Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 26 : เรื่องไม่คาดฝัน

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 26 : เรื่องไม่คาดฝัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 11:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 26 : เรื่องไม่คาดฝัน
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 26 : เรื่องไม่คาดฝัน 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

[ก่อนจะส่งให้ผมถามพ่อเขาก่อนไหม ถึงจะไม่อยู่ตรงหน้าผมก็รับรู้ได้นะว่าเขาคิดฆ่าผมอยู่น่ะ!]

 

ฟังเขาพูดจบผมก็หันไปมองคุณพ่อที่ตวัดสายตามามองผม ทุกคนล้วนแสดงความกรุ่นโกรธเล็กๆ ที่ทำเอาผมยิ้มแหยใส่ ความหวงลูกนี่ไม่เคยเป็นสองรองใคร ขนาดยังไม่รู้เลยว่าเจ้าตัวเล็กจะมาไหมก็หวงล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เล่นเอาผมถึงกับต้องรีบคุยกับโนเอล ถ้ายังพูดต่อมีหวังโดนลงโทษแบบเมื่อวานแน่

 

“ไว้ถ้าคุณว่างก็มาหาเราอีกนะ หลานๆ อยากเจอ”

 

[ได้เลย]

 

“บาย” ผมกดวางสายทำเป็นไม่ทุกข์ร้อนกับสิ่งที่พูดออกไปก่อนหน้านี้ ทำเป็นเมินสายตาของดายกับดีแลนที่มองมาเหมือนขอคำตอบว่าผมจะยกลูกให้โนเอลจริงไหม แน่นอนผมตบตักตัวเอง เป็นสัญญาณให้เจ้าตัวเล็กคนโตมาหา

 

ซีวานผละจากพ่อเขา ปีนป่ายโซฟาขึ้นมานั่งบนตัก แย้มยิ้มหวานอย่างน่ารักให้ผมก้มลงไปฟัดแก้มหอมๆ ด้วยความมันเขี้ยว

 

ถ้าไม่ติดว่าใครสองคนแถวนี้ไม่อินไปกับผมด้วย

 

“เลิกจ้องผมได้แล้วครับ ถ้าเป็นปลากัดนี่ผมท้องได้เลยนะ”

 

“ก็บอกมาก่อนสิว่าคุณจะไม่ยกลูกเราให้เขาจริงๆ” ผมยิ้มดึงมือลูกมาจูบ ทำหูกวนลมใส่ดายที่มองอยู่ และเริ่มเขยิบเข้ามาใกล้ เขามองหน้าผม วางมือลงขนาบข้างกักตัวไม่ให้ผมไปไหน “โซล”

 

“อะไรกันครับ ลูกยังไม่ทันเกิด ก็หวงกันแล้วเหรอ?”

 

“จะเกิดหรือยังไม่เกิดก็หวงทั้งนั้น นั่นลูกเรานะ จะยกให้ใครได้ยังไง”

 

“ผมก็ไม่ได้ยกเหมือนให้เขาไปเป็นลูกของโนเอลซะเมื่อไหร่ ก็แค่อยากมีสักคนไว้ให้เขาได้เล่นจะได้ไม่เหงาไง เขาก็ดูแลเรามาตั้งเยอะจะตอบแทนเขาหน่อยไม่ได้เหรอ” ผมถอนหายใจยอมอธิบายเพื่อเคลียร์กัน “อีกอย่างการที่ผมยกให้ก็แค่ในฐานะพ่อทูนหัวเท่านั้น ไม่ใช่ไม่รักหรือเลี้ยงไม่ไหว ถ้าคลอดออกมาจริงๆ ยังไงก็เลี้ยงได้”

 

“ประเด็นมันอยู่ที่ว่าพวกเราหวงลูกไงโซล”

 

“งั้นก็ลดความขี้หวงลงสิครับ โนเอลแทบจะเป็นหนึ่งในครอบครัวของเราแล้วนะ” ผมสบตาดีแลน ระบายยิ้มให้เขาเห็นว่าเรื่องแค่นี้มันเล็กน้อยแค่ไหน “แล้วก็เขาจะได้ซ้อมไว้ตอนเขามีลูกด้วยไง”

 

“คนแบบนั้นจะหาแฟนได้?”

 

“อย่าดูถูกเขาเชียว” ผมบีบจมูกคุณพ่อคนโต ถึงโนเอลจะดูตลก ชอบสร้างสีสัน ทว่าเขาก็มีมุมจริงจัง มีความเป็นผู้ใหญ่ รวมถึงความความรับผิดชอบที่ผมอดคิดไม่ได้ว่าถ้าใครได้เขาเป็นแฟนก็คงโชคดีมาก ขนาดผมได้เขาเป็นเพื่อน ผมยังรู้สึกดีเลยที่เราอยู่ในความสัมพันธ์นั้น

 

โนเอลเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจนะ เขาเป็นทั้งผู้ฟังและผู้ช่วยเหลือที่ดี

 

“บางทีอาจจะมีสาวเล็งเขาอยู่ก็ได้ เขาแค่ไม่รู้ตัว”

 

“ผมคิดภาพเขามีครอบครัวไม่ออกเลย เขาดู...ไม่น่าไหวกับเรื่องพวกนั้น” ดายหลุบตาต่ำแสดงให้เห็นว่าเขาพยายามจินตนาการวันที่เพื่อนของเรามีครอบครัวเช่นคนอื่นของเขาบ้าง บอกตามตรงว่าผมเองก็คิดไม่ออกเหมือนกัน แต่ถ้ามีก็คงเป็นครอบครัวที่น่ารัก

 

ดีแลนทิ้งตัวลงนั่งข้างผม จับให้แดเนียลนั่งตรงๆ จะได้เล่นกับพี่ชายเขาได้

 

“แต่ก่อนจะคิดถึงเรื่องนั้นผมว่าเราเอาเรื่องท้องก่อนดีไหม เรายังไม่รู้เลยนะว่าผมจะท้องหรือเปล่า”

 

“ทำไปขนาดนั้นผมว่าไม่น่าจะเหลือนะโซล” ดีแลนยกยิ้ม เขาดูมั่นใจมากว่าน้ำเชื้อของเขาจะทำให้เรามีลูกคนที่สาม “เชื่อเถอะว่าอีกไม่กี่เดือนเจ้าตัวเล็กต้องมา น้ำเชื้อเมกาโลดอนไม่ทำพลาดอยู่แล้ว ใช่ไหมพี่?”

 

ดายยิ้มเป็นคำตอบ เลื่อนสายตามามองผมที่กลอกตาด้วยความหมั่นไส้

 

ไม่รู้ว่าพวกเขาอยากจะได้ลูกกันเท่าไหร่ ถึงได้ขยันทำไม่เกรงใจคุณแม่อย่างผมแบบนี้

 

“บอกผมหน่อยสิว่าคุณอยากมีลูกกี่คน ถี่ขนาดนี้ร่างกายผมจะไม่ไหวเอานะ”

 

“ผมว่าไม่สี่ก็ห้ากำลังดี”

 

“หา?”

 

“แต่เป็นไปได้ก็อยากได้แบบเลขคู่นะ หารกับพี่ง่ายดี” ข้อเสนอของดีแลนทำผมเบิกตากว้างใส่ นี่เขาคิดจะตั้งทีมฟุตบอลหรือไง หรือเผื่อไปตอนที่ลูกเรามีครอบครัวด้วยเลยทำเยอะขนาดนั้น ลำพังแค่สองคนร่างผมก็แทบพัง ถ้ามีมากขนาดนั้นเชื่อเถอะว่าผมคงตายก่อนได้เลี้ยงพวกเขาจนโตหมด “แต่เอาจริงๆ ก็ต้องอยู่ที่คุณนะโซล ถ้าคุณอยากพอเราก็หาทางป้องกันได้”

 

“แน่ใจเหรอว่าป้องกันได้ ร่างกายผมไม่เหมือนกับคนทั่วไปหรอกนะ จำได้ไหม?”

 

“เพราะงั้นเราถึงอดกังวลไม่ได้ตอนคุณท้องไง” ผมเลิกคิ้วใส่ดาย “เวลาคุณอุ้มท้องลูกฉลาม คุณดูอิดโรยมาก ตอนคลอดก็ทรมานจนอดห่วงไม่ได้ ผมไม่อยากเห็นคุณเจ็บปวดเวลาให้กำเนิดใคร”

 

“มันเป็นเรื่องปกตินะดาย”

 

“แต่ใจผมเหมือนจะขาดเลย”

 

“พ่อเศร้าๆ” ซีวานบอกพร้อมกับพลิกตัวหันหลังไปกอดหัวพ่อ จุ้บเบาๆ ที่หน้าผากปลอบประโลมไม่ให้คนเศร้าเศร้าหนักไปมากกว่านี้ “ซีวานปลอบ พ่อไม่เศร้านะ โอ๋ๆ ซีวานโอ๋”

 

“โฮ้ ปลอบแต่พ่อดาย แล้วพ่อดีแลนล่ะ พ่อก็เศร้าเหมือนกันนะ”

 

“ไม่ได้ฮะ ซีวานปลอบพ่อดีแลนไม่ได้” ลูกชายส่ายหัวไปมาจนเส้นผมกระจายลงปรกหน้า “พ่อดีแลนมีคนปลอบฮะ ซีวานไม่ต้องปลอบ”

 

“ไหน ใครจะปลอบพ่อ?”

 

“แอ้”

 

“หืม?”

 

“แอะๆ” เป็นคำตอบรับแทนพี่ชาย แดเนียลนอนหงายเอาเท้าแตะปากพ่อไปมาเหมือนเป็นการปลอบเช่นเดียวกับที่ซีวานทำ พอพ่อขมวดคิ้วหนักขณะที่เบิกตากว้าง เจ้าตัวน้อยก็หัวเราะเสียงใส ชอบเหลือเกินที่แกล้งพ่อได้ เล่นเอาดีแลนต้องเข้าไปฟัดพุง หอมซ้ายหอมขวาจนลูกตัวแดงไปหมด

 

เป็นภาพที่ผมได้แต่อมยิ้ม นี่ถ้ามีลูกอีกสักคนผมก็คงติดลูกพอกัน เพราะแบบนั้นมันจะครบคู่พ่อแม่ลูกพอดีไม่ต้องแย่งกัน

 

นี่มีแค่สองผมเลยไม่ค่อยได้แตะเจ้าตัวเล็กไง เดี๋ยวดายเอาซีวานไป เดี๋ยวดีแลนเอาแดเนียลไป สุดท้ายผมก็ได้แต่นั่งเหงา มองดูพวกเขาเล่นกับลูก ถึงจะดึงผมเข้าไปเล่นด้วยก็ตาม แต่ถ้ามีอีกสักคนผมว่ามันจะเป็นอะไรที่ดีมาก

 

งั้นผมว่าผมปิดอู่ที่สามคนเนี่ยแหละ ไม่ขอมากไปกว่านี้ ไม่อยากหนักเกินไป

 

แต่ก็ไม่ใช่ถึงกับห้ามมีหรือไม่ยอมให้คุณพ่อทำอะไรนะ ถ้าเกิดเขามาจริงๆ ผมก็เลี้ยงได้ แค่ตอนนี้คิดว่าสามคนเลขมันกำลังสวยและเป็นที่น่าพอใจ สำหรับผมแล้วไม่ว่าจะกี่คนผมก็รับไหว

 

ขอแค่เป็นลูกที่เกิดจากเราทั้งสามคน

 

สุดท้ายเรื่องที่จะยกลูกให้โนเอลก็กลายเป็นเรื่องที่ถูกหลงลืมไป พ่อลูกต่างกันพาซุกซน เดินเล่นไปรอบบ้าน ยาวไปถึงทะเลหลังบ้านโดยมีผมยืนกำกับ ซีวานดูสนุกมากเลยที่ได้ลงทะเลไปกับพ่อเขา ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลายร่างเป็นฉลามเต็มตัวเมื่อไหร่ แต่ผมคิดว่าอีกไม่นานก็คงเปลี่ยนร่างได้

 

เขาใกล้จะสองขวบแล้ว ก่อนหน้านี้ก็เผยเขี้ยวกับครีบออกมาได้แล้วด้วยเลยไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ กลับกันผมอยากเห็นว่าตอนลูกเปลี่ยนร่างจะเป็นยังไง

 

จะตัวเท่าฉลามทั่วไปไหมหรือยังเล็กเป็นเหาฉลามอยู่

 

ซึ่งคำตอบนั้นไม่อาจล่วงรู้ได้ในทันที เราต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนในการบอกได้ว่าซีวานจะเติบโตไปในทิศทางไหน ในขณะเดียวกันนับวันแดเนียลเองก็เริ่มพัฒนาการตามพี่ชาย จากสองอาทิตย์แปรเปลี่ยนเป็นสองเดือน ยอมรับว่าเป็นอะไรที่ทรมานพวกเราอยู่ เจ้าตัวเล็กร้องไห้ตอนตีสองทุกคืนกระทั่งผ่านพ้นช่วงเดือนสามที่พฤติกรรมนั้นเริ่มลดลงและหายไปในที่สุด

 

เรียกได้ว่าพวกผมสามคนแทบจะจุดพลุฉลอง ถ้าไม่ติดว่าต่างคนต่างต้องเก็บเกี่ยวเวลานอนเพื่อชดเชยที่เสียไป ยิ่งไปกว่านั้นผมเรียกให้คนมาต่อเติมห้องนอนใหม่ ยังไม่ได้ให้ลูกย้ายไปนอนกันเองเร็วๆ นี้ แค่เตรียมไว้ก่อนเผื่อว่าพวกเขาอยากมีห้องส่วนตัวอะไรทำนองนั้น

 

เพราะถ้าผมจำไม่ผิด ผมก็แยกห้องกับพ่อแม่ตอนอายุสองสามปีเนี่ยแหละ แต่ไม่ใช่ว่านอนกับพ่อแม่ไม่ได้นะ แต่ละบ้านก็จะมีวิธีการเลี้ยงแตกต่างกัน สำหรับบ้านเราคงอีกสักพัก อาจจะตอนที่แดเนียลกับซีวานอายุสี่ห้าปีเลยก็ได้

 

จนถึงตอนนี้คุณพ่อเขายังหวงไม่ลดทอนลงไป ที่สำคัญไปกว่านั้น...

 

ผมท้องลูกคนที่สามแล้ว 

 

ติดเพียงแค่ว่าโชคไม่ดีเท่าไหร่

 

“แค่กๆ” ผมยกมือขึ้นปิดปากไอ ลำคอแห้งผากรู้สึกเจ็บไปหมด ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย หน้าหนาวเข้ามาเยือน หิมะกำลังตก เด็กๆ ออกไปเล่นข้างนอกไม่ได้ ต้องอยู่แต่ในบ้านทำตัวให้อบอุ่น คุณพ่อเองก็ต้องคอยโกยหิมะตรงหน้าบ้านป้องกันไม่ให้ผมลื่น ต่อให้ผมจะไม่ออกไปไหนมาหลายเดือนแล้วก็ตาม

 

เจ้าตัวน้อยอายุได้สองเดือนกว่า ถือว่ามาช้ากว่าที่เราคาดไว้นิดหน่อย ให้หลังแดเนียลประมาณห้าเดือนเห็นจะได้ ถึงอย่างนั้นผมก็ดีใจที่เขามา เสียดายที่ช่วงนี้ผมป่วยบ่อยเอาแต่นอนซมอยู่บนเตียง ขยับไปไหนก็ไม่ได้ คุณหมอโทแวนมาตรวจผมแล้วบอกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ พยายามอยู่ในที่อุ่นเข้าไว้แม้ว่าเวลานี้รอบด้านจะหนาวมากก็ตาม

 

ผมกระชับผ้าห่ม เจ้าตัวเล็กไม่อาจนอนร่วมห้องกับผมได้เพราะผมกลัวจะติดหวัด เลยให้ไปนอนอีกห้องมีคุณพ่อคอยเฝ้า ดีหน่อยที่พวกเขายังมานอนเป็นเพื่อนผม กลัวว่าจะเป็นอะไรไปกลางดึก ช่วงนี้ผมทรุดโทรมมาก ร่างกายซูบผอม กินอะไรไม่ค่อยได้

 

เรี่ยวแรงไม่ค่อยมี ฝืนกินเท่าไหร่ก็อ้วกออกไป ทั้งอาหารคนปกติ ทั้งแบบที่กินตอนท้องลูกฉลาม ทำเอาผมกังวลว่าเด็กในท้องจะเป็นอะไรไหม

 

“โซล ผมเข้าไปนะ”

 

“ครับ” ผมส่งเสียงอ่อนแรงตอบรับคนที่ยกซุปมาให้ กลิ่นหอมของมันไม่ทำให้ผมอยากเท่าไหร่ กลับกันรู้สึกแค่ว่าวันนี้ต้องฝืนกินอีกแล้วใช่ไหม ลูกจะได้มีแรงฮึดต่อ ผมยกยิ้ม มองดายด้วยความอิดโรยขณะที่คุณพ่อวางถาดอาหารบนโต๊ะ

 

เขาทิ้งตัวนั่งลง ยกมือลูบแก้มผม มองด้วยแววตาอ่อนโยนระคนเป็นห่วงสุดหัวใจ

 

“ตัวยังรุมๆ อยู่เลย” ผมอยากหัวเราะติดแค่ว่าไม่มีแรงพอที่จะทำแบบนั้น “ผมทำซุปมาให้กิน อดทนกินหน่อยนะโซลจะได้กินยาแล้วนอนพักกัน”

 

“เด็กๆ เป็นไงบ้างครับ วันนี้ซนไหม”

 

“ไม่เลย พวกเขาหลับปุ๋ย ไม่ยอมไปไหน”

 

“…”

 

“เมื่อเช้าเขานั่งอยู่หน้าห้องรอคุณด้วยรู้ไหม”

 

“จริงเหรอ...”

 

“พวกเขาเป็นห่วงคุณนะโซล เราเองก็เช่นกัน” 

 

ผมยิ้มจับมือเขามากุมสัมผัสถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาให้ มันเป็นการดีกว่าถ้าไม่ให้ลูกๆ เข้าใกล้ผม ถ้าป่วยตอนนี้จะแย่เอาได้ ดายตักซุปมาป้อนระคนกวาดตามองเพื่อสำรวจร่างกาย บอกตามตรงว่าผมเป็นหนักกว่าช่วงท้องซีวานใหม่ๆ รู้เลยว่าตัวเองย่ำแย่แค่ไหน

 

ทว่าผมก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆ

 

“โนเอลกับสตีฟจะมาเยี่ยมคุณวันนี้ตอนเย็น”

 

“ผมคงร่วมมื้อเย็นไม่ได้ด้วยสิ” ทำเป็นยิ้มขำทั้งที่ในใจรู้สึกเสียดายแทบบ้า “วันนี้พวกคุณต้องดูแลแขกของเราด้วยนะ แล้วก็ให้ลูกเข้านอนให้ตรงเวลา ไม่ต้องมานอนเป็นเพื่อนผมก็ได้ เดี๋ยวเด็กๆ จะเหงาเอา”

 

“พวกเขาไม่เหงาหรอก เขาอยากให้เราอยู่ด้วยกัน” ดายเช็ดปากให้เลื่อนไปลูบหัวผมด้วยความอ่อนโยน “เขารอคุณออกไปเล่นอยู่ด้วยนะ ต้องรีบหายแล้วรู้ไหม”

 

“ถ้าอากาศอุ่นขึ้นสักหน่อยผมก็พอไหว”

 

“…”

 

“แต่ผมจะแข็งแรงขึ้นให้ได้ บอกลูกอดทนอีกหน่อยนะครับ” เป็นการฝืนยิ้มที่เค้นแรงทั้งหมดมายิ้มให้เขา ขณะเดียวกันผมก็รู้สึกว่าหัวใจดวงนี้ช่างบอบบางเกินจะทนไหว ผมอยากกอดพวกเขา อยากเล่นกับลูกๆ อยากคุยกับคนอื่นๆ ไม่ใช่มานอนซมเหมือนคนใกล้ตาย

 

ตอนกลางคืนผมเริ่มฝันร้าย ฝันว่าพวกเขาแตะต้องผมไม่ได้ และผมก็เริ่มจางหายไป...

 

ไปอยู่กับพ่อแม่ตัวเอง

 

“ผมจะให้ดีแลนมาอยู่เป็นเพื่อนคุณ ให้เขาอ่านหนังสือให้ฟังดีไหม ผลัดกับผมเดี๋ยวผมไปดูลูกให้”

 

“ได้ครับ ได้หมดเลย” ดายกดจูบลงบนกลุ่มผมของผมหลังป้อนซุปเสร็จ ผมกินไปได้แค่ไม่กี่คำเท่านั้น อีกไม่นานคงต้องไปอ้วกออก มันเหมือนแค่เข้าไปไหลเวียนในตัวผมสุดท้ายก็ถูกเอาออกเพราะร่างกายไม่เข้าคู่กัน ผมลูบท้องตัวเอง สัมผัสเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในนั้น บางครั้งผมคล้ายได้ยินเสียงเขาร้องไห้ทำเอาต้องกอดเขาไว้แน่น

 

บางคืนก็เงียบซะจนผมไม่รู้ว่าตัวเองท้องอยู่จริงไหม แต่หมอโทแวนก็ตรวจตลอด เขาก็บอกว่าเด็กยังอยู่ ยังไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่ว่าร่างกายเขาอาจจะไม่ได้แข็งแรงเท่าพี่ๆ เท่าไหร่ มีผลมาจากร่างกายคุณแม่ และสภาพอากาศที่กดดันเด็กเกินไป

 

ทั้งที่คิดว่าถ้ามีแล้วจะเลี้ยงดูอย่างดีให้ได้

 

ตอนนี้เหมือนตัวเองก็ยังไม่ค่อยจะรอดเลย

 

“ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะจากชั้นล่างลอยผ่านขึ้นมากระทบเข้าหู รั้งให้ผมหันไปมองประตูที่ถูกเปิดแง้มไว้เสียงเลยเข้ามาได้ ดูท่าว่าคุณพ่อคนน้องกำลังสนุกกับลูกชาย ได้ยินเสียงแดเนียลกับซีวานหัวเราะกันใหญ่ ทำเอาอยากเห็นเหลือเกินว่าบรรยากาศข้างล่างเป็นไง

 

นานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ที่ผมไม่ได้ออกจากห้องเลย

 

เป็นความคิดที่ผุดขึ้นมาว่าถ้าเห็นคงอาการดีขึ้น การเอาแต่นอนอยู่ในห้องเป็นอะไรที่อุดอู้เกินไปต่อให้มันจะสะดวกสบายที่สุดแล้วก็ตาม ผมลูบท้องบอกเจ้าตัวน้อยว่าเราจะลงไปหาพี่ชายเขากัน ยอมฮึดกำลัง ดันตัวเองให้ยืนขึ้นแม้จะเซเล็กน้อย เนื่องจากไม่ค่อยมีแรงเท่าไหร่

 

ผมใช้ผนังเป็นตัวพยุงร่างพาตัวเองออกจากห้องไป ภาพที่เห็นคือภาพของพี่ชายที่พยายามวิ่งไล่ตามน้องชายซึ่งอยู่บนหลังคุณพ่อ มีดายคอยส่ายหน้ามองอยู่ด้วยความเหนื่อยหน่ายระคนเอ็นดูชนิดที่ผมรู้สึกได้ ผมพาตัวเองมายืนอยู่ตรงบันได จับราวบันไดไว้มองภาพแห่งความอบอุ่นเพื่อเยียวยาตัวเอง

 

“แม่ฮะ!”

 

“โซล!” สะดุ้งเล็กน้อยตอนถูกเรียก ทั้งสี่หันมามองผมก่อนจะทั้งยิ้มทั้งตกใจที่เห็นหน้า “ที่รักคุณเดินไหวแล้วเหรอ ผมกำลังจะขึ้นไปหาคุณเลย”

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมแค่อยากมาดูว่าทำไรกัน” ผมส่ายหน้าห้ามปราม พยายามยิ้มให้หวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ “แล้วก็อยากสูดอากาศด้วย อยู่แต่ในห้องมันน่าเบื่อจะตาย”

 

“งั้นเดี๋ยวผมขึ้นไปรับนะ อย่าเพิ่งเดินไปไหน”

 

“ผมเดินลงไปเองได้”

 

“ขอให้ผมได้เป็นเจ้าชายประคองราชินีเถอะครับ” หลุดขำให้กับคำแซวนั่น สุดท้ายก็พยักหน้ารับรอดีแลนอุ้มลูกไปวางที่โซฟาก่อน แดเนียลยิ้มกว้าง ทำมือขยำไปมารอผมลงไปหา เพื่อทุ่นเวลาผมเลยพยายามก้าวลงไปหาคนละครึ่งทาง

 

ทว่าในจังหวะที่ปลายเท้าเหยียบบันไดขั้นที่สาม จู่ๆ อาการมึนหัวก็พุ่งโจมตีอย่างหนัก ภาพตรงหน้าพร่าเลือนเหลือเพียงอาการคลื่นไส้ กับความรู้สึกที่เหมือนลมจะจับ นั่นทำให้ตอนที่จะก้าวบันไดขั้นที่สี่นั้นเกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่

 

พรึ่บ !

 

“โซล!!!” ร่างของผมกลิ้งลงบันไดจากชั้นสอง ส่วนท้องกระแทกกับที่แขวนเสื้อโค้ตที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ความเป็นลุกลามก่อนที่เสียงของพวกเขาจะดังตามหลัง ในหัวผมมึนไปหมด ไม่รู้ว่ากระแทกกับตรงไหนบ้างไหม รู้แค่ว่าผมเจ็บไปทั้งตัวโดยเฉพาะส่วนท้องที่ทำเอายืดตัวตรงไม่ไหว

 

ผมได้ยินเสียงใครต่อใครเรียกผม หลังความเบลอมัวเป็นภาพของใครหลายคนที่พยายามประคองผมไว้ ทว่ากลับไม่มีอะไรน่าสนใจ

 

เท่ากับคำพูดสุดท้ายจากปากซีวาน

 

“แม่ฮะ แม่...แม่มีเลือด” 

 

แย่แล้ว

 

ผมถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีที่เกิดเรื่อง ภาพสุดท้ายเป็นภาพแสงไฟตอนถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน ผมเคยอยู่ในนี้มาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นก็เกือบเฉียดตกนรกไปแล้วเหมือนกัน ดีที่ว่ารอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ ซึ่งไม่รู้ว่าคราวนี้จะรอดด้วยไหม ฤทธิ์ของยาสลบกล่อมผมให้เข้าสู่ห้วงนิทราไป ในนั้นผมได้กอดลูกชาย

 

ลูกชายที่ผมจะไม่ได้เห็นหน้าอีกเลย 

 

“ฉันเสียใจด้วย” ใครบางคนกระซิบ “เราช่วยเขาไว้ไม่ได้”

 

“...”

 

“เพราะแรงกระแทกโดนจุดสำคัญ พอรวมกับร่างกายที่อ่อนแอมากของโซล เด็กเลยไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้ ถ้าปล่อยไว้โซลอาจตายได้”

 

“…”

 

“ฉันเสียใจด้วยจริงๆ” ผมอยากให้สิ่งที่ได้ยินเป็นความฝัน นั่งเลือนลอยอยู่ในห้องพักผู้ป่วยพิเศษหลังจากตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแล้วเห็นสายน้ำเกลือกับเครื่องวัดชีพจรโยงใยเต็มไปหมด ร่างกายที่เบาลง อาการมึนหัวที่น้อยลงทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าผมเสียบางสิ่งที่เป็นต้นเหตุของอาการเหล่านั้นไป

 

ตรงท้องของผมมีรอยช้ำ หากแต่มันไม่ช้ำเท่าหัวใจ

 

คุณหมอโทแวนกำลังคุยกับดีแลนและดายอยู่ข้างนอก พวกเขาไม่รู้ว่าผมตื่นมาเจอแจ็ตพอตที่ใหญ่ขนาดไหน ผมยกมือลูบท้อง เหม่อมองดวงอาทิตย์ที่สาดแสงอาบไล้ ในหัวคิดวนเวียนซ้ำไปว่าถ้าผมนอนอยู่เฉยๆ ในห้องเราคงไม่ต้องเสียเขาไป

 

อย่างน้อยก็น่าจะนานกว่านี้นิดนึง

 

“โซล” เสียงทุ้มต่ำเรียกแว่วหากแต่ผมไม่ได้หันไปหา ปล่อยให้น้ำตาไหลรินอาบแก้มขาวเป็นตัวบอกว่าผมรู้แล้วว่าเรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ไหน ดายวางมือลงบนบ่าผม ขณะที่ดีแลนเดินมาตรงหน้าบดบังสิ่งที่มองอยู่ไว้

 

ผมไม่ได้สะอื้น ไม่มีการปล่อยโฮระบายทุกความเสียใจ

 

มีแค่ความเจ็บปวดที่กรีดลึกเร่งเร้าให้น้ำตาไหลออกไปกับคำพูดที่แทนความในใจ

 

“ผมขอโทษครับ...ฮึก” 

 

ขอโทษที่ผมดูแลลูกเราได้ไม่ดี

 

“ที่รัก” ดีแลนเรียกผมรั้งให้ผมหันไปมองเขาที่ฝืนยิ้มให้ เขาจับมือ ผมรู้เลยว่าเขาเสียใจ “ไม่เป็นไรนะ มันไม่ใช่ความผิดของคุณ”

 

“ฮึก ฮือ”

 

“มันเป็นอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้น คุณทำดีแล้ว คุณเก่งมากแล้วโซล” เจ้าตัวพยายามปลอบผม ขยับเข้ามากอดให้ผมฝังหน้ากับแผ่นอกเพื่อร้องไห้ มีดายคอยลูบหลัง ประโลมให้ผมละทิ้งทุกความเสียใจ จะไม่ใช่ความผิดของผมได้ยังไง ผมเป็นคนอุ้มท้องเขา เป็นคนดูแลเขามากที่สุด ถ้าผมไม่ป่วย ถ้าผมแข็งแรง อย่างน้อยเขาก็น่าจะอายุยืนกว่านี้

 

ไม่ใช่อายุแค่นี้แล้วมาจากเราไปเพราะความสะเพร่าของผมเอง

 

“ผมขอโทษนะครับ ขอโทษจริงๆ ฮึก ถ้า...ถ้าผมนอนรอคุณดีๆ มันก็จะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น” ผมบอกเขา เนื้อตัวสั่นไหวยิ่งกว่าลูกนก “ผมเสียใจ ผม ฮึก เสียใจจริงๆ”

 

“ทูนหัว ใจเย็นๆ”

 

“ฮึก”

 

“เรารู้ว่าคุณยังทำใจไม่ได้” ดายจูบหัวผม รั้งใบหน้าไปเช็ดน้ำตาให้ “แต่อย่างที่ดีแลนบอก คุณทำดีแล้วรู้ไหม เรื่องแบบนี้ไม่มีใครคาดเดาได้ ถ้าจะผิด เราก็จะผิดกันทั้งหมด”

 

“ดะ...ดาย”

 

“ถือซะว่าเขายังไม่พร้อมที่จะมาเป็นลูกเรานะ โซล”

 

“…”

 

“แต่คุณยังมีเราอยู่นะ เราทั้งสี่คน” คำพูดของดายไม่อาจแทรกผ่านเข้าจิตใจผม จากที่ไม่คิดจะปล่อยโฮ ผมก็เผยทุกความรู้สึกที่ซ่อนไว้ ผมกอดดีแลน จับมือดายขอกำลังใจระคนรั้งไม่ให้เขาไปไหน ผมเหมือนกับคนบ้าที่เอาแต่คิดวนเวียนอยู่ซ้ำๆ ร้องไห้หนักหน่วงไปเรื่อยๆ จนสลบไปวงแขน

 

แม้ในความฝันผมก็ยังเห็นตัวเองร้องไห้ กอดซากทารกที่เนื้อตัวเปื้อนเลือดไร้ลมหายใจ

 

ผมได้แต่พูดขอโทษซ้ำๆ หวังให้พ่อแม่ผมช่วยพาเขาไปอยู่ด้วยกัน ในสถานที่แห่งนั้นเขาคงเติบโตได้ดีกว่าท้องผม เป็นเด็กน้อยที่แย้มยิ้มมีความสุขมากกว่าผมที่ร้องไห้

 

มันเป็นตราบาปที่สลัดเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหลุด ผมต้องพักฟื้นดูอาการอยู่เป็นอาทิตย์ รวมถึงต้องคุยกับจิตแพทย์เรื่องสภาพจิตใจที่ดิ่งลงขึ้นทุกวัน ผมว่าตัวเองเจอเรื่องเลวร้ายมาเยอะนะ เยอะจนคิดว่าโลกนี้ไม่มีอะไรทำร้ายจิตใจผมได้ ทว่ามาเจอเรื่องนี้ผมกลับรู้เลยว่าทุกเรื่องที่ผ่านมาเป็นเพียงส่วนประกอบของความเสียใจ

 

แต่เรื่องนี้มันคือจุดศูนย์รวมความเจ็บช้ำเกินจะทนไหว

 

ผมไม่คุยกับใคร เอานั่งซึมอยู่ในห้อง มองพระอาทิตย์ขึ้นและลงตามเวลาของมัน ทบทวนความผิดที่ไม่จางลงไปสักเท่าไหร่ ดายกับดีแลนพยายามปลอบผมอยู่หลายครั้ง พยายามหาเรื่องอะไรก็ได้มาให้ผมทำจะได้เลิกคิดมากเรื่องที่ลูกของเราจากไป

 

เสียดายที่ผมยังคงคิดอยู่ทุกวัน

 

ทุกคืน

 

ทุกเวลา

 

ผมคิดถึงเขา 

 

“แม่ฮะ”

 

“ซีวาน” เสียงของลูกคนโตดังขึ้นพร้อมที่เจ้าตัวน้อยพาน้องชายเดินมาหาผม ส่งผลให้ผมรีบปาดน้ำตาบนใบหน้าออก ก้มมองทั้งสองคนก่อนจะอุ้มขึ้นมานั่งตัก แดเนียลเบียดแก้มลงกับอกผม ออดอ้อนให้ผมรู้สึกดีขึ้นหลังจากขังตัวเองอยู่ในห้องมาตั้งหลายวัน

 

เกือบอาทิตย์แล้วที่ผมไม่ยุ่งกับใครเลย

 

“แม่หิวไหมฮะ”

 

“ไม่ครับ แม่ไม่หิว” ผมส่ายหน้า ฝืนยิ้มขณะลูบหัวเขาไปมา “ซีวานกับแดเนียลกินข้าวหรือยังครับ?”

 

“กินแล้วฮะ แต่พ่อให้มาชวนแม่ไปกินข้าว” หลุบตาต่ำนึกคิดถึงคุณสามีทั้งสองที่ผมไม่เปิดปากคุยด้วยเลย มันเป็นความรู้สึกผิดที่ทำให้ผมทนมองหน้าพวกเขาไม่ไหว ผมอาจจะคิดมากที่เลือกรับความผิดมาใส่ตัวแทนที่จะมองข้ามแล้วมูฟออนต่อไป ทว่าการเสียลูกในท้องไปมันเป็นอะไรที่หนักมากจริงๆ “พ่อบอกแม่เศร้า ต้องการเพื่อน”

 

“แต่แมะมะเปิดตู ดะเน่ว กะพี่ เข้ามะได้” เจ้าลูกคนรองพยายามสื่อสาร เขาเริ่มจะพูดได้แล้วแม้จะอ้อแอ้ๆ ก็ตาม เล่นเอาผมต้องสูดหายใจเข้า กดกอดสะอื้นที่แล่นมาจุกอกลงไปแล้วจูบหน้าผากพวกเขา พยายามห้ามไม่ให้ตัวเองร้องไห้ทั้งที่ร้องมาตลอดหลายวัน “แมะเศร้า เน่วไม่อยากเห็นแมะเศร้า อยากมีความสุข”

 

“แม่รู้ลูก แม่รู้” ผมพยักหน้าเสียงสั่นไหวพาให้ต้องเบือนหน้าหนีซ่อนน้ำตา “ขอโทษนะที่แม่ไม่ออกไปเล่นด้วยเลย แม่...แม่ยังทำใจไม่ได้ที่เราเสียน้องไป”

 

“แม่ฮะ”

 

“ขอเวลาแม่อีกหน่อยนะ อีกนิดเดียวแม่ก็จะกลับมาเข้มแข็ง แต่ตอนนี้แม่อ่อนแอมากเลย แม่ แม่รู้สึกเหมือนเป็นต้นเหตุทำให้น้องจากเราไป” ผมคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ถึงพูดกับลูกชาย หวังเพียงแค่ว่าเขาจะไม่เข้าใจแล้วทำเพียงปลอบประโลมผม ริมฝีปากเม้มปากกันแน่น ปาดน้ำตาออกลวกๆ ขณะเดียวกันก็พยายามฝืนยิ้มให้ “เด็กๆ อดทนอีกหน่อยนะ ขอเวลาแม่อีกหน่อย”

 

“พ่อบอกว่าไม่ใช่ความผิดแม่” ซีวานเช็ดน้ำตาให้ “ไม่มีใครอยากให้น้องไป แต่ว่าแม่ฮะ แม่รู้ไหม”

 

“อะไรครับ?”

 

“น้องอยู่บนฟ้า”

 

“อะ...”

 

“ตายายเลี้ยงน้องอยู่ฮะ ปู่กับย่าด้วย พวกเขาเลี้ยงน้องอยู่เพราะงั้นแม่อย่าห่วงน้องเลย น้องมีความสุขแล้วฮะ” คำพูดของซีวานทำผมสะอื้น เนื้อตัวสั่นพร้อมฝังหน้าลงกับไหล่เล็กๆ ของเจ้าตัวน้อย ซีวานเอื้อมมือมาลูบแก้มผม เช็ดน้ำตาให้พลันเปลี่ยนเป็นกอดหัวผมเช่นเดียวกับแดเนียลที่กอดคอผม มอบไออุ่นเล็กๆ กับความรักอันยิ่งใหญ่ขับไล่ความรู้สึกที่ติดอยู่ในใจไป “แม่ยังมีเรานะฮะ เรารักแม่ พ่อรักแม่ เราเป็นห่วงแม่มาก”

 

“ฮึก”

 

“แมะต้องแข็งๆ แข็งเปงหิน” แดเนียลกระซิบยื่นหน้ามาหอมแก้มผม “ดะเน่วรักแมะ”

 

“แม่ต้องสู้นะฮะ แม่ไม่ผิด ตอนนี้น้องก็แค่ไปเดินเล่นในที่ไกลๆ”

 

“แม่ ฮือ”

 

“แต่น้องรักแม่นะฮะ น้องรักแม่เหมือนที่พวกเราทุกคนรักแม่เลย” 

 

พรุ่งนี้ 30 พค เปิดพรีออเดอร์ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษตอน 9 โมงเช้านะคะ เกียมเงินเตรียมเปย์ได้เลย! 

LOADING 100 PER 

เรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับเราได้เสมอ มีลางบอกให้เตรียมใจรับก่อนมันเกิดขึ้น 

โลกนี้เต็มไปด้วยเรื่องไม่คาดฝัน หากไม่ระวังจะพลาดท่าให้ความทุกข์ 

ความสุขที่มีอาจถูกสีเทาแต่งแต้มจนหม่นหมอง ความรักที่มีไม่ได้ถูกทอน 

แต่นี่คือการทดสอบว่าจะก้าวผ่านมันไปได้ยังไง 

โปรดเตรียมใจก่อนเริ่มต้น เมื่อสิ้นสุดอาจมีคนร้องไห้ 

จงยึดมั่นว่าโลกนี้คาดการณ์ไม่ได้ พระเจ้าเท่านั้นที่ล่วงรู้ความจริง 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น