ลมหนาว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รอวันฉันพบเธอ ตอนที่ 2 #ธัญล่าฝันตอนเรื่องสั้นสายมู

ชื่อตอน : รอวันฉันพบเธอ ตอนที่ 2 #ธัญล่าฝันตอนเรื่องสั้นสายมู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 219

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ย. 2563 14:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รอวันฉันพบเธอ ตอนที่ 2 #ธัญล่าฝันตอนเรื่องสั้นสายมู
แบบอักษร

"ตัวร้อนด้วยนะ ป่วยรึเปล่า?" น้อยหน่ากล่าว 

"เปล่า ๆ แก ฉันแค่วิ่งไปวิ่งมาเลยเหนื่อยนิดหน่อย" จารุภากล่าวแต่ยังคงคิดถึงเหตุการณ์ที่พบเจอมา 

ในห้องแต่งตัวของพนักงานโรงแรมมีตู้ล็อกเกอร์หลายตู้เรียงรายไว้อย่างมีระเบียบ น้อยหน่ากับจารุภาถอดชุดยูนิฟอร์มเปลี่ยนเป็นชุดไปรเวทเตรียมตัวกลับบ้านหลังเลิกงาน 

"นี่ภา แกรีบกลับบ้านรึเปล่า?" น้อยหน่าร้องทัก 

"ไม่รีบนะ ทำไมหรอ?" หญิงสาวกล่าวตอบ 

"ฉันจะชวนแกไปกินพิซซ่า ฉันเลี้ยงเอง" น้อยหน่าพูดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปด้วย 

"จริงดิ ถูกหวยรึไง?" หญิงสาวกล่าวพร้อมหัวเราะขำกับท่าทีของเพื่อนสาว 

"เออ! แกจำลอตเตอรี่วันที่เราไปกินส้มตำได้ป่ะ ฉันถูกด้วยนะ" น้อยหน่าน้ำเสียงตื่นเต้น 

"น้อยหน่าซื้อเลขไรนะ?" จารุภาถาม 

"เลขวันเกิดแกไงภา " น้อยหน่าพูดเเละกอดเพื่อนเบาๆ 

"ว้า!! จำได้ล่ะวันนั้นที่ฉันมาทำงานสาย อดเลยเรา" จารุภาทำหน้าเซ็ง 

"ปะ ไปกินพิซซ่ากัน"น้อยหน่าดึงมือเพื่อนสาวออกไป 

สองสาวเดินออกมาหน้าโรงเเรม ก้าวเท้าเดินฉับฉับจะไปขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส ทันใดนั้นรถแท็กซี่สีเขียวเหลืองเข้ามาจอดหน้าโรงเเรม สองสาวหยุดชะงัก ปล่อยให้รถผ่านไป ชายหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นก้าวลงรถแท็กซี่ เขาปิดประตูเบา ๆ เดินก้าวเท้าเร่งรีบก่อนเข้าโรงแรม จารุภามองตามชายหนุ่มจนเขาลับหายไป 

"ภาสนใจผู้ชายคนนั้นหรอ?" น้อยหน่ากล่าว 

"เปล่า ๆ แก ฉันแค่คุ้นหน้าเขา ฉันพยายามคิดว่าเจอเขามาก่อนแต่จำไม่ได้" จารุภากล่าวด้วยสีหน้าครุ่นคิด 

"อาจแค่คนหน้าเหมือนกัน" น้อยหน่ากล่าว 

"อืมนะ อาจจะเป็นแบบนั้น" จารุภากล่าวรับ 

"อือ นี่ภาฉันให้ของขวัญวันเกิดล่วงหน้า" น้อยหน่ากล่าว 

"สร้อยอะไรน่ะ น่ารักเชียว" จารุภายิ้มตอบ 

"สร้อยเนี่ยไม่ใช่ธรรมดาแต่ถูกปลุกเสกทำพิธีแล้ว หินสีชมพูอันนี้เกี่ยวกับโชคในเรื่องความรัก ส่วนตะกรุดนี้ของขลังดีมากเลยนะ ช่วยเรื่องคนรอบข้างรักเอ็นดูเรา เหมาะกับงานพวกเรามากเลยนะภา" น้อยหน่ากล่าว น้ำเสียงตื่นเต้นไปกับสร้อยที่เธอบูชามาเป็นของขวัญให้เพื่อน 

"ฟังดูน่ากลัวนะ แต่ยังไงฉันจะใส่ไว้ ขอบใจมาก" จารุภารับสร้อยข้อมือมาใส่ที่ข้อแขนของเธอ 

"เออ! พรุ่งนี้หัวหน้าเรียกประชุม น้อยหน่ารู้ไหมเรื่องอะไร" จารุภาสอบถามเพื่อนสาว 

"อืม! ยังไม่แน่ใจนะ แต่เหมือนว่าโรงแรมเปิดสาขาใหม่เเล้วจะโอนพนักงานไปทำงานที่นั่น" น้อยหน้ากล่าว 

"หวังว่าจะไม่มีชื่อพวกเรานะ" จารุภากล่าว 

ณ ห้องประชุมของพนักงานที่นั่งยังว่างโล่งรอการมาของพนักงาน หัวหน้าฝ่ายมานั่งรออยู่สักพักแล้ว หล่อนหยิบเอกสารเปิดดูหัวข้อการประชุมวันนี้ เมื่อพนักงานเข้ามากันหมดหล่อนเริ่มเปิดการประชุม 

"วันนี้มีเรื่องสำคัญจะมาแจ้งให้ทราบนะ ทางโรงแรมของเรากำลังขยายสาขาใหม่ที่เสียมราฐ อันนี้คิดว่าพนักงานหลายๆ คนคงรับทราบกันเเล้วนะ และตอนนี้โรงแรมที่นั่นกำลังจะเปิด เราจึงจำเป็นต้องคัดสรรพนักงานที่มีประสบการณ์ไปบุกเบิกโรงแรมที่นั่น" หัวหน้าพูดจบพร้อมหยิบรายชื่อขึ้นมา  

"ในกระดาษนี่คือรายชื่อของพนักงานที่ได้ไปทำงานที่เสียมราฐนะ เดี๋ยวพี่จะติดไว้ตรงบอร์ดให้ไปเช็คกันเอง เรื่องต่อมาพนักงานที่ไปประประจำที่เสียมราฐจะได้เงินเดือนเพิ่มอีกสองเท่า มีค่าที่พัก ค่าอาหาร เเละสามารถลาหยุดได้ มีตั๋วเครื่องบินให้ ดังนั้นไม่ต้องกลัวนะว่าจะไปอยู่อย่างลำบาก" หัวหน้ากล่าวเสียงดังฟังชัด หล่อนเดินไปติดป้ายประกาศรายชื่อที่บอร์ดข่าวสาร 

"น้อยหน่า แกอยากไปไหม?" จารุภาถาม 

"ไม่รู้นะ แต่ฟังดูแล้วไม่อยากไปไกลบ้านเลย" น้อยหน่ากล่าวตอบ 

สองสาวเดินไปยังบอร์ดที่คนมุงดูรายชื่อกัน เธอไล่เปิดกระดาษหาชื่อแต่ละแผ่นจนมาหยุดที่ฝ่ายต้อนรับส่วนหน้า 

"น้อยหน่า มีชื่อฉันติดมาด้วยล่ะ" จารุภาสีหน้าสลดลง 

"ยัยภา ชื่อแกจริง ๆ ด้วย" เพื่อนสาวหันไปมองหน้าเพื่อนซี้ 

"ทำไมแกไม่ได้ไปล่ะน้อยหน่า ฉันอยากให้แกไปด้วย" จารุภาพูดเสียงสั่นเครือ 

จารุภานั่งรถไฟฟ้ากลับที่พัก เธอเหม่อมองไปไกล จินตนาการถึงเสียมราฐ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาหาข้อมูลของเมืองนี้ 

"เสียมราฐเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองมรดกโลก มีนครวัด นครธม มีการลงทุนของต่างชาติ มีความปลอดภัยเพราะเป็นเมืองที่รัฐบาลดูแลไม่ให้เกิดเรื่องคดีความ ยามค่ำคืนมีแหล่งนัดพบของนักท่องเที่ยวคือผับสตรีท"  

จารุภาปิดมือถือลง หล่อนไม่มีสมาธิในการอ่านมากนัก ภาพของชายหนุ่มที่เพิ่งสบตากันฉายปรากฏในมโนความคิดของหล่อน หัวใจดวงน้อยๆ สั่นไหวขึ้น เธอตั้งสติได้รีบสะบัดหัวสลัดไล่ภาพของเขาออกไป 

หญิงสาวนอนกระสับกระส่าย พลิกตัวไปมา เธอไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ เธอกำลังเครียดเรื่องงานที่ต้องย้ายสาขาไปอยู่เสียมราฐ เป็นสถานที่ไกลบ้าน หล่อนลุกขึ้นนั่งหยิบหนังสือสวดมนต์ และนั่งสมาธิ ไหว้พระก่อนนอน ความเงียบค่อยๆ นำความง่วงเข้ามาสู่ตัวเธอ หญิงสาวล้มตัวนอนหลับไป 

เสียงขิมระคนระนาดดังก้องกังวาลท่ามกลางความมืด สายลมพริ้วไหวกระทบผิวหนังให้ขนลุกชูชัน มีเพียงแสงดวงจันทร์กลมโตสาดส่องเข้ากระทบกับปราสาทหินมีรูปแกะสลักนูนต่ำเรียงรายทั่วฝาผนัง ดูลึกลับ ขึงขัง น่าเกรงขาม หญิงสาวเดินสำรวจไปตามทางเดิน เงยหน้าขึ้นเห็นแผ่นฝ้าเพดานไม้แกะสลักรูปดอกไม้สวยงาม เธอเดินไปเรื่อย ๆ ได้กลิ่นหอมของดอกไม้ มีเสียงสวดมนต์เป็นภาษาที่ไม่คุ้นเคย เธอก้าวเดินย่องไปยังต้นเสียงที่ผู้คนกำลังสวดมนต์ เธอลอบมองผ่านช่องหน้าต่างเห็นพิธีกรรมหลั่งน้ำลงเเท่นศิลาหิน ผู้คนรอบข้างแท่นบูชาแต่งชุดขาวมัดผมมวยไว้ท้ายทอยกำลังทำพิธีกรรม แต่ทันใดนั้นมีมือเย็นๆเอื้อมมาเเตะที่ไหล่หญิงสาวๆ เบา เธอหันไปมองเห็นเพียงเเสงประกายดวงตาเเวววาวของใครคนหนึ่ง เธอตกใจสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก จารุภาหายใจหอบเหนื่อย เหงื่อไหลย้อยท่วมใบหน้า และเเผ่นหลัง  

"ฝันรึนี่ ทำไมน่ากลัวเช่นนี้" จารุภาพูดพึมพำ 

หญิงสาวลุกไปหยิบน้ำมาดื่ม หล่อนไม่สามารถข่มตาหลับได้จนถึงเช้า เรื่องที่เธอฝันนั้นภาพชัดเจนมาก เหมือนว่าหล่อนกำลังเดินอยู่ในสถานที่ในฝันจริง ๆ  จารุภาเดินเข้าห้องน้ำเปิดน้ำฝักบัว น้ำเย็นไหลเป็นทางมีละอองฟองน้ำกระทบใบหน้าผ่านเนินอกไหลลงสู่เท้าคู่งาม เธอชำระล้างกายเรียกความสดชื่นอีกครั้งเพื่อไปทำงาน วันนี้เธอรู้สึกใจคอไม่ดีจึงลองเปิดไพ่ประจำวันแอป aดวง อีกครั้งหนึ่ง จารุภาเห็นไพ่แล้วหัวเราะออกมามันช่างตรงกับสภาพของเธอวันนี้จริง ๆ 

 

"น้อยหน่าเมื่อคืนฉันฝันแปลกๆ น่ากลัวมาก ฉันไปที่ไหนสักที่มันเย็นยะเยือก สถานที่นั้นทำจากหิน มืดๆ มีคนสวดมนต์ดังก้องไปหมด" จารุภาเล่าให้เพื่อนสาวฟัง 

"อืม! แกกำลังกังวลหรือเครียดเรื่องที่โดนย้ายไปเสียมราฐรึเปล่า" น้อยหน่ากล่าว 

"ไม่รู้สิ แต่ก็อาจจะจริงที่เสียมราฐมีนครวัดนินะ ฉันอาจคิดถึงมันมากเกินไป" จารุภากล่าวตอบ 

"ทำใจให้สบายแก ถือว่าย้ายสาขาได้เงินเดือนเพิ่มก็แล้วกัน" น้อยหน้ากล่าว 

"นั่นสินะ" จารุภาพูดพร้อมครุ่นคิด 

“ฉันว่าจะลองไปเที่ยวที่เสียมราฐดูก่อน ไปให้เห็นสถานที่จริงว่าฉันจะอยู่ได้ไหม" จารุภาพูดขึ้นมา 

"เห้ย! เอาจริงดิ" น้อยหน่าตกใจ 

"อือ เดี๋ยวฉันหาวันลาและไปเที่ยวดู" จารุภาพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น 

ท้องฟ้าเช้าวันนี้เป็นสีฟ้าสดใส มีสายลมอ่อน ๆ พัดผ่านพอให้สดชื่นใจ หมู่มวลเมฆสีขาวจาง ๆ ลอยสูงอย่างสงบ ฝูงนกตัวเล็กบินว่อนออกทำงานหาอาหารแต่เช้า เหมือนกับฝูงประชาชนที่เดินขวักไขว่มุ่งหน้าไปยังที่ทำงานของตนเอง จารุภาสวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขายาวพอดีตัว สวมรองเท้าผ้าใบดูทะมัดทะแมง หล่อนออกมายืนรอรถไฟฟ้าบีทีเอสมุ่งหน้าไปยังสถานีจตุจักร รถไฟฟ้าขับเคลื่อนไปตามจังหวะของมัน แอร์เย็นฉ่ำ แต่ยังรู้สึกอึดอัดเพราะผู้คนยืนเบียดเสียดหนาแน่น จารุภาออกจากรถไฟฟ้าเพื่อไปรอรถเมย์ไปยังสถานีขนส่ง เธอจองตั๋วรถไปเสียมราฐไว้เก้าโมงเช้า รถเมย์แถบสีแดงขาวติดป้ายหน้ารถไปยังหมอชิตค่อยๆ ชะลอจอดเทียบชานชาลา หญิงสาวก้าวขึ้นไปนั่งในรถ 

"หมอชิตค่ะ" จารุภากล่าวกับกระเป๋ารถเมย์ 

รถเมย์ขับเคลื่อนไปอย่างช้า ๆ บนท้องถนนที่รถติดยังกับตังเม หล่อนนั่งมองไปรอบ ๆ เห็นรถผ่านย่านตึกสำนักงาน ผู้คนเดินว่องไว กระฉับกระเฉง เร่งรีบ โดยไม่มีใครสนใจใคร เธอนั่งในรถเมย์ที่กำลังมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองเรื่อย ๆ และเริ่มรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ รถเมย์ติดชะงักอยู่กลางถนนเเละย้อนกลับไปยังรถบีทีเอสอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เธอชะเง้อชะแง้มองหากระเป๋ารถเมย์ มั่นใจว่าเกิดความเข้าใจผิดเกิดขึ้น 

"พี่คะ ๆ รถจะเข้าหมอชิตไหมคะ?" จารุภาลุกไปถามกระเป๋ารถเมย์ 

"เข้านะ จะวนเข้าเมือง อนุสาวรีย์ ประตูน้ำ สุดสาย หมอชิต" กระเป๋ารถเมย์ตอบ 

หญิงสาวอ้าปากค้างเธอนึกโกรธตัวเองที่ไม่ยอมถามกระเป๋ารถเมย์ก่อน เธอพะว้าพะวง แต่ไม่มีเวลาให้เธอตัดสินใจมากนัก นาฬิกาสายหนังสีน้ำตาลบนข้อมือเธอบอกเวลาขณะนี้แปดโมงครึ่งเเล้ว หญิงสาวหัวใจสั่นแรง เหงื่อแตกพลั่ก มือของเธอสั่นระริก รถเมย์ขับเคลื่อนอย่างยืดยาดช้าๆ ค่อยๆ จอดที่ป้ายรถเมย์อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เธอรีบสะพายกระเป๋าเป้ใบโตสีดำวิ่งลงรถเมย์ เดินมุ่งตรงไปยังชานชาลารถไฟฟ้า เธอวิ่งหน้าตั้งก้าวขายาวเร่งฝีเท้า แต่ด้วยความที่ทางเดินเท้าคราคร่ำไปด้วยฝูงชน จึงไม่สามารถทำความเร็วได้มากนัก จารุภาหายใจหอบถี่มาหยุดรอรถไฟฟ้า เธอเหลือบดูนาฬิกาอีกครั้งหนึ่งเหลือเวลาอีกยี่สิบนาทีเท่านั้น 

รถไฟฟ้าชะลอความเร็วเเล่นมาจอดยังชานชาลาหญิงสาวรีบก้าวเท้าเดินเข้าไปจับจองพื้นที่ในรถไฟฟ้า หล่อนตื่นเต้นดูเวลาอีกครั้งหนึ่ง รถไฟฟ้ามาถึงสถานีจตุจักร เธอหัวเราะกับความโง่เขลา ความเปิ่นของตัวเอง และรีบออกวิ่งไปยังฝั่งหน้าสวนจตุจักร เธอมองไปรอบ ๆ เห็นป้ายตัวโตหมอชิตราคาหกสิบบาทเธอพุ่งตัวเองไปยังคิวรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 

"หมอชิต ด่วนค่ะ" หญิงสาวซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์รับจ้างรับหมวกกันน็อคมาสวมไว้ 

ลุงมอเตอร์ไซค์ขับซิ่งไปตามทาง หญิงสาวเห็นป้ายติดไว้หมอชิตสี่สิบบาท 

"โธ่! เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย ถ้ารู้อย่างนี้ขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างแต่แรกก็ดี ยัยภา เอ้ย! ยัยบ๊อง" จารุภาบ่นในใจ 

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หญิงสาวค้นหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋า เธอหยิบมือถือมาดูเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ขึ้นคุ้นเคย 

"สวัสดีค่ะ"หญิงสาวกล่าวทักก่อน 

"พี่จองรถไปเสียมราฐใช่ไหม? รถจะออกละนะ" เสียงพนักงานต้อนรับบนรถโดยสารพูดเสียงดังชัด 

"คนมาครบเเล้วเหรอคะ?"จารุภาถามตอบ 

ความคิดเห็น