอยู่ดี

 

“พี่ พี่”

 

“ใช่ครับ นั่นพี่ซีวาน” แดเนียลชี้เจ้าลูกปลาที่ว่ายวนรอบเรือเรา มีดายคอยกำกับไม่เข้ามาใกล้เรือเรามากนัก อาจกลัวจะโดนใบพัดข้างใต้ได้ อีกส่วนคือเขาคงสนุกที่ได้เล่นกับลูกชาย แน่นอนว่าผมต้องคอยมองหาว่าดีแลนไปไหน ไม่ใช่อาศัยจังหวะนี้ไปล่ออะไรมา “พี่ซีวานเป็นฉลามแล้ว”

 

“เน่วอยากเปง เน่วจะเปง”

 

“ครับ?”

 

“เน่วจะเปงหลามด้วย” เจ้าตัวเล็กขบขัน พยายามขืนตัวออกจากผมเพื่อลงน้ำไปหาพี่ชายเขา เล่นเอาผมต้องกอดไว้แน่น ถึงจะรู้ว่าเขาเคยกลายเป็นฉลามไปแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้เปลี่ยนร่างอีกเลยตั้งแต่เป็นมนุษย์มา ทว่าเวลานี้กลับดูจะอยากเล่นน้ำซะเหลือเกิน ถึงขั้นพยายามเบ่งเดาว่าคงกำลังเรียกตัวเองในอีกร่างออกมาปรากฏโฉม

 

ผมหัวเราะส่ายหน้าเบาๆ เอ็นดูเจ้าตัวแสบที่ซนซะเหลือเกิน พลันเจ้าคนน้องก็มีครีบยาวโผล่ออกมาจากด้านหลัง

 

“เปงหลามๆ!”

 

ปึง !

 

เหมือนดีแลนจะรู้ว่ามีฉลามน้อยจะกลายร่าง ถึงได้ว่ายมากระแทกเรือให้โคลงเบาๆ เป็นการบอกให้ผมส่งลูกให้เขา แดเนียลปรบมือชอบใจใหญ่ ทำเอาผมอดลังเลไม่ได้ว่าจะปล่อยเขาให้คุณพ่อดีไหม ดวงตาสีสวยกวาดมองไปทั่วหาว่าตอนนี้เราอยู่ส่วนไหนของทะเลกัน

 

สักพักผมก็ชะงักเมื่อพบว่าสถานที่ตรงนี้มันคุ้นตามากแค่ไหน ติดเพียงแค่มันมีบางอย่างหายไป

 

บางอย่างที่ทำให้ผม...

 

“ตรงนี้มัน” ผมเม้มปากแน่นในหัวสร้างภาพมายามาซ้อนทับ ไม่รู้เลยว่าในระยะเวลาสั้นๆ ที่เรากำลังตื่นเต้นกับการที่ซีวานกลายร่างจะทำให้ผมไม่ทันสังเกตเลยว่าเราอยู่ที่ไหน ผมมองลงไปในน้ำ มีบางอย่างถูกซ่อนตัวอยู่ในนั้นเล่นเอาหัวใจผมสั่น

 

นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยที่ผมกลับมาเยี่ยมมัน สถานที่ที่ผมเป็นคนทำลายมันด้วยมือของตัวเอง

 

“อีดีเอส...”

 

“แมะ เน่วจะลง เน่วแห้งแล้ว” เจ้าตัวเล็กทักท้วงที่ผมเอาแต่นิ่งงัน ประกอบภาพในหัวให้รู้ว่าเรากำลังอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคยกันถึงบางส่วนจะหายไปแล้วก็ตาม แต่ด้วยความผูกพันและอยู่มานาน ผมจึงรู้ว่าเรากำลังอยู่ที่ไหน เป็นจังหวะเดียวกับที่ลูกชายคืนร่าง เกาะอยู่บนครีบใหญ่ของคุณพ่อดาย

 

“แม่ฮะ ลงมาเร็ว ลงมาดูข้างใต้”

 

“ซีวาน”

 

“ที่นี่คือที่ของแม่ไง”

 

“…”

 

“แม่ถึงบ้านแล้วนะฮะ เราทุกคนถึงบ้านแล้ว” 

 

ราวกับน้ำที่หยดลงในจิตใจที่แตกระแหง ย้อนคืนวันที่เคยอยู่ที่นี่ให้หวนกลับมาหา ผมเห็นภาพเป็นฉากๆ ตั้งแต่วันที่เหยียบเข้าสถานที่เป็นวันแรกยาวจนถึงวันสุดท้ายที่ผมเผามันไหม้เป็นจุล โครงสร้างทั้งหมดถูกระเบิดทิ้ง ไม่เหลือพ้นน้ำให้ได้เห็น แต่ช่วงใต้น้ำยังมีเศษซากเหลือไว้ให้ดูอย่างชัดเจน

 

ทำเอาผมยอมปล่อยแดเนียลลงสู่ทะเล ส่วนตัวเอง...

 

“คุณดูต้นทางให้หน่อยได้ไหม” ผมหันไปถามโนเอลขณะที่ถอดเสื้อตัวเองออกแล้วหยิบชุดดำน้ำมาใส่ ดีจริงๆ ที่เขาเตรียมเอาไว้ เหมือนรู้ว่าเราจะออกมาไกลยังไงยังงั้น “ผมไปไม่นานหรอก แค่อยากรู้ว่าข้างใต้เป็นยังไงบ้าง”

 

“เพราะงั้นผมถึงเตรียมชุดดำน้ำมาให้คุณไง”

 

“โนเอล...”

 

“ขอให้สนุกนะโซล” เพื่อนรักยิ้มให้พร้อมกับพยักหน้าเป็นเชิงให้ผมทำตามใจสั่ง นาทีนั้นผมอยากเข้าไปกอดเขานะ แต่คิดอีกทีไม่ดีกว่าเดี๋ยวประวัติศาสตร์จะซ้ำร้ายเหมือนตอนแพทริค และผมก็ไม่อยากถูกลงโทษกลางทะเลด้วย ผมขานรับสั้นๆ จัดแจงชุดดำน้ำที่เคยสวมใส่ นานแล้วที่ผมไม่ได้ลงน้ำเลย มากสุดก็แค่เดินริมชายหาด

 

มีหลายครั้งที่ผมคิดถึงช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่นะ นึกถึงตอนตื่นมาเพราะแรงกระแทกจากดาย คิดถึงรอยกัดเหมือนแค้นของดีแลนตอนที่ผมยุ่งกับผู้ชายคนอื่น นึกถึงทุกๆ เรื่องก่อนที่ทุกอย่างมันจะแย่ขึ้น ผมสวมหน้ากากดำน้ำ เช็คนู้นนี่นั่นสักพักก็โดดลงไปโดยไม่กลัวฉลาม

 

ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงหวั่นแทบบ้า ลงน้ำแต่ละทีต้องคอยลุ้นว่าจะถูกลากไปกินเมื่อไหร่ ถึงอย่างนั้นผมก็ชอบการถูกไล่ล่าโดยพวกเขา สนุกจะตายเวลาหนีความตายที่ว่ายมาหา สายน้ำโอบอุ้มร่างเคล้ากับฟองอากาศที่พุ่งขึ้นมา

 

ในใต้ทะเลผมเห็นฉลามสามตัวครึ่งว่ายเวียนกัน ที่ต้องบอกว่ามีสามตัวครึ่ง เพราะตัวที่สี่มีแค่ครีบฉลามโผล่จากด้านหลัง แต่สามารถหายใจใต้น้ำได้เช่นฉลามปกติ ผมดำน้ำ ค่อยๆ ตีขาว่ายเข้าหาฉลามล้านปี ซีวานเข้ามาให้ผมจับครีบ เป็นฝ่ายพาผมสำรวจสิ่งที่เขาบอกไว้

 

ผมกวาดตาสำรวจเศษซากปรักหักพังที่เหลือเพียงโครงเท่านั้น ส่วนที่อยู่บนผิวน้ำหักพังทิ้งตัวลงทะเลหมด แต่ข้างล่างไม่มีผลเนื่องจากอยู่ในน้ำไฟเลยเผาผลาญไม่ถึง ทว่าแรงระเบิดก็ทำพวกมันช้ำหลายจุด ถ้ามีเงินพอก็พอจะสร้างมันขึ้นมาใหม่

 

ซีวานพาผมว่ายดูไปรอบๆ ตรงจุดที่เป็นห้องนอนผมเห็นภาพซ้อนทับตัวเองที่เปิดเสียงวาฬหลอกล่อดาย ไหนจะส่วนที่เป็นบ่อเลี้ยงวาฬ เลี้ยงโลมาที่เคยเก็บสัตว์พวกนั้นมาเลี้ยงมากมาย ผมก็ยังจำวันที่ดีแลนพยายามชนทางเดินเพื่อมากินมันได้อยู่

 

‘คิดถึงจัง’

 

ผมคิดในหัวปล่อยมือจากครีบลูกชายเพื่อพยุงตัวเองมองดูภาพในความทรงจำ ปล่อยอากาศเป็นระยะๆ เพื่อสูดจากเครื่องช่วยหายใจจนฟองอากาศลอยขึ้นผิวน้ำ ผมมองแสงตะวันที่ส่องผ่านมา ได้ยินเสียงหัวเราะแว่วมา พอหันไปมองก็เห็นแดเนียลกำลังเล่นอยู่กับพี่ชายเขาในร่างฉลาม ดูสนุกมากกว่าตอนอยู่บนฝั่ง

 

เสียอย่างเดียวคือผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าพ่อของเขาไม่ได้อยู่แถวนั้น...

 

‘ดายกับดีแลนหายไปไหน?’

 

ผมย่นคิ้วรีบหันมองรอบกายว่าพวกเขาหายไปไหน ไม่มีวี่แววของพวกเขาทั้งสองคนราวกับว่าจู่ๆ พวกเขาก็จางหายไป ผมเลยลองว่ายไปอีกฝั่งของศูนย์วิจัยเผื่อจะเจอเขา แต่มองยังไงก็ไม่พบ ตัวใหญ่ขนาดนั้นมีเหรอว่าจะหลบสายตาผมพ้น แสดงว่าพวกเขาต้องแอบว่ายหนีไปตอนที่ผมเผลอแน่ๆ

 

‘บ้าจริง แล้วทิ้งลูกไว้แบบนี้เนี่ยนะ อะไรของพวกเขากัน’

 

ได้แต่บ่นในใจขณะที่รีบว่ายไปหาเจ้าตัวน้อยที่เล่นกันอยู่ไม่ไกลจากผมเท่าไหร่ ซีวานคืนร่างเป็นมนุษย์บ้าง เป็นฉลามบ้างหรือโผล่แค่ครีบแบบแดเนียลบ้าง น้องจะได้อุ่นใจที่มีพี่เป็นเพื่อน ส่วนผมไม่ค่อยสบายใจเลยที่คุณพ่อหายไปแบบนี้

 

และในจังหวะที่ผมกำลังจะเข้าใกล้ลูกชาย อยู่ดีๆ ก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่ว่ายผ่านหลัง พอมองกลับก็ไม่เจออะไรทั้งนั้น

 

ผมคิดว่านี่คือการเล่นซ่อนหาเหมือนตอนที่เราอยู่ที่นี่ด้วยกัน ตอนนั้นพวกเขาก็ชอบทำ...

 

ฟึ่บ !

 

“อื้อ!!!” ผมร้องลั่นแม้จะมีเครื่องช่วยหายใจสวมอยู่ในปาก ฟองอากาศลอยฟุ้งเมื่อขาทั้งสองถูกดึงด้วยอะไรสักอย่าง นาทีนั้นผมตกใจมาก หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ก้มลงไปมองที่ขาก็ไม่เจออะไรทั้งนั้น เล่นเอาต้องพยายามตะเกียดตะกายขึ้นสู่ผิวน้ำ กะตั้งสติก่อนไม่ให้ตัวเองลนลาน

 

แต่ในช่วงที่ผมกำลังจะขึ้นสู่อากาศอะไรบางอย่างก็ผ่านหางตาอีกครั้ง คราวนี้ผมหันขวับไปมองมัน

 

“กึด!”

 

“อื้อ!” คมเขี้ยวใหญ่ลอยผ่านหน้าทำผมเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ประสาทสัมผัสทั้งห้าตื่นตัวไปทั่วร่างผม ทำผมถีบส่งตัวเองให้ว่ายหนีพาร่างขึ้นสู่ผิวน้ำ พลางถอดถังออกซิเจนที่สะพายหลังทิ้งเพราะมันเกะกะ เสียงขากรรไกรดังไล่หลัง ตอนนั้นผมไม่อาจคิดออกเลยว่าที่ผมเผชิญหน้าอยู่เป็นใคร

 

สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำให้ผมรีบพาตัวเองหนี สองขาตีน้ำพร้อมกับมือที่จ้วงพาร่างเคลื่อนไปข้างหน้า ภาพเขี้ยวคมยังติดตา พาผมย้อนกลับไปช่วงเวลาที่ถูกไล่ล่าจนจนปัญญาหนี ผมได้ยินเสียงตัวเองหอบหายใจ ได้ยินเสียงโนเอลบอกให้รีบว่ายขึ้นมาบนเรือนี้

 

“โนเอล...!”

 

“โซล! เกาะนี่ไว้!”

 

“แฮ่ก”

 

“ว่ายเร็วโซล ว่ายขึ้นมาบนนี้เร็ว!” เจ้าตัวบอกลั่นโยนหวงยางมาให้ผมเกาะ พลันในตอนที่มือขาวเกือบจะคว้าถึง ร่างของผมก็ถูกกระชากลงทะเลไปอีกครั้ง ภาพแสงแดดเลือนรางกลายเป็นภาพที่มีเพียงสีฟ้าโอบล้อมเอาไว้ ผมตวัดสายตามามองคนที่ดึงขาผมลงไปก่อนจะถูกมือหนารั้งท้ายทอยไว้

 

แล้วจุมพิตเร่าร้อนก็ถูกส่งผ่านมา

 

“หึ” ดายกระตุกยิ้มไม่สนใจใบหน้าตื่นตระหนกของผม เขาป้อนอากาศกักผมไว้ในวงแขน พลางสอดลิ้นเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวานที่ไม่สมควรให้ ทำผมตกใจแทบตายยังคิดมาฉวยโอกาสกันหน้าด้านๆ ไม่พอแค่นั้นตอนจูบกับดายอยู่ ขาผมก็ถูกดึงเป็นรอบที่สาม คราวนี้เป็นดีแลนที่เข้ามาจูบผม กัดริมฝีปากเบาๆ แล้วพาผมขึ้นเหนือน้ำ

 

“เฮือก!” ผมโกยอากาศเข้าปอดรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ เขาทำให้ผมนึกถึงทุกอย่างเลยโดยไม่ต้องถามว่าความรู้สึกในตอนนั้นเป็นยังไง ยิ่งตอนที่ถูกไล่ล่านะ ยิ่งชัดเจนจนผมอยากจะฟาดเขาให้ตาย

 

“เป็นไงโซล สนุกไหม”

 

“สนุกอะไรครับ ผมเกือบหัวใจวายตายเลยนะ!” ฟาดมือกับไหล่ขาวที่กอดผมไว้แน่น ดีแลนหัวเราะขบขันเช่นเดียวกับพี่ชายที่ยิ้มเอ็นดูตอนว่ายตามมาพร้อมลูกทั้งสอง แดเนียลเข้ามาเกาะไหล่พอเขา ยิ้มกว้างสนุกสนานที่เห็นผมหมดสภาพ แทบถูกคุณพ่ออุ้มพาดบ่ากลับ “เล่นอะไรเป็นเด็กๆ ไปได้ ถ้าผมหัวใจวายตายขึ้นมาจะทำไงกัน”

 

“ก็ผายปอดช่วยคุณไงที่รัก”

 

“คงช่วยได้หรอก” ผมขมวดคิ้วดุ อยากจะตีให้ขาดใจซะตรงนี้ “ผมรู้นะว่าพวกคุณสนุกที่เห็นผมว่ายหนี แต่ผมไม่ได้แข็งแรงดีเหมือนเมื่อก่อนนะ เกิดพลาดท่าโดนพวกคุณกินขึ้นมาจะว่าไงกัน”

 

“แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เรารู้นะว่าคุณยังว่ายเก่งเหมือนเดิม”

 

“ดาย!”

 

“โอ๋ๆ แมะมะโกดนะ เน่วปลอบๆ” แดเนียลเอามือมาจับแก้มผม ลูบเบาๆ ให้คลายอารมณ์หงุดหงิดออกไป พร้อมทั้งเอามือไปตีบ่าพ่อตัวเองสองสามทีลงโทษให้ ทั้งดายทั้งดีแลนต่างโดนฝ่ามือพิฆาตเล่นงานจนหมด “นี่แหนะๆ ทำแมะเน่ว เน่วจะตี เน่วมะถูกใจสิ่งนี้”

 

“โอ๊ยๆ พ่อเจ็บนะแดเนียล หนูแรงเยอะพ่อสู้ไม่ไหว” ดีแลนเล่นใหญ่ทำเป็นจะจมน้ำไป อีกนัยนึงคือจะแกล้งผมให้ลงน้ำไปด้วยกัน “โอ๊ยเจ็บจัง ไม่ไหว แขนจะหัก พ่อยอมแล้ว อย่าทำพ่อเลยนะ”

 

“ไม่ ห้ามยอม เน่วมะให้ยอม”

 

“เอ้า แต่พ่อเจ็บนะ พ่อยอมไม่ได้เหรอ?”

 

“มะได้ เน่วจะตี เน่วจะตีจนกว่าพ่อจะจุ้บแมะอีก คิ้กๆ ” 

 

เปิดพรีภาคพิเศษแล้วนาจา อย่าลืมไปเปย์กันน้า

LOADING 100 PER 

อ้อมกอดที่ไม่เคยจาง แม้ว่าความหวังจะแตกสลายไม่เหลือชิ้น 

ถึงความเจ็บจะติดตรึงเวลานี้ ทว่าก็ยังมีอ้อมกอดอุ่นไม่หนีหาย 

สี่รักโอบกอดหวังเพียงให้แม่ดึงขึ้น หลุดออกจากความเศร้า 

ให้เวลาแม่เขาหน่อยแล้วแม่จะเข้มแข็งยิ่งกว่าใคร 

อดทนอีกหน่อยนะ ฟ้าใสหลังทะเลสีครามกำลังมา 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น