Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 23 : พี่เลี้ยงน้อง

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 23 : พี่เลี้ยงน้อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 10:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 23 : พี่เลี้ยงน้อง
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 23 : พี่เลี้ยงน้อง 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

เป็นค่ำคืนที่ผ่านไปได้ยากมาก แดเนียลร้องไม่หยุดเลยตั้งแต่ตีสองถึงตีห้า ให้กินนมก็ยังร้องอีก เปลี่ยนผ้าอ้อม จัดที่นอนใหม่ก็ยังร้องอีก อาจจะเพราะเขายังไม่ชินกับการเป็นมนุษย์ ผมเลยต้องให้ดีแลนคอยดูอยู่อย่างชิดใกล้ ถึงอย่างนั้นลูกก็ยังคงร้องอยู่ ทว่าพอเลยตีห้าเขาก็กลับไปนอนต่อเหมือนไม่มีอะไร

 

ตอนแรกก็คิดว่าจะเป็นแค่วันสองวันจนกว่าเขาจะปรับตัวให้ชินกับชีวิตบนบกได้ ที่ไหนได้...

 

ผ่านมาสองอาทิตย์แล้ว ผมไม่เคยนอนหลับได้สนิทใจสักวัน

 

“หาว~”

 

“หาว~” ผมปิดปากหาววอดนั่งสัปหงกอยู่กับซีวานที่ยกมือขึ้นปิดปากเหมือนกัน ด้วยความที่นอนห้องเดียวกันหมด พอแดเนียลร้องก็ไม่มีใครได้นอน แม้กระทั่งเจ้าตัวเล็กของผม ขนาดเปิดการ์ดให้ซีวานไปนอนเป็นเพื่อน แดเนียลก็ยังร้องไม่หยุดเหมือนเขาถูกตั้งเวลาไว้ว่าต้องร้องเวลานี้ทุกวัน

 

คุณหมอบอกว่ามันเป็นโรคชนิดนึงในเด็กทารกที่จะร้องไห้ในเวลานั้นๆ ซึ่งเด็กแต่ละคนจะร้องในเวลาที่แตกต่างกัน จะเป็นอยู่อย่างนั้นสองถึงสามเดือนหรืออาจจะน้อยกว่าอยู่ที่พัฒนาการของลูก รวมถึงการเลี้ยงดูของพ่อแม่

 

ตอนรู้จากปากคุณหมอโทแวนผมก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมซีวานไม่เห็นร้องแบบนี้บ้าง คุณหมอบอกว่าอาจจะมีส่วนมาจากพันธุกรรม

 

และเจ้าของยีนส์หลักในตัวลูกผมก็นั่งนอนหมดสภาพอยู่ด้านข้างประหนึ่งวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว

 

“ยังหายใจ มีลมฮะ พ่อมีลมที่ตะมูก” ซีวานบอกตอนเอานิ้วไปอังจมูกคุณพ่อ เป็นภาพที่เรียกรอยยิ้มแทนเสียงหัวเราะ เพราะรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าจะหัวเราะได้ ผมง่วงมาก แต่ตอนกลางวันก็ต้องเลี้ยงลูกสองคนคู่กัน กลางคืนก็ไม่ค่อยได้นอน สองสามีก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เดี๋ยวนี้ต้องปรับร่างกายกันใหม่ ผลัดกันนอนจะได้ตื่นมาเล่นกับลูกได้

 

เพราะซีวานกำลังโต วัยนี้ต้องเริ่มสอนอะไรหลายอย่าง รวมถึงต้องเตรียมคิดเรื่องเข้าโรงเรียนอนุบาล

 

คงต้องวางแผนกันตั้งแต่เนิ่นๆ หรือต้องเริ่มคุยกันบ้างแล้ว

 

“ชาไหม?”

 

“ขอบคุณครับ” ผมรับชาจากดายที่ใต้ตาเขาเริ่มคล้ำพอกัน ในมือถือชามอาหารเตรียมป้อนข้าวซีวานที่เริ่มกินอาหารเด็กได้แล้ว “ถ้าคุณง่วงก็นอนได้เลยนะดาย อีกสักพักดีแลนก็ต้องตื่นมาดูลูกบ้างแล้ว”

 

“ให้เขานอนเถอะโซล ผมคิดว่าเขากำลังรับศึกหนัก” ว่าพลางทิ้งตัวลงนั่งด้านหลังลูกรัก ขยับให้อีกฝ่ายหันหน้ามาหากัน แล้วป้อนข้าวให้เด็กว่าง่าย ส่วนแดเนียลนอนหลับปุ๋ยอยู่ในเปล มีผมค่อยแกว่งให้ไม่งั้นเขาก็ไม่ยอมหลับเหมือนกัน

 

ยอมรับเลยว่าเขาเป็นเด็กน่ารักและสดใส อารมณ์ดีกว่าซีวานอีกมั้งเท่าที่ผมสังเกตได้ ติดอย่างเดียวคือร้องไห้เสียงดังเกินไป แต่ทำไงได้ เรื่องแบบนี้เราห้ามไม่ได้นี่น่า

 

“คุณเองก็ควรนอนนะ เดี๋ยวคืนนี้ก็ไม่ได้นอนอีก”

 

“ผมยังไหวอยู่ดาย และเดี๋ยวแดเนียลก็ต้องตื่นมากินนมแล้ว” ผมมองนาฬิกาที่แขวนไว้บนฝาผนัง อีกไม่นานจะถึงเวลาให้นมลูก แดเนียลจะตื่นมาเวลานี้เท่านั้น ถ้าเลทไปสักนาทีเขาก็จะเริ่มแผลงฤทธิ์ ร้องไห้เสียงดังจนคนอื่นๆ ไม่ได้พักที่ย่ำแย่กว่าคือการที่ครีบหลังเขางอกออกมา

 

ใช่ เวลาแดเนียลร้องไห้มากๆ ครีบฉลามจะงอกออกจากหลังเขาเป็นสัญญาณของความดื้อดึง

 

อีกนัยนึงคือเขายังเด็กเกินไปที่จะคุมร่างของตัวเองได้ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่เคยกลับไปเป็นฉลามเลยตั้งแต่คืนร่างมา มีแค่ครีบที่ยื่นออกมาเท่านั้น ซึ่งถามว่ากังวลไหม ก็มีบ้าง แต่เป็นห่วงมากกว่าเพราะเวลามันยื่นออกมา แดเนียลดูนอนไม่ถนัดเลย

 

“แอ้~”

 

“อ่าตื่นแล้วเหรอ มาครับตัวเล็ก ใครหิวนมบ้าง” เสียงอ้อแอ้เล็กๆ ทำผมต้องสวมร่างสดใส หยุดแกว่งเปลหันไปให้ความสนใจเจ้าตัวน้อยที่เพิ่งตื่น แดเนียลกะพริบตาปริบๆ อ้าปากยิ้มที่ได้เจอคุณแม่ ผมอุ้มเขามาประคอง ลูบแก้มนุ่มนิ่มพร้อมลงไปหอม กวาดสายตาดูชุดฉลามที่เขาสวมใส่ ดีแลนเห็นว่ามันน่ารักเลยสั่งผ่านเน็ตให้มาส่งที่บ้านเมื่อวันก่อน

 

ตอนแรกเป็นสีขาวเทาทว่าแดเนียลกลับดูไม่ชอบใจเท่าไหร่ เลยต้องเปลี่ยนสี เอาสีฟ้ามาแทนจนผมไม่แน่ใจว่าที่กำลังอุ้มอยู่เนี่ย เป็นลูกฉลามหรือลูกโลมาเป็นแน่ ส่วนชุดนั้นที่ซื้อมาผิดสีคนพี่เขาก็เอาไปสวมเข้าคู่กัน

 

ผมยังจำวันที่ซีวานยกแขนขึ้นสูง พยายามยืนขึ้นเพื่อขอให้เราใส่ชุดให้เขา

 

ตอนนี้สองพี่น้องเลยเป็นลูกฉลามแฝดตัวติดกัน เวลาที่แดเนียลตื่นจากความฝัน ซีวานจะเข้ามาอยู่ด้วยเสมอ

 

“ดะเน่ว”

 

“แอ้” น้องร้องตอบตอนคนพี่เรียกชื่อ ปากก็ยังกินข้าวอยู่ เล่นเอาดายต้องเคลื่อนตัวมานั่งอีกฝั่ง คอยป้อนข้าว ป้อนน้ำมองดูเจ้าตัวน้อยพยายามเล่นกับน้องชายเขา สักพักคุณพ่อที่นอนอยู่บนโซฟาด้านข้างก็ตื่นจากนิทราบ้าง

 

ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงทำเอาผมส่ายหน้าเบาๆ เอ็นดูกับคนที่พยายามลากสังขารเอาคางมาเกยเข่าผมเพื่อคุยกับลูกปลาทูของตัวเอง

 

“ไงครับไอ้หลามน้อย ตื่นแล้วเหรอ”

 

“แอะๆ”

 

“นอนสบายเชียวแดเนียล นอนเต็มอิ่มเลยใช่ไหม” เจ้าของชื่อยิ้มดูจะตอบรับคุณพ่อที่ยื่นหน้ามาจุ้บมือลูกชาย แดเนียลกำมือแบมือสลับไปมาคล้ายกับจะจับปากของคุณพ่อ ไม่แน่ใจว่าอยากให้เลิกพูดหรืออยากเล่นด้วย เพราะถึงมือจะหันไปหาดีแลน แต่สายตากลับจดจ้องอยู่ที่ซีวานมากกว่า “ตื่นมาก็สนใจพี่เขาเลยนะ เล่นกับพ่อบ้างสิครับ พ่อรอหนูมาทั้งวัน”

 

“พ่อไม่ได้รอนะ”

 

“ซีวาน”

 

“พ่อนอนทั้งวัน พ่อไม่ได้รอ”

 

“โกหกลูกไม่ได้นะครับคุณพ่อ ลูกเห็นหมดนะ” ผมปรามดีแลนทันทีที่เขาทำท่าจะหลอกลูกต่อ ที่จริงมันก็ไม่เชิงหลอกหรอก แค่ซีวานเขาเป็นพวกตรงไปตรงมา เห็นอะไรก็พูดไปแบบนั้น คำว่า ‘รอ’ ของเขาหมายถึงการนั่งอยู่ด้วยกันจนกว่าแดเนียลจะตื่น ไม่ใช่หลับยาว พอแดเนียลตื่นก็มาบอกว่ารออยู่ ไม่ใช่แบบนั้น

 

ผมเดาว่าเขาคงเห็นดายทำ อีกส่วนดายคงสอนเขาอย่างนั้นด้วย

 

“ครับๆ พ่อยอมแล้ว พ่อนอนรอน้องอยู่ โอเคไหมครับ”

 

“โอเคฮะ” ซีวานพยักหน้าแล้วยิ้มหวาน ดีแลนเลยยื่นหน้าไปหอมเจ้าลูกคนโตก่อนจะปิดปากหาววอดด้วยความอ่อนเพลีย ร่างสูงเบียดแก้มลงกับเข่าผม มองดูแดเนียลที่กำลังดูดนมผมอยู่ จนถึงตอนนี้อกของผมก็ไม่ได้ใหญ่ขึ้น ทว่ากลับมีน้ำนมเต็มไปหมด เดี๋ยวนี้ก็ต้องปั๊มลงขวดไว้ให้ซีวานได้ดื่มเหมือนกัน แต่ดายก็ไม่ได้ให้เขาติดขวดนมขนาดนั้น พยายามหาอย่างอื่นมาล่อ และฝึกให้เขาได้กินอาหารแบบเด็กที่เริ่มโต

 

“ตาคล้ำเชียวคุณพ่อ นี่เพิ่งแค่สองอาทิตย์เองนะ”

 

“คุณก็เหมือนกันที่รัก คุณควรนอนพักมากกว่าผมอีก” เขาตอบเสียงงึมงำดูอยากจะหลับอีกรอบ ไม่วายมาแหย่ลูกเล่นให้เขาทำเสียงอ้อแอ้ใส่ ดายป้อนข้าวซีวานจนหมด เอาชามไปล้างในครัวแล้วกลับมาอุ้มซีวานให้นั่งตัก เสียดายที่คนพี่ดูอยากจะเล่นกับน้องมากกว่า

 

เขาพยายามจะปีนตัวผมขึ้นมา นั่งอยู่บนตัก มองน้องดูดนมไป มองหน้าพี่ชายไป

 

“น้องหิว”

 

“ใช่ครับ น้องหิว” ผมตอบรับเอ็นดูความน่ารักชวนฟัดของลูกคนโต “น้องนอนทั้งวันเลยหิว ซีวานอิ่มแล้วก็ต้องนอนเหมือนกันนะ”

 

“ซีวานไม่ง่วง”

 

“แล้วซีวานอยากทำอะไรครับ?”

 

“เฝ้าน้อง”

 

“หืม?”

 

“ซีวานจะเฝ้าน้องๆ” พูดย้ำๆ แล้วชี้ไปที่แดเนียล ก่อนจะเอื้อมมือมาจับแก้มผม ลูบไปมาคล้ายปลอบประโลมกัน “แม่นอน แม่นอนนะ ซีวานจะเฝ้าน้องเอง”

 

ผมหลุดขำอีกครั้งจูบมือน้อยๆ ให้ลูกยื่นหน้ามาจูบตอบ มันเป็นอะไรที่ดูนุ่นนิ่มมากเวลาซีวานจุ้บปากผม เขาไม่มีความเคอะเขิน มีแต่ความรู้สึกที่อยากจะแสดงความรักที่เขามีให้ และเวลาเขาผละหน้าออก แก้มของเขาจะแดงขณะที่ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขยิ่งกว่าอะไร

 

“แล้วซีวานไม่อยากนอนกับแม่เหรอ ซีวานก็ไม่ค่อยได้นอนเหมือนกันนะ”

 

“ซีวานไหว ซีวานมีพ่อดาย”

 

“อืม...”

 

“ให้พ่อๆ กอดแม่นอนนะ ซีวาน...ซีวานจะกล่อมดะเน่วเอง” 

 

เป็นคำพูดที่ผมต้องก้มลงไปฟัดแก้มอย่างทนไม่ไหว เสียดายที่อุ้มแดเนียลอยู่เลยต้องระวังเป็นพิเศษ พอเจ้าตัวเล็กพูดแบบนั้น ดายนี่ยิ้มกริ่มมาเชียวแสดงให้เห็นเลยว่าเขาภูมิใจแค่ไหนที่ซีวานรักเรามากขนาดนี้ เหมือนได้เห็นคุณพ่อเวอร์ชั่นย่อส่วนยังไงก็ไม่รู้

 

“นอนนะดะเน่ว นอนๆ”

 

“แอะๆ” คนน้องก็ยิ้มกว้าง หัวเราะอ้อแอ้ที่พี่เขามือมาตบขาเบาๆ เป็นการกล่อมให้หลับ ผมเลยพาลูกมานอนที่เบาะรองสำหรับเด็ก เดี๋ยวนี้ข้าวของเกี่ยวกับเด็กเล็กที่บ้านเรามีเยอะมาก ซึ่งส่วนใหญ่เราเอาไว้ข้างล่างเพราะช่วงตอนเช้าเราอยู่ตรงนี้กันมากกว่า ถ้าเอาไว้ในห้องกลัวว่ามันจะอุดอู้ ดูไม่ค่อยเปิดหูเปิดตา

 

ผมทิ้งตัวลงนอนอยู่ด้านข้าง มีดายเอาหมอนมาหนุนหัวให้ ดีแลนนอนอีกฝั่ง ประคองซีวานให้นั่งดูน้องดีๆ ไม่เอนตัวไปไหน แดเนียลมีดิ้นนิดหน่อย ซีวานเลยเอื้อมมือมาโบกไปมา เดาว่าน่าจะกลัวน้องร้อนเลยพัดให้ ส่วนผมพอหัวถึงหมอนก็เริ่มง่วงจนแทบทนไม่ไหว

 

ดายเกลี่ยเส้นผมที่ลงมาปรกหน้าไปทัดหูให้ ลูบแขนผมช้าๆ กล่อมให้หลับตามลูกไป

 

ชั่วแวบเดียวความฝันก็กลืนกินจิตวิญญาณพาผมสู่ห้วงมายาที่วาดฝันไว้ ในนั้นผมวิ่งเล่นกับเด็กๆ หัวเราะเสียงดังกับคุณพ่อที่พยายามไล่จับ ความเหนื่อยล้าจากหลากหลายคืนประเดประดังให้จมดิ่งสู่ห้วงนิทรา จนไม่อาจรับรู้เลยว่า...

 

ระหว่างหลับฝันมีอะไรเกิดขึ้นกัน

 

“หลับแล้ว” ดายบอกเสียงแผ่ว มองดูภรรยาของตัวเองที่หลับสนิทอย่างน่ารัก แม้อายุจะเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน เขาก็ยังคงรู้สึกเหมือนเพิ่งพบเจอโซลใหม่ๆ คนตัวเล็กของพวกเขาทั้งสองไม่เคยเปลี่ยนไป เว้นแต่นิสัยขี้เป็นห่วง นับวันยิ่งเพิ่มสูงขึ้นจนไม่รู้จะปรามยังไง

 

ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็เข้าใจดีว่าโซลรักเรามากขนาดไหน ยอมทำทุกทางเพื่อให้ครอบครัวของเราได้ชิดใกล้เป็นหนึ่งเดียวกัน

 

“พ่อหลับๆ”

 

“พ่อยังไม่ง่วงเลย” ดายตอบเด็กน้อยที่ทำมือเป็นหมอนบอกให้พ่อหลับกับแม่ ดีแลนที่นอนซ้อนอยู่ด้านหลังเลยจุ้บเข้าที่แขนของซีวาน หยอกเย้าเจ้าลูกคนโตที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสเท่าไหร่ ปกติดายนี่คุมซีวานยิ่งกว่าอะไร พอๆ กับที่เขาต้องคอยอยู่ใกล้แดเนียลนั่นแหละ “ซีวานอยากนอนไหม ถ้าอยากก็มานอนตรงนี้”

 

“ไม่ๆ ซีวานจะเลี้ยงน้อง”

 

“...”

 

“พ่อๆ เหนื่อย ซีวานเลี้ยงน้องเอง” ยิ้มหวานให้กับคุณพ่อทั้งสอง มีจังหวะนึงเอื้อมมือมาบีบจมูกคุณพ่อคนน้องด้วย แต่บีบเบาๆ คล้ายแกล้งกันเล่นเฉยๆ ดีแลนเลยหัวเราะ เอื้อมมือมาเขี่ยแก้มเจ้าตัวน้อย พร้อมกับใช้อีกมือโอบกอดแดเนียลเป็นการให้ความอบอุ่น

 

แดเนียลร้องแอะ ดิ้นไปมาเหมือนไม่สบายตัว

 

“ผ้าอ้อมเต็มแล้ว”

 

“เดี๋ยวผมไปหยิบผ้าอ้อมเอง”

 

“พาโซลขึ้นไปนอนข้างบนด้วย นอนแบบนี้เดี๋ยวเขาปวดคอ”

 

“รับทราบครับ” ขานรับเป็นทหารก่อนจะลุกขึ้นเดินอ้อมมาช้อนตัวคนหลับสนิทขึ้นไปชั้นสอง โซลครางงัวเงียนิดหน่อย ทว่าก็ไม่ได้รู้ตัวว่าถูกอุ้มอยู่ หนำซ้ำยังเบียดแก้มตัวเองลงกับอกเขา มีการคุดตัวเข้าหาบ่งบอกว่าสบายแค่ไหนที่ได้อยู่ในวงแขน

 

ไม่ค่อยได้เห็นคุณแม่ในโหมดนี้เท่าไหร่ หลังๆ มาคุณแม่เข้มแข็งมากที่จะไม่แสดงด้านเหนื่อยหน่ายอะไร

 

“เดี๋ยวผมให้ดายขึ้นมานอนเป็นเพื่อนนะที่รัก” จูบหน้าผากตอนวางร่างเล็กลงบนเตียง ห่มผ้าเรียบร้อยแล้วเดินไปหยิบผ้าอ้อมผืนใหม่ที่เก็บไว้ลงไปข้างล่าง ดายอุ้มซีวานขึ้นมา พาออกไปจากตรงนั้นก่อน ดีแลนจะได้เปลี่ยนผ้าอ้อมลูกชายได้สะดวก

 

แดเนียลหัวเราะที่ตัวเองปุ้ง ไม่สนใจคุณพ่อเลยว่าจะต้องอดทนแค่ไหน

 

“วันนี้ปุ้งเยอะเลย ต้องล้างก้นเองแล้ว”

 

“แอะๆ”

 

“หรือให้พี่ซีวานมาล้างให้ดี”

 

“แอ้~” ตอบรับเสียงดังเหมือนบอกว่าอยากได้แบบที่พ่อเสนอ เสียดายที่เขาให้ซีวานทำแบบนั้นไม่ได้ ไม่งั้นคืนนี้คงมีเด็กฝันร้ายแน่ๆ เจ้าตัวเล็กหัวเราะตอนถูกเช็ดก้น ทำความสะอาดเรียบร้อยก็ทาแป้งหอมๆ รออาบน้ำตอนเย็นพร้อมกับคุณพี่ชายของเขา พอจัดการเสร็จก็เอาของไปทิ้ง พยักหน้าให้ดายพาซีวานกลับมาหาน้องได้

 

เจ้าคนพี่ทำจมูกฟุดฟิดไม่แน่ใจว่ากลิ่นแรกที่ปะทะจมูกคือกลิ่นไหน รู้แค่ว่ากำลังก้มหน้าลงไป

 

แล้วหอมแก้มน้องชายตัวเอง

 

“ดะเน่วหอม”

 

“แอ้”

 

“หอมเหมือนแม่เลย” อารมณ์ดีไปอีกเมื่อชมว่ากลิ่นหอมเหมือนแม่ขนาดไหน พอได้ยินคนฟังอย่างดายก็อยากจะขึ้นไปหอมคุณแม่เหมือนกัน ติดแค่ว่าต้องดูลูก ต้องรอโซลตื่นก่อนถึงจะไปนอนพักได้ ส่วนดีแลนที่ล้างมือเสร็จก็เดินมาสะกิดพี่ชาย

 

“พี่ขึ้นไปนอนกับโซลเถอะ เดี๋ยวผมดูลูกให้”

 

“นายยังง่วงอยู่ไม่ใช่หรือไง ฉันยังไหว นายจะนอนอีกก็ได้”

 

“ผมนอนให้ตัวเองมีแรงนะพี่ ไม่ได้ซ้อมตาย”

 

“…”

 

“อีกอย่างผมบอกกับโซลไว้ว่าจะให้พี่ขึ้นไปนอนเป็นเพื่อน อย่าให้ผมโดนบ่นนักเลย คดีผมติดตัวเยอะจนกรมตำรวจจะมาจับตัวผมไปฆ่าแล้ว”

 

“นายดูซีรีส์มากไป”

 

“เรื่องใหม่มันสนุกนะพี่” ตบบ่าคนโตกว่าสองสามที พร้อมกับยกนิ้วเป็นเชิงว่าหนังที่เขาดูอยู่มันสนุกแค่ไหน “แต่ช่างเถอะผมดูลูกได้ สัญญาว่าจะไม่พาลูกออกไปไหน จะนอนเฝ้าอยู่ตรงนี้แหละ”

 

ดายชั่งใจกับคำพูดนั้น ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจดีแลนให้ดูลูก แค่เห็นว่าสภาพตอนนี้น้องชายเขานั่นแหละสมควรได้นอนพักมากที่สุด ติดแค่ดีแลนไม่ยอมเปิดโอกาสให้เขาพูด ดันหลังพี่ชายให้ขึ้นชั้นสองไป รับปากรับคำอย่างดิบดีว่าจะดูลูกให้

 

“ไม่ต้องห่วงน่าพี่ ถ้ามีอะไรผมจะรีบวิ่งขึ้นไปบอก”

 

“แต่ว่า...”

 

“ตอนนี้ให้เด็กๆ เขาเล่นซนกันไปเถอะ เดี๋ยวลูกก็หลับแล้ว เชื่อผมสิ”

 

“เชื่อน่ะมันเชื่ออยู่แล้ว แค่คิดว่านายจะดูแลพวกเขาไหวไหม”

 

“ไหวสิพี่ ผมก็พ่อพวกเขานะไม่ใช่แค่พี่เลี้ยงเด็ก พี่น่ะเลิกกังวลแล้วขึ้นไปหาโซลได้แล้ว ผมจัดการได้น่าไปเถอะไป” พยายามไล่พี่ชายไปทุกทาง ติดแค่ว่าดายน่ะหัวรั้นกว่าจะยอมขึ้นไปก็ใช้เวลานานหน่อย เล่นเอาดีแลนแทบจะจูงมือพาขึ้นไปบนห้อง ดีนะที่ไม่ต้องทำ ถ้าทำคงอายลูกตาย ถึงอย่างนั้นการกระทำก็ตกอยู่ในสายตาซีวานตลอด เจ้าตัวเล็กอมยิ้มตอนคุณพ่อคนน้องกลับมานั่งด้านข้าง

 

เวลานี้ลูกคนโตกำลังหยิบบัตรคำศัพท์ขึ้นมา

 

“อันนี้ปลา”

 

“แอ้”

 

“อันนี้โลมา”

 

“แอะ”

 

“อันนี้ของโปรดพ่อ” หยิบรูปวาฬมาโชว์ให้น้อง ทำเจ้าตัวเล็กตาลุกวาวไปหมด ดีแลนถึงกับชะงักไปเลยเมื่อเจ้าไมโครเวฟบอยของบ้านเล่นพ่อเข้าให้แล้ว “แต่กินไม่ได้ๆ แม่ห้ามๆ”

 

“แต่ถ้าพวกลูกโตขึ้นกว่านี้ แม่เขาก็ไม่ห้ามแล้วนะ” ซีวานหันขวับมามองหน้าคนที่เข้ามาร่วมวงสนทนา ดีแลนนอนคว่ำ เท้าคางพร้อมกับหยิบภาพวาฬมาถือ “วาฬมีหลายสายพันธุ์มากนะลูก และช่วงท้องวาฬก็อร่อยสุดๆ มันเป็นอาหารสำหรับฉลามแบบพวกเรา”

 

“แต่แม่ไม่ให้กินฮะ”

 

“เพราะว่าลูกยังล่าเองไม่ได้ไง ถ้าลูกโตขึ้นกว่านี้ พ่อจะสอนล่าให้” แดเนียลร้องเสียงดังเหมือนดีใจ ส่วนซีวานดูจะนิ่งไป เดาว่ากำลังคิดตามที่พ่อพูดอยู่ “แต่ลูกยังเด็กเพราะงั้นเราจะเริ่มจากล่าโลมาก่อน บอกพ่อได้ไหมโลมาคือตัวไหน”

 

“ตัวนี้ๆ” ซีวานหยิบภาพโลมามาถือไว้

 

“ใช่ครับคนเก่ง นี่คือโลมา” ดีแลนยกนิ้วให้ “เป็นอาหารที่อร่อยรองมาจากวาฬ ถ้าลูกจะเริ่มล่า ลูกต้องล่าไอ้พวกนี้ก่อน เสียงมันจะแหลมๆ เราจะเจอตัวได้ไม่ยาก พวกมันจะอยู่กันเป็นฝูง พ่อรู้ว่าถิ่นมันอยู่ตรงไหน เดี๋ยวไว้เราไปด้วยกัน พ่อจะพาลูกไปว่ายน้ำเล่น”

 

“แม่จะว่าไหมฮะ”

 

“ไม่ว่าหรอกลูก แม่ใจดีจะตาย”

 

“แต่แม่บอก...บอกอย่าตามใจพ่อ”

 

“หืม?”

 

“พ่อชอบดื้อ ดื้อแล้วก็โดนแม่ดุ”

 

“ไม่....”

 

“ซีวานไม่อยากโดนแม่ดุ และไม่อยากนอนในสระน้ำกะพ่อ” 

 

“นี่ดายสอนให้พูดใช่ไหมเนี่ย” ดีแลนเบิกตากว้าง แอบหน้าชาไปเล็กน้อยเหมือนกันที่ถูกลูกสวนใส่ ซีวานยิ้มเป็นการตอบรับว่าใช่ ทำเอาสามีคนน้องได้แต่เก็บความแค้นไว้ในใจแล้วยู่ปากใส่ลูกตัวเอง เขาก็แค่เสนอความคิด ไม่ได้ชวนทำความผิดสักหน่อย อีกอย่างเกิดเป็นลูกฉลามก็ต้องล่าเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ถ้าเกิดซีวานไม่ออกล่าแบบที่พ่อทำ...

 

เขาพาแดเนียลไปคนเดียวก็ได้ ลูกคนรองฉายแววตั้งแต่คลอดได้สามวันแล้ว

 

Rrrr!

 

“หืม?” ทว่าในตอนที่กำลังคิดจะอธิบายให้ลูกฟัง จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง ส่งผลให้ดีแลนรีบกวาดตามองหา แล้วเดินไปหยิบมันมาถือไว้ คิ้วสวยขมวดมุ่ยเมื่อพบว่าเป็นคนที่เขาไม่ค่อยอยากรับสายเท่าไหร่

 

“อาโทรมาๆ”

 

“ซีวานรู้ได้ไง?”

 

“เพราะอาชอบโทรหาแม่ฮะ” เจ้าตัวยิ้มกว้าง คนเดียวที่มักโทรหาโซลบ่อยที่สุดนอกจากคุณหมอโทแวนก็คือพ่อทูนหัวของเขา ทำเอาดีแลนได้แต่ถอนหายใจใส่ อยากจะกดตัดสาย ติดแค่ว่าลูกชายเขาแบมือขอในสิ่งที่เขาถือไว้ “ซีวานรับๆ”

 

“อยากคุยกับโนเอลเหรอคนเก่ง?” ตัวเล็กพยักหน้า “แต่คุยกับอาโนเอลน่ะปวดหัวนะ พ่อคุยกับเขาทีไหร่ปวดหัวทุกที”

 

“อาเป็นพิษเหรอฮะ”

 

“เป็นพิษ?”

 

“ก็พ่อปวดหัว ตอนคุยกับอา อาทำพ่อป่วย อาเป็นพิษ” ใช้เวลาในการทำความเข้าใจอยู่พักใหญ่ ชนิดที่ทำให้โนเอลตัดสายไปก่อนแล้วโทรหาอีกรอบ ดีแลนกำลังประมวลผลตามที่ซีวานบอกก่อนจะเข้าใจความหมายของคำว่า ‘เป็นพิษ’ ของลูกคนโต

 

เดาว่าน่าจะหมายถึงว่าทำให้ไม่สบายใจ ทำให้ไม่ชอบใจอะไรแบบนั้น แต่ที่น่าแปลกใจคือว่าคำนี้ใครเป็นคนสอนลูกกัน

 

“ตอนนี้ซีวานทำพ่อเป็นพิษแล้ว” ตัวน้อยกระพริบตาปริบๆ ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เลิกขอโทรศัพท์ที่ดีแลนถืออยู่ ความไม่อยากคุยเลยยอมส่งให้ลูก อีกนัยนึงถ้าโนเอลคุยไม่รู้เรื่องก็จะได้รีบวางสายไป “งั้นซีวานคุยกับอาไปก่อนนะ เดี๋ยวพ่อไปดื่มน้ำหน่อย”

 

“ฮะ”

 

“ถ้าเขาถามหาแม่กับพ่อก็บอกว่านอนอยู่นะ ไว้ให้โทรมาใหม่”

 

“อ้าว แต่พ่อไปกินน้ำ ไม่ได้นอน”

 

“พ่อน้ำเต็มปากไงครับ พ่อเลยคุยไม่ได้ ตกลงตามนี้นะ” เอียงคอมองอย่างสงสัย ดีแลนเลยรีบเดินไปกินน้ำแล้วอมน้ำไว้จนแก้มป่อง เป็นการบอกว่าเขาไม่สามารถพูดกับใครได้ทั้งนั้น ส่งผลให้ซีวานครุ่นคิดอยู่สักพัก เหลือบสายตามามองโทรศัพท์สลับกับแดเนียลที่นอนอยู่

 

เจ้าคนน้องทำตาใส ฉีกยิ้มกว้างร้องเสียงแอะๆ

 

“คุยกับอากันดะเน่ว”

 

“แอ้” แดเนียลตอบรับ ซีวานเลยกดปุ่มเขียวเป็นการรับสาย นัยน์ตาสีสวยเบิกตากว้างเมื่อพบว่าคนที่โทรมาเปิดวิดีโอคอล ใบหน้าของพ่อทูนหัวฉายชัดเต็มหน้าจอ พอๆ กับหน้าของซีวานที่เห็นแก้มกับปากเป็นส่วนใหญ่ นาทีนั้นทำโนเอลชะงักไป

 

[ซีวาน?]

 

“อาๆ” เจ้าของชื่อยิ้มรับกดตัวสลับกล้องให้ดูหน้าน้องที่นอนอยู่ “ดะเน่วเรียกอาเร็ว”

 

“แอ้”

 

“อา”

 

“แอ้”

 

“ไม่ใช่ ต้องอา”

 

“แอ้”

 

“คนนี้อา อาโนเอล” ว่าพร้อมกดสลับกล้องมากล้องหน้าเพื่อให้น้องชายตัวเองได้เห็นหน้าของปลายสาย โนเอลหัวเราะ นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นหน้าบรรดาหลานชาย เผอิญช่วงนี้ที่ท่าเรือมีมรสุมใหญ่ เขาต้องคอยดูไม่ให้เรือถูกพัดไป รวมถึงต้องเฝ้าระวังพวกที่คิดจะขโมยด้วย

 

อีกอย่างเวลาโทรมาก็คุยกันแปปๆ ไม่ค่อยมีโอกาสได้วิดีโอคอลเท่าไหร่ วันนี้เขาว่างและวางแผนว่าจะเข้าไปเยี่ยมครอบครัวฉลามสักหน่อย เลยโทรมาหาเผื่อว่าอยากให้ซื้ออะไรเข้าไป ซึ่งเหมือนฟ้าจะจงใจให้เขากดเข้ากล้องเป็นวิดีโอคอลแทนการโทรธรรมดา

 

[โฮ้ แดเนียลโตขึ้นมากแล้วนะนั่น เป็นมนุษย์แล้วด้วย]

 

โนเอลทำเสียงตกใจ พลางหัวเราะให้กับท่าทีตัวเองในกล้อง

 

[แล้วนี่พ่อแม่หายไปไหน ทำไมซีวานถึงมารับสายอาได้?]

 

“แม่นอนฮะ พ่อนอน พ่อกินน้ำ”

 

“ซีวาน...!” ดีแลนที่ฟังอยู่รีบทำมือกากบาท พลันก็รีบเปลี่ยนท่าเป็นนอนอยู่ให้รู้ว่าเขาเองก็กำลังหลับเหมือนกัน เจ้าตัวน้อยมองเลยกล้อง กระพริบตาปริบๆ มองพ่อตัวเองก่อนจะเลื่อนสายตามามองคนในโทรศัพท์อีกครั้ง

 

“พ่อนอนแล้วฮะ นอนเมื่อกี้เลย”

 

[คงไม่อยากคุยกับผมสินะ ดีแลน]

 

“รู้ดี” คุณพ่อกลอกตาใส่ ยกน้ำขึ้นดื่มโดยไม่สนใจจะมาคุยอะไรกับพ่อทูนหัวทั้งนั้น ปล่อยให้ลูกชายสองคนสนุกกับอาของเขาไป ส่วนตัวเองก็แอบฟังเฉยๆ ว่าคุยอะไรกัน

 

“อามีไรฮะ”

 

[วันนี้อาจะเข้าไปหาว่าจะไปคุยกับแม่เราสักหน่อบ ซีวานกับแดเนียลอยู่บ้านไหม อาจะได้ซื้อของไปฝาก]

 

“อยู่ฮะ อยู่บ้าน ซีวานกะดะเน่วอยู่บ้าน”

 

[ดีเลย อาซื้อของเล่นไว้ให้ด้วยนะ เป็นสีฟ้ากับสีเทา สีโปรดของเราสองคนใช่ไหม?]

 

“ใช่ฮะ ดะเน่วชอบฟ้า ซีวานชอบเทา”

 

[แล้วอยากได้อะไรอีกไหม ของกินดีไหม อยากได้อะไรเอ่ย?]

 

“อืม...” ครางในลำคออย่างครุ่นคิด เคยได้ยินแม่ทำแบบนี้แล้วจะคิดออก ซีวานหันไปถามน้อง ถามซ้ำๆ คล้ายรอน้องตอบทั้งที่ได้ยินเสียงอ้อแอ้ ถึงอย่างนั้นก็เป็นภาพที่เรียกรอยยิ้ม ยิ่งตอนที่คนพี่ก้มลงไปคุยกับน้องใกล้ๆ เพื่อหาคำตอบก็ยิ่งน่ารักไปกันใหญ่ “เอางั้นหยอ เดะแม่ตีนะดะเน่ว”

 

“แอะๆ”

 

“กะได้ เดะพี่บอกอาให้”

 

[น้องว่าไงครับซีวาน?]

 

“ดะเน่วอยากกินวาฬ”

 

[หา?]

 

“ดะเน่วบอกว่าวาฬตัวใหญ่ กินได้หลายคน” 

 

*เตรียมเก็บเงินนะคับผม สิ้นเดือนนี้อาจจะเปิดพรีนะงับ (รอปกอยู่จ้า) * 

LOADING 100 PER 

โครงการใหม่พี่เลี้ยงน้อง ช่วยแม่ทำงานจะได้พักบ้างจากคืนที่ไม่ได้พัก 

เกิดเป็นพี่ต้องเสียสละ ดูแลน้องรักด้วยความห่วงใยเกินทานไหว 

คนเป็นน้องก็อย่าดื้อเกินให้พี่เขาหน่ายใจ และอย่าเชื่อฟังคุณพ่อมากเกินไป 

เพราะคุณพ่อตัวร้ายมักชอบพาลูกเดินผิดทาง 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น