Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 24 100%

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 24 100%

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.5k

ความคิดเห็น : 67

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.พ. 2563 16:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 24 100%
แบบอักษร

 

 

 

พี่ชายเพื่อน 24 

 

 

ในช่วงกลางดึกของคืนนี้ เขมินท์ก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะนอนหลับไม่ค่อยสนิทก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงเบาๆแล้วลุกขึ้นมาเดินดูคุณสามีตัวดีที่นอนขดตัวในผ้าห่มผืนหนาและหลับสนิทอยู่บนโซฟา ซึ่งดูๆแล้วก็น่าสงสารไม่น้อย ใครจะไปคาดคิดว่าคุณเตชิตผู้ยิ่งใหญ่จะมีสภาพแบบนี้ได้กัน 

 

“เฮ้อ… นอนยังไงกันนะ เหมือนโมเดลไม่มีผิดเลย” เขมินท์บ่นออกมาเบาๆเมื่อเห็นว่าเตชิตดึงผ้าห่มออกทั้งๆที่ยังหลับอยู่ 

 

ช่างเป็นพ่อลูกที่เหมือนกันแม้กระทั่งตอนนอน ขี้ร้อนทั้งพ่อทั้งลูกเลย 

 

เมื่อจัดผ้าห่มให้คนหลับเรียบร้อย เขมินท์ก็กลับไปนอนบนเตียงเหมือนเดิมและหลับสนิทไป แต่พอรู้สึกตัวอีกครั้งในเช้าวันใหม่ก็พบว่าคนที่ถูกไล่ไปนอนบนโซฟาเมื่อคืนนี้ ขึ้นมานอนกอดตนเองตอนไหนไม่รู้ แถมยังกอดแน่นเหมือนกลัวว่าเขมินท์จะหายตัวไปอีกอย่างงั้นแหละ 

 

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!! 

 

“พี่เจ็บนะครับเขม” 

 

“แล้วพี่เตมากอดเขมทำไมครับ” 

 

“พี่นอนคนเดียวแล้วหนาวนี่นา” 

 

“จริงๆเลยนะครับ ชอบฉวยโอกาสตลอดเลย” ถึงแม้จะบ่นแต่ก็ยอมให้ว่าที่คุณพ่อลูกสองกอดต่อไป เพราะเขมินท์รู้สึกว่าเวลาที่ถูกเตชิตลูบที่หน้าท้องเบาๆ ก็จะมีความรู้สึกดีๆเกิดขึ้นต่อใจไม่น้อย 

 

ลูกในท้องคนนี้อาจจะชอบก็ได้ที่ได้รับสัมผัสจากผู้เป็นพ่อแบบนี้ 

 

“น้องของโมเดลจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกันนะ เขมว่าผู้ชายหรือผู้หญิงดีครับ” 

 

“ผู้หญิงก็ดีนะครับ เผื่อจะเรียบร้อยกว่าโมเดล” 

 

“แต่พี่อยากได้ลูกชายก่อนสักคน เอามาไว้ปกป้องโมเดล พี่ไม่ชอบเจ้าเด็กหัสบดินทร์นั่น ดูก็รู้ว่าจ้องจะจับลูกเรากินตั้งแต่เด็ก” 

 

“โธ่.. พี่เตครับ คิดมากไปแล้วนะครับ แค่เด็กๆเล่นกันเอง” เขมินท์รู้สึกเอ็นดูคำพูดของอีกคนจริงๆ ดูท่าเตชิตจะตั้งแง่กับเด็กน้อยหัสบดินทร์เอามากๆ แต่ก็แปลกเหมือนกันที่โมเดลเข้ากับเด็กคนอื่นไม่ค่อยได้แต่กลับเข้าได้กับลูกชายของคุณอัคนีเสียอย่างนั้น 

 

“ไม่หรอก พี่ดูออก เด็กนั่นน่ะร้ายจะตาย ร้ายเหมือนพ่อ” 

 

ตอนเด็กยังร้ายกาจจนเผลอเป็นไม่ได้ต้องมาหอมแก้มนุ่มๆของโมเดลสุดที่รักของเตชิตเยอะขนาดนี้ ถ้าโตกว่านี้โมเดลของเตชิตจะมีชีวิตรอดพ้นจากเสือร้ายได้ยังไงกัน ไม่ถูกจับกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกหรืออย่างไรกัน! 

 

เตชิตคิดไปเรื่อยเปื่อยเกี่ยวกับอนาคตของโมเดลโดยที่ยังกอดและใช้ฝ่ามือลูบท้องของเขมินท์ไปด้วยเบาๆ ในใจของเตชิตตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาขอให้การท้องครั้งนี้ของเขมินท์เป็นลูกชายอีกสักคน แต่ถ้าเป็นผู้หญิงเตชิตก็รักเหมือนเดิมแค่ต้องไว้หนวดให้ยาวขึ้นสักหน่อยเท่านั้นเพราะต้องหวงเพิ่มอีกคน แต่ยังไงก็ขอผู้ชายก่อนจะดีเป็นที่สุด 

 

หลังจากที่ให้เตชิตนอนกอดจนพอใจ เขมินท์ก็รีบไล่อีกคนให้ไปอาบน้ำให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้ออกไปทำงาน ส่วนตนเองวันนี้จะเข้าบริษัทเป็นวันสุดท้ายแล้วเพราะหลังจากนี้เขมินท์จะทำงานอยู่บ้านเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โมเดลเองก็อาการป่วยเพิ่งหายเขมินท์เลยไม่ให้ไปทดลองเรียนแล้วก็กลัวจะป่วยยิ่งกว่าเดิม และจะให้ไปอีกครั้งก็ตอนเปิดเทอมจริงๆเลย ตอนนี้ก็ให้หยุดอยู่ที่บ้านให้หายดีเสียก่อน 

 

“พี่เตครับทำไมไม่ผูกเนคไทด์ให้ดีๆ เบี้ยวหมดแล้วครับ” เมื่อแต่งตัวเสร็จและกำลังจะเดินออกจากห้องนอนเขมินท์ก็เหลือบสายตาไปเห็นเนคไทด์เบี้ยวๆที่คอของอีกคนเข้าเสียก่อน 

 

“พี่ไม่มีแรงผูก ผูกให้พี่ใหม่หน่อยสิครับ” 

 

“ทำตัวอ้อนเหมือนโมเดลเลยนะครับ เด็กชายเตชิตสามขวบรึเปล่ากันนะ” 

 

“ก็อ้อนเมียตัวเองไม่ผิดสักหน่อย อีกอย่างพี่ไม่ใช่เด็กสามขวบนะ เพราะมีเมียมีลูกแล้ว” 

 

“เมียที่ไหนครับ เขมไม่ใช่เมียพี่เตสักหน่อย” 

 

“ไม่ใช่เมียแล้วทำไมลูกสองแล้วล่ะครับ ไม่ใช่พี่ทำเหรอหรือว่าพี่จะลองเข้าไปทักทายลูกก่อนไปทำงานดี” 

 

“ทะลึ่งแล้วครับเด็กชายเตชิตสามขวบ แก่แดดจริงๆเลย แล้วตอนนี้ก็เอามือออกจากสะโพกเขมด้วย ไม่เล่นแล้วครับเดี๋ยวสาย” เขมบอกเสียงดุและรูดเนคไทด์ของอีกคนขึ้นให้เรียบร้อยก่อนจะเอามือมาหยิกเข้าที่เอวของอีกคนอย่างหมั่นไส้ 

 

ทะลึ่งเหลือเกินเดี๋ยวนี้ 

 

“อะๆ ยอมครับยอม ลงไปกินข้าวกันนะครับ ป่านนี้เจ้าลูกหมูโมเดลนั่งหน้างอรอแล้ว”เตชิตยอมละมือออกจากว่าที่คุณแม่ที่เริ่มโมโหแต่โดยดีและหยิบกระเป๋าของตนเองและทั้งของเขมินท์มาถือไว้เองปล่อยให้คนท้องเดินตัวปลิวลงไปที่ชั้นล่าง ส่วนตนเองก็เดินตามหลังไปติดๆไม่ให้คาดสายตา 

 

 

 

การกินข้าวเช้าวันนี้เป็นไปด้วยดี โมเดลไม่ร้องตามทั้งคุณพ่อและคุณแม่ไปทำงานด้วย เพราะคุณอาจะพาไปเดินเที่ยวห้างเพื่อซื้อของเล่น และพอคุณแม่ได้ยินก็ไม่ลืมกำชับเสียงดุเลยว่าห้ามซื้อของเล่นเยอะ แต่โมเดลก็ไม่รู้ว่าคุณอาจะฟังคุณแม่รึเปล่าเพราะตอนนี้ที่กำลังเดินในโซนของเล่นคุณอาจับของเล่นใส่รถเข็นจนเต็มรถแล้ว 

 

คิกๆ เรื่องนี้คุณแม่โทษโมเดลไม่ได้หรอก! 

 

“โมเดลครับ อยากได้อะไรอีกมั้ยครับ อาว่าของเล่นยังน้อยไปหน่อยนะ เอาเพิ่มมั้ยครับ” 

 

“ไม่ครับ โมเดลไม่อยากได้ของเล่นแล้ว แต่โมเดลอยากกินบิงซูครับ คุณแม่เคยพาไปกินอร่อยมากๆเลย คุณอาพาโมเดลไปกินนะครับ” โมเดลส่งสายตาอ้อนวอนคุณอาผู้น่ารักและตามใจตนเองที่สุด และแน่นอนขนาดสายตาออดอ้อนนี้คุณพ่อยังไม่สามารถต้านทานได้ยังตกหลุมพลางตามใจโมเดลแล้วคุณอาผู้น่ารักของโมเดลจะต้านทานได้อย่างไร 

 

“ได้สิคะหลานรักของอา โมเดลของอาอยากได้อะไรอาซื้อให้หมดเลยและถ้าอยากกินอะไรอาก็จะพาไปกินให้หมดเลยเหมือนกัน”ศศิตาบอกอย่างใจดีก่อนจะเดินเอาของเล่นไปคิดเงินและให้พนักงานที่ร้านจัดส่งที่บ้านให้แทนโดยเธอเสียค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเพิ่มและพอจัดการจนเสร็จเรียบร้อยก็จูงมือหลานรักพาไปกินบิงซูอะไรสักอย่างที่เธอไม่รู้จัก แต่โชคดีที่หลานของเธอรู้จักและพอเธอได้เห็นว่ามันคืออะไรเธอก็รับรู้ได้ทันทีว่าบิงซูอะไรนี่มันคือน้ำแข็งใสดีๆนี่เอง 

 

“คุณอาต้องราดนมสิครับ จะได้อร่อย” เมื่อได้บิงซูมาแล้ว โมเดลก็สอนคุณอากินบิงซูเหมือนที่คุณแม่เคยสอนตนเอง คุณอาเองก็ตั้งใจฟังที่โมเดลสอนก่อนทั้งคู่จะเริ่มกินบิงซูกันและพอหมดไปหนึ่งถ้วยใหญ่สั่งเพิ่มอีกหนึ่งถ้วยขนาดกลาง 

 

วันนี้พุงน้อยๆของโมเดลได้รับการเติมเต็มจนแน่นพุงไปหมดเลย ดีจังเลย คิกๆ 

 

ทางด้านเขมินท์ที่เข้ามาเคลียร์งานวันสุดท้ายก่อนหยุดยาวเสร็จในครึ่งวันก็นั่งรอเตชิตมารับ โดยที่คนทั้งแผนกที่เพิ่งรู้ว่าเขมินท์กำลังตั้งท้องคนที่สองก็เดินเข้ามายินดีด้วยไม่หยุด แต่แผนกอื่นๆก็มีบ้างที่มองด้วยสายตาสงสัยว่าสามีของตนเองเป็นใคร ใช่เตชิตจริงๆหรือเปล่าแล้วพ่อของโมเดลตัวจริงเป็นใคร ถ้าใช่เตชิตจริงๆทำไมถึงเพิ่งโผล่มา 

 

ทุกอย่างเมื่อถูกพูดไปปากต่อปากเรื่องจริงก็ถูกบิดเบี้ยวไปหมด แต่เขมินท์ก็ไม่สนใจเพราะค่อนข้างจะชินชาตั้งแต่ตอนตั้งท้องโมเดลแล้วไม่มีพ่อของลูกแล้ว และการที่จู่ๆตนเองมาท้องอีกครั้งแถมสามียังเป็นถึงเตชิต วินิชราชกุลอีก ก็ไม่แปลกใจที่จะโดนนินทามากกว่าเดิม 

 

“เขม พี่ซื้อมะม่วงมาฝาก กินรอคุณเตชิตนะ” บอสยกจานมะม่วงเข้ามาให้ว่าที่คุณแม่ลูกสองพร้อมน้ำพริกกะปิมะม่วงที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายคนท้องอย่างเขมินท์เป็นอย่างมาก 

 

“ขอบคุณครับพี่บอส” 

 

“ไม่เป็นไรๆ อ๋อพี่จะมาบอกด้วยว่า เดี๋ยวพี่จะให้เราหยุดรับงานยาวๆเลยนะ ไม่ต้องห่วงตอนนี้พี่รับผู้ช่วยเรามาเพิ่มแล้ว จะให้ทำงานแทนเราไปก่อนถ้าเกิดงานใหญ่มากๆอาจจะให้เขมเป็นที่ปรึกษา” 

 

“แบบนั้นก็ได้ครับพี่บอส แต่น้องเค้าจะมาทำตอนไหนครับถ้ามาช้าเอาให้เขมทำที่บ้านก่อนก็ได้นะครับ” 

 

“มาเดือนหน้า เดี๋ยวพี่จะให้เข้าไปปรึกษาเขมที่บ้านนะถ้ามีปัญหา แต่พี่เห็นผลงานก็ยอมรับเลยว่าเก่งใช้ได้แต่ต้องขัดเกลาอีกเยอะเหมือนกัน” 

 

“แรกๆเขมก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันนะครับ กว่าจะเก่งก็เก็บประสบการณ์มาเยอะเหมือนกัน” 

 

“นั่นสินะ แต่พี่ก็ไม่อยากรบกวนคนท้องเท่าไรหรอก ถ้าไม่หนักจริงๆพี่คงไม่ให้ไปรบกวนเขมหรอก” 

 

“ครับๆ แต่ถ้าจะให้เขมช่วย ก็ไปหาได้ตลอดนะครับ” 

 

เขมินท์บอกด้วยความเป็นห่วงเสร็จก็เริ่มลงมือกินมะม่วงพร้อมจิ้มน้ำพริกกะปิไปด้วย รสชาติของมะม่วงรวมกับน้ำพริกกะปิพอเคี้ยวๆและกลืนลงไปช่างทำให้คนท้องรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ แม้หลังกินเสร็จกลิ่นปากจะไม่พึ่งประสงค์ก็ตาม…. 

 

“น้ำพริกกะปิเจ้าไหนครับพี่บอส อร่อยมากเลยเขมอยากซื้อไปเก็บไว้กินที่บ้าน” กินไปไม่กี่ชิ้นเขมินท์ก็เอ่ยถามทันที เพราะรู้สึกชอบรสชาติของน้ำพริกกะปิมะม่วงนี้มากๆ ยิ่งกินยิ่งอร่อย อยากซื้อกลับไปติดไว้ที่บ้านตอนแพ้ท้อง 

 

“พี่เห็นเค้ามาขายแถวๆหน้าบริษัท ดูน่ากินดีพี่เลยซื้อมาให้” 

 

“ดีเลยครับ เดี๋ยวเขมสั่งให้พี่เตซื้อไว้ให้ก่อนจะขึ้นมารับดีกว่า เดี๋ยวหมดก่อนจะซื้อไม่ทัน” 

 

เขมินท์ได้ยินบอสบอกแบบนั้นก็กดพิมพ์ข้อความก่อนจะส่งไปให้ว่าที่คุณพ่อลูกสองว่าให้ซื้อมะม่วงน้ำพริกกะปิให้ก่อนจะขึ้นมารับเพราะชอบมากๆ ถ้าซื้อไม่ทันเขมินท์คงจะแพ้ท้องหนักแล้วรู้สึกเศร้าแน่ๆ 

 

เขมินท์ที่อารมณ์สวิงไปมาตามแบบฉบับคนท้องก็ทำให้บอสมองหน้ารุ่นน้องอย่างตกใจจนมะม่วงที่หยิบกินด้วยตกลงพื้นจนดูเลอะเทอะไม่สมกับเจ้าของบริษัทแต่นาทีนี้บอสไม่สนแล้ว เพราะคิดได้อย่างเดียวเท่านั้นในตอนนี้ 

 

ทำไมเขมินท์ถึงกล้าใช้คนอย่างเตชิต วินิชราชกุลไปซื้อม่วงม่วงน้ำพริกกะปิรถเข็นข้างทางกัน รวยระดับนั้นต้องบอกว่าไม่มีทางที่จะต้องมาทำเรื่องแบบนี้ด้วยตนเองแน่ๆ เขมินท์น้องรักของบอสช่างยิ่งใหญ่เกินคำบรรยายจริง บอสขอคาระวะจากใจ! 

 

 

 

...................................................50%.................................................... 

 

เตชิตที่วางสายจากคุณภรรยาก็รู้สึกอยากจะเอามือก่ายหน้าผากด้วยความเครียด การที่เขมินท์สั่งให้เตชิตไปซื้อสวนมะม่วงให้ทั้งสวนยังง่ายกว่าการไปซื้อจากรถเข็นข้างทางเสียอีก และอะไรคือการใช้ให้เตชิต วินิชราชกุลคนนี้ไปซื้อน้ำพริกกะปิมะม่วงข้างบริษัทของเจ้าตัว ทั้งๆที่แต่งชุดเต็มผูกเนคไทด์ขับรถหรูราคาเกือบสิบล้านต้องลงไปซื้อมะม่วงรถเข็นข้างถนน หากใครเห็นเข้าคงไม่วายคงโดนถ่ายรูปไปทำข่าวเป็นแน่ 

 

ภาพลักษณ์ของเตชิตชักจะถูกทำลายลงทุกวันเพราะฝีมือว่าที่คุณแม่ลูกสอง เหอะๆ

 

หลังจากที่เตชิตทำใจกล้าจอดลงและลงมาซื้อ เตชิตก็ไม่รู้จะสั่งซื้อยังไงจึงได้แต่ยื่นเงินให้ไปห้าพันแล้วเหมาน้ำพริกกะปิมะม่วงที่เหลือทั้งหมด แม่ค้าที่เห็นเตชิตบอกแบบนั้นก็รีบจัดการให้อย่างรวดเร็วเพราะมะม่วงก็เหลือไม่ค่อยเยอะ การที่มีคนมาขอเหมาถือว่าโชคหล่นทับแล้ว

 

“ให้ตายเถอะ กลิ่นแรงชะมัด” กะปิที่ส่งกลิ่นคลุ้งไปทั่วรถหรูทำให้เตชิตย่นจมูกเบาๆ กลิ่นเหม็นๆ ช่างไม่เข้ากับรถราคาหลายล้านเอาเสียเลย ไม่รู้ว่าเขมินท์กินเข้าไปได้ยังไง เตชิตเหม็นจนจะเป็นลมแล้ว

 

เมื่อขับมาจอดที่หน้าบริษัทของเขมินท์ เตชิตก็เดินลงจากรถเพื่อที่จะขึ้นไปรับคนท้องและช่วยถือของลงมาด้วย  เพราะเตชิตเดาว่าคนบ้างานอย่างเขมินท์คงขนของที่จำเป็นกลับแทบทั้งหมดเป็นแน่ และก็เป็นอย่างที่ตนเองคิดไว้ไม่มีผิดเพราะทันทีที่มาถึงห้องทำงานของเขมินท์ก็เห็นกล่องใส่ของประมาณห้ากล่องตั้งรอไว้ ซึ่งพอเห็นได้ขนาดของกล่องก็รู้สึกเหงื่อตกเลยทันที จะเอากลับยังไง……..

ไม่เหลือแล้วภาพพจน์ที่ดูน่าเกรงขามของเตชิต

“พี่เตครับทำไมหน้าซีดๆ เป็นอะไรรึเปล่า” เขมินท์ถามอีกคนที่ยืนมองกล่องที่ตนเองจะขนกลับเงียบๆจึงอดถามขึ้นไปไม่ได้     

 

“เปล่าครับ เขมจะขนกลับทุกกล่องเลยเหรอครับ”

 

“ใช่ครับ แต่ว่าพี่บอสจะให้รถบริษัทไปส่งให้แทน”

 

“เฮ้อ โล่งอก…” เตชิตถอนหายใจพร้อมพูดออกมาเบาๆ

 

“อะไรนะครับ”

 

“เปล่าครับ พี่ไม่ได้พูดอะไร เรารีบไปกันเถอะครับพี่ต้องเข้าไปเคลียร์งานต่ออีกสักหน่อย เราค่อยกลับบ้านกัน”

 

“ได้ครับ ว่าแต่พี่เตได้ซื้อมะม่วงกับน้ำพริกกะปิให้เขมมั้ย”

 

“ซื้อครับ พี่เหมาไว้ให้หมดเลย”

 

“ดีมากครับคุณพ่อ เพราะลูกในท้องหิวมาก” เขมินท์พูดพร้อมลูบแก้มคุณพ่อลูกสองเบาๆ ทำเอาคนทั้งแผนกที่แอบมองแอบอยู่ก็อดยิ้มเขินกับการกระทำของทั้งคู่ 

 

พี่เขมหรือน้องเขมของคนทั้งแผนก แม้จะมีนิสัยน่ารัก เรียบร้อยยังไงก็แทบไม่เคยเล่นถึงเนื้อถึงตัวกับใครนอกจากลูกชาย แต่นี่มาลูบแก้มคุณเตชิตที่ใครๆก็รู้ว่าเข้าถึงยากอย่างเอ็นดูแบบนี้ ไม่ให้กรี๊ดร้องด้วยความอิจฉาได้ยังไง

 

เขมินท์หัวหน้าสุดเรียบร้อยของทุกคนในแผนกนี่เยี่ยมจริงๆ

 

 

กลิ่นกะปิคลุ้งไปทั่วรถทำเอาคนไม่กินอย่างเตชิตอยากจะเอาปาทิ้งออกนอกรถให้หมดแต่ถ้าทำแบบนั้นคงโดนไล่ออกไปนอนนอกบ้านเป็นแน่คราวนี้

 

“เขมครับ พี่เหม็นกลิ่นกะปิ”

 

“อดทนหน่อยสิครับ เขมยังไม่เหม็นเลย”

 

“โธ่… เขมไม่เหม็นแต่พี่เหม็นนี่ครับ”

 

“อดทนหน่อยครับ เขมไม่ยอมให้พี่เตโยนทิ้งออกนอกรถแน่ๆ” เขมินท์บอกเสียงดุและหน้าตาก็ทำดุๆตามน้ำเสียงด้วย เพราะตนเองก็เริ่มชักจะอารมณ์เสียขึ้นมานิดหน่อยเมื่ออีกฝ่ายบอกจะเอาของที่ตนเองอยากกินโยนทิ้งออกนอกรถ

 

พี่เตชักจะกล้าแข็งข้อกับคุณแม่ลูกสองอย่างเขมินท์ขึ้นทุกวันสินะ ฮึ่มมมมม

 

เตชิตที่เห็นท่าทางและสายตาของคนข้างกายก็ต้องหลบตาหันมาขับรถต่อเพราะรู้สึกว่าตนเองไม่ควรสู้สายตากับคนข้างกายเลยจริงๆ ออร่าความน่ากลัวของเขมินท์เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไรกันนะ และอาการของเตชิตที่เป็นอยู่ตอนนี้คงไม่ใช่โรคกลัวเมียหรอกใช่มั้ย

 

ต้องไม่ใช่อยู่แล้ว คนอย่างเตชิต วินิชราชกุลคนนี้จะกลัวใครเป็นกัน!

 

“พี่เตครับ ขับรถดีๆหน่อยสิครับ เหม่ออยู่ได้จะเลยบริษัทแล้วนะครับ”

 

“ครับๆ อย่าดุพี่สิครับ พี่ไม่ใช่โมเดลสักหน่อย”

 

“ก็เหมือนกันทั้งพ่อทั้งลูกแบบนี้จะไม่ได้ดุได้ยังไงกัน จริงๆเลย” เขมินท์บ่นออกมาก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาเพื่อนสนิทที่ไม่รู้ว่าตอนนี้พาโมเดลไปทำอะไรอยู่ ไม่รู้ว่าจะพากันซนไปขนาดไหนแล้ว โมเดลก็แสบศศิตาก็เฟี้ยว ไม่รู้คิดถูกคิดผิดที่ปล่อยให้ไปด้วยกัน

 

การนั่งรอว่างๆระหว่างที่เตชิตเข้าประชุมเร่งด่วนทำให้เขมินท์เริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย แต่อาการของคนท้องจะลุกจะเดินขยับตัวมากๆเหมือนปกติก็ไม่ได้ นอกจากนอนลงบนโซฟาพร้อมผ้าห่มขนาดพอดีตัวที่อีกคนหามาติดห้องไว้ให้และพอนอนเล่นไปสักพักจึงผล็อยหลับไป และรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีมืออุ่นๆของใครสักคนมาลูบที่ท้องเบาๆ

 

“พี่เต ประชุมเสร็จแล้วเหรอครับ”

 

“ครับ พี่ประชุมเสร็จแล้ว คุณแม่เพิ่งโทรมาบอกพี่ว่าชุดแต่งงานของเราเสร็จแล้วพรุ่งนี้เราไปลองและถ่ายรูปกันนะครับ เอาลูกไปด้วยเราไม่มีรูปครอบครัวติดที่บ้านเลย”

 

“ได้สิครับ แต่ว่าเขมอ้วนขึ้นนิดหน่อยชุดจะคับรึเปล่าก็ไม่รู้”

 

“อ้วนตรงไหน เจ้าตัวเล็กน้อยๆในท้องตัวเล็กนิดเดียวเอง พี่อยากให้ลูกกับเขมน้ำหนักเพิ่มกว่านี้สักหน่อย”

 

“เขมจะพยายามนะครับ”

 

“ขอบคุณครับ คุณแม่คนเก่งของพี่ จุ๊บ!” เตชิตจูบลงที่ริมฝีปากของเขมินท์เบาๆก่อนจะผละออกมาเพราะกลัวสัมผัสมากกว่านี้แล้วทนไม่ไหว

 

“มาจูบเขมแบบนี้ไม่เหม็นกลิ่นกะปิแล้วรึไงกัน”

 

“ไม่เห็นได้กลิ่นเลย พี่คงต้องพิสูจน์อีกที”

 

“ไม่ต้องเลยครับ เห็นแบบนี้เขมก็อายเป็นนะ” เขมินท์บอกพร้อมเอาฝ่ามือดันใบหน้าของเตชิตให้ถอยออกไป

 

ใครจะอยากให้จูบของเราสองคนมีกลิ่นกะปิกัน มันน่าขายหน้าชะมัด ฮื่ออออ

 

“ฮะๆ ครับๆ พี่ไม่แกล้งแล้ว ไว้เขมแปรงฟันแล้วพี่ค่อยจูบอีกรอบก็ได้”

 

“พี่เตตตต ห้ามล้อเขมแล้ว เขมอาย”

 

“ถ้าอายก็อย่ากินเยอะสิครับ”

 

“ไม่เอาครับ ลูกชอบ ไม่ได้กินแล้วเขมจะหงุดหงิด”

 

“โอเคครับ พี่ยอมแพ้ ไว้ลูกออกมาเมื่อไรพี่จะทบต้นทบดอกให้ครบเลย”

 

“ทะลึ่งครับพี่เต!”

 

เตชิตไม่รู้สึกสะทกสะท้านเมื่อได้พูดออกมาแบบนี้ เพราะมันคือเรื่องจริงที่ตนเองคิดจะทำ แม้ตอนนี้เตชิตจะทำตัวเป็นคนดีแล้ว ไม่รังแกแม่ของลูกให้เจ็บตัวแต่ถ้าลูกออกมาก็ไม่แน่ เตชิตคงอ่อนโยนไม่ได้อีกต่อไปต้องมีใครสักคนนอนซมบนเตียงเป็นวันๆอย่างแน่นอน หึหึ 

 

.......................................................100%.................................................. 

อัพในไอแพด หน้านิยายก็จะแปลกหน่อย 

ความคิดเห็น