Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 21 : แดเนียล

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 21 : แดเนียล

คำค้น : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 10:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 21 : แดเนียล
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 21 : แดเนียล 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

“ผมยอมตายแทบเท้าเลยครับ” ถึงกับหลุดขำให้กับคนที่ตอบรับข้อตกลงโดยไม่คิด ดีแลนยกขาผมขึ้นมาวางบนตักเขา จูบไล้เบาๆ แล้วไล่จูบยาวไปถึงหลังเท้า กดจูบหนักๆ ให้รู้ว่าเขาเทิดทูนผมมากแค่ไหน มือบางลูบหัวเขา ระบายยิ้มบางด้วยความเอ็นดูกับสิ่งที่เขาทำให้

 

แน่นอนเจ้าเด็กในท้องก็แลดูจะชอบใจ

 

“แดเนียลดิ้นใหญ่เลย”

 

“จริงเหรอ?”

 

“ครับ” ผมพยักหน้าลูบท้องตัวเองที่ยื่นออกมาตามขนาดตัวของเจ้าตัวน้อยที่อาศัยอยู่ ระยะเวลาสามเดือนท้องผมยังไม่ใหญ่เท่าที่ควร ถึงอย่างนั้นก็รับรู้ได้ถึงน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน “เขาชอบที่คุณทำแบบนั้น คงคิดว่ามันน่ารักก็เป็นได้”

 

“ไหนๆ ขอผมฟังหน่อยว่าเขาพูดว่าอะไร”

 

“ให้ผมอุ้มซีวานให้นะโซล” ขานรับสั้นๆ พร้อมกับยกลูกคนโตให้ดายอุ้ม เจ้าตัวเล็กพองลมในแก้มยุ้ยๆ ยู่ปากตามประสาเด็กที่เห็นแล้วเหมือนเขาจะง้องอนนิดหน่อยที่ถูกปิดตา ดีแลนขยับเข้ามาเอาหูแนบท้องผม ฟังการเคลื่อนไหวพลางปล่อยให้ผมสางเส้นผมสีน้ำตาลของเขาไปด้วย

 

ผมชอบเวลาได้ลูบหัวเขา ชอบเวลาที่เขาเบียดแก้มลงกับท้องแสดงความตื่นเต้นอย่างคนเก็บไม่ไหว ยิ่งเขากัดปาก ลุ้นระทึกว่าลูกจะพูดหรือว่าจะทำอะไร

 

และดูดีใจขึ้นอีกเมื่อได้รับสารจากเด็กในท้องมาเล่าให้ฟัง

 

“เขาชอบมันมากเลยล่ะที่รัก เขาบอกว่าผมดูรักคุณมาก!” ร่างสูงพูดเสียงดัง มือก็ลูบคลำท้องผมไม่ยอมหยุด “เขาเตะแก้มผมด้วยเมื่อกี้ ทักทายได้น่ารักดีคุณว่าไหม”

 

“หรือไม่ก็แกล้งให้คุณไปไกลๆ จะได้ไม่มาแหย่ผม”

 

“ผมไม่ไปไหนหรอกโซล เพราะผมตอบรับข้อเสนอของคุณแล้ว” บีบจมูกอีกคนด้วยความหมั่นไส้ นอกจากเป็นฉลามแพ้ท้องแล้ว ยังเป็นฉลามหื่นที่จ้องจะกินผมอยู่ตลอดเวลาอีก ดีแค่ไหนที่เขาไม่ทำอะไรกับผมตอนท้องน่ะ แต่เดาว่าหลังคลอดแดเนียล อีกฝ่ายคงอิ่มหนำกับผมยกใหญ่

 

จะหันไปขอความช่วยเหลือจากดาย คนพี่เขาก็ยิ้มอบอุ่นให้

 

ทว่าสายตานี่แพรวพราวเชียว

 

“แต่เขารักคุณมากนะ แล้วก็บอกรักผมด้วยล่ะ” ดีแลนอวด ก้มลงไปแนบหูกับท้องอีก หัวเราะคิกคักให้ผมย่นคิ้วใส่ สนุกอยู่คนเดียวเลยคุณพ่อ ไม่ค่อยจะเงยหน้าขึ้นมาบอกเลยว่าลูกพูดอะไร ผมอุ้มท้องแท้ๆ ทำไมถึงคุยอะไรเป็นเรื่องเป็นราวกับลูกไม่ได้

 

หรือว่ามันเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติของฉลามกัน?

 

“เขาอยากออกมาเจอพวกเราแล้วนะ เขาไม่อยากอยู่ในนี้แล้ว”

 

“เขาเพิ่งสามเดือนดีแลน ยังต้องรออีกห้าเดือนถึงจะเจอกัน”

 

“ก็เขาบอกมาแบบนั้นนี่น่า เขาอยากออกมาล่า...เอ่อ ผมหมายถึงออกมาเล่นกับซีวานแล้ว” รีบเปลี่ยนคำพูดทันทีเป็นพิรุธที่มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าตีเนียนใส่ เรื่องคุยกับลูกได้ผมรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่ผมว่าเขาไม่น่าจะรีบอยากออกมาล่าอย่างที่คุณพ่อเกือบหลุดปากหรอกนะ

 

ยิ่งไปกว่านั้นตอนบอกว่าอยากออกมาเล่นกับซีวาน เจ้าตัวน้อยที่ถูกพาดพิงก็ทำตาโตใส่

 

“ซีวานไม่เชื่อนาย”

 

“ก็บอกให้ลูกเชื่อผมหน่อยสิ” มีการกัดฟันส่งซิกกับพี่ชาย เสียดายที่ผมนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขา ดายทำเป็นไม่สนใจคำบอกกล่าว มีการอุ้มลูกหันหนีไปอีกฝั่งราวกับไม่อยากให้เสวนากับน้องชายจอมมากแผนการณ์ยังไงยังงั้น ทำเอาดีแลนถึงกับทำยู่ปาก บ่นอุบอิบเพียงลำพังที่พี่ชายไม่รัก

 

เป็นภาพที่ผมต้องส่ายหน้าเคล้ารอยยิ้มบางๆ ที่ผุดขึ้นมาด้วยความเอ็นดูเขา

 

“เอาเป็นว่าอดทนอีกห้าเดือนนะ เมื่อถึงตอนนั้นผมจะยอมให้คุณอุ้มเขาให้ช้ำเลย”

 

“ผมไม่ติดลูกเท่าพี่หรอก”

 

“แล้วนายจะรู้” ดายขู่ ติดเพียงแค่ดีแลนทำเป็นหูทวนลมใส่ บอกตามตรงผมก็แอบคิดเหมือนกันว่าถ้าเขาได้ลูกคนละคน ผมจะกลายเป็นหมาหัวเน่าหรือเปล่า ขนาดมีคนเดียว ดายยังเมินผมจนต้องห้ามปราม ถึงดีแลนจะติดผมมากก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าเขาไม่เห่อลูกเหมือนพี่ชาย อีกอย่างเขาเองก็เป็นคนขอให้เรามีลูกกัน เปอร์เซ็นต์ที่เขาจะรักลูกมากก็มีเยอะกว่าที่คาดไว้

 

แต่คิดไปคิดมา ดีแลนติดผมมากขนาดนี้ เขาคงไม่ถึงขั้นดายก็ได้

 

อีกห้าเดือนมารอลุ้นกัน

 

“ผมไม่มีทางติดลูกมากกว่าเมียเหมือนพี่หรอกนะดาย เห่อแบบพี่มีหวังโซลน้อยใจตายพอดี”

 

“วันที่ลูกคลอดหวังว่านายจะยังคิดแบบนี้”

 

“นี่”

 

“ไม่ได้อยากพูดให้คิดมากนะโซล แต่เรื่องแบบนี้มันห้ามไม่ได้จริงๆ” กลายเป็นผมที่ถูกเตือนราวกับว่าดายอยากให้ผมทำใจไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ “ยิ่งดีแลนแพ้ท้องแทนคุณแบบนี้ เชื่อผมเถอะว่าเขาหนักกว่าผมแน่นอน”

 

“นี่พี่อย่ามายุยงให้ผมกับโซลแตกกันนะ ผมรักโซลจะตายไม่มีทางเห่อลูกขนาดนั้นหรอก”

 

“ก็รอดูวันคลอด”

 

“…”

 

“ถือว่าฉันเตือนนายแล้วนะ” เป็นคำพูดที่อยู่ในบทสนทนาของคุณพ่อ แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนจะฆ่ากัน หนำซ้ำพอพูดจบ คุณสามีคนโตก็พาลูกหนีขึ้นไปนอนชั้นสองซะงั้น ทิ้งให้น้องชายขมวดคิ้วใส่กับคำเตือนนั่น ก่อนจะหันกลับมาแนบแก้มกับท้องผมต่อ แน่นอนไอ้ประเด็นที่เขาพูด ไม่ว่าจะมองมุมไหนคนที่เสียเปรียบก็เป็นผม

 

ตอนท้องอยู่ได้รับการดูแลมันก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้าคลอดแล้วหนีไปเห่อลูกกันหมด

 

“หวังว่าคุณจะไม่เป็นอย่างที่ดายบอกนะที่รัก” 

 

ขอดักไว้ก่อนแล้วกัน แม่ฉลามก็อยากได้ความรักเหมือนกันนะ

 

ช่วงเวลาผ่านไปค่อนข้างเร็วกว่าที่เราคิดไว้ ดีแลนยังคงเผชิญกับอาการแพ้ท้องที่มาในหลากหลายรูปแบบจนคุณหมอโทแวนต้องมาเยี่ยมเราบ่อยครั้ง ต่างจากผมที่นอกจากกินเยอะขึ้นก็แทบไม่มีอาการแปลกๆ แบบตอนท้องซีวานเลยสักนิด มาหนักเอาช่วงเดือนหลังๆ ที่ตัวของแดเนียลใหญ่ขึ้นตามพัฒนาการ

 

ผลอัลตราซาวน์ยืนยันแล้วว่าเป็นผู้ชายโดยสมบูรณ์ หนำซ้ำยังเป็นมนุษย์

 

เป็นมนุษย์ที่ไม่ใช่แบบที่เราคิดไว้...

 

“อื้อออ!” ผมกัดผ้าในปากไว้แน่น เชิดหน้าขึ้นมองเพดานด้วยนัยน์ตาที่พร่าเลือนทุกที ความเจ็บปวดจากช่วงล่างลามไปทั่วทุกที่ อาบไล้ด้วยแสงสุดท้ายของตะวันที่ใกล้ตกดิน ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่เรากากบาทบนปฏิทินเป็นวันสุดท้ายของการรอคอยเจ้าตัวเล็ก

 

ผมจำไม่ได้ว่าตัวเองเริ่มปวดท้องตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แค่ว่าถูกดีแลนอุ้มมาวางลงในอ่างน้ำ จุดเดียวกับที่คลอดซีวานวันนั้น หยาดน้ำเย็นๆ โอบล้อมร่างผสมกับเลือดจากช่องทางที่ขยายใหญ่ ผมจิกแขนลงกับดีแลนที่กอดผมจากด้านหลัง คราวนี้ดีหน่อยที่เราไม่ต้องทำคลอดเองกะทันหัน

 

เพราะวันนี้เป็นวันที่คุณหมอโทแวนมาตรวจร่างกายพอดี ยังไม่ทันกลับผมก็ดันปวดท้องขึ้นมา และก็เป็นอย่างที่เห็น

 

ผมกำลังให้กำเนิดเจ้าปลาทูคนที่สองของบ้าน

 

“อดทนหน่อยนะโซล นับหนึ่งถึงสามนะ” ดีแลนจูบขมับผม ลูบท้องพร้อมดันสิ่งที่อยู่ข้างในออกมา มีคุณหมออยู่ตรงปลายเท้า คอยช่วยเบ่ง ช่วยดูแลให้แดเนียลออกมาได้อย่างปลอดภัย ผมไม่ได้ให้ดายเข้ามา อยากให้เขาอยู่ดูแลซีวานที่รอน้องชายอยู่ข้างล่าง

 

อีกอย่างเสียงผมตอนกรีดร้องมันก็ดังมาก ผมกลัวว่าเจ้าตัวเล็กจะตกใจไม่ก็กลัวขึ้นมา

 

“เอาล่ะนะ หนึ่ง สอง สาม!”

 

“อื้อออ!” ผมน้ำตาไหลแม้จะเคยผ่านการคลอดมาแล้ว มันก็ยังคงหนักอยู่สำหรับผม ร่างกายหายใจหอบ ฟันก็กัดผ้าไว้แน่นจนสันกรามขึ้นเห็นอย่างเด่นชัด ผมปวดฟันไปหมดทว่านั่นไม่เท่ากับช่วงล่างที่มีบางอย่างเริ่มขยับออกมาอย่างที่ตั้งไว้

 

ดีแลนพยายามปลอบผม ทั้งให้กำลังใจ เช็ดเหงื่อ เช็ดน้ำตาให้ ภาพของพ่อแม่ลอยวนอยู่ในหัว ซ้ำไปซ้ำมาคล้ายปลอบประโลมให้ผมสู้ตาย

 

“อีกครั้งหนึ่งโซล หัวเด็กออกมาแล้ว สู้หน่อย” คุณหมอโทแวนพยักหน้าให้ผม สายตาของเขาดูจริงจังขณะที่รองรับหัวเจ้าเด็กที่อยู่ในท้องผมแปดเดือนไว้ ผมสูดหายใจเข้า รวบแรงที่มีในการเบ่ง จิกเล็บลงกับแขนของดีแลนไม่กลัวเลยว่าเขาจะเจ็บไหม ถึงอย่างนั้นร่างสูงก็ไม่ได้บ่น เขาขอแค่ผมและลูกปลอดภัย

 

หัวใจผมเต้นระรัวช่วงขณะหนึ่งผมกลัวว่าตัวเองจะหัวใจวาย ทุกอย่างหนักหน่วงไปหมด ร่างผมเหมือนจะแยกออกเป็นชิ้นๆ คุณหมอช่วยดึง ช่วยประคอง ต่างจากผมที่เริ่มหมดแรงลงทุกนาที และในจังหวะสุดท้ายผมดันคิดถึงช่วงเวลาที่ดีแลนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เรามีลูกคนนี้ได้

 

‘ผมมีความหวังครั้งใหม่’

 

‘ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้เสมอ’

 

“อื้อ อื้ออ อื้อออ!!!!”

 

“ได้แล้วโซล!” ผมทิ้งตัวลงกับแผ่นอกของคนด้านหลัง ความเจ็บเปลี่ยนเป็นชินชาจนขยับไปไหนไม่ไหว รู้เพียงอย่างเดียวว่าความอึดอัดจากช่วงล่วงหายไป เหลือเพียงแค่ความวูบโหวง และรอยแผลจากตัวน้อยที่เคลื่อนตัวออก นาทีนั้นผมคล้ายจะเป็นลม หายใจรวยรินทุกอย่างพร่าเลือนไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น ผมเห็นเพียงภาพของคุณหมอที่พยายามจะอุ้มลูกเรา

 

แต่มันเกิดอะไรขึ้นรู้ไหม?

 

“โอ้พระเจ้า นี่มันเป็นไปได้ยังไง”

 

“อะไร...”

 

“ลูกเธอกลายเป็นฉลามไปแล้ว โซล” 

 

เสียงครางอย่างสงสัยดังขึ้นในความคิด เวลาเดียวกันดวงตาก็พยายามเลื่อนมองหาบางสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ในน้ำ คุณหมอเบิกตากว้างมองไปรอบตัวที่มีบางอย่างกำลังว่ายวนเขา ครีบน้อยๆ ที่โผล่พ้นน้ำทำเราตกใจแทบบ้ากับสิ่งที่ได้เห็น ถึงสมองผมจะประมวลผลช้าเนื่องด้วยความเจ็บช้ำ แต่ผมก็มองออกว่าเด็กทารกผู้ชายที่เราเคยเห็นตอนอัลตราซาวน์กลายร่างได้ในตอนนี้

 

เจ้าตัวว่ายมาหาผม ผิวลื่นๆ ตรงหน้าท้องแนบกับช่วงอกที่อยู่ใต้น้ำ ดวงตาสีสวยเหม่อมองเราสองคนคล้ายสงสัยว่าผู้ชายสองคนนี้เป็นใคร อีกนัยนึงอาจจะเป็นการสูดอากาศหายใจ ส่งผลให้ผมเอื้อมมือที่สั่นเทาไปลูบใบหน้าของฉลามตัวเล็กที่เวลานี้ไม่อาจคำนวณได้ว่ายาวประมาณไหน

 

ตัวเท่าฝ่ามือผมเห็นจะได้ หรือไม่อาจใหญ่กว่านิดนึง

 

“แดเนียล” 

 

“กึด” เขาขบฟันตอบรับกับชื่อที่ผมตั้งให้ บ่งบอกให้เรารู้ว่าเขาจำได้ว่าตัวเองชื่ออะไร ต่อให้เวลานี้เขาจะได้ไม่อยู่ในรูปลักษณ์ที่เราคิดไว้ก็ตาม ตัวน้อยเอียงตัวเล่นน้ำไปมา ใช้ใบหน้ายื่นยาวชนมือผมเป็นการทัก ผมลูบไปตามลำตัวเขาตั้งแต่หัวยาวไปถึงครีบหาง ทุกสัดส่วนอ่อนนุ่มคงเพราะเพิ่งคลอดออกมาได้ไม่นาน

 

“เขา...เขาเป็นฉลาม” ผมพึมพำ “ทำไมกัน”

 

“อาจเพราะน้ำเชื้อที่เข้าไปผสมกันก็ได้” คุณหมอสันนิฐาน “เพราะสภาพร่างกายเธอเปลี่ยนไปตั้งแต่ท้องซีวาน พอคลอดร่างกายก็ไม่ได้คืนกลับสภาพเป็นมนุษย์ พอท้องกับดีแลนก็มีสิทธิ์ที่เด็กจะออกมาเป็นฉลาม”

 

“แต่ตอนอัลตราซาวน์เขาเป็นมนุษย์”

 

“ตอนนั้นซีวานก็เป็นฉลามเหมือนกัน” เป็นการสังเกตที่ผมเองก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเหมือนว่าเรื่องพวกนี้จะอยู่ไกลกว่าความจริงตามทฤษฎีต่าง ๆ ที่โลกนี้บัญญัติไว้ คุณหมอกวาดตามอง ผมรู้เลยว่าเขาพยายามหาข้อมูลต่างๆ เพื่อมาอธิบายเรื่องนี้ให้ได้

 

ต่างจากดีแลนที่เขาเชยคางเจ้าตัวเล็ก ต้อนให้เข้ามาในอ้อมกอดแล้วกดจูบลงไป

 

“ได้เจอกันแล้วนะแดเนียล ในที่สุดก็ได้กอดกัน”

 

“ดีแลน”

 

“หนูเก่งมากเลยที่เปลี่ยนร่างได้ตั้งแต่ตอนนี้ พ่อภูมิใจมากเลย” คนตัวโตน้ำตาไหลผมมั่นใจว่าเป็นน้ำตาจากความรู้สึก ไม่ใช่น้ำจากอ่างตอนเขาก้มลงไปจูบลูก เป็นภาพที่เห็นแล้วอดรู้สึกใจสั่นไม่ได้ ดีแลนไม่แคร์เลยว่าทำไมลูกของเราถึงกลายร่างได้ทั้งที่ยังไม่สองขวบ ไม่สนใจว่าทฤษฎีบนโลกจะแก้ไขปริศนานี้ไหม

 

ผมรู้แค่ว่าเขามีความสุขที่ได้กอดเจ้าตัวน้อยที่เขาเฝ้ารอมาตลอดอย่างสุดหัวใจ และวันนี้เขาก็ได้รับความหวังครั้งใหม่

 

“ไว้เราไปล่าวาฬกันนะ ไอ้หลาม” 

 

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากได้ยิน...

 

 

ความจริงกลายเป็นเรื่องที่ต้องพับเก็บ ผมสลบไปทันทีที่ได้อุ้มเจ้าตัวเล็กไว้ในอก ร่างกายเหนื่อยอ่อนคราวนี้เหมือนจะหนักกว่าตอนซีวานยังไงก็ไม่รู้ ขนาดดีแลนเป็นคนแพ้ท้องแทนผมยังเพลียแทบขาดใจ อาจเพราะผมเป็นคนอุ้มท้องด้วยก็ได้จึงไม่ต่างจากตอนแพ้ท้อง ยังไงซะร่างกายมนุษย์ก็ไม่ได้แข็งแรงเท่าฉลามอยู่แล้ว

 

ถึงอย่างนั้นผมก็รู้สึกดีที่ผมคลอดเจ้าตัวเล็กออกมาอย่างปลอดภัย

 

และตัวเองก็ยังมีชีวิตอยู่เพื่อดูการเติบโตของเขา

 

“แอะๆ”

 

“อือ...” ผมครางในลำคอเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆ ดังคลอเคลียอยู่ที่หู พร้อมกับมือนุ่มๆ กลิ่นหอมๆ แตะต้องไปทั่วใบหน้าคล้ายปลุกให้ตื่นจากความฝัน ผมจำกลิ่นหอมหวานนี้ได้ มันเป็นกลิ่นของตัวน้อยคนแรกของเรา น้ำหนักที่ทับอยู่บนอกทำให้ผมรู้ว่ามีคนพาเจ้าตัวเล็กมาปลุกผม ประจวบเหมาะที่ดวงอาทิตย์สาดแสงมาโดน

 

เปลือกตาบางจึงลืมขึ้น กะพริบตาอยู่สักพักเพื่อมองใบหน้าน่ารักที่ยื่นมาพร้อมกับจุมพิตที่เรียวปาก

 

เป็นคำทักทายที่เรียกรอยยิ้มแรกของผมให้ผุดขึ้นมา

 

“อรุณสวัสดิ์ซีวาน”

 

“แอ้~” เจ้าของชื่อยิ้ม มือยังจับแก้มผมอยู่แล้วจูบที่จมูกอีกรอบเหมือนป้องกันไม่ให้ผมกลับไปหลับอีกอย่างที่ตั้งใจไว้ แสงแรกของวันอาบไล้เรือนกาย ทว่าซีวานกลับไม่ระคายผิว เขายังคงนั่งบนอกผม จ้องมองด้วยนัยน์ตาสีเดียวกัน ผมเกลี่ยแก้มเขา โน้มลงมาเล็กน้อยเพื่อฟัดความหอมนั้นด้วยความมันเขี้ยวเกินทนไหว

 

ในห้องนอนไม่ปรากฏร่างของคุณพ่อหรือลูกคนที่สองที่เพิ่งจะทำคลอดไป ไม่สิ จะบอกว่าเพิ่งคลอดไม่ได้

 

นั่นมันเมื่อสามวันที่แล้ว

 

“แม่หลับไปนานเลย” ผมบอกกับเขาหลังเห็นปฏิทินที่ถูกกาเพิ่มเหมือนบอกให้รู้ว่าผมหลับไปนานแค่ไหน “ซีวานไม่ได้ซนกับคุณพ่อใช่ไหม คุณพ่อทำตัวดีหรือเปล่าครับ?”

 

“แอ้” ร่างเล็กตอบแย้มยิ้มกว้างแล้วเบียดแก้มกับอกผม เรียกรอยจูบให้ฝังบนหน้าผากอีกรอบ ขณะที่ผมพยายามฟังเสียงว่าบรรดาคุณพ่ออยู่ไหน ร่างกายช่วงล่างผมยังช้ำในอยู่ คงต้องเรียกคุณหมอมาดูหลังจากเจอหน้าคุณสามีทั้งสอง

 

ผมชะโงกหน้ามองตรงสระว่ายน้ำ ไม่เห็นร่างของใครสักคน เสียงโครมครามทำเปลเหมือนตอนซีวานก็ไม่มี กลิ่นอาหารจากห้องครัวก็หายหมด ราวกับว่าที่นี่กลายเป็นบ้านร้างที่ผมอยู่กับลูกแค่สองคน เล่นเอาต้องประคองตัวน้อยที่ใกล้จะหนึ่งขวบพาลงมาข้างล่างด้วยกัน

 

“คุณพ่อหายไปไหนนะ ทำไมไม่มาเฝ้าคุณแม่กัน”

 

“แอะๆ”

 

“ซีวานเห็นไหมครับว่าคุณพ่อไปไหน แอบหนีออกไปเที่ยวหรือเปล่า” ผมถามเขาหวังจะได้คำตอบติดแค่ว่าฉลามน้อยยังพูดไม่เป็นภาษา เขาได้แต่ส่งเสียงอ้อแอ้ไปมา ทำมือขยำบ้าง แต่เรื่องร้องไห้โวยวายนี่ไม่เคยมีให้เห็น เป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายต่างจากตอนท้องที่ทำผมเกือบไม่รอดมาเลี้ยง

 

ก็ท้องแรกด้วยแหละ จะโทษเขาก็ไม่ถูก

 

“หายไปไหนกัน” คิ้วสวยขมวดมุ่ยเมื่อพาตัวเองมาเหยียบบนบันไดขั้นสุดท้าย ทุกย่างก้าวของผมเจ็บช้ำ ถึงขั้นต้องแวะพักให้หายหน่วงก่อน ซีวานมองผม เอามือจับหน้า จับคอเหมือนกำลังตรวจสอบชีพจรว่าผมยังไหวอยู่ไหม “แม่โอเคครับ แม่ไม่เป็นไร”

 

“แต่ขาคุณแม่สั่นใหญ่แล้ว”

 

“ดาย” ผมเรียกชื่อเจ้าของน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เสียงของเขาก็ยังคงมีอิทธิพลกับผมเสมอ ร่างสูงออกมาจากห้องเก็บของ มีฝุ่นผงติดหัวอยู่บ้างจนผมต้องเอื้อมมือไปหยิบออกให้ ก่อนจะถูกตอบแทนด้วยรสสัมผัสที่คราวนี้ปิดตาลูกไม่ทันอย่างที่ตั้งใจ

 

เล่นเอาซีวานต้องเบือนหน้าหนีไปเอง

 

“แอ้”

 

“อายลูกบ้างครับ” ดายยิ้มลูบหัวปลาทูน้อยให้หันกลับมามองหน้า สักพักก็เป็นฝ่ายอุ้มลูกให้ คงกลัวว่าผมจะล้มพับไปเพราะแค่ยืนเฉยๆ ขายังสั่นไปหมด ยิ่งกว่านั้นคือการที่ซีวานเริ่มตัวโต น้ำหนักของเขามีอิทธิพลกับร่างกายผม เป็นวัยเจริญเติบโตที่คุณพ่อแลดูจะขุนให้กลายเป็นหมูมากกว่าฉลาม “เข้าไปทำอะไรในห้องเก็บของน่ะครับ ในนั้นฝุ่นเยอะจะตาย”

 

“ก็แค่ไปหาดูว่ามีอัลบั้มเปล่าๆ เหลือไหม”

 

“คุณจะเอามาทำอะไร?”

 

“ผมจะมาใส่ลูกรูปเก็บไว้ดู” ผมเลิกคิ้วให้กับคำพูดก่อนที่คนตัวโตจะโอบเอวผมพามานั่ง ฝากซีวานไว้บนตัก ส่วนตัวเองผละไปหยิบบางอย่างที่วางไว้บนโต๊ะในครัวแล้วเดินกลับมาหา ตอนแรกผมนึกว่าเขาซื้อของอะไรมา ทว่าพอดูดีๆ กลับพบว่าเป็นรูปถ่ายหลากหลายใบ ทุกภาพเป็นรูปของผมตอนท้องและตอนเลี้ยงซีวาน ซึ่งดูจะหนักไปทางซีวานเยอะกว่า มีตั้งแต่ตอนยิ้ม ตอนนอน ตอนดื่มนม กระทั่งตอนหาวก็ยังถูกถ่ายไว้

 

นี่ผมว่าปกติดายก็ดูเห่อลูกจะตาย แต่ไม่คิดว่าจะเห่อได้ขนาดนี้

 

“แทบไม่มีรูปผมกับดีแลนเลยนะครับ” แอบแซะไปทีให้คุณพ่อเห่อลูกคนนี้ได้สำนึก เล่นเอาดายถึงกับต้องยื่นหน้ามาจูบ เดาว่านั่นคือคำขอโทษจากเขา ความน่ารักอีกอย่างคือทุกรูปมีวันเวลาเขียนไว้อย่างเด่นชัด รวมถึงข้อความสั้นๆ

 

‘หาวครั้งแรกของซีวาน’

 

‘ซีวานยิ้มวันแรก’

 

‘วันนี้ซีวานแอบร้องไห้’

 

‘ลูกหิวนมแล้ว’

 

“น่ารักเชียว” อดชมไม่ได้ “คุณเขียนเองหมดเลยเหรอ?”

 

“บางรูปดีแลนก็เขียนให้ เขาเป็นคนช่วยผมถ่ายตอนผมไม่อยู่” ดายบอกเรียงรูปลูกตามวันที่เพื่อให้ผมได้เห็นพัฒนาการในแต่ละวัน รับรู้ได้เลยว่าเขามีความสุขกับการทำแบบนั้น แผ่รังสีคุณพ่อจนผมดีใจแทนลูกไม่ได้ที่มีคุณพ่อตัวใหญ่แสนอบอุ่นแบบนี้

 

“เผลอแปปเดียวซีวานก็จะขวบแล้วนะครับ คงต้องวางแผนเรื่องจัดงานวันเกิดแล้วสิ”

 

“ยังพอมีเวลาอยู่ ไว้เดี๋ยวดีแลนกลับมาแล้วเรามาคิดกัน”

 

“หืม ดีแลนไม่อยู่เหรอครับ?” ผมย่นคิ้วถาม เป็นจังหวะเดียวกับที่คุณพี่ชายชะงักไปคล้ายนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอพลั้งปาก “เขาไปไหนกัน ไม่เห็นเขียนโน้ตแปะไว้ให้ผมรู้เลย”

 

“ไม่ได้ไปไหนหรอกโซล ก็แค่...พาแดเนียลออกไปเดินเล่น”

 

“เดินเล่นที่ไหนทำไมรองเท้าเขายังอยู่ที่เดิม” ดายกลืนน้ำลายลงคอเป็นจังหวะเดียวกับที่ซีวานลูบมือผม ไม่แน่ใจว่านั่นคือคำบอกใบ้ให้ผมใจเย็นลง หรือการปรามไม่ให้ผมองค์ลงก่อนที่คุณสามีตัวร้ายจะกลับมาบ้าง ผมเห็นนะว่ารองเท้าของดีแลนยังอยู่ ตอนอยู่ชั้นสองผมก็ไม่เห็นมีใครเดินอยู่ที่ชายหาด และลูกเราหายไปแบบนี้คิดว่าผมจะอยู่เฉยๆ ได้หรือไง

 

พลันผมก็นิ่งงันไปเมื่อความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาเขย่าหัวใจ...

 

“อย่าบอกนะว่าเขาพาแดเนียลออกไปล่า” 

 

“ผมยังไม่ได้บอกนะ” เป็นคำแก้ตัวให้รู้ว่าเขายังไม่ได้เฉลยความจริง ทว่าผมกลับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณ วินาทีนั้นผมแทบลุกขึ้นตรงดิ่งไปยังทะเลถามไม่ติดว่าซีวานนั่งอยู่บนตัก และดายก็เอื้อมมือมาจับแขนผมทันก่อนจะได้ทำ “อีกสักพักพวกเขาก็กลับแล้วโซล รออยู่ที่นี่เดี๋ยวผมไปชงชาให้”

 

“คุณคิดว่าตอนนี้ผมจะมีอารมณ์จิบชา นั่งดูซีรีส์หัวเราะคิกคักอยู่กับลูกเหรอดาย น้องชายคุณพาลูกเราออกไปล่าวาฬนะ!”

 

“คงไม่ได้ล่าหรอกโซล แดเนียลเพิ่งเกิดได้สามวัน ฟันยังไม่คมพอที่จะล่า” คำแก้ตัวนั่นทำผมตึงหน้าใส่ รู้ว่าเขาอยากให้ผมใจเย็นลง แต่ดายควรรู้ไว้ว่าเขาไม่เหมาะกับการเล่นตลกหรืออำคนอื่น หน้าของเขานิ่ง เป็นพวกตลกหน้าตายที่เวลานี้ยิ่งไม่สมควรตลกเข้าไปใหญ่

 

ถ้าผมเป็นฉลามว่ายน้ำเร็วเหมือนพวกเขา ผมจะรีบตรงไปลากคุณสามีกลับมารับโทษอย่างที่เขาสมควรได้

 

ไม่ใช่มานั่งกัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิดใจ

 

“คุณปล่อยพวกเขาไปได้ยังไงกัน แดเนียลยังเล็กอยู่เลยนะ” ผมว่าด้วยความไม่พอใจ ระหว่างที่ผมหลับในบ้านมีแค่ดายเท่านั้นที่ห้ามคนอื่นได้ แต่แทนที่เขาจะห้ามน้องชายกลับปล่อยให้อีกฝ่ายออกไป ไปคนเดียวผมก็ห่วงจะแย่ นี่พาลูกเราตัวเท่าฝ่ามือไปด้วย หนำซ้ำเพิ่งเกิดได้สามวันคิดว่าอยู่ข้างนอกเขาจะปลอดภัยไหม เทียบกับดีแลนที่ตัวใหญ่ยิ่งกว่ารถถังห้าคันต่อกัน แดเนียลตัวเท่าปลานีโม่เอง

 

พ่อปลาทูนี่ก็แสบจริง ทำไมไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีนะ ให้ตายเถอะ !

 

“เขาก็แค่บอกว่าจะพาลูกไปว่ายน้ำเล่น และฉลามก็สมควรลงทะเล จะให้เลี้ยงในตู้ปลาแบบปลาการ์ตูนทั่วไปไม่ได้หรอก”

 

“ผมก็ไม่ได้บอกให้เลี้ยงในตู้ ที่ผมหงุดหงิดคือเขาไม่บอกผม”

 

“โซล”

 

“ถ้าเกิดลูกเรามีรอยขีดข่วนแม้แต่รอยเดียวล่ะก็ ผมจะฟาดน้องชายคุณให้กลายเป็นปลาทูต้มยำไปเลย!” 

 

“แอ้”

 

“อะ...”

 

“แอ้ แอ้” เพราะขึ้นเสียงมากไปหรือกำลังโกรธอยู่ก็ไม่รู้ ซีวานถึงได้ยกมือขึ้นมาปิดปากผม ส่งเสียงน่ารักพร้อมเอานิ้วชี้แนบปากตัวเอง ห้ามปรามไม่ให้ผมหงุดหงิดไปมากกว่านี้ ทำเอาผมชะงักการกระทำแสนน่ารักคล้ายล้างผลาญทุกสิ่ง ซีวานทำหน้าออดอ้อน ผมเดาว่านั่นเป็นการขอว่าอย่าโกรธที่ดีแลนทำเลย อีกส่วนนึงเป็นการช่วยดายไม่ให้เขาโดนบ่นแทนจนหูชา

 

ตัวน้อยจูบปากผม ทำมือขยำไปมาให้ผมก้มลงไปฟัด พอเจอลูกทำแบบนี้มีใครบ้างกันที่ไม่ใจอ่อน เวลานี้ผมใจเหลวเป็นน้ำเลย

 

“ไม่ดุเนอะ ไม่ดุแล้วครับ แม่ไม่ดุคุณพ่อแล้ว” ผมบอกเขาเปลี่ยนเสียงให้หวานขึ้น ลดความดังให้เบาลงอยู่ในโหมดปกติที่จะเป็นที่รักของลูกชาย ส่งผลให้ซีวานยิ้มกว้าง และกว้างขึ้นอีกตอนผมถูจมูกตัวเองกับจมูกเขา “มาทำแบบนี้เดี๋ยวคุณพ่อเขาจะได้ใจเอานะครับ เวลาคุณพ่อทำผิด ซีวานจะต้องลงโทษคุณพ่อนะ ไม่ใช่มาอ้อนคุณแม่ เพราะคุณแม่เป็นห่วงคุณพ่อกับน้องชายของซีวานนะครับ คุณแม่ถึงต้องบ่น”

 

“แอะๆ”

 

“ครับๆ แม่บ่นผิดคนไว้รอคุณพ่อดีแลนกลับมาแล้วเรามาลงโทษเขากันเนอะ” เจ้าตัวยิ้มจนตาหยี เป็นอะไรที่ฮีลลิ่งหัวใจผมได้ดีที่สุด ยิ่งมาขุดตัวออดอ้อนขอกินนม ผมก็ประคองลูกไว้แนบอก ลุกขึ้นยืนเตรียมพาเขาไปกินนมบนห้อง ในขณะที่ดายทำท่าจะตามผม คงอยากเก็บภาพของลูกไว้ใส่ในอัลบั้มอีก “หยุดเลยครับ ห้ามขึ้นไปข้างบนจนกว่าดีแลนจะกลับมา”

 

“แต่ผมต้องขึ้นไปกล่อมลูกนะโซล ไม่งั้นซีวานจะนอนไม่หลับ”

 

“ผมกล่อมเองได้ครับ นี่ก็ลูกผมเหมือนกัน”

 

“แต่...”

 

“ถ้าดีแลนกลับมาแล้วบอกให้ขึ้นไปหาผมด้วยนะครับ ถ้าอีกครึ่งชั่วโมงเขายังไม่กลับ ผมหวังว่าจะได้เห็นคุณไปรับน้องชายกลับบ้านนะครับ ทูนหัว” ยกยิ้มข่มขู่ทำเอาดายถึงกับนิ่งงัน ผมลูบแก้มเขาเบาๆ วางมาดเป็นคนแม่น่ารักทั้งที่ในใจไฟสุมอก จากนั้นก็พาตัวน้อยขึ้นบนห้อง เลิกเสื้อตัวเองขึ้นเพื่อป้อนนมซีวานระหว่างนั้นก็เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ดีแลนจะกลับมา

 

บอกตามตรงว่าผมอดเคือง อดโกรธไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่าทำไมผมไม่ให้ออกไปก็ยังจะรั้นไปตลอด ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากฟาดคุณพ่อ ทำตัวไม่น่ารักดูรู้เลยว่าแดเนียลจะโดนให้ท้ายขนาดไหน นี่ถ้าเกิดเขากลับมาช้ากว่าเวลาที่ผมบอกดายไว้ คืนนี้บอกเลยว่าผมจะไม่ยอมให้คุณผู้ชายเขามานอนข้างๆ ได้

 

ไปนอนเล่นกับไฟในสระน้ำก็แล้วกัน 

 

ซึ่งก็เป็นอย่างที่ผมคาด ซีวานหลับไปด้วยความอิ่มหนำ ผมตบก้นน้อยๆ กล่อมเขาจนหลับ เป็นจังหวะเดียวกับที่ข้างล่างได้ยินเสียงคุยกัน รวมถึงเสียงปิดประตูเป็นสัญญาณว่ามีคนมาหา นาทีนั้นผมห่มผ้าให้ลูก ค่อยๆ เดินลงบันไดไปแอบดูว่าคุณพ่อเขาทำอะไร

 

ผมเห็นดีแลนอุ้มเจ้าฉลามตัวเท่าฝ่ามือลงตู้ปลาที่ไม่รู้ว่าไปซื้อมาตอนไหน ซุบซิบบางอย่างกับดายที่ถอนหายใจ

 

“เดี๋ยวผมจะขึ้นไปบอกโซลว่าขากลับเจอพายุใหญ่ก็เลยกลับมาช้ากว่าที่คิดไว้”

 

“ทั้งที่ความจริงนายทำแดเนียลหาย”

 

“ผมไม่ได้ทำลูกหาย ลูกแค่หนีไปเล่นกับปลานีโม่ ผมเลยหาไม่เจอ” 

 

ช่วงนี้อาจมาๆ หายๆ เพราะต้องแวะไปดูยายที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาล และเตรียมตัวสอบซัมเมอร์วันที่ 9 11 14 นะคะ 

เพราะงั้นอาจจะอัพช้าไปบ้าง แต่ไม่เทแน่นอนจ้า คงกลับมาอัพแบบปกติได้หลังวันที่ 14 ค้าบผม 

ช่วงนี้ก็ดองบ้าง ช้าบ้างอย่าว่ากันเด้อ 

LOADING 100 PER 

แดเนียลเจ้าลูกคนที่สอง ยิ้มรับตะวันตกดินหน่อย และอย่าดื้อนักนะ 

แผลงฤทธิ์แม้จะอยู่แค่ในท้อง พอออกมาก็ซนจนแทบทนไม่ไหว 

คุณพ่อที่เฝ้ารอแลดูจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมยิ่งกว่าอะไร 

แต่คนที่น่าจะปราบเจ้าปลาทูตัวร้ายได้ คงไม่ใช่พ่อแม่ที่อุ้มท้องมา 

เอาล่ะซีวาน เลี้ยงน้องช่วยแม่หน่อยนะ :) 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น