Chimpanzee

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

ตอนที่ 1 [กลับบ้าน]

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 [กลับบ้าน]

คำค้น : หากต้องการได้ใจชายต้องคว้ากระเพาะเขาให้ได้ก่อน ,ทำอาหาร ,ออมเล็ต ,อังศุมาลิน ,นิยายวาย ,นิยายแฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.พ. 2563 15:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 [กลับบ้าน]
แบบอักษร

 

ภายในสองวันมานี้ออมเล็ตใช้เวลาทั้งวันที่คืนในการทบทวนความทรงจำทั้งหมดของคุณชายสามอังศุมาลินและหลอมรวมเข้ากับความเป็นตนเองให้มีประสิทธิภาพอย่างถึงที่สุด ในฐานะที่เป็นนักเขียนนวนิยายที่ทั้งเคยเขียนเคยอ่านนิยายแนวแฟนตาซีไซไฟหรือไลท์โนเวลต่างๆโดยเฉพาะนิยายแนวระบบมาบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งข้อสำคัญในการเข้ามาสู่ร่างใหม่นั่นก็คือ... ห้าม โป๊ะ แตก! 

ใช่ สำคัญมากๆคือห้ามโป๊ะแตกและนอกบทบาทโดยเด็ดขาด ต้องเรียกวิญญาณจักรพรรคจอเงินเข้ามาประทับร่างให้แนบเนียนที่สุด การทบทวนความรู้สึกความทรงจำต่างๆของเจ้าของร่างเดิมให้ละเอียดครบถ้วนจึงสำคัญมาก ทว่าไม่รู้ว่าโชคชะตาหรืออะไรเป็นใจหรือไม่ เพราะออมเล็ตกลับรู้สึกทันทีว่าเขาคือคุณชายออมเล็ต คุณชายออมเล็ตก็คือเขาโดยที่ไม่ต้องแสดงอะไรมากเลย การหลอมรวมความทรงจำความรู้สึกเป็นไปอย่างอัตโนมัติไม่มีการติดขัดหรือเจ็บปวดอะไร หรืออาจจะเป็นเพราะชื่อเหมือนกันลักษณะท่าทางคล้ายกันไม่รู้กระมัง... เหมือนจิตวิญญาณของเราเป็นจิกซอร์ที่ต้องต่อเข้าด้วยกันแล้วจึงสมบูรณ์แบบ 

 

ออมเล็ตคิดจะใช้ชีวิตที่ได้รับมานี้ให้มีความสุขและเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดียิ่งขึ้นแต่ทุกอย่างก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป อีกอย่างคือ... เหมือนว่าเขากำลังจะพบกับปัญหาอยู่อย่างหนึ่งนะ 

 

“หน้าดีๆแบบนี้แต่ตายด้านไปแล้ว เสียดายจริงๆ” 

 

เสียงก็หวานนุ่มนวลมาก... ออมเล็ตยืนอยู่หน้ากระจกภายในห้องน้ำมองใบหน้าตนที่สะท้อนบนกระจก ริมฝีปากขยับเปล่งเสียงเอ่ยออกมาช่างเป็นเสียงสำเนียงที่หวานล้ำนุ่มนวลและไพเราะชวนจับใจมาก ทว่าน่าเสียดายที่น้ำเสียงนั้นกลับราบเรียบนิ่งไร้น้ำหนักไร้ความรู้สึกแห่งชีวิต  

ไม่เพียงแต่น้ำเสียงเท่านั้นที่ไร้ความรู้สึกรวมทั้งใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักน่าหยิกนี่ก็ด้วย แม้ว่าออมเล็ตจะพยายามขยับใบหน้าแสดงสีหน้าอื่นๆอย่างเช่น โกรธ ดีใจ ซาบซึ้งหรือกระทั่งลองยิ้มดูก็ไม่เป็นผล มันดูฝืนไปหมดและช่างไร้ความรู้สึกอย่างสิ้นเชิง หน้าตายด้านนิ่งสนิทจนนึกว่าไปฉีดโบท็อกซ์หน้าตึงตลอดกาลมาเสียอย่างนั้นแหละ 

 

“เฮ้อ พี่ออมเล็ตเครียดแล้วนะเจ้าคุณชายอังศุมาลิน” 

 

ดูสิขนาดเขากำลังถอนหายใจทำหน้าเซ็งๆใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักที่สะท้อนบนกระจกนั้นก็ยังเรียบนิ่งเย็นชาอยู่เหมือนเดิมเลย นึกเห็นแล้วก็รู้สึกเสียดายใบหน้าดีๆของดีๆเช่นนี้ เสียของไปเปล่าจริงๆ 

ออมเล็ตคิดว่าเพราะเจ้าคุณชายออมเล็ตมีส่วนนิสัยที่คล้ายคลึงกับเขาอยู่พอสมควร แต่ทว่าเจ้าตัวดูจะแย่หนักกว่าเขามากๆเลย เขาคิดว่าปัญหาสำคัญมันน่าจะอยู่ที่ว่าคุณชายออมเล็ตแสดงออกไม่เป็นและไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกไปเป็นเวลานานมากจนลืมไปแล้วการแสดงความรู้สึกอื่นๆนอกหน้านิ่งๆไร้อารมณ์นี้ต้องทำยังไง พอวันนี้เขาลองทำสีหน้าอื่นบนใบหน้าดูบ้างจึงทำให้การแสดงออกมองดูยังไงก็คือการฝืนใจสุดๆไปเลย 

นี่ย่ำแย่มากนะ มันคือการที่ใบหน้าตายด้านขั้นสูงสุดแล้วนะเนี่ย... คนบ้าอะไรกันลืมการแสดงสีหน้าแสดงความรู้สึก เฮ้อ พี่ออมเล็ตเครียด! 

 

“ช่างเถอะ” ขอช่างมันไปก่อนละกัน ทุกอย่างมันต้องค่อยเป็นค่อยไป อีกอย่างการไม่โป๊ะแตกก็คือการไม่นอกบทบาท มันคงจะแปลกมากถ้าอยู่ๆคุณชายสามอังศุมาลินก็ดูสดใสอย่างไร้ที่มาที่เป็นที่ไป  

ชีวิตนี้ออมเล็ตไม่ต้องการอะไรมากมายเลย... ไม่ต้องยิ้มมาก ไม่ต้องสดใสตลอดเวลา ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงหรือทำอะไรที่มันฝืนใจ ไม่ต้องทำอะไรที่มันขัดกับความรู้สึก แค่ปล่อยไปตามใจตามอารมณ์ตามธรรมชาติและขอแค่มีชีวิตที่ดีมีความสุขในแบบของตัวเองแค่นี้ออมเล็ตก็พอใจแล้ว 

 

วันนี้ต้องออกจากโรงพยาบาลแล้ว… 

 

“คุณชายเรียบร้อยหรือยังครับ”  

 

ขณะที่ออมเล็ตกำลังอยู่ในห้องน้ำนานเกินควรก็ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยเรียกเขาดังขึ้นพร้อมกับเคาะประตูห้องน้ำติดกันอีกหลายครั้ง แม้น้ำเสียงเรียกนั้นจะนุ่มนวลแต่เขาก็สัมผัสได้ว่าเจ้าของเสียงนั้นมีความรู้สึกร้อนรนปนอยู่น้อยๆด้วย 

ออมเล็ตจำได้ว่าคนคนนี้คือ ราเชน พ่อบ้านใหญ่ประจำตระกูล เป็นผู้ช่วยและสหายที่เติบโตมาพร้อมกับท่านพ่อ ค่อนข้างเคร่งขรึมเข้มงวดกับทุกคน คุณพ่อบ้านราเชนนอกจากเป็นพ่อบ้านใหญ่ดูแลเรื่องราวภายในบ้านของตระกูลแล้วยังช่วยท่านแม่ทั้งเลี้ยงดูและมองการเติบโตของเหล่าคุณชายน้อยทุกท่านมาตั้งแต่ยังแบเบาะ  

 

ใบหน้าของคุณชายสามอังศุมาลินยกยิ้มขึ้นที่มองแล้วคล้ายยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยทั้งที่ไม่คล้ายยิ้ม เมื่อจำได้ว่าคุณพ่อบ้านคนนี้ค่อนข้างที่ห่วงใยคุณชายสามมากเป็นพิเศษเพราะด้วยการที่เขานิสัยแบบนี้ทั้งยังเรื่องความรู้สึกและความสามารถที่ไม่เทียบเท่าพี่น้องคนอื่น พูดง่ายๆคือคนที่พยายามเข้าหาพยายามเข้าใจคุณชายออมเล็ตมากกว่าคนอื่นในครอบครัวนั่นแหละ  

อีกทั้งทุกครั้งที่คุณชายออมเล็ตพยายามฆ่าตัวตายก็เป็นราเชนที่เข้ามาช่วยได้ทันเสมอ จนครั้งสุดท้ายนี้...  

 

ออมเล็ตเปิดประตูออกจากห้องน้ำทั้งใบหน้าตายด้านนิ่งสนิทดังเดิมพร้อมเดินนำออกจากห้องพักคนไข้นี้ไปที่รถลีมูซีนจอดด้านหน้าโรงพยาบาล รถสวยหรูหราสมกับที่เป็นตระกูลท่านจอมพลดี เมื่อเข้ามาแล้วเขาก็อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้จริงๆ ก็นี่มันครั้งแรกเลยนะเนี่ยกับความสะดวกสบายหรูหราขนาดนี้  

แต่ว่ากลับบ้านเหรอ... ที่บ้านจะมีใครอยู่ล่ะ ท่านพ่อกับพี่ชายใหญ่คงจะอยู่ที่หน่วยบัญชาการทหาร พี่ชายรองคงจะอยู่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ น้องชายสี่กับน้องชายเล็กคงจะอยู่ที่โรงเรียนหรือไม่ก็โรงฝึกพิเศษ ที่บ้านเหลือเพียงเขาคนเดียว... ออมเล็ตสัมผัสได้ถึงเสี้ยวความรู้สึกที่ตกค้างภายในใจของคุณชายออมเล็ตแล้วก็อดสงสารไม่ได้ มันแย่มากเลยนะ 

ทำไมทุกคนต้องเก่งไปหมดแล้วเหลือเราอยู่คนเดียววะที่ไม่เก่งไม่ดีอะไรเลย โดดเดี่ยว เจ็บปวดและงง?  

 

“คุณชาย...” ราเชนเรียกคุณชายคล้ายอยากจะเอ่ยอะไรแต่ก็ไม่ได้อะไรออกมา เขามีสีหน้าหมองลงเมื่อเห็นคุณชายสามที่ตนห่วงใยเป็นที่สุดมีอาการเป็นเช่นนี้แล้วเขาก็พลันรู้สึกปวดใจขึ้นมาอย่างไรไม่ทราบ เด็กหนุ่มที่ร่างเล็กบอบบางอยู่แล้วกลับผอมซูบลงไปกว่าแต่ก่อนมากทีเดียว ใบหน้าหวานจิ้มลิ้มชวนให้รู้สึกรักใคร่ในวัยเด็กวันนั้นมาวันนี้ก็เรียบสนิท  

ถึงแม้ว่าเชื้อ DNA ของบ้านนี้มักจะมีใบหน้าเรียบนิ่งอย่างไรก็ไม่ได้ถึงกับใบหน้าตายด้านไม่แสดงนิสัยไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกใดๆเลยสักอย่างคุณชายสามนี้เลย นี่เป็นการบ่งบอกได้ว่าภายในจิตใจของเด็กหนุ่มนั้นน่าเป็นห่วงมากเพียงใด หากคุณหญิงที่จากไปรู้เข้าคงจะเสียใจมากเป็นแน่ 

 

ไม่ใช่ไม่รู้ว่าราเชนคิดอะไรแต่ออมเล็ตเลือกที่ไม่สนใจมากกว่า ทว่าทั้งที่ในใจความจริงแล้วอยากจะขอบคุณราเชนจริงๆสำหรับความห่วงใยความหวังดีของอีกฝ่ายที่มีต่อคุณชายออมเล็ตตลอดมา แต่ไม่ได้นะ... ไม่ได้ ต้องคีพลุคคุณชายสามอังศุมาลินผู้ไร้ความรู้สึกผู้ใบหน้าตายด้าน!  

ออมเล็ตเลือกเบนใบหน้าออกไปมองนอกรถเรื่อยๆอย่างเลื่อนลอย สายตาแลดูไร้การโฟกัสสิ่งใดแต่ใจจริงไม่มีใครรู้ดีเท่าเขาหรอกว่าเขากำลังตื่นเต้นมากขนาดไหน ตื่นเต้นกับโลกภายนอกโรงพยาบาล ตื่นเต้นกับโลกอนาคต มันน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ! 

รถลีมูซีนคันนี้มีใบอนุญาตในการขับขี่บนอากาศด้วยล่ะ สุดยอดเลย! 

 

วิวทิวทัศน์ที่ออมเล็ตเห็นมันทำให้เขาจะร้องว้าวดังๆมาก นี่มันคือโลกอนาคตจริงๆ มันคือโลกยุคไฮเทคที่คาดไม่ถึงเลย สีสันการวางแผนของผังเมือง การคมนาคม การขนส่ง ยานพาหนะในการขับขี่และอีกมากมายพัฒนาวิวัฒนาการไปไกลมากโขจริงๆ นี่อย่างกับในภาพยนตร์แฟนตาซีหรือในเกมสร้างเมืองเลยแน่ะ ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเองแทบไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือความจริง  

 

เป็นการขับขี่ที่นุ่มนวลเบาหวิวมาก ใช้เวลาในเดินทางไม่นานรถลีมูซีนคันหรูนี้ก็จอดลงเทียบท่าที่หน้าบ้าน เอ่อ ‘มหาคฤหาสน์’ คำนี้ใช้สามารถใช้ได้หรือไม่ ออมเล็ตรู้สึกว่าคำว่า ‘คฤหาสน์’ อาจจะอธิบายความยิ่งใหญ่อลังการของบ้านตระกูลพิชิตไชยศรีไม่หมด ทั้งยามและหุ่นยนต์ยามเอย ทั้งรั้วใหญ่ๆนี้เอย ทั้งสนามหญ้าเขียวๆใหญ่ๆนั้นเอย โรงจอดรถเอย ถนนขับยาวเข้ากว่าจะถึงหน้าประตูเข้าตัวมหาคฤหาสน์เอย... สมกับที่เป็นตระกูลท่านจอมพล! 

ทั้งที่เห็นว่าบ้านหลังใหญ่เป็นมหาคฤหาสน์แบบนี้แต่กลับต้องอยู่คนเดียวก็อดยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวไม่ได้ คุณชายสามอังศุมาลินเด็กดีๆเช่นนี้ต้องถูกทำร้ายเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไรนะเพราะต่อไปคือชีวิตของเขาออมเล็ตแล้ว! 

 

เมื่อรถลีมูซีนจอดเทียบท่าหน้าประตูใหญ่เข้ามหาคฤหาสน์นี้ ออมเล็ตพลันยืดเหยียดแผ่นหลังตั้งตรงอย่างช้าๆ ใบหน้าและท่าทางคือคุณชายออมเล็ตอย่างแน่นอน ปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณอัตโนมัติเกิดขึ้นโดยที่ตัวออมเล็ตแทบจะไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำ  

ราเชนเดินลงมาเปิดประตูรถให้เขา พ่อบ้านแม่บ้านบอดี้การ์ดทั้งคนทั้งหุ่นยนต์ยืนโค้งรอต้อนรับสองข้างทางเข้าประตูใหญ่ ทุกอย่างเป็นไปอย่าง อะ – ลัง - การ – มาก 

 

ออมเล็ตมองประตูบ้านใหญ่เป็นไม้รูปร่างลวดลายสวยงามทั้งยังดูหนักแน่นมั่นคงและทรงพลังมาก มองดูด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปนเปกันไปทั้งความรู้สึกของคุณชายสามออมเล็ตที่มีต่อบ้านหลังนี้กับตัวเขาออมเล็ตที่รู้สึกแปลกใหม่ มองดูแล้วชวนให้ดูน่ากดดันตั้งแต่ยังไม่เข้าบ้านเลย เรียวขาก้าวแรกของคุณชายสามออมเล็ตไม่ค่อยมั่นคงนักกับการกลับบ้าน ทว่าเรียวขาก้าวที่สองของออมเล็ตกลับมั่นคงหนักแน่นมาก ยังไม่ก้าวที่สามเขาก็พลันหยุดนิ่ง 

ใบหน้าของเขายกยิ้มมุมปากที่แทบจะมองไม่เห็นเลยสักนิด ริมฝีปากพลางขยับเปล่งเสียงหวานนุ่มไร้อารมณ์แผ่วเบาสั้นๆจนแทบจะไม่ได้ยิน 

 

“ขอบคุณ” 

 

ราเชนนิ่งหยุดการเคลื่อนไหวไปชั่วขณะคล้ายคนจิตวิญญาณออกจากร่าง เป็นเช่นนี้เนิ่นนานพอสมควรกว่าจะเรียกสติของตัวเองกลับมาได้ เมื่อสักครู่... มะเมื่อ เมื่อสักครู่นี้คุณชายสาม พะพูด ‘ขอบคุณ’ เขาอย่างงั้นเหรอ 

ต่อมาใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมของพ่อบ้านใหญ่พลันปรากฏรอยยิ้มกว้างอย่างชวนน่าหวาดผวา ความรู้สึกภายในใจของเขาไม่สามารถอธิบายอะไรออกมาเป็นคำพูดได้ นอกจากความดีใจตื้นตันใจ การพยายามเข้าหาพยายามดูแลเอาใจใส่ ความห่วงใยความหวังดีของเขาตลอดมาคุณชายสามไม่ใช่นิ่งเฉยไปและไม่ใช่ไม่รับรู้ กลับกันคุณชายสามรับรู้มาตลอดและยังกล่าวขอบคุณเขากลับด้วย! 

ต้องเข้าใจว่าวันหนึ่งคุณชายสามอังศุมาลินแทบจะไม่เอ่ยเสียงออกมาสักครั้งเลยด้วยซ้ำ ลืมไปแล้วจริงๆว่น้ำเสียงของคุณชายนั้นหวานล้ำไพเราะจับใจมากขนาดไหน ดีจริงๆ คุณชายพูดแล้ว ดีจริงๆ เสียงของคุณชายสามดีจริงๆ  

ภายในใจของพ่อบ้านใหญ่ราเชนมีความรู้สึกมีความคิดมากมายหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย พลันตั้งใจว่าหลังจากนี้เขาจะใส่ใจคุณชายสามให้มากขึ้นกว่าเดิม... พ่อบ้านกดใช้งานไลท์เบรนบนข้อมือจิ้มที่หน้าบันทึกบางอย่างและกดจดอะไรลงไป 

 

“วันนี้พ่อบ้านใหญ่เป็นอะไรถึงได้ยิ้มกว้างน่ากลัวขนาดนั้น บรึ๋ย ขนลุกชะมัด” 

 

“วันนี้เห็นว่าไปรับคุณชายสามจากโรงพยาบาลนะ”… เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ทุกคนต่างมองหน้าและแตกตื่นรีบแยกย้ายกันทันที 

 

..... 

 

 

 

“มาแล้วเหรอ” 

 

 

 

--------------------------------- 

Talk 

พาน้องไข่เจียวตอนที่ 1 มาแล้วจ้ะ ห้ามโป๊ะแตกนะน้อง [555] 

ถ้าชอบก็อย่าลืมคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้น้อนกันเยอะๆน้า ^_^ 

น้องออมเล็ต(พี่จ้าน)เวอร์ชั่นหน้าตายด้านไร้อารมณ์ตลอดเวลา 

ความคิดเห็น