ลมหนาว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รอวันฉันพบเธอ ตอนที่ 3 #ธัญล่าฝันตอนเรื่องสั้นสายมู

ชื่อตอน : รอวันฉันพบเธอ ตอนที่ 3 #ธัญล่าฝันตอนเรื่องสั้นสายมู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 132

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ย. 2563 15:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รอวันฉันพบเธอ ตอนที่ 3 #ธัญล่าฝันตอนเรื่องสั้นสายมู
แบบอักษร

"ครบแล้ว พี่อยู่ไหน?" พนักงานต้อนรับบนรถถาม

"เออ!! กำลังเดินทางค่ะ งั้นไม่ต้องรอนะ ไปเจอกันที่ปอยเปต" จารุภากล่าว

"ได้ ๆ ถ้างั้นถึงปอยเปตแล้วโทรหาผมนะ" พนักงานต้อนรับบนรถกล่าวและวางสายไป

หญิงสาวหายใจยาว เธอดูนาฬิกาอีกครั้งหนึ่งขณะนี้เวลาเก้าโมงห้านาที เธอสูดลมหายใจยาว ยังไงฉันต้องสู้   หญิงสาวไปถึงหมอชิตไปรับตั๋วรถที่จองออนไลน์ไว้

"รถออกไปแล้วนะคะ" เจ้าหน้าที่ขายตั๋วกล่าว

"ค่ะ เดี๋ยวจะไปตามรถที่ด่านปอยเปตค่ะ" จารุภากล่าว

พนักงานขายตั๋วรถยิ้มมุมปากในท่าทางร้อนรนของหญิงสาว จารุภาแก้มเเดงเขินอาย เหงื่อเม็ดโตไหลย้อยลงมาตามแผ่นหลัง เธอวิ่งออกจากจุดจำหน่ายตั๋วรถ หญิงสาวหันซ้ายหันขวาไม่แน่ใจจะไปทางไหนต่อ ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงโปร่ง ผิวคล้ำ เดินเข้ามาหาหล่อน

" ไปไหนหนู?" คุณลุงกล่าวทักทาย

"หาคิวรถตู้ไปปอยเปตค่ะ" จารุภากล่าว

"ต้องข้ามฝั่งถนนไปฝั่งนู้นนะ ข้ามตรงสะพานลอย เห็นไหม" คุณลุงชี้ไปที่สะพานลอย

"ขอบคุณค่ะ" หญิงสาวมองตามมือของคุณลุง เเละวิ่งไปตามทิศทางนั้น

จารุภาวิ่งขึ้นสะพานลอยเหงื่อผุดผาดตามใบหน้า ขาของเธอก้าวเท้ายาว ๆ เธอเห็นรถจอดเรียงรายกัน หญิงสาวอ่านตามป้ายรถ พลันสายตาเหลือบเห็นรถอรัญประเทศ สระแก้ว สายตาของเธอมีพลังขึ้นและยิ้มออกมา

"พี่ค่ะไปปอยเปตค่ะ ขึ้นรถคันไหน?" หญิงสาวถามผู้ชายที่ดูท่าท่างจะเป็นคนขับรถ

"มีตั๋วยัง? ชายหนุ่มถาม

"ยังเลยค่ะ" หญิงสาวตอบ

"ต้องไปซื้อตั๋วรถในอาคารนะ"ชายหนุ่มกล่าว

"ค่ะๆ ขอบคุณค่ะ" จารุภาตอบรับ

หญิงสาววิ่งมายังตัวอาคารขายตั๋วเล็ก ๆ รีบชำระเงิน และวิ่งขึ้นมานั่งรอบนรถ วันนี้เธอรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าตั้งแต่เริ่มต้นการเดินทาง หญิงสาวท่าทางสบายใจมากขึ้น หล่อนหยิบมือถือกดดูไพ่ aดวง ได้ไพ่ Knight of Swords "พร้อมตะลุยไปข้างหน้า ใครขวาง ฟาดได้ฟาดจ๊ะ" หญิงสาวอ่านเเล้วหัวเราะ มีกำลังใจฮึกเหิมขึ้นมาทันที

 

รถตู้ค่อยๆ เเล่นออกจากหมอชิตขับเคลื่อนฝ่ารถติดออกนอกเมือง หญิงสาวนั่งมองหน้าต่างออกไปด้วยความอ่อนเพลียเธอเผลอหลับไป รถตู้ขับหยุดรับผู้โดยสารตลอดทางทำให้รถไปถึงช้ากว่ากำหนด หญิงสาวตื่นขึ้นมาดูนาฬิกาพบว่าจะบ่ายสองโมงเเล้ว แต่รถยังดูไม่มีทีท่าว่าจะไปถึงปลายทาง เธอคิดในใจว่าเธออาจจะคราดกับรถโดยสารคันที่เธอจองไว้ และนั่นทำให้เธอต้องหารถต่อเข้าไปเสียมราฐเอง เป็นการเสียเวลาเเละเพิ่มค่าใช้จ่าย

"พี่คะ ๆ รถจะไปถึงด่านกี่โมงคะ" หญิงสาวสอบถามกับคนที่นั่งข้างๆ

"ไปถึงท่ารถประมาณบ่ายสามนั่นแหละ แล้วต้องต่อตุ๊กตุ๊กไปหน้าด่านอีกนิด " หญิงสาววัยกลางคนกล่าว

ใช้เวลาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงรถตู้ค่อยๆ เข้าจอดท่ารถเล็ก ๆ คนขับตุ๊กตุ๊กเดินเข้ามาสอบถามนักท่องเที่ยวว่าต้องการไปที่ใด หญิงสาวไม่รอช้า หล่อนรีบหยิบกระเป๋าใบโตขึ้นมาสะพายหลังอย่างคล่องแคล่ว

"พี่ค่ะไปหน้าด่าน" เธอพูดเสียงดังฟังชัด

รถตุ๊กตุ๊กขับรถออกมารับเธอมุ่งหน้าสู่ด่านปอยเปตใช้ระยะเวลาเพียงสั้น ๆ รถก็มาถึงหน้าด่าน ชายหนุ่มฉกรรจ์ชาวต่างชาติหลายคนเดินเข้ามาห้อมล้อมหล่อน แย่งกันพูด จนฟังไม่ได้ศัพท์

"ตอนนี้ ฉันรีบฉันกำลังจะตกรถ หลีกทางหน่อย" หญิงสาวพูดตะโกนเสียงดังเเละวิ่งไปยังหน้าด่านทันที ชายชาวต่างชาติต่างยืนงุนงงในพฤติกรรมของหล่อน จารุภากำลังรอตรวจพลาสปอร์ตด่านตรวจของคนไทย และคิดขึ้นมาได้ว่าควรจะโทรศัพท์ถึงพนักงานต้อนรับบนรถบัส

"สวัสดีค่ะ ตอนนี้อยู่ด่านนะคะ กำลังไป" หญิงสาวกล่าว

"ด่านฝั่งไหน?" พนักงานต้อนรับบนรถถามกลับ

"ฝั่งไทยค่ะ" หญิงสาวตอบ

"โอ้ย!! พี่จะทันไหม ตอนนี้รถสายมากเเล้วนะ " พนักงานต้อนรับบนรถพูดเสียงดังตามสาย ดูเเล้วจะไม่พอใจมากนัก

"คนมาครบยังคะ ถ้าครบแล้วไม่ต้องรอไปเลยค่ะ" หญิงสาวกล่าว

"ยังไม่ครบแต่ใกล้ล่ะ เหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกสองคน ถ้ารถออกผมจะโทรหาพี่นะ" พนักงานต้อนรับบนรถกล่าวเเล้ววางสายไป

จารุภาไม่ลดละความพยายามเธอเร่งฝีเท้าไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งประเทศกัมพูชา หลังจากทำเอกสารข้ามแดนเรียบร้อย ก่อนจะไปรถโดยสารประจำทาง เธอไม่ลืมที่จะซื้อซิมการ์ดของกัมพูชาติดตัวไว้ด้วย

"มาล่ะค่ะ" หญิงสาวแบกเป้หนักเหนื่อยหอบ ทั้งอากาศร้อน ทำให้เธอเหงื่อไหลย้อยตามหลัง และผุดเป็นเม็ดๆ บนใบหน้า

"ทำไมตกรถครับ?" พนักงานต้อนรับบนรถถาม

"เอิ่ม! ขึ้นรถเมล์ผิดฝั่งค่ะ" หญิงสาวตอบอย่างอายๆ

พนักงานต้อนรับบนรถและคนขับรถหันมามองหน้ากันเเละหัวเราะอย่างขำขัน จารุภารู้สึกว่าอยากจะเอาหน้ามุดจมหายแทรกลงไปในดิน หรือหายตัวไปเป็นละอองธาตุ

"พี่โชคดีมาก พวกเรารอนักท่องเที่ยวต่างชาติสองคน เขาไม่ยอมกลับมาที่รถ โทรไปไม่รับ ต้องไปตามหาตัว กว่าจะเจอเดินไปซื้อของกันอยู่ฝั่งนู้น" พนักงานต้อนรับบนรถพูดบ่นอย่างอารมณ์เสีย

รถโดยสารระหว่างประเทศปิดประตูรถดังปัง แอร์คอนดิชั่นบนรถดังขึ้นเป็นการส่งสัญญาณว่าการเดินทางได้เริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง จารุภาถอนหายใจยาวๆ เธอรอดแล้วสำหรับวันนี้ หญิงสาวนั่งมองออกไปข้างนอกหน้าต่างเห็นผืนดินแห้งแล้งแตกระแหง มีฝูงวัวควายตัวผอมเล็มหญ้าแห้งๆ มีเด็กเล็กวิ่งเล่นตามข้างถนน ด้วยความเหนื่อยล้าทำให้ความง่วงเข้าครอบงำอีกครั้งหนึ่ง หญิงสาวเผลอหลับไปไม่รู้ตัว หัวของเธอกระแทกเข้ากับกระจกเป็นครั้งคราวแต่เธอยังคงหลับสนิท ท้องฟ้าเปลี่ยนสีเป็นแดงเข้มสลับม่วงเหลือบลับกันอย่างสวยงาม พระอาทิตย์สีแดงเข้มกลมโตค่อยๆเลือนหายไปที่เส้นขอบฟ้า บรรยากาศดูเงียบสงบผ่อนคลาย หญิงสาวหรี่ตามองตามพระอาทิตย์จนลับขอบฟ้าหายไป เธอค่อยๆ บิดตัวไปมาสลัดความเมื่อยล้าออกไป หยิบน้ำดื่มมาดื่มเพิ่มความสดชื่น รถโดยสารประจำทางยังคงขับเคลื่อนราวเจ็ดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงค่อยๆ ไปไม่เร่งร้อน เพราะที่นี่มีกำหนดความเร็วไม่ให้เกินแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง จารุภานั่งมองออกไปนอกรถเริ่มเห็นบ้านเรือนผู้คนมากขึ้น มีร้านอาหารประดับประดาไฟระย้าตามข้างทาง ผู้คนออกมาเดินเล่น จับจ่ายซื้ออาหารเยอะขึ้น

"คงใกล้ถึงละสินะ" จารุภาคิดในใจ

ใช้เวลาเพียงไม่นานรถโดยสารค่อยๆ ลัดเลาะไปตามถนนที่คราคร่ำไปด้วยรถมอเตอร์ไซค์ของคนท้องถิ่น รถเลี้ยวเข้าจอดหน้าอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง

"หมดระยะเเล้วครับ" พนักงานต้อนรับบนรถกล่าว

รถสามล้อพาเธอมาส่งยังที่พักอย่างปลอดภัย จารุภาหยิบเงินให้คนสามล้อจำนวนหนึ่ง โชคดีที่พักของเธออยู่ย่านนักท่องเที่ยว ใกล้ถนนผับสตรีท เดินทางง่าย หญิงสาวเลือกพักโฮสเทล เพราะเธอชอบบรรยากาศของที่พักแบบนี้ เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความเห็นของนักท่องเที่ยวหลายชาติ หญิงสาวเช็คอินเสร็จ เธอเดินขึ้นห้องเก็บของ ห้องนอนเป็นห้องพักหญิงล้วนมีจำนวนหกเตียง โทนห้องสีขาว น้ำตาล ทำให้ห้องดูสะอาดเเละกว้างขว้าง ขวามือมีตู้เก็บของสีน้ำตาลใบใหญ่สะดวกต่อการใช้งาน หญิงสาวเก็บของเข้าตู้เรียบร้อย เตรียมตัวอาบน้ำและออกไปเดินเล่นหาอาหารเย็น

สถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีของเสียมราฐที่ขึ้นชื่อคงหนีย่านผับสตรีทไม่ต่างจากถนนข้าวสารเท่าไหร่นัก เหล่านักท่องเที่ยวต่างชาติเดินหาอาหารมื้อค่ำ บ้างก็นั่งฟังเพลงดื่มเบียร์ที่ราคาถูกยิ่งกว่าน้ำเปล่า เเสงไฟแต่ละร้านส่องแสงวูบวาบ เสียงเพลงดังกระหึ่ม บางร้านก็มีนักร้องสาวสวยไว้ขับร้องต้อนรับลูกค้า แต่ละร้านต่างตกแต่งที่นั่งสวยงามเพื่อดึงดูดให้นักท่องราตรีเข้าไปใช้บริการ จารุภาเดินบนถนนเส้นนี้หนึ่งรอบแต่เธอไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทานที่ไหน เพราะที่นี่ให้เงินดอลลาร์แต่ละร้านเป็นร้านสำหรับนักท่องเที่ยวราคาจะสูงกว่าร้านข้างนอก และวันนี้เธอรู้สึกอ่อนเพลียจึงอยากจะทานอะไรง่ายๆ และรวดเร็ว หญิงสาวนั่งเหม่อมองไปตามท้องถนน เธอยิ้มออกมาเบาๆ

“เสียมราฐก็เป็นเมืองที่ไม่เลวเลยนะ” หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

บรรดาพนักงานโรงแรมถือกระเป๋าลากใบโต พวกเขามีญาติพี่น้องมาส่งกันหนาตา แต่จารุภาอยู่ต่างจังหวัดเธอมองได้แต่ยิ้ม หญิงสาวนั่งทอดสายตามองไปไกล เธอเห็นชายหนุ่มที่เคยพบสบตากันครั้งก่อน หล่อนเผลอมองตามจนเขาเดินเข้ามาใกล้เกินกว่าที่จารุภาจะหลบสายตาทัน ชายหนุ่มมองหญิงสาวและชะงักงั้น หัวใจทั้งคู่สั่นไหวรุนแรงอีกครั้งหนึ่ง ใบหน้าร้อนผะผ่าว ทั้งคู่นิ่งอยู่ในความเงียบงัน ปรินทรตั้งสติได้ เขาเบือนหน้าหนี เดินผ่านหน้าหล่อนและไม่หันกลับมาที่จารุภาอีกเลย หัวใจดวงน้อย ๆ ของหญิงสาวหล่นวูบดูเหมือนเขาไม่ใคร่จะรู้สึกไปในทิศทางเดียวกับเธอ

หญิงสาวเริ่มปรับตัวเข้ากับสังคมของเสียมราฐได้ดีขึ้น ถึงแม้ว่าถนนหนทางจะแคบกว่ากรุงเทพมหานคร และมีฝุ่นกระจัดกระจายเนื่องจากมีการซ่อมแซมปรับปรุงถนนอยู่เนือง ๆ อาคารสิ่งก็สร้างห้างสรรพสินค้าก็ไม่ได้ใหญ่โต แต่เธอก็มีความสุขและกำลังหลงรักเมืองนี้ ที่นี่เป็นเมืองที่สงบสุข แต่ก็ไม่เงียบเกินไปเพราะมีนักเที่ยวต่างชาติเดินทางมาชื่นชมนครวัดอย่างหนาแน่น

ในวันหยุดของจารุภา เธอตื่นแต่เช้ามืดวางแผนไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่นครวัด เธอว่าจ้างสามล้อซึ่งเป็นมอเตอร์ไซค์ต่อพ่วงที่นั่งข้างหลัง เธอนั่งรถผ่านไปตามถนนสองเลน ลมเย็นๆ ปะทะใบหน้าของหล่อน เธอยิ้มอย่างสบายอารมณ์

ภาพเบื้องหน้าที่จารุภาเห็นเป็นปราสาทหลังใหญ่ดำมืด ฝูงมหาชนเริ่มทยอยเข้ามาสู่บริเวณริมบึงหน้านครวัด ขาตั้งกล้องถูกตั้งเรียงรายในแถวหน้า นักท่องเที่ยวกำลังปรับตั้งค่ากล้อง DSLR ให้ได้ภาพดีที่สุด หญิงสาวใช้เวลาซึบซับบรรยากาศรอบตัว ท้องฟ้ามืดดำเปลี่ยนเป็นสีม่วงเหลื่อมสลับสีแดงส้ม แถบสีเหลืองเริ่มสว่างขึ้นสะท้อนก้อนเมฆเป็นริ้วสีทองวับวาว หญิงสาวรู้สึกตื่นเต้น และอัศจรรย์ใจที่ได้มาเห็น ปราสาทหินโบราญยิ่งใหญ่ค่อยๆปรากฏตัวขึ้นภายใต้แสงตะวัน

จารุภาเดินตรงต่อไปในตัวปราสาทหิน หญิงสาวสะดุดตากับภาพแกะสลักหินบนผนัง เธอเคยเห็นมันมาก่อน หญิงสาวเดินสำรวจอย่างชำนาญทาง เธอลัดเลาะไปตามโถงอาคารอย่างคุ้นเคย ภาพสลักนางอัปสราตามผนังเหมือนกำลังยิ้มต้อนรับเธอ ลมพัดผ่านวูบ หญิงสาวขนลุกชัน เธอรีบก้าวเดินไม่ทันระวังเดินเซไปชนเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่ง เมื่อหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองสบตากับชายหนุ่ม หญิงสาวถึงกับผงะ เดินก้าวถอยหลังออกมา

"ขอโทษค่ะ" จารุภากล่าว

"เธออีกแล้วเหรอ" ชายหนุ่มทัก

หญิงสาวหลบตาลงต่ำไม่ตอบได้แต่พยักหน้างึกงัก

"คือฉันย้ายมาทำงานโรงแรมที่เสียมราฐค่ะ แล้วคุณละคะมาเที่ยวเหรอคะ?" หญิงสาวพูดเสียงเบาต่ำไม่สบตา

"ครอบครัวผมทำธุรกิจที่นี่" ชายหนุ่มกล่าว

ความคิดเห็น