ครุฑดำ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 208 โรงอักขระ

ชื่อตอน : ตอนที่ 208 โรงอักขระ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 55

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2563 15:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 208 โรงอักขระ
แบบอักษร

ตอนที่ 208 โรงอักขระ 

 

อั้มใช้เวลาทั้งสองวันกับเพื่อนของเขาทั้งสองคน ในการปรับพื้นฐานการฝึกร่างกายของเพื่อนเขา เพราะระดับของร่างกายของเพื่อนเขาทั้งสองคนนั้นต่ำมาก 

 

เป็นธรรมดาของคนในยุคนี้ที่จะไม่ค่อยออกกำลังหายกัน เพราะยุคนี้มียาที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ซึ่งจะช่วยให้แต่ละคนสามารถรักษาหุ่นสวยๆ เอาไว้ได้ไม่ยาก  

 

โรคต่างๆ ก็เป็นยากขึ้น แล้วพอเริ่มมีอาการป่วยเจ้านาโนแมชชีนในกระแสเลือดก็จะส่งสัญญาณไปยังนาฬิกามิติเพื่อทำการวิเคราะห์สาเหตุการป่วย แล้วจะแนะนำแนวทางการรักษาในเบื้องต้นให้ หากประเมิณว่าค่อนข้างหนัก หรือ ไม่หายในเวลากำหนด ทางระบบเอไอก็จะส่งข้อมูลให้ทางแพทย์ในทันที ซึ่งทำให้การป่วยตายนั้นต่ำลงมากๆ คนจึงเริ่มให้ความสำคัญกับการคุมอาหารและออกกำลังกายกันน้อยลงนั่นเอง 

 

ฟลุก : “นี่พวกกูว่าก่อนนี้พวกกูก็แข็งแรงดีกันแล้วนะ แต่ทำไมคอร์สฝึกมึงถึงโหดหินขนาดนี้วะ” 

 

บาส : “นั่นดิ หลังเกิดเรื่องพวกกูก็พยายามฟิตเพื่อจะได้ไม่เหนื่อยจนลิ้นห้อยเวลาวิ่งหนีอะไรง่ายๆ อีก แต่นี่แม่ง…..” 

 

อั้ม : “ฝึกไปอย่าบ่น ใครหยุดมึงโดน” 

 

จริงๆ​ อั้มฝึกให้เพื่อนยังน้อยกว่าฝึกทหารที่โลกนั้นเยอะ น้อยกว่าที่ฝึกสินจิ้นผีด้วยซ้ำ แต่ด้วยคนที่แทบไม่ได้ออกกำลัง​กาย​มาเลย แค่ให้วิ่งบนลู่วิ่งของโรงยิมเช่าใกล้ห้องพัก สลับกับเครื่องออกกำลัง​กาย​อย่างอื่นอีกนิดหน่อยในเวลาแค่สองชั่วโมง​ทั้งสองคนก็บ่นโอดครวญ​ปานจะขาดใจตาย​แล้ว  

 

"หมดรุ่นพวกน้องพี่ก็คงจะปิดกิจการ​แล้วละ"  

 

"อ้าว ปิดไมละพี่ แล้วถ้าปิดไปผมจะไปที่ไหน เดี๋ยว​นี้ยิ่งหาโรงยิมยากอยู่"  

 

"ก็เพราะไม่มีลูก​ค้า​ไง ยุคนี้ใครก็ใช้ยา โรงยิมก็มีแต่จะขาดทุนกันไปเรื่อยๆ ที่ยังเปิดทุกวัน​นี้ก็เพราะพ่อพี่ขอไว้ แต่ขาดทุน​ต่อเนื่อง​มายี่สิบ​ปีแบบนี้พี่ก็ไม่ไหวแล้ววะ" 

 

"งั้นพี่ก็ช่วยทนเปิดให้พวกผมมาใช้บริการ​อีกสักสองสามเดือนก่อนนะครับ ไว้วันไหนพวกผมไม่มา พี่ก็ไม่ต้องเปิดให้เปลืองไฟก็ได้ครับ" 

 

"เอางั้นก็ได้ พี่ก็ไม่อยากจะให้กิจการ​ที่สืบทอด​กันมาในตระกูล​ต้องปิดไปนักหรอก แต่น้องนี่ใช้ได้เลยนะ ไม่มีอาการเหนื่อยแบบเพื่อนเลย" 

 

"พอดีผมก็ชอบออกกำลัง​กาย​น่ะครับ แค่นี้ยังเรียกเหงื่อ​ให้ผมไม่ได้หรอก" 

 

ในระหว่างที่คุมให้เพื่อนทั้งสองคนออกกำลังกาย ตัวเขาเองก็ออกกำลังหายไปด้วยนั้น เจ้าของโรงยิมก็เดินมาบ่นให้ฟังถึงความนิยมในโรงยิมที่กำลังเสื่อมคลายลงไป ก็อย่างที่บอก คนส่วนใหญ่ชอบความสะดวกสบาย มากกว่าจะมาทนลำบากออกกำลังหายให้เหนื่อยเอง ไปทำงานแล้วซื้อยากินไม่ง่ายกว่าเหรอ? 

 

ในวันหยุดสองวันที่อั้มมีอยู่นั้น อั้มใช้ไปกับการบังคับให้เพื่อนของเขาให้ฟิตร่างกาย วันจันทร์ก็ไปทำงานตามปกติ ซึ่งงานคุ้มกันประยุทธ์ก็ไม่มีเหตุอะไรให้ตื่นเต้นอีก ความวุ่นวายมีแต่คนวิ่งมาขอลายเซ็นอั้มมากกว่า จนกระทั่งเย็นวันศุกร์ก่อนจะกลับห้องพักประยุทธ์ก็ได้เรียกอั้มเอาไว้ก่อนที่อั้มจะทันได้หันหลังออกจากประตูห้องไป 

 

“เออ...เดี๋ยวนายอั้ม ลืมบอกไปเลย” 

 

“มีอะไรเหรอครับพี่ยุทธ์” 

 

“เรื่องโรงงานนายน่ะ ทางผู้รับเหมาโทรมาบอกว่าเกือบเสร็จแล้วนะ แล้วจะแถมป้ายชื่อโรงงานให้ฟรีป้ายนึงเลยจะถามนายว่าจะเอาชื่อว่าอะไร” 

 

“ผมก็กำลังคิดจะทำป้ายชื่อเลย เอาชื่อ โรงอักขระ ละกันครับ” 

 

“หือ...ชื่อแปลกดี อย่างกับชื่ออะไรสักอย่างเกี่ยวกับหนังจีนเลย” 

 

“ประมาณนั้นครับ ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยประสานงานให้ แต่วันนี้ผมขอตัวไปธุระก่อนนะครับ” 

 

“ตามสบายนายอั้ม วันจันทร์เจอกัน” 

 

หลังจากอั้มเลิกงาน อั้มก็กลับมายังห้องพักโดยไม่ได้แวะเที่ยวไหน อาหารก็ใช้บริการแอพฟู๊ตโคอาล่าเอาก็ได้  

 

“เฮียสินว่างคุยไหมครับ” 

 

“ได้ครับอาจารย์ ผมว่างเสมอครับ มีอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับ” 

 

“โอ๊ย...ใครจะไปกล้าใช้งานประธานาธิบดีกันครับ ผมแค่โทรมาถามความคืบหน้าในการฝึกครับ” 

 

“คืบหน้ากันมากเลยครับ กองพันที่หนึ่งก็อย่างกับปีศาจแล้วขนาดนักเพาะกายยังต้องอายเลย ส่วนผมกับเตียวฮุยก็ฝึกการใช้เวทไปได้เยอะ อย่างผมนี่เติมน้ำเต็มแก้วได้ในเวลาแค่ไม่ถึงนาทีแล้ว แถมยังไม่ต้องไปยืนใกล้ๆ ด้วย สามารถยืนห่างออกมาได้ราวๆ เมตรนึงแล้วครับ” 

 

“ดีมาก ฝึกต่อไปครับ อย่าลืมฝึกร่างกายด้วย หากไม่แข็งแรงพอ ความสามารถในการควบคุมพลังเวทก็จะน้อยลงไปด้วย” 

 

“รับทราบครับอาจารย์ ผมจะฝึกอย่างเคร่งครัดเลยครับ” 

 

แม้ว่าอั้มจะกลับมารับงานที่ประเทศไๆทย แต่ก็ไม่ได้ทิ้งงานที่ประเทศจีน ก็นั่นลูกศิษย์สองคนแรกของเขาที่โลกนี้เลยนะ  

 

อั้ม : “ไอ้บาส ไอ้ฟลุก ได้เวลาฝึกแล้วโว้ย” 

 

บาส : “กูขอถอนตัวได้ไหมวะ ขอเป็นคนธรรมดาอย่างเดิมก็ได้” 

 

อั้ม : “เสียใจ คอร์สนี้เริ่มแล้วไม่มีสิทธ์เลิกวะ” 

 

ฟลุก : “เออๆ เดี๋ยวเสร็จงานก่อนแล้วจะไปให้มึงทารุณ คงไม่เกินชั่วโมง” 

 

แน่นอนว่าอั้มเปิดให้พักตั้งสี่วันกว่าแล้ว เวลาที่เหลืออีกสองวันเศษๆ นี้จะเป็นเวลาของการฝึกหนักต่อ และอาทิตย์นี้เขาก็จะเพิ่มระดับความหนักยิ่งขึ้นไปอีก ในระหว่างรอเหยื่อ เอ๊ย เพื่อนเขามา เขาก็โทรไปนัดกับเจ้าของโรงยิมไว้ให้เตรียมเปิดรอเขา จากนั้นเขาก็เปิดดูรูปที่ส่งมาจากไซด์งานก่อสร้างโรงอักขระของเขา  

 

ถ้าดูจากรูปก็จะพบว่าความคืนหน้าเป็นไปราวแปดส่วนแล้ว โครงสร้างหลักๆ นั้นติดตั้งเสร็จแล้ว ที่เหลือจะเป็นการเก็บรายละเอียดของงานมากกว่า 

 

****วันพุธต่อมา**** 

 

“นายอั้มไปตรวจงานหน่อย ผู้รับเหมาแจ้งว่าเสร็จแล้ว ให้ไปตรวจรับงานด้วย” 

 

“พี่ยุทธ์ไปด้วยไหมครับ” 

 

“ไปดิ ไม่ไปใครจะอนุมัติจ่ายตังละ ฮ่าๆๆ” 

 

อั้มกับประยุทธ์เดินขึ้นยานบิน พร้อมกับบดินทร์ที่ติดตามไปด้วย เป้าหมายคือ โรงอักขระของอั้มที่ลพบุรี เป็นที่ดินส่วนตัวของประยุทธ์ มีพื้นที่ขนาด 50 ไร่ เดิมปลูกมะนาวไว้สิบกว่าต้นเอาไว้เพื่อแจ้งว่าเป็นที่สำหรับเกษตรจะได้ไม่เปลืองภาษีเหมือนที่ดินปล่อยรกร้าง  

 

เมื่อเข้ามาก็พบว่ามีการทำรั้วไว้เรียบร้อยมิดชิด ที่ประตูรั้วด้านหน้ามีป้ายขนาดใหญ่เขียนเอาไว้ว่าโรงอักขระ เมื่อเข้าไปก็เป็นทางที่เทปูนไว้อย่างกว้างปานรันเวย์สามบิน สองข้างทางไม่มีอะไรเลย เป็นแค่ที่ดินโล่งๆ สุดปลายทางเป็นอาคารขนาดใหญ่ ไร้หน้าต่าง ประกอบด้วยชิ้นส่วนหล่อสำเร็จมาจากโรงงาน เหนือประตูมีป้ายเล็กๆ อีกอันที่เขียนว่า โรงอักขระ  

 

ตัวอาคารสูงเท่าตึก 3-4 ชั้น หลังคาทรงโค้ง ลักษณะปิดทึบ มีเพียงพัดลมระบายอากาศที่ติดไว้ขอบด้านบนใต้แนวหลังคา ภายในโรงอักขระแบ่งออกเป็นสองส่วน ด้านซ้ายหน้าประตู คือ พื้นที่ที่ติดอุปกรณืทำความสะอาดไว้ ด้านในเป็นที่โล่งที่เทปูนเอาไว้ ด้านหลังโรงอักขระจะเป็นบ่อบำบัดน้ำเสีย และ แทงค์น้ำสำรอง โดยรวมก็มีเพียงเท่านี้เอง เป็นโรงงานที่ดูแปลกประหลาดจริงๆ 

ความคิดเห็น