ผัดถั่วงอก

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 1.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 55

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.พ. 2563 04:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1.
แบบอักษร

"นทีนาถ...."

 

"นางสาวนทีนาถ!!!.."

 

"เชี่ย! อุ้ย ค่าาา..."

 

ฉันสะดุ้งตื่นจากการเข้าเฝ้าพระอินทร์เพราะโดนปากกาเคมีของครูเอคนสวยขว้างใส่หัวเต็มรักจนเผลอหลุดคำหยาบเสียงดังออกมา

 

"ถ้าไม่ตั้งใจเรียนเเล้วมานอนเเบบนี้ก็เชิญออกจากห้องเรียนค่ะ เอาเปรียบเพื่อนๆเขา.. "

 

"ความง่วงมันห้ามกันได้ที่ไหนล่ะคะครู...เเล้วก็การที่หนูหลับมันเอาเปรียบเพื่อนตรงไหน.."

 

ฉันตีหน้ามึนเเละเถียงออกไปอย่างเช่นทุกครั้งที่เคยทำมา เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งเเรกที่ฉันโดนติเรื่องการหลับในชั้นเรียน เเต่เรียกได้ว่าเป็นครั้งที่นับครั้งไม่ได้แล้ว ฉันเริ่มยกแขนขึ้นท้าวคางมองอาการหัวร้อนของครูคนสวยที่ตอนนี้ขบเม้มริมฝีปากเเน่น เพราะเธอจะด่าฉันต่อก็ทำไม่ได้ จะทำโทษฉันก็ทำไม่ได้อีก เพราะอะไรน่ะเหรอ หึๆๆ ก็คนมันรวยอ่ะ ช่วยไม่ได้ ที่โรงเรียนนี้ยังอยู่รอดก็เพราะเงินสนับสนุนของทางครอบครัวฉันทั้งนั้น ทำให้ภายในโรงเรียนนี้ไม่มีครูคนไหนอยากจะมีเรื่องกับฉันมากนัด ยกเว้นเเค่คนคนนี้นี่เเหละ แต่ก็ทำได้เเค่นั้นอ่ะนะ

 

"เริ่มสอนต่อเถอะค่ะ อีก 20 นาทีก็หมดคาบเเล้ว มัวเเต่มาวุ่นวายกับหนู เดี๋ยวเพื่อนคนอื่นๆก็ 'เดือดร้อน' พอดี.."

 

ฉันพูดเน้นเสียงเเบบคำต่อคำออกไปก่อนจะส่งยิ้มเยาะให้ครูสาวที่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหันหน้าเข้ากระดานเเละเริ่มสอนต่อ ฉันนั่งหาวเเล้วหาวอีก ทำไมแค่ 20 นาทีมันนานขนาดนี้นะ หิวข้าวจะตายอยู่เเล้วเนี่ย

 

"เที่ยงเเล้วโว้ย!!!.."

 

"โอ๊ยยยย อีตะวัน มึงจะเวอร์เกินไปปะจ๊ะชะนีน้อยยย..."

 

"ว่งเวอร์อะไร กูเเค่หิวข้าวเเบบมากกกกกก ก็ตอนเช้ากูตื่นสายจะเอาเวลาไหนกินข้าวคะ..."

 

ฉันตอบกลับเพื่อนสาวสองร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนเติมเเป้ง เติมปากอยู่ที่โต๊ะของฉัน เเน่นอนว่าเครื่องสำอางที่นางใช้อยู่ก็เป็นของฉัน

 

"เมื่อไหร่มึงจะซื้อเองบ้างห๊ะอีท๊อป เปลืองเงินกูชิบหาย.."

 

"น่าาา ยืมก่อน ก็กูให้พ่อรู้ไม่ได้ว่ากูเป็นเเบบเนี้ย ถ้าพ่อรู้นะ กูตายเเน่.."

 

สีหน้าของคนตรงหน้าบ่งบอกถึงความจริงจังที่จะสื่อออกมา เพราะพ่อของอีท๊อปมันตั้งความหวังไว้สูงมากว่าอยากให้มันเป็นฝั่งเป็นฝามีหลานให้อุ้ม เพราะเเบบนั้นจะมีเเค่เวลาอยู่นอกบ้านเท่านั้นที่อีท๊อปมันเป็นตัวของตัวเอง ฉันนั่งรออีท๊อปเติมแป้งจนพอใจเป็นเวลากว่า 10 นาที ซึ่งต่างจากฉันที่ทาเเค่ลิปมันกับตบแป้งบางๆเท่านั้น ก็คนมันสวยอ่ะ จะเเต่งเยอะไปทำไม

 

"เอ้อตะวัน เดี๋ยวเราก็จบ ม.6 ละ มึงจะต่อไหน..."

 

"กูยังไม่คิดว่ะ เเต่ฉลาดๆแบบกูจะเข้าไหนก็ได้.."

 

"จ้า แม่คนฉลาด อุ๊ย!มึง วันนี้มีข้าวมันไก่ กูอยากกิน..."

 

พูดจบอีท๊อปก็พุ่งไปต่อแถวร้านข้าวมันไก่ทันทีโดยที่ปล่อยให้ฉันยืนเดียวดายอยู่กลางโรงอาหาร ฉันกวาดมองร้านอาหารรอบๆตัวว่าจะกินอะไรดีซึ่งมันก็ไปจบที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ

 

"เส้นเล็กน้ำตกเนื้อไม่ผักค่ะป้าคนสวยยย"

 

"แหม คุณหนูตะวันยังปากหวานเหมือนเดิมนะคะ เดี๋ยวป้าแถมเนื้อเพิ่มให้"

 

"ขอมค่าาา"

 

ฉันฉีกยิ้มหวานออกมาให้กับป้าขายก๋วยเตี๋ยวของโรงเรียนอย่างเป็นกันเอง เพราะในอดีตป้าแกเคยเป็นแม่บ้านที่บ้านของฉันสมัยฉันยังเด็กๆ ทำให้เวลาอยู่ในโรงเรียนก็มีเเค่ป้ากับอีท๊อปเเค่นั้นแหละที่ฉันคุยดีๆแบบสนิทด้วย

 

"อ่าวป้า ทีผมไม่เเถมงี้อ่ะ..ลำเอียงนี่หว่า"

 

ฉันหันหลังไปมองตามเสียงที่ได้ยินก็พบกับผู้ชายร่างสูงผิวสีเเทนที่ชื่อเมฆ ยืนต่อคิวอยู่หลังฉัน นายเมฆเป็นนักเรียนห้องภาษาที่อยู่ห้องข้างๆฉัน และฉันไม่ได้รู้จักอะไรเป็นการส่วนตัวกับคนคนนี้ เเต่ที่รู้จักก็เพราะชื่อเสียงเรียงนามเรื่องการชกต่อยของตานี่มันดังไปทั่วสายชั้นเท่านั้นเอง

 

"ป้าเขาจะลำเอียง ลำตรง ลำสะพานโค้งมันก็เรื่องของป้าเขาปะ.."

 

จริงๆไม่ได้อยากหาตีนใส่ปากแทนข้าวนะ แต่เพราะไอ้คนชื่อเมฆนี่มันดันมีท่าทีจะตรงไปหาเรื่องป้าเขาเข้า จะให้อยู่เฉยๆก็ไม่ได้เพราะป้าเเกเคยดูเเลฉันมาตอนสมัยเด็กๆก่อนที่จะลาออกมา

 

"ปากเก่งนะมึงเนี่ย คิดว่ารวยเเล้วกูจะไม่กล้าตบเหรอ"

 

"เออ ลองดูดิ พ่อกูไม่ปล่อยมึงเเน่ๆ.."

 

"โห ฟ้องพ่อเก่งๆแบบนี้ กูล่ะอย่างชอบเลย.."

 

สิ้นเสียงของนายเมฆหน้าของฉันก็หันไปตามเเรงตบฉากใหญ่ที่ได้รับจากมือของมันทันที แต่ดีหน่อยที่มันไม่เเรงถึงขนาดที่จะทำให้ฉันล้มลง

 

"ทีหลังอย่ามาปากดีกับกู คิดว่ากูจะกลัวพ่อมึงเหรอ ถ้ามึงคิดว่ากูกลัว ก็โทรไปฟ้องพ่อมึงดู..กูจะตบกลับทั้งพ่อทั้งลูกเลยทีเดียว.."

 

ฉันยกแขนขึ้นเเล้วใช้เเขนเสื้อเช็ดเลือดที่มุมปากตอนเเรกฉันกะจะไม่หาเรื่องต่อ เเต่ตานี้มันดันพูดถึงพ่อฉันเเบบนี้เเล้วจะให้ฉันนิ่งได้ยังไง ฉันจึงถุยน้ำลายที่ผสมเลือดใส่เสื้อของผู้ชายตัวสูงที่ตบหน้าฉันไปเมื่อกี้ ซึ่งการกระทำของฉันมันเริ่มทำให้อีกคนเลือดขึ้นหน้ายิ่งกว่าเดิม รวมถึงทั้งโรงอาหารตอนนี้ก็มีจุดสนใจเป็นฉันกับนายเมฆไปซะเเล้ว

 

"มึงจะเป็นผู้หญิงคนเเรกที่กูจะส่งเข้าโรงบาลด้วยตีนกูเอง.."

 

"ก็มาดิ มึงรู้จักกูน้อยไปละ...กูไม่ได้มีดีเเค่ฟ้องพ่ออย่างเดียวว่ะ.."

 

ทันทีที่นายเมฆพุ่งเข้ามาหวังจะทำร้ายฉัน ฉันก็สวนหมัดที่ไวกว่าเข้าเบ้าหน้าของอีกคนไปเต็มๆ ทำให้ร่างที่พุ่งเข้ามาในตอนเเรกนั้นเซถอยไปตั้งหลักเล็กน้อยก่อนที่มันจะยกยิ้มน่าขนลุกขึ้นมา

 

"เป็นมวยเหรอมึง.."

 

"เออ พอดีพ่อให้เรียนศิลปะป้องกันตัวไว้ว่ะ เอาไว้กำราบคนเหี้ยๆตบผู้หญิงแบบมึงไง.."

 

และเเล้วการตะลุมบอนของฉันกับนายเมฆก็เกิดขึ้น ทั้งโรงอาหารตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่มามุงดู บางคนก็หยิบมือถือมาถ่ายวีดีโอบ้าง ถ่ายทอดสดบ้าง ซึ่งฉันชกต่อยกับนายเมฆนานขนาดไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็มีมือของครูสองถึงสามคนมาจับฉันเเยกออกจากนายเมฆเรียบร้อย สภาพของฉันกับคู่กรนีไม่ต่างกันมากนัก ปากแตก ตาบวม มีเเต่รอยฟกช้ำเต็มตัวเเต่นายเมฆนั้นแผลหนักกว่าฉันเยอะเพราะเชิงมวยฉันนั้นดีกว่าทำให้อีกฝ่ายนั้นเสียเปรียบค่อนข้างมาก พอเหตุการณ์เริ่มสงบเเละพวกกลุ่มนักเรียนเเยกย้ายกันขึ้นห้อง ฉันกับนายเมฆก็ถูกหามเข้าไปทำแผลในห้องพยาบาลทันทีเเต่เเยกห้องกันเพราะโรงเรียนนี้มีห้องพยาบาลสองห้องเเยกชายหญิง

 

"คิดยังไงเราถึงไปต่อยตีกับผู้ชายเขาเเบบนั้น.."

 

เสียงของครูห้องพยาบาลกล่าวขึ้นไปพร้อมกับมือที่กำลังคว้าเอาขวดยาทำแผลนู่นนี่นั่นมากองบนโต๊ะ ซึ่งฉันไม่ได้ตอบอะไรครูเขาไป จะบอกว่าโมโหหิวก็ไม่ได้ หรือจะบอกว่ามันพูดถึงพ่อฉันก็ไม่ได้

 

"ตายเเล้ว!! ชะนีน้อย กูไม่คิดว่าจะหนักนาดนี้!!..."

 

"เออๆ กูก็ไม่คิดว่ามันจะกล้าตบกู...อีกอย่างมึงเกรงใจครูหน่อยดิ..."

 

"แหมม เกรงใจครูเป็นด้วยเหรอจ๊ะมึงอ่ะ..."

 

ฉันยกมือฟาดใส่เเขนของอีท๊อปไปทีหนึ่งเพื่อบอกให้อีกคนหยุดแซะฉัน เพราะตอนนี้ครูแกก็เอาเเต่ยืนฟังฉันกับอีท๊อปฝอยกันไม่ยอมมาทำแผลให้สักที

 

"เอ่อครูคะ ครูจะทำไหมคะเเผล หรือให้หนูทำเอง..."

 

ฉันหันไปมองหน้าของครูที่ยืนถือสำลีชุบยาอยู่ก่อนจะหันหน้ากลับมาทางเดิมเพราะพอฉันพูดจบ สำลีเย็นๆก็เช็ดลงมาที่มุมปากของฉันก่อนเป็นอันดับเเรก ตอนเเรกฉันคิดว่าแผลที่หางคิ้วจะได้เย็บเเต่ครูแกบอกว่าแผลของฉันมันตื้นไม่ต้องเย็บก็ได้ พอทำแผลเสร็จเรียบร้อยฉันก็ต้องให้อีท๊อปช่วยพยุงขึ้นบันไดไปเรียนต่อจนหมดคาบบ่าย กลายเป็นว่าทั้งวันนั้นข้าวฉันก็ไม่กินได้กินเเค่นมกับขนมปังโง่ๆที่อีท๊อปซื้อติดมือมา เเถมหน้ายังยับไม่เหลือชิ้นดีอีก หมดกับฉายาตะวันสวยเเละรวยมาก ฉันค่อยๆหอบสังขารเดินลงบันไดมาพร้อมกับอีท๊อปที่มีหน้าที่เป็นคนช่วยถือกระเป๋าอย่าง่วยไม่ได้

 

"เเล้วพรุ่งนี้จะมาเรียนไหวไหมเนี่ยมึง กูว่ามึงพักให้หน้ามึงหายช้ำก่อนไหม.."

 

"ไม่อ่ะมึง จะสอบละกูไม่อยากมีปัญหากับครู..."

 

"นี่มึงโดนตีนอีเมฆกระเเทกสมองปะเนี่ย มีปัญหากับครูมาตลอดตั้งเเต่ ม.4 พึ่งมาคิดได้ตอนนี้อ่ะนะ.."

 

"ดูพูดจา ถ้ามึงไม่ใช่เพื่อนคนเดียวของกูนะ กูจะเทมึง.."

 

"ผู้ชายเทเยอะเเล้วขอร้องเพื่อนอย่าเท.."

 

ฉันหลุดขำออกมากับคำพูดเเละน้ำเสียงอ้อยอิ่งที่ไม่เหมาะกับขนาดตัวของอีท๊อป เเละยังไม่ทันจะได้คุยอะไรกันต่อ เสียงเเตรรถหรูของคนับรถบ้านฉันก็ดังขึ้นเพื่อส่งสัญญาณให้ฉันว่าถึงเวลากลับบ้าน พอฉันก้าวขาเ้ามานั่งในรถ คนขับรถของบ้านก็ถึงกับเเสดงสีหน้าตกใจกับสภาพของฉัน

 

"คุณหนูไปกัดกับหมาที่ไหนมาครับเนี่ย!?.."

 

"หมาบ้าน่ะ คุณพ่ออยู่บ้านรึเปล่า?.."

 

"อ้อ คุณท่านออกจากบ้านไปตั้งเเต่เที่ยงเเล้วครับ..."

 

"คุณแม่ล่ะ?..."

 

"อยู่ครับ เเล้วเหมือนท่านหงุดหงิดเอามากๆ ผมคิดว่าคงรู้เรื่องคุณหนูเเล้วล่ะครับ.."

 

"ให้มันได้งี้ดิ..."

 

ฉันเอนหลังพิงเบาะรถนุ่มๆทันทีพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา คุณพ่ออ่ะไม่เท่าไหร่เเต่คุณเเม่นี่สิ ศพไม่สวยเเน่นางสาวนทีนาถเอ้ย กลายเป็นว่าการกลับบ้านวันนี้เป็นการกลับบ้านที่ฉันไม่อยากกลับเลยจริงๆ ทันทีที่รถับเข้ามาในรัวบ้าน สิ่งเเรกที่ยืนรออยู่คือคุณเเม่ที่ทำหน้ายักษ์ใส่ฉันที่ยังไม่ได้ลงจากรถ

 

"มีอะไรจะแก้ตัวไหม..."

 

"เอ่อ หนูขอเข้าบ้านก่อนได้ไหมคะ ยืนไม่ไหวอ่ะ..."

 

"ทีเเบบนี้มายืนไม่ไหว แม่ควรทำยังไงกับลูกดี ทั้งมีเรื่องกับครูที่โรงเรียนเพราะไปหลับในคาบเขา เเล้ววันนี้ยังไปต่อยตีกับพวกผู้ชายอีก.."

 

"โถ่เเม่ หนูขอเข้าบ้านก่อนได้ไหม..."

 

ฉันหน้านิ่วคิ้วขมวดทันทีที่แม่เริ่มบ่น อย่างน้อยขอเข้าไปนั่งฟังดีๆได้ไหมไม่ใช่มายืนฟังเเบบนี้ เเละดูเหมือนเเม่จะเริ่มเห็นใจฉันขึ้นมาจึงหลีกทางให้ฉันเดินเข้าไปในบ้านได้

 

"พรุ่งนี้ไม่ต้องไปโรงเรียนแม่ให้คุณพ่อทำเรื่องให้เเล้ว เเล้วก็...แม่ตัดสินใจเเล้วว่าเเม่จะส่งลูกไปอยู่กับน้าดาวที่ต่างจังหวัดสองปี.."

 

"ห๊ะ!!.."

 

ยังไม่ทันที่ตูดฉันจะหย่อนลงกับโซฟาหนานุ่ม ฉันก็ต้องชะงักกับสิ่งที่แม่พูดออกมา นี่เเม่คิดอะไรอยู่ถึงจะส่งฉันออกไปต่างจังหวัดเเบบนั้น แล้วเวลาสองปีมันไม่ใช่สองวันนะ

 

"แม่ แต่หนูต้องสอบอีกไม่กี่อาทิตย์ ไหนจะเรื่องสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยอีก"

 

"เรื่องสอบที่โรงเรียนลูกได้ไปสอบเเน่เมื่อถึงวัน...ส่วนเรียนมหาลัย หลังจากกลับมาจากต่างจังหวัด เราค่อยว่ากันอีกที..."

 

พูดจบแม่ก็เดินหายเข้าไปในครัวทันทีทิ้งให้ฉันนั่งงงเป็นไก่ตาเเตกอยู่ที่โซฟาอยู่กว่า 10 นาทีจนแม่นมที่นั่งฟังอยู่ห่างๆเงียบๆต้องมาพยุงฉันขึ้นห้อง ฉันจัดการอาบน้ำเเต่งตัวเเล้วลงมานั่งทานอาหาร ซึ่งบรรยากาศวันนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดของบรรยากาศบนโต๊ะอาหาร เเต่ในที่สุดคนที่เปิดบทสนทนาก็เป็นพ่อของฉัน

 

"พ่อไม่ว่าอะไรลูกหรอกนะ เพราะลูกทำเพื่อปกป้องคนอื่น...แถมยังทำเพราะมันมาพาดพิงพ่ออีก.."

 

"ค่ะ.."

 

"เพราะให้ท้ายกันเเบบนี้ไง ลูกถึงทำตัวเเบบนี้..."

 

"โถ่คุณ ก็ลูกมันทำไปแล้ว...ไม่ต้องให้ลูกไปอยู่กับน้องสาวคุณหรอก.."

 

"ฉันรับปากยัยดาวไปแล้วค่ะว่าจะส่งตะวันไป คำพูดของฉันคำไหนคำนั้น ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก..."

 

"ครั้งเดียวน่าคุณ ให้อภัยลูกเถอะ.."

 

"ให้อภัยน่ะฉันให้อภัยก็ลูกฉันทั้งคน แต่ฉันอยากให้ตะวันเป็นผู้เป็นคนมากกว่านี้ เผื่อการที่ตะวันออกห่างจากตัวเมืองไปเจอสังคมใหม่ๆจะทำให้เขาดีขึ้น.."

 

"หนูเข้าใจค่ะ.."

 

ฉันเขี่ยอาหารในจานไปมาก่อนจะหยุดเเล้วพูดแทรกประโยคของพ่อกับเเม่ที่คุยกันอยู่ออกไป เพราะหลังจากที่ฉันไปคิดทบทวนดู ฉันก็เข้าใจว่าการที่แม่จะส่งฉันไปอยู่กับน้าดาวนั้นเป็นสิ่งที่ท่านคิดว่าดีที่สุด ซึ่งมันจะช่วยให้ฉันดีขึ้นยังไง? หรือท่านกำลังคิดว่าที่ฉันเป็นเเบบนี้เพราะการคบเพื่อน แต่ถึงจะสงสัยยังไงก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะแม่ของฉันพูดคำไหนคำนั้น จะต้องไปก็คือต้องไปจริงๆ

 

"ก็ดีที่ลูกเข้าใจ หลังจากสอบเสร็จเราจะไปส่งลูกทันที เเละพ่อกับเเม่จะไปเยี่ยมลูกทุกเดือน.."

 

ในที่สุดรอยยิ้มอย่างเช่นทุกวันของแม่ก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้าให้ฉันเห็น ซึ่งมันก็ทำให้ฉันชื่นใจขึ้นมาได้บ้างเพราะมันลดบรรยากาศตึงเครียดบนโต๊ะอาหารลงได้ พอเราสามคนพ่อแม่ลูกทานอาหารเสร็จก็พากันเเยกย้ายไปทำนู่นทำนี่ ซึ่งหน้าที่ของฉันในวันนี้ไม่มีอะไรมากนอกจากกินยาเเละนอนพัก ไว้พรุ่งนี้ฉันค่อยโทรหาอีท๊อปเเล้วเล่าทุกอย่างให้มันฟังอีกทีก็เเล้วกัน...

ความคิดเห็น