Chaleeisis
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 19 : ไฟนอล

ชื่อตอน : บทที่ 19 : ไฟนอล

คำค้น : สามเฌอ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.1k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2563 21:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 : ไฟนอล
แบบอักษร

 

 

[บันทึกพิเศษ : สิบสาม]

.

“วันนี้คุณสอบเสร็จกี่โมงอะ”

“เที่ยงครับ แล้วพี่เฌอล่ะ”

“บ่าย 3 โน่น เสร็จแล้วไปไหนต่อไหม”

“ยังไม่ได้คิดว่าจะไปไหนต่อนะครับ แล้วพี่เฌอจะทำอะไรต่อ”

“ก็อาจจะไปฉลองที่สอบเสร็จ คุณไปด้วยกันไหมล่ะ”

ผมส่ายหัวเบาๆ “ไม่ล่ะครับ พี่ไปสนุกกับเพื่อนๆ เถอะ ไว้ขากลับเดี๋ยวผมค่อยไปรับ ดีไหม”

“ก็ได้ ผมตามใจคุณ” รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าก่อนที่เขาจะแย่งตับในถ้วยโจ๊กผมไป ความสดใสในวันสอบนี้มันเป็นกำลังใจที่ดีมากเลยจริงๆ

ตอนนี้เกือบ 8 โมงแล้วครับ เรานั่งกินโจ๊กด้วยกันอยู่ที่ร้านประจำ วันนี้พี่เฌอดูต่างจากทุกวันอาจเพราะชุดนักศึกษาที่เขาต้องใส่เพื่อเข้าสอบ ทุกทีเจ้าตัวมักจะสวมเพียงเสื้อยืด กางเกงยีนส์ขาดๆ พร้อมสวมเสื้อช็อป รองเท้าผ้าใบอีกหนึ่งคู่ ถ้าวันไหนรีบหน่อยก็รองเท้าช้างดาวที่ผมซื้อให้ คณะเขาให้แต่งตัวได้อิสระเหมือนกันนะ หรือว่าอาจจะไม่ให้แต่งแบบนั้นหรอกแต่เขาดื้อจะแต่งเอง

อื้ม....มีความเป็นไปได้สูง

เมื่ออาทิตย์ก่อนผมมีโอกาสได้เจอคุณพ่อพี่เฌอด้วย เขาใจดีกว่าที่ผมคิด พอเป็นแบบนั้นผมก็เลยทำการเอ่ยขอลูกชายจากเขา สีหน้าของพี่เฌอตอนที่ผมบอกว่าตัวเองรู้จักเขามากแค่ไหนคือตลกมากเลยครับ ในใจคงรู้สึกดีด้วยแหละที่ผมพูดออกไปแบบนั้น มันไม่น่าใช่เรื่องแปลกถ้าผมจะจดจำอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับคนที่ผมรักได้ เวลาผมชอบหรือสนใจอะไร ผมมักจะทุ่มเทให้กับมันเสมอ

ความจริงผมยังต้องเรียนรู้ความเป็นเขาอีกเยอะเลยครับ

เดี๋ยวเขาจะไปฝึกงานแล้ว ส่วนผมก็เรียนแล้วทำหน้าที่ในงานกิจกรรมต่างๆ มันเป็นช่วงเวลาที่เราต้องห่างกัน ผมคงคิดถึงเขามาก มหา’ลัยที่ไม่เขามันคงเงียบเหงา ไม่รู้สิ เมื่อก่อนผมไม่ค่อยสนใจใคร อยู่คนเดียวมาตลอด แต่พอมีพี่เฌอแล้วมันก็ดีขึ้นนะครับ อย่างน้อยเวลาที่ผมว่าง ผมก็รู้ว่าตัวเองควรไปไหน ในวันที่มีเรื่องหงุดหงิดใจ แค่ได้เห็นเขายิ้ม ผมก็รู้สึกดีขึ้น ไม่รู้เลยว่าช่วงเทอม 2 ที่เขาไม่อยู่ ผมจะหม่นหมองมากแค่ไหน

ต้องงอแงแล้วขับรถไปหาเขาบ่อยๆ แน่

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นหืม....” นิ้วเรียวจิ้มที่กลางระหว่างคิ้วผม “เหมือนไม่สบายใจ”

“มองออกเหรอครับ”

“มองออกสิ ผมเป็นแฟนคุณนะ ต่อให้คุณจะหน้านิ่งเหมือนแบด แบดตลอดเวลา แต่ผมรู้อยู่หรอกว่าคุณรู้สึกยังไง”

ผมเท้าคางมองเขา “เก่งจังเลยนะครับ”

“ชอบป้ะคนเก่ง”

“ชอบครับ พี่เก่งเรื่องอะไรบ้างล่ะ”

“เรื่องที่เกี่ยวกับคุณ....ผมก็เก่งอยู่นะ” เขาแย่งโจ๊กทั้งชามของผมไป ถ้าไม่พอกินพี่ไม่สั่งเพิ่มล่ะครับ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมสั่งใหม่เองดีกว่า เขาอยากทำอะไรก็ปล่อยให้เขาทำ

“ป้าครับ ขอโจ๊กหมูเพิ่มอีก 1 ถ้วยครับ” ผมบอกป้าเจ้าของร้านก่อนจะหันมามองพี่เฌอ “เก่งเรื่องเกี่ยวกับผมงั้นเหรอ”

“อื้ม....”

“รวมถึงเรื่องบนเตียงที่ได้ทำกับผมไหมครับ”

“แค่กกกก.....คุณพูดอะไรเนี่ย” คนที่สำลักโจ๊กโวยวายใส่ พอเห็นแบบนั้นผมจึงหยิบทิชชู่ส่งให้เขา มือเรียวรับไปพร้อมกับทำหน้าโหดใส่

“พูดจริงนี่ครับ ก็พี่บอกว่าตัวเองเก่ง ผมก็เลย....” ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบประโยค เขาก็เลื่อนมือมาปิดปากผมไว้ซะก่อน

“ไม่ต้องพูดแล้ว กินโจ๊กไปเลยนะคุณ”

ผมจับมือเขาออก “พี่แย่งโจ๊กผมไปกินอะ”

“นี่ไง ชามใหม่มาแล้ว กินไปเลย” พี่เฌอส่งโจ๊กชามใหม่มาให้พร้อมกับทำหน้ามุ่ยใส่ น่าฟัดชะมัด ทำไมชอบทำหน้าแบบนั้นตอนที่อยู่ข้างนอกก็ไม่รู้ ผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากมองน่ะสิ

เขานี่มันจริงๆ เลย

ผมตักโจ๊กเข้าปากพลางมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ทำยังไงให้คนเลิกยุ่งกับเขาดีนะ เลิกยุ่งแบบไม่ต้องทักมาในไลน์หรือข้อความของช่องทางต่างๆ ผมหึง ไม่ชอบใจเลยครับ คือรู้ว่าพี่เฌอไม่มีทางคุยกับคนพวกนั้นแต่ถึงยังไงผมก็ไม่ชอบอยู่ดี ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง ก็ได้แต่อดทน ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ได้คบกันก็พอรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นที่นิยมมากแค่ไหน คนชอบเขาเยอะมากกว่าที่มีคนชอบผมด้วยซ้ำ อาจเพราะเขาอัธยาศัยดี เป็นมิตร มีเสน่ห์

ใครเห็นก็ต้องชอบกันทั้งนั้นแหละ

แต่ไม่ยกให้หรอกนะครับเพราะเขาเป็นของผมแล้ว

พี่เฌอทำให้ผมเล่นโซเชี่ยลเยอะขึ้นมากๆ ในช่วงแรกเพื่อติดตามดูเขาและเพื่อบอกให้คนอื่นได้รับรู้ว่าคนๆ นี้สำหรับผมแล้วเขาพิเศษมากแค่ไหน ไอจีผมที่เคยลงแต่ของเกี่ยวกับลิตเติ้ลทวินสตาร์ก็มีรูปที่ถ่ายคู่กับพี่เฌอเต็มไปหมด บางทีเขาก็เอาไปถ่ายเอง เราสองคนสามารถเอาโทรศัพท์ของอีกฝ่ายมาเล่นได้ครับ ผมสามารถเข้าไปดูได้ทุกอย่างและรับรู้ว่ามีใครทักมาหาพี่เฌอบ้าง ช่วงที่คบกันใหม่ๆ มีคนทักมาด่าเขาด้วยนะซึ่งเจ้าตัวก็ปล่อยเบลอไม่สนใจแต่อย่างใด

ก็เหมือนผมนั่นแหละ

รักกัน....คบกัน เรื่องพวกนี้เป็นสิทธิ์ของใจเราทั้งนั้น ไม่ชอบก็เรื่องของคุณ ผมไม่แคร์หรอก ใครจะมองหรือคิดว่ามันแปลกก็คงต้องช่างเขา รู้สึกได้แต่ขออย่าระรานกัน อะไรที่มันเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น เราไม่ควรทำอยู่แล้วครับ

“สิบสาม”

“ครับ”

“พรุ่งนี้ไปดูหนังกันนะ”

“ตามใจพี่เฌอเลยครับ” ผมตักตับไปใส่ชามเขา “พาผมไปซื้อชุดนอนด้วยนะ”

“ชุดนอนอะไร”

“สีเขียวพาสเทล ลายใหม่ของลิตเติ้ลทวินสตาร์ ลงขายช็อปวันพรุ่งนี้พอดี”

เขาเลิกคิ้วมองผม “ซื้อชุดนอนทั้งๆ ที่ตัวเองก็ใส่แต่บ๊อกเซอร์เนี่ยนะ”

“ก็เอาไว้ให้พี่เฌอใส่”

“ไม่ต้องโบ้ยมาให้ผมเลย คุณซื้อมา คุณต้องใส่สิ”

“งั้นผมใส่กางเกงแล้วพี่ใส่เสื้อไหมครับ” แค่นึกภาพตามก็รู้สึกใจอยู่ไม่สุขเลย แต่อยากเห็นเหมือนกันนะ

“ไม่ต้องเลยนะนังน้อน เดี๋ยวคุณคิดไม่ดีกับผม”

“ผมเนี่ยนะที่จะคิดไม่ดีกับพี่”

“คุณรู้ตัวเองดีนั่นแหละ” เขาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า “อิ่มยัง ไปกันเถอะ”

“ครับ” ผมรับคำก่อนจะเดินไปจ่ายเงินแล้วตามร่างโปร่งออกจากร้าน

มองคนที่เดินนำอยู่จากด้านหลังแล้วอยากพุ่งไปกอดจัง แต่ตอนนี้คงทำไม่ได้ ไว้อยู่กับเขาแค่สองคนในห้องน่าจะเหมาะกว่า สำหรับผม พี่เฌอไม่ใช่คนตัวเล็กนะ ยิ่งถ้าเทียบเขากับคนอื่นน่ะถือว่าตัวใหญ่เลยล่ะ เพื่อนๆ เขาก็ตัวประมาณนี้กันทั้งนั้น ผมชอบที่เขาตัวประมาณนี้นะครับ ทนไม้ทนมือดี ลองคิดดูว่าถ้าเขาตัวเล็กกว่านี้ แล้วผมตัวเท่านี่ มันคงแบบ.....

ไม่พูดดีกว่า....รู้สึกหน้าร้อนอะ

เราสองคนเดินมาหยุดที่ทางเดินระหว่างตึก พี่เฌอหันมาขยุ้มหัวผมเหมือนอย่างที่เขาชอบทำก่อนจะยิ้มหวานให้ “ตั้งใจสอบนะคุณ”

“พี่ก็ด้วยนะครับ” ผมจับมือเขาที่ขยุ้มหัวตัวเองอยู่มากุมไว้ “ถ้าสอบเสร็จ ไลน์หาผมด้วยนะ”

“โอเค งั้นเดี๋ยวผมไปก่อน”

“ครับ แล้วเจอกัน”

“อื้มมมม” เจ้าตัวรับคำก่อนจะเดินไปทางตึกคณะตัวเอง

ผมยืนมองเขาจนลับตาก่อนจะเดินเข้ามาในตึกแพทย์ฯ ห้องสอบของผมอยู่ชั้น 3 ริมสุดที่ด้านข้างเป็นสวนพฤกษ์ กับการสอบไฟนอลครั้งนี้ผมค่อนข้างมั่นใจอยู่นะอาจเพราะเตรียมดีด้วยแหละ วิชาที่ว่าโหดๆ ก็สอบไปตั้งแต่วันแรกแล้วครับ ส่วนวันสุดท้ายนี้ก็ถือว่าไม่เท่าไหร่ ผมตั้งใจจะเรียนสายนี้ตั้งแต่แรกแต่ก็ยอมรับนะว่าวันที่รู้สึกเหนื่อยมากๆ ก็มีเหมือนกัน เมื่อก่อนตอนอยู่คนเดียว คนในครอบครัวก็จะแชร์ความรู้สึกต่างๆ ออกไป

แต่ตอนนี้ผมมีคนที่ช่วยแชร์เรื่องราวเพิ่มมาแล้วล่ะ

เป็นคนที่สำคัญต่อผมมากๆ ด้วย

ปั๊กกกก 

“ขอโทษนะสิบสาม เดียร์ไม่ระวังเอง” เสียงหวานเอ่ยก่อนจะก้มลงไปหยิบชีทที่กระจายอยู่บนพื้น

ผมก้มลงช่วยเธอเก็บก่อนจะส่งให้ “ไม่เป็นไรครับ”

“นั่นมัน....”

“หืม....”

“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” เดียร์บอกปัดพลางมองผมด้วยสายตาแปลกๆ “เดียร์ถามอะไรหน่อยสิ”

“....อะไรครับ”

“กับ....กับพี่เฌอเป็นยังไงบ้างเหรอ”

“รักกันดีครับ” ผมผ่อนลมหายใจออกมา “ไหนๆ คุณก็พูดเรื่องพี่เฌอแล้ว ผมก็ขอพูดหน่อยแล้วกันนะ”

“อะไรเหรอ”

“เลิกตามตอแยพี่เฌอได้แล้ว ผมรู้นะว่าคุณทำอะไรเขาบ้าง ผมรู้ว่าคุณรู้สึกยังไง แต่คุณก็ควรรู้เหมือนกันว่าผมรู้สึกยังไง ผมไม่ชอบใครก็ตามที่มาคอยระรานแฟนผม เหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 ผมโกรธที่คุณกับเพื่อนทำแบบนั้น”

“....สิบสาม”

“คุณเรียนหมอนะครับ....อย่าลืม” 

“นักศึกษาเข้าห้องสอบได้ค่ะ” หลังจากได้ยินเสียงอาจารย์แจ้ง ผมก็เดินเข้าห้องสอบทันที

ผมปล่อยเรื่องนี้มานานพอสมควร ไม่เคยเอาเรื่องเธอสักทีแต่คิดว่ามันถึงเวลาที่ต้องพูดให้ชัดเจนแล้วล่ะ หวังว่าเดียร์จะเข้าใจในคำพูดของผม ถ้าเธอยอมรับความจริงตั้งแต่ตอนที่ประกวดดาวเดือนปีก่อน เธออาจจะมีความรักดีดีกับคนที่เหมาะสมกับเธอไปแล้วก็ได้ วิ่งตามความรักจากคนที่ไม่สนใจ ผมว่ามันออกจะเหนื่อยและเสียเวลา เข้าใจนะครับว่าเพราะรู้สึกชอบมากๆ แต่สุดท้ายแล้วเราก็ต้องยอมรับความจริงอยู่ดี

พอละ....เลิกคิดดีกว่า

ผมต้องตั้งใจกับเรื่องสอบมากกว่าคิดถึงเรื่องอื่นๆ เพราะถ้าคะแนนออกมาดี ผมจะได้เอาไปต่อรองขอรางวัลจากพี่เฌอได้ แค่คิดแบบนี้ก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาเป็นร้อยเท่าแล้วครับ เพราะงั้นผมจะต้องตั้งใจให้มากที่สุด

พยายามเข้านะสิบสาม

.

*** 

.

“เชิญออกจากห้องสอบได้ค่ะ” หลังเสียงแจ้งของอาจารย์ บรรดานักศึกษาที่กำลังทำข้อสอบก็หยุดมือลงรวมถึงผมด้วย ความจริงทำเสร็จแล้วล่ะครับ แต่นั่งไล่ดูคำตอบอยู่ ก็ไม่น่ามีอะไรผิดพลาดไปจากนี้นะ

ค่อนข้างมั่นใจ

ผมเก็บของใส่กระเป๋าก่อนจะเดินออกมาจากห้องสอบ ตอนนี้เที่ยงตรงเลยครับ ผมอาจจะไปหาข้าวกินก่อนแล้วไปห้องสมุดหาหนังสืออ่านฆ่าเวลาระหว่างรอพี่เฌอสอบ ความจริงฝั่งเขาก็คงเบรกเหมือนกันแต่ว่าให้อยู่กับเพื่อนๆ เขานั่นแหละ เผื่อจะทบทวนก่อนเข้าสอบกันด้วย เขาจะได้มีสมาธิ อีกอย่างมันก็แค่ 3 ชั่วโมง เดี๋ยวเราก็เจอกันแล้ว โล่งเหมือนกันนะที่สอบเสร็จ ทีนี้ก็มีแค่งานกิจกรรมที่ต้องรับผิดชอบ

“สิบสาม”

ผมหันกลับไปมองก็พบกับร่างบางที่ยืนคุยกันก่อนเข้าห้องสอบ “มีอะไรครับ”

“เดียร์มีเรื่องต้องคุยกับสิบสาม” เธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดี “เรื่องของเรา”

ใช้คำว่าเรื่องของเรา....จะใช่งั้นเหรอ

ผมกับเธอไม่มีคำว่าเราสักหน่อย

“คุณมีอะไร พูดมาเลยครับ”

“สิบสามก็รู้ว่าเดียร์รู้สึกยังไงอะ ทำไมล่ะ เป็นเดียร์ไม่ได้จริงๆ เหรอ เดียร์ไม่ดีตรงไหน พี่เฌอเขาดีกว่าเดียร์ตรงไหน”

ผมข่มอารมณ์หงุดหงิดของตัวเองอย่างใจเย็น “คือคุณก็ดีในส่วนของคุณ พี่เฌอก็ดีในส่วนของเขา มันไม่เกี่ยวเลยครับว่าใครจะดีมากกว่า ผมไม่ได้สนใจเรื่องนั้น สำหรับผมแล้วความรู้สึกที่ผมมีต่อพี่เฌอมันมากกว่าและมันก็ชัดเจนมาก ผมชอบเขา ผมถึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขาเป็นของผม”

“ทั้งๆ ที่พี่เฌอเป็นผู้ชายน่ะนะ”

“ใช่ครับ คุณอาจจะคิดว่าผมเป็นไบเซ็กชวลแต่มันไม่ใช่ ผมไม่ได้รู้สึกชอบผู้หญิงมาตั้งแต่แรก บ่อยครั้งที่ผมไม่เข้าใจคุณ เหมือนคุณเองก็รับรู้เรื่องนี้ แต่คุณไม่สนใจคนอื่นเลย คุณสนใจแต่ความรู้สึกตัวเอง”

“ก็เพราะว่าเดียร์รักสิบสามไง” เธอเอ่ยเสียงดังจนเพื่อนๆ หันมามอง “เพราะว่าเดียร์รัก เดียร์ถึงทำทุกอย่าง”

“ทำทุกอย่างทั้งๆ ที่คุณก็รู้ว่ามันไม่ถูกต้อง....ความรักของคุณมันแปลกมากเลยเดียร์ คุณทำร้ายความรู้สึกคนอื่น มีเหตุถึงขั้นทำให้บาดเจ็บ เนี่ยเหรอความรัก” ผมเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างเหลืออด “ถ้าคุณให้ค่าความรักของตัวเองเป็นแบบนั้น....ผมก็ไม่ต้องการ”

“ฮึกกกก....ทำไมสิบสามพูดแบบนี้กับเดียร์ล่ะ....ฮืออออ” เธอร้องไห้ไม่หยุด เสียงสะอื้นนั้นทำให้ผมรู้สึกผิดเหมือนกัน แต่สิ่งที่พูดทั้งหมดมันก็ความจริงทั้งนั้น สุดท้ายแล้วสิ่งที่เดียร์ทำ มันก็จะย้อนกลับมาส่งผลแบบนี้นั่นแหละ

“เลิกยุ่งกับผมได้แล้ว ผมมีแฟนแล้ว และก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณมาตั้งแต่แรก”

“ฮือออ.....”

“สิ่งที่ผมปฏิบัติต่อคุณมันไม่ได้ต่างจากคนอื่น เพราะงั้นตัดใจจากผมสักที”

“ฮึกกกก....รักพี่เฌอมากเลยใช่ไหม” มือบางคว้าเข้าที่ข้อมือผมก่อนจะกระชากสร้อยข้อมือที่มีเกียร์ติดอยู่ออกไปอย่างแรงจนมันขาด

“เดียร์!!!!”

“เขาให้เกียร์นี้กับสิบสามใช่ไหม....มันคงสำคัญมากเลยสิ”

“ผมขอเกียร์คืน” ผมเอ่ยอย่างหัวเสีย “คุณกำลังทำผมโกรธมากเลยนะ”

“อยากได้คืนนักใช่ไหม” เดียร์โยนมันออกไปด้านนอกตึกซึ่งด้านล่างเป็นสวนพฤกษ์ ผมกำหมัดแน่นด้วยความโมโห ต้องทำกันถึงขนาดนี้เลยสินะ

“.....พอใจคุณแล้วนะครับ” ผมรีบวิ่งลงมาจากตึกทันที โกรธ โมโห เจ็บใจ ไม่เคยรู้สึกเลือดขึ้นหน้าขนาดนี้มาก่อนเลย ทำไมเธอเรื่องแบบนี้ได้โดยไม่คิดถึงคนอื่นวะ

แย่ที่สุด

ผมวิ่งเข้ามาในสวนพฤกษ์เพื่อหาสร้อยข้อมือที่เดียร์โยนลงมา ไม่รู้เลยว่ามันจะอยู่ส่วนไหน สวนค่อนข้างใหญ่แล้วเกียร์มันก็อันแค่นั้นน่ะ พี่เฌอบอกผมแท้ๆ ว่าให้ตัวเองรักษามันเอาไว้ให้ดีดี ไม่คิดเลยว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ถ้าผมเอะใจตั้งแต่ตอนก่อนเข้าห้องสอบที่เธอมองข้อมือผมก็น่าจะดี ความผิดผมเอง ผมน่าจะระวังตัวกว่านี้

ไม่น่าเลย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี๊ เพื่อนร่วมเซกเยอะเลยนะครับที่เห็นเพราะผมกับเดียร์มีปากเสียงกันดังพอสมควร เธอเป็นดาวคณะของรุ่น แต่ด้วยนิสัยต่างๆ มันก็เลยทำให้มีคนไม่ชอบเธออยู่เยอะเลยล่ะ แล้วยิ่งมาทำแบบนี้กับผมอีก มันไม่สมควรเลย

แค่กกก....อื้ออออ....แสบตา

ผมขยับออกห่างจากพุ่มดอกไม้ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อออกมาปิดจมูกตัวเอง เกสรดอกไม้พวกนี้กำลังเล่นงานผม คือรู้สึกแย่ก็ว่าเกินพอแล้วนะ ยังจะมามีอาการแพ้แบบนี้อีก เมื่อเช้าผมกินยาแล้ว แต่การมาสัมผัสกับเกสรดอกไม้พวกนี้โดยตรง ยังไงก็มีอาการแพ้ รู้สึกคันใต้ท้องแขนไปหมด ผื่นแดงเริ่มลามขึ้นเยอะเรื่อยๆ และอาการจามอย่างรุนแรงนี่ทำให้ผมหายใจลำบากจริงๆ

เกียร์พี่เฌออยู่ตรงไหนนะ

“ฮัดเช้ย....” ผมทรุดลงเมื่ออาการแพ้รุนแรงขึ้น

“สิบสามมมมม” เสียงของปราชญ์ดังขึ้นจากด้านหลังก่อนจะเขาจะรั้งผมเอาไว้ “พอแล้ว คุณไม่ไหวหรอก”

“แต่สร้อยข้อมือผม ฮัดเช้ย.....” ผมยกผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาตัวเองเพราะอาการเคือง “มันสำคัญ ผมต้อง...แค่กกก...”

“คุณฟังเรานะสาม” เสียงของลินินดังเข้ามาพร้อมกับแรงลมจากพัดที่เธอโบกให้ “เรารู้ว่ามันสำคัญต่อคุณมากแต่คุณอย่าลืมว่าชีวิตคุณก็สำคัญ ถ้าเกิดภาวะแพ้รุนแรงขึ้นมาจะเป็นยังไง คุณอาจจะช็อก หมดสติ ขาดออกซิเจนคือคุณรู้อยู่แล้วว่ามันรุนแรงขนาดไหน ถ้าเป็นถึงขนาดนั้น ของสำคัญของคุณ คุณไม่มีโอกาสได้เห็นนะ”

ใช่....มันจริงแบบที่ลินินพูด

“ผม....ฟื้ดดดดด....ผมเข้าใจแล้ว”

“โอเค งั้นเราออกไปจากตรงนี้กันนะ ผื่นคุณขึ้นทั้งตัวแล้วอะ เห้ยแพ็ค ช่วยประคองสิบสามออกหน่อย”

“มาๆ ” แพ็คเข้ามาช่วยปราชญ์ประคองผมก่อนจะพาออกมาจากสวนพฤกษ์ เพื่อนๆ ในคณะกรรมการนักศึกษาหลายคนช่วยปฐมพยาบาลแก้อาการแพ้เบื้องต้นให้

“ผมไม่คิดเลยว่าเดียร์จะทำแบบนี้กับคุณ” จอมบอกพลางพับแขนเสื้อผมขึ้นให้ “นี่มันร้ายแรงมากเลยนะสิบสาม”

“ใช่ เราก็ไม่คิดเหมือนกัน อาการแพ้คุณหนักมากเลยอะสาม ไปหาหมอดีกว่านะ มันไม่น่าจะหายได้เองเลย”

“ผมเห็นด้วยกับนินนะสิบสาม คุณไปหาหมอดีกว่า ส่วนเรื่องสร้อยข้อมือคุณ เดี๋ยวพวกเราจะช่วยหาให้ เจอไม่เจอไม่เจอค่อยว่ากันอีกที โอเคไหม”

“.....ได้ครับ แค่กกก....ผมฝากด้วย” ผมมองพวกเขาก่อนจะยิ้มบางๆ ให้ “ขอบคุณพวกคุณนะ”

“ไม่เป็นไรเลยคุณ เรื่องเล็กน้อย งั้นเอางี้ปราชญ์ เดี๋ยวกูกับจอมพาสิบสามไปหาหมอ ส่วนมึงติดต่อบ้านสิบสามแล้วก็หาเกียร์”

“ได้มึง ได้ความยังไงเดี๋ยวกูโทรบอก”

“โอเค ป่ะกันสิบสาม” แพ็คบอกก่อนจะประคองผมมาที่รถยนต์เขาที่จอดอยู่หลังตึก จอมจัดแจงปรับเบาะเอนให้ผมเสร็จสรรพ

รู้สึกขอบคุณพวกเขาจริงๆ ที่ช่วยผม ถ้าไม่มีปราชญ์มาห้ามหรือคำพูดของลินินมาเตือนสติ ผมคงหมดสภาพอยู่ในสวนพฤกษ์แน่ๆ ผมรู้ว่าตัวเองแพ้ แต่ยังไงก็อยากได้เกียร์พี่เฌอคืนอยู่ดี ผมดื้อและดันทุรังมากเลย สุดท้ายแล้วก็มีอาการแพ้หนักขนาดนี้ มันยิ่งกว่าครั้งก่อนที่แพ้เกสรดอกกุหลาบต่อหน้าพี่เฌออีก ถ้าเขารู้ เขาต้องดุผมแน่ๆ ที่บุ่มบ่ามทำอะไรแบบนี้

ผมจะไม่ดื้ออีกแล้วครับพี่เฌอ

หวังว่าพี่จะไม่โกรธผมนะ....

.

[จบบันทึกพิเศษ : สิบสาม]

.

สอบไฟนอลจบเหมือนชีวิตจะจบไปด้วย

หัวจะปวดชิบหาย

ผมยืนตั้งสติอยู่หน้าห้องสอบ พลางมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือ บ่าย 3 แล้วครับ ผมต้องไลน์บอกนังน้อนสินะว่าสอบเสร็จแล้ว พอคิดได้แบบนั้นผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไลน์หาสิบสาม สายตามองบรรดาเพื่อนๆ ที่โบกมือแยกย้ายไปคนละทาง เดี๋ยวเจอกันอีกทีตอนกลางคืนเลยไง ยังไงก็นัดกันเอาไว้แล้ว ผมมองหน้าจอน้องโทรศัพท์ที่มีเบอร์ของคนที่ผมไม่รู้จัก ใครอีกวะเนี่ย อย่าบอกนะว่าคนเดิมคนนั้น

คราวนี้จะหาคำอะไรมาด่าผมอีกเนี่ยะ

“ฮัลโหลครับ”

(สวัสดีครับ เฌอใช่ไหม ผมเองนะ....เจ็ด)

“อ๋อ พี่เจ็ด มีอะไรรึเปล่าครับ”

(สิบสามเข้าโรงพยาบาลนะครับ เนื่องจากมีอาการแพ้เกสรดอกไม้รุนแรง)

“ขะ....เขาเป็นอะไรมากไหมครับ เขา....”

(เขาปลอดภัยดีแล้วครับ ได้รับยาและหลับไปสักพักแล้วล่ะ เพื่อนๆ เขาบอกว่าสาเหตุที่เขามีอาการแพ้เป็นเพราะว่ามีปากเสียงกับผู้หญิงที่ชื่อเดียร์ เธอกระชากสร้อยข้อมือของสิบสามแล้วปาเข้าไปในสวนพฤกษ์ สิบสามไปตามหาก็เลยมีอาการแพ้แบบที่เห็น)

“.....สิบสาม” ผมยกมือขึ้นกุมอกตัวเอง “แล้วเขาหาเกียร์เจอไหมครับ”

(ไม่เจอครับ เพื่อนๆ เข้าไปห้ามเขาก่อน แต่มีเพื่อนๆ ส่วนนึงที่ยังหาเกียร์อยู่นะ ยังหาไม่เจอน่ะครับ)

“โอเคครับ งั้นเดี๋ยวผมไปหาต่อเอง แล้วสิบสามอยู่โรงพยาบาลไหนครับ เสร็จแล้วผมจะไปหาเขา”

(โรงพยาบาล H ครับ ห้องพิเศษ 313 )

“โอเคครับ ขอบคุณนะครับที่โทรมาบอกผม”

(ครับ งั้นแค่นี้ก่อนนะครับ)

“ครับ สวัสดีครับ” ผมกดวางสายก่อนจะรีบเดินออกจากตึกแล้วมุ่งหน้าไปที่ตึกแพทย์ฯ ทันที

สิบสามแพ้เกสรดอกไม้รุนแรงเพราะมาหาเกียร์ในสวนพฤกษ์ซึ่งเดียร์เป็นคนปาลงมา เธอทำแบบนั้นทำไมวะ หรือเธอไม่รู้ว่าสิบสามแพ้เกสรดอกไม้ คือมันไม่น่าเป็นไปได้ป้ะ เดียร์ชอบนังน้อนมาก ไม่มีทางที่จะไม่รู้เรื่องสำคัญแบบนี้ จะว่าตั้งใจก็ไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ อาการแพ้อะไรสักอย่างมันไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ ทำแบบนี้มันเกินไปแล้วจริงๆ

ผมเดินมาจนถึงสวนพฤกษ์ก็เห็นมีนักศึกษาหลายคนกำลังหาของอยู่ “พวกคุณ ใช่เพื่อนสิบสามไหมครับ”

“พี่คงเป็นพี่เฌอใช่ไหมคะ”

ผมพยักหน้ารับคำน้องผู้หญิงที่เอ่ยถาม “ใช่ครับ”

“หนูชื่อลินินนะคะ พวกเราทั้งหมดเป็นทีมคณะกรรรมนักศึกษาที่สามทำงานด้วยบ่อยๆ พี่คงรู้แล้วว่าตอนนี้เขาอยู่โรงพยาบาล”

“รู้แล้วครับ มันเกิดอะไรขึ้น พี่รู้ว่าเขามีปากเสียงกับเดียร์เหรอ”

“ใช่ค่ะ รุนแรงมาก แล้วเดียร์ก็กระชากสร้อยข้อมือของสามปาทิ้งลงมาที่นี่ ตอนนั้นพวกเราตกใจมาก ไม่คิดว่าเดียร์จะทำอะไรแบบนั้น” น้องลินินแสดงสีหน้าเป็นห่วงออกมาอย่างชัดเจน “หนูรู้ว่าสร้อยข้อมือเส้นนั้นสำคัญกับสามมาก เพราะเขาดูโกรธแบบที่เราไม่เคยเห็นเลยค่ะ”

“มันเป็นเกียร์ของพี่เอง พี่ให้เขาก่อนที่เราจะคบกัน”

“พี่เก่งมากเลยนะคะที่ได้ใจคนแบบเขาไป” น้องลินินก้มหาตามพุ่มไม้ “สามน่ะเปลี่ยนไปเยอะเลยค่ะตั้งแต่ที่รู้จักพี่ เขาคุยกับคนอื่นมากขึ้น เป็นมิตรมากขึ้น”

“เป็นเรื่องดีใช่ไหม”

“ดีค่ะ ดีขึ้นเยอะเลย ปกติถ้าเป็นเขาเมื่อก่อนอาจจะไม่ฟังใคร แต่เขาในตอนนี้ยอมฟังคนอื่น อย่างตอนที่หนูเตือนสติเขาว่าไม่ใช่แค่เกียร์ที่สำคัญ แต่ชีวิตเขาเองก็สำคัญ บอกแบบนั้นเขาถึงยอมหยุด เพื่อนๆ ก็ช่วยประคองเขาออกไปข้างนอกสวน”

“พี่ขอบคุณน้องลินินมากเลยนะที่เตือนสติเขาน่ะ ขอบคุณจริงๆ ”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่เฌอ สามก็เพื่อนพวกเรา ช่วยกันมาเยอะ เรื่องแค่นี้เล็กน้อยค่ะ” เธอบอกก่อนจะเดินไปหาอีกทาง ส่วนผมก็มุดพุ่มไม้หาไปเรื่อยๆ

สิบสามไม่ค่อยเล่าเรื่องเพื่อนให้ฟังหรอกครับ ผมเองก็รู้แค่ว่าเขามีเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน แต่ไม่รู้ว่าสนิทมากน้อยถึงขั้นไหน เท่าที่ฟังจากน้องลินินเล่าก็คือรู้จักเป็นเพื่อนแต่ไม่ได้สนิทขั้นสุดแน่ๆ ล่ะ เพื่อนๆ ดูเว้นระยะความเป็นส่วนตัวให้นังน้อนสูงเหมือนกัน แต่มีปัญหาอะไรก็พร้อมที่จะยินดีช่วย ดูอย่างนี่สิ น้องลินินเตือนสติ คนอื่นๆ ช่วยพาเขาออกจากสวน สิบสามโชคดีจริงๆ ที่มีน้องพวกนี้เป็นเพื่อน

ช่วงที่ไม่เจอกันผมจะได้คลายกังวลหน่อย

ผมกับน้องๆ ยังคงหาเกียร์กันไปเรื่อยๆ สวนพฤกษ์ใหญ่ชิบหาย สวนหย่อมคณะผมยังไม่ใหญ่เท่านี้เลย เชื่อไหมว่าการที่สิบสามเข้ามาหาเกียร์โดยรู้ทั้งรู้ว่าตัวเองแพ้เกสรดอกไม้ มันทำให้ผมรู้สึกผิดนะ เพราะผมบอกกับเขาว่าให้รักษามันให้ดีดี ซึ่งการบอกแบบนั้นมันอาจจะทำให้เขายึดติดกับมันมากเกินไป จนเอาตัวเองไปเสี่ยง ผมคงต้องคุยกับสิบสามใหม่ อย่างน้อยถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก เขาจะได้ระวังมากกว่านี้

นั่นมัน....

ผมมุดเข้าไปในพุ่มคริสติน่าเมื่อเห็นอะไรห้อยอยู่ที่กิ่งด้านบน สร้อยข้อมือที่มีเกียร์ติดอยู่ ผมหยิบมันก่อนจะออกมาจากตรงนั้นพร้อมกับหันไปหาน้องๆ “ทุกคนครับ พี่หาสร้อยข้อมือเจอแล้วนะ”

“โห พี่เฌอนี่สุดๆ ไปเลย หาเจอด้วย” น้องผู้ชายนอนแผ่ลงกับพื้นหญ้า ท่าจะเหนื่อยแหละ พวกเขาน่าจะหากันมานาน

“มันติดอยู่บนกิ่งน่ะครับ มองพื้นก็เลยอาจจะไม่เห็น”

“โอเคครับ หมดหน้าที่ของพวกผมแล้ว เดี๋ยวค่ำๆ พวกผมอาจจะเข้าไปเยี่ยมสิบสามนะครับ”

“ได้ครับ เดี๋ยวพี่บอกเขาให้นะ ขอบคุณพวกเรามากจริงๆ ”

“พวกเรายินดีค่ะ”

“ครับ งั้นพี่ขอตัวก่อนนะ” ผมยิ้มให้น้องๆ ก่อนจะเดินออกมาจากสวนพฤกษ์ ไว้นังน้อนหายดีออกจากโรงพยาบาลค่อยนัดเลี้ยงข้าวทีเดียวแล้วกัน ถือว่าตอบแทนพวกเขาที่ช่วยเหลือ

ผมนั่งรถกลับมาที่ห้องตัวเองก่อนจะจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทั้งหมดแล้วขับรถออกไปที่โรงพยาบาล H สิบสามอยู่ห้องพิเศษ 313 ตอนนี้เกือบ 6 โมงแล้ว ไม่รู้ว่าเขายังหลับอยู่ไหม ผมเดินมาหยุดที่หน้าห้องก่อนจะเคาะประตูแล้วเดินเข้าไป คุณพ่อคุณแม่ของสิบสามนั่งอยู่ที่ข้างเตียง ผมยกมือไหว้พวกเขาก่อนจะเดินเข้าไปหานังน้อน เขาหลับอยู่ ตามแขนและใบหน้ายังมีผื่นแดง มันเยอะกว่าครั้งที่ผมอยู่ด้วยมากเลย

คงหนักจริงๆ นั่นแหละ

“เขาเป็นยังไงบ้างครับ”

“ได้ยาก็ดีขึ้นเยอะเลยจ่ะ ผื่นก็จางลงไปเยอะมาก ตอนแรกที่แม่มาเห็น แม่ใจหายเลย”

“ผมก็ตกใจเหมือนกันครับตอนที่รู้ ผมไม่คิดเลยว่าเดียร์จะทำแบบนี้”

คุณพ่อมองลูกชายด้วยความเป็นห่วง “เรื่องนี้เรื่องใหญ่ เฌออาจจะยังไม่รู้แต่พ่อกับแม่เคยทำหนังสือส่งทางมหา’ลัยและคณะแพทย์ฯ ว่าสิบสามเป็นโรคภูมิแพ้เกสรดอกไม้ กิจกรรมใดใดก็ตามที่ทำให้เขามีภาวะเสี่ยง เราขอหลีกเลี่ยง และได้แจ้งรุ่นพี่ที่คอยดูแลกิจกรรมต่างๆ รวมถึงเพื่อนรุ่นเดียวกัน เพราะแบบนั้นไม่มีทางที่เดียร์จะไม่รู้ว่าสิบสามมีอาการแพ้แบบนี้”

“แม่ก็คิดว่าเขาจงใจ สิบสามเคยเข้าโรงพยาบาลแบบนี้แหละสมัยที่เขาประกวดดาวเดือน แล้วช่วงป๊อบปูล่าโหวตเนี่ยะ เขาคือคนที่ได้รับดอกกุหลาบเยอะที่สุด ตอนนั้นทีมของเด็กคณะนิเทศฯ ที่เป็นผู้ดูแล ก็แสดงความรับผิดชอบซึ่งพ่อกับแม่เข้าใจและพอให้อภัยได้ แล้วตัวสิบสามก็บอกว่าไม่เป็นไรด้วย แต่ครั้งนี้มันชัดเจนมากเลยว่าเดียร์ตั้งใจจะทำร้ายสิบสามและแม่คงไม่ยอม”

“ผมเข้าใจครับ ช่วงก่อนหน้าเดียร์โทรมาก่อกวน แล้วก็มีวันที่เพื่อนเธอขับรถเบียดรถผมล้มที่หน้าประตูมหา’ลัย วันนั้นผมไปขอไฟล์วิดิโอของกล้องวงจรปิดมาเก็บไว้เป็นหลักฐานเผื่อจะแจ้งมหา’ลัยน่ะครับ”

“ดี งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เฌอไปพ่อด้วยละกัน พ่อจะเอาเดียร์ออกจากมหา’ลัยให้ได้ เรียนหมอแต่ทำร้ายคนอื่น ร้ายแรงมาก”

“ได้ครับ”

“งั้นเดี๋ยวแม่ฝากสิบสามด้วยนะ พ่อกับแม่ยังไม่ได้กินข้าวเลยมัวแต่เป็นห่วง”

“ครับ เดี๋ยวผมเฝ้าเขาเอง เชิญพ่อกับแม่ตามสบายนะครับ”

“เดี๋ยวมาจ่ะ”

ผมมองพวกเขาเดินออกไปจากห้องก่อนจะมานั่งแทนที่เก้าอี้ด้านข้าง มือก็หยิบสร้อยข้อมือเส้นเดิมขึ้นมาถอดเกียร์ออกพร้อมกับย้ายมาที่สร้อยเส้นใหม่ซึ่งหนากว่าเดิม เส้นที่ผมใส่ประจำมันเล็กนั่นแหละแล้วก็นานแล้ว ไม่แปลกเลยที่เดียร์กระชากทีเดียวแล้วจะขาด หวังว่าเส้นนี้จะดีกว่าเดิมนะ ผมเลื่อนมือไปกุมมือนังน้อนเอาไว้ ไม่อยากเห็นเขาเป็นแบบนี้เลย

“อื้มมม....ม....” ร่างสูงลืมตามองผม “.....พี่เฌอ”

“คุณเป็นยังไงบ้าง”

“รู้สึกดีขึ้นเยอะครับ แต่ยังคันอยู่”

“ผมใจหายมากเลยนะตอนที่พี่เจ็ดโทรมาหาน่ะ” ผมเขี่ยผมที่ปรกหน้าเขาออก “ผมขอโทษนะสิบสาม”

เขาส่ายหน้าเบาๆ “ผมสิต้องขอโทษ ผมเคยบอกพี่ว่าจะดูแลตัวเอง”

“เพราะผมบอกให้คุณรักษาเกียร์เอาไว้ให้ดีดีมันก็เลยเป็นแบบนี้” ผมยกมือเขาขึ้นมาแนบแก้มตัวเอง “เอาใหม่นะ สิ่งที่ผมอยากให้คุณรักษาเอาไว้คือความรักที่ผมมีให้ ขอให้คุณดูแลตัวเอง ดีแล้วที่ยอมฟังเพื่อนๆ ยอมถอยออกมา ผมคิดไม่ออกเลยว่าถ้ามันรุนแรงมากกว่านี้จะเป็นยังไง ผมคงรู้สึกผิดไปตลอดทั้งชีวิตเลยล่ะ”

“ขอโทษนะครับ ผมสัญญาว่าจะรักตัวเองให้มากกว่านี้”

“อื้ม....สุดท้ายแล้วอะ สิ่งของก็เป็นสิ่งของ ถึงจะมีค่ามากแต่มันไม่เท่ากับชีวิตคุณนะ”

นิ้วเรียวเกลี่ยน้ำตาที่คลอเบ้าผมอยู่ “ครับ ผมเข้าใจแล้ว”

“ดีมากนังน้อน” ผมยิ้มบางๆ ให้เขา “เรื่องเกียร์ คุณไม่ต้องห่วงนะ ผมหาเจอแล้ว และก็เปลี่ยนสร้อยข้อมือให้เรียบร้อย เส้นใหญ่กว่าเดิม คงขาดยาก”

“ขอบคุณนะครับ” สิบสามมองเกียร์ก่อนจะยิ้มออกมา “ตอนแรกผมนึกว่าจะไม่ได้คืนแล้ว”

“เพื่อนๆ คุณช่วยกันหานานเลยล่ะ เดี๋ยวถ้าออกจากโรงพยาบาลแล้ว ชวนพวกเขาไปกินหมูกระทะกันนะ ไปกันทั้งหมดเลย”

“ได้ครับ ผมโชคดีมากเลยที่มีพวกเขาช่วย”

“รักษาพวกเขาเอาไว้ดีดีล่ะ....ส่วนเรื่องเดียร์ เดี๋ยวผมกับพ่อแม่คุณจะจัดการเอง”

“ครับ....ผมอยากหายไวไว จะได้กอดพี่เฌอได้”

ผมหลุดยิ้มที่เขาพูดแบบนั้น “อยากหายไวไวก็ต้องเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ พักผ่อนเยอะๆ ”

“จะไม่ดื้อครับ”

ผมจุ๊บมือสิบสามเบาๆ แล้วมองเขาอยู่แบบนั้น นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เดียร์จะทำร้ายพวกเราได้ การที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้มันก็บ่งบอกว่าที่ผ่านมาผมใจดีเกินไปจริงๆ อะไรก็ตามที่ทำให้เดียร์ออกจากมหา’ลัยนี้ได้ผมจะทำ ครั้งนี้ไม่มีการยอมหรือใจอ่อนอีกแล้ว สิ่งที่เธอทำควรได้รับผลตอบแทนสักที

ผมไม่ยอมให้เธอได้มีความสุขแน่

.

.

.

.

TBC.

สวัสดีค่ะชาลมาส่งสามเฌอแล้วนะ ก็บท 19 นะคะ มีฉากที่ตั้งใจจะเขียนมาแล้วและก็ได้เขียนแล้ว คือต้องเข้าใจว่าเรายังไม่ได้จัดการกับเดียร์ เราต้องจัดการก่่อน ด้วยวิธียังไงก็คือจัดการแน่ๆ แต่คงไม่ใช่การใช้ความรุนแรงค่ะ

ตอนแรกชาลคิดเอาไว้ว่ามันจะรุนแรงกว่านี้มาก แต่ไปปรึกษาพาร์ทเนอร์ว่าปรับเนื้อเรื่องดีไหม ให้มันซอฟต์ลง ซึ่งน้องในทีมเห็นด้วย ชาลก็คิดว่าเออแบบนี้อาจจะดีกว่า หวังว่าบี๋คงจะรู้สึกโอเคกับบทนี้นะคะ

สามารถติดต่อข่าวสาร + สปอบล์ได้ที่ทวิตเตอร์ Chaleeisis หรือเพจ Fiction Yaoi Th นะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค้าบ

ความคิดเห็น