ลมหนาว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รอวันฉันพบเธอ ตอนที่ 4 #ธัญล่าฝันตอนเรื่องสั้นสายมู

ชื่อตอน : รอวันฉันพบเธอ ตอนที่ 4 #ธัญล่าฝันตอนเรื่องสั้นสายมู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 134

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ย. 2563 15:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รอวันฉันพบเธอ ตอนที่ 4 #ธัญล่าฝันตอนเรื่องสั้นสายมู
แบบอักษร

"ไปเดินดูรอบ ๆด้วยกันไหม?" ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเริ่มคุยก่อน

จารุภารู้สึกประหม่า เขินอาย ทำตัวไม่ถูก เธอก้าวเท้าขึ้นบันไดที่สูงชันอย่างระมัดระวัง ชั้นบนของปราสาทสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ข้างนอกปราสาทได้ชัดเจน และสามารถมองเห็นยอดปราสาทแบบใกล้ชิด หญิงสาวนั่งพักเหนื่อยอยู่มุมสงบที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน ปรินทรเดินตามมาและนั่งใกล้ๆ สองหนุ่มสาวอยู่ในความเงียบงัน สายลมพัดผ่านวูบไหวมาอีกครั้ง สองหัวใจสั่นสะท้าน พวกเขารู้สึกว่าเคยอยู่ที่ตรงด้วยกันเนิ่นนามาเเล้ว แม้จะไม่มีคำพูดใดเอื้อนเอ่ย แต่เมื่อสองสายตาประสานกัน หัวใจของสองคนสั่นไหว ความผูกพันคุ้นชินก็กลับมาอีกครั้งหนึ่ง

หญิงสาวมองไปที่ลานโล่งตรงกลางของปราสาทหิน เธอเห็นภาพตัวเองแต่งชุดคล้ายนางอัปสรา ใส่เครื่องประดับสีทองสวยบนศีรษะกำลังร่ายรำด้วยถ่วงท่าอ่อนช้อยกับเพื่อนนางรำ ห่างไปไม่ไกลนักปรินทรอยู่ในกลุ่มพราหมณ์ เธอมองตาค้างตกใจ หยิกแขนตัวเองเบา ๆ ภาพทุกฉากชัดเจนแจ่มชัด เกินกว่าจะเป็นแค่เพียงความฝัน หลังจากพิธีทางศาสนาเสร็จสิ้น        ชายหนุ่มในชุดพราหมณ์แอบนัดนางรำอัปสรามาที่สวนป่าหลังปราสาท

"ท่านมีธุระอันไดกับข้าหรือท่านพราหมณ์ เวลายามวิกาลเช่นนี้ชายหญิงมิควรพบกัน" นางรำสาวกล่าว

"แต่เจ้าก็ยังมา" พราหมณ์หนุ่มกล่าว

หญิงสาวไม่ตอบได้แต่ก้มหน้าเขินอายหลบสายตาของชายหนุ่มที่กำลังจ้องมองมา

"เจ้าก็รู้ว่าข้ามีใจให้กับเจ้านานเเล้ว บัดนี้เวลาล่วงเลยมาช้านาน ข้าทนรอคำตอบของเจ้าแทบไม่ไหว พรุ่งนี้เช้าข้าต้องเดินทางไกลไปนอกเมืองทำภาระกิจ อาจจะใช้เวลาที่นั่นหลายเดือน ตอนนี้เจ้าเป็นสาวเต็มตัว ข้าเป็นห่วงเจ้าเหลือเกิน" ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวมากขึ้น

"ท่านก็รู้ว่าตั้งแต่ข้าเติบโตมาในสายตาของข้าก็มีแต่ท่าน" หญิงสาวสบตากับชายหนุ่มนัยน์ตาฉ่ำวาวน้ำใส ๆ รื้นกำลังเอ่อล้นด้วยความปีติใจ

ชายหนุ่มดึงตัวหญิงสาวรูปร่างสมส่วนเอวบางอ้อนแอ้นเข้ามาโอบกอดรัดแน่น หญิงสาวตวัดมือโอบกอดตอบ ใบหน้าซบอกหนากว้าง ชายหนุ่มเชยคางหญิงสาวขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ดวงตาของพวกเขาเปล่งประกายใสดั่งดวงดาราในท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ไร้แสงจันทร์ ชายหนุ่มก้มหน้ากดริมฝีปากหนานุ่มลงบนริมฝีปากเรียวบาง ร่างกายของหญิงสาวร้อนผะผ่าวอ่อนระทวยในอ้อมกอดของชายหนุ่ม ทั้งสองคนลิ้มรสจูบดูดดื่มความหวานฉ่ำของกันและกัน

"ข้ามีของสิ่งหนึ่งจะให้เจ้า" ชายหนุ่มหยิบกำไลสีทองอร่ามแกะสลักลวดลายอย่างประณีตให้หญิงสาว

"ต่อไปนี้ข้าจับจองในตัวเจ้า เมื่อข้ากลับมาข้าจะขอให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอเจ้า" ชายหนุ่มจุมพิตหน้าผากหญิงสาวเบา ๆ

"ตัวข้าเป็นเเค่นางรำรองพระบาท ส่วนท่านนั้นอยู่ในตระกูลพราหมณ์ที่สูงกว่าข้านัก ข้าขอบใจท่านเหลือเกินที่รักเเละเอ็นดูข้ามาตลอด"

หญิงสาวร้องไห้น้ำตาท่วมสองแก้ม ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วไล้ลูบซับน้ำตาเธออย่างอ่อนโยน

"ข้ามีของสิ่งหนึ่งมอบให้ท่านเช่นกัน" เธอหยิบผ้าผืนหนึ่งให้ชายหนุ่ม ซึ่งยังคงมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของหญิงสาวอยู่บนผ้า

 

จารุภาไม่แน่ใจว่าทำไมถึงฝันเรื่องราวนี้ได้หรืออาจจะเป็นเพราะเธอเพิ่งจะไปเที่ยวนครวัดมาและประทับใจจนเก็บมาฝันเป็นเรื่องเป็นราวซ้ำ ๆ เดิม ๆ เธอหยิบมือถือเข้าแอพพลิเคชั่น aดวง ขึ้นมากดไพ่ประจำวันอีกครั้งได้ไพ่ Two of Cups หล่อนยิ้มเขินให้ตัวเอง

 

หญิงสาวเดินทอดน่องอยู่บนถนนผับสตรีทแหล่งท่องเที่ยวยามราตรีของเมืองนี้ เธอตั้งใจมาดื่มค็อกเทลกับอลิสาเพื่อนที่ทำงานโรงแรมด้วยกัน แต่พอมาถึงที่นี่อลิสาขอแยกไปกับเพื่อนอีกกลุ่มเพื่อไปผับเต้น จารุภาเดินแทรกตัวผ่านนักท่องต่างชาติเข้าไปดูเมนูหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง

"คุณนั่นเอง" ปรินทรเดินเข้ามาทักทาย

"มาคนเดียวเหรอครับ?"ชายหนุ่มถาม

"เออ!! ค่ะ ฉันมาหาอะไรทาน คุณรู้ไหมย่านนี้ร้านไหนอร่อย?" หญิงสาวถาม

"รู้สิ เดี๋ยวผมพาไป" ชายหนุ่มตอบ

ชายหนุ่มเดินนำหญิงสาวมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่นี่ตกแต่งไฟแสงสีส้ม ภายในมีเฟอร์นิเจอร์เก่าโบราณถูกทำความสะอาดใหม่มาประดับร้านอย่างลงตัว เปิดเพลงเสียงดังแข่งกับร้านอาหารอื่น ๆ แต่จังหวะเพลงฟังง่ายสบายๆ

"อาหารร้านนี้อร่อยๆ จริงด้วยนะคะ"หญิงสาวกล่าว

"เป็นร้านประจำของผม" ชายหนุ่มกล่าว

"คุณฉันมีเรื่องเล่าให้คุณฟัง คุณอย่าว่าฉันบ้านะคะ" หญิงสาวเล่าเรื่องความฝันให้ชายหนุ่มฟัง เป็นความฝันที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ซาก ๆ ในช่วงเวลานี้ของหล่อน

"คุณอยากรู้ตอนจบไหม?"ชายหนุ่มถาม

"คุณคะ นี่ไม่ใช่นิยายนะ ที่จะเอามาแต่งตอนจบต่อ" หญิงสาวหัวเราะขำ

"ไม่ใช่นิยาย แต่เป็นเรื่องจริง เพราะผมก็เห็นเหมือนคุณ" ชายหนุ่มพูดจบพร้อมใบหน้าจริงจัง

หญิงสาวนิ่ง ทำท่าไม่เชื่อในสิ่งที่เธอได้รับฟังมา

"ยังไงคะ?" หญิงสาวถาม

"ผมไปกรุงเทพเพื่อรักษากับคุณหมอจิตแพทย์เป็นการรักษาแบบสะกดจิตบำบัดเพราะผมมีปัญหาที่รบกวนจิตใจ”

 ชายหนุ่มหยุดพูดและยกแก้วดื่มเครื่องดื่ม

"ผมเคยเกิดที่นี่เป็นพราหมณ์ชนชั้นสูงและมีความรักกับหญิงนางรำอัปสรา มันเหมือนเรื่องที่คุณเล่าทุกอย่าง แต่แค่ผมเห็นตอนจบ" ชายหนุ่มเงียบไป

จารุภานั่งนิ่งจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าเป็นคนเดียวกับชายหนุ่มที่เห็นในฝันถึงแม้หน้าตาจะเปลี่ยนแปรรูปไป แต่เมื่อมองให้ลึกจิตวิญญาณของทั้งคู่สามารถสื่อสารถึงกันได้ ชายหนุ่มเพ่งมองมาทางหญิงสาว หล่อนรีบหลบสายตาแสร้งมองไปทางอื่น

ชายหนุ่มเริ่มเล่าเรื่องราวของเขาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ช่วงบ่ายวันหนึ่งท้องฟ้าโปร่งสดใส อากาศร้อนอบอ้าว รถแท็กซี่สีชมพูแล่นเข้ามาจอดที่สำนักงานแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มก้าวลงรถ ท่าทางกระชับกระเฉง เดินตรงลิ่วไปยังสำนักงานแห่งนั้น

"สวัสดีค่ะ จองคิวไว้ไหมคะ?" พนักงานของคลินิกกล่าว

"ผมปรินทร นาคามูระครับ จองคิวไว้บ่ายสามโมง" ชายหนุ่มกล่าว

"ค่ะ เดี๋ยวนั่งรอสักครู่นะคะ คุณหมอติดลูกค้าอีกหนึ่งคิวค่ะ" พนักงานสาวกล่าว

"ครับ" ชายหนุ่มกล่าว

เสียงกระดิ่งดังเบาๆ พนักงานสาวเข้าไปในห้องในมือถือแฟ้มเอกสารออกมาจากห้องพร้อมคนไข้

"เชิญคุณปรินทรเข้าห้องค่ะ" พนักงานต้อนรับสาวกล่าว

ปรินทรเดินเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมมีโต๊ะทำงานไม้สีน้ำตาลของคุณหมออลงกต ข้างๆ เป็นโซฟาหุ้มเบาะหนังสีน้ำตาลสามารถปรับเอนนอนได้ตั้งอยู่

"สวัสดีครับ คุณปรินทร เชิญนั่งก่อน" คุณหมอวัยกลางคนท่าทางใจดีกล่าว

"สวัสดีครับ" ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบนิ่ง

"คุณปรินทร ตอนนี้คุณมีอาการอย่างไรบ้าง?" คุณหมออลงกตจิตแพทย์สักถามปัญหาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"ผมคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมมันทำให้ผมฝันร้าย วิตกกังวล นอนไม่หลับ และส่งผลกระทบกับงานของผมครับ" ชายหนุ่มเล่า

"คุณลองเล่าสิเกิดอะไรขึ้น"คุณหมอยังคงใช้น้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวลเช่นเคย

"ผมสูญเสียคุณแม่และน้องชายในเวลาไล่เลี่ยกันครับ ช่วงปีก่อนพวกเราเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด แต่ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุขึ้น แม่ผมเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนน้องชายอยู่ห้องไอซียูอีก 2 อาทิตย์ แล้วจากไป หลังจากวันนั้นผมไม่เคยนอนหลับสนิทอีกเลย" ชายหนุ่มกล่าว

"ปัญหาที่เกิดขึ้นรบกวนจิตใจของคุณทำให้นอนไม่หลับ และส่งผลต่องานด้วยไหมครับ?" คุณหมอถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย

"ใช่ครับ ผมนอนไม่หลับ ฝันร้ายตลอด และทำให้ผมทำงานได้ไม่เต็มที่ คิดอะไรได้ช้าลงครับ" ชายหนุ่มกล่าว

"มีอาการอื่น ๆ อีกไหมเล่าให้หมอฟังเพิ่มเติมหน่อย" คุณหมอกล่าว

"จริง ๆ แล้ว ผมคิดว่าพวกเขายังอยู่รอบตัวผมครับ อยู่ที่เดิม ๆ ของพวกเขา บางครั้งก็เห็นว่าพวกเขายังอยู่ไม่ได้จากไปไหน แต่พอตั้งสติอีกทีพวกเขาก็หายไปครับ" ชายหนุ่มเสียงขาดหายไป สีหน้าแววตาสลดเศร้าหมอง

"ผมรู้สึกว่าผมอยู่ตัวคนเดียว" ชายหนุ่มน้ำเสียงสั่นเครือ

"ครับ ผมเข้าใจคุณปรินทร จากเรื่องราวของคุณผมจะรักษาคุณด้วยวิธีสะกดจิตบำบัด ให้คุณระบายสิ่งที่ยังติดยึดอยู่ในใจของคุณ และสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข ก่อนอื่นคุณนอนลงบนโซฟาก่อน หายใจเข้าลึก ๆ เเละหายใจออกยาว ๆ ผ่อนคลาย ทำตัวตามสบายนะครับ ถ้าผมนับหนึ่งถึงสามเเล้ว และดีดนิ้ว เป็นสัญญาณให้คุณค่อย ๆ หลับตาลง และตอบคำถามของผมด้วยนะครับ แต่ถ้าผมสั่นกระดิ่งให้คุณค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ นะครับ" คุณหมอพูดน้ำเสียงนิ่งสงบ แต่ยังคงความอ่อนโยนเช่นเคย

"หนึ่ง สอง สาม" เสียงดีดนิ้วดังขึ้น

บรรยากาศในห้องเงียบสนิทราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ภายในห้อง แอร์คอนดิชั่นแผ่ความเย็นไปทั่วห้องเหมือนหลุดลอยเข้าไปสู่หุบเขาไกลโพ้นที่ไร้คนรู้จัก ขณะนี้ชายหนุ่มนอนบนโซฟา หลับตานิ่ง สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ ปล่อยตัวผ่อนคลายไปตามจังหวะลมหายใจ

"คุณลองย้อนกลับไปในอดีตเมื่อครั้งเป็นเด็กคุณเห็นอะไรบ้าง ความรู้สึกเป็นอย่างไร?" คุณหมอพูดน้ำเสียงยังคงนุ่มนวลผ่อนคลายเช่นเดิม

"ผมเห็นแม่ยืนทำอาหารในห้องครัว ผมและน้องชายกำลังนั่งดูวีดิโอการ์ตูนแมวสีส้มด้วยกัน เราหัวเราะกันคึกคัก" ใบหน้าของชายหนุ่มยิ้มละมุนฉายแววแห่งความสุข

"คุณแม่ทำข้าวแกงกระหรี่ไก่สีเหลืองเข้มข้นราดข้าวสวยร้อน ๆ ให้พวกเรา กลิ่นหอมเครื่องเทศอบอวลอยู่ภายในบ้าน คุณพ่อเดินเข้ามาในห้องครัวมานั่งทานข้าวร่วมกัน พวกเรานั่งกินข้าวคุยหยอกล้อกันสนุกสนาน" ชายหนุ่มยังคงอมยิ้มอยู่ที่มุมปาก

"คุณลองย้อนกลับไปดูอีกสักนิดสิว่าเห็นอะไรอีกบ้าง?" คุณหมอพูดช้า ๆ อย่างนิ่มนวล

ชายหนุ่มนิ่งสงบราวกับรูปปั้น แต่เเล้วเขาเริ่มหายใจลึกหอบ กระสับกระส่ายเหมือนเรือโครงเครงที่ถูกคลื่นซัดถาโถมขึ้นมา

"คุณลองเล่าให้ผมฟังหน่อยสิครับว่าเห็นอะไร" คุณหมอนั่งเขียนขยุกขยิกในสมุดเล่มหนาใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะ

ความคิดเห็น