Chimpanzee

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

ตอนที่ 4 [สิ้นสุดการปฏิวัติตนเอง]

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 [สิ้นสุดการปฏิวัติตนเอง]

คำค้น : หากต้องการได้ใจชายต้องคว้ากระเพาะเขาให้ได้ก่อน ,ทำอาหาร ,ออมเล็ต ,อังศุมาลิน ,นิยายวาย ,นิยายแฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 295

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2563 13:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 [สิ้นสุดการปฏิวัติตนเอง]
แบบอักษร

 

หลังจากวันนั้นผ่านมาอีกหนึ่งสัปดาห์... ซึ่งตลอดมาออมเล็ตยังคงปฏิบัติตนเช่นเดิมคือนอน ทานอาหารสังเคราะห์แย่ๆ พวกนั้นแค่สองสามคำแล้วก็กลับขึ้นมาบนห้อง รวมๆ ไปก็เป็นเช่นนี้มากว่าสามสัปดาห์กว่าแล้ว เพียงแต่เขามีกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นมาคืออ่านหนังสือที่หยิบมาจากห้องสมุดขุมสมบัตินั่นแหละ 

ใบหน้าของคุณชายสามอังศุมาลินเรียบนิ่งประดับด้วยความอิดโรยซีดเผือด ในด้านร่างกายอันบอบบางนี้เหลือแต่หนังหุ้มกระดูกที่เหลือหนังหุ้มกระดูกของจริงเลยซึ่งน่าเป็นห่วงมาก และอาการเช่นนี้ของเขาก็ทำให้คนอื่นๆ เริ่มอยู่ไม่นิ่งแล้ว 

ใช่ เพราะท่านพ่อบอกว่าเลิกพยายามฆ่าตัวตายได้แล้วออมเล็ตก็เลิกพยายามฆ่าตัวตายแล้ว แต่ในสายตาของคนภายนอกกลายเป็นข่าวลือที่พวกผู้น้อยแอบซุบซิบกันว่าเพราะทุกครั้งที่พยายามฆ่าตัวตายก็จะมีคนเข้ามาช่วยได้ทันตลอดฉะนั้นครั้งนี้คุณชายสามจึงค่อยๆ ลิดรอนชีวิตของตัวเองไปเอง... ไร้สาระน่า 

 

ร่างเล็กนั่งอยู่ริมระเบียงทอดสายตามองออกไปข้างนอกพลางยกมือขึ้นเท้าคาง มุมปากยกยิ้มที่มองไม่เห็น น้ำเสียงหวานเรียบเอ่ยแผ่วเบามากกลืนหายไปกับสายลม เสียเวลามานานขนาดนี้... “ตั้งใจทำอะไรที่อ้อมโลกมาตั้งขนาดนี้แล้วใครจะยอมตายง่ายๆ กัน” 

 

ชีวิตคนเราเกิดมาทั้งที่ก็ควรได้เสพสุขกับการกินการนอนและใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ไร้กังวลให้มากหน่อยสิถึงจะถูกต้อง… 

 

ระหว่างที่ออมเล็ตกำลังนั่งมองนั่งคิดเรื่องอื่นๆ เรื่อยเปื่อยจนเผลองีบหลับได้สักพัก เสียงเคาะประตูห้องพร้อมกับน้ำเสียงทุ้มนุ่มของพ่อบ้านใหญ่ก็เอ่ยดังขึ้น 

 

“คุณชายครับขออนุญาตเข้าไปนะครับ” 

 

โดยที่ไม่ต้องรอให้ออมเล็ตเอ่ยอนุญาตเพียงรอเวลาสักพักเมื่อเห็นว่าไม่มีปฏิกิริยาใดในห้องราเชนก็เปิดประตูเข้าไปเองทันที ผู้ติดตามมาข้างหลังอีกสามคนมองหน้ากันอย่างสงสัย... ตามปกติต้องให้คุณชายของบ้านเอ่ยอนุญาตก่อนไม่ใช่หรือ? ตามปกติเมื่อคนในห้องไม่ตอบรับแปลว่าไม่อนุญาตไม่ใช่หรือ? 

สงสัยแต่ไม่ใช่เรื่องที่ควรเอ่ยถามนั่นคือความเข้าใจของคนฉลาด 

 

ราเชนเข้ามาภายในห้องส่วนของคุณชายสามอังศุมาลินที่ตกแต่งเป็นโทนสีขาวเรียบไร้สีสันอื่นใดเข้ามาแต่งเติมทั้งสิ้น นึกถึงเด็กหนุ่มที่ไร้ซึ่งความรู้สึกแห่งชีวิตที่ค่อยๆ หม่นหมองลงทุกวันก็พลันปวดใจ ทุกย่างก้าวมีแต่ความหนักใจจริงๆ หนัก เดินผ่านจนไปถึงบริเวณระเบียงใหญ่ที่มีร่างเล็กนั่งหลับตาสงบเอนหลังพนักพิงเก้าอี้สีขาว 

ภายในห้องเงียบมาก... ผู้ติดตามราเชนเข้ามาเป็นชายหนุ่มทั้งสามคน พวกเขาค่อนข้างตื่นเต้นอย่างเงียบๆ ลึกๆ ที่จะได้พบกับคุณชายสามอังศุมาลินบุตรชายคนที่สามของท่านจอมพลลีโอนาร์ท เพราะหลังจากนี้อีกฝ่ายจะกลายเป็นโจทย์เป้าหมายที่พวกเขาได้รับมอบหมายจากท่านจอมพล ท่านพันโทและดอกเตอร์นักวิจัยอัจฉริยะ 

จากข่าวลือต่างๆ ที่ได้ยินออกมาเกี่ยวกับคุณชายสามท่านนี้มีมากมายนักจนไม่แน่ว่าอะไรเป็นจริงเป็นเท็จโดยเฉพาะเรื่องการพยายามฆ่าตัวตายหลายต่อหลายครั้งเพราะความไร้ความสามารถของตน อยู่ในครอบครัวผู้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้แต่ทว่ามีตนผู้เดียวที่อ่อนแอ น่าเห็นใจยิ่งนัก 

 

“คุณชาย...” 

 

ชายหนุ่มผู้ติดตามทั้งสามคนมองตามเสียงเรียกคุณชายของพ่อบ้านใหญ่ สายตาของทั้งสามปะทะเข้ากับเด็กหนุ่มร่างเล็กร่างหนึ่งที่กำลังหลับตาเอนหลังพนักพิงเก้าอี้ท่าทีเบาสบายพลันรู้สึกหายใจติดขัด 

แสงแดดกำลังส่องประกายรำไร สายลมพัดโชยอ่อนพลิ้วไหวหยอกล้อเส้นผมนุ่มสีดำสนิท ท้องฟ้าครามสีสดใสตัดเข้ากับภาพของเด็กหนุ่มใบหน้าหวานล้ำนวลหยก ร่างกายแบบบางอ้อนแอ้น ผิวกายขาวซีดทว่าเมื่อปะทะกับแสงแดดรำไรสายลมโชยอ่อนและท้องฟ้าครามริมระเบียงสีขาวกับกลายเป็นภาพที่งดงามน่าทะนุถนอมเป็นอย่างยิ่ง 

และก็ต้องรู้สึกหัวใจสั่นไหวเมื่อดวงตากลมโตสีทองสุกชวนให้น่าหลงใหลนั้นลืมขึ้น แต่น่าเสียดายนักที่ใบหน้าและท่าทางของเด็กหนุ่มนั้นกลับไร้ซึ่งความรู้สึกแห่งชีวิตโดยสิ้นเชิง นี่คงจะเป็นปัญหาแล้วล่ะ 

 

“ฮื่อ...” ออมเล็ตครางฮื่อในลำคอ มือเล็กยกขึ้นขยี้ตาพร้อมกะพริบปริบๆ เพื่อปรับการโฟกัสของสายตาหลังเพิ่งงีบหลับเล็กน้อย ศีรษะน้อยๆ เอนเอียงหน่อยผนวกกับใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มรูปลักษณ์แบบบางชวนทะนุถนอมนี่จึงกลายเป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูมากจนผู้มาทั้งสี่คนแทบต้องกุมใจเลยทีเดียว 

เหมาะสมกับตำแหน่งตุ๊กตากระเบื้องหยกงามล้ำที่ควรได้รับการปกป้อง... 

 

“คุณชายอย่าขยี้ตาแรงครับเดี๋ยวจะเจ็บได้นะครับ” ราเชนกล่าวน้ำเสียงนุ่มนวลกว่าปกตินักพลางบังอาจขยับเข้าไปคุกเข่าตรงหน้าใกล้คุณชายสามอังศุมาลิน ถือวิสาสะเอื้อมมือหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดขึ้นเช็ดบริเวณหางตาปริ่มน้ำใสให้คุณชายด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยม 

ออมเล็ตเบลอๆ มึนๆ เพิ่งตื่นจึงยอมอยู่นิ่งให้ราเชนเช็ดหางตาให้ ทว่าการกระทำเช่นนี้ของคุณชายสามอังศุมาลินกลับทำให้ราเชนรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อยคุณชายก็ไม่ผลักไสความห่วงใยหวังดีของเขา... หัวใจของคุณพ่อบ้านใหญ่พลันคล้ายได้รับการเติมเต็มไปขณะหนึ่ง 

 

ราเชนยินดีอยู่สักพักก่อนจะถอยห่างออกมาเมื่อคุณชายเริ่มรู้สึกตัวตื่นจริงๆ คุณชายสามอังศุมาลินไม่ชอบให้ใครมายุ่ง และห้ามล้ำเส้นเขตบริเวณที่เด็กหนุ่มขีดเส้นไว้เด็ดขาด... เขาถอยมายืนเยื้องด้านข้างรอให้คุณชายปรับตัวได้รับจึงได้เริ่มเอ่ยแนะนำผู้มาใหม่อีกสามคน 

 

“นี่คือลิลลี่ ฌอน และคิโด้จะมาเป็นพ่อบ้านประจำตัวของคุณชายครับ” 

 

“สวัสดีครับคุณชายสาม” ผู้มาใหม่ทั้งสามกล่าวพลางค้อมศีรษะลงเล็กน้อย เป็นเช่นนั้นอยู่นานก็ยังไร้เสียงตอบรับกลับ... เงียบกริบมาก 

 

ออมเล็ตชำเลียงมองแวบหนึ่งพยักหน้าเล็กน้อยเป็นว่ารับรู้... พ่อบ้านประจำตัวคนใหม่ น่าจะหมายถึงผู้เฝ้าคุมทุกฝีก้าวคนใหม่มากกว่า ถ้าให้เดาตามแนวทางนิยายที่เขาเคยอ่านนะต้องมีคนใดคนหนึ่งเป็นแพทยศาสตร์อัจฉริยะ และอีกสองคนเป็นพ่อบ้านบอดี้การ์ดชัวร์ นี่แหละน่าชีวิตฉบับคุณชายสไตล์ 

 

“เงยหน้าได้ คุณชายพยักหน้าแล้ว” ราเชนพูดเรียกให้คนทั้งสามเงยหน้าขึ้น คนยังต้องค่อยๆ เรียนรู้กันอีกมาก ไม่รู้ว่าวิธีนี้ของคุณๆ เขาจะทำให้คุณชายสามอังศุมาลินดีขึ้นหรือไม่แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย 

ราเชนก็หนักใจเช่นกัน... ปัญหาของคุณชายสามอยู่ที่จิตใจเป็นส่วนหนัก ปัญหาของเหล่าคุณๆ ทุกคนในบ้านเพราะการแสดงความรู้สึกที่ขาดหายไปจนเกินไป บ้านนี้อะไรก็ดีทุกอย่างยกเว้นเรื่องเดียวนี่แหละ 

 

 

เมื่อพ่อบ้านใหญ่ออกไปแล้วริมระเบียงสีขาวสะอาดเหลือเพียงคุณชายสามอังศุมาลินกับพ่อบ้านประจำตัวคนใหม่ทั้งสาม เป็นช่วงเวลาที่เงียบมากเมื่อตื่นจากการงีบหลับออมเล็ตก็นั่งมองออกไปข้างนอกเช่นเดิมพลางแอบสังเกตพ่อบ้านคนใหม่อย่างเนียนๆ ด้วย 

ลิลลี่ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งสมส่วนมีใบหน้าท่าทางสดใสเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต ฌอนชายหนุ่มร่างสูงแข็งแกร่งปราดเปรียวมีใบหน้าท่าทางสุภาพนุ่มนวล คิโด้ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่แข็งแกร่งมีใบหน้าท่าทางสุขุมเคร่งขรึม... เหอะๆ ใครเป็นคนหาสามคนนี้มาฟอร์มทีมกัน โคตรจะแตกต่างกันเลย 

 

ส่วนพ่อบ้านประจำตัวคนใหม่ทั้งสามคนยืนเยื้องอยู่ด้านหลังอย่างเงียบๆ พลางมองสำรวจคุณชายจากข้างหลัง และพยายามทบทวนข้อมูลประวัติ นิสัยใจคอ ข้อห้ามต่างๆ ที่เกี่ยวกับคุณชายสามอังศุมาลินที่พ่อบ้านใหญ่ให้มาคร่าวๆ ในใจไปพลางๆ ด้วย 

 

“.....” 

 

พวกเขาพบว่าข้อมูลที่ได้มามีน้อยมากจนแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย... คุณชายสามไม่แสดงอารมณ์ไม่แสดงความต้องการ ปิดกั้นตนเองกับคนรอบข้างทุกคนแม้กระทั่งกับคนในครอบครัว 

 

การนั่งอยู่ริมระเบียงเฉยๆ เงียบๆ เป็นไปอย่างเรื่อยๆ เนิ่นนานจนลิลลี่อดไม่ไหวเห็นว่าการนั่งอยู่เช่นนี้คุณชายอาจจะเบื่อได้ การเปลี่ยนบรรยากาศบ้างอาจทำให้สภาพจิตใจภายในของคุณชายดีขึ้น เขาจึงได้เอ่ยเสนอขึ้น “คุณชายครับอากาศดีๆ แบบนี้น่าจะลองออกไปเดินเล่นข้างนอกดูไหมครับ” 

 

“.....” 

 

“ถ้าอย่างนั้นทานของว่างอยู่ในห้องก็ได้ครับ” 

 

 

หมดไปหนึ่งวันกับการเฝ้าอยู่ริมระเบียงไปกับคุณชายสามอังศุมาลิน พ่อบ้านใหม่ทั้งสามคนไร้คำเอื้อนเอ่ย… 

 

กระทั่งวันต่อมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมอีก ภารกิจของพวกเขาพ่อบ้านใหม่ทั้งสามคนก็ยังไม่กระเตื้องขึ้นเลยพานพาให้พวกเขาเครียดและต้องคิดหาหนทางที่เหมาะสมมากขึ้น... ภารกิจการรักษาเยียวยาการดึงคุณชายสามอังศุมาลินให้กลับมามีสุขภาพร่างกายสุขภาพจิตใจให้ดีขึ้นและห้ามไม่ให้มีความคิดต้องการตาย นี่ไม่ใช่ภารกิจง่ายเลย 

อุปนิสัย การวางตัวและสุขภาพกายสุขภาพจิตของคุณชายสามหนักกว่าพวกเขาที่คิด 

 

“คิโด้นายคิดว่าอาการของคุณชายสามเป็นอย่างไรบ้าง” ลิลลี่ยืนกัดเล็บใช้ความคิดหนักก่อนจะหันมาเอ่ยถามเพื่อนร่วมภารกิจครั้งนี้ 

 

“แย่มาก” คิโด้ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมเองเอ่ยตอบตามตรงว่างานนี้ลิลลี่ต้องลำบากแล้วล่ะ พลันคิ้วเข้มขมวดแน่นคิดอะไรบางอย่าง เขาไม่ใช่คนที่มองอะไรลุ่มลึกหรือคิดอะไรซับซ้อนได้เก่งเท่าลิลลี่กับฌอนแต่เขาเป็นคนที่มองอะไรตรงไปตรงมาที่สุด 

ฉะนั้นเวลาที่เขามองสังเกตคุณชายสามเขาจึงรู้สึกว่าคุณชายเป็นตัวตนที่จะว่าเข้าใจยากก็ยากเข้าใจง่ายก็ง่าย เวลาที่ดวงตาเรียวรีสีทองสุกสกาวนั้นมองออกไปนอกริมระเบียงในแววตานั้นคล้ายเก็บซ่อนประกายอะไรบางอย่าง เป็นการรอ... รออะไรบางอย่าง แล้วรออะไรล่ะ? 

 

คิโด้ไม่เข้าใจว่าคุณชายสามอังศุมาลินกำลังรออะไร แต่เขาก็พูดตามที่ใจคิดว่า... “จะต้องมีสักอย่างที่ทำให้คุณชายรู้สึกดีและมีความสุขแน่ๆ” 

 

ลิลลี่คิดสักพักก่อนพยักหน้าคิดเช่นกันตามคำกล่าวของคิโด้จนเมื่อฌอนกลับมาพร้อมถาดอาหารที่ยังไม่พร่องไปเลยสักนิด ใบหน้าสุภาพนุ่มนวลส่ายหน้ายิ้มอย่างจนใจเอ่ยน้ำเสียงพูดยาก 

 

“คุณชายไม่ทานอาหารอีกแล้ว” 

 

 

 

ภายในห้องทำงานส่วนตัวของท่านจอมพลลีโอนาร์ทข้อห้ามสำคัญคือห้ามมองโดยไม่ได้รับอนุญาตและห้ามกล่าวถึงทุกสิ่งอย่างภายในห้อง... ฉะนั้นเราจึงขอกล่าวถึงผู้ที่นั่งอยู่ภายในห้องแทน อันประกอบด้วยบุตรชายคนโตพันโทเลโอเนลโล่ บุตรชายคนรองไทเกอร์ดอกเตอร์นักวิจัยอัจฉริยะ พ่อบ้านใหญ่ราเชน และอีกสามคนนอกคือลิลลี่ ฌอน และคิโด้พ่อบ้านคนใหม่ของคุณชายสามนั่นเอง 

ซึ่งการคาดเดาของออมเล็ตเป็นการคาดเดาที่แม่นยำราวกับจับวางมากเพราะลิลลี่คือแพทยศาสตร์อัจฉริยะ ฌอนคือผู้ช่วยของลิลลี่พ่วงตำแหน่งพ่อบ้าน และคิโด้คือบอดี้การ์ดจริงๆ 

 

“อาการของอังศ์เป็นยังไงบ้าง” ท่านจอมพลลีโอนาร์ทเอ่ยถามชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าอย่างคาดหวัง แม้ใบหน้าและน้ำเสียงจะดุดันไร้อารมณ์อื่นแต่ส่วนภายในใจไม่มีใครรู้ดีเท่าตัวเขาอีกแล้ว 

 

“เรียนท่านจอมพล อาการของคุณชายสามค่อนข้างหนักมากครับต้องดำเนินทุกอย่างให้อย่างค่อยเป็นค่อยไปทั้งในการศึกษาพฤติกรรมและหาวิธีการรักษาเยียวยาอย่างถูกต้องเหมาะสมสำหรับตัวคุณชายเองไม่ว่าจะด้านร่างกายหรือจิตใจ” 

 

“ผมคิดว่าหากได้ใกล้ชิดคุณชายสามมากกว่านี้อาจจะเป็นหนทางที่ดีครับ” 

 

“อืมห้ามให้เขาตาย” 

 

“อังศ์ได้พูดอะไรบ้างไหม” ท่านพันโทเลโอเนลโล่เอ่ยถามขึ้นบ้าง เขาก็เช่นกันแม้ว่าใบหน้าและน้ำเสียงจะติดดุดันชวนกดดันเฉกเช่นผู้เป็นบิดาแต่ทว่าส่วนภายในใจนั้นไม่มีใครรู้ดีเท่าตัวเขาอีกแล้ว 

 

“เรียนท่านพันโท วันนี้คุณชายสามยังไม่พูดอะไรเลยครับ” ลิลลี่ทำหน้าที่ตอบคำตอบอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาอย่างไม่บิดเบือนสักเล็กน้อย ภายในใจของเขาพลันคิดว่าแม้คนในครอบครัวจะแสดงออกดูเฉยชาแต่ก็ห่วงใยคุณชายสามกันมาทีเดียว คนตระกูลนี้อาจจะแสดงออกไม่เป็นจริงๆ นั่นแหละ 

ความแข็งแกร่งที่ต้องแลกกับความรู้สึกที่ขาดหายไป... 

 

ไทเกอร์พยักหน้ารับฟังและเอ่ยขึ้นมาบ้าง ลักษณะท่าทางของเขาก็แทบจะไม่ต่างจากผู้เป็นบิดาและพี่ชายคนโตเลย “น้องต้องดีขึ้นแน่นอนครับ คุณเป็นแพทยศาสตร์อัจฉริยะโดยเฉพาะด้านจิตแพทย์พวกเราคาดหวังกับตัวคุณเป็นอย่างมาก” 

 

“ผมจะพยายามให้ดีที่สุดครับ” 

 

 

ทว่าผ่านมาจวบจนครบหนึ่งอาทิตย์สามวัน ลิลลี่ ฌอน และคิโด้ก็ยังไม่เคยได้ยินเสียงของคุณชายสามอังศุมาลินเปล่งออกมาเลยสักครั้ง ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังทำหน้าที่พ่อบ้านประจำตัวของคุณชายอย่างดี ไม่มีการขาดตกบกพร่องสักเล็กน้อย 

ลิลลี่มักจะพยายามชวนคุณชายพูดและเล่าถึงสิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจอยู่เสมอเผื่อว่าจะมีสักอย่างสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่คุณชายมีปฏิกิริยาให้ชอบหรือสนใจขึ้นบ้าง ฌอนมักจะใส่ใจรอบคอบทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องของคุณชายพร้อมกับรอยยิ้มนุ่มนวลชวนน่าผ่อนคลาย คิโด้มักจะยืนอยู่เงียบๆ ชวนให้รู้สึกสงบและไม่น่ารำคาญ เป็นเช่นนี้มาตลอดจนผ่านมาอีกหนึ่งอาทิตย์หนึ่งวัน 

 

ความอดทนมุมานะความพยายามย่อมไม่เคยทรยศใคร คุณชายสามอังศุมาลินมองหน้าเหล่าพ่อบ้านมือใหม่เงียบๆ คล้ายอยากพูดอะไร กระทั่งเช้าวันต่อมา... นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้ยินน้ำเสียงที่หวานล้ำและไพเราะมากถึงเพียงนั้น พาให้หัวใจสั่นไหว สติแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยพร้อมกับความคาดหวังที่จะฟังการแสดงออกความต้องการหรือเอื้อนเอ่ยครั้งแรกของคุณชาย 

 

“.....” 

 

“คะครับ ผมอยู่นี่ครับคุณชาย” 

 

“ไข่” 

 

..... 

 

 

 

---------------------------- 

***ไรท์เปลี่ยนจากคำว่า 'นายพล' เป็น 'จอมพล' ค่ะเพื่อความสละสลวย ถ้าเห็นตรงไหนยังไม่เปลี่ยนฝากคอมเมนต์บอกไรท์ด้วยนะคะ :) 

Talk 

ปรบมืออออ ฮือออ คำแรกของน้อนนนนนลูกเจี๊ยบบบบ 

หรือควรเปลี่ยนชื่อจาก 'อังศุมาลิน' เป็น 'พิกุลทองคำ' ดี พูดเหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วงมาก คือ DNA ของบ้านนี้มันเป็นแบบนี้จริงๆแต่เดี๋ยวน้องจะพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆแน่นอน อย่าเพิ่งเบื่อน้องน้าา 

ส่วนคุณแด๊ดดี้กับคุณพี่ชาย ฮือออ เค้าน่าเอ็นดูอยู่น้าา เดี๋ยวรอดูกันต่อไปไว้พบกันใหม่ตอนหน้าจ้ะ :) 

ความคิดเห็น