Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 25 : ฝากลูกให้อาเลี้ยง

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 25 : ฝากลูกให้อาเลี้ยง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 11:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 25 : ฝากลูกให้อาเลี้ยง
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 25 : ฝากลูกให้อาเลี้ยง 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

“จะบ้าหรือไงดีแลนนี่เราอยู่ในห้างนะ สำรวมหน่อยสิ” ผมเบิกตากว้างใส่คนที่ตะโกนเสียงดังจนต้องเข้าตะครุบปาก รู้นะว่าหึงแต่ไม่จำเป็นต้องแสดงอนุภาพขนาดนี้ก็ได้ เดี๋ยวคนอื่นเขาตกใจ แจ้งยามมาลากพวกเราออกจากขึ้นมาจะทำไง

 

ของของลูกยังไม่ได้สักชิ้นเลยนะ

 

“ก็คุณมีกลิ่นของมันติด นี่มันกอดคุณนานแค่ไหนกัน?” คุณพ่อย่นคิ้วใส่ผมพร้อมดึงมือผมออก รั้งผมไปกอดเพื่อดอมดมกลิ่นของแพทริคที่ติดตัวผมมาตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ผมว่าเขาก็ไม่ได้กอดผมนานเท่าไหร่นะ ไม่น่าจะมีกลิ่นติดขนาดที่ทำดีแลนฉุน อาจเพราะประสาทสัมผัสของฉลามนั้นดีด้วย เขาเลยได้กลิ่นที่คนทั่วไปไม่รู้สึกกัน

 

ดายเองก็ทำจมูกฟุดฟิด เดาว่าคงได้กลิ่นเช่นเดียวกัน ลามไปยันซีวานที่พองลมในแก้ม ย่นจมูกตามทำมือไปมาโบกพัดให้ลมอ่อนๆ ไล่กลิ่นน้ำหอมที่ตัวผมออกไป ขนาดแดเนียลยังร้องอ้อแอ้เหมือนไม่พอใจ สุดท้ายคือจมูกดีกันทั้งบ้านยกเว้นผม

 

“ก็ไม่ได้นานขนาดนั้น คุณคิดมากไปเองหรือเปล่า?”

 

“นั่นคือการยอมรับว่าคุณถูกเขากอดใช่ไหม?” ดายถาม ผมอึกอักไปชั่วครู่เพราะรู้ว่าหากยอมรับจะยิ่งทำให้เรื่องแย่ไปกันใหญ่ ทว่าหากไม่พูดอะไรก็เรื่องใหญ่พอกัน สองหนุ่มจับจ้องมาที่ผม คาดคั้นคำตอบผ่านสายตา

 

“เขากอดแม่ฮะ”

 

“ซีวาน”

 

“กอดแน่นแบบนี้เลย” เจ้าลูกคนโตตอบแทนผม หนำซ้ำยังมือเหมือนกำลังกอดใครสักคนให้ได้เห็น ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติคงเป็นอะไรที่น่ารัก แต่เพราะตอนนี้พวกเรากำลังมีปัญหา คำสารภาพของซีวานเลยไม่ต่างจากน้ำมันที่ราดลงบนตัวคุณพ่อ “แต่ซีวานช่วยแม่นะ แม่ไม่ได้กอด”

 

“แต่ก็ยังถูกกอดอยู่ดี” เป็นดายที่กดเสียงต่ำ ดวงตาที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธนั่นทำผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “กลิ่นถึงติดมาขนาดนี้ ถึงจะกอดไม่นานจมูกพวกเราก็ดีนะโซล”

 

“โธ่ดาย เดี๋ยวกลับบ้านผมรีบไปอาบน้ำก็ได้”

 

“แปลว่าเราต้องทนดมกลิ่นมันไปตลอดทางเนี่ยนะ?” ดีแลนเลยคิ้วใส่ “ผมไม่ยอมให้กลิ่นของมันติดตัวคุณไปจนถึงกลับบ้านแน่โซล ไม่มีทาง”

 

“ใจเย็นก่อนสิ ผมมีเสื้อผ้าเปลี่ยนที่ไหนกัน”

 

“ถ้าไม่เปลี่ยนผมจะไปกินหัวมัน”

 

“ดีแลน...!”

 

“ให้ตายเถอะหงุดหงิดชะมัด กลิ่นมันเหม็นสาปเป็นบ้าเลย” เจ้าตัวสบถไม่สนใจเลยว่าลูกจะจำแล้วไปเลียนแบบไหม ดวงตาของเขาวาวโรจน์ เข้าใจเลยว่าทั้งโกรธ ทั้งหึงแค่ไหน ดายเองก็เลือกที่จะเงียบ เขาไม่จำเป็นต้องพูดในเมื่อน้องชายพูดแทนใจไปให้หมดทุกอย่าง ทำเอาผมถึงกับถอนหายใจ ดูท่าคงจะไม่ได้กลับบ้านแน่ถ้าเป็นแบบนี้

 

ผมไม่อยากให้เรามีปัญหากันด้วยสิ สุดท้ายก็เลือกที่จะยอมลงให้ก่อน

 

“ก็ได้ครับ ผมจะไปซื้อเสื้อใหม่จะได้ไม่มีกลิ่นติด”

 

“โซล”

 

“งั้นระหว่างที่ผมไปซื้อเสื้อคุณช่วยเอาของไปคิดเงินทีนะ แล้วเดี๋ยวเราไปเจอกันที่รถ ผมจะรีบตามไป” พ่นลมหายใจเล็กน้อยให้ความเครียดมันมลายหายไป ในเมื่อปัญหามันอยู่ที่ตัวผม ก็ต้องแก้ที่ผมนั่นแหละถูกแล้ว อีกอย่างผมเองก็ไม่ได้ชอบหรอกที่มีกลิ่นผู้ชายติดร่างเว้นกลิ่นของคุณสองสามีขี้หึงนั่น

 

ผมลูบหัวซีวานสลับกับแดเนียลเพื่อบอกให้ลูกอย่าซนตอนอยู่กับเขา

 

ทว่าดายกลับคว้าแขนผมไว้

 

“เราจะไปด้วยกัน”

 

“หา?” ผมย่นคิ้วใส่ “ไม่ต้องก็ได้ครับ ผมไปได้ คุณรออยู่ที่นี่กับเด็กๆ เถอะ”

 

“ไม่ได้หรอก เพราะผมไม่ไว้ใจผู้ชายคนนั้น”

 

“ป่านนี้เขากลับถึงบ้านแล้วมั้งครับ” ส่ายหน้าไปมาคล้ายเอ็นดูกับคำพูดเขา ทั้งที่ความจริงคืออยากให้เขาปล่อยวางลงสักหน่อย เราต่างก็เห็นว่าทันทีที่เขาขู่แพทริค เจ้าตัวก็รีบวิ่งออกจากห้างไปตั้งแต่เราเดินจากมา ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเขาคงไม่กล้ากลับมารุ่มร่ามกับผมอีก “อีกอย่างถ้าคุณไปกับผมใครจะดูเด็กๆ กัน”

 

“อ้าว ครอบครัวฉลามยังไม่ถึงบ้านกันอีกเหรอ”

 

“หืม?” เสียงเรียกที่ดังขึ้นรั้งพวกเราทั้งหมดไปหาคนที่เดินเข้ามาทัก นัยน์ตาสีสวยแสดงความแปลกใจนิดหน่อยที่เจอพวกเรา ขณะที่เรียวปากยกยิ้มตอนเห็นเจ้าตัวเล็กที่เบิกตากว้างใส่ แดเนียลร้องแอ้ทันที ซีวานเองก็ถึงขั้นดันตัวดายให้ปล่อยเขาลงเพื่อที่จะได้วิ่งไปหาคนที่เราตกลงกันไว้ว่าให้ดูแลบ้านผม

 

หากแต่ตอนนี้เรากลับอยู่ห้างเดียวกัน หนำซ้ำเขายังถือของพะรุงพะรังเยอะแยะเลย

 

“อา อาฮะอา”

 

“ฮึบ ได้ตัวแล้ว” โนเอลหัวเราะตอนอุ้มซีวานขึ้นมานั่งบนแขน เจ้าตัวน้อยยิ้มกว้างดูดีใจมากเลยที่ได้เจอกับพ่อทูนหัวของเขา เราเองก็แปลกใจที่เจอเขาเหมือนกัน “ไม่คิดว่าจะเจอกันนะเนี่ย ผมนึกว่าพวกคุณยังไม่ออกมาไม่ก็กลับไปแล้วซะอีก”

 

“ผมก็นึกว่าคุณถึงบ้านผมแล้วเหมือนกัน”

 

“เผอิญยางรถผมรั่วตอนขับมาบ้านคุณพอดี ไม่รู้ใครเอาตะปูมาทิ้ง ผมเลยแวะร้านซ่อมรถแถวนี้ให้เขาเปลี่ยนยางให้” เจ้าตัวบอกพร้อมผงกหัวไปทางที่เขามา ขยับเข้ามาใกล้นิดหน่อยยื่นมือไปเช็คแฮนด์กับแดเนียลที่หัวเราะลั่นอย่างชอบใจ “ระหว่างรอก็เลยแวะมาดูของเห็นเขาบอกว่าวันนี้มีคอลเลคชั่นเสื้อผ้าใหม่ ผมซื้อชุดมาฝากซีวานกับแดเนียลด้วยนะ ถ้าคุณเห็นต้องชอบมันแน่ๆ ผมฟันธงได้”

 

“ผมคิดว่าเวลานี้ไม่เหมาะกับการโชว์ชุดเท่าไหร่” ผมยิ้มอ่อนให้ บอกตามตรงว่าอยากจะเนียนขอดูชุดที่เขาซื้อเพื่อให้บรรยากาศตอนนี้มันดีขึ้นอยู่นะ ติดแค่ว่าถ้าผมทำกลัวมันจะเป็นการเพิ่มคดีให้ติดตัวมากกว่า “เอาไว้ถึงบ้านแล้วเราค่อยดูกันนะโนเอล”

 

“งั้นรีบกลับเลยไหม ผมอยากให้เด็กๆ เห็นเร็วๆ นี่ช่างก็โทรตามผมแล้วเหมือนกัน”

 

“ก็ได้...”

 

“โทษทีโนเอล เราสามคนมีเรื่องต้องเคลียร์กัน”

 

“หืม? มีปัญหาอะไรกัน?”

 

“ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็แค่หึงหวงกันธรรมดะ...”

 

“มีคนมาแกล้งแม่ฮะ พ่อเลยจัดการ” ซีวานตอบรับแทนผม ดูจะอยากฟ้องทุกคนเลยว่าผมโดนใครกลั่นแกล้ง หนำซ้ำยังเบ้ปากทำหน้ามุ่ยอีก ดีแค่ไหนที่ตอนนี้เขี้ยวกับครีบหายไปแล้วน่ะ “เขากอดแม่ฮะ แม่มีกลิ่นเขา ซีวานไม่ชอบกลิ่นเขา”

 

“เดี๋ยวนะ นี่หมายความว่าไง” โนเอลรีบห้ามทัพไว้ “นี่คุณปล่อยให้ใครไม่รู้มากอดคุณเหรอ?”

 

“ที่จริงผมก็ไม่ได้อยากทำแบบนั้นหรอก ผมแค่ตกใจน่ะ” พยายามแก้ตัวก่อนจะถอนหายใจซ้ำอีกครั้ง พอมีคนถามก็ต้องเล่าอีก ซึ่งพอเล่าอีกก็เท่ากับตอกย้ำสิ่งที่เกิดขึ้น นั่นแปลว่ายิ่งเพิ่มความหงุดหงิดให้คุณสองสามีมากขึ้นกว่าเก่า “แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่าเขามาว่าซีวาน คุณพ่อก็เลยโกรธกัน”

 

“โฮ้ นี่นอกจากมันจะกอดคุณแล้วมันยังกล้าว่าลูกฉลามอีกเหรอ มันเป็นใครกันทำไมไม่รักตัวกลัวตายบ้าง”

 

“เขาบอกว่าเป็นแฟนเก่าโซลน่ะ”

 

“…!!”

 

“เพราะงั้นตอนนี้เราเลยว่าจะไปเคลียร์กัน คุณพอจะดูเด็กๆ ระหว่างรอเรากลับมาได้ไหมล่ะโนเอล” ดายเข้ามากอดเอวผม สบตากับโนเอลที่เลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ผมคิดว่าเขาอาจจะช็อคกับสิ่งที่ได้ยิน รวมถึงตกใจที่สองหนุ่มยังไม่เลิกแสดงแววตาดุดัน “เราสามคนคงไปกันไม่นาน แค่จะไปหาชุดใหม่ให้โซลเปลี่ยนเท่านั้น”

 

“แน่ใจเหรอว่าจะไปหาชุดเปลี่ยนกัน ทำไมผมรู้สึกเหมือนว่าพวกคุณกำลังหาสถานที่ใหม่ๆ ทำเรื่องอย่างว่า” ร่างโปร่งเลิกคิ้วมองหน้าพวกเราสลับกันไปมา ก่อนจะมองซ้ายมองขวาทำหน้าจริงจัง “ผมขอเตือนไว้ก่อนเลยนะว่าที่นี่มีกล้องวงจรปิด ถ้าจะทำอะไรไม่ดีล่ะก็พวกคุณควรจะไปทำที่บ้าน ถึงจะมีเงินพอที่จะปิดข่าวฉาว แต่ถ้าไม่ทำกันน่าจะดีกว่า”

 

“พวกเราแค่คุยกันเองโนเอล ไม่ได้...จะทำอะไรแบบนั้น” ผมตอบเสียงอึกอัก ถึงจะแอบรู้ว่าการ ‘คุย’ กันของเรามักมาในรูปแบบไหน “พวกเราจะรีบคุยแล้วก็รีบมาพาเด็กๆ กลับบ้านไป”

 

“สาบานสิว่าคุณไม่คิดอย่างที่ผมพูดไป”

 

“ผม...”

 

“ตอนนี้สามีคุณแทบจะฉีกเสื้อรอแล้วนะ อีกนิดคือเอ้าท์ดอร์กับคุณตรงนี้แล้ว” 

 

“ชู่ว เงียบเลยนะโนเอล พูดอะไรเนี่ย ซีวานกับแดเนียลอยู่ตรงนี้นะ” ผมเอานิ้วชี้แนบปากตัวเองห้ามปรามไม่ให้อีกฝ่ายพูดอะไรแบบนั้นออกมาอีก ถ้าเกิดพวกเขาเป็นเด็กปกติ ผมจะไม่คิดมากเลยเพราะคงไม่เข้าใจความหมาย แต่นี่พวกเขาเป็นลูกฉลาม ยิ่งซีวานพัฒนาการก้าวหน้าไปหลายขั้น อดคิดไม่ได้ว่าเขาจะเข้าใจเรื่องที่เราพูดกัน

 

“เอาเป็นว่านายเลี้ยงหลานไปจนกว่าพวกเราจะกลับมา” ดีแลนเป็นฝ่ายปิดบทสนทนาก่อนจะคว้าแขนผมเตรียมลากให้เดินไปด้วยกัน ไม่วายก้มลงไปบอกลูกชายก่อน แดเนียลจะได้ไม่ร้องตอนเราหายไป “เดี๋ยวพ่อมานะครับคนเก่ง ขอไปคุยกับคุณแม่ก่อนแล้วจะรีบกลับมารับ”

 

“แอะๆ”

 

“อยู่กับพี่ซีวานและคุณอาก่อนนะครับ ไม่ดื้อ ไม่ซนนะ”

 

“แอ้~” แดเนียลขานรับยิ้มหวานเลยตอนคุณพ่อหอมแก้ม หลังจากนั้นทั้งสองก็ลากผมให้ออกมาจากรถเข็น ไม่คิดจะให้ผมได้คุยกับเจ้าตัวเล็กบ้างเลยว่าเราจะไปคุยกันที่ไหน โนเอลเองก็ได้แต่ยิ้มแหยให้ สัมผัสได้ลางๆ ว่าเขาค่อนข้างกังวลกับการ ‘คุย’ กันของพวกเราทั้งสามคน

 

ติดแค่พูดออกมาไม่ได้ เพราะคุณสามีทั้งสองไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดเลย

 

“ขอจองห้องลองชุดสักชั่วโมงนะครับ”

 

“เอ๊ะ!” ผมสะดุ้งเมื่อดีแลนไปติดต่อกับพนักงานที่ประจำห้องลองชุด ปกติแล้วห้องลองเสื้อผ้าอะไรพวกนี้จะเล็กมาก ยืนคนเดียวยังอึดอัดไปหมด แต่ที่นี่กลับใหญ่โต มีพื้นที่มากพอที่จะจุคนได้ประมาณห้าหกคน เนื่องจากว่ามันเป็นสถานที่ที่พวกแบรนด์ต่างๆ มักชอบมาลองของกัน

 

หนำซ้ำยังมีม่านปิดประตูกำบังอีกต่างหาก เรียกได้ว่าเหมาะแก่การ...

 

“อื้อ!”

 

ปึง !

 

หลังของผมกระแทกกับกำแพงด้านในทันทีที่ดายผลัก เขาดันร่างผมชิดกับมันขณะที่กดจูบลงมาลุกล้ำผม ร่างสูงกัดปาก บังคับให้ผมเปิดปากออกเพื่อที่เขาจะได้สอดลิ้นเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวาน ไม่สนใจเลยว่าก่อนหน้านี้เขาเพิ่งบอกว่าเราจะมาคุยกัน

 

คุยแบบที่ใช้ร่างกาย 

 

“อ๊ะ อื้อ” ผมครางในลำคอริมฝีปากรู้สึกเจ็บยามถูกบดเคล้าด้วยแรงอารมณ์ ดายประคองใบหน้าผม แทรกลิ้นมากวาดต้อนความหวานอย่างจาบจ้วง เวลาเดียวกันมือหนาก็เริ่มถอดเสื้อของผมไปด้วย ขนาดผมรั้งมือเขาไว้เจ้าตัวยังดึงให้มาคล้องคอเขา ไม่นานก็เปลี่ยนมาไซ้ซอกคอขาวไม่รออะไรทั้งนั้น “เดี๋ยวดาย หยุดก่อน อื้อ ผมเจ็บ”

 

สะท้านเฮือกเมื่อคมเขี้ยวฝังเข้าที่ลำคอ ทำผมนิ่วหน้าแทบน้ำตาไหล รู้เลยว่าดายกำลังหงุดหงิดมากๆ เช่นเดียวกับดีแลนที่ปิดม่านพร้อมลงกลอนล็อคประตูเอาไว้ ได้ยินเสียงเขาบอกให้พนักงานไปไกลๆ อย่ามาอยู่ใกล้แถวนี้เพราะจะคุยงานที่เป็นความลับ

 

ถ้าเป็นคนปกติก็คงไม่เชื่อหรอกว่าคุยงาน ไม่เห็นถือเอกสารหรือชุดเข้ามาลองเลยสักนิด ทว่าพอยัดเงินให้จำนวนนึง...

 

แคว้ก !

 

“ทำอะไรเนี่ยดีแลน...!” ผมตะครุบปากตัวเองแทบไม่ทันเมื่อจู่ๆ ร่างสูงคนน้องก็ตรงเข้ามากระชากเสื้อผมออกจนเผยให้เห็นผิวขาว นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาโยนเศษซากเสื้อของผมทิ้ง หนำซ้ำยังใช้เท้าเขี่ยมันออกไปให้ห่างตัวอีก “ใจเย็นๆ ก่อนได้ไหม ไหนพวกคุณบอกว่าเราจะคุยกันไง”

 

“เราก็กำลังคุยกันอยู่นี่ไงที่รัก”

 

“อ๊ะ”

 

“และเราจะคุยกันจนกว่ากลิ่นมันจะหมดเลย” กดเสียงต่ำให้รู้ว่าสวมวิญญาณนักล่า แววตาของพวกเขาวาวโรจน์ ขนาดฉีกเสื้อผมออกไปแล้วยังไม่หยุดคลั่ง ดายกดจูบที่ซอกคอผม ซุกไซ้เปลี่ยนท่าให้ตัวเองเป็นฝ่ายแนบหลังกับกำแพง ส่วนดีแลนก็เข้ามากอดผม ชั่วแปปเดียวก็ถอดกางเกงผมออกจากร่าง

 

นาทีนั้นความเขินอายพุ่งขึ้นใบหน้า มันจะไม่น่าอายเลยถ้าห้องลองชุดมันไม่เป็นกระจกรอบด้าน นัยน์ตาสวยมองผิวขาวที่แดงช้ำผ่านกระจก ผมเห็นตัวเองเปลือยเปล่าอยู่ต่อหน้าเขา ยิ่งมีแสงไฟอาบไล้ร่างกายก็ยิ่งเห็นชัด ไม่มีตรงไหนที่ไม่ปรากฏให้ได้เห็น

 

ดีแลนใช้มือลูบไปทั่วตั้งแต่บ่าเล็กจนถึงหว่างขา ปลุกเร้าให้ผมตื่นตัวขึ้นเช่นเดียวกับดายที่ย่อตัวลงคุกเข่าต่อหน้า

 

แล้วตวัดนัยน์ตานักล่าขึ้นมา

 

“เริ่มคุยกันเถอะ…ทูนหัว” ว่าจบร่างสูงก็กอบกุมส่วนอ่อนไหวของผมเข้าไปในปาก บังคับให้แยกขาออกจะได้แทรกกลางได้ง่ายๆ ตัดภาพไปที่ดีแลนเขาดันให้อกผมชิดกับกระจก ไล่จูบตั้งแต่ท้ายทอยพร้อมถอดเสื้อตัวเองออกไปด้วยกัน มือหนาบีบขย้ำไปทั่วทั้งกาย แวะหยอกล้อกับยอดอกเล็กน้อยก่อนจะชะโงกหน้ามาดูดดุน

 

ผมกัดปากแน่นพยายามกลั้นเสียงไม่ให้คนด้านนอกรู้ เราไม่อาจรู้ได้เลยว่ากำแพงที่นี่เก็บเสียงแค่ไหน ซึ่งผมรับประกันได้เลยว่ามันคงเก็บได้ไม่เท่าไหร่

 

“อ๊ะ อ๊า เบามือหน่อยได้ไหม”

 

“มันอดไม่ไหวจริงๆ ที่รัก” ดีแลนบังคับให้ผมจูบกับเขา ขบกัดริมฝีปากล่างลงโทษที่มีกลิ่นผู้ชายติดตัว ว่ากันตามตรงกลิ่นมันควรจะหมดตั้งแต่ที่เขาฉีกเสื้อของผมแล้วไหม เราไม่ได้กอดกันนานขนาดที่ต้องทำถึงขนาดนี้ซะเมื่อไหร่ ดายเองก็ไม่ห้ามน้องชายเลยสักนิดปรนเปรอส่วนหน้า พลันผมก็ได้ยินเสียงถมน้ำลาย

 

เขาใช้หยาดใสพวกนั้นในการเบิกทางด้านหลังให้ ก้านนิ้วยาวบิดควานกระทบจุดเร้าเพราะรู้ดีว่ามันอยู่ตรงไหน ปากก็บีบรัด รูดรั้งเอาใจให้ผมครางรับอย่างช่วยไม่ได้ ดีแลนสอดลิ้นเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวาน บดขยี้ยอดอกซ้ำๆ จนมันแดงช้ำไปหมด

 

“อ๊ะ อ๊า ใจเย็นกันหน่อยสิ พวกคุณจะหงุดหงิดกันเกินไปแล้ว”

 

“ต้องหงุดหงิดสิโซล คุณมีกลิ่นผู้ชาย”

 

“แต่มันก็น่าจะหายไปตั้งแต่คุณถอดเสื้อผมแล้วไม่ใช่เหรอ” ผมถามกลับสะดุ้งเล็กน้อยตอนดายขบกัดช่วงล่างอย่างหยอกเย้า เวลาเดียวกันดีแลนก็ซุกไซ้ซอกคอผม ฝากฝังรอยแดงจ้ำให้รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ เสียงครางของผมหลุดออกมาเป็นระยะๆ ไม่เข้าใจเลยว่าพอเห็นตัวเองเปลือยเปล่าต่อหน้าพวกเขาทำไมมันถึงเร้าอารมณ์ขนาดนี้

 

ผมมักเหล่มองตัวเอง คอยสังเกตว่าเผลอทำสีหน้าแบบไหน ทั้งดวงตา ทั้งความรู้สึก มันแสดงออกว่าถึงปากจะห้ามพวกเขาไม่ให้ทำ แต่ก็สุขสมที่พวกเขาทำให้ ดายกระแทกนิ้วเข้าออกสลับกับกดจูบไปทั่วขาอ่อน ฝากรอยกัดให้ผมสะท้านเร่า กลับมาดูดดุนข้างหน้า ให้ผมหอบหนักกับกามารมณ์ที่พุ่งสูง

 

กึก !

 

เสียงเข็มขัดของดีแลนถูกปลดออก สัมผัสได้ถึงความร้อนที่ถูไปมาที่ช่องทางเขา ดายเอานิ้วออกให้ดีแลนจัดการส่วนหลัง เขารูดซิบกางเกง กอบกุมส่วนหน้าของตัวเองออกมารูดรั้งไปด้วยกัน คำถามของผมไร้ซึ่งคำตอบ พวกเขาเลือกที่ใช้การกระทำเป็นตัวบอกว่าเวลานี้เขาต้องการผมมากแค่ไหน

 

มือหนาตบลงบนสะโพกให้ผมตื่นตัวจนเผลอเสร็จในปากดาย

 

“อ๊า!”

 

“คุณเสร็จไวนะโซล” เจ้าตัวคนรับแลบลิ้นเลียหยาดขาวที่ซึมออกจากมุมปาก นัยน์ตาสีดำตวัดขึ้นมามองหน้าผม ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ยามได้เห็นผมที่แสดงความเขินอายต่อหน้าเขา พอมาทำในที่ที่มีกระจกรอบด้าน ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังทำกันต่อหน้าใครก็ไม่รู้ที่จับจ้องเรา “คุณตื่นเต้น?”

 

“ผม...ผมแค่อยากกลับไปดูลูกเร็วๆ”

 

“โนเอลเอาอยู่น่า” ดีแลนตอบกลับ ปกติเขาห่วงลูกจะตายชักชนิดที่ว่าไม่ยอมให้ใครแตะต้อง ทว่าตอนนี้กลับเป็นฝ่ายบอกเองว่าพ่อทูนหัวจะเอาหลานดายไล่จูบมาตั้งแต่ขาอ่อน ถึงหน้าท้องที่พวกเขามักใช้คุยสื่อสารกับลูกตอนอยู่ในครรภ์ ได้ยินเสียงดูดซับเบาๆ หากแต่หลายที่จนผมมั่นใจว่าอีกสักพักมันต้องแดงเป็นรอยรัก ขณะเดียวกันดีแลนก็เริ่มที่จะลุกล้ำ

 

ความรุ่มร้อนแทรกผ่านทางเข้า กดดันร่างเข้ามาจนสุด ผมแทบพาตัวเองสิงเข้าไปในกระจก ยกสะโพกขึ้นโดยอัตโนมัติ พร้อมกับหอบหายใจ พยายามจะผ่อนให้ช้าจะได้ผ่อนคลายกับการรับตัวตนของเขา เราไม่ได้มีเซกส์กันมาสักพักแล้ว เพราะงั้นมันเลยคับแน่นไปหมด

 

“อื้อ อึก อยะ...อย่าเพิ่งขยับ”

 

“อึดอัดเหรอที่รัก” เจ้าตัวกระซิบกดจูบเข้าที่หัวไหล่มน “ตัวคุณร้อนมากเลย ในนี้ก็อุ่นจนเหมือนจะละลายผมได้”

 

น้ำเสียงยั่วเย้าคลอเคลียอยู่ข้างหู เขาไม่ได้ถอดกางเกงจนหมดเช่นที่ทำกับผม เขายังคงสวมกางเกง เพียงแค่ปลดให้ตัวเองมีเซกส์ได้ หนำซ้ำยังใส่เสื้อไว้ แค่ปลดกระดุมให้เห็นแผงอกล่ำเท่านั้น ผมกัดฟันแน่น ขาก็เริ่มสั่น ดีที่มีดายคอยจับข้อพับไว้เลยไม่ร่วงไปซะก่อน

 

“ผมขยับแล้วนะ คุณโอเคไหม”

 

“ใจเย็นได้ไหม ของคุณไม่ใช่อันเล็กๆ นะดีแลน” เจ้าของชื่อยกยิ้ม หอมแก้มผมเป็นการปลอบ ทว่ายังไม่ทันที่ผมจะชินดีเขาก็เริ่มขยับกายเข้าออก แรกเริ่มช่างเนิบช้า ให้ผมทำความรู้จักกับตัวตนที่ไม่ได้แตะต้องมาหลายเดือนของเขา ดายครอบครองส่วนนั้นของผมด้วยปากเขาอีกครั้ง ไล้มือมาบีบยอดอกให้ผมครางกระเส่าไม่ยอมหยุด

 

ผมไม่อาจยืนได้เต็มเท้า ดีแลนสอบกายหนักขึ้นเมื่อเขารู้สึกว่าผมรับอะไรที่แรงกว่า เจ้าตัวกดผมให้แนบกระจก แผ่นอกผมสีกับกระจกไปมาราวกับว่าตอนนี้ผมกำลังเล่นกับตัวเองอยู่ยังไงยังงั้น

 

“คุณดูอีโรติกจัง”

 

“อ๊ะ อ๊า”

 

“เหมือนผมกำลังทำกับโซลสองคนเลย” ผมเผลอกัดปากกลั้นเสียงครางเนื่องจากไม่รู้ว่าจะมีคนได้ยินเสียงของเราบ้างไหม ถึงจะไม่ใช่ลูกค้าก็อาจเป็นพนักงานก็ได้ ผู้ชายสามคนเดินเข้ามาในห้องแต่งตัวโดยไม่คิดจะหยิบชุดอะไรมันย่อมตกเป็นเป้าสายตาอยู่แล้ว

 

ดีแลนจับเอวผมไว้แน่น กระแทกกายย้ำเน้นตรงจุด ดายรูดรั้งข้างหน้าผมเร็วขึ้นเหมือนกับว่าทุกครั้งที่น้องชายเขาย้ำกาย ตรงนั้นของผมจะเข้าปากเขาพอดี ผมหอบหายใจในหัวขาวโพลนไม่เหลือแม้กระทั่งหน้าลูก เวลานี้มีเพียงแค่ภาพผมที่ปรากฏในกระจก กำลังถูกคนใจร้ายแทะโลมไปทั่วร่าง

 

ร่างสูงจับปลายคางผมให้หันมาจูบกันอีกครั้ง แลกเปลี่ยนหยาดหวานกับลมหายใจสลับกับฟังเสียงครางลั่น เวลาส่วนปลายโดนจุดเร้า ผมไม่อาจกลั้นเสียงที่หลุดออกมาได้ ภาวนาอย่างเดียวคือขออย่าให้ใครได้ยินหรือสงสัยว่าเรากำลังทำอะไร

 

“ลองท่านี้ดีไหม น่าสนุกดี”

 

“ดีแลน อื้อ!” ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อเขาช้อนข้อพับผมให้อ้าออก ก่อนจะอุ้มในท่าหวาดเสียวที่พาให้ผมต้องเอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อกอดคอเขาไว้ กายร้อนยังอยู่ในตัวผม ท่านี้ทำให้ผมเห็นเวลามันเข้าออกชัดเจนยิ่งกว่าอะไร ทำเอาผมต้องหลับตาปี๋ไม่กล้ามองเลยว่ามันน่าอายแค่ไหน

 

“ดูสิที่รัก คุณน่ารักมากเลยเห็นไหม”

 

“อ๊ะ อ๊า”

 

“ผมอยากฟัดคุณให้ตายจังเลย” หลากคำพูดอีโรติคถูกกระซิบยั่วอยู่ข้างหู ดีแลนกระแทกกายหนักขึ้น แยกขาผมออกเพื่อให้ดายได้มีส่วนร่วมกับด้านหน้า ผมไม่กล้าแม้แต่จะดูว่าตอนนี้ตัวเองทำหน้ายังไง หรือว่าพวกเขาสุขสมแค่ไหน ความเสียดเสียวทำผมร้องไห้ สักพักดีแลนก็เป็นฝ่ายค่อยๆ ย่อตัวนั่ง ให้ผมคร่อมตักทั้งที่หันหลังให้ กอดผมไว้แน่นสอบกายรัวเร็วให้ผมหอบหนักยิ่งกว่าอะไร

 

ไม่นานหยาดขาวก็ถูกปลดปล่อย หากแต่คนด้านหลังยังย้ำกายไม่ยอมหยุด ติดแค่ว่าคราวนี้ดายขยับเข้ามาใกล้ เขายืดตัวขึ้น ใช้ปลายนิ้วโป้งไล้ริมฝีปากผม กดปลายคางให้อ้าปากก่อนจะสอดกายร้อนให้เข้ามาลองชิม

 

ผมช้อนตาฉ่ำน้ำมองเขาอย่างเชิญชวน ร่างกายสั่นไหวตามแรงส่งของคนด้านหลัง ขณะเดียวกันก็ต้องคอยรูดรั้งให้คนที่อยากจะเสร็จสักครั้ง ดายสวนสะโพกเข้ามาในปากผม ใบหน้าเร่าอารมณ์ หนำซ้ำยังครางต่ำด้วยความพอใจ ความร้อนของแก่นกายทำผมกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก บางส่วนหยดลงบนตัวผม ไหลไปที่พื้นเช่นเดียวกับหยาดขาวที่ผมเพิ่งปลด

 

ฉลามคนพี่ขยุ้มเรือนผมสีเข้มของผมไว้แน่น เขาเกร็งหน้าท้องจนขึ้นลอนกล้ามสวย ดีแลนจูบผมไปทั่วท้ายทอย บดขยี้ยอดอกหนักหน่วงให้ผมหลุดคราง เสียดายที่ดายอยู่ในปากผม จะส่งเสียงแต่ละทีก็ไม่ถนัด ถึงอย่างนั้นเขาก็ดูชอบที่จะได้เสียงอื้ออึงของผมมาก

 

เพียงชั่วอึดใจหยาดน้ำรักก็ถูกปลดปล่อยในช่องทาง ดีแลนถอนกายตัวเองออก แยกขาผมให้กว้างขึ้นเพื่อให้ดายสอดกายเข้ามาในตัวผม

 

“อ๊ะ อ๊า!” ครางกระเส่าตอนถูกขย่ม ดายจับข้อเท้าผมไว้พร้อมสอบเอวเข้าหา ดีแลนเอานิ้วเข้ามาหยอกล้อกับลิ้นผม ไล้วนไปพร้อมกับที่ส่วนหน้าของเขาถูอยู่ที่หลัง ดายกระแทกกายหนักมากทำผมตอดรัดชนิดที่ตัวสั่นเป็นลูกนก เขาโถมตัวมาจูบผมพาให้ส่วนปลายเข้ามาลึกขึ้นอีก “ดาย...!”

 

“ชอบไหมทูนหัว”

 

“อ๊า! อ๊า ลึก!”

 

“ชอบลึกๆ เหรอโซล ลึกแค่ไหนกันนะ” ดีแลนถามส่งสายตาให้พี่ชายจัดหนักมากกว่านี้ หยาดใสไหลรินผ่านหางตา รู้สึกเหมือนของดายขึ้นมาอยู่ตรงท้องเลยด้วยซ้ำ เสียงเนื้อกระทบเนื้อฟังดูหยาบโลนมากสำหรับพวกเรา คนพี่กระชากผมให้คร่อมตักดีแลน ส่วนน้องชายก็เขยิบไปนั่งชิดกระจก เพื่อที่ผมจะได้เห็นสีหน้าตัวเองว่ามันเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ขนาดไหน

 

ดีแลนดูดดุนยอดอกผม รูดรั้งส่วนหน้าจังหวะเดียวกับที่ดายย้ำกายใส่

 

ร่างกายของผมสั่นจนเหมือนจะเป็นไข้ ทุกที่ที่เขาสัมผัสมันร้อนระอุไปหมด ร่างสูงกดเข้าที่บ่าผม ยึดมันไว้แน่นราวกับกลัวผมขยับหนี ลมหายใจผมหอบถี่ ภาพตรงหน้าพร่าเลือนได้ยินเพียงเสียงกระแทกกายเท่านั้น และในช่วงที่พวกเรากำลังเร้าอารมณ์กัน...

 

“นายว่าเสื้อตัวนี้เหมาะกับฉันไหมเควิน?”

 

“อื้ออ!” ดายยกมือปิดปากผมทันทีที่ห้องข้างๆ มีการเคลื่อนไหว เสียงไม้แขวนเสื้อดังมาพร้อมกับเสียงพูดคุยของผู้ชายสองคนที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร รู้แค่ว่าเขากำลังใช้บริการห้องแต่งตัวข้างห้องเรา “อื้อ อื้ออ”

 

“ชู่ว โซล เดี๋ยวพวกเขาได้ยิน”

 

“อ๊า!”

 

“ทำแบบนี้จะไม่ยิ่งตื่นเต้นเหรอ?” ดีแลนเลิกคิ้วใส่ยิ้มกว้างตอนที่ผมหน้าแดงไปหมด ผมพยายามกัดปากตัวเองไม่ให้หลุดเสียงครางหวาน ดายเองก็ปิดปากผมแน่นมากทว่ายังสอบกายไม่หยุด คนน้องเองแทนที่จะช่วยกลับขบกัดหยอกอกผมแรงขึ้น เป็นจังหวะเดียวกับที่ดายลดมือมายึดสะโพก ผมเลยครางลั่นออกมาทันที

 

“อ๊า! อ๊า!”

 

“หืม ได้ยินเสียงอะไรไหม?” ผมเบิกตากว้างรีบฝังหน้าลงกับไหล่ดีแลน เมื่อคนด้านนอกเริ่มสงสัย ปากก็เม้มกันไว้ ห้ามแรงไม่ไหวก็ต้องกัดจนห้อเลือด ดีแลนจูบแก้มผม ลูบหลังเบาๆ เหมือนยั่วยวน มีการบีบขยำก้นผมอีก ยิ่งดายนี่แทบไม่ห่วงเลยว่าจะถูกจับได้ไหม สนใจแค่ว่าตอนนี้ต้องฟัดผม ขย้ำผมจนกว่ากลิ่นของแพทริคจะหมดไป

 

“ไม่เห็นได้ยินเสียงอะไรเลย นายหูฝาดไปหรือเปล่า?”

 

“ไม่นะเพื่อน ฉันว่าฉันไม่ได้หูฝาด” หัวใจของผมเต้นแรงไม่เป็นส่ำ “ฉันได้ยินเหมือนเสียงคราง นายว่าห้องด้านข้างเขาจะ...ทำอะไรกันอยู่หรือเปล่า?”

 

“!!!!” นาทีนั้นผมเบิกตากว้าง กอดดีแลนไว้แน่นเพราะกลัวว่าจะถูกเปิดมาเจอว่าทำเรื่องไม่ดีกันแค่ไหน แย่กว่านั้นคือเวลาที่ดายขยับกาย เสียงกางเกงกับเข็มขัดเขามันจะตีกันไปมาให้สงสัยว่าทำอะไรแปลกๆ ไหม “ดะ...ดาย เบาหน่อย ขอร้อง เบาแรง อ๊ะ”

 

“ผมจะเสร็จแล้ว”

 

“อื้อ อ๊ะ อ๊า” ผมตัวสั่นใจนึงก็ระทึกหวั่น อีกใจก็ตื่นเต้นแทบบ้า ในหัวคิดไปต่างๆ นานาว่าถ้าเขามาเห็นเราในสภาพนี้จะเกิดเรื่องไม่ดีแค่ไหน รับรองได้เลยว่ามันจะกลายเป็นข่าวฉาว เราคงไม่ได้มาที่ห้างนี้อีกก็ได้ ดีแลนรั้งใบหน้าผมไปจูบ บังคับมือผมให้รูดรั้งส่วนหน้าให้ ผมทำตามแบบที่เขาชอบ หวังเพียงแค่ว่าพวกเขาจะเสร็จกันไวๆ แล้วเราจะได้รีบออกไป

 

คนที่คุยกันอยู่ข้างนอกแผ่วเสียงลง ไม่รู้เลยว่ากำลังตั้งใจฟังพวกเราทำกันหรือว่าเดินหนีไปแล้ว รู้เพียงแต่ผมกำลังจะตายกับแรงส่งนั่น ดายย้ำกายอีกสองสามครั้ง กอบกุมส่วนหน้ามารูดรั้งไม่นานเราก็เสร็จพร้อมกัน หยาดขาวไหลผ่านซอกขา หยดลงบนพื้นตอนที่ผมแทบหมดแรงไปตรงนั้น

 

เสียดายที่ดีแลนพลิกกายผมให้นอนหงาย และการคุยกันของเราก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งทันที

 

“พอก่อน ขอร้อง ผมไม่ไหว”

 

“ขออีกรอบนะโซล มาถึงขนาดนี้แล้ว”

 

“แต่...แต่ถ้ามีคนได้ยิน”

 

“คุณลูกค้าคะ รบกวนไปใช้ห้องลองชุดทางนู้นนะคะ”

 

“อะ!” ผมสะดุ้งเมื่อเสียงผู้หญิงคนนึงด้านขึ้นจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงไม้แขวนเสื้อที่กระทบกันเป็นการบ่งบอกว่ามีคนแอบฟังอย่างที่ผมคาดการไว้ “อ่าได้ครับๆ พวกเรากำลังจะไป”

 

“แต่เอ่อ...ห้องนั้นเขา...”

 

“แขกวีไอพีกำลังคุยงานกันอยู่ค่ะ” พนักงานสาวตอบกลับเป็นจังหวะเดียวกับที่ดีแลนเริ่มขยับสะโพก “ยังไงเรียนเชิญไปใช้ห้องลองชุดทางนู้นนะคะ ตรงนี้ถูกจองหมดแล้ว ขออภัยในความไม่สะดวก”

 

“ไม่เป็นไรครับๆ พวกเราก็ไม่ทัน เอ่อ ไม่ทันถาม” ใครคนนึงแก้ตัว ส่วนผมก็เริ่มหลุดเสียงครางอีกครั้ง “เอาเป็นว่าเรารีบไปกันเถอะเจย์ ป่านนี้แฟนนายรอนานแล้ว”

 

“โอเคๆ”

 

“หึๆ” ดีแลนหัวเราะตอนที่เสียงฝีเท้าเดินออกไปจากโซนนี้ ตัดภาพมาที่ผมสิ หัวใจแทบวายอยู่ตรงนั้น “ดูหน้าคุณสิที่รัก กลัวอะไรขนาดนั้นกัน”

 

“มันไม่ตลกนะดีแลน ถ้าเกิดมีคนได้ยินเข้าขึ้นมาจะทำไง”

 

 

“ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากมีอะไรกับคุณต่อไป”

 

“นี่คุณเข้าข้างน้องชายเหรอดาย?”

 

“ผมก็แค่คิดว่าเราต่ออีกสักรอบดีไหม”

 

“!!!!”

 

“เอาล่ะเด็กดี อ้าปากหน่อยนะ” 

 

โนเอลที่จ่ายค่าของเสร็จเรียบร้อยก็พาเจ้าตัวเล็กทั้งสองมานั่งรอคุณพ่อคุณแม่ที่ศูนย์อาหาร ในใจก็ได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่สัญญาณไฟไหม้จะดัง ป่านนี้แม่ฉลามถูกเผาไปแล้วมั้ง ผ่านมาเกือบสองชั่วโมงแล้วก็ยังไม่มีใครมารับลูกกลับ เขาน่ะไม่เป็นไรหรอก ได้เล่นกับหลานก็เป็นอะไรที่ดีเหมือนกัน

 

แต่กลัวว่าห้างจะพังเนี่ยสิ รวยแค่ไหนก็ไม่อยากเสียตังค์เพิ่มนะ

 

“อาฮะ”

 

“ว่าไงครับซีวาน มีอะไรเหรอ?” เผลอสะดุ้งตอนหลานเรียก กำลังมองหาพ่อแม่ฉลามเพลินๆ เลย ซีวานกะพริบตาปริบๆ มองหน้าอาตัวเองที่ดูมีพิรุธยิ่งกว่าอะไร

 

“เมื่อไหร่แม่จะมาฮะ”

 

“เอ่อ...” อึกอักไม่รู้คำตอบ ควรบอกยังไงไม่ให้หลานคิดว่าสิ่งที่พูดเป็นเรื่องไม่ดี อยากจะบอกหลานเหลือเกินว่าตอนนี้คุณพ่อกับคุณแม่หนูกำลังไปทำน้องเพิ่ม แต่หากพูดออกไปเขาคงจะเป็นฝ่ายที่คดีเพิ่ม ถึงจะไม่เยอะเท่ากับดีแลนก็ตาม

 

“พ่อกะแม่หายไปนาน ซีวานคิดถึง”

 

“แอ้”

 

“ดะเน่วด้วยฮะ” เจ้าตัวเล็กบอก มองน้องที่ดิ้นไปมาอย่างไม่สบายตัวเท่าไหร่ เมื่อกี้แดเนียลปุ้งไปทีทำเอาอาคนนี้ต้องพาไปเปลี่ยนผ้าอ้อมอย่างหน่ายใจ หนำซ้ำยังต้องหานมให้กินอีก ดีนะที่คุณแม่เขาพกขวดนมมาด้วยเลยไม่หนักเท่าไหร่

 

มันมาหนักเอาตอนที่เด็กๆ เริ่มขี้เกียจจะรอ อยากกลับบ้านไปกินอาหารที่เขาสัญญาว่าจะทำให้

 

“คิดถึงพ่อฮะ คิดถึงแม่ด้วย”

 

“อารู้แล้วๆ เดี๋ยวพวกเขาก็มานะใจเย็นๆ” โนเอลยิ้มอ่อน พยายามคิดหาทางออกให้เร็วที่สุด “เอางี้ไหมซีวานเดี๋ยวอาพาไปดูของเล่น เผื่อว่าอยากได้ชิ้นไหนหรือยังไม่มี จะได้ซื้อกลับบ้าน”

 

“ไม่เอาฮะ ของเล่นเยอะแล้ว” หลานส่ายหน้าจนเส้นผมกระจาย “ซีวานอยากกลับบ้าน”

 

“อดทนรอหน่อยนะซีวาน อาว่าแม่เราก็น่าจะอยากกลับเหมือนกัน”

 

“แล้วทำไมยังไม่มาฮะ ทำไมแม่ยังไม่มารับ”

 

“สงสัยคุณพ่อเขาจะคุยหนักไปหน่อย แต่เชื่ออานะ เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่ก็มารับแล้ว เขาไม่ทิ้งเราไปไหนหรอก”

 

“แงงงง”

 

“!!!!”

 

“ฮึก ฮือ!” อยู่ดีๆ เจ้าตัวเล็กสุดของบ้านก็ร้องไห้ขึ้นมาส่งผลให้คุณอาเบิกตากว้าง ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ แดเนียลดิ้นอยู่ในรถเข็น ร้องไห้หนักหน่วงจนคนแถวนั้นหันมามองกัน เล่นเอาโนเอลต้องรีบอุ้มหลานขึ้นมาประคอง เขย่าเบาๆ ไปมาโอ๋ให้หลานหยุดร้องซะ

 

“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะแดเนียล เราเป็นอะไร ปวดท้องเหรอ?”

 

“ดะเน่วอยากหาแม่ฮะอา”

 

“แต่แม่เขา...”

 

“ซีวานก็อยากหาแม่” เจ้าคนพี่ทำหน้าเศร้าน้ำตาคลอเบ้าทวีคูณความหนักใจให้อาอีก นาทีนั้นโนเอลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามคิดว่าเขาควรจะทำไงกับสถานการณ์นี้ดี บอกก็แล้วว่าเดี๋ยวแม่ก็มา แต่ดูท่าจะไม่ฟังโดยเฉพาะแดเนียลที่แหกปากลั่น แก้มนี่แดง ตัวนี่แดงไปหมด

 

“เอาไงดีๆ เอางี้ๆ ดะ...เดี๋ยวอาโทรตามแม่ให้”

 

“ฮือออ”

 

“ไม่ต้องร้องนะแดเนียล เนี่ยเดี๋ยวอาโทรหาแม่ให้เลย ไหนดูสิ เบอร์ไหนของคุณแม่น้า” พยายามแก้สถานการณ์ทั้งที่ความจริงมือสั่นไปหมด โนเอลหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาโซล ภาวนาขอให้รับ ลูกๆ จะได้วางใจว่าพ่อแม่ไม่ได้หนีหาย อีกส่วนนึงคือเด็กๆ จะได้หยุดร้องไห้

 

[ฮัลโหล อื้อ โนเอล]

 

“โซล! ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน เด็กๆ ร้องไห้กันหมดแล้ว!”

 

[อ๊ะ ผะ...ผม ผมยังไม่เสร็จ]

 

“แต่เด็กๆ ...”

 

[แรงอีกดีแลน อ๊า ใช่ดาย แบบนั้น อื้อ ดี!] 

 

เดี๋ยวสิ ! ถ้ายังไม่เสร็จกิจก็อย่ารับโทรศัพท์สิโซล!

 

[ชอบไหมโซล ตรงนี้ใช่ไหม]

 

“!!!!”

 

[ใช่ตรงนั้นแหละ อ๊า ชอบมากเลย]

 

“คุณนี่มัน...โว้ย!” ไม่รู้จะโวยยังไงรู้แค่ว่าแทบกดวางสายไม่ทัน มือจากที่เคยสั่นจะแย่แล้วก็สั่นหนักเข้าไปอีก ไม่ต้องจินตนาการเลยว่าตอนนี้พ่อแม่ฉลามกำลังสุดเหวี่ยงขนาดไหน ทั้งเสียงคราง เสียงเนื้อกระทบเนื้อทำโนเอลหนักใจจนได้แต่คิดว่าวันอาทิตย์นี้เขาคงต้องเข้าโบสถ์ไปทำพิธีล้างบาปสักหน่อย ไม่งั้นมันคงหลอนเป็นอาทิตย์เป็นแน่

 

“แม่ล่ะฮะ แม่อยู่ไหน” ซึ่งพอวางสายซีวานก็รีบเอ่ยถาม ดวงตาสั่นไหวมากเช่นเดียวกับที่แดเนียลร้องไห้ไม่ยอมหยุด “แม่จะทิ้งเราเหรอฮะ ซีวานอยากหาแม่ ซีวานอยากกลับบ้าน”

 

“ใจเย็นๆ นะซีวาน เมื่อกี้คุณแม่บอกว่ากำลังจะมา”

 

“แต่อาตัดสาย ไม่เห็นได้ยินเสียงแม่พูดเลย”

 

“แม่เขากระซิบกับอาไง ซีวานไม่ได้ยินหรอก ซีวานนั่งไกลอานี่น่า”

 

“เหมือนอาโกหกเลย” เหงื่อตกไปเลยตอนซีวานพูดแบบนั้น รู้สึกผิดบาปมากที่ต้องมาโกหกช่วยคนผิดขนาดนี้ คุณพ่อนะคุณพ่อ ถ้าจะลงโทษคุณแม่ทำไมไม่กลับบ้านไปทำดีๆ อย่างน้อยถ้าอยู่บ้าน เด็กๆ ก็จะได้เล่นกับเขาอย่างสบายใจ ไม่ใช่ต้องมานั่งรอรากงอกแบบนี้ จะโทรให้คุยกับลูกอีกทีก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่

 

เขาไม่อยากให้ซีวานต้องมาได้ยินเสียงครางหวานของคุณแม่หรอกนะ เดี๋ยวหลานจะสงสัยแล้วเขาจะหาคำตอบให้ไม่ได้

 

“เอาเป็นว่าเราไปเดินเล่นกันดีกว่า อาเห็นร้านขนมอยู่แถวนั้นด้วยนะ ไปกันเนอะเด็กๆ แฮะๆ” เป็นการหลอกครั้งสุดท้ายเพื่อไม่ให้เจ้าตัวเล็กงอแงไปมากกว่านี้ โนเอลพาหลานไปเล่นทุกที พาไปผูกมิตรกับเด็กที่เล่นบ้านของเล่นด้วย รวมถึงคอยสะกิดแดเนียลไม่ให้มองสัตว์เลี้ยงเด็กที่เล่นกับพี่ชายมากเกินไป

 

ดวงตานี่แพรวพราวให้ความสนใจ อาจจะต้องบอกโซลหน่อยแล้วว่าแดเนียลอยากเลี้ยงหมา

 

น่าจะใช่นะ...

 

ซึ่งกว่าคุณพ่อจะมารับเด็กๆ กลับบ้านไป โนเอลก็ร่างแทบขาด ต้องคอยอุ้ม คอยโอ๋ไม่ให้แดเนียลร้องไห้ ซ้ำร้ายยังต้องพาซีวานไปดูขนม ไปดูของเล่น คอยส่งข้อความอัพเดตคุณแม่ว่าเราอยู่ไหน เหมือนซ้อมไว้เผื่อตอนเขามีลูกเลย จะได้รู้ว่าสภาพเป็นยังไง

 

ดีแค่ไหนที่ซีวานไม่ร้องไห้ด้วย ถ้าคนโตร้องได้ด้วย เขาตายไปนานแล้ว

 

ซึ่งจากที่เคยว่าจะมาคุยอะไรด้วย กลายเป็นว่าต้องขอกลับก่อน สภาพคุณแม่คงไม่พร้อมที่จะรับฟังเรื่องที่เขาจะเล่า ไอ้ที่ว่าจะกินข้าวด้วยกันก็ล้มเลิก ไว้ค่อยมานัดวันอื่น เพราะรู้ว่าวันนี้ยังไงคุณพ่อก็ไม่รับแขกหรอก แน่นอนมันเป็นเรื่องดี อย่างน้อยก็ให้เราได้พัก

 

[ขอร้องเถอะนะถ้าคุณยังไม่เสร็จธุระ ก็อย่ารับสายผมให้ต้องมาฟังเสียงคุณอีก]

 

“ก็ผมเป็นห่วงเด็กๆ ด้วยหนิ จะอยากได้ยินเสียงลูกมันผิดตรงไหน” ผมคุยกับปลายสายขณะที่ประคองแดเนียลให้ดูดนมในเช้าวันถัดมา เมื่อวานผมสลบไสลไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็เช้าอีกวันพร้อมกับที่ดายบอกว่ามื้อเย็นเมื่อวานถูกยกเลิกกะทันหัน

 

ผมเลยต้องโทรมาขอโทษโนเอลและก็โดนเขาต่อว่าสารพัด

 

[แต่ถ้าเด็กๆ ได้ยินเสียงคุณตอนนั้น คนลำบากมันคือผม! ลำพังแค่หาข้อแก้ตัวที่คุณหายไป ผมก็แทบจะเป็นลม เมื่อวานแดเนียลร้องไห้จนตัวดำตัวแดงไปหมด มีคนเขาคิดว่าผมขโมยลูกคุณมาเลี้ยงด้วยซ้ำ!]

 

“เพราะคุณโวยวายหรือเปล่า เขาเลยคิดงั้นกัน”

 

[ผมไม่ได้โวยวายเลยครับคุณโซล อิลเดนสัน ลูกชายคุณนั่นแหละโวยวาย อีกนิดผมก็ให้ดูดนมผมแทนแล้ว]

 

หลุดขำทันทีที่ได้ยินการประชดประชัน รู้เลยว่าเคืองจัดขนาดไหนถึงได้ใส่ผมไม่ยั้งขนาดนี้ ก็รู้ว่าตัวเองผิด แต่จะว่าผมคนเดียวไม่ได้ สองหนุ่มเขาไม่เลิกจะให้ผมห้ามยังไง ผมเองก็อยากออกมาหาลูกไวๆ ห่างจากลูกไปสี่ชั่วโมงแทบขาดใจเลย

 

ถ้าตัดเรื่องที่ถูกทำให้เสียวออกไปด้วยน่ะนะ

 

“รู้แล้ว ขอโทษด้วยที่ทิ้งเด็กๆ ไว้ให้คุณเลี้ยง” ผมพูดเสียงอ่อนลง ใช้หูแนบมือถือกับบ่า ขยับเสื้อตัวเองไม่ให้ปิดหน้าเจ้าตัวเล็ก ซีวานนั่งเล่นอยู่กับพ่อเขา มือถือฟิกเกอร์ฉลามที่เดาว่าโนเอลน่าจะซื้อให้ ส่วนดีแลนก็นั่งดูซีรีส์อยู่ข้างๆ มีการมาบ่นผมด้วยว่าถ้าเมื่อวานไม่มัวแต่ช้า เขาก็ไม่ต้องมานั่งดูย้อนหลัง ซึ่งถามว่าเป็นความผิดใครนั้น...

 

ก็ไม่เห็นมีคุณพ่อคนไหนออกปากรับสักคน

 

“และก็ขอบคุณที่ดูแลเด็กๆ ให้ พวกเขาดีใจนะที่ได้อยู่กับคุณบ้าง”

 

[ผมก็เลี้ยงเท่าที่ได้แหละ ที่กลัวคือพวกคุณไม่อยู่ดูแล ผมก็ไม่รู้ว่าเลี้ยงถูกเลี้ยงผิดหรือเปล่า]

 

“คุณทำดีแล้ว”

 

[จะดีกว่านี้ถ้าพวกคุณเลี้ยงกันเอง และเลิกมีอารมณ์ให้น้อยลง โดยเฉพาะนอกสถานที่]

 

“ผมจะพยายามปรามพวกเขาให้แล้วกัน แต่คุณก็รู้ว่าพวกเขา...”

 

[หื่นกามตลอดเวลา] 

 

“ใช้คำว่าอารมณ์ติดง่ายก็แล้วกัน และเมื่อวานเราก็มีปัญหาด้วย มันก็เลยเกิดเรื่องใหญ่” ปลายสายถอนหายใจเป็นจังหวะเดียวกับที่แดเนียลอิ่มพอดี ดีแลนเลยรีบเข้ามารับลูกไปอุ้ม ประคองให้พาดบ่าแล้วตบหลังเบาๆ ให้เจ้าตัวเล็กเร่อออกมาจะได้ท้องไม่อืด ได้ยินเสียงหัวเราะออกมานิดหน่อยด้วย ดูท่าเขาจะชอบเวลาทำแบบนี้ “เอาเป็นว่าไว้ค่อยนัดกินมื้อเย็นกันวันหลังนะ ผมอยู่บ้านตลอดคุณว่างวันไหนก็มาได้”

 

[ถ้าไปนี่คุณไม่ต้องออกไปซื้อของอะไรเลยนะ เดี๋ยวผมซื้อไปฝากเองจะได้ไม่ไปเจอคนคุยเก่าของคุณอีก]

 

“เพราะคุณใจดีแบบนี้ไงเราถึงเป็นเพื่อนรักกัน”

 

[เรียกผมว่าเป็นทาสรับใช้ดีกว่าครับ ผมไม่บังอาจเป็นเพื่อนกับคุณหรอก]

 

ผมหัวเราะส่ายหน้าเล็กน้อยคล้ายเอ็นดูกับสิ่งที่ได้ฟัง โนเอลเป็นแบบนี้เสมอ เขามักบ่นก่อนให้รู้ว่าสิ่งที่เราทำมันน่าหงุดหงิดแค่ไหน ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านับวันเรายิ่งกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน ผมยังจำภาพเวลาที่เขาดีใจตอนได้เล่นกับหลาน หรือแม้กระทั่งตอนยิ้มเวลาเราสี่คนนั่งกินข้าว ร่วมพูดคุยกัน จนบางครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเวลาอยู่คนเดียวเขาเหงาบ้างไหม

 

ถ้าเกิดเหงาผมก็พอจะหาทางช่วยได้

 

“จะว่าไปแล้วถ้าผมมีลูกอีกคน ผมยกให้คุณดีไหม”

 

[หา?]

 

“หืม?”

 

“เอาไว้ให้อยู่เป็นเพื่อนคุณไงจะได้ไม่เหงา” คำพูดของผมทำให้ทั้งโนเอลและคุณพ่อทั้งสองหันขวับมามองหน้า เล่นเอาต้องหัวเราะกลบเกลื่อน รีบแก้ตัวแทบไม่ทัน มีลูกตั้งสองคนแล้วจะมีอีกคนไว้ให้เป็นเพื่อนเล่นโนเอลมันผิดตรงไหน ผมไม่ได้หมายความว่าจะไปท้องกับเขาซะเมื่อไหร่ “ผมคาดการณ์ไว้ว่าอีกไม่นานคงมา เล่นทำกันซะขนาดนั้น ถ้าไม่ท้องน้ำเชื้อฉลามคงมีปัญหา”

 

[นี่คุณจะขยายพันธุ์เมกาโลดอนให้ล้นโลกหรือไงกัน]

 

“ไม่ถึงขนาดนั้น ก็แค่เดาเอาไว้”

 

[คุณไม่มีแพลนอยากทำหมันบ้างหรือไง]

 

“แบบนั้นก็มีน้องให้คุณไม่ได้สิ”

 

[ผมไม่...]

 

“ว่าจะส่งฉลามไปให้กินสักตัว หว่า เสียดายจัง” 

 

เปิดพรีวันที่ 30 พค เวลา 9 โมงนะคะ ราคาเดิม เจ็ดวันแรกมีของแถม หลังเจ็ดวันมีซื้อแยกนาจา 

ลงนิยายจนจบเหมือนเดิมไม่ต้องห่วง เปิดพรีถึงสิ้นเดือน กค อยากเปย์ก็รีบเก็บเงินเด้อออ 

LOADING 100 PER 

ฝากลูกให้อาเลี้ยงเพราะคุณพ่อจะขอเวลาเดี๋ยว จะลงโทษคุณแม่ให้หนำใจ 

ถึงตัวเองจะไม่ได้ผิด แต่กลิ่นมันติดใครจะทนไหว 

ความหึงหวงเป็นบ่อเกิดให้ไม่อาจหักห้ามใจ ถึงจะปรามแค่ไหนก็ไม่ทักท้วงที 

เลยต้องวอนคุณอาให้ช่วยดูลูกสักนิด เดี๋ยวคุณพ่อลงมาสานต่อเอง :) 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น