Chaleeisis

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 16 : ยุยง

คำค้น : สามเฌอ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.3k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.พ. 2563 20:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 16 : ยุยง
แบบอักษร

 

 

“ไปดูห้องเช่ามา เป็นไงบ้างมึง” 

“ก็ทำสัญญาเช่าไปแล้วอะ ตรงนั้นใกล้ที่ทำงาน สะดวกดี” 

“แล้วมึงจะย้ายออกจากห้องเดิมเมื่อไหร่” 

“สอบไฟนอลเสร็จก็อาจจะเริ่มย้ายของว่ะ เอาจริงๆ ของกูก็ไม่ค่อยเยอะหรอก” 

“เหรอ....” เพื่อนรักเอียงหัวมาใกล้ “แล้วเมื่อไหร่จะมีผัวอะ” 

“แค่กกกก....แค่กกกก......” 

สำลักเลยไอ้เวร 

เย็นตาโฟขึ้นไปเกือบถึงจมูก 

“มึงถามอะไรเนี่ยะ แดกข้าวไป....รึอยากแดกตีนกู” 

“หูยยยย โหดจังครับ” ไอ้แช่มทำหน้าทะเล้นใส่ เห็นแบบนี้แล้วอยากจะเอาลูกชิ้นในชามมาปาใส่หน้า 

ผมตักเส้นใหญ่เข้าปากพลางมองไปรอบๆ โรงอาหาร กำลังลุ้นอยู่ครับว่าจะมีเด็กโผล่มาแบบไม่บอกไม่กล่าวไหม หลายวันแล้วล่ะที่อยู่ดีดีเขาก็โผล่มา เหมือนรู้ว่าถ้ามาโรงอาหารเวลานี้จะเจอผม บางทีก็คิดนะว่าเพื่อนในกลุ่มเนี่ยะ มีใครเป็นสายรายงานให้สิบสามรึเปล่า มันดูเป็นไปได้ยากนะถ้านังน้อนมาจะมาหาผมโดยบังเอิญแบบเป๊ะๆ แทบทุกวัน พอคิดแบบนั้นแล้วก็นึกได้อยู่คนนึงที่น่าจะเข้าทางมากที่สุด 

ไอ้แช่มนี่ไง 

จากวันที่ 13 อันเป็นวินาศสันตะโรในชีวิตผมก็ผ่านมาหลายวันแล้วครับ ตอนนี้อาการบาดเจ็บต่างๆ ดีขึ้นเยอะแล้ว ไม่เจ็บขาส่วนแขนก็เหลือรอยนิดๆ หน่อยๆ จะว่าไปวันพรุ่งนี้ผมกับสิบสามจะคบกันมา 1 เดือนแล้วนะ มันเป็นเดือนแรกที่บันเทิงดีเหมือนกัน มีความสุขตั้งแต่วันแรกยันวันนี้ ผมยังไม่มีแพลนจะทำอะไรเลย อาจจะชวนเขาไปกินข้าว ดูหนัง หรือไปวัดทำบุญดีวะ ใกล้ไฟนอลแล้วด้วย ถือว่าเอาฤกษ์เอาชัยก่อนสอบ 

ความคิดนี้ดีเหมือนกันนะ 

เดี๋ยวพอสอบไฟนอลเสร็จผมก็ต้องเก็บของย้ายออกจากหอเดิมไปหอใหม่ที่ใกล้ที่ทำงานมากกว่า อยู่ห่างจากที่ทำงานไม่กี่ป้ายรถเมล์เองครับ ก่อนที่จะย้ายหอน่ะ ผมปรึกษาสิบสามด้วยนะว่าเอายังไงดี เขาก็บอกว่าเอาที่ผมสะดวกและไม่ทำให้ตัวเองเหนื่อย อยู่ใกล้จะได้ไม่ลำบากเรื่องการเดินทาง ไม่ต้องมาคอยหัวเสียจากรถติด วันหยุดหรือมีเวลาว่างก็ค่อยเจอกัน มันช่วงไม่กี่เดือนเอง คิดถึงก็โทรหา 

คงโทรหาทุกวันแหละ....วันละสามเวลาอะ 

ไอ้ขันเดินมานั่งลงข้างๆ “ก่อนไฟนอลจะติวป้ะวะ” 

“ก็ดีนะ นัดวันเลยก็ได้ กูจะได้บอกพี่เจ้าว่าไม่ว่าง มีติว” 

“สองวันก่อนสอบก็ได้มั้ง” 

“อืม งั้นก็ตามนั้น ติวที่ห้องใครดี” 

“ห้องกูก็ได้ เหมือนทุกทีอะ” ผมแย่งกุ้งในจานข้าวผัดเพื่อนขันมากิน “สอบไฟนอลเสร็จ เปิดตี้ก่อนแยกย้ายไปผจญโลกป้ะ” 

“ก็คงงั้นแหละว่ะ พวกเราน่าจะไม่เจอกันอีกนานเลย แต่ไม่ต้องคิดถึงกูหรอกนะ” ไอ้แช่มบอกก่อนจะยกมือปราม ส่วนบรรดาเพื่อนๆ ก็ได้แต่เบ้ปากใส่ 

“ใครจะคิดถึงมึงไอ้เวร” ทะเลบอกก่อนจะแย่งลูกชิ้นปลาในชามผมไป “มึงน่ะอยู่ไกลที่สุด สติก็ไม่ค่อยจะดี ดูแลตัวเองด้วย เข้าใจรึเปล่า” 

“กูไม่ใช่เด็ก” 

“ยิ่งกว่าสามขวบอีกมึงน่ะ” 

“พวกมึงนี่มัน....” 

ผมนั่งกินเย็นตาโฟไปเรื่อยๆ พลางฟังเพื่อนๆ ทะเลาะตบตีกัน เดี๋ยวโมเม้นท์นี้จะหายไปสักระยะนึงเลยสินะ แต่ช่างเถอะ ยังไงพอฝึกงานเสร็จ มันก็จะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกตอนช่วงทำเล่มจบแน่ๆ คือทุกคนต้องมาสุมหัวทำงานด้วยกันครับ คงไม่มีใครไปนั่งทำคนเดียวเหงาๆ แน่นอน อะผมละหนึ่งคน บ่อยมากนะที่ทำงานเดี่ยวแต่รวมหัวกันประหนึ่งงานกลุ่ม งี้แหละ หลายหัวดีกว่าหัวเดียวไงจริงไหม 

พอ....พักเรื่องงานไว้ก่อน 

ร่างกายต้องการปะทะน้ำแข็งไส 

พอคิดได้แบบนั้นผมก็เดินไปที่ร้านน้ำแข็งไสก่อนจะสั่งโน่นสั่งนี่ ตอนนี้บ่ายโมงกว่าแล้ว ผมมีเรียนอีกทีบ่าย 2 และก็เลิก 5 โมงเย็น ความจริงวันนี้ผมนัดกันสังสรรค์ที่นั่งชิวด้วยเนื่องในโอกาสไอ้ขันเลี้ยงครับ ไม่รู้ว่านึกครึ้มอะไร แต่ช่างเถอะ งานเหล้าฟรีเบียร์ฟรีผมไม่ปฏิเสธอยู่ละ จะว่าไปก็ห่างหายไปสักพักเหมือนกันนะ ตั้งแต่คบกับนังน้อนผมไม่ค่อยได้ไปดื่มเลย บุหรี่ก็สูบน้อยลงซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดี 

สักวันนึงผมอาจจะเลิก 

ก่อนจะเลิกก็ต้องลดจำนวนลงไปเรื่อยๆ ให้หยุดสูบไปเลยผมทำไม่ได้อะ สูบมาตั้งหลายปี แต่รู้สึกดีใจนะที่อย่างน้อยเฌอก็มีความคิดที่จะเลิกบุหรี่แล้ว ไม่รู้สิ เพราะผมจะมีแฟนเป็นหมอมั้ง ลองนึกว่าถ้าสุขภาพผมย่ำแย่แล้วเขาเป็นเจ้าของไข้สิ 

คุณหมอต้องดุมากแน่ๆ เลย 

ผมเดินกลับมาที่โต๊ะก็ต้องสะดุดตากับใครบางคนที่มานั่งแทนที่ผม “มาได้ยังไงเนี่ย” 

“เดินมาครับ” 

เห้อะ....กวนส้นตีนจริงๆ 

“ผมหมายถึงว่างเหรอ....ถึงได้มาหา” ผมดันไอ้แช่มให้ออกห่างจากสิบสาม “ขยับไป กูจะนั่งตรงนี้” 

“ใช่ซี้ แฟนมานี่ เพื่อนอย่างกูก็หมดความหมาย” 

“มึงก็เข้าใจถูกแล้ว” ผมเบ้ปากใส่มันก่อนจะนั่งข้างนังน้อน “วันนี้ไม่ใส่แมสเหรอคุณ” 

“แมสหมดน่ะครับ เดี๋ยวผมจะไปซื้อตอนเย็น” 

ผมพยักหน้ารับ “น้ำแข็งไสป้ะ ผมให้คุณกินมันเชื่อมเลย ปกติไม่ให้ใครกินเลยนะ” ว่าแล้วผมก็ตักมันเชื่อมจ่อที่ปากเขา 

“แล้วทำไมให้ผมกินล่ะ” เขาอ้าปากกินมันเชื่อมที่ผมป้อน 

“เพราะเสน่หาไงครับน้อง” 

“แหวะ” 

“หนิพวกมึงน่ะ....จะอ้วกก็ไปห้องน้ำนะ รำคาญ” ผมหันไปด่าพวกมันก่อนจะตักน้ำแข็งไสใส่ปากอย่างอารมณ์ดี ความหวานกับความเย็นนี่ทำให้มีความสุขจริงๆ 

ยิ่งมีความสุขเพราะมีแฟนมานั่งเฝ้านี่แหละ 

ผมนั่งมองนังน้อนที่กำลังไล่ดูชีทที่ถือมาด้วย มีปากกาไฮไลท์ขีดอะไรเยอะแยะเต็มไปหมด ชีทหมอกับชีทวิศวะฯ ก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่นักหรอก เหมือนภาษานอกโลกที่ไม่มีใครเข้าใจอะ ผมเคยได้ยินมาว่าลายมือหมอจะอ่านยากมาก แต่ดูเหมือนว่าคำนั้นจะใช้กับสิบสามไม่ได้ครับเพราะเขาลายมือสวย อ่านง่าย เป็นระเบียบและดูสบายตามาก โคตรต่างจากลายมือผมเลย อะไรไม่รู้ดูขะยึ่กขะยือไปหมด 

นี่มีดีแค่วาดภาพประกอบดูน่ารักเท่านั้นแหละ 

“คุณสอบไฟนอลกี่วันเหรอสิบสาม” 

“ 3 วันครับ พี่เฌอล่ะ” 

“เหมือนกัน วันนี้ผมไปตี้กับเพื่อนนะ คุณไปด้วยกันไหมล่ะ” 

“ไม่ล่ะครับ ผมรอไปรับพี่ดีกว่า อย่าดื่มเยอะนะ” 

“ถ้าดื่มเยอะแล้วจะทำไม” 

“เวลาเมาพี่ชอบล้ม” เจ้าตัวเท้าคางมองผม “ใครจะตามรับได้ทันล่ะครับ” 

“โอเค จะไม่ดื่มเยอะ เดี๋ยวกินแต่โค้กเลย โอเคไหม” ผมยิ้มแป้นให้เขาพลางเห็นเหล่าสหายซุบซิบอะไรกันไม่รู้เหมือนมีเลศนัย เดี๋ยวเถอะนะพวกมึง วางแผนชั่วอะไรกันอีก 

“งั้นคืนนี้ก็นอนที่ห้องผมใช่ไหมครับ” 

“นอนด้วยได้ป้ะล่ะ” 

“ถ้าอ้วกก็จะให้นอนพื้น” 

“สิบสาม” 

“ผมก็นอนพื้นกับพี่นั่นแหละ” เจ้าตัวหลุดยิ้มให้เห็นแวบนึงก่อนจะก้มลงสนใจชีทต่อ เขานี่มันจริงๆ เลย มันเขี้ยวว่ะ อยากงับแก้มขาวๆ นั่นชิบหาย 

ผมชะเง้อหน้าไปมองชีทของนังน้อนก่อนจะเอาปากกาวาดแบด แบดลงบนพื้นที่ว่างแล้วเขียนกำกับเลข 13 เอาไว้ข้างๆ มือเรียวที่ถือปากกาลายลิตเติ้ลทวินสตาร์เลื่อนมาเขียนใต้ล่างรูปการ์ตูนที่ผมวาดว่าแฟนพี่เฌอ เขียนแค่นั้นไม่พอ มีการวาดรูปต้นไม้เล็กๆ เอาไว้ด้วย โคตรน่ารักเลยไอ้บ้า พอเห็นแบบนั้นผมจึงหยิบโทรศัพท์มากดถ่ายรูปเพื่อลงสตอรี่ไอจีพร้อมกับติดโควตแท็กไปหาสิบสามด้วย 

การกระทำเล็กๆ ที่ทำให้เหมือนตกหลุมรักเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

เด็กนี่มันร้ายจริงๆ 

“น้องหมอ” เสียงไอ้แช่มเรียกร่างสูง เหล่าสหายเสนอหน้าเข้ามาพลางยิ้มหวานให้ อะไรพวกมึงเนี่ยะ คิดจะทำอะไรกันอีก 

“ครับ” 

“คบกับไอ้เฌอมาจะเดือนแล้วอะดิ” พอไอ้ขันถามแบบนั้นสิบสามก็พยักหน้ารับ “ดีเลย พวกพี่มีของขวัญจะให้ด้วยนะ เนื่องในโอกาสที่ทนอยู่กับเพื่อนพี่มาได้เป็นเดือน” 

“ไอ้เวร พวกมึงจะทำอะไรแปลกๆ อีก” 

“เออน่ะ” ทะเลปรามผมก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบของบางอย่างแล้วยื่นมาด้านหน้าของสิบสามซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับเพื่อนๆ คนอื่นที่ส่งของมาให้ 

โว้ยยยยไอ้พวกหน้าส้นตีน 

ผมลูบหน้าอย่างข่มอารมณ์เมื่อเห็นของที่พวกมันส่งมาให้แฟนตัวเอง ถุงยางหลายกล่องพร้อมกับเจลหล่อลื่นวางอยู่ด้านหน้าสิบสาม นังน้อนมองนิ่งๆ โดยไม่เอ่ยอะไรออกไป แม่ง....หัวจะปวดว่ะ เพื่อนเฌอแต่ละคนทำไมเป็นแบบนี้วะ ยุยงให้เด็กจับกูปู้ยี่ปู้ยำมาก นึกถึงถุงยางที่ซ้อแจมให้มาครั้งก่อนโน้นก็ยังไม่ได้ใช้เหมือนกัน นี่ต้องมามีเพิ่มเพราะไอ้พวกเวรนี่ซื้อมาให้อีกเหรอ เจลหล่อลื่นอีก 

โวะ....อยากมุดใต้โต๊ะหนีว่ะ 

“ผมคงไม่ได้ใช้หรอกครับ ถ้าพี่เฌอไม่ให้ผมทำน่ะ” 

“นังน้อน” พูดอะไรของคุณเนี่ยะ 

“ไอ้เฌอไอ้คนใจร้าย” ไอ้แช่มทำหน้ายักษ์ใส่ผม “ไม่รู้รึไงว่ามีแฟนเด็กแล้วมึงต้องตามใจน่ะ” 

“เออ จะคบเดือนแล้วจะเล่นตัวอะไรนักหนาห้ะ” 

“ใช่ มึงควรมีผัวได้แล้วนะ” 

“พวกมึงนี่.....ยิ้มอะไรของคุณน่ะ เดี๋ยวคุณจะโดนด้วยนะ” ผมตีมือสิบสามเบาๆ เมื่อเขาหลุดขำเพราะคำพูดบรรดาเพื่อนๆ ความอยากให้เพื่อนมีผัวคือเต็มเปี่ยมมาก กับเรื่องอื่นใส่ใจขนาดนี้ไหมถามจริง 

“เฌอเพื่อนรัก นี่คุยเปิดอกแบบลูกผู้ชายเลยนะ” จันทร์ฉายยกมือขึ้นแตะไหล่ผม “ในฐานะที่กูเป็นเพื่อนมึง กูก็อยากเห็นมึงมีผัวเป็นตัวเป็นตน ได้เป็นฝั่งเป็นฝาเหมือนคนอื่นสักที” 

“ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ” 

หัวเราะดังประหนึ่งอยากให้ได้ยินไปยันตึกนิเทศฯ 

ผมถอนหายใจอย่างปวดประสาท เจอเหตุการณ์แบบนี้แล้วต้องทำยังไงต่ออะ คือก็ยอมรับแหละว่ามีคิดบ้าง เผลอของขึ้นบ้าง รู้สึกคึกคักบ้างแต่ผมก็หยุดมันได้ตลอดป้ะวะ ตัวสิบสามเองก็ไม่ได้แสดงออกว่าต้องการขนาดนั้นซะหน่อย หรือเขาแสดงออกแล้วผมไม่รู้วะ ทุกทีมันก็แค่.....หึ้ยยยย ไม่รู้โว้ย อย่างเดียวที่รู้ในตอนนี้คือหน้าร้อนไปหมด แก้มน่าจะแดงไปยันหูแล้วมั้ง สีหน้าของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็น่าหมั่นไส้ 

ชอบใจนักล่ะที่ได้เห็นผมเป็นแบบนี้ 

ผมมองกล่องถุงยางตรงหน้าอย่างชั่งใจก่อนกระซิบข้างหูเขา “คุณ....อยากทำจริงๆ อ๋อ” 

“พี่คิดว่าไงล่ะครับ” 

เอาล่ะ....คำตอบที่ให้ผมตามหาคำตอบเองอีกที 

“สิบสาม” 

“เดี๋ยวผมไปเรียนก่อนนะ พี่เฌอก็ตั้งใจเรียนนะครับ” เจ้าตัวเก็บชีทใส่แฟ้มก่อนจะส่งกล่องถุงยางกลับไปทางเพื่อนๆ ผม “ผมขอบคุณนะครับที่ซื้อมาให้ แต่ขอโทษด้วยที่ผมรับเอาไว้ไม่ได้ ผมใช้ไม่ได้น่ะครับ” 

“ทำไมอะ มันใหญ่ไปอ๋อ” 

“ไม่ใช่ครับ.....มันเล็กไป” 

ตึกตัก 

ผมมองร่างสูงที่เดินไปด้วยหัวใจที่สั่นระรัว มือก็หยิบกล่องถุงยางขึ้นมาดูขนาดที่ระบุอยู่ด้านหลัง นี่ก็ไซส์ 52 แล้วนะ ยังใส่ไม่ได้อีกอ๋อ เอาจริงดิ โอ๊ย....ทำไมมันรู้สึกอ่อนแรงไปหมดแบบนี้วะ ผมหันไปมองเพื่อนๆ ที่ทำตาโตแล้วยิ้มกรุ่มกริ่มใส่ อื้มมมม พอใจพวกมึงแล้วยัง ได้หาเรื่องประเคนผมให้แฟนกิน ได้รู้อีกว่าแฟนผมใส่ถุงยางไซส์ 52 ไม่ได้เพราะมันเล็กไป ไหนจะได้ทำให้ชีวิตของเฌอเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายอีก 

เห้อะ....อยากกลายเป็นปุ๋ยชิบหาย 

“เอาน่ะ ไม่เท่าไหร่หรอกอย่าคิดมาก” เพื่อนแช่มแตะไหล่ผมเบาๆ “เจ็บนิดเดียวเหมือนมดกัด” 

“มดหน้ามึงอะ พวกมึงไม่มีใครโดนแฟนปู้ยี่ปู้ยำนี่หว่า” 

“ถ้ามึงไม่อยากโดนปู้ยี่ปู้ยำ มึงก็กดน้องมันให้ได้ดิ” ไอ้ขันเลิกคิ้วมองผม “แต่เหมือนจะยากว่ะ มึงไม่น่าทำได้” 

“เออสิ ใครจะไปทำได้” 

ผมมองกล่องถุงยางกับเจลหล่อลื่นที่อยู่ในมือ หัวก็นึกถึงคำพูดของสิบสามที่เขาบอกว่าผมคิดยังไง เพราะเขาไม่เคยพูดขอออกมาตรงๆ ผมก็เลยไม่ได้อะไรนัก คือตอนนี้มันผ่านวันวายป่วงต่างๆ มาแล้ว โอเค ผมสบายใจจริงๆ นั่นแหละ อย่างน้อยมันไม่มีอะไรกังวลไง แต่ละวันก็แค่ทำให้มันดีเท่านั้นเอง คิดเหมือนกันนะว่าถ้าสิบสามพูดขอผมเกี่ยวกับเรื่องนั้น คนที่ตามใจเขาตลอดอย่างผมจะปฏิเสธเหรอ 

ก็คงไม่ป้ะวะ 

นั่นแฟน....ผมรักมาก อีกอย่างก็ผู้ชายด้วยกันมันก็ไม่ค่อยน่ากังวลหรอก แต่ก็นั่นแหละ เพราะเป็นผู้ชายกับผู้ชาย ผมศึกษาเรื่องพวกนี้ด้วยนะเพราะคิดว่ายังไงวันนึงก็อาจจะต้องทำเรื่องแบบนั้น ไม่ใช่แค่ศึกษาแต่ก็....เออนั่นแหละ มันเจ็บแล้วก็รู้สึกแปลกๆ หรือเพราะทำเองมันเลยเป็นแบบนั้นวะ คือรู้ตัวดีว่าตัวเองเนี่ยะจะต้องมีผัวเด็ก ก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้สักพักแล้ว เอาจริงๆ ผมไม่มีปัญหาหรอกถ้าสิบสามจะทำอะ 

ปากพูดไปงั้นแหละแต่ขานี่สั่นพั่บๆ ๆ ๆ ๆ 

“เป็นไร....มึงกลัวอ๋อ” 

“มีอะไรต้องกลัววะ” 

“ให้มันจริงเถอะ” ทะเลขยี้หัวผมเบาๆ “ครั้งแรกก็คงเจ็บจริงๆ อะแต่คงไม่เท่ากับที่มึงรถคว่ำมั้ง” 

“มันเจ็บต่างกันป้ะวะ” 

“ก็ใช่....แต่มันเป็นความเจ็บที่สุขสมนะ จะว่าไปมึงก็น่าจะรู้ใจตัวเองอยู่ป้ะวะว่าลึกๆ แล้วตัวมึงเองก็อยากที่จะทำแบบนั้นรึเปล่า อย่าลืมนะว่าสองสามวันนี้ใครคอลกลุ่มมาตอนดึกๆ แล้วเวิ่นเว้อเหมือนคนของขาด” 

“กู....” 

“กูเห็นด้วยกับทะเลนะ ตัวมึงอะรู้ดีที่สุดแล้วว่าต้องการอะไร อยากทำก็อย่ากลัวดิวะ” จันทร์ฉายเอียงหัวเข้ามาใกล้ “ถึงน้องหมอจะใหญ่กว่า 52 แต่เดี๋ยวมึงก็ชิน” 

“เลิกตอกย้ำกูเรื่องขนาดสักที กูใจเสียเพราะแบบนี้แหละ” 

“แน่ะ แปลว่าคิดเรื่องนี้เอาไว้เหมือนกันอะดิ” 

ผมพยักหน้ารับเบาๆ “ก็ใช่แหละ” 

“นี่ไง เดี๋ยวคืนนี้นะ พวกกูจะมอมเหล้ามึงแล้วส่งให้น้องหมอเชือด ดีไหมๆ ” 

“ไม่ต้อง สะเหล่อ” ผมเบ้ปากใส่พวกมันก่อนจะยกชามไปเก็บ “ไปเรียนกันได้แล้ว เก็บกล่องถุงยางไปด้วย” 

“ไม่เอาอ๋อ” 

“พวกมึงก็ได้ยินหนิว่าแฟนกูใส่ไม่ได้....ถ้าจะให้ใช้ก็ไปซื้อมาใหม่” 

“เห้ยยยยยยเอาว่ะ เฌอมันเอาว่ะ” 

เหนื่อยใจจริงๆ แหละมีเพื่อนแบบพวกมันเนี่ยะ 

ชีวิตเฌอแม่ง.... 

 

*** 

 

“ฉลองให้เพื่อนเฌอที่กำลังจะเสียตัวหน่อยค้าบ ชนแก้วววว” 

ผมล่ะอยากเอาแก้วชนหน้าพวกมันจริงๆ 

สะเดิดชิบหาย 

ผมยกเบียร์ขึ้นจิบพลางกินยำปลาหมึกไปด้วย หัวก็โยกไปตามเสียงดนตรีที่ได้ยิน ตอนนี้เกือบ 4 ทุ่มแล้วครับ บรรยากาศในร้านนั่งชิวก็คึกครื้นพอตัว มันก็ปกติอยู่แล้วของร้านนี้นะ นั่งชิวคนจะเยอะกว่าจันทร์เจ้า คงเพราะร้านใหญ่กว่าแล้วก็เจ้าของร้านหล่อมากก็ได้มั้ง หล่อจริงนะ ดีกรีเดือนมหา’ลัยคนดังตั้งแต่รุ่นก่อนที่ผมจะเข้ามาเรียนอีก เขาเป็นศิษย์เก่าคณะสถาปัตย์ฯ ครับ ก็เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับเฮียเจ๋ง 

ชื่อพี่ไก่ไข่ 

จะไก่หรือไข่สักชื่อก็ไม่ได้น่ะนะต้องไก่ไข่ แต่เอาเถอะ ไม่มีใครชื่อแปลกเท่าแฟนผมแล้วล่ะ ตอนนี้ก็น่าจะกำลังทำงานอยู่ที่ห้องเพื่อน ตอนแรกที่ได้ยินก็ตกใจเหมือนกันนะว่าเขาจะทำไปงานกลุ่มที่ห้องเพื่อน นังน้อนเล่าให้ฟังว่าเป็นกลุ่มเพื่อนที่ทำงานด้วยกันประจำ เป็นคณะกรรมการนักศึกษา ก็ดีแล้วแหละ เขาควรมีเพื่อนบ้างถึงแม้จำเป็นเพื่อนทำงานก็เถอะ จะว่าไปเขาก็มีแหละเพื่อนที่สนิทกว่าคนอื่น 

ไอ้เป้กับไอ้หมีไง 

สนิทที่สุดแล้วมั้งเท่าที่สังเกต 

“พี่เฌออออ” ไอ้น้องตัวแสบนั่งลงข้างๆ ก่อนจะเอียงหัวมาใกล้ “ได้ข่าวว่าคืนนี้จะเสียตัวอ๋อ” 

“ชิดไป” ไอ้ขันดันหัวไอ้หมีออกก่อนจะเดินมานั่งกั้นกลาง ถ้ามึงจะหวงเมียขนาดนี้ก็เอาไปขังไว้ที่ห้องเถอะ 

“ตัวอย่างกับน้องควาย แทรกมาได้” ผมหยิกขามันทีนึง 

“พี่ขันนี่เกะกะจริงๆ หมีคุยกับพี่เฌออยู่เนี่ยะ” 

“คุยได้แต่ต้องชิดขนาดนั้นไหม” 

“ขี้หวงว่ะ” 

“วันไหนถ้ากูไม่หวงขึ้นมาแล้วมึงจะเสียใจ” 

เอาแล้วบ้านแตกแน่ล่ะ 

ผมยกเบียร์ขึ้นมาจิบพลางมองสถานการณ์ระหว่างไอ้ขันกับไอ้หมีที่เกิดขึ้น วุ่นวายจริงๆ พวกมึงเนี่ยะ แต่ก็เป็นแบบนี้มานานแล้วนะ ตอนก่อนคบกับไอ้หมีแม่งงี่เง่ามากกว่านี้อีก เอาแต่ใจ ไม่ฟังใคร พอๆ คิดถึงเรื่องมันแล้วหงุดหงิดว่ะ เรื่องความรักของบรรดาเพื่อนๆ ที่ผมเคยเห็นก็น่าหงุดหงิดทั้งนั้นอะ อาจจะยกเว้นเพื่อนฉายไว้คนนึง ผมว่ามันจัดการดีแล้วกับความรักของตัวเอง ส่วนพวกที่เหลือก็ต้องชอกช้ำกันไปข้าง 

เก่งแต่ทำให้อีกฝ่ายเสียใจก่อนไอ้เวร 

ผมคบกับใครค่อนข้างมั่นใจเลยนะว่าอีกฝ่ายจะไม่เสียใจเพราะตัวเอง มีแต่ฝ่ายผมนี่แหละที่เสียใจอยู่ตลอด ช่างแม่ง เรื่องทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นมันก็ผ่านไปแล้วและตอนนี้ผมก็มีความสุขดี ความรักอาจจะไม่ใช่สิ่งแรกที่โฟกัสอีกต่อไป หลังจากนี้ยกเวลาให้งานเป็นส่วนใหญ่ มันจะไม่ใช่เด็กที่อยากทำอะไรก็ทำอีกแล้วไง ความรับผิดชอบต้องเพิ่มขึ้น หน้าที่ต่างๆ ก็ต้องทำออกมาให้ดีที่สุด 

เท่ว่ะ....นี่แหละความคิดของคนที่โตแล้ว 

“เดี๋ยวกูมานะมึง สูบบุหรี่” ผมบอกก่อนจะเดินออกมาด้านหลังซึ่งเป็นลานจอดรถ มีใครบางคนที่ผมไม่คิดว่ามันโผล่มาอยู่แถวนี้กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่ม้านั่ง พอเห็นแบบนั้นผมจึงเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้าม 

“.....มึง” 

“ปากไปโดนไรมาอะ เจ้าหนี้ซ้อมอีกแล้วเหรอ” ผมจุดไฟที่ปลายบุหรี่พลางมองมุมปากไอ้ภัทรที่เป็นรอยช้ำ 

“กูไม่ได้เป็นหนี้ใครแล้ว” 

“แล้วไปโดนอะไรมา” 

“ทำไมต้องอยากรู้วะ” 

“กูชอบเสือกเรื่องชาวบ้าน มึงไม่รู้เหรอ” 

“กูโดนแม่ตบ” 

ผมเลิกคิ้วมองมันทันที “ถามจริง คุณเกสรเนี่ยนะจะตบมึง” 

“อืม กูอยากซิ่ว ไม่อยากเรียนบริหารฯ กูก็ไปบอกแม่ แต่แม่ก็ไม่เห็นด้วย เราทะเลาะกัน แม่บอกว่ากูต้องเป็นผู้สืบทอดทุกอย่างเพราะกูเป็นลูกคนโตของบ้าน คำนี้ที่กูได้ยินมาตั้งแต่เด็ก ทั้งๆ ที่พี่คนโตของบ้านก็คือมึง” ไอ้ภัทรอัดควันเข้าปอดก่อนจะปล่อยมันออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน “กูไม่อยากให้คำพูดของแม่มาควบคุมกูอีกแล้ว กูอยากใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการ ทำไมกูต้องมาเป็นเครื่องมือของแม่แค่เพราะเขาเกลียดมึงกับแม่มึงวะ” 

“กูเข้าใจมึงนะ” 

“กูรู้สึกแย่นะที่เมื่อก่อนเราเคยเล่นด้วยกัน เคยเตะบอลด้วยกัน แต่อยู่ดีดีวันนึงกูก็เล่นกับมึงไม่ได้เพราะแม่สั่ง แล้วเขาก็พูดซ้ำๆ ว่าบ้านมึงเป็นยังไง กูสับสน กูเสียใจทั้งๆ ที่ตอนได้เตะบอลกับมึง มันโคตรสนุกเลย” 

“มึงชอบวิ่งมาชนกูไอ้เวร” 

“ก็มึงอะ อยู่ดีดีก็หยุดวิ่ง บอกก็ไม่บอก ละชนมึงทีไรกูก็ล้ม ตัวอย่างกับควายไอ้สัส” 

“ถ้ากูมีเขา กูจะขวิดหน้ามึงให้ด้วย” ผมเท้าคางมองมัน “แล้วได้คุยกับป๊ารึเปล่าเรื่องที่จะซิ่ว” 

“คุย” 

“เขาว่าไง” 

“เขาตามใจกู แต่นั่นแหละพอแม่รู้ เขาก็โวยวาย ด่าว่ากูต่างๆ นานา กูทะเลาะกับแม่ ป๊าก็ทะเลาะกับแม่ บ้านโคตรลุกเป็นไฟ กูโดนตบแล้วแม่ก็บอกว่าถ้ากูไม่ฟังคำสั่งเขา กูก็ไม่ต้องเรียกเขาว่าแม่ ทำไมวะ....แค่อยากเรียนในสิ่งที่ชอบ มันผิดขนาดนี้เลยอ๋อ” 

“มึงจะซิ่วมาเรียนอะไร” 

“ออกแบบนิเทศศิลป์” 

“ก็เอาดิ ซิ่วเลย ถ้าป๊าเห็นด้วยแล้วก็ไม่ต้องกังวลป้ะวะ ความสุขมึง แล้วถ้าแม่มึงจะไม่ให้มึงเรียกเขาว่าแม่ มึงก็เรียกเขาว่าคุณเกสรเหมือนที่กูเรียกเนี่ยะ จบๆ ” 

มันหลุดหัวเราะออกมา “กูนึกว่ามึงจะบอกให้กูใจเย็นๆ ไปคุยกับแม่ให้เขาเข้าใจ เพราะยังไงเขาก็แม่” 

“คุยเป็น 10 ปีก็ไม่เข้าใจหรอก เขาเป็นคนยังไงมึงน่าจะรู้ดีที่สุด ถ้าเป็นกู กูก็ต้องให้มึงเลือกในทางที่มึงมีความสุขมากที่สุดอยู่แล้ว ชีวิตมหา’ลัยมันแค่ครั้งเดียว จะเป็นประสบการณ์ที่ดีหรือเลวร้ายมันก็อยู่ตรงนี้แหละ ซิ่วตอนนี้ก็ยังดีกว่าที่มึงเรียนไปแล้วรู้สึกว่าชีวิตกูมาทำอะไรตรงนี้วะ” 

“กูอาจจะออกมาอยู่หอ เพราะถ้าอยู่บ้านน่าจะบ้านแตก” 

“ก็ดี อยู่หอก็ต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง เออ แล้วภัคอะ มึงรู้ไหมว่าน้องจะเรียนอะไร” 

“บริหารฯ แน่นอน มันอยากเรียน” 

“งั้นก็ให้ภัคสืบทอดกิจการก็ได้ป้ะวะ” 

“ลูกคนเล็กไง แม่ไม่ได้คาดหวังอยู่แล้ว” มือเรียวหยิบโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ขึ้นมากดรับสาย “ฮัลโหลค่ะ....อื้อ พี่อยู่นั่งชิวค่ะ.....ได้ค่ะ....โอเคเดี๋ยวพี่ไปรับนะ” 

“แฟนอ๋อ” 

“อืม....กูไปก่อน ขอบใจมึงละกันที่นั่งฟังกูบ่น” 

“เออ มีปัญหาประสาททแดกก็มาปรึกษาได้ กูชอบเสือกเรื่องชาวบ้าน” 

“เออ ไปละ” ว่าแล้วมันก็เดินไปทันที ส่วนผมก็ทิ้งก้นบุหรี่ลงที่ทิ้งบุหรี่ก่อนจะมุ่งหน้าไปที่เซเว่นฯ ใกล้ๆ ร้าน 

รู้สึกเหมือนความสัมพันธ์ของพี่น้องจะดีขึ้นจึ๋งนึงล่ะมั้ง อย่างน้อยก็คุยกันได้ ไม่เหมือนเมื่อก่อน ผมรู้ว่าไอ้ภัทรโดนแม่มันล้างสมองมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ก็ยังดีที่มันเองก็คิดได้เหมือนกันว่าอะไรมันเป็นยังไง ยอมดื้อเพื่อให้ได้ทำตามที่ในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ถึงจะไม่ชอบขี้หน้ากันมาตลอดแต่ยังไงก็พี่น้อง เดี๋ยวต้องคอยดูป๊าว่าจะจัดการกับคุณเกสรยังไงเรื่องไอ้ภัทร แต่ตอนนี้ผมมีเรื่องที่ต้องทำ 

ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่ก็นะ 

ผมยืนอยู่ใกล้ประตูเซเว่นฯ และมันดังตื้อดึ่งไม่หยุด คือของที่จะซื้อมันอยู่ข้างเคาน์เตอร์ติดประตูไง ก็รำคาญนิดนึงแต่ขอเวลาแป๊บเดียวเท่านั้นแหละ ผมหยิบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องใช้ขึ้นมาดูก่อนจะอ่านรายละเอียดด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ดึงหน้าอยู่แหละ เดี๋ยวน้องพนักงานรู้ว่าเขินเพราะซื้อถุงยาง ใช่ครับ เฌอกำลังจะซื้อถุงยางอนามัย ต้องหาที่ไซส์ใหญ่กว่า 52 เพราะงั้นต้องดูดีดีหน่อย 

ใหญ่กว่า 52 ก็ 54 กับ 56 งั้นสินะ 

ปัญหาคือไม่รู้ว่าไซส์ไหนนี่ดิ ช่างแม่ง ซื้อมาทั้งสองไซส์เลย มันต้องใส่ได้สักอันแหละ ส่วนเจลหล่อลื่นไม่ต้องเพราะเพื่อนซื้อให้แล้ว ไม่คิดเลยว่าชรันจะมีวันที่ต้องมาซื้อถุงยางโดยที่ไม่ได้ซื้อไซส์ของตัวเอง ช่างเถอะ กลับตัวกลับใจตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วป้ะวะ ผมเป็นคนเลือกทางนี้เอง ผมเป็นคนที่อยากทำเอง ผมเองที่อยากจะ....เห้อะ 

พอ....ไม่พูดละ เหนื่อย 

หลังจากที่จ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยผมก็เดินกลับเข้าไปที่นั่งชิว ตอนที่เดินออกจากเซเว่นฯ สิบสามไลน์มาบอกว่างานเขาเสร็จแล้วและเจ้าตัวก็กำลังจะมาหาผมที่ร้าน ผมควรบอกเขาว่ายังไงดีวะเรื่องที่เราจะแบบ....หื้มมมม บอกตรงๆ เลยเหรอ ตรงแบบฮาร์ดคอหรือตรงแบบน่ารักๆ ดีล่ะ 

คุณ....เยกัน 

ก็ตรงไปป้ะวะ 

คุณ....มีอะไรกันเถอะ 

ดีกว่าข้างบนแค่จึ๋งเดียว 

“หายไปนานจังวะ” ไอ้แช่มทักก่อนจะส่งแก้วเบียร์มาให้ “ทำไรมาเนี่ยะ” 

“เจอไอ้ภัทรเลยนั่งคุยกันนิดหน่อย” ผมยกเบียร์ขึ้นซดจนหมดแก้วเพื่อย้อมใจ “มึงกูมีเรื่องจะถาม ถ้าสมมุติว่าเราจะขอมีอะไรกับแฟน เราจะพูดว่าอะไร” 

ไอ้แช่มส่งยิ้มกริ่มมาให้ “มึงจะเอาแน่ใช่ไหมวันนี้อะ” 

“มึงจะถามอะไรมากวะ บอกกูมาได้แล้ว” 

“ก็อยู่สองต่อสอง ในห้องเงียบๆ ก่อนอื่นมึงสบตาเขาก่อนเลย เผลอไปกับบรรยากาศ แล้วก็เดินไปสะกิด ฟีลเขินๆ อะ เดี๋ยวก็ได้ เชื่อกู” 

“ถามจริงๆ นะ” 

“เออ ได้จริงๆ เชื่อเพื่อนอะ อะไรก็ดีป้ะวะ” 

“เพื่อนอย่างมึง” ผมเสยผมที่ปรกหน้าขึ้นอย่างละเหี่ยใจก่อนจะยกเบียร์มากระดกอีกแก้ว สายตาก็ไปสะดุดกับร่างสูงที่เดินเข้ามา ความหล่อนั่นคงเตะตาใครหลายๆ คนแน่ 

แต่เสียใจด้วยครับ....เขามีแฟนแล้ว 

“ผมมาแล้วครับ” สิบสามนั่งลงข้างผม “เมาไหม” 

“ไม่เมา” 

“เชื่อได้รึเปล่า” 

“อยากพิสูจน์ไหมล่ะ” 

“เห้ยเบาได้เบาเพื่อน นี่ร้านเหล้า” ไอ้แช่มยื่นแก้วเบียร์มาทางสิบสาม “เอาหน่อยไหมน้องหมอ” 

“ได้ครับ” มือเรียวรับแก้วเบียร์นั้นมาจิบทีนึง ก่อนจะกระดกลงคอไปจนหมด เจ้าตัวเลียริมฝีปากพลางมองผมด้วยสายตานิ่งๆ 

ดาเมจแรงจังวะแค่กินเบียร์ 

“อยากเข้าห้องน้ำอะ ไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ” ผมบอกก่อนรั้งแขนสิบสามให้เดินมาที่ห้องน้ำด้วยกัน ในจังหวะที่เดินสวนกับคนที่เพิ่งเดินออกมา ผมก็ดันเขาเข้าไปด้านในก่อนจะกดล็อกประตู 

สิบสามที่พิงพนังอยู่มองผมไม่ละสายตา ระหว่างเราไม่มีคำพูดอะไรเอ่ยออกไป รับรู้ได้แค่ลมหายใจแรงๆ กับกลิ่นแอลกอฮอล์เท่านั้น ผมยกมือขึ้นเกลี่ยแก้มขาวมาจนถึงริมฝีปากบางก่อนจะเลื่อนเข้าไปกดจูบเบาๆ ร่างสูงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่รู้ว่าเพราะเครื่องดื่มมึนเมาที่ได้รับไปเมื่อกี๊ด้วยรึเปล่าที่ทำให้รู้สึกว่าร้อนได้ถึงขนาดนี้ อารมณ์ที่คุกรุ่นแบบนี้ ต่อให้ใช้น้ำสิบถังก็ดับไม่ได้นะ 

ต้องการมากกว่านี้จริงๆ นั่นแหละ 

ผมถอนจูบออกมามองเขานิ่งๆ “จูบแรงจังอะ” 

“ไม่ชอบเหรอครับ” จมูกโด่งคลอเคลียอยู่ที่ซอกคอผม “วันนี้เป็นอะไรหืม....คึกเหรอ” 

“ก็คงใช่” ผมหยิบกล่องถุงยางที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังออกมาก่อนจะเลิกเสื้อของสิบสามขึ้นแล้วสอดมันลงที่ขอบกางเกงยีนส์เขา การกระทำนั้นทำให้คนตรงหน้าหลุดยิ้มออกมาพร้อมกับรั้งเอวผมเข้าไปชิด 

“รู้ไหมครับว่าทำแบบนี้แล้วจะเจอกับอะไร” 

“อยากรู้เหมือนกัน” 

มือเรียวหยิบกล่องถุงยางที่เหน็บอยู่ออกมาดู “ใช้อันนี้ครับ....ส่วนอันนี้ผมคืนให้” กล่องถุงยางไซส์ 54 ถูกส่งกลับที่มือผมซึ่งมันหมายความว่า.... 

หึ....แย่แล้ว 

“....สิบสาม” 

“ไปกันเถอะครับ....พี่เฌอ” 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

TBC. 

สวัสดีค่ะชาลมาส่งสามเฌอแล้วนะ ก็พูดยังไงดีอะ แพลนโคมไฟได้ไหม แพลนตุ๊กตากิกี้ลาล่าก็ได้เอาจริงๆ คือบท 17 เนี่ยะ ต้องหืดหาดแน่ๆ เเลยค่ะ เตรียมใจกันเอาไว้ให้ดีดีกับฉากแพลนโคมไฟไม่ก็ประตูห้องน้ำ 

ตรงที่พี่แช่มพูดกับพี่เฌอว่าให้นั่งสบตาอยู่สองต่อสอง มันคือวิธีที่ชาลไปถามพี่นัท (นทกร) มานะคะ ก็ขอเขาเอามาใส่ในนิยายแล้วเรียบร้อย ตอนคุยกันมันตลกจริงๆ อะ5555 

สามารถติดต่อข่าวสาร + สปอยล์ได้ที่ทวิตเตอร์ Chaleeisis หรือเพจ Fiction Yaoi Th 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค้าบ 

ความคิดเห็น