Chaleeisis

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 14 : ดื้อ

คำค้น : สามเฌอ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.พ. 2563 22:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 14 : ดื้อ
แบบอักษร

 

 

“เฌอ” 

“หืม....” 

“คบกับเด็กมากี่วันละ” 

“อาทิตย์กว่าแล้วมั้ง ทำไมวะ” 

“ใกล้จะ 13 วันละดิ” 

“อืม” 

“รอบนี้รู้สึกเป็นไง” 

เป็นไงงั้นเหรอ.....เห้อะ ก็มาดิไอ้เวร 

ผมไม่ตอบคำถามของเพื่อนรักแต่แย่งโอริโอ้ในถ้วยมันมากินแทน ไอ้แช่มที่โดนแย่งโอริโอ้ทำหน้าเหมือนส้นตีนทันที แหมๆ ๆ แย่งนิดแย่งหน่อยทำเป็น เดี๋ยวปั๊ดตบตาหลุดเลยหนิ ผมตักไอติมชาเขียวเข้าปากพลางมองคนโน้นทีคนนี้ที ตอนนี้ 4 ทุ่มแล้ว ผมกับไอ้แช่มอยู่ที่ติมมืดครับ ไม่รู้ว่าชริตเป็ดเพื่อนรักนึกครึ้มอะไรอยากกินไอติมตอนนี้ แต่ก็ถือว่าดีเหมือนกัน ผมจะได้ถามเรื่องที่อยากรู้ช่วงที่มันกลับไปบ้านเกิดด้วย สีหน้าและท่าทางดูอารมณ์ดีนะ คิดได้เลยว่าอาการหลายๆ อย่างอาจจะดีขึ้น 

เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วแหละ 

“กลับบ้านเป็นไงบ้าง” ผมเอ่ยถามก่อนจะตักถั่วแดงในถ้วยตัวเองไปให้มัน “ดีตามที่ใจหวังป้ะ” 

“อื้ม กูไม่เป็นอะไรแล้วแหละ ทุกอย่างมันจบอย่างสมบูรณ์แล้วมึง เรื่องเลวร้ายในอดีตจะทำอะไรกูไม่ได้อีกแล้ว” 

“เป็นแบบนั้นก็ดีแล้ว พวกกูค่อยหายเป็นห่วงหน่อย” 

“กูคุยกับน้องหอมเรื่องอนาคตด้วยนะมึง กูบอกน้องไปว่าพอเรียนจบ กูจะทุบบ้านหลังเดิมทิ้ง แล้วก็สร้างใหม่” 

“ถ้ามึงเลือกแล้ว มันคงเป็นทางที่ดีที่สุด ก็เอาตามนั้นแล้วกัน ไอ้หอมว่ายังไงบ้างล่ะ” 

“ก็ตามใจกูนั่นแหละ แล้วกูก็บอกน้องหอมด้วยว่าถ้าน้องเรียนจบเมื่อไหร่ บ้านสร้างเสร็จแล้วหรืออะไร ถึงตอนนั้นค่อยแต่งงานกัน” 

“ใจมึงมันได้ว่ะ แต่งงานอ๋อ” ผมนึกภาพที่ไอ้แช่มใส่ชุดเจ้าบ่าว “งี้กูก็ต้องหาสูทไว้ใส่ในงานแต่งมึงแล้วแหละ ไม่ต้องห่วงนะเพื่อนแช่ม เดี๋ยวเพื่อนเฌอเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้เอง” 

“เออ มันก็อีกนานอยู่นะแต่กูก็มั่นใจแล้วแหละว่ายังไงเวลาที่เหลือ ก็อยากอยู่กับคนๆ นี้ กูรักน้องหอมว่ะ ทำน้องเสียใจมาเยอะ กูไม่อยากให้น้องเสียใจเพราะกูอีก” 

“คิดได้แบบนั้นก็ดีแล้ว เออมึง ไปๆ มาๆ คือกลุ่มเราแม่งมีแฟนเป็นผู้ชายทั้งหมดเลยว่ะ” 

“ทำไงได้วะ ก็รักไปแล้วอะ” 

นั่นดิ....รักไปแล้วจะให้ทำไง 

ตอนนี้ที่คบกับสิบสามอยู่ ผมก็นึกถึงอนาคตเหมือนกันนะแต่มันต่างจากที่เคยเป็น ผมน่ะจะต้องผ่านคำพูดที่มันเข้ามาในสักวันนึงว่าผมไม่เหมาะสมกับนังน้อน ในอนาคตแฟนผมจะเป็นหมอ เขาต้องมีสังคมซึ่งอาจจะต่างจากที่ผมมี เขาต้องเจอผู้คนอีกเยอะ ตัวผมเองก็ด้วย จนถึงตอนนั้นเราสองคนน่าจะต้องเจอเรื่องประสาทแดกเยอะอยู่แหละ เชื่อไหมว่าการที่ผมคิดว่าสิบสามจะต้องเป็นหมอ มันทำให้ผมอยากเป็นเฌอที่ดีมากกว่านี้อีกสักสิบเท่า 

ดีให้รู้สึกว่าผมนี่แหละที่เหมาะสมกับเขามากกว่าใคร 

เรื่องครอบครัวไม่มีอะไรต้องกังวล ป๊ารู้เรื่องที่ผมคบกับสิบสามแล้วครับ เขาโทรมาหาผมพร้อมกับถามว่ามีแฟนเป็นผู้ชายเหรอ เป็นยังไงบ้าง เขาดีไหม ถามคำถามทั่วไปต่างๆ นานาพร้อมกับอวยพรให้ความรักครั้งนี้ของผมดีกว่าที่เคยมีมา ผมก็ถามป๊าว่าไม่ว่าอะไรเหรอที่ผมมีแฟนเป็นผู้ชาย ป๊าบอกว่าถ้ามันมีคือความสุขของผมแล้วมันไม่ได้เดือดร้อนใคร เขาก็ไม่ขัด ส่วนเรื่องของคนอื่นในครอบครัว ก็ไม่ต้องสนใจ ใครจะพูดอะไรก็ปล่อยให้เขาพูดไป 

ถ้าผมรู้สึกรำคาญมากๆ ก็สามารถโทรไปฟ้องได้ 

รอบนี้ให้คะแนนป๊าไปเลย 100 คะแนนเต็ม 

เป็นแบบที่ผมคิดจริงๆ ด้วยแหละที่ป๊าจะไม่มีปัญหาเรื่องที่ผมมีแฟนเป็นผู้ชาย เนี่ยะ คนในครอบครัวเราสองคนโอเคที่เราคบกันแต่ดูเหมือนคนนอกจะมีอยู่กลุ่มนึงที่ไม่ค่อยโอเคสักเท่าไหร่ ซึ่งมันทำให้หลายวันมานี้ผมมีเบอร์แปลกๆ โทรมาหาแล้วก็ด่าอะไรสักอย่างแต่มันฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง ผมคิดว่าถ้าเกิดเรื่องแบบนี้อีกสัก 3 ครั้งผมจะไปแจ้งความ รำคาญอะ คือเบอร์โทรศัพท์ต้องลงทะเบียนกับเลขบัตรประชาชนถูกไหม มันก็ต้องระบุอยู่แล้วว่าใครเป็นเจ้าของ 

ทำอะไรไม่คิดเลย 

“เฌอ” 

“หืม....” 

“กูถามอะไรหน่อยดิ” ไอ้แช่มขยับมานั่งฝั่งเดียวกับผม “มึงกับน้องหมออะ ถึงขั้นไหนแล้ววะ” 

“ขั้นไหนอะไรวะ ก็เป็นแฟนกันไง” ถามอะไรแปลกๆ สถานะก็ตั้งคบกันให้เห็น 

“กูรู้แล้วว่าเป็นแฟนกัน แต่ที่ถามเนี่ยะ กูหมายถึงแบบ....” มันเอ่ยพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม โอเครู้เรื่อง เข้าใจแล้วว่าขั้นไหนที่มันถามคืออะไร 

“อ๋อ....มึงนี่ก็ขี้เสือกนะ อยากรู้ทำไมวะ” 

“กูอยากใส่ใจอะ อีกอย่าง....เพื่อนกูมีแฟนเป็นผู้ชายทั้งที มึงก็ควรจะรู้ในสิ่งที่ต้องรู้เอาไว้ไหม” ไอ้แช่มเอียงหัวเข้ามาใกล้ “ในฐานะที่กูมีประสบการณ์มากกว่ามึง กูจะแนะนำให้เอง” 

“พี่แช่มพี่เฌอ” 

ผมหันตามเสียงก็เจอไอ้เด็กหัวทองที่สวมชุดนอนสีแดง “อ้าวไอ้หมี มากินติมอ๋อ” 

“อื้ม มีคนอยากกินไอติม” มือเรียวชี้ไปที่ไอ้เพื่อนตัวแสบที่เดินหัวฟูเข้ามา สภาพเหมือนเพิ่งตื่นแหละจริงๆ 

“พูดอะไรห้ะ ใครอยากกินกูให้พูดอีกที” ไอ้ขันโขกหัวแฟนเด็กก่อนจะเดินไปสั่งไอติม อ๋อ คือไอ้หมีน่าจะอยากกิน ส่วนเพื่อนรักผมก็น่าจะโดนปลุกให้พามากินไอติม 

มีผัวตามใจนี่ดีเหมือนกันเนอะ 

“เออมึงมาก็ดีไอ้หมี มึงจะได้ให้คำตอบพี่มึงได้ดีกว่ากู” 

“คำตอบอะไรอ๋อพี่” 

“เรื่องเซ็กซ์” 

ผมทำหน้าตึงใส่มัน “กูไม่อยากรู้เลย” 

“แต่มึงควรรู้เอาไว้ ผู้ชายด้วยกันมันต่างจากผู้ชายกับผู้หญิงนะ มึงคิดจะแห้งหรือปล่อยแฟนตัวเองแห้งไปทั้งชาติเหรอ” 

“จากความรู้สึกของหมีนะพี่เฌอ พี่ไม่รอดจากสิบสามแน่ๆ อะ ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะเชือดพี่ตอนไหน” 

มึงจะพูดให้กูหวั่นใจทำไมวะไอ้เวร 

ผมตักไอติมชาเขียวเข้าปากพลางทำหน้ามึนเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่ไอ้หมีพูด โอเค ได้ยินเต็มสองรูหูแหละแล้วก็รู้ตัวเองดีเลยว่าจะไม่รอด วันที่กลับจากเสม็ดแล้วไปค้างที่บ้านสิบสามมันก็ชัดเจนแล้วป้ะวะ ตอนนั้นที่นังน้อนถามผมว่าโอเคใช่ไหมที่จะเป็นลูกสะใภ้แม่เขา พร้อมกับจัดการบลัฟผมด้วยจูบสูบวิญญาณนั่นอีก ไหนจะบอกว่าถ้าอยากกดเขาก็ต้องสู้แรงให้ได้ คือเรื่องแบบนั้นผมจะทำได้ไง เขาแรงเยอะยิ่งกว่าใครในโลก 

ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กจนกระทั่งได้เป็นแฟนสิบสามอะ 

“เออ กูรู้ว่ากูต้องโดนเชือดสักวันนึงแหละ แต่พวกมึงไม่ต้องใส่ใจกันขนาดนั้นก็ได้ป้ะ” 

“ไม่ได้พี่ ปุบปับทำเลยไม่ได้นะ มันเจ็บ” ไอ้หมีเลื่อนหัวเข้ามาใกล้ “พี่เฌอต้องมีถุงยางนะ เจลหล่อลื่น อันนี้สำคัญมาก แต่คือครั้งแรกยังไงมันก็เจ็บว่ะ ต้องขึ้นอยู่กับสิบสามแล้วแหละว่าเขาจะเก่งมากแค่ไหน” 

จะเอาอะไรมาเก่งวะ....ทำสักครั้งยังไม่เคยเลยมั้ง 

แต่จะวางใจไม่ได้เพราะผ่านไป 3 วันยังจูบเก่งขึ้นขนาดนั้น 

“กูคงยังไม่มีอะไรกับแฟนตอนนี้หรอกนะมึง ยังคบกันไม่ถึง 13 วัน และวันที่ 13 ก็ยังไม่ผ่านไปเลย” 

“งั้นถ้าผ่านอาถรรพ์ต่างๆ ไป มึงจะยอมมีผัวแต่โดยดีป้ะล่ะ” 

“จะมีผัวหรือไม่มีผัวก็ให้เป็นเรื่องของกูไหม สะเหล่อจริงๆ เลยพวกมึงเนี่ย” ผมมองไอ้ขันที่เดินมาพร้อมกับถ้วยไอติม “ไอ้ขัน ไอ้หมีบอกว่าอยากโดนมึงเยดุๆ อะ มันบอกว่าช่วงนี้มึงไม่ดุ มันไม่ชอบ ไม่เร้าใจ” 

“พี่เฌออออ” คนที่โดนพาดพิงมองผมตาโตทันที หมั่นไส้ เดี๋ยวไอ้แช่มก็จะโดนด้วยโทษฐานสะเหล่อ 

ไอ้ขันมองแฟนตัวเองนิ่งๆ “เหรอ” 

“หมีโดนแกล้งต่างหาก หมีไม่ได้พูดแบบนั้นเลยนะ” 

“หึ....” เพื่อนรักจอมโฉดตักไอติมเข้าปาก ดูจากสายตาก็รู้แล้วว่ากลับถึงหอเมื่อไหร่ ไอ้หมีตายแน่ๆ ดีละ ให้มันตายไป ตายคาเตียงไปทั้งคู่นั่นแหละ 

“เฌอ....อย่าลืมที่กูบอกนะ” 

เดี๋ยวมึงจะได้ตายอีกคนไอ้หน้าสัส 

เอาจริงๆ เรื่องแบบนี้ก็มีคิดไว้บ้างแต่ก็ไม่ใช่ตอนนี้ป้ะวะ คบกันยังไม่ถึง 2 อาทิตย์เลย อีกอย่างก็รู้แหละว่าตัวเองจะต้องเผชิญชะตากรรมยังไง แบบนั้นก็ขอเวลาทำใจก่อนได้ไหมล่ะ ผมว่าเรื่องนี้ถ้าถึงเวลาของมัน เดี๋ยวก็.....เออน่ะ เอาเป็นว่าไม่ใช่ตอนนี้ที่พร้อมจะมีผัว โอเคจบ ทุกปัญหาเคลียร์แล้ว ส่วนตอนนี้เรื่องที่น่าจะเป็นปัญหาที่สุดคือกระเป๋าสตางค์ไปไหนวะ 

อืม....ไม่ใช่กระเป๋าสตางค์แต่โทรศัพท์ก็ด้วย 

อยู่ในรถหรือเอาไปวางไว้ที่ไหนเนี่ยะ 

“เดี๋ยวกูไปที่รถแป๊บนะ ลืมกระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์ว่ะ” 

“สะเหล่ออีกละมึงเนี่ยะ” 

“เออน่ะ” ผมโขกหัวไอ้แช่มทีนึงก่อนจะเดินออกมาด้านหลังร้านที่เป็นลานจอดรถ ได้ยินเสียงโหวกเหวกมาจากข้างฟุตปาธด้วย พอเป็นนั้นผมจึงเดินไปดู 

ทะเลาะกันเหรอวะ 

ผมเห็นวัยรุ่นกำลังมีปากเสียงกัน พวกที่ใส่เสื้อยืดสีดำเนี่ยะมีกันหลายคน คู่กรณีอีกฝั่งคือหน่อเดียวโดดๆ เลย ถ้าสมมุติว่าตีกันจริงๆ ไอ้ฝั่งคนเดียวนี่ตายแน่ล่ะ ดูจากฝั่งเสื้อดำที่ถืออาวุธอย่างไม้หรือท่อนเหล็กไว้ในมือแล้วด้วย ผมควรจะโทรแจ้งตำรวจไหม อย่างน้อยก็ก่อนที่อะไรๆ มันจะบานปลายไปมากกว่านี้ พอคิดได้แบบนั้นผมก็ล้วงมือไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหวังจะหยิบโทรศัพท์ 

เดี๋ยวนะ 

มันอยู่ที่รถหนิเฌอ 

ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมย่องไปที่รถแล้วค่อยแจ้งตำรวจก็ได้ ในจังหวะที่ผมกำลังจะถอยหลังกลับไป เสียงนึงก็ลอยเข้ามาในโสตประสาทและนั่นทำให้เท้าของผมชะงักทันที “.....ไอ้ภัทรงั้นเหรอ” 

พวกเสื้อดำนั่นเรียกอีกฝ่ายว่าไอ้ภัทร 

ผมหันไปทางฟุตปาธอีกครั้งก่อนจะเพ่งมองคนที่สวมชุดนักศึกษา หน้าตากวนส้นตีนอย่างนั้นก็ชัดเลยแหละ ไอ้ภัทรจริงๆ ด้วย ทำไมมันถึงไปมีเรื่องกับพวกนั้นได้วะ ผมขยับเข้าไปใกล้เพื่อได้ให้ยินเสียงชัดกว่าเดิม 

“นัดกันไว้วันนี้ไม่ใช่เหรอ ไหนเงินพวกกูอะ” 

“อาทิตย์หน้าได้ไหมพี่ นะ ขอเวลาอีกหน่อยเถอะ” 

“อาทิตย์ที่แล้วมึงก็พูดแบบนี้ มึงคิดว่าพวกกูใจดีขนาดนั้นเลยเหรอวะ มึงเบี้ยวหนี้เองนะ” 

เบี้ยวหนี้อะไรวะ.....อย่างไอ้ภัทธเนี่ยนะจะมีหนี้ 

“งั้นครึ่งนึงก่อนได้ไหมพี่” 

“ครั้งก่อนมึงบอกว่าเงินเต็มหนิ ครั้งนี้จะมาครึ่งนึงอะไรวะ” 

“เออ เงินแค่สองแสนอะ ลูกเจ้าสัวอย่างมึงคงขนหน้าแข้งไม่ร่วงไหม” 

“หรือให้กูไปทวงที่พ่อมึงดี” 

“อย่านะพี่ อย่า....” 

“แล้วมึงจะทำยังไง เสียเวลาพวกกูมากเลยนะ” ไอ้หัวโจกเอ่ยอย่างหัวเสีย “พอๆ จัดการมันดิ๊ ว่าถ้าเบี้ยวหนี้แล้วเจอกับอะไร” 

สิ้นเสียงคำสั่งพวกเสื้อดำก็เข้ามารุมกระทืบไอ้ภัทรทันที พอเห็นแบบนั้นผมจึงออกไปห้าม “เห้ยหยุดดดด!!!! กูบอกให้หยุดไงวะ” ผมผลักพวกมันออกก่อนจะหลบหมัดที่พุ่งเข้ามาแล้วเตะสวนจนอีกฝ่ายล้มกลิ้งไป 

“มึงมาเสือกอะไรวะ”

“กูเป็นพี่ไอ้เวรนี่เองอะ ทำไม” ผมหยิบชะแลงที่ร่วงอยู่ขึ้นมาก่อนจะยืนกั้นระหว่างพวกมันกับไอ้ภัทรไว้ “มีปัญหาอะไร”

“ห้าวตีนดีว่ะ เป็นพี่ไอ้ภัทรเหรอ งั้นมึงก็ต้องมีเงินจ่ายหนี้ให้น้องชายถูกไหม”

“....เท่าไหร่”

“สองแสน”

“เอาเลขบัญชีมา”

“กูจะเอาเงินสด”

“ได้ งั้นขับรถตามกูไปกดเงินที่ตู้ กดแม่งทั้งคืนอะ มึงจะเอางั้นไหมล่ะ” ผมเสยผมที่ปรกหน้าขึ้นอย่างหัวเสีย “บางทีการคิดจะเอาชนะมันทำได้เว้ย แต่ไม่ใช่เรื่องโง่ๆ แบบนี้”

“ปากดีนักนะมึง” ไอ้เสื้อดำพุ่งจะเอาไม้หน้าสามมาฟาดแต่ผมเบี่ยงหลบตัวทันก่อนจะถีบเข้าที่ขาพับจนมันล้มลงไป พอเป็นแบบนั้นผมก็เตะเสยคางจนมันสลบเมือดไป

ฝีมือได้แค่นี้คิดจะวัดกับเฌอ....กล้ามากนะมึงเนี่ยะ

“นี่มึงกล้าทำลูกน้องกูเหรอ”

“เออ กับมึงกูก็กล้า ตกลงจะเอายังไง จะเอาเงินหรือจะเข้าโรงพยาบาลแล้วให้เรื่องถึงโรงพัก กูไม่มีปัญหาเลยนะ ขอแค่บอก” ผมยกชะแลงขึ้นชี้หน้าพวกมัน “ขอให้พวกมึงคิดดีดีก็แล้วกัน ได้กระทืบน้องกูพอหอมปากหอมคอ ได้เงินสองแสนแล้วแบกลูกน้องมึงกลับไปหรือจะฟาดกันสักทีก่อนแล้วให้เรื่องจบลงที่โรงพัก ดีไม่ดีเงินมึงก็ไม่ได้ แล้วถ้าไอ้เงินนี่มันเป็นหนี้แบบผิดกฎหมาย ก็ติดคุกกันแม่งให้หมดเลย จะเอาแบบนั้นไหมล่ะ”

ผมยืนมองฝั่งตรงข้ามอยู่อย่างนั้น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมมีเรื่องกับคนอื่น แต่ก็นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้ปะทะกับใคร ทุกทีผมจะเป็นคนใจเย็น ไม่เลือกการลงไม้ลงมือถ้าไม่จำเป็น ที่ห้าวตีนได้ขนาดนี้ก็เพราะเพื่อนแต่ละคนที่คบมาก็ห้าวตีนเหมือนกันนี่แหละ เรื่องแบบนี้ก็เลยต้องฝึกเอาไว้ให้มีชั้นเชิงบ้าง เมื่อตอนปี 1 ผมกับเหล่าแก๊งค์ปลาทองเคยลงเรียนคอร์สมวยไทยด้วยกันขำๆ เผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินแบบนี้จะได้ช่วยเหลือตัวเองได้

มันก็เป็นประโยชน์จริงๆ อะนะ

“เอายังไงดีพี่ มันน่าจะเอาจริงนะ”

“แต่พวกเราก็มากันหลายคนนะพี่ ทำไมต้องกลัวมันวะ”

ผมเค้นหัวเราะพลางมองเหยียด “การที่มึงมากันหลายคน ไม่ได้หมายความว่ามึงจะรอดปลอดภัยกลับไปทุกคนนะ อย่ามั่นหน้าให้มากนัก”

“ปากดีจริงๆ เลยนะมึงน่ะ” ไอ้พวกนั้นกำหมัดแน่น

“ทำไมล่ะครับ ถ้าหยามไม่ได้ก็เข้ามาดิ.....ไอ้สัส”

“มึง....”

“พอๆ เดี๋ยวเรื่องจะใหญ่ไปกว่านี้ เอองั้นมึงโอนเข้าบัญชีมา”

“ได้ งั้นตามกูไปที่รถ กูลืมโทรศัพท์ไว้ในนั้น มึงก็ไปกับกูด้วย” ผมลากไอ้ภัทรมาที่ลานจอดรถ ไอ้พวกเสื้อดำก็เดินตามมาด้านหลัง สะเหล่อชิบหาย เหมือนจะเท่ก็เท่ไม่สุดเพราะลืมโทรศัพท์นี่แหละไอ้บ้า

“ไอ้เฌอระวัง”

พลั่กกกกก 

“โอ๊ยยยย” แรงถีบเข้าที่กลางหลังทำให้ผมเสียหลักไปชนประตูรถตัวเอง เห็นเงาสะท้อนในกระจกก็เห็นว่ามีคนจะเอาไม้หน้าสามฟาดผมเข้าซ้ำ ผมจึงย่อตัวหลบทันที 

เพล้งงงง 

ไอ้สัสน้องรถกู!!!! 

ผมเตะตัดขาไอ้เวรนั่นทันทีก่อนจะเตะเข้าที่สีข้างซ้ำให้อีกที “เสื้อตัวนี้แฟนกูซื้อให้ มึงทำมันเลอะแบบนี้ คงรู้นะว่าเรื่องจะจบยังไง” 

พลั่ก พลั่ก พลั่ก พลั่ก พลั่ก พลั่ก 

ผมจัดการไอ้พวกเสื้อดำที่รุมกันเข้ามา ได้ดิครับ เงินมึงก็ไม่ต้องเอา เอาตีนกูไปแดกแทนหนิ เสียงโครมครามที่ลานจอดรถทำให้คนที่นั่งกินไอติมในร้านติมมืดพากันออกมาดู รวมถึงบรรดาเพื่อนๆ ของผมด้วย ลืมไปเลยล่ะว่ามากับเพื่อนเนี่ยะ แต่ไม่ต้องห่วง เรื่องแค่นี้ไม่ถึงมือเพื่อนแน่นอนเพราะแค่ผมคนเดียวก็เอาอยู่ 

พลั่ก 

“อึก....” ไอ้หัวโจกทรุดลงกับพื้นก่อนจะกุมท้องตัวเองเอาไว้อย่างนั้น สมควรแล้วไอ้สันขวาน ทำเป็นพูดไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ สุดท้ายก็จ้องจะกระทืบผมอยู่ดี 

“เกิดอะไรขึ้นวะเฌอ” ไอ้แช่มถามอย่างตกใจพลางยกมือผมขึ้นไปดู “มือมึง” 

“เออไม่เป็นไรหรอก กูฝากเรื่องตรงนี้ที เดี๋ยวกูเคลียร์ให้ทีหลัง แล้วก็ขอยืมรถหน่อย รถกูกระจกแตกว่ะ” 

มันหยิบกุญแจรถส่งมาให้ “แล้วมึงจะไปไหน” 

“คุยกับน้องชายแต่ต้องไปคุยไกลหน่อย” ผมบอกก่อนจะลากไอ้ภัทรไปที่รถไอ้แช่ม จัดแจงยัดมันขึ้นรถก่อนจะขับออกมาจากร้านติมมืด 

มองหลังมือตัวเองที่เป็นรอยแตก ผมคงใช้แรงเยอะไปหน่อยล่ะมั้ง ตอนต่อยก็รู้สึกอย่างเดียวคือโกรธที่มันทำกระจกน้องรถผมแตก อีกอย่างที่โกรธหนักกว่าคือทำเสื้อที่นังน้อนซื้อให้เปื้อนนี่ดิ เป็นรอยตีนเลยมั้งข้างหลังอะ ถ้าสิบสามรู้ว่าผมมีเรื่อง เขาจะดุไหมนะ แต่เอาน่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะมีเรื่องซะหน่อย มันจำเป็นนี่หว่า ถึงผมจะไม่ชอบขี้หน้าไอ้ภัทร แต่ผมก็ปล่อยมันโดนกระทืบตายไม่ได้ 

ยังไงมันก็เป็นน้อง 

“มึงมาช่วยกูทำไม” 

“คำแรกที่มึงควรพูดคือขอบคุณกู” ผมจอดรถที่หน้าร้านเฮียเจ๋ง “ไหนมึงพูดมาดิ๊ว่าทำไมไปติดหนี้มันสองแสน” 

“เรื่องของกู” 

“ไอ้ภัทร” ผมตบกะโหลกมันไปทีนึงอย่างแรง 

“มึงกล้าตบกูเหรอไอ้เฌอ” 

“กูจะถีบหน้ามึงให้ด้วย ทิฐิหรือศักดิ์ศรีโง่ๆ ไม่ได้ช่วยอะไรมึงได้หรอกนะ หรือกูควรให้ป๊ารู้เรื่องนี้ดี” 

“มึงอย่าบอกป๊านะ” 

“งั้นมึงก็บอกกูสิว่ามันหนี้อะไรตั้งสองแสน” 

“พนันบอล” 

“จิ๊....มึงนี่แม่ง” ผมมองมันอย่างเหลืออด ในหัวมีคำด่าเยอะแยะเต็มไปหมด แต่คิดว่าด่าไปก็เท่านั้น หน้าโง่อย่างมันต้องหาเรื่องมาเถียงให้ผมประสาทแดกอีก 

“มึงจะมายุ่งเรื่องของกูทำไมวะ” 

“ถ้ามึงเป็นคนอื่นที่กูไม่รู้จัก กูคงแค่ช่วยแล้วให้มันจบๆ แต่นี่มันไม่ใช่แค่นั้นไง ถึงมึงไม่เห็นว่ากูเป็นพี่แต่ยังไงกูก็เป็นพี่มึงอยู่ดีนั่นแหละ พี่ที่ไหนจะยอมให้น้องตัวเองโดนกระทืบตายอยู่ริมฟุตปาธวะ แล้วเนี่ยะ มึงติดหนี้พนันสองแสน เงินเก็บไปไหนหมด เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีเลยนะ” 

“กู....มันก็เรื่องของกูอีกอะ” 

“ถ้ามึงยังพูดว่าเป็นเรื่องของมึงอีก กูจะจับหัวมึงโขกกับคอนโซลรถให้สลบแล้วเอามึงกลับไปที่บ้านเลย” อย่าคิดว่าไม่กล้านะ อ่อนปวกเปียกแบบมัน ฟาดทีเดียวก็น็อกแล้วมั้ง 

“ปัญหาของกู เดี๋ยวกูจัดการเอง” 

“มึงก็เห็นว่ามึงจัดการเองไม่ได้ ไม่งั้นมึงไม่โดนกระทืบแบบนี้หรอก” ผมหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา “ตรุษจีนเมื่อไหร่” 

“มึงถามอะไรเนี่ยะ” 

“อีกประมาณ 3 เดือนสินะ” ผมโอนเงินไปให้ไอ้ภัทรพร้อมกับแจ้งเตือนความจำเอาไว้ว่า ‘อั่งเปาล่วงหน้าให้ไอ้เด็กเวร’ อื้ม....เป็นเงินอั่งเปาที่เยอะที่สุดในชีวิตเฌอเลยมั้งที่ให้ใครเนี่ยะ 

“มึงทำแบบนี้ทำไมวะ”

“เฮียมึงรวยไง เนี่ยะ เอาไปใช้หนี้แล้วถ้ามีเรื่องอย่างอื่นก็มาบอกกู เรื่องนี้มึงบอกป๊ากับแม่มึงไม่ได้ใช่ไหมล่ะ” ผมผ่อนลมหายใจพลางมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ “มึงฟังกูนะภัทร มึงเป็นหลานรักของอากงอาม่า ทั้งป๊า ทั้งแม่มึง ทุกคนคาดหวังกับมึง มึงอย่าทำให้เขาผิดหวังแค่เพราะเรื่องแบบนี้ได้ไหมวะ การพนันอะเลิกเหอะ มีร้อยล้านก็หมดร้อยล้านนะ มึงเพิ่งอายุแค่นี้ มีเรื่องให้ต้องทำเยอะแยะ มึงจะเอาอนาคตตัวเองมาจบลงกับการพนันเหรอ มึงก็เห็นว่ามันจะไม่ได้หมดแค่เงิน แต่ชีวิตมึงก็จะไม่เหลือ”

“.....”

“คิดว่าทำเพื่อตัวเองแล้วก็เพื่อคนที่รักมึงก็ได้”

“.....อืม กูจะเลิกเล่นการพนัน”

“เออ วันนี้มึงอยู่กับเฮียเจ๋งก่อนละกัน เดี๋ยวกูบอกเฮียให้ แผลหายเมื่อไหร่ค่อยกลับบ้าน หรือไม่ไหวก็ไปหาหมอ เข้าใจใช่ไหม”

“อืม....”

“เออ ลงไปได้ละ ทำตัวดีดีด้วยล่ะไอ้เวร”

“.....ขอบใจที่ช่วยกู” 

“อื้อ” พอผมรับคำ ไอ้ภัทรก็เดินลงจากรถก่อนจะเข้าไปในร้านเฮียเจ๋ง ส่วนเฌอนั้นก็มีที่ต้องไปเหมือนกันนั่นคือไปทำแผลครับ ส่วนคนที่จะทำแผลให้นั่นก็คือ....แฟนเด็กของเขานั่นเอง 

โดนดุแน่ๆ ล่ะ นึกภาพออกเลย 

. 

*** 

. 

“เลิกทำหน้าตึงได้แล้วดิ แฟนคุณปลอดภัยดีนะ” 

“....หึ” 

อู๊ยยยย....หึทีเดียวขนลุกไปทั้งตัวเลยค้าบ 

ผมนั่งยิ้มแห้งๆ ให้เจ้าแฟนที่นั่งทำแผลให้อยู่ เหมือนจะโกรธแหละแต่ยังคงเบามืออยู่นะ หลายครั้งแล้วที่สิบสามทำแผลที่มือให้แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเจ็บจนทนไม่ได้เลย ตอนที่โผล่มาที่คอนโดฯ เขาคือสภาพสะบักสะบอมพอตัว เจ้าของห้องตกใจกับสภาพผมเหมือนกันแหละ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ตอนนี้อาบน้ำสระผมเรียบร้อย กลิ่นนี่หอมสะอาด ถ้าได้กอดก็จะชื่นใจมากๆ แต่สิทธิ์นั้นขอสงวนไว้ให้แฟนคนเดียวเท่านั้นนะ 

ดีไม่ดีแฟนก็ไม่กอดเพราะวันนี้ไปดื้อมา 

สิบสามทำแผลให้ผมจนเสร็จก่อนที่เขาจะเดินเอากล่องยาไปเก็บ ส่วนผมก็มองตามร่างสูงอยู่แบบนั้น พอเห็นเจ้าตัวนั่งลงที่เตียงผมก็เดินขึ้นไปนั่งข้างเขาพลางยิ้มแฉ่งให้ นังน้อนมองผมนิ่งๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา งื้ออออ....อย่าเป็นแบบนี้สิ ทำตัวไม่ถูกเลยเนี่ย 

“คุณ....” 

“เล่ามาครับ ผมรอฟัง” 

“คืองี้.....ก็ที่บอกว่าจะออกไปกินไอติมนั่นแหละ ผมลืมของบนรถก็เลยจะไปเอาแล้วดันเจอน้องชายต่างแม่อะ กำลังมีเรื่องอยู่ มันโดนกระทืบผมเลยเข้าไปห้าม ตอนแรกก็ไกล่เกลี่ยกันดีดีเหมือนเรื่องจะจบแค่ผมจ่ายหนี้ให้แทนน้อง แต่พวกมันถีบผมจากข้างหลังอะ ทำกระจกรถผมแตกด้วย ผมโกรธมากที่มันทำเสื้อที่คุณซื้อให้เลอะ ผมก็เลยกระทืบพวกแม่งหมดเลย” 

“มือถึงได้เป็นแผลขนาดนั้น” 

“อื้ม ผมไม่ได้เป็นพวกที่ชอบมีเรื่องนักหรอกแต่กับเรื่องนี้มันไม่ได้ไง นั่นน้องผมอะ ถึงจะไม่ถูกกันแต่มันก็เป็นน้อง” 

“หนี้ที่พี่ว่าคืออะไรครับ” 

“พนันบอล ให้มันไปสองแสน ผมตัวแห้งหมดแล้วเนี่ยะ” 

“จำนวนเงินไม่ใช่น้อยๆ เลยนะครับพี่เฌอ” 

“อื้ม ก็เยอะ แต่สำหรับผมมันก็ไม่ได้ทำให้ตัวลำบาก อีกอย่างเพื่อช่วยมัน เงินแค่สองแสน ค่อยหาเอาใหม่ก็ได้ นี่ไง เอาตุ๊กตาในห้องคุณไปขาย” 

ร่างสูงจ้องผมทันที “ไม่ได้นะครับ” 

“งั้นก็เอาคุณไปขาย” ผมเขี่ยผมที่ปรกหน้านังน้อนออก “หน้าตาแบบนี้ต้องราคาดีแน่ๆ เลย” 

“เดี๋ยวจะโดนนะครับ” สิบสามจับมือผมที่มีผ้าพันอยู่ “พี่ทำผมเป็นห่วงมากเลยนะ” 

“ผมขอโทษนะคุณ ผมจะระวังไม่ให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก” 

“คนดื้อก็ต้องโดนลงโทษไหมครับ” สิบสามบีบแก้มผมเข้าหากัน “ครั้งหน้าจะได้ไม่ดื้ออีก” 

“อยากหาเศษหาเลยกับผมก็บอกเถอะ” เอาคำว่าลงโทษมาอ้าง คิดว่าผมรู้ไม่ทันงั้นเหรอ 

“พี่เฌอ” ร่างสูงขยับไปอยู่ที่ปลายเท้าก่อนจะออกแรงดึงข้อเท้าผม จากท่านั่งพิงหัวเตียงในตอนแรกก็กลายเป็นว่าผมกำลังนอนหงายอยู่บนเตียงพร้อมกับมีเด็กยักษ์คร่อมอยู่ด้านบน 

โพซิชั่นที่ชรันหวั่นใจ 

“....ดื้อ” 

“ผมดื้อแล้วคุณจะตีผมอ๋อ” ผมเลิกคิ้วมองเขา “อืม....หรือคุณจะทำอย่างอื่น” 

“ผมควรตีพี่หรือควรทำอย่างอื่นดี” 

“ไม่รู้สิอื้อออ.อ.....” ผมโดนกดจูบลงมาทีนึง “นี่คุณ” 

“คิดถึงจังครับ ไม่ได้กอดตั้งหลายวัน” เจ้าตัวเอ่ยเสียงอ่อนอย่างอ้อนๆ ก่อนจะใช้ปลายจมูกคลอเคลียแก้มผมอยู่อย่างนั้น ลงโทษของเขาที่ว่าคือการทำให้ผมเขินจนประสาทเสียแน่ๆ เลย 

ตึกตัก

สิบสามนี่มันน้า

“หื้อออ...อ....จั๊กจี้ อื้อออ....นังน้อน” ผมดิ้นหนีทันทีเมื่อโดนคนที่ตัวใหญ่กว่าไล่จูบตามซอกคอ จูบเฉยๆ นี่ไม่ว่าหรอก ไล่ขบไล่กัดด้วยนี่สิ เข้าใจอยู่นะว่ามันเขี้ยว แต่แบบนี้มันเกินไปแล้ว

ถ้าของขึ้นแล้วใครจะรับผิดชอบอะ

“พี่นี่....” สิบสามละขึ้นมาก่อนจะหลุดยิ้มให้ผม “คึกคักง่ายเหมือนกันนะครับ”

ฉ่า

แม่งโว้ยยยยย

“ปล่อยผมออกไปเลยนะ” ผมพยายามแกะมือเขาออกแต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นผล ร่างสูงกักผมเอาไว้ในอ้อมกอดพลางไล่ฟัดไปทั่วอย่างบ้าคลั่ง ฮืออออ....มีความสุขแต่ก็รู้สึกทรมานเหมือนกันอะ

โอ๊ย....ยอมแล้วค้าบ

เฌอยอมแล้ว

“พี่เฌอลามกจังเลยนะครับ” เขาจุ๊บปากผมก่อนจะขยับมานอนข้างๆ แล้วกอดเอาไว้แน่น แน่นในระดับที่ดิ้นไปเถอะ ดิ้นจนหมดแรงก็ไม่มีทางออกจากอ้อมแขนนี้ได้

“คุณต่างหากที่ลามกน่ะ ทำกับผมซะขนาดนี้”

“ก็ลงโทษที่พี่ดื้อไงครับ” นังน้อนเอ่ยก่อนจะเลื่อนมาจุ๊บหัวผมเบาๆ “พี่ไม่ชอบที่ผมทำแบบนี้เหรอ”

“ก็....ไม่ได้ไม่ชอบ แต่บางทีมันก็เขินไงคุณ คุณไม่เขินบ้างเหรอ”

“เสียงหัวใจของผมที่พี่ได้ยิน พี่คงรู้นะครับว่าผมรู้สึกยังไง”

ตึกตัก

เต้นแรงพอๆ กันเลย

“เออคุณ วันนี้ตอนที่ผมนั่งกินไอติมกับเพื่อนๆ อะ พวกมันถามด้วยนะ ว่าผมกับคุณถึงขั้นไหนแล้ว” ผมขยับขึ้นไปหนุนแขนสิบสามเอาไว้ มือก็เกลี่ยที่แก้มใส “ไอ้หมีมันบอกด้วยนะว่าผมไม่รอดจากคุณแน่ๆ ”

“หมีก็พูดถูกนี่ครับ”

“สิบสาม”

“พี่ต้องโดนผมกินแหละ” สีหน้าที่ยิ้มจนลักยิ้มขึ้นนั่นคือน่าหมั่นไส้จริงๆ นะ

“แล้วถ้าผมไม่ให้คุณกินล่ะ”

“ก็รอครับ ต้องมีอยู่แล้ววันที่พี่จะเผลอตัวและเผลอใจ”

“มั่นใจจริงๆ นะ”

“เพราะมั่นใจถึงได้กล้าพูดไงครับ” สิบสามยกมือผมขึ้นมาจุ๊บเบาๆ “เรื่องนั้นมันก็แค่ปัจจัยเล็กๆ ที่จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ในความสัมพันธ์ของเราสองคน สำหรับผมแล้วการได้ใช้เวลาอยู่กับพี่แบบนี้ก็มีความสุขแล้วครับ ผมไม่เคยรู้สึกเบื่อมีแต่จะต้องการมากขึ้น ให้นอนคลอเคลียกับพี่เฌอนะ....ผมทำได้ทั้งวันเลยล่ะ 

“อื้อออออ.....พูดอะไรเนี่ย” ผมซบอกเขาแก้เขิน สิบสามทำผมรู้สึกตัวเล็กลงอีกละ ทำไมมันเป็นอย่างนั้นวะ

“พูดความจริงทั้งนั้นเลยครับ ผมรู้นะว่าเรื่องอาถรรพ์เลข 13 ทำให้พี่กังวลใจอยู่ แต่เชื่อเถอะครับว่ามันจะไม่มีอะไร ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องคิดมาก”

“คุณรู้ด้วยเหรอ”

“รู้สิครับ เพราะนี่ใกล้ที่เราจะคบกัน 13 วันแล้ว เดี๋ยวถ้าผ่านรอบ 13 วันก็รอดูวันที่ 13 ถ้าไม่มีอะไร พี่เฌอก็จะสบายใจ”

“คุณนี่รู้ไปซะหมดจริงๆ เลยนะ”

“ผมเป็นแฟนพี่ เรื่องแบบนี้ผมต้องรู้สิ” เขาลูบหัวผมเบาๆ “นอนได้แล้วครับ วันนี้พี่ดื้อไปเยอะแล้ว พักผ่อนแล้วค่อยดื้อใหม่วันพรุ่งนี้นะ”

“เดี๋ยวเถอะนะ ผมจะหยิกคุณตอนที่คุณหลับไปแล้ว”

“ถ้าพี่ทำผมตื่น พี่จะไม่ได้นอนอีกเลยคอยดู”

“นังน้อน”

ฝากไว้ก่อนเถอะ

ผมกอดสิบสามเอาไว้ก่อนจะหลับตาลง ควรพักผ่อนจริงๆ วันนี้ผมเหนื่อยมามาก อีกอย่างพรุ่งนี้มีเรื่องต้องจัดการเยอะเลยครับ น่าจะต้องเลี้ยงข้าวไอ้แช่มที่มันช่วยจัดการเรื่องที่ผมก่อเอาไว้ ต้องเอาน้องรถเข้าอู่เปลี่ยนกระจก ดีนะที่พรุ่งนี้มีเรียนบ่าย ดีแล้ว เฌอจะได้มีเวลาเยอะหน่อย ส่วนตอนนี้ผมคงต้อง.....

“ฝันหวานนะครับพี่เฌอ”

อื้ม

“ฝันหวานครับนังน้อน”

.

.

.

.

.

TBC.

สวัสดีค่ะชาลมาส่งสามเฌอตามที่นัดกันเอาไว้แล้วนะคะ คือมันแน่นอนอยู่แล้วที่ชาลจะแทรกเรื่องความสัมพันธ์ลงไปในเรื่องด้วย เพราะรู้สึกว่าความขัดแย้งที่มีกันมาควรได้บทสรุป แค่นี่ส่วนนึงนะคะมันยังไม่สมบูรณ์์ก็ต้องรอติดตาม

สำหรับใครที่เพิ่งจะมาติดตามชาลจาากนิยายเรื่องนี้นะคะ สามารถย้อนกลับไปอ่านเรื่องอื่นที่เขียนจบไปแล้วได้นะระหว่างการรออัปเดตตอนใหม่ อย่างพี่แช่มที่โผล่มาบ่อยๆ นางอยู่ในเรื่อง Unclear จริงจังหรือแค่ขำๆ ส่วนขันหมีคือเรื่อง I'm not Playboy ผมไม่ได้เจ้าชู้ ค่ะ 

สามารถติดต่อข่าวสาร + สปอยล์ได้ที่ทวิตเตอร์ Chaleeisis หรือเพจ Fiction Yaoi Th น้า

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค้าบ

ความคิดเห็น