ลมหนาว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รอวันฉันพบเธอ ตอนที่ 5 (ตอนจบ) #ธัญล่าฝันตอนเรื่องสั้นสายมู

ชื่อตอน : รอวันฉันพบเธอ ตอนที่ 5 (ตอนจบ) #ธัญล่าฝันตอนเรื่องสั้นสายมู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 142

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ย. 2563 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รอวันฉันพบเธอ ตอนที่ 5 (ตอนจบ) #ธัญล่าฝันตอนเรื่องสั้นสายมู
แบบอักษร

"ผมกำลังหนาวสั่น เด็กชายเหงื่อออกเป็นเม็ด ๆ ทั่วสรรพางค์กาย และกำลังนอนอยู่บนตักผู้หญิงคนหนึ่ง ใส่ชุดมอมแมม ผมยาวมัดผมไว้ท้ายทอยอย่างหลวม ๆ มือของเธอสัมผัสใบหน้าของผม เธอกำลังร้องไห้ ข้างผู้หญิงคนนั้น มีเด็กผู้หญิงเปียผมแกละนั่งมองมาที่ผม สีหน้าดูกังวลและหวาดวิตก"

"คุณรู้จักพวกเขารึเปล่า?" คุณหมอถามต่อ

"คุณลองจ้องมองพวกเขาดี ๆ มองลึกเข้าไปในเเววตาอีกครั้งหนึ่ง"

ชายหนุ่มนิ่งเงียบ เขาหันหน้าไปซ้ายทีขวาที ตอนนี้ใบหน้าของเขาสีขาวซีดเผือดไร้สี มีเหงื่อเม็ดเล็กประพรมอยู่ทั่ว เขาพยายามเพ่งมองไปดวงตาของหญิงที่ลูบไล้ใบหน้าเขา ทันใดนั้นก็สะดุดนิ่งไปเเล้วพูดย่างแผ่วเบา

"คุณแม่ ผู้หญิงคนที่ผมนอนตัก เธอคือแม่ผมครับ" ชายหนุ่มเสียงสั่นเครือ

"แล้วเด็กผู้หญิงคนนั้นคุณเคยเห็นไหม?" คุณหมอถามอีกครั้ง

“ไม่เคยเจอเธอเลย" ชายหนุ่มตอบ

เด็กชายกำลังหนาว ดิ้นรนไขว่คว้า ลมหายใจลึกเฮือกสุดท้ายลึกยาวเเละหลุดลอยไป สุดท้ายร่างกายแน่นิ่งไม่ไหวติง

"ผมหลุดพ้นพ้นเเล้ว" ชายหนุ่มกล่าว

เสียงกระดิ่งดังขึ้นสองครั้ง ปลุกให้เขาสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ ลมหายใจค่อย ๆ ผ่อนคลาย กลับมาหายใจเข้าออกเป็นจังหวะปกติ ปรินทรลืมตาสองชั้นรูปร่างคล้ายดั่งเมล็ดอัลมอนด์ขึ้นช้าๆ เข้าหันหน้าไปเพ่งมองคุณหมออย่างสงสัย

"วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคุณปรินทร" คุณหมอกล่าว

"เรื่องที่ผมเห็นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าครับ?" ชายหนุ่มถาม

"คุณเชื่อเรื่องชาติภพ การเวียนว่ายตายเกิดไหม?

“คนเราทุกคนพบเจอกันได้มิใช่เรื่องบังเอิญ ผมอยากจะบอกคุณว่าการสูญเสียคนที่เรารักเกิดขึ้นได้ทุกภพชาติ เเต่ยังไงเเล้ว เราจะได้กลับมาพบกันใหม่" คุณหมอกล่าว

"ครับ" ชายหนุ่มตอบรับ

"ผลการรักษามันจะดีขึ้นแต่อาจจะใช้เวลานิดหน่อยนะครับ" คุณหมอกล่าว

หญิงสาวนั่งมองชายหนุ่มที่กำลังเล่าเรื่องส่วนตัวของเขาให้เธอฟัง

“เสียใจเรื่องเเม่และน้องชายของคุณด้วยนะคะ" หญิงสาวกล่าว

"ครับ ตั้งแต่ผมเข้ารับการรักษาสุขภาพจิตใจ อาการผมก็ดีขึ้นนะครับ ผมย้อนกลับไปเห็นคุณแม่ในอดีต ผมคิดว่ายังไงผมจะได้เจอแม่กับน้องชายอีกครั้งหนึ่ง" ชายหนุ่มพูดพร้อมส่งยิ้มให้หญิงสาว

จารุภาเห็นเเล้วหน้าร้อนผะผ่าวไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเขินอายกันแน่

"มาเล่าเรื่องที่คุณอยากรู้กันต่อดีกว่า หลังจากที่พราหมณ์หนุ่มออกจากเมืองไปแล้ว เรื่องราวของสองหนุ่มสาวรับรู้ถึงหูพราหมณ์ชั้นผู้ใหญ่ พวกเขาไม่สนับสนุนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เพราะได้จัดหาหญิงสาวสวยที่มีความรู้ อยู่ในชาติตระกูลที่ดี เป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมเหมาะสำหรับชายหนุ่มไว้เรียบร้อยแล้ว

พราหมณ์สูงวัยเรียกครูสอนรำเข้ามาพบ

"ท่านพราหมณ์เรียกข้ามามีสิ่งใดให้ข้ารับใช้" แม่ครูถาม

"ข้ามาพบลูกศิษย์ของท่านชื่อจันทราวี" พราหมณ์กล่าว

จันทราวีเดินหมอบคลานเข้ามาในห้องรับแขกอย่างช้า ๆ หญิงสาวก้มหน้านิ่งไม่สบตาต่อพราหมณ์อาวุโส หล่อนนั่งหมอบลงกับพื้น

"ไหนเงยหน้าขึ้นมาสิ" พราหมณ์กล่าว

"หน้าตาสะสวย สะอาดหมดจด รูปหน้าสมส่วนได้รูป ข้าได้ยินพรามณ์โซรยะพูดถึงเจ้า เขาไปทำพิธีศักดิ์นอกเมืองสักสามเดือน เขาฝากเจ้าให้ข้ามาดูแล" พราหมณ์อาวุโสกล่าว

"ข้ามิบังอาจเจ้าค่ะ ท่านพราหมณ์มีภาระกิจมากมาย อย่าเสียเวลากับตัวข้าเลย" หญิงสาวหมอบกราบ

"กำไลของเจ้าสวยงามยิ่งนัก" พราหมณ์กล่าว

"นี่เป็นของแทนใจของท่านพราหมณ์โซรยะเจ้าค่ะ"หญิงสาวกล่าวก้มหน้าหมอบต่ำ

"ข้ามีของจะมอบให้เจ้า โซรยะเขาฝากมาให้เจ้า เป็นของหายาก มันจะช่วยบำรุงร่างกายของเจ้าใหแข็งแรง ผิวพรรณดี" พราหมณ์หยิบถุงผ้าแพรทอสีทองมอบให้จันทราวี

"ขอบพระคุณท่านพราหมณ์เป็นอย่างสูงที่กรุณาเมตตาต่อข้า" จันทราวีรับของกำนัลและก้มกราบพราหมณ์สูงวัย

จันทราวีเปิดถุงผ้าไหมสีทองข้างในมีเม็ดกลมสีน้ำตาล กลิ่นรากไม้สมุนไพรค่อนข้างแรง เธอหยิบขึ้นมาดูก่อนจะกลืนลงไป

ช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนที่พราหมณ์หนุ่มจากไป หญิงสาวผ่ายผอมลงไปมาก ผิวพรรณที่เต่งตึงเริ่มเหี่ยวย่น สีผิวเหลืองนวลเนียนบัดนี้เป็นสีดำคล้ำ ใบหน้าซูบผอม แก้มที่เคยเปล่งปลั่งใสกลับตอบแห้งไปกับโครงหน้า เพื่อนนางรำต่างเข้ามาแสดงความห่วงใยกับสภาพร่างกายของเธอ หลาย ๆ คิดว่าหล่อนกำลังตรอมใจ แต่สำหรับจันทราวีรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของร่างกาย เธอหยุดทานยาที่พราหมณ์ชรามอบให้ แต่ร่างก่ายของเธอยังคงซูบเซียวอย่างต่อเนื่อง

เสียงสะอื้นของหญิงสาวร้องไห้อยู่ในมุมห้อง เธอเห็นตัวเองเเล้วน่าสมเพชยิ่งนัก ชายหนุ่มที่รักกลับมาเห็นหล่อนในสภาพนี้คงหมดสิ้นความเสน่หา ผมของจันทราวีร่วงหล่นทุกวัน หญิงสาวเปลี่ยนแปลงไปมากไม่เหลือเค้าโครงหน้าของผู้หญิงคนเดิมแม้แต่น้อย สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มหลุดลอย หลายครั้งคราจะพร่ำเพ้อถึงชายคนรักที่จากไป เพื่อนฝูงครูบาอาจารย์ตามท่านหมอ หรือพราหมณ์มาก็รักษาไม่หาย

สามเดือนผ่านไปพราหมณ์หนุ่มกลับมาด้วยความอิ่มเอิ่มใจ เขาวาดฝันไว้ที่จะได้ใช้ชีวิตคู่กับหญิงสาวที่ตนรัก

"วันนี้ข้าทำภาระกิจเสร็จแล้ว กลับมากราบไหว้ท่านพราหมณ์อาวุโสทุกท่าน"

ชายหนุ่มเข้าไปศาสนสถานเพื่อพบปะพูดคุยกับพระอาจารย์

"ข้ามีเรื่องหนึ่งให้ท่านช่วยเหลือ ตัวข้ามีคนรักเป็นนางรำเเละเรามีคำมั่นสัญญาต่อกันว่าจะทำพิธีแต่งงาน เมื่อข้ากลับมาจากการทำภาระกิจครั้งนี้ พวกท่านได้โปรดอนุญาติข้าให้แต่งงานกับหญิงผู้นั้นด้วยเทอญ" ชายหนุ่มกล่าว

"งั้นเจ้าลองพานางมาพบข้าก่อน"พราหมณ์อาวุโสกล่าว

พราหมณ์หนุ่มหัวใจโบยบินไปหาหญิงสาว เขาเร่งฝ่าเท้าก้าวเดินไปยังที่พักหญิงสาวอย่างร้อนใจ

"สวัสดีแม่ครู ข้ามาพบจันทราวี" พราหมณ์หนุ่มกล่าว

"งั้นตามข้ามา"

เเม่ครูเดินนำไปยังห้องพักห้องหนึ่ง ภายในห้องมืดสลัวมีกลิ่นคาวเลือดน้ำเหลืองคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ชายหนุ่มจ้องมองไปยังร่างกายซูบโทรมของหญิงสาว หัวใจของเขาเเตกสลาย ขาของเขาไร้เรี่ยวแรงทรุดลงนั่งลงกับพื้น

"ตามสบายเลยท่านพราหมณ์ ข้าออกไปข้างนอกก่อนนะ "แม่ครูกล่าว

ชายหนุ่มขยับไปใกล้ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงของหญิงสาว บัดนี้ร่างกายของเธอเหมือนใบไม้ที่พร้อมจะปลิดปลิวร่วงจากกิ่งก้านได้เสมอ ร่างของเธอผอมบาง หนังหุ้มกระดูก ผิวคล้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิงรุงรัง ริมฝีปากเล็กเรียวอวบอิ่มสีแดงดั่งผลชมพู่สุกเมื่อครั้งก่อนตอนนี้กลับแห้งแตกระแหงเป็นสีน้ำตาล หญิงสาวไม่สามารถขยับร่างกายได้ ทำให้ทั่วแผ่นหลัง ก้น เป็นแผลกดทับเจ็บปวด ชายหนุ่มสัมผัสใบหน้าของหญิงสาวที่รัก ทันใดนั้นน้ำตาของจัทราวีเอ่อล้นอาบสองเเก้มอย่างไม่สามารถกั้นได้ เขาสงสารคนรักจับใจ จันทราวีขยับริมฝีปากขมุบขมิบ เธอต้องการสื่อสารอะไรบ้างอย่าง แต่เสียงใสนุ่มนวลของเธอเปล่งเป็นคำพูดไม่ได้อีกแล้ว น้ำตาหญิงสาวยังคงหลั่งรินออกมาจากดวงตาที่หม่นหมองเศร้า

"จันทราวีเจ้าอย่าห่วงเรื่องใดไป ถึงแม้เจ้าจะเป็นอย่างไร ข้าก็ยังคงรักเจ้า รักที่หัวใจและจิตวิญญาณของเจ้าเสมอและตลอดไป" พราหมณ์หนุ่มกล่าว

หญิงสาวยิ้มแห้งให้ชายหนุ่มที่เธอรัก เธอหายใจลึกนานขาดเป็นช่วง ๆ ร่างกายส่งสัญญาณว่าเหนื่อยล้ามานานเต็มที หญิงสาวปิดเปลือกลงอย่างช้า ๆ

ชายหนุ่มใช้สองมือลูบหน้าซับน้ำตาอย่างแผ่วเบาให้หญิงสาว สัมผัสอ่อนโยนของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวเกิดรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก เขานั่งจับมือหญิงสาวสัมผัสได้ว่าชีพจรของจันทราวีเบาอ่อนลงเรื่อย ๆ เธอกำลังจากเขาไปชั่วนิรันดร์ เขาจับมือหญิงสาวแน่นจนเธอจากไปอย่างสงบ เขาโอบกอดหญิงสาวร้องไห้คร่ำครวญด้วยความรักห่วงหาและอาทร

จารุภานั่งซับน้ำตาไม่ให้ไหลรินออกมา หล่อนตัวร้อนชา สมองตื้อหนักหัวอื้ออึง นั่นไม่ใช่ฤทธิ์ของค็อกเทลที่เธอดื่ม แต่เพราะเรื่องที่เพิ่งรับฟังมา มันหนักหน่วง และบีบรัดหัวใจเธอเหลือเกิน

"เรื่องจบไม่ค่อยสวยเลยนะคะ" หญิงสาวกล่าว

"มันเป็นเรื่องที่ผ่านมาเเล้ว แต่ปัจจุบันเราสามารถแก้ไขและเริ่มต้นใหม่ได้"

ปรินทรมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว จารุภาไม่สามารถหลบสายตาเขาได้ หล่อนตัวแข็งทื่อไม่ขยับ เหมือนถูกต้องมนต์สะกด พวกเขาสบตากันเนิ่นนานกว่าที่เคยเป็น สองหัวใจเต้นสั่นไหวรุนแรง ความคุ้นเคย ความอบอุ่น เกิดเป็นความอิ่มเอมใจ และโหยหากันและกันอีกครั้งหนึ่ง

"เอ่อ!! ฉันว่านี่ก็ดึกมากเเล้ว พรุ่งนี้ฉันยังทำงานเช้ายังไงก็ขอตัวกลับก่อนนะคะ" หญิงสาวพูด

"เดียวผมไปส่งนะครับ" ชายหนุ่มลุกออกจากโต๊ะอาหารนำหน้าหญิงสาว

"เดี๋ยวค่ะ เรายังไม่ได้จ่ายเงินค่าอาหารเลย" หญิงเเล้วทำหน้าฉงน

"คุณไม่ต้องห่วงนะ ที่นี่ร้านผมเอง" ชายหนุ่มยิ้มพริ้มพรายให้หญิงสาว

รถยนต์สีขาวขับเคลื่อนไปตามถนนเล็ก ๆ ในตัวเมือง หญิงสาวนั่งเงียบงันอยู่ในรถ ชายหนุ่มแอบลองมองเธอเป็นพัก ๆ  

"ผมทำให้คุณไม่สบายใจหรือเปล่า?"

"เปล่าเลยค่ะ ฉันดีใจที่ได้รู้และหายสงสัยสักที" หญิงสาวกล่าว

รถยนต์ขับช้าลง ชายหนุ่มจอดรถให้หญิงสาวลงหน้าที่พักของพนักงานโรงแรม สองหนุ่มสาวยืนอยู่ที่ประตูรั้วทางเข้าอาคาร ทำท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ เขินอาย เหมือนมีคำพูดมากมายที่จะกล่าวแต่ทั้งสองได้เเต่มองหน้ากันและเงียบงัน

"เอ่อ!! ฉันยังไม่รู้จักชื่อคุณเลยค่ะ ฉันจารุภา เรียกภา เฉยๆ ก็ได้ค่ะ" หญิงสาวพูดพลางบิดตัวไปมา

"ผมปรินทรครับ เรียกปรินได้ครับ" ชายหนุ่มตอบ

"งั้นตอนนี้เรารู้จักกันอย่างเป็นทางการเเล้วนะคะ ขอบคุณที่มาส่งค่ะ ขับรถกลับดี ๆ นะคะ" หญิงสาวกล่าวลา

เธอหันหลังกำลังจะก้าวเดิน แต่ชายหนุ่มเรียกชื่อเธอขึ้นมาเบาๆ

"คุณภา" ชายหนุ่มเงียบไป

หญิงสาวทำหน้างง ตาเบิกโตกระพริบตาถี่ จนเผลอหัวเราะในท่าทีของชายหนุ่ม

"คะ" หญิงสาวขานรับ

"เรื่องที่ผมเล่าให้ฟังตอนที่ผมเป็นเด็กผู้ชายนอนตักแม่ ข้างๆ แม่มีเด็กผู้หญิงเปียผมแกละยืนอยู่ด้วย เด็กนั้นคือคุณนะครับ"

ปรินทรเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวเขาดึงตัวเธอเข้ามาสู่อ้อมกอดอุ่น สองหัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงจังหวะหัวใจเต้นของกันและกัน จารุภาสัมผัสรสจุมพิตของชายหนุ่มที่หวานนุ่มละมุน ความคุ้นเคยปลุกให้สองดวงวิญญาณของทั้งคู่กลับมาพบและผูกพันกันอีกครั้งหนึ่ง

ความคิดเห็น