Chaleeisis

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 15 : วันที่ 13

ชื่อตอน : บทที่ 15 : วันที่ 13

คำค้น : สามเฌอ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.6k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2563 00:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 15 : วันที่ 13
แบบอักษร

 

 

“อื้ออออ.....” 

โป๊กกกก 

“โอ๊ยยยยย” 

อะไรแต่เช้าวะเนี่ย 

ผมลืมตามองรอบๆ ก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ที่พื้นข้างเตียง อื้ออ...อ....เจ็บหัวอะ โขกตู้แน่เลยเมื่อกี๊ ผมชันตัวขึ้นมานั่งก่อนจะส่ายหัวตั้งสติสองสามที มือก็ยกขึ้นลูบหัวตัวเองเบาๆ เงียบสนิทและไม่มีแสงแดดเล็ดลอดเข้ามา อุณภูมิเย็นจัดขนาดนี้แน่นอนว่านี่ห้องผมแน่ล่ะ ทบทวนเหตุการณ์เมื่อวานและเรื่องราวเมื่อคืนแป๊บนึงนะ หลายวันก่อนผมมีเรื่องกับเจ้าหนี้ไอ้ภัทร วันต่อมาไปเคลียร์ค่าเสียหาย เอารถไปซ่อม 

หลายวันที่ผ่านมารวมถึงการครบรอบ 13 วัน 

ผมเป็นแฟนกับสิบสามเกิน 13 วันแล้วครับ นี่เข้าอาทิตย์ที่ 3 แล้ว อย่าคิดว่าวันนั้นมันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะ ขอบอกเลยว่าเหตุการณ์ในวันนั้นแม่งโคตรจะวายป่วง ผมไปเอารถที่ซ่อมกระจกเสร็จแล้ว ขับออกมาแค่หน้าปากซอยก็โดนน้องหมาวิ่งตัดหน้ารถ ผมก็เบี่ยงหลบแล้วไปชนเสาไฟฟ้า ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ หัวแตกเพราะหลบน้องหมา เย็บไปสามเข็ม แต่ก็ยังดีที่ไม่เป็นอะไรมาก เฌอปลอดภัยและน้องหมาก็ปลอดภัย 

แต่น้องรถพังยับเลยครับ 

เพิ่งเอาออกจากอู่ก็ต้องเอากลับเข้าอู่เหมือนเดิม นี่คิดว่าถ้าชนอีกทีผมจะซื้อใหม่แล้วนะ ซื้อจักรยานใช้แทน ไม่ต้องขับมันละรถยนต์น่ะ ช่วงนี้ชีวิตชรันเลยต้องพึ่งรถเครื่องไปก่อน วันไหนฝนตกก็จะลำบากหน่อย รู้สึกว่าวันครบรอบ 13 วันนั้น เรื่องที่แย่สุดก็คงรถชนมั้ง นอกนั้นคือซอฟต์ๆ มาก เรื่องสะดุดท่อ ตกบันไดเนี่ยะเบสิกไปเลย กว่าจะหมดวันเหมือนอายุขัยหายไปครึ่งนึง แต่เอาเถอะ ผ่านวันนั้นมาได้แล้ว ก็ยังรักกันกับแฟนดีอยู่ครับ 

ที่น่าหวั่นใจมันคือวันนี้ต่างหาก 

วันศุกร์ที่ 13 

หึ....ประเดิมด้วยการตกเตียงพร้อมกับหัวโขกไปทีนึงเจ็บๆ 

ครืดดดด....ครืดดดด 

ผมหยิบโทรศัพท์มากดรับสาย “ฮัลโหลครับ” 

(พี่มีเรียนนะครับ คลาสเช้า 9 โมงครึ่ง) 

“ผมเพิ่งตื่นอะคุณ แต่เดี๋ยวจะไปอาบน้ำละ แล้วนี่คุณอยู่ไหน” 

(ห้องครับ ผมก็กำลังจะไปเรียน ให้ไปรับไหม) 

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวเจอกันที่มหา’ลัยนะ” 

(ได้ครับ....แล้วเจอกันครับ) 

“อื้ม....” ผมวางสายก่อนจะหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ มองรอยแผลบนหัวที่เพิ่งไปตัดไหมมาเมื่อวานก็รู้สึกเจ็บแปล๊บๆ นานแล้วนะที่ไม่มีแผลเย็บเนี่ยะ ครั้งล่าสุดตอนผ่าไส้ติ่งมั้ง 

ผมเป็นเด็กนิสัยไม่ดีไงสมัยก่อน เวลากินอะไรเสร็จก็จะนอนเลย แล้วอยู่ดีดีมันก็เกิดอาการแน่นหน้าอกเหมือนอาหารไม่ย่อย พะอืดพะอม ผมล้วงคอด้วยนะตอนนั้นหวังจะอ้วกมันออกมา แต่พอทำแบบนั้นเหมือนทุกอย่างมันตีขึ้นมาหมด ปวดท้อง นึกว่าเด็กชายชรันจะจบชีวิตลงตอนอายุ 14 แล้ว ผมเริ่มมีอาการตอน 5 ทุ่ม ไม่ได้นอนทั้งคืน แล้วตอนเช้าถึงได้ไปหมอ เขาบอกว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบแน่ๆ จากการตรวจดูอาการต่างๆ 

จากนั้นขอไม่เล่านะครับ 

เอาเป็นว่าเฌอไม่มีไส้ติ่งแล้ว 

หลังจากที่อาบน้ำเสร็จผมก็เดินออกมาแต่งตัว หยิบเสื้อยืดสีเขียวพาสเทลที่เจ้าแฟนซื้อให้มาสวม กางยีนส์สีซีดเข่าขาดพร้อมกับเสื้อช็อปตัวเก่งที่สวมมาจะ 3 ปีแล้ว ปกติผมไม่ค่อยซักเสื้อช็อปนะ เทอมนึงจะซักสักครั้ง แต่พอเป็นแฟนสิบสามอะ นังน้อนเอาเสื้อช็อปผมไปซักให้ทุกอาทิตย์เลย รีดเรียบกริบ น้องเสื้อคือสะอาดอย่างที่ไม่เคยเป็น ผมหยิบกระเป๋าคาดอกพลางเช็กดูว่าตัวเองลืมอะไรรึเปล่า 

กุญแจรถวะ 

อ๋อไม่มีรถใช้เพราะงั้นกุญแจไม่ต้อง 

ผมจัดแจงล็อกห้องก่อนจะเดินมารอรถสองแถวที่ป้ายรถเมล์ ใช้เวลาไม่นานสองแถวเจ้ากรรมก็มาถึง เหมือนเห็นภาพเหตุการณ์เดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 3 เดือนก่อนยังไงไม่รู้ วันที่ 13 ซึ่งผมอกหักจากน้องแอม วันนั้นที่หากุญแจรถไม่เจอ น้องโทรศัพท์หน้าจอแตก ลืมชีทไว้ร้านโจ๊ก จำวันเรียนผิด ทำเรื่องสะเหล่อเยอะมาก เมาเหมียนน้องหมา ล้มอยู่หน้าเซเว่นฯ แล้วก็เป็นวันแรกที่ได้เจอกับสิบสาม 

เวลาผ่านมา 3 เดือนแล้วเหรอเนี่ย 

อ๊อดดดด 

ผมกดออดก่อนจะเดินลงจากรถแล้วจ่ายเงินให้ลุงคนขับ ตอนนี้เกือบ 9 โมงแล้วครับ เอายังไงกับชีวิตก่อนดีวะเนี่ย อืม....กินโจ๊กดีกว่า เอาแบบเหตุการณ์วันนั้นเลย พอคิดได้แบบนั้นผมก็หยิบโทรศัพท์มาไลน์บอกสิบสามว่าให้เจอกันที่ร้านโจ๊ก นังน้อนน่าจะถึงมหา’ลัยแล้วแหละ วันนี้ผมเลิกบ่าย 2 ส่วนสิบสามเลิก 5 โมงแถมมีซ้อมคฑาต่อ อีก 2 อาทิตย์จะสอบไฟนอลแล้วแท้ๆ ผมอยากให้เขาหยุดซ้อมแล้วมีเวลาอ่านหนังสือได้แล้ว 

ไม่อยากให้เขาโหมตัวเองจนเกินไปเลยครับ 

“เอาโจ๊กหมูพิเศษใส่ไข่ครับ” 

“นั่งรอแป๊บนึงนะลูก” 

ผมเดินมานั่งที่โต๊ะพร้อมกับเล่นโทรศัพท์ฆ่าเวลา เหมือนวันนั้นจริงๆ นะ โต๊ะที่นั่งเมื่อ 3 เดือนก่อนก็โต๊ะนี้แหละ เนี่ยะ ที่ว่างข้างๆ เลยที่ลืมชีทเอาไว้ ตอนแรกผมนึกว่าจะไม่ได้คืนแล้วแต่เหมือนโชคยังเข้าข้างอยู่ มีคนฝากชีทมาคืนให้ ผมไม่รู้ว่าใครเก็บได้แต่รู้สึกขอบคุณเขาจริงๆ 

“นั่งด้วยได้ไหมครับ” เสียงเรียบเอ่ยขึ้นทำให้ผมละสายตาจากจอโทรศัพท์ ร่างสูงในชุดนักศึกษาผูกเนกไทเรียบร้อยยืนอยู่ ใต้แมสสีดำนั่นต้องซ่อนความหน้าตาดีเอาไว้แน่ๆ 

อวยแฟนตัวเองทำไมวะ 

“เชิญครับว่าที่คุณหมอ” 

“สั่งโจ๊กรึยังครับ” สิบสามนั่งลงฝั่งตรงข้ามก่อนจะรั้งแมสที่ปิดหน้าลงพร้อมกับเสยผมไปทีนึง หื้ออออ....กร๊าวใจพี่แต่เช้าเลยค้าบน้อนค้าบ 

“สั่งแล้ว” ผมนั่งเท้าคางมองเขา “คุณรู้ป้ะว่าวันนี้เมื่อ 3 เดือนก่อน ผมลืมชีทไว้ที่นี่ด้วยนะ ตรงโต๊ะนี้เลย” 

“ผมจำได้ครับ” 

“ผมเคยเล่าให้คุณฟังงั้นเหรอ” 

เจ้าตัวส่ายหน้าเบาๆ “พี่ไม่เคยเล่าให้ผมฟัง” 

“แล้วคุณรู้ได้ยังไง” 

“ตอนแรกผมคิดว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับพี่ แต่คิดอีกที บอกไปก็ไม่เสียหาย....วันนั้นคนที่เก็บชีทของพี่ได้ก็คือผมเอง” 

“ถามจริง” 

“ใช่ครับ ความจริงผมเจอพี่ตั้งแต่บนรถสองแถวแล้ว ที่พี่มีเรื่องกับผู้ชายคนนึงที่เขาทำจอโทรศัพท์พี่แตก ตอนนั้นผมยืนอยู่ข้างๆ พี่เลยนะ” 

จริงอ๋อวะ.... 

ตอนนั้นผมกำลังบ่นว่าคนตัวสูงขึ้นรถสองแถวแล้วจะลำบาก แต่ตอนนั้นคิดว่าตัวเองไม่ได้ลำบากคนเดียวเพราะคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ลำบากเหมือนกัน เขาก้มหัวเยอะแล้วผมก็คิดว่าเขาสูงกว่า ผู้ชายคนนั้นคือสิบสามจริงดิ เห้ยๆ ๆ ๆ ๆ เกินไปมาก ทำไมผมไม่เห็นว่าเป็นเขาวะ ไม่ได้สนใจแน่เลย วันนั้นมันน่าหงุดหงิดใจ ฟีลแฟนทิ้งอะ จะให้สนใจอะไรวะ 

คิดไม่ถึงเลยนะเรื่องนี้น่ะ 

“แล้วที่บอกว่าเก็บชีทของผมได้อะ” 

“ก็ผมคือคนที่นั่งตรงข้ามพี่ไงครับ วันนั้นพี่สนใจแต่โจ๊กกับโทรศัพท์ ไม่ได้เงยหน้ามองผมสักนิด ก็ไม่แปลกหรอกครับที่จะไม่รู้” 

“ตอนนั้นเพิ่งอกหักไง” ผมยิ้มแฉ่งให้เขา “แต่ตอนนี้ผมสนใจคุณนะ” ว่าแล้วก็ทำตาวิ้งค์ใส่ไปสามครั้ง 

“วันนั้นพี่ตลกมากเลยนะครับ ผมไม่คิดว่าจะไปเจอพี่อีกทีตอนกลางคืนด้วย” 

“ผมเป็นเวรกรรมของคุณไง” 

“ดีครับ จองเวรผมไปทุกชาติเลยนะ” สิบสามตักโจ๊กเข้าปากพลางอมยิ้มให้เห็นแวบนึง ถึงจะอยู่กับผมแต่ถ้าเป็นข้างนอก รอยยิ้มมันก็จะไม่เกิน 5 วิจริงๆ สินะ 

“ทำไมยิ้มแค่แป๊บเดียวเองอะ” 

“ผมอยากให้พี่เฌอเห็น แต่ไม่ได้อยากให้คนอื่นเห็น” 

“กลัวคนหลงรักอ๋อ” 

“ใช่ครับ เดี๋ยวพี่จะหึงผมจนหน้ามืด” 

ผมเบ้ปากใส่เขา “หลงตัวเอง” 

“ไม่ได้ครึ่งที่หลงพี่เลยครับ” 

ตึกตัก 

หึ....เล่นกันแบบบนี้เลยนะ 

ผมยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเพื่อตั้งสติพลางตักโจ๊กกินเงียบๆ ทำไมพูดอะไรออกไปเขาก็หาคำมาสวนได้ตลอดเลยวะ ผมแพ้อะ ชอบนะแล้วก็เขินมากๆ บางทีเขินไป เหมือนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว อาการแบบนี้จะอยู่กับเรายัน 10 ปีเลยไหมครับ 

ตายนะแบบนั้นน่ะ 

เราใช้เวลากินโจ๊กด้วยกันสักพักก่อนจะจ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้าน เพื่อนๆ ไลน์มาตามแล้วครับ เหลืออีก 5 นาทีแน่ะ พวกมึงนี่รีบจังวะ ไอ้ขันคือรีบที่สุด มันเป็นคนแบบนี้แหละ เจ้าระเบียบตรงต่อเวลา มันเป็นคุณสมบัติที่ดีและควรเป็นแบบอย่างนะ แต่ก็แค่เรื่องนี้แหละ เรื่องอื่นตัดทิ้งไปได้เลยเพราะมันโง่ ผมเดินนำสิบสามมาจนถึงทางเดินกลางระหว่างตึกวิศวะฯ กับตึกแพทย์ฯ 

“ตั้งใจเรียนนะคุณ เดี๋ยวถ้าเรียนเสร็จผมจะไลน์ไปหานะ” 

“พี่ก็ตั้งใจเรียนนะครับ” ร่างสูงหันมองซ้ายมองขวาก่อนจะรั้งแมสลงแล้วยื่นหน้าเข้ามาจุ๊บปากผม 

จุ๊บบบบ 

ฉ่า 

“สิบสาม” คุณทำอะไรเนี่ยะ 

เจ้าตัวขยับแมสขึ้นไปปิดปากตามเดิม “ขอให้เป็นวันที่ 13 ที่ดีสำหรับพี่เฌอนะครับ” 

“ผมก็หวังให้มันเป็นอย่างนั้น” ผมขยุ้มหัวเขาเบาๆ “ไปเรียนได้แล้ว” 

“แล้วเจอกันครับ” สิบสามบอกก่อนจะเดินไปทางตึกตัวเอง ส่วนผมก็ยกมือลูบปากตัวเองที่เพิ่งโดนจุ๊บเมื่อกี๊ ทำไมชอบทำให้ใจเต้นแรงอยู่เรื่อยเลยวะ 

วันนี้อาจจะเป็นวันที่ 13 ที่ดีก็ได้มั้ง 

ซ่าาาา 

มันจะดีไปได้ยังไงวะ 

“ขอโทษนะนักศึกษา ผมนึกว่าไม่มีใครอยู่ข้างล่างเลยจะเอาน้ำรดต้นไม้” 

ผมเสยผมที่เปียกขึ้นไปด้านบนก่อนจะเงยหน้ามองอาจารย์ “ไม่เป็นไรครับอาจารย์ ผมไม่เป็นไร” ว่าแล้วผมก็รีบเดินมาจากตรงนั้นทันที 

เสื้อช็อปชุ่มไปด้วยน้ำถูกถอดออกมาบิดพร้อมกับสะบัดสองสามที โอ๊ยยยย....มึงจะโชคร้ายอะไรขนาดนี้วะเนี่ย น้ำที่อาจารย์เทลงมาเมื่อกี๊มันเยอะมากเลยนะครับ ผมเปียกตั้งแต่หัวจรดปลายตีนอะ จะด่าก็ไม่ได้เพราะเขาเป็นอาจารย์ อีกอย่างเขาคงไม่ได้ตั้งใจหรอก เซ็งว่ะ นี่ยังไม่ถึงครึ่งวันเลยนะ มีอะไรที่เฌอคนนี้ต้องเจออีกไหมเนี่ยะ ถ้ามีล่ะก็ขออะไรที่มันไม่เลอะเทอะนะ เพราะแค่นี้ก็มากเกินพอ 

ตัวเปียกขนาดนี้ เรียนในห้องแอร์อีก 

ตายห่าแน่ๆ ล่ะดูทรงแล้ว 

ผมเดินเข้ามาในห้องเรียนก่อนจะยิ้มแฉ่งให้อาจารย์วิชัย “วันนี้ไม่สายนะครับ” 

“แต่เปียกนะ คุณไปทำอะไรมาเนี่ยะ” 

“มีอาจารย์เทน้ำลงมาจากตึกครับ เขาไม่เห็นผม” 

“ผมก็เคยเทน้ำลงหัวขุนศึกรุ่นน้องพวกคุณเหมือนกัน พวกอาจารย์แก่ๆ ก็แบบนี้แหละ มองไม่เห็น ไปนั่งเถอะ หรือคุณจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อก่อนไหม” 

“ได้เหรอครับ” 

“อื้ม....ให้เวลา 15 นาที ทันไหม” 

“ทันครับอาจารย์” ผมรีบเดินมาทางบรรดาเพื่อนๆ “เอากุญแจรถเครื่องมาสักคัน” 

จันทร์ฉายส่งกุญแจรถมาให้ผม “อยู่หลังตึก” 

“ขอบใจมาก เดี๋ยวกูมา” ผมบอกก่อนจะเดินออกมาจากห้องแล้วมุ่งไปที่หลังตึก นี่ดีนะที่อาจารย์วิชัยให้กลับไปเปลี่ยนเสื้อได้อะ แต่เวลาผมมีไม่มากเพราะงั้นต้องรีบหน่อย 

ผมบิดเวฟร้อยออกมาจากมหา’ลัยก่อนจะมุ่งหน้าไปยังหอตัวเอง เสื้อช็อปเดี๋ยวก็แห้งแหละ เอาไม้แขวนไปด้วยจะได้ตากที่ระเบียงหน้าตึก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมตากเสื้อช็อปครับ และผมก็ไม่ใช่คนเดียวที่เคยทำแบบนั้นด้วยเพราะงั้นเรื่องแบบนี้มันไม่แปลกเลย ใช้เวลาไม่นานสำหรับการเปลี่ยนเสื้อ เสื้อยืดสีเขียวพาสเทลถูกเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มแทน เสื้อผ้าผมส่วนใหญ่จะเป็นสีเขียวเพราะผมชอบ 

ส่วนเสื้อผ้าแฟนผมน่ะ....หึ 

สีชมพูโคตรจะเยอะ 

หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อเสร็จผมก็รีบขับรถกลับมาที่มหา’ลัย ในจังหวะที่กำลังเลี้ยวรถเข้าประตูด้านหน้าก็มีรถยนต์คันนึงปาดหน้าเบียดรถผมจนเสียหลัก 

โครมมมม 

ไอ้สัสเอ๊ย....ขับรถแบบนี้ 

“อื้อออ....แม่งเจ็บ” ผมมองแขนตัวเองที่เป็นรอยถลอกเป็นทางยาวก่อนจะประคองรถมอเตอร์ไซค์จันทร์ฉายที่เกยอยู่บนฟุตปาธขึ้นมา โห กระจกข้างหลุดแถมสีถลอกอีก ถ้าเป็นรถผมมันจะไม่อะไรเลยแต่นี่รถเพื่อน 

“ขับรถไม่ดูเลยนะคะ” เสียงใสเอ่ยขึ้นด้านหลัง “พี่เฌอ” 

เอาจริงดิ 

“ดูกล้องวงจรปิดดีกว่าไหมครับ จะได้รู้ว่าใครขับรถไม่ดู” ผมหันกลับมาเผชิญกับน้องผึ้งและเพื่อนสนิทของเธอที่เพิ่งเดินลงมาจากรถ เพื่อนสนิทที่ครั้งนึงเคยเป็นแฟนเก่าของผม 

น้องเดียร์ไงครับ 

“อ่าว ทำไมพี่พูดจาแบบนี้อะคะ รถพี่น่ะเบียดรถผึ้งนะ” 

“ถึงบอกว่าให้ดูกล้องวงจรปิดไงครับ จะได้รู้ว่าใครเบียดใครกันแน่” 

“ทำผิดแล้วจะไม่ยอมรับเหรอ ทุเรศจริงๆ ” เธอมองเหยียดผม “สิบสามไม่น่าหลงผิดเลยอะเดียร์” 

“ก็คงอย่างนั้น” น้องเดียร์รับคำเพื่อนรักก่อนจะชี้รอยถลอกที่รถน้องผึ้ง “พี่จะรับผิดชอบยังไงคะพี่เฌอ” 

“ผมจะต้องรับผิดชอบอะไรล่ะครับ ผมไม่ได้ขับรถไปเบียดคุณเลย ขับชิดริมทางแถมก่อนเลี้ยวผมก็เปิดไฟแล้ว รถคุณน่ะปาดมาเบียดรถผม” ผมข่มอารมณ์อย่างใจเย็น “ดูกล้องวงจรปิดดีกว่า จะได้จบๆ ” 

“ไม่ดูค่ะ เพราะพวกเราไม่ผิด” 

“คุณไม่ผิด ผมก็ไม่ผิดเหมือนกัน งั้นก็แยกย้ายครับ ซ่อมใครซ่อมมัน เสียเวลา” ผมหันหลังกลับหวังจะเดินไปที่รถ แต่สัมผัสได้ถึงของเย็นที่ถูกสาดเข้ามาทางด้านหลัง 

ตลกมากอ๋อวะ 

“ทุเรศจริงๆ ทำผิดก็ไม่ยอมรับ คิดจะหนีไปง่ายๆ ” เสียงของน้องเดียร์เอ่ยขึ้น “สิบสามรู้ไหมว่าพี่เป็นคนแบบนี้น่ะ” 

ผมหันกลับมาหาเธอก่อนจะยกยิ้มให้ “แค่สิบสามไม่รัก ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ....ถามจริงๆ เลยนะ” 

เพี้ยะ 

“กล้ามากที่แย่งเขาไป” 

“เขาไม่ใช่ของคุณตั้งแต่แรก เอาอะไรมาพูดว่าผมแย่งเขาไป” มือบางยกขึ้นจะตบผมอีกแต่ผมคว้ามือเธอไว้ทัน “มันจะไม่มีครั้งที่ 2 หรอกนะเดียร์ ถ้าคุณไม่พอใจที่เบียดรถ ตบหน้าผม หรืออย่างอื่น ก็ไปเจอกันที่โรงพัก ให้ตำรวจจัดการ จะเอายังไง รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วมั้งว่าใครเป็นฝ่ายผิด” 

เธอสะบัดมือผมออก “มันไม่จบแค่นี้หรอกพี่เฌอ” 

“คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าระหว่างเราให้มันจบ ต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีก แต่นี่อะไร คุณคิดว่าผมไม่รู้เหรอว่าใครที่โทรมาป่วนผมบ่อยๆ น่ะ ทำอะไรช่วยคิดหน่อยเถอะ ที่ทำอยู่นี่ไม่ฉลาดเลย” 

“พี่เฌอ!!!!” 

ผมเดินกลับมาที่รถก่อนจะมองอย่างเอาเรื่อง “สิบสามเป็นแฟนผม และมันจะเป็นเรื่องดีถ้าคุณไม่ยุ่งกับเขาอีก” ว่าแล้วผมก็ขับรถออกมาจากตรงนั้นทันที 

โมโหจังวะ โมโหแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ วันนี้แม่งโคตรแย่เลย เจ็บตัวไม่เท่าไหร่แต่เจ็บใจนี่ดิ แขนผมเป็นแผลอีกแล้ว เดี๋ยวนังน้อนก็ดุอีก ตอนแรกผมคิดว่ามันอาจจะเป็นอุบัติเหตุ แต่พอเห็นคู่กรณีแล้วก็คิดได้เลยว่านั่นมันจงใจ ถ้าสมมุติว่ารถผมเสียหลักล้มผิดท่าไป คอหักตายขึ้นมานี่จะเฮี้ยนมากเลย หน้าประตูมหา’ลัยก็ไม่ต้องมีใครได้เข้าทั้งนั้นถ้าผมเป็นผีน่ะ โคตรหงุดหงิด กลับหอไปเปลี่ยนเสื้อที่เปียกน้ำเพื่อมาเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เสื้อเปียกกาแฟแทน

เปียกไม่เท่าไหร่แต่เหนียวเนี่ยะไอ้เวร

ผมตัดสินใจถอดเสื้อตัวเองออกก่อนจะเปิดน้ำจากก๊อกหลังตึกเพื่อล้างเนื้อล้างตัวรวมถึงแผลถลอกที่แขนด้วย ครึ่งวันเช้ายังขนาดนี้เลย ไม่อยากนึกถึงตอนบ่าย ผมจะไม่ขยับไปไหนคอยดู จะนั่งอยู่นิ่งๆ ไปไหนก็จะไปกับเพื่อน ถ้ามีเรื่องบัดซบเกิดขึ้นจะได้ไม่รู้สึกเหงา หลังจากที่จัดการตัวเองเสร็จผมก็เดินขึ้นตึกไปในสภาพที่ไม่มีเสื้อใส่ แขนเป็นแผลมีเลือดซิบ สภาพย่ำแย่ในระดับที่อาจารย์วิชัยเห็นแล้วต้องช็อก

“ไอ้เฌอ”

“คุณทำอะไรมาเนี่ยะชรัน เสื้อไปไหน แล้วที่แขนนั่นมัน”

“รถคว่ำครับ คู่กรณีเป็นเด็กตึกข้างๆ นี่แหละ มีปากเสียงกันก็เลยโดนสาดกาแฟใส่ เหนียวไปหมด เสื้อซักตากอยู่ข้างล่างครับ” ผมเดินมาหาเพื่อนๆ ก่อนจะหยิบทิชชู่มาซับเลือด “กูโคตรเหนื่อยเลยมึง”

“พอรู้อยู่หรอก” ไอ้แช่มถอดเสื้อช็อปมาให้ผม “ใส่ช็อปติดกระดุมไปก่อนละกันมึง อย่างน้อยก็รอช็อปมึงแห้ง”

“อื้ม ขอบใจนะมึง เออฉาย รถมึงอะ กูซ่อมให้นะ”

“อืม ไม่ต้องคิดมากนะ มึงไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”

ไอ้ขันเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกล่องยา “มา เดี๋ยวกูทำแผลให้”

“คู่กรณีที่มึงว่านี่ใครวะ”

“น้องเดียร์ไง แต่คนที่ขับรถเบียดกูอะเพื่อนเธอ”

“เขาจงใจแกล้งมึง ถูกไหม”

“ก็คงงั้นแหละ วันนี้โคตรวันซวยเลย”

เหนื่อยอะ หมดแรงและอยากนอน

ผมปล่อยให้ไอ้ขันทำแผลให้อยู่อย่างนั้นพลางนึกถึงคำพูดของน้องเดียร์ที่เธอบอกว่าเรื่องมันจะไม่จบ คือว่างเนอะ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นไหม อย่างอื่นที่มีประโยชน์มากกว่านี้ ไม่เข้าใจการกระทำพวกนั้นเลยอะ ต้องทำถึงขนาดนี้เลย ผมโกรธหรือเกลียดใคร ผมไม่เคยทำแบบนี้ใส่เลยนะ เกลียดใครก็ไม่ต้องยุ่งกับคนนั้นดิ เกลียดได้แต่เราทำร้ายเขาไม่ได้ไหมวะ เรามีสิทธิ์อะไรไปทำร้ายคนอื่นเหรอ

ไม่มีใครมีสิทธิ์ทำร้ายใครทั้งนั้นแหละ

เข้าใจความหมายที่ว่าคนเราเกิดมาต่างกัน โตมาต่างกันจริงๆ ช่างเถอะ หวังว่าให้นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วกัน สิบสามต้องรู้เรื่องนี้แน่นอนครับเพราะผมต้องเล่าถึงเหตุผลที่ทำให้ตัวเองได้แผล ยังไงก็ต้องบอกตรงๆ มันไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องโกหกแฟนตัวเองเพื่อปกป้องคนที่ทำให้ผมเจ็บ นังน้อนต้องโกรธมากแน่ๆ เขาพยายามดูแลผมแต่กลับมีคนอื่นมาทำแบบนี้

“มึงพันผ้าเยอะเกินไปแล้วขัน เฌอไม่ใช่มัมมี่น่ะ”

“กูจะเอาพันปากมึงด้วยไอ้แช่ม”

เดี๋ยวกูจะเอาพันคอมึงทั้งคู่เลยไอ้เวร

*** 

 

 

(อยู่ไหนเหรอครับ) 

“สนามบาสฯ อะ แล้วทำไมโทรหาผมได้” 

(ผมบอกแล้วพี่จะเขินรึเปล่า) 

“งั้นไม่ต้องบอกเพราะผมน่าจะเขินแน่ๆ ” 

(เดี๋ยวถ้าเลิกเรียนผมจะไปหานะครับ วันนี้ไม่ซ้อมคฑา เขายกเลิก) 

“เอาแบบนั้นก็ได้ เดี๋ยวผมรอที่สนามบาสฯ นี่แหละ” 

(โอเคครับ แล้วเจอกันครับ) 

“ครับ เจอกัน” 

โป๊กกกก 

หัวกูไอ้เวร 

ผมหันไปทำหน้าเหมือนยักษ์ทันทีที่พวกมันทำลูกวอลเลย์ฯ มากระแทกหัวผม อยู่สนามบาสฯ จริงครับ แต่เพื่อนๆ น่ะเล่นวอลเลย์ฯ ถ้าเมื่อกี๊ที่โดนหัวเป็นลูกบาสฯ เฌอก็น่าจะตายห่าแล้วแหละ ความจริงผมก็อยากเล่นนะแต่แผลที่แขนนี่ดิ มันไม่ได้เจ็บอะไรเยอะแยะหรอกแต่อย่าเพิ่งห้าวจะดีกว่า อีกอย่างไอ้ขันเพื่อนรักก็พันแขนผมซะกลัวเชื้อโรคเข้า แต่เอาเถอะ ไหนๆ มันก็ตั้งใจทำแผลให้ 

บางทีมึงก็ตั้งใจเกินอะ 

เมี้ยวววว 

เสียงน้องแมว 

ผมหันตามเสียงก็พบกับน้องแมวตัวน้อยที่นั่งอยู่ข้างสนาม พอเห็นแบบนั้นผมจึงยกโทรศัพท์ขึ้นกดอัดวิดิโอเพื่อจะลงสตอรี่ไอจีพร้อมกับติดโควตว่าต้าวน้อน น่ารักจัง ผมชอบแมวนะ เอาจริงๆ ผมชอบสัตว์เกือบทุกอย่างแหละ เห็นอะไรก็น้องไปหมด แล้วตอนนี้น้องกำลังจะโดนเหยียบแล้ว 

“ไอ้แช่ม!!!!” 

พลั่กกกก 

“โอ๊ยยยย” 

ขากู 

“ไอ้เฌอระวัง!!!!!” 

ปั๊กกกกก 

อื้อออออออออออออออออออออ 

วิ้งค์ไปทั้งหัว 

ผมนอนกุมหูตัวเองด้วยความมึนและรู้สึกเจ็บมาก ได้ยินเสียงแต่ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ เหตุการณ์เมื่อกี๊มันเกิดขึ้นไวมาก ผมจะเข้าไปคว้าลูกแมวที่ไอ้แช่มกำลังจะเหยียบแต่ขาติดร่องตะแกรงปิดท่อแล้วล้มก่อน ส่วนไอ้แช่มก็ชนผมจนเสียหลักล้มไปเหมือนกัน เสียงปั๊กที่ได้ยินเมื่อกี๊คือแรงอัดจากลูกวอลเลย์ฯ ที่ลอยมาพอดี ฮืออออ.....วันอะไรของแม่งวะเนี่ย 

เจ็บไปทั้งตัวแล้วโว้ย 

“เฌอ มึงได้ยินกูไหม” ทะเลตบแก้มผมเบาๆ เพื่อเรียกสติ “เฌอ” 

“กูได้ยิน....กู” ผมมองมือตัวเองที่เปื้อนเลือด “หูกู” 

“เออเลือดออก แรงบอลเมื่อกี๊แรงอยู่แหละ เดี๋ยวมึงถอดต่างหูออกก่อน ลุกไหวไหม” 

“ไม่ไหว ขากู....เจ็บ” ผมชันตัวขึ้นมานั่งด้วยความรู้สึกเจ็บข้อเท้ารุนแรง “ขากูติดร่องตะแกรงถึงได้ล้ม” 

“เออ เบาๆ มึง” จันทร์ฉายกับทะเลประคองผมให้ไปนั่งที่อัฒจันทร์เล็ก “วันนี้วันซวยมึงจริงๆ แหละ” 

“กูก็ว่างั้น เจ็บตัวได้แผลเพิ่มอีก โอ๊ย หูกู” คือถ้าไม่ใส่ก้านดามหูจะไม่เจ็บขั้นนี้หรอกครับ แล้วไหนจะต่างหูตรงส่วนไดรทอีก อักเสบแน่เลย ตอนเจาะกว่าจะหายก็ใช้เวลานาน นี่ดันเป็นแผลอีก 

ผมมองต่างหูหลายอันที่เปื้อนเลือดก่อนจะใช้กระดาษทิชชู่ห่อเอาไว้ ชริตเป็ดส่งขวดน้ำมาให้ผมล้างแผล อื้มมมม....แสบว่ะ ดีนะที่มันไม่กระแทกแรงจนมีผลกระทบต่อแก้วหูผม แต่เหมือนจะต้องเลิกใส่ต่างหูไปอีกนาน อย่างน้อยก็จนกว่าจะรักษาแผลให้หาย นึกไม่ออกเลยว่าถ้าสิบสามเห็นสภาพผมตอนนี้เขาจะทำหน้ายังไง 

“พี่เฌอ” 

เหมือนว่าจะได้เห็นเร็วกว่าที่คิด 

ผมหันไปมองร่างสูงที่เดินเข้ามาหา “นังน้อน ทำไมเลิกไว” 

“ทำไมเป็นแบบนี้ครับ” เจ้าตัวรั้งแมสที่ปิดปากออกก่อนจะจับคางผมแล้วหันดูแผลที่หู “ทำไมถึงเป็นแผล แล้วแขนนี่” 

“คือว่า.....” ผมมองบรรดาเพื่อนๆ ที่แอบย่องหนีไปอีกฝั่ง แหม....ไม่มีใครคอยหนุนกูสักคนไอ้พวกเวรนี่ 

“ผมทำแผลให้นะครับ” ร่างสูงบอกก่อนจะเปิดกล่องยา สีหน้าเรียบเฉยแต่รู้ได้เลยว่าหงุดหงิด 

“เมื่อเช้าหลังจากที่แยกกับคุณ อาจารย์ที่ตึกคุณน่ะก็เทน้ำลงมาจนผมเปียกไปทั้งตัวก็เลยกลับไปเปลี่ยนเสื้อที่หอ แล้วผมก็รถล้มเพราะรถโดนเบียด เลยได้แผลที่แขนมา” 

“โดนเบียด” 

“อื้ม คู่กรณีของผมคือน้องเดียร์กับน้องผึ้ง ก็มีปากเสียงกัน ผมโดนสาดกาแฟใส่ด้วยนะ ผมโคตรหงุดหงิดแต่ก็ข่มใจเอาไว้อะ ไปๆ มาๆ คือเสื้อตัวที่ไปเปลี่ยนก็เลอะ จนต้องใส่แค่เสื้อช็อปแล้วติดกระดุมเอาเนี่ยะ” 

“เรื่องเกิดขึ้นตอนไหนครับ” 

“ก็ช่วงเช้า” 

“แล้วทำไมไม่บอกผม” 

“ก็คุณเรียนไง อีกอย่างผมไม่ได้เป็นอะไรมาก ถ้าคุณรู้ตั้งแต่เช้า คุณจะหงุดหงิดทั้งวัน” 

“แล้วผมรู้ตอนนี้ พี่ว่าผมจะหงุดหงิดขนาดไหนครับ” 

“สิบสาม” ผมคว้ามือเขามาจับเอาไว้ “วันนี้มีแต่เรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นกับผมนะ คุณจะดุผมเพิ่มอีกเหรอ” 

เขาผ่อนลมหายใจอย่างข่มอารมณ์ “แล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกครับ” 

“ก็เมื่อกี๊หลังจากที่คุยกับคุณเสร็จ มันมีลูกแมวนั่งอยู่ข้างสนาม ไอ้แช่มมองไม่เห็นจะเหยียบน้อง ผมก็เลยจะไปคว้าแต่ขาติดตะแกรงแล้วล้มอะดิ ตอนนั้นลูกวอลเลย์ฯ ก็ลอยเข้ามาที่กกหูพอดี กระแทกแรงก็เลยเลือดออก” 

“พี่นี่จริงๆ เลย ลงโทษยังไงดี” 

ผมรั้งเอวสอบเข้ามาใกล้ก่อนจะเอาคางวางไว้ที่หน้าท้องเขา “ไม่ลงโทษค้าบ วันนี้วันที่ 13 นะ เกิดเรื่องแบบนี้คือปกติมาก” 

“ตายได้เลยนะครับแต่ละเรื่องน่ะ ระวังหน่อยสิ” เจ้าตัวเกลี่ยแก้มผมเบาๆ “หรือทุกวันที่ 13 ผมจะต้องอยู่กับพี่ตลอดเวลาหืมมมม....คลาดสายตาทีไร มีเรื่องเจ็บตัวทุกที” 

“คุณไม่ได้อยากอยู่กับผมแค่วันที่ 13 หรอก” 

“รู้ก็ดีครับ” เขาย่อตัวลงก่อนจะจับข้อเท้าผม “เจ็บมากไหมครับ” 

“อื้ม ผมว่าขาน่าจะพลิกอะ ไม่อยากเดินเลย” 

“งั้นเดี๋ยวผมพาพี่ไปหาหมอ เช็กร่างกายหน่อย หูพี่ก็ควรเช็กเพราะกระแทกจนเป็นแผลขนาดนั้นอาจจะรุนแรง” 

“ได้ พี่เฌอจะไม่ดื้อและยอมให้น้องสิบสามพาไปหาหมอแต่โดยดี” ผมยิ้มแฉ่งให้เขาก่อนจะเก็บของใส่กระเป๋าคาดอก “เห้ยพวกมึงอะ กูไปก่อนนะ จะไปหาหมอ” 

“เออ เป็นไงก็บอกพวกกูด้วย” 

ผมพยักหน้ารับคำไอ้แช่มก่อนจะมองนังน้อนที่หันหลังให้ “ทำไรอะ” 

“ขึ้นมาสิครับ หรืออยากให้ผมอุ้มพี่แบบ....” 

“ผมจะขี่หลัง” ผมขยับขึ้นขี่หลังร่างสูงก่อนจะคล้องคอเขาเอาไว้หลวมๆ “หนักหน่อยนะครับ เผอิญว่าแฟนผมเลี้ยงดีมาก” 

“สบายครับ” เจ้าตัวเอ่ยก่อนจะแบกผมเดินออกจากสนามบาสฯ ตรงนี้ไปถึงลานจอดรถก็ไกลอยู่นะ หลังเดาะแน่ล่ะเจ้าแฟน 

ผมเหลือบมองใบหน้าคมอยู่อย่างนั้น กลิ่นหอมๆ นี่ทำให้รู้สึกสบายใจจริงๆ วันนี้สำหรับผมแล้วเจอแต่เรื่องหนักๆ ได้แผลเลือดตกยางออก แต่ก็โชคดีที่ยังมีคนคอยตามซัพพอร์ต ตอนที่สิบสามรู้เรื่องที่รถผมโดนเบียด สายตาของเขาแสดงออกชัดเจนว่าโกรธ ถ้าแฟนผมเป็นพวกเลือดร้อนอีกนิด เขาคงไปเอาเรื่องเดียร์แล้ว ผมผิดเองด้วยในหลายๆ เรื่อง ประมาทไปทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองอาจจะเจออะไรบ้างในวันนี้ 

ผมจะพยายามไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก 

ไม่อยากให้เขาเป็นห่วงไปมากกว่านี้อีกแล้ว 

“คุณ....” 

“ว่าไงครับ” 

“ผมขอโทษนะ อย่าโกรธได้ไหม....นะ” ผมบอกเขาเสียงอ่อน “ถ้าโกรธก็อย่าทิ้งผมไปไหนนะ” 

สิบสามหลุดขำออกมา “ผมจะทิ้งพี่ไปไหนได้” 

“ก็....ไม่รู้อะ วันที่ 13 หนิ อะไรก็เกิดขึ้นได้ คุณอาจจะคิดว่าผมแม่งเฮงซวยจัง หาแต่เรื่องให้เป็นห่วง ตามดูแลไม่ไหวแล้วไอ้เวร เลิกแม่ง โอ๊ยยยย....พูดแล้วใจป้อแป้ไปหมดเพราะงั้นคุณอย่าบอกผมแบบนั้นนะ” 

“....ผมรักพี่เฌอนะครับ” 

ตึกตัก 

“....บอกอะไรตอนนี้ล่ะคุณ” 

“ก็ยืนยันไงครับว่าจะไม่ไปไหน ไม่ทิ้ง ไม่เลิก ต่อให้พี่ดื้อ หรือทำให้ผมเป็นห่วงแค่ไหน ผมก็จะอยู่ตรงนี้” เจ้าตัวเหลือบมองผม “ที่ผมหงุดหงิดเป็นเพราะว่าตอนที่พี่เกิดเรื่อง ผมไม่ได้อยู่ตรงนั้น ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ผมรู้ว่าเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลาไม่ได้ เรื่องแบบนี้ก็ต้องมีบ้าง แต่ไม่ต้องกังวลครับ เวลาที่หงุดหงิด แค่ได้เห็นพี่ยิ้ม....ผมก็หายแล้ว 

เนี่ยะ.....เขาก็เป็นซะแบบนี้

ฟอดดดด 

“ผมก็รักคุณเหมือนกันนะ” 

เขายิ้มจนลักยิ้มขึ้น “ทำอะไรโจ่งแจ้งจังครับ” 

“เห้อะ.....เมื่อเช้ามีคนจูบผมข้างตึก ไม่โจ่งแจ้งเลยนะ” 

“เขินเลยนะครับ โดนบอกรักบนฟุตปาธ” 

“คุณบอกผมก่อนด้วยนะเผื่อคุณลืม....” ผมเกยคางไว้ที่ไหล่เขา “ตอนแรกผมก็คิดว่าวันนี้บัดซบจัง แต่คิดไปคิดก็ไม่เท่าไหร่หรอกเพราะว่ามีคุณอยู่ ในวันที่เจอแต่เรื่องแย่ๆ ก็มีคุณนี่แหละเป็นเรื่องที่ดีที่สุดของผม 

“ผมจะไม่ใช่เรื่องที่ดีสุดแค่วันแย่ๆ เท่านั้นหรอกนะครับพี่เฌอ” สิบสามยิ้มหวานให้ผม “เพราะผมจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดของพี่....ทุกวัน” 

ตึกตัก 

คุณจะทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีไปถึงไหนวะ 

“ขอบคุณนะ....สิบสาม” 

อยู่กับผมไปทุกวันเลยนะ.... 

 

 

 

 

 

TBC. 

สวัสดีค่ะชาลมาส่งสามเฌอแล้วนะ ก็มาดึกหน่อยเพราะเพิ่งเขียนเสร็จนะ สำหรับตอนนี้ก็ตลก สงสาร ปนเขินนะคะ เป็นการบอกรักกันครั้งแรกกที่โรแมนติกแค่จึ๋งเดียวจริงๆ เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อรอติดตามนะค้าบ 

สามารถติดต่อข่าวสาร + สปอยล์ได้ที่ทวิตเตอร์ Chaleeisis หรือเพจ Fiction Yaoi Th นะคะ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า 

ความคิดเห็น