มณีภัทรสร/ สไบนาง นามปากกา
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ที่อยู่ใหม่

คำค้น : ตบจูบ คนเลว หนี บังคับ ขืนใจ ท้อง

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 11k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.พ. 2563 17:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ที่อยู่ใหม่
แบบอักษร

เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีมือหยาบๆของใครบางคนตบลงมาบนท่อนแขนกลมกลึงอย่างแรง ลลนาลืมตาขึ้น ก่อนจะลำดับเรื่องราว ดวงตากลมโตมองไปรอบๆ ก่อนจะถอนหายใจหนักๆกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า นี่ใช่ไหมนรกบนดินของเธอ

“ลงจากรถแล้วขนของเธอไปไว้ที่นั่น”เผ่าเพชรบอก พร้อมกับชี้นิ้วไปยังเพิงสังกะสีหลังเล็กๆที่ลายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ 

“นี่เราอยู่ที่ไหนกันคะ”ลลนาถามเขา หลังจากที่ไม่ได้คุยอะไรกับเขาเลยตลอดทาง จนเผลอหลับไปในที่สุด

“ไร่ฉัน”เผ่าเพชรตอบเสียงขรึม ก่อนจะทำท่าเปิดประตูรถ

“แล้วทำไมฉัน...ต้องมาอยู่ เออ...”จะให้เธอเรียกสิ่งที่เห็นว่าอะไรดีล่ะ บ้าน กระท่อม หรือโรงเรือน 

“ที่นี่เหมาะแล้วกับคนอย่างเธอ เธอคาดหวังอะไรจากที่นี่หรอลลนา”เผ่าเพชรถามกลับ ใบหน้าที่เคยหล่อเหลายิ้มเย็น แต่ดวงตาคมเข้มแข็งกร้าว ซีกหน้าที่มีรอยแผลเป็นปูดโปนจนดูน่ากลัว

ลลนาถอนหายใจ ป่วยการจะพูดกับคนอย่างเขา ได้ให้เธออยู่ที่นี่ก็ได้ ร่างบางเปิดประตูรถลงไปด้านล่าง ก่อนจะขนสัมภาระลงจากรถ คนร่างสูงเอาแต่ยืนมองนิ่งๆ ไม่แม้จะช่วยเธอยกกระเป๋าสักใบ

“ที่นี่เป็นบ้านพักหัวหน้าคนงานคนเก่า แต่ตอนนี้เขาตายไปแล้ว เธออยู่ได้ตามสบายเลยนะ”เผ่าเพชรบอก เมื่อเห็นเธอยืนหันหน้าหันหลัง ไม่รู้จะไปทางไหนดี

“ตายหรือคะ!”ลลนาร้องถามเสียงดัง

“ใช่ เธอมีปัญหาอะไร”เผ่าเพชรถาม ก่อนจะล้วงบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ

“เออ...คือ...เค้าตายยังไงคะ”

“ผูกคอตาย”เผ่าเพชรตอบเสียงเรียบไม่มีแววล้อเล่นหรือหยอกล้อปนมาในนั้น 

“ผูกคอตาย!”ลลนาตะโกนลั่น ใบหน้าสวยตื่นตะหนก จะบ้าหรือไง เขาจะให้เธออยู่ที่แบบนี้ได้ยังไง อย่างน้อยๆก็น่าจะเกรงใจพ่อแม่เธอบ้าง เกรงใจหรือ ลลนายิ้มหยัน ขนาดพ่อแม่เธอยืนหัวโด่ เขายังลากเธอมาต่อหน้าต่อตา เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ร่างบางก็ถอนหายใจอีกครั้ง นึกปลงกับโชคชะตาตัวเอง

“ทำไม กลัวผีหรอ”เผ่าเพชรยิ้มหยัน

“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร ตกลงคุณจะให้ฉันอยู่ที่นี่ แล้วหน้าที่ฉัน หรืองานฉัน ฉันต้องทำอะไรบ้างคะ”

“หน้าที่เธอนะหรอ เอาไงดีล่ะ จากที่คิดตอนแรกว่าจะเอามาเป็นแม่พันธุ์ ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว เธอเลือกเอาว่าถนัดอะไรก็ทำสักอย่าง งานที่นี่ไม่ยาก แค่ใช้แรง แต่ถ้าเธออยากสบาย อยากทำงานที่เธอถนัดก็เอาสิ หนุ่มๆในไร่ฉันเยอะ เธอก็เลือกหน่อยแล้วกัน คนที่มีเมียมีลูกก็หลบๆหน่อย ฉันไม่อยากให้มีปัญหา”

“ไอ้บ้า!”ลลนาแหวใส่ งานที่เธอถนัดนั้นหรือ นี่เขาหมายถึงจะให้เธอขายตัวใช่ไหม

“อุปกรณ์ทำความสะอาดก็หาเอานะน่าจะพอมี ถ้าอยากได้อะไรก็เดินไปทางโน้น ถามเอากับคนงาน ออที่นี่ผู้ชายเยอะ ถ้าเธอกลัวก็หาใครมานอนเป็นเพื่อนสักคน ข้าววันนี้เธอเดินไปกินตรงนั้นก่อน แต่พรุ่งนี้เธอต้องทำกินเอง ที่นี่มีให้แค่เมื้อกลางวัน เช้าเย็นหากินเอง วันนี้เธอพักก่อน พรุ่งนี้จะให้หัวหน้าคนงานพาไปทำงาน”เผ่าเพชรพูดจบก็ทำท่าจะเดินจากไป

“ออ...อีกอย่าง จำไว้นะลลนา อย่าเที่ยวไปบอกใครว่ามาที่นี่ในฐานะอะไร เธอเป็นแค่คนงานในไร่ จำเอาไว้ ถ้าทำตัวดีๆ ฉันอาจจะปล่อยเธอกลับเร็วขึ้นก็ได้” พูดจบร่างสูงก็เดินจากไป ลลนายังยืนอยู่กับที่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น แต่เป็นแบบนี้ก็ดี เขาเอาเธอมาทำงานในไร่ ก็ยังดีกว่าให้ไปทำหน้าที่อื่น แค่คิดว่าจะให้เธอไปนอนเปลือยกายให้ผู้ชายคนนั้นทำเรื่องอย่างว่า ลลนาก็รู้สึกคลื่นไส้จนแทบจะอาเจียน

ร่างบางสาวเท้าเข้ามาในบริเวณบ้านพัก ภายนอกอาจจะดูเป็นแค่เพิงพัก แต่ข้างในมีห้องหับแน่นหนา มีส่วนยื่นออกไปเป็นครัว และห้องน้ำเล็กๆอยู่ทางด้านหลัง ให้เธออยู่ที่นี่ ก็ยังดีกว่าต้องไปทนอยู่ร่วมบ้านกับเขา มือบางขยับประตู ก่อนจะยิ้มเมื่อมันดูแน่นหนา หากุญแจมาคล้องเพิ่มคงอุ่นใจกว่านี้ ที่นี่ที่ไหนก็ไม่รู้ เขาบอกว่าคนงานผู้ชายเยอะแยะ เธอต้องระวังตัวเป็นพิเศษ เพราะยังไม่อยากถูกฆ่าข่มขืนหมกป่าไปสะก่อน

เมื่อปลงกับชีวิต ลลนาก็เริ่มลงมือทำความสะอาด อุปกรณ์หาได้จากห้องเก็บของด้านหลัง ที่นี่มีน้ำมีไฟพร้อม อุปกรณ์จานชามและเครื่องครัวมีครบ เหมือนเขาจะเตรียมรอไว้ล่วงหน้า ดีแล้วที่คนมาอยู่ที่นี่เป็นเธอ เพราะถ้าเป็นลันลดาคงจะลำบากกว่านี้ ลันลดาขี้โรค ถ้ามาเจอกับอะไรแบบนี้คงได้ล้มป่วยกันบ้างล่ะ หรือบางทีเพราะเป็นเธอหรือเปล่าเผ่าเพชรถึงเตรียมที่นี่ไว้ให้ ถ้าคนมาที่นี่เป็นลันลดา บางทีเธออาจจะได้ไปอยู่ในบ้านหลังใหญ่ กับอีกสถานะหนึ่งที่เขาต้องการ

เวลาผ่านไปนานแค่ไหนลลนาไม่รู้ เพราะมัวแต่เก็บนั่นทำนี่ จนทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ท้องเธอเริ่มประท้วง ร่างบางมองไปตามทางที่ชายหนุ่มชี้บอก ให้ไปหาอะไรที่นั่นกินไปก่อน รู้อย่างนี้เธอตุ่นบะหมี่มาด้วยก็ดี

เท้าบางเริ่มพาตัวเองออกเดินสำรวจ ที่นี่กว้างใหญ่มากมองไปจนสุดลูกหูลูกตา ตลอดทางเดินมีคนงานมองมาที่เธอ ลลนายิ้มตอบ คนเหล่านี้คงจำเธอไม่ได้ คงแปลกใจที่อยู่ๆก็มีคนแปลกหน้ามาเดิน บางคนพูดคุยเสียงดังตามหลังเธอ ลลนาอยากถามว่าถ้าจะกินข้าวต้องไปตรงไหน แต่คนงานแต่ละคนต่างก็สนใจกับงานของตัวเอง เธอเลยไม่ถามใคร เดินไปเรื่อยๆ ที่นี่อากาศดีขนาดช่วงบ่ายยังเย็นสบาย ผิดกับกรุงเทพที่มีแต่ฝุ่นควัน คิดเสียว่ามาพักผ่อน รอจนเขาปล่อยเธอกลับค่อยว่ากันอีกที หญิงสาวปลอบใจตัวเอง

“คนงานใหม่หรอเธอ”เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้ลลนาหันไปมอง ดวงตากลมโตปะทะกับผู้หญิงผิวดำร่างใหญ่ กำลังยืนท้าวสะเอวมองเธอ

“จ้ะ”ลลนารับคำไปตามน้ำ

“หน้าตาคุ้นๆ รูปร่างก็สวย ทำไมมาทำงานไร่ เรียนมาน้อยหรอ”เธอคนนั้นร้องถาม ลลนายิ้มหวานตอบกลับ ที่นี่ต่างถิ่น เลือกผูกมิตรไว้จะเป็นผลดีกับเธอ

“จ้ะพี่”

“เออ...พูดเพราะดี ไม่หยิ่งอย่างที่คิด ฉันชื่อแตงนะ เป็นคนงานในไร่นี่แหละ เธอชื่ออะไร”

“ชื่อปอจ้ะ พี่แตงฉันหิวข้าว เจ้าของที่นี่บอกให้ฉันเดินมาทางนี้ ไปทางไหต่อจ้ะฉันไปไม่ถูก”ลลนาถามกลับ เรียกสาวร่างใหญ่ว่าพี่ เพราะดูหน้าตาแล้วแตงคงโตกว่าเธอ

“ชื่อเหมือนนางแบบที่เป็นข่าวเลย หน้าก็คล้าย เธออายุเท่าไร”แตงตั้งข้อสงสัย ก่อนจะถามกลับ

“ปีนี้ยี่สิบห้าจ้ะ หลายคนก็ทักแบบนั้นพี่ ว่าฉันหน้าเหมือนดารา”

“เออ...ดีแล้วที่ไม่ใช่ ถ้าใช่อีแตงจะตบสักฉาด แหมๆแรดเหลือเกิน ตอนที่มันตบนางเอกนะ ฉันเนี่ยฝนเปลือกทุเรียนรอเลย อยากจะฟาดหน้ามันสักที”แตงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันพูด ลลนาลอบกลืนน้ำลายลงคอ จากที่หิวในตอนแรกกลับอิ่มตื้อขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ อยู่ที่นี่เธอคงต้องพรางตัวให้ดี ไม่งั้นอาจถูกบรรดาแฟนคลับนางเอกลากไปตบได้

“ไปๆฉันชวนคุยเพลิน เธอจะกินข้าวไม่ใช่หรอ ตามมาฉันโตกว่าเธอสองปี ไม่ต้องเรียกพี่หรอกเรียกแตงเฉยๆก็ได้ ว่าแต่เธอพักห้องไหนล่ะ”แตงชวนคุยระหว่างทาง 

“ฉันอยู่ที่บ้านพักของหัวหน้าคนงานคนเก่าน่ะ คุณเผ่าให้อยู่ที่นั่น”ลลนาตอบกลับ แตงหยุดชะงัก แล้วหันมามองหน้าลลนาทันที

“เธอหมายถึง บ้านตรงเชิงเขาใกล้ๆเรือนใหญ่ใช่ไหม”

“อืม...ทำไมหรอแตง”

“ตายห่า! ที่นั่นผีดุจะตาย”แตงร้องลั่น ก่อนจะหันมามองลลนาอย่างตกตะลึง ลลนาได่แต่ยิ้มตอบ 

“ฉันไม่กลัว”

“พ่อเลี้ยงคิดอะไรนะ ถึงให้เธอไปอยู่ที่นั่น”แตงยังสงสัยไม่เลิก

“ช่างเถอะ ว่าแต่แถวนี้มีร้านค้าไหม ฉันอยากได้ของใช้สักหน่อย”

“มีสหกรณ์น่ะ แต่ต้องสมัครสมาชิกก่อน กินข้าวเสร็จเดี๋ยวฉันพาไป”

“ขอบคุณจ้ะพี่แตง”

ลลนาเดินตามแตงมาจนถึงโรงอาหาร ตอนนี้เป็นเวลาเกือบบ่ายสอง กับข้าวจึงไม่มีอะไรเหลือ แตงแนะนำให้เธอรู้จักกับป้านวลแม่ครัวประจำที่นี่ ลลนาจึงได้ข้าวไข่เจียวเป็นอาหารกลางวัน แตงชวนเธอคุยนี่นั่น ลลนารับรู้ว่าแตงทำงานเป็นแม่บ้าน ไม่ต้องเข้าไร่เหมือนคนอื่น มิน่าแตงถึงได้ว่างมานั่งชวนเธอคุย หญิงสาวรู้สึกดีขึ้น อย่างน้อยๆที่นี่ก็ยังมีเพื่อนคุย แตงรอจนลลนากินอิ่ม ก่อนจะชวนเธอออกไปเดินสำรวจในไร่ ลลนาไม่ลืมขอบคุณป้านวลที่ทำข้าวให้เธอได้อิ่มท้อง

วันนี้ยังไม่ต่องเริ่มงานตามที่เผ่าเพชรบอก ร่างบางเลยเดินตามแตงไปเรื่อยเปื่อย แตงพาเธอเดินดูคนงานเก็บผลผลิต แต่ยังไม่ทั่วเพราะที่นี่กว้างมาก นี่นะหรอสินสอดที่ทางเผ่าเพชรใช้เป็นของหมั้นลันลดา ที่ดินนับพันไร่ ตอนนี้เธอมาเป็นตัวแทนให้ลันลดา ไม่แน่ว่าเผ่าเพชรอาจจะแบ่งให้เธอครึ่งหนึ่งก็ได้ คิดอย่างขำๆเมื่อเริ่มเพลินกับการเดินสำรวจ

แตงพาเธอไปซื้อของที่ร้านของสหกรณ์ในไร่ วันนี้ลลนายังไม่มีบัตรสมาชิกจึงใช้สิทธิ์ของแตงไปก่อน หญิงสาวนึกชอบใจ เมื่อแตงเล่าว่าสิ้นปีจะมีเงินปันผลให้ ถ้าใครซื้อเยอะก็ได้คืนเยอะ ที่นี่ก็ดีอย่างเผ่าเพชรยังนึกถึงเรื่องนี้ได้ นอกจากจะอำนวยความสะดวกให้พนักงานแล้ว ยังมีเงินปันผลจูงใจอีกด้วย

“วันนี้ซื้อที่นี่ก่อนนะปอ แต่ถ้าเธออยากได้อะไร ต้องรอวันอาทิตย์ จะมีรถสองแถวพาเข้าเมือง รถจะมาตอนเก้าโมง เธอต้องไปรอหน้าศาลาทางเข้าไร่ แล้วรถจะกลับเข้าไร่ตอนบ่ายสามโมง อย่าช้าล่ะ ถ้าเธอตกรถลำบากแน่”

“ไม่มีรถประจำทางหรอ”

“ในป่าแบบนี้ใครจะมาล่ะ อยู่ไปนานๆก็ชินเอง”

“แตงพักอยู่ที่ไหน”

“ฉันพักที่เรือนเล็กหลังบ้านใหญ่ บ่ายแล้วฉันต้องไปเตรียมข้าวเย็น เดี๋ยวฉันไปก่อนนะ เธอจะเดินดูอย่างอื่นอีกหรือเปล่า”แตงถามเมื่อได้เวลาเริ่มงาน

“ไม่ดีกว่า อยากพักเหมือนกัน”

“ออ...วันหลังเธอต้องแต่งตัวให้มิดชิดหน่อยนะ ที่นี่คนงานผู้ชายเยอะ”

“ขอบใจที่บอกนะ แต่ฉันไม่มีเสื้อผ้าแบบที่เธอบอกมาเลย”

“วันอาทิตย์จะพาไปตลาด ฉันไปนะ เธอเดินกลับถูกแน่นะ”แตงยังห่วง

“ถูกสิ ฉันจำทางได้ ”ลลนาบอกก่อนจะยิ้มและโบกมือให้แตงอีกรอบ ร่างบางเดินกลับมาตามทางเดินกลางไร่องุ่นที่กว้างขวาง ก่อนจะมาเจอกับทางแยก ลลนาเกาหัวเพราะเมื่อขาไปไม่มีทางแยกแบบนี้ 

“ไปทางไหนดีล่ะ”หญิงสาวถามตัวเอง เมื่อยืนมองป้ายที่ติดอยู่ข้างทางอย่างลังเล ป้ายหนึ่งชี้บอกทางไปร้านกาแฟ ป้ายหนึ่งชี้ไปโรงเรือน แต่ที่สะดุดตาลลนาที่สุดคงเป็นป้ายที่บอกว่า‘เขตห้ามเข้า’

“มีน้ำตกด้วยหรอ ดีจัง”ร่างบางคิดอย่างลังเล แววตาซุกซนปรากฎบนดวงตาคู่คมหวาน เมื่อยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา 

“เพิ่งจะบ่ายสาม”หญิงสาวบอกตัวเอง ก่อนจะหันซ้ายหันขวา แล้วสาวเท้าไปยังเขตหวงห้ามอย่างนึกสนุก 

ข้างทางที่เดินเข้ามาไม่ได้เป็นต้นองุ่นเหมือนอย่างที่เห็นในตอนแรก กลับกลายเป็นป่าไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นรกชัน ดีที่ทางเดินเล็กๆนี่ไม่รกไปด้วย บ่งบอกให้รู้ว่าที่นี่ได้รับการดูแลอย่างดี ลลนาเดินเพลินเพราะอากาศที่เย็นสบาย หญิงสาวลืมไปเลยว่า เธอกำลังอยู่ในที่ต่างถิ่น ไม่ได้อยู่ในกองละครอย่างที่ผ่านๆมา

ไม่นานก็ได้ยินเสียงน้ำไหลกระทบหิน ใบหน้าสวยที่้ริ่มชื้นเหงื่อยิ้มกว้าง เมื่อสัมผัสกับความเย็นของอากาศตอนนี้

“น่าจะถึงแล้ว”ร่างบางเดินไปตามเสียงน้ำที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนจะตกตะลึงกับภาพตรงหน้า ดวงตากลมโตเบิกกว้างกับสิ่งที่เห็น น้ำตกที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ธรรมชาติสวยเหมือนภาพวาด ทำไมของสวยงามแบบนี้ถึงได้มาซ่อนอยู่ในไร่แบบนี้ได้ ไม่เสียเวลาคิดนาน เมื่อวางของที่ซื้อติดมือมาลงพื้น ภาพตรงหน้าเป็นเหมือนมนต์สะกดสั่งให้เธอเดินเข้าหา เท้าบางเหยียบย่ำไปบนแนวโขดหินที่วางเรียงรายไปจนถึงลำธาร ทันทีที่เท้าบางสัมผัสกับผิวน้ำ ขนอ่อนบริเวณต้นคอก็ลุกชัน

“น้ำเย็นจังเลย”ชักเท้ากลับ ก่อนจะค่อยๆจุ่มกลับไปใหม่เมื่อร่างกายปรับสภาพได้

“รู้งี้เอามือถือมาด้วยก็ดี”หญิงสาวนึกถึงโทรศัพท์มือถือที่ชาตแบตทิ้งไว้ ก่อนจะถอนใจ เมื่อนึกถึงสภาพบ้านพัก ดีที่ยังมีน้ำมีไฟให้ใช้ ลลนาคิดอย่างปลงๆ มือบางวักน้ำสาดเล่น นึกถึงเพื่อนๆที่กรุงเทพ นี่ถ้าพวกมันรู้ว่าเธอกำลังตกอยู่ในชะตากรรมแบบนี้ พวกมันคงขำน่าดู 

“อีพีท ฉันคิดถึงแกจัง”อดคิดถึงหน้าเพื่อนสาวสองไม่ได้ นี่ถ้าอีพีทมาเจออะไรแบบนี้ มันคงลงดิ้นตายอยู่ในน้ำนั้นแล้ว

ร่างบางนั่งทอดอารมณ์ แม้จะยังคิดไม่ตกแต่ก็ต้องทำใจยอมรับ เพราะตัดสินใจมาแล้ว หวังว่าคู่หมั้นของน้องคงไม่ใช้งานเธอเหมือนวัวเหมือนควายหรอกมั้ง อย่างน้อยๆเธอก็ไม่ได้มาทำงานล้างหนี้แบบพวกนางเอกนิยาย เธอมีเงิน มีทุกอย่างที่เทียบเท่ากับเขาได้ ถ้าเขาไล่เธอกลับเธอก็พร้อมเสมอ

.................................................................................................

ปอเธอจะมาทำไม นี่มันเขตหวงห้ามนะ ชิเดี๋ยวก็เป็นเรื่องอีกหรอก เจ้าของที่มันแรงส์

ฝากด้วยนะคะ แจ้งตรงนี้แฟนๆอีเต้ยอย่าลืมไปอ่านตอนพิเศษน๊า

ความคิดเห็น