มาตานานา
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เพลิงพาล3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 511

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.พ. 2563 18:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เพลิงพาล3
แบบอักษร

เพลิงตะวันจับตามองน้องสาวตั้งแต่เธอเดินออกจากประตูบ้านมา กระทั่งเดินมานั่งที่เก้าอี้ซึ่งอยู่ในซุ้มไม้ที่เขากับภรรยานั่งอยู่ก่อนแล้ว 

“ช้า!” คนใจร้อนและหัวร้อนง่ายว่าน้อง แล้วมองอย่างจับพิรุธ 

“ติ๊บเป็นผู้หญิงนะพี่เพลิง จะให้วิ่งผ่านน้ำหรือไงเล่า มันก็ต้องให้เวลากันหน่อยสิคะ” พลอยชมพูว่าแล้วทำปากยื่นให้พี่ชาย 

“น้ำฝนไม่เห็นอาบนานเหมือนติ๊บเลย” คนข้องใจยังคงหาเรื่องจับผิดน้องต่อ 

“ที่อาบไม่นานเพราะพี่เพลิงเข้าไปอาบด้วยหรือเปล่าคะ อาบไม่นาน เพราะทำอย่างอื่นด้วย” ถึงเธอจะเพิ่งเสียพรหมจรรย์มาเมื่อคืนนี้เอง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้อะไรเลย เรื่องแบบนี้ถึงไม่อยากรู้แต่ก็ได้รู้ เพราะทั้งเพื่อนฝูงคุยกัน ทั้งหนังทั้งละครมีฉากแบบนี้ออกเยอะแยะ และพลอยชมพูก็ฉลาดพอที่จะดึงน้องสาวเข้ามาจัดการพี่เพลิง 

“พี่ติ๊บ!” หยาดพิรุณอุทานเรียกพี่สาวด้วยน้ำเสียงตกใจ แล้วหันไปมองสามีด้วยสายตาดุ เพราะเขานั่นแหละไปจุกจิกวุ่นวายถามจับผิดพี่สาวเธออยู่ได้ พี่ติ๊บเลยสวนหมัดกลับมา แต่แทนที่หมัดนี้จะโดนเขา กลับมาฮุกเข้าใต้ลิ้นปี่เธอเสียนี่ 

“ตื่นสายโด่งขนาดนี้ พี่พบเขายังจ้างต่ออีกเหรอ” สายตาดุๆของเมียทำให้เพลิงตะวันรีบเปลี่ยนเรื่องคุย โดยหารู้ไม่ว่าชื่อคนที่เขาเอ่ยมานั่นแหละ เป็นชื่อที่ทำให้หญิงสาวประหม่าขึ้นมาทันที 

“เอ่อ...” บางทีคำถามง่ายๆก็ยากเกินไปที่จะตอบสำหรับคนที่ตกอยู่ในภาวะอารมณ์ไม่ปกติ พลอยชมพูชะงักนิ่งไป ไม่รู้ว่าจะตอบพี่ชายว่าอย่างไรดี 

“เมื่อคืนกระติ๊บทำงานทั้งคืน วันนี้กูเลยให้เข้างานบ่าย ถ้าจะตื่นสายก็ไม่เห็นจะแปลก คนที่แปลกคือมึงมากกว่า ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นแวะมา วันนี้ผีเข้าเหรอเลยมาถึงนี่ได้” 

พบรักเดินเข้ามานั่งลงข้างลูกจ้างของตน เขาปั้นหน้านิ่งน้ำเสียงที่พูดก็เป็นปกติ ผิดกับพลอยชมพูที่ใจเต้นแรง มือเย็นเฉียบแถมยังมีเหงื่อซึมออกมาด้วย 

“ก็แค่ผ่านมา เลยแวะมาดูว่าน้องมาอยู่นี่เป็นไงบ้าง ถูกใครรังแกหรือเปล่า” 

“ก็เห็นแล้วนี่ว่ากระติ๊บสบายดี ไม่ได้ถูกใครรังแก กลับไปได้แล้ว” พบรักไล่ซึ่งๆหน้า เขาหลุบตาเห็นพลอยชมพูบีบมือแน่นก็อดสงสารไม่ได้ ถ้าไม่รีบไล่กลับ ปล่อยให้มันอยู่นานกว่านี้ คนที่นั่งข้างๆเขาคงจิตตกไปมากกว่านี้แน่ 

“อะไรวะ เจ้าของรีสอร์ตไล่แขก” เพลิงตะวันโวยวายไม่พอใจ 

“พี่เพลิง เรากลับกันเถอะค่ะ พี่ติ๊บต้องทำงานนะคะ เราไม่ควรอยู่กวน” หยาดพิรุณรีบเตือนสามี เพราะเห็นท่าทีแล้ว ถ้าไม่รีบชวนกลับคงก่อกวนเขาไปทั่ว 

“จ้างแค่เดือนละหมื่นสองจะใช้งานอะไรนักหนา ถ้ามันเรื่องมากนักก็ลาออก แล้วไปทำงานที่ไร่กับพี่ก็ได้ พี่ให้เดือนละห้าหมื่นเลยก็ได้” เพลิงตะวันเกทับนายจ้างของน้องสาว ถ้าเป็นเมื่อก่อนพลอยชมพูคงตาโตรีบลาออกไปทำงานกับพี่เพลิงแล้ว แต่ตอนนี้เธอมีเรื่องต้องจัดการให้เสร็จก่อนกลับบ้าน 

“เอ่อ...พี่เพลิงคะ เดี๋ยวติ๊บต้องทำงานแล้วค่ะ เอาไว้วันหยุดติ๊บจะแวะไปเยี่ยมเจ้าพุที่ไร่นะคะ” 

“นี่ติ๊บไล่พี่เหรอ” เพลิงตะวันขึ้นเสียง เขาอุตส่าห์มาเยี่ยมมาหา แต่น้องกลับมาไล่ทางอ้อมแบบนี้ เขาน้อยใจนะโว้ย! 

“พี่เพลิง! กลับได้แล้วค่ะ น้ำฝนอยากกลับบ้านแล้ว” เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของพี่สาว หยาดพิรุณจึงรีบชวนสามีกลับ 

“แต่พี่ยัง...” 

“ถ้ายังไม่อยากกลับก็เอากุญแจรถมาค่ะ น้ำฝนจะขับกลับเอง พี่พบคะน้ำฝนขอตัวกลับก่อนนะคะ” หยาดพิรุณประนมมือไหว้เจ้าของรีสอร์ต แล้วลุกขึ้นยืน แบมือไปตรงหน้าสามีเพื่อขอกุญแจรถ เพลิงตะวันผู้รักเมียสุดหัวใจรีบลุกขึ้นยืนตาม 

“พี่ขับเองจ้ะ ไปเถอะ กลับก็กลับ ติ๊บ พี่กลับก่อนนะ เอาไว้วันหลังพี่จะแวะมาหาใหม่ อ้อ! ถ้ามีใครรังแกหรือกดขี่ข่มเหง โทรบอกพี่นะ พี่มาจะจัดการให้” เพลิงตะวันบอกน้อง ขณะที่ถูกภรรยาดึงแขนกลับไปที่รถ จนกระทั่งถึงรถแล้ว เขาก็ยังชะเง้อคอตะโกนบอกน้องอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง 

“อ้อ! ถ้าเปลี่ยนใจจะไปทำงานกับพี่ก็โทรมานะ พี่จะรีบมารับ” 

“พี่เพลิง!” เสียงตวาดแหวของภรรยาที่นั่งประจำที่ผู้โดยสารเรียบร้อยแล้ว ทำให้เพลิงตะวันรูดซิปปากรีบขึ้นรถแล้วปิดประตูอย่างรวดเร็ว 

พลอยชมพูลุกขึ้นโบกมือให้พี่ชาย หญิงสาวมองตามรถแล่นห่างออกไปจนลับสายตา ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

“กลับขึ้นไปคุยกันบนห้องก่อน” คำชวนของคนที่ยืนข้างๆทำให้พลอยชมพูสะดุ้งโหยง พบรักเห็นแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ 

“เราควรคุยเรื่องนี้ในสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด” พบรักบอกเหตุผล แล้วยืนรอให้หญิงสาวตอบรับ 

“ค่ะ” พลอยชมพูยอมเดินตามเจ้านายผู้พรากพรหมจรรย์เธอขึ้นไปบนบ้าน เขาไม่ได้แวะเข้าห้องเธอ แต่กลับเดินไปทางประตูห้องของเขา หญิงสาวจึงหยุดเดินอยู่หน้าประตูห้องพักของตน ต่อเมื่อเขาเปิดประตูห้องเขาออก แล้วหันมามองสบตาพร้อมกับพยักหน้าเรียก พลอยชมพูก็ถอนหายใจ เธอยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมเดินไปหาเขา เธอเองก็อยากรีบพูดคุยให้มันจบๆ จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะเอายังไงต่อดี 

“หิวไหม กินอะไรก่อนหรือเปล่า ผมจะลงไปเอามาให้” พบรักปิดประตูแล้ว หันมาถามคนที่ยืนอยู่กลางห้องด้วยน้ำเสียงห่วงใย 

“ยังไม่หิวค่ะ” พลอยชมพูบอกเสียงเบา หญิงสาวไม่รู้จะทำตัวเช่นไร จึงได้แต่ยืนขัดเขินทั้งกังวลอยู่กลางห้อง รอให้เขาเริ่มพูดเรื่องนั้นขึ้นก่อน 

“กระติ๊บ” 

“คะ” คนถูกเรียกสะดุ้ง หันไปมองเจ้าของห้องที่นั่งอยู่ปลายเตียงของเขา 

“มานั่งตรงนี้ เราต้องคุยกัน” พบรักตบมือลงข้างๆที่ตัวเองนั่งอยู่ 

“คุณพบพูดมาเลยค่ะ ยืนอยู่ตรงนี้ ติ๊บก็ได้ยิน” 

“ถ้าไม่มานั่งดีๆ ผมจะเดินไปอุ้ม” 

คำขู่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบทำให้ใบหน้างามงอง้ำ พลอยชมพูพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ ก่อนจะยอมเดินไปนั่งข้างเขา ซึ่งหญิงสาวทิ้งระยะห่างพองาม พบรักเองก็ไม่ได้คะยั้นคะยอให้เธอมานั่งชิดตัวติดกัน 

“กระติ๊บอยากให้ผมรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นยังไง” พบรักเอ่ยถามตรงๆไม่อ้อมค้อม คนที่ต้องตอบคำถามอึ้งไปไม่เป็น รับผิดชอบอย่างไรงั้นหรือ แต่งงานคงไม่ใช่คำตอบที่ดีเท่าไรนัก เพราะหากชีวิตคู่ของเธอเริ่มต้นจากการเสียตัวเพราะความเมา มันก็คงจบไม่สวยเท่าไรหรอกมั้ง เธอกับเขายังรู้จักกันไม่ดีพอ ยังไม่มากพอที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน 

“อย่าเพิ่งปฏิเสธความรับผิดชอบจากผม เราค่อยๆเรียนรู้กันไปก่อนได้ไหม” 

พลอยชมพูเงยหน้ามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอควรรับข้อเสนอของเขาหรือควรหนีกลับบ้านทิ้งเรื่องราวความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไว้ที่นี่ แล้วลืมมันไปให้หมดดีนะ 

“ห้ามหนีกลับบ้าน” 

พบรักดักทาง ราวกับรู้ว่าหญิงสาวคิดอะไรอยู่ จนพลอยชมพูอดคิดไม่ได้ว่า เขามีญาณทิพย์จริงๆหรือไงนะ ถึงได้เดาความคิดเธอออกทุกอย่างเลย 

“อยู่ที่นี่กับผม ระหว่างนี้เราสองคนจะเรียนรู้กันไปเรื่อยๆ หากครบหกเดือนตามกำหนดเดิมเมื่อไร แล้วกระติ๊บยังยืนยันว่าไม่ต้องการความรับผิดชอบจากผม ผมก็ยินดีจะปล่อยคุณไป” 

เหมือนจะแฟร์ แต่ก็ฟังดูทะแม่งๆ พลอยชมพูยอมรับว่าไม่ได้รังเกียจเขา แต่ถ้าจะให้เหตุการณ์หวามทรวงเหมือนเมื่อคืนนี้เกิดขึ้นอีกก็คงไม่เหมาะเท่าไร ในเมื่อสถานะระหว่างเธอกับเขายังเป็นแค่ลูกจ้างกับนายจ้าง ก็ไม่ควรมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีก หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ ขยับกายหันมามองหน้าเขาตรงๆ 

“ติ๊บจะอยู่ที่นี่ต่ออีกห้าเดือนตามกำหนดเดิม” 

แค่เธอบอกว่าจะอยู่ต่อ พบรักก็ยิ้มเต็มใบหน้า ยิ้มแบบที่ไม่เคยได้ยิ้มมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา 

“แต่...” พลอยชมพูสกัดยิ้มน่าหมั่นไส้ของชายหนุ่มด้วยข้อแม้ที่เธอต้องการให้เขาปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด 

“แต่อะไรครับ” 

“แต่เราจะอยู่ในฐานะลูกจ้างกับนายจ้าง และต้องไม่มีเหตุการณ์เหมือนเมื่อคืนนี้เกิดขึ้นอีก” น้ำเสียงจริงจังของหญิงสาวทำให้คนที่เพิ่งดี๊ด๊าดีใจเมื่อครู่รู้สึกห่อเหี่ยวลงทันใด แต่ก็รีบปลอบใจตัวเองว่าเพียงแค่เธอยินยอมอยู่ที่นี่ต่อเขาก็ดีใจมากแล้ว อีกอย่างเธอแค่ไม่ต้องการให้มีเหตุการณ์เหมือนเมื่อคืนนี้เกิดขึ้นอีกก็เท่านั้น แค่นี้เขารับปากได้ ทว่าหากเปลี่ยนท่าทางและสถานที่แล้ว เขาขอไม่นับว่าเป็นเหตุการณ์เหมือนเมื่อคืนก็แล้วกัน 

พบรักพยักหน้ารับ พลอยชมพูจึงถอนใจโล่งอก อยู่ด้วยกันแบบเดิมล่ะดีที่สุดแล้ว ขืนให้อยู่แบบเรียนรู้กันทุกเรื่อง เธอไม่หัวใจวายตายก่อนเหรอ แค่เมื่อคืนเขาก็เล่นเอาเธอแทบขาดใจ คนบ้าอะไรพลังเหลือเฟือ ไม่รู้ว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน นี่เขาอายุสี่สิบแล้วจริงๆใช่ไหม ทำไมถึงได้คึกคักแข็งแกร่งยังกับหนุ่มๆวัยยี่สิบ 

เหตุผลอีกอย่างที่พลอยชมพูตัดสินใจอยู่ต่อก็คือ หากเธอกลับบ้านก่อนกำหนด ครอบครัวจะต้องสงสัยว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับเธอหรือเปล่า และก็จะพากันเป็นห่วงเป็นใย เป็นกังวลไปกับเธอ เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เป็นความผิดของเธอส่วนหนึ่งที่ไม่ดูแลตัวเองให้ดี ดังนั้นเธอจะไม่มีวันทำให้ครอบครัวที่เธอรักต้องไม่สบายใจเพราะเธอเด็ดขาด 

 ****หวานพลอยรัก มีอีบุ๊กMEBแล้วนะคะ 

 

ความคิดเห็น