ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 10

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2563 20:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10
แบบอักษร

10 

คุณครูน้องอิน 

 

               ‘น้องอิน’ 

           อินไม่คาดคิดเลยว่าพี่ภัคจะเรียกเขาแบบนี้ หัวใจดวงน้อยได้แต่เต้นแรง เสียงที่มีก็ถูกกลืนหายไปเสียอย่างนั้น 

               [อย่าเงียบสิ] 

               เสียงจากปลายสายทำให้อินสะดุ้ง สติที่เลื่อนลอยกลับมา เขาได้แต่ฝืนตอบกลับไป 

               “ครับ” 

               [พอรู้ว่าคุณเป็นน้องชายของเพื่อนผม ก็ค่อยสบายใจ] 

               “ครับ” 

               อินไม่รู้จะตอบอะไร ตอนแรกเขานึกว่าพี่ภัคจะเรียกเขาว่าน้องอินต่อเสียอีก แต่อยู่ๆเสียงนั้นก็เย็นชาห่างเหิน 

               [ทำไมเอาแต่ตอบว่าครับ] 

               “ผมไม่รู้จะตอบว่าอะไรครับ” 

               [หรือคุณไม่พอใจ ที่ผมเรียกคุณว่าน้องอิน] 

               ไม่ใช่ไม่พอใจ แต่อินพอใจอย่างมาก 

               พอได้ยินเสียงทุ้มเรียกแบบนั้น เหมือนหัวใจของอินกำลังหลุดลอยไปในอากาศเลยทีเดียว อยากได้ยินอีกฝ่ายเรียกเขาแบบนี้อีก อยากจะกระซิบบอกว่าผมแอบรักพี่ภัคมาตั้งนานแล้ว ผมอยากให้พี่ภัคเรียกผมว่าน้องอิน อินอยากเป็นน้องอินของพี่ภัค 

               ความคิดฟุ้งซ่านมากมายเกิดขึ้นในหัว จนอินเองก็อยากจะทึ้งรั้งหัวของตน เพื่อขับไล่ความคิดบ้าๆ นั้นออกไปใกล้ 

               “ไม่ใช่ครับ ผมไม่ได้ไม่พอใจ” 

               ว่าจะตั้งสติได้ ก็ปาไปหลายวินาที เขาได้ยินเสียงปลายสายตอบกลับมา 

               “คุณเป็นทั้งครู ทั้งน้องไอ้อิฐ งั้นผมควรเรียกคุณว่า ‘คุณครูน้องอิน’ ใช่หรือเปล่า] 

               น้ำเสียงนั้นราบเรียบไม่ได้แฝงอารมณ์หยอกเย้าใดๆ แต่ทว่ากลับทำให้คนฟังแทบใจละลาย อินฟุบหน้าลงกับหมอนนุ่ม ถูไถแก้มตนเองกับหมอนไปมา แทบจะไถลตัวลงจากเตียงไปกลิ้งกับพื้น 

               ‘คุณครูน้องอิน’ 

           งื้อ...ทำไมมันถึงได้น่ารักขนาดนี้ 

           [ผมคงกวนคุณแค่นี้ล่ะ คุณพักผ่อนเถอะ] 

               มัวแต่เขินจนไม่ได้ชวนคุย อินนึกอยากจะตบปากตัวเองแรงๆ เขาน่าจะชวนพี่ภัคคุยให้มากกว่านี้ อีกฝ่ายไม่ได้โทรหาเขาได้ง่ายๆ แล้วจะให้เขาโทรหาอีกฝ่ายก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน เพราะว่าเขาไม่ได้มีธุระอะไร 

               “พี่ภัค...อินอยากคุยกับพี่ภัคเยอะๆ แต่อินมันขี้ขลาดเอง” 

               อินนอนหงายมองเพดาน รู้สึกเศร้ากับความขี้ขลาดของตัวเอง ความรู้สึกรักมันเอ่อล้นมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อได้เห็นหน้าพี่ภัคอีกครั้ง เขาเคยคิดว่ามันคงเป็นแค่ความชื่นชอบไอดอล แต่ว่าเขาเคยเอาพี่ภัคมาช่วยตัวเอง จะให้เรียกว่าแค่ชื่นชอบไอดอลได้อย่างไร 

               นิ้วเรียวกดเข้าไปในแอพพลิเคชั่นเครื่องเล่นเสียง ตั้งแต่ได้เจอกับพี่ภัคไม่กี่ครั้ง อินก็เริ่มตั้งค่าโทรศัพท์ให้กดบันทึกเสียงทุกสายที่โทรเข้า แอบหวังว่าสักวัน อาจจะได้เก็บบันทึกเสียงของพี่ภัคไว้ฟังก่อนนอน  อยากได้ยินเสียงทุ้มๆที่คุยกับเขาดี ครั้งนี้เหมือนความหวังของอินจะเป็นจริง 

               ชายหนุ่มหยิบหูฟังมาเสียบเข้าที่โทรศัพท์ของตนเอง เขากดเล่นเสียงคุยที่เพิ่งคุยกันเมื่อกี้ เสียงของพี่ภัคอ่อนโยนกว่าทุกครั้งที่เคยคุยกับเขา นั่นคงเป็นเพราะพี่ภัครู้แล้วว่าเขาคือน้องชายของพี่อิฐ และดูเหมือนว่าพี่ภัคจะไม่รู้ว่าคนในคืนนั้นในอดีตคือตัวเขาเอง 

               ...อินรู้สึกสบายใจ… 

               มือบางสอดเข้าไปใต้เสื้อนอนตัวบาง นิ้วลูบไล้ไปตามเรือนกายผอม จนกระทั่งไปอยู่อยู่ที่แผ่นอก ยอดอกเล็กถูกนิ้วของตนสัมผัสบีบขยี้ถูไถ เปลือกตาบางปิดลง จินตนาการว่าเป็นมือใหญ่ของพี่ภัค  

               ในขณะที่มืออีกข้างก็สอดเข้าไปใต้กางเกงนอน ลูบไล้แก่นกายเล็กที่กำลังตื่นตัวเพราะแรงอารมณ์ 

               “อื้อ...พี่ภัค” 

               ความร้อนรุ่นในกายเกิดขึ้น เขาคิดถึงเรือนร่าง คิดถึงมือหนา คิดถึงริมฝีปากสวยที่ชอบพูดจาเย็นชาใส่ ภาพของพี่ภัคในอดีตเลือนรางก็จริง แต่ความรู้สึกที่ได้มองรอยยิ้มสวยของพี่ภัคนั้นไม่ได้เลือนหายไปไหนเลย 

               “อะ อื้อ พี่ภัค พี่ภัคของอิน” 

               ความต้องการของร่างกายมีมากล้น เขาไม่ได้ต้องการพี่ภัคเป็นแค่ไอดอล เขาต้องการให้พี่ภัคเข้ามาเป็นคนคนเดียวกับเขา นิ้วสวยบีบดึงยอดอกแรงขึ้น ในขณะที่มืออีกข้างก็รูดชักแก่นกายรัวเร็ว  

               อินปล่อยมือออกจากอก ช่วยดึงรั้งกางเกงตัวเองออก เขารู้สึกว่าเขามีมือน้อยเกินไป หรือไม่เขาก็ต้องการมือของใครอีกสักคนช่วยเติมเต็มทุกส่วนในร่างกายของเขา 

               “พี่ภัค...น้องอินอยากได้พี่ภัค คุณครูน้องอินอยากได้” 

               ปากสวยดูดเลียนิ้วตัวเอง เขาครางเสียงไม่ดังมากนัก เพราะกลัวคนในบ้านจะได้ยิน ขาเรียวสวยแยกออกกว้าง ช่องทางด้านหลังเต้นตุบตับ เขากลืนน้ำลายลงคอ ทนไม่ไหวแล้ว 

               นิ้วเรียวค่อยๆแทรกเข้าไปในช่องทางด้านหลังอย่างช้าๆ ใบหน้าน่ารักเชิดขึ้น รู้สึกอึดอัดและแทรกนิ้วเข้าไปได้ลำบาก 

               “อึก...อื้อ...อ๊ะ อ๊า” 

               กายบางครวญครางอย่างเสียวซ่าน เมื่อมือทั้งสองปรนเปรอให้กับช่วงล่างของตนเอง ดวงตาคู่สวยหยาดคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความสุขสม อินรู้สึกได้ว่านิ้วของเขามันสั้นเกินไป เขาอยากได้นิ้วที่ยาวกว่านี้  

               นิ้วของพี่ภัคยาวมาก.... 

               อินจำได้ ว่าพี่ภัคทั้งมือใหญ่ และก็มีนิ้วที่เรียวยาวสวย ถ้านิ้วนั้นแทรกเข้ามาในกายนี้ มันคงจะเข้ามาได้ลึกและกระแทกกระทั้นโดนจุดกระสันได้แน่ๆ 

               “อะ อึก อื้อ” 

               แค่จินตนาการถึงพี่ภัค แก่นกายเล็กก็สั่นระริกกระตุกรัวแรง จนปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนออกมาจนเลอะเต็มเตียง ช่องทางรักเองก็เต้นตุบๆ ตอดนิ้วเล็กถี่รัว  

               อินหอบหายใจ ดวงตาปรือปรอย เสียงของพี่ภัคจากเสียงที่อัดไว้ยังดังคลออยู่ในหู เขาได้แต่ระบายยิ้ม และหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข 

 

     uuu      

 

               กิจวัตรประจำวันของอินไม่ต่างจากทุกวัน วันนี้เขาก็มาทำงานเหมือนปกติ เพียงแต่ชีวิตเขามีความหวังมากขึ้นกว่าเดิม 

               หวังของเขา คือหวังว่าจะได้เจอผู้ปกครองตัวสูงที่ขับรถมาส่งลูกชายด้วยตนเอง และทุกอย่างก็ไม่เหนือเกินความคาดหวังของอินสักเท่าไหร่นัก เพราะช่วงนี้พี่ภัคมักจะมาส่งน้องภีม และมารับน้องภีมกลับ บางวันก็รับกลับในเวลาปกติ บางวันก็รับกลับช้ากว่าปกติ  

               “ตั้งใจเรียนนะ” 

               “ครับพ่อภัค” 

               ภีมส่งยิ้มน่ารักให้กับบิดา อินมองร่างสูง ทั้งสองสบตากันชั่วขณะ 

               “ฝากด้วยนะ คุณครูน้องอิน” 

               คุณพ่อตัวสูงได้ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้อีกแล้ว อินไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ว่าพี่ภัคอ่อนโยนขึ้นกว่าเมื่อก่อนที่จะรู้ว่าเขาเป็นใคร 

               ถ้าการเป็นน้องชายของเพื่อนสนิทมันดีขนาดนี้ เขาคงเรียกให้พี่อิฐมาแสดงตัวว่าเป็นพี่ชายเขาตั้งนานแล้ว 

               “ครูอิน ยิ้มอะไรเหรอค้าบ” 

               เด็กชายดินเดินเข้ามาเห็นครูอินยืนยิ้มเหมือนคนใจไม่อยู่กับตัวก็เข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง อินรีบยกมือรับไหว้จากผู้ปกครอง แล้วก้มไปมองเจ้าตัวเล็ก 

               “ดินรีบเข้าโรงเรียนเถอะครับ เพื่อนๆรออยู่นะ” 

               “ค้าบ” 

               เด็กน้อยรีบเดินตรงเข้าไปในโรงเรียน กลุ่มเพื่อนตัวน้อยกำลังรอดินเข้าไปเล่นด้วย อินผ่อนลมหายใจ ยิ้มเจื่อนๆ กับความไม่มีสติของตนเอง 

               วันนี้ทั้งวัน อินทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนปกติ เพียงแต่มีสายเรียกเข้าจากใครบางคน ที่ช่วงนี้จะโทรหาเขาบ่อย เพื่อบอกว่าจะมารับช้า เพียงแต่วันนี้ต่างไปจากเดิม เพราะอีกฝ่ายโทรมาตั้งแต่ช่วงเที่ยง 

               [คุณทำอะไรอยู่] 

               “เพิ่งทานข้าวเสร็จครับ” 

               อินแปลกใจที่อยู่ๆ ประโยคสนทนาแรกเป็นการถามไถ่ถึงเรื่องที่ทำ แทนที่จะบอกว่าวันนี้จะมารับลูกชายกี่โมง 

               [งั้นเหรอ ผมไม่มีเวลากินเลย] 

               “คุณทำอะไรอยู่เหรอครับ” 

               [ติดประชุมน่ะ] 

               “ประชุม!” 

               ประชุมแล้วโทรมาได้ยังไงกัน อินเตรียมจะกดวางสาย 

               [ตอนนี้พัก 10 นาที] 

               “อ่อ” 

               ค่อยโล่งใจหน่อย ถ้าพี่ภัคคุยไปประชุมไปมันคงจะเป็นเรื่องที่ไม่สมควรนัก 

               [แล้ววันนี้น้องภีมเป็นยังไงบ้าง] 

               อินอมยิ้ม เมื่ออีกฝ่ายถามถึงลูกชาย เมื่อก่อนเขามองว่าพี่ภัคเป็นคุณพ่อที่เย็นชา แต่ความเป็นจริง พี่ภัคก็ไม่ได้เย็นชามากถึงเพียงนั้นเสียหน่อย 

               “วันนี้น้องภีมตั้งใจท่องศัพท์ภาษาอังกฤษมากเลยครับ เพื่อนๆทุกคนก็ให้กำลังใจ น้องภีมเข้ากับเพื่อนๆได้ดี คุณภัคไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” 

               [อืม แล้วคุณล่ะ] 

               “ครับ ?” 

               อินเลิกคิ้ว คิดว่าตัวเองอาจจะฟังผิด  

               [ผมถาม ทำไมไม่ตอบ] 

               “หมายถึงผมเหรอครับ” 

               [ใช่] 

               “ปกติครับ ก็เหมือนๆทุกวัน เด็กๆมีซนกับบ้างตามวัย แต่ก็น่ารักนะครับ” 

               ตอบไปก็ยิ้มไปเมื่อนึกถึงหน้าเด็กๆ ภัคกระตุกยิ้มมุมปากกับเสียงสดใสที่ตอบกลับมา น่าแปลกที่มันทำให้สมองที่เหนื่อยล้าของเขาสดชื่นขึ้น 

               “แล้วคุณภัคทานข้าวหรือยังครับ” 

               [ยัง] 

               “อย่าลืมทานด้วยนะครับ เดี๋ยวจะปวดท้อง” 

               [อืม] 

               “มีอะไรอีกหรือเปล่าครับ ผมกลัวว่าจะไปรบกวนเวลาพักของคุณ” 

               อินกังวลว่าการที่ภัคโทรคุยกับเขา จะไปกินเวลาพักผ่อนของอีกฝ่าย เขาอยากให้พี่ภัคได้พักผ่อนเยอะๆ การที่ได้เจอพี่ภัคบ่อยๆ ทำให้อินรู้ว่าร่างสูงทำงานหนักมากเกินไป ซึ่งส่งผลที่ไม่ดีต่อสุขภาพ อินไม่อยากให้พี่ภัคป่วย 

               [เย็นนี้ผมมีธุระต่อ คงไม่ได้ไปรับน้องภีม] 

               “แล้วคุณภัคส่งใครมารับครับ” 

               [คุณพาน้องภีมมาส่งที่บ้านได้ไหม เดี๋ยวค่าแท็กซี่ผมออกให้] 

               ที่จริง อินอยากบอกไปว่า ค่าแท็กซี่ไม่ต้องออกให้เขาก็ได้ แต่ก็ไม่อยากให้ภัคคิดมาก จึงไม่ได้บอกไปแบบนั้น  

               “ได้ครับ” 

               [ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมไปประชุมต่อก่อน] 

               “ครับ” 

               อินวางสายด้วยหัวใจที่พองโตกว่าเดิม ดูเหมือนว่าตอนนี้พี่ภัคจะไว้ใจเขา  

พี่ภัคยอมรับว่าเขาเป็นคนคนหนึ่งในครอบครัวแล้วหรือเปล่านะ อีกฝ่ายถึงได้ยอมให้เขาไปส่งน้องภีมถึงที่บ้านแบบนี้ 

 

     uuu      

 

               “วันนี้พ่อภัคไม่มารับน้องภีมเหรอครับ” 

               เด็กน้อยช้อนตามอง สายตาเต็มไปด้วยความสงสัย อินพยักหน้าช้าๆ 

               “เดี๋ยววันนี้ครูอินจะไปส่งน้องภีมเองครับ” 

               “จริงนะครับ” 

               เด็กตัวน้อยดีใจยิ้มกว้างทันที มือเล็กจับเข้าที่มือบางของคุณครู  ร่างบางเดินไปเรียกแท็กซี่ที่หน้าโรงเรียน ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งจึงได้ขึ้นรถแท็กซี่ 

               “ครูอินค้าบ แล้วทำไมพ่อภัคไม่มารับน้องภีมล่ะครับ” 

               “พ่อภัคติดธุระ เลยให้ครูอินไปส่งน้องภีมไงครับ” 

               “น้องภีมคิดถึงพ่อภัค” 

               “ครูอินก็คิดถึงครับ” 

               อินรีบเม้มปากตัวเองแทบไม่ทัน เขาเผลอพูดความในใจโดยไม่ทันได้ยั้งคิด โชคดีที่น้องภีมไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมา นอกเสียจากส่งยิ้มให้เท่านั้น 

               “ถึงแล้วครับน้องภีม” 

               เป็นแบบนี้แทบทุกครั้ง เมื่อน้องภีมขึ้นรถ เจ้าตัวเล็กมักจะนอนหลับ ครั้งนี้ก็เช่นกัน น้องภีมหลับคาตักของเขาเลย 

               “ถึงแล้วเหรอ” 

               น้องภีมยังงัวเงีย อินจ่ายเงินให้กับแท็กซี่ แล้วพาน้องภีมเข้าไปในบ้าน โชคดีที่มีแม่บ้านเดินมาเปิดประตูให้ 

               “ครูอิน...น้องภีมหิวขนมครับ” 

               เจ้าตัวเล็กวางกระเป๋าหนังสือลงบนโซฟา แล้วหันไปอ้อนครูอิน ร่างบางได้แต่ยกมือลูบกลุ่มผมนิ่มของเด็กน้อย 

               “ครับๆ เดี๋ยวครูอินบอกคุณป้าแม่บ้านให้นะครับ” 

               อินเดินไปบอกแม่บ้าน ให้รบกวนจัดขนมและน้ำมาให้กับน้องภีม ไม่นานเจ้าตัวน้อยก็ได้ทานขนมสมใจ อินนั่งมองเจ้าเด็กตัวน้อยที่ยื่นคุกกี้มาหาเขา 

               “ครูอินกินกับน้องภีมนะ” 

               “น้องภีมกินเถอะ ครูอินยังไม่ค่อยหิวครับ” 

               อินคิดว่าเขาคงอยู่ไม่นาน รอพี่ภัคกลับมา เขาก็คงจะกลับแล้ว แต่ทว่าทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาคิด 

               ดวงตะวันจากด้านนอกเริ่มลาลับขอบฟ้าแล้ว แต่อินยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าของบ้าน อินไม่กล้าโทรหาภัค เพราะกลัวว่าอาจจะไปกวนตอนที่ภัคกำลังทำธุระ 

               อินเริ่มนั่งไม่ติด เขาเป็นห่วงภัคมาก จนเริ่มทนไม่ไหว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดโทรหาอีกฝ่าย แต่ทว่ายังไม่ทันได้โทรหา สายเรียกเข้าจากภัคก็เข้ามาเสียก่อน 

               “คุณอยู่ไหนครับ ทำไมยังไม่กลับบ้าน” 

               ถามออกไปอย่างรัวเร็วด้วยความกังวล เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของภัคมากที่สุด กลัวว่าระหว่างทางกลับบ้านจะเกิดอันตราย 

               [วันนี้ผมคงกลับดึก] 

               “อ้าว...แล้วน้องภีมจะอยู่กับใครล่ะครับ” 

               [ปกติน้องภีมจะอยู่กับนายขวัญ] 

               “แต่ตอนนี้คุณขวัญรักษาตัวอยู่นะครับ” 

               [คุณยังไม่กลับใช่ไหม] 

               “ยังครับ” 

               [เริ่มมืดแล้วด้วย คุณก็นอนบ้านผมแล้วกัน อยู่เป็นเพื่อนน้องภีม ยังไงพรุ่งนี้คุณก็ไม่ได้ไปทำงานไม่ใช่เหรอ] 

               “อะ...อะไรนะครับ” 

               อินเริ่มประมวลผลจากเสียงที่กล่าวมาจากปลายสาย  

               “แต่ผมไม่ได้เอาเสื้อผ้ามานอนนะครับ” 

               [คุณใช้เสื้อผ้าผมได้เลย ถ้าไปห้องผมไม่ถูก ก็ถามน้องภีม...แค่นี้ก่อนนะ] 

               “เดี๋ยวครับ คุณ...เดี๋ยวสิ” 

               ภัคได้ตัดสายไปพักใหญ่แล้ว แต่ใจของอินยังเต้นแรงไม่หยุด 

               ...พี่ภัคให้เขานอนที่บ้าน... 

               ...เขาจะได้ใส่เสื้อผ้าของพี่ภัค... 

               ความโชคดีทั้งชีวิตของเขามาอยู่ในวันนี้หมดแล้วหรือไงกัน อินก้มมองโทรศัพท์ในมือ ความสุขมากล้นจนไม่อาจจะหยุดยิ้มได้เลย 

          

TBC

ยังไม่ได้อ่านทวนคำผิดใดๆ ทั้งสิ้นนะคะ

ไว้จะมาแก้ไข รีไรท์อีกรอบจ้า

ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ

ความคิดเห็น