Gardy

นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก Love Mafia ทาสรัก (คาร์ลพระจันทร์) เป็นคู่ของ จีซัสxพระพาย ค่ะ

KILL MAFIA ครั้งที่ 66

ชื่อตอน : KILL MAFIA ครั้งที่ 66

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ม.ค. 2563 20:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
KILL MAFIA ครั้งที่ 66
แบบอักษร

KILL MAFIA ครั้งที่ 66 

 

         ผ่านมาสี่วันแล้ว… 

 

         หลังจากภารกิจชิงตัวพระจันทร์ที่คฤหาสน์แก๊งหลินจางล้มเหลว และวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ทุกคนมารวมตัวกันอยู่ในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล โดยมีต้นน้ำซึ่งเคยเป็นสปายแฝงตัวแทรกซึมเข้าไปในแก๊งหลินจางกำลังนั่งทานแอปเปิลที่ยีนส์คอยปลอกให้อยู่บนเตียง พลางส่งสายตางุนงงสงสัยมายังผู้กองแพทริคที่ไล่เปิดหน้าจอมือถือดูแล้วดูอีกจนผมที่ยืนอยู่ข้างๆ ใช้ศอกกระทุ้งสีข้างคนร่างสูงเบาๆ 

 

         “เป็นอะไรแพท ทำหน้าเครียดเชียว” 

 

         “อ่า! นิดหน่อยน่ะ” แพทริคตอบกลับ ก่อนจะก้มมองหน้าจอมือถือแล้วขมวดคิ้วเข้าหากันมุ่น 

 

         นับตั้งแต่วันนั้นก็มีหลายเรื่องเกิดขึ้นจนแทบตั้งตัวรับไม่ทัน ทั้งเรื่องของพวกพ่อค้าทาสที่ยีนส์แฮกข้อมูลออกมาจากแก๊งมาเฟีย หรือแม้กระทั่งเรื่องที่คนจากแก๊งซือหลิวแอบสะกดรอยตามจนค้นพบบ้านพักที่พวกผมอาศัยจนต้องรีบย้ายถิ่นฐาน แต่สำหรับผมแล้วเรื่องพวกนี้ยังไม่เลวร้ายเท่าสิ่งที่รับรู้มาจากต้นน้ำหลังอีกฝ่ายฟื้นขึ้นมาเมื่อสองวันก่อน 

 

         ผมเพิ่งรู้เรื่องน้องชายของผมกำลังตั้งครรภ์กับหัวหน้าแก๊งหลินจาง ส่วนอาการบาดเจ็บที่ผมเห็นในวันที่บุกเข้าไปคือการโดนลูกกระสุนจากพวกพ่อค้าทาสที่ตามเฝ้าน้องชายของผม แน่นอนว่าสุดท้ายแล้วพระจันทร์จำเป็นต้องแท้งเด็กในท้อง แม้จะเพิ่งมีเขาได้ไม่นานก็ตาม  

 

         “ผู้กำกับแจ้งสถานที่ที่พวกมันจะจัดประมูลทาสอีกครั้งมาแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นผ่านใบหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคู่คมเอ่ยขึ้นมองทุกคนที่อยู่ในห้องก่อนจะหยุดลงที่สปายของตัวเองบนเตียงผู้ป่วย 

 

         “ต้องให้นายช่วยอีกครั้งสินะต้นน้ำ” 

 

         “ไม่มีปัญหาครับ ผมจะลักลอบเข้าไปเอง” เด็กหนุ่มยิ้มรับ แล้วหันมาเลิกคิ้วให้ผมเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกมอง 

 

         “เราไม่มีวิธีอื่นเหรอแพท ทำไมต้องให้เขาแฝงตัวเข้าไป” ผมมุ่นคิ้วเงยหน้าถามคนข้างๆ 

 

         “ต้นน้ำเคยแอบแฝงตัวเข้าไปเป็นทาสมาแล้วสองสามครั้ง งานนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะจับพวกมันทั้งหมด ฉันไม่อยากให้ผิดพลาด” 

 

         “อย่างน้อยก็ควรให้คนอื่นแฝงตัวเข้าไปด้วยอีกคน” 

 

         “ผมคนเดียวแอบเข้าไปง่ายกว่าครับคุณพระพาย ถึงจะอยากให้มีคนอื่นไปด้วยก็เถอะนะ” คำตอบของต้นน้ำทำให้ผมหนักใจขึ้นเล็กน้อย ถึงยังไงก็ไม่ควรเสี่ยง แม้อีกฝ่ายจะเป็นสปายตำรวจที่มีฝีมือดีก็ตาม 

 

         “ขอโทษนะต้นน้ำ นายกำลังบาดเจ็บอยู่แท้ๆ” 

 

         “ไม่เป็นไรครับ ผมยินดี” ต้นน้ำส่งรอยยิ้มบางให้ผู้กองหนุ่มอย่างสดใส แต่ผมกลับมองเห็นความเศร้าหมองลึกๆ ปรากฏอยู่บนใบหน้าอีกฝ่ายแม้จะเพียงครู่เดียวก็ตาม 

 

         “หลังจากต้นน้ำหายดีเราจะบินไปเมืองไทยเพื่อจัดการพวกพ่อค้าทาส” แพทริคพูดต่อพร้อมกับก้มพิมพ์ข้อความอะไรบางอย่างกดส่งในมือถือ 

 

         “แล้วผู้กำกับล่ะครับ” ยีนส์ถาม  

 

         “เขาบินกลับไปก่อนเพื่อจัดการเรื่องคดีที่เพิ่งจบไป” 

 

         “ผมมีเรื่องสงสัยครับผู้กอง เรื่องที่จะบินกลับไทยสำหรับพวกเราคงไม่มีปัญหา แล้วคุณพระพายที่ถูกพาเข้ามาในฮ่องกงด้วยฝีมือของแก๊งซือหลิวจะไม่เป็นไรเหรอครับ” คำถามของต้นน้ำทำให้ผมชะงักไปพร้อมกับสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นมา นั่นสินะ ผมไม่ได้เข้าออกประเทศนี้อย่างถูกกฎหมาย ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะอำนาจของแก๊งซือหลิว 

 

         “ไม่ต้องห่วงครับ ผมคุยกับผู้กำกับแล้วว่าจะสร้างไอดีของคุณพระพายขึ้นมาสำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะ เท่านี้คุณก็บินเข้าเมืองไทยอย่างถูกกฎหมายได้แล้ว” ยีนส์เอ่ยขึ้นเสียงใส ดวงตากลมโตหันมาสบกับผมพลางเผยรอยยิ้มกว้างให้เพื่อความสบายใจของผม 

 

         “ขอบคุณนะครับยีนส์” ผมยิ้มรับ พยักหน้าให้อีกฝ่ายอย่างนึกขอบคุณ ก่อนจะหันมามองยังเด็กหนุ่มบนเตียงด้วยสีหน้าสงสัย 

 

         “ว่าแต่คุณจะลอบเข้าไปเป็นทาสยังไงเหรอครับ ถ้าตามที่แพทบอกผมว่าพวกมันต้องจำหน้าคุณได้แน่ๆ”  

 

         “เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงครับ ถึงจะเคยลอบเข้าไปเป็นทาส แต่ก็ถูกจำกัดเกรดเป็นแค่ทาสปลายแถว ผมคิดว่าพวกมันคงไม่ได้สนใจคนที่ขายไม่ได้ราคาเท่าไรหรอกครับ” ต้นน้ำตอบกลับเสียงเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติที่คาดการณ์ไว้เรียบร้อยแล้ว 

 

         “อย่าประมาทดีกว่านะครับ ครอสไม่ใช่คนโง่ เขาอันตรายกว่าที่คิด” 

 

         “ขอบคุณนะครับคุณพระพาย” 

 

เด็กหนุ่มยิ้มรับพร้อมกับมองผมผ่านแววตาผ่อนคลายลงนิดหน่อย แล้วจึงหันไปมองทางผู้กองแพทริคที่ยืนอยู่ไม่ไกลพลางถามถึงเรื่องในภารกิจที่จะเกิดขึ้น 

 

         “จะว่าไปแล้วพวกผู้กองจะเข้างานประมูลยังไงเหรอครับ งานนี้ระบบป้องกันแน่นหนาพวกมันไม่ให้คนนอกลอบเข้าไปได้แน่ๆ” 

 

ผมขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินคำถามนั้นก่อนจะหันไปมองที่ผู้กองหนุ่มที่ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างเคร่งเครียด 

 

         “นั่นสินะ ยีนส์เราสามารถหาบัตรเข้างานประมูลได้หรือเปล่า” 

 

         “จริงๆ ก็หาได้ครับ แต่บัตรเข้างานประมูลเป็นของที่พวกมันจะส่งให้แขกพิเศษกับมือเท่านั้น ถ้าจะให้หาผมคิดว่าต้องใช้เวลา ยิ่งตอนนี้ใกล้วันงานประมูลด้วยแล้ว…”  

 

         “ใช้เวลานานเท่าไร” แพทริคถามพลางขมวดคิ้วแน่น 

 

         “ขึ้นอยู่กับเราที่จะชิงมาจากแขกในงานครับ” ยีนส์เอ่ยขึ้นเสียงเครียด ก่อนจะเงยหน้ามองผู้กองที่ถอนหายใจออกมานิดๆ พลางถามกลับอย่างเป็นการเป็นงาน 

 

         “เราก็อปปี้มันขึ้นมาไม่ได้หรือไง” 

 

         “บัตรเข้างานประมูลจะเปลี่ยนเลขไอดีแขกทุกวันครับ เรื่องก็อปปี้เลยเป็นไปไม่ได้” 

 

คำพูดนั้นไม่ต่างกับความหวังที่ถูกพังทลายลง ทุกคนในห้องกลับมามีสีหน้าตึงเครียดอีกครั้งเมื่อรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ที่จริงพวกเราจะบุกเข้างานตรงๆ เลยก็ได้ แต่เพื่อความปลอดภัยของเด็กที่เป็นทาสทำให้ไม่สามารถทำได้แบบนั้น มีแต่ต้องลอบเข้าไปในฐานะแขก 

 

“ผมจะลองปรึกษาผู้กำกับดู เขาน่าจะช่วยอะไรได้” 

 

ผู้กองแพทริคเอ่ย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองกดโทรออกเพื่อติดต่อคนเป็นนาย หากแต่สีหน้าเครียดขึงกับท่าทางหงุดหงิดจากการโทรไม่ติดที่แสดงออกมาเล็กน้อยของชายหนุ่มทำให้คนร่างบางบนเตียงต้องเม้มริมฝีปากตัวเองพลางเหลือบมองมายังผู้กองหนุ่มผ่านสีหน้าลังเล จนกระทั่งรวบรวมความกล้าแล้วพูดเรื่องที่คิดออกมา 

 

“ไม่ต้องหรอกครับผู้กอง ผมว่าผมมีวิธี…” เสียงของต้นน้ำทำให้ทุกคนหันไปมองอย่างสงสัย 

 

“วิธีอะไร” แพทริคถาม 

 

“ที่จริงผมพอจะได้ยินเรื่องแก๊งมาเฟียเปิดบ่อนผิดกฎหมายที่พวกมันเป็นลูกค้าประจำระหว่างที่แฝงตัวอยู่ในแก๊งหลินจางมาอยู่บ้าง พวกพ่อค้าทาสจะต้องส่งบัตรเชิญให้มันแน่ ผมจะลอบเข้าไปแล้วเอามาบัตรมาให้พวกคุณ” 

 

“ไม่ได้! ฉันไม่ให้นายไปต้นน้ำ” ผู้กองตอบกลับผ่านน้ำเสียงจริงจัง ร่างกายสมส่วนหมุนตัวหันหลังเท้าเอวด้วยความเครียด 

 

“ผมจะเอาบัตรเข้างานมาให้ได้ครับ ให้ผมไปเถอะผู้กอง” ต้นน้ำพูดขึ้นพลางส่งสายตาจริงจังมองเจ้านายตัวเองทั้งยังกำมือกับผ้าห่มจนสั่นอย่างเห็นได้ชัด 

 

“ฉันไม่ยอมต้นน้ำ! ฉันจะไม่ให้นายเข้าไปยุ่งกับพวกมาเฟียอีกเด็ดขาด” 

 

แพทริคตวาดกลับเสียงดังอย่างที่ไม่เคยเป็นจนอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือกเบาๆ ผมมองบรรยากาศของทั้งสองคนภายในห้องผ่านสีหน้าเรียบนิ่งก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปจับต้นแขนผู้กองหนุ่มที่กำลังหัวเสียเบาๆ 

 

“ใจเย็นก่อนเถอะแพท” 

 

“จะให้ฉันใจเย็นได้ยังไง คนของฉันกำลังจะเอาตัวไปเสี่ยงกับมาเฟียนะพาย” ชายหนุ่มตอบกลับเสียงแผ่ว ใบหน้าตึงเครียดทว่าแววตาฉายความเป็นกังวลจนรู้สึกได้ 

 

“แต่เขาก็พร้อมเสี่ยงไม่ใช่เหรอครับ” 

 

“…” 

 

“แพทผมรู้ว่าไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายเรื่องของคุณสองคน แต่ถ้านี่เป็นทางเดียวจริงๆ ผมอยากให้คุณไว้ใจคนของคุณ” 

 

ผมพูดกล่อมพลางหันไปทางต้นน้ำที่มองมาด้วยแววตาสั่นระริก ภายในห้องเกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง จนเวลาผ่านไปได้สักพักแพทริคจึงถอนหายใจออกมาแล้วก้มหน้าสบกับดวงตาคู่กลมของลูกน้องในทีม 

 

“นายอยากทำจริงๆ เหรอต้นน้ำ”  

 

“ครับ” ต้นน้ำตอบกลับทันทีอย่างไม่ลังเล 

 

“แม้ว่านายอาจจะไม่ได้กลับมาหรืออาจจะต้องสละตัวเองน่ะเหรอ” 

 

“ผมจะกลับมาครับ จะกลับมาเพื่อช่วยคุณจับพวกพ่อค้าทาส” 

 

คำตอบกลับจริงจังของเด็กหนุ่มมาพร้อมกับแววตาแน่วแน่ทำให้ผู้กองพยักหน้ารับผ่านสีหน้าเป็นกังวล ชายหนุ่มเดินเข้าไปจับมือเด็กหนุ่มบนเตียงไว้แน่นก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นไหวเล็กๆ 

 

“อย่าให้รอนานต้นน้ำ นายต้องรีบมาช่วยฉันเข้าใจไหม” 

 

“ทราบแล้วครับผู้กอง” ต้นน้ำพยักหน้าพร้อมกับส่งแววตาจริงจังให้คนร่างสูง ก่อนที่เสียงของยีนส์จะดังขึ้นเพื่อสรุปงานที่ต้องทำต่อจากนี้ 

 

“ถ้าต้นน้ำชิงบัตรประมูลมาให้เราสำเร็จ การลักลอบเข้างานประมูลของพวกพ่อค้าทาสก็ไม่ใช่เรื่องยากครับ” 

 

“อืม! ไว้ฉันจะให้คนช่วยสนับสนุนและตามติดนายอีกทีต้นน้ำ” แพทพูดขึ้น พร้อมกับเด็กหนุ่มบนเตียงที่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังในทันที 

 

“รับทราบครับ”  

 

         “แต่ว่ายังมีอีกเรื่องที่เรายังวางใจไม่ได้นะครับ” ยีนส์เอ่ยขึ้นพร้อมกับไล่สายตามองทุกคนภายในห้อง ก่อนที่ผู้กองแพทริคจะเสริมขึ้นมาอย่างเข้าใจในความคิดอีกฝ่าย 

 

         “อ่า! ดูเหมือนพวกนั้นจะไม่ปล่อยเราไปง่ายๆ สินะ” 

 

         “พูดถึงใครอยู่เหรอครับ” ต้นน้ำขมวดคิ้วถาม เมื่อคิดยังไงก็นึกเรื่องที่คนในห้องพูดออกมาไม่ออก 

 

         “พวกแก๊งซือหลิวน่ะ” ยีนส์ตอบ 

 

         “อืม พวกมันสะกดรอยตามเราไปทุกที่ ทำตัวน่ารำคาญเป็นบ้า” แพทริคพึมพำขึ้นอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเดินไปตรงหน้าต่างห้องเพื่อแง้มผ้าม่านไล่สายตามองลงไปด้านล่างโรงพยาบาลที่มีรถยนต์สีดำคันหรูจอดทิ้งไว้จนดูน่าสงสัย  

 

         “แล้วทำไมแก๊งซือหลิวต้องตามสะกดรอยพวกเราด้วยล่ะครับ ที่จริงผมคิดว่าแก๊งหลินจางที่โดนพวกคุณบุกโจมตีน่าจะสะกดรอยตามมากกว่านะ” ต้นน้ำเอ่ยขึ้นอย่างคิดถึงความน่าจะเป็น หากแต่คนที่รู้เหตุผลของการโดนสะกดรอยตามนี้ดีกลับไม่คิดแบบนั้น 

 

         ในเมื่อเป้าหมายของแก๊งซือหลิวคือผม 

 

         “ไว้ผมจะเล่ารายละเอียดให้ฟังทีหลังนะครับ” ยีนส์พูดกระซิบกับคนบนเตียง พลางเหลือบมองมาที่ผมอย่างเป็นห่วง 

 

         “ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าพวกเขาอยากสะกดรอยตามแบบนี้ก็ปล่อยไปเถอะ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สองเท้าก้าวเดินไปยืนข้างผู้กองแพทริคพลางไล่สายตามองลงด้านล่างอย่างไม่รู้สึกอะไร 

 

         “จะดีเหรอพาย ในเมื่อเป้าหมายของพวกมันคือนาย” แพทขมวดคิ้วมองผมอย่างวิตกกังวล 

 

         “ครับ ปล่อยไปเถอะ” 

 

         “…” 

 

         “เพราะต่อให้แก๊งซือหลิวคิดจะลักพาตัวกลับไปจริงๆ ผมก็ไม่มีทางยอมเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วครับ” 

 

         “…พาย” 

 

         “ผมในตอนนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกแล้วครับแพท” ผมตอบกลับด้วยแววตาจริงจัง ก่อนจะหันหลังผละตัวออกมาข้างหน้าต่างแล้วเดินไปหยิบกรรไกรเล่มเล็กที่อยู่ในกระเป๋าใส่ของสำหรับผู้ป่วยขึ้นมายื่นให้ยีนส์ที่นั่งมองอย่างสงสัย 

 

         “คุณพระพายหยิบกรรไกรขึ้นมาทำไมครับ” ยีนส์ยิ้มแหย มองมาที่กรรไกรในมือผมอย่างหวาดผวานิดๆ 

 

         “ผมมีเรื่องขอร้องครับยีนส์” 

 

         “คะ ครับ” 

 

         “ช่วยตัดผมให้ผมหน่อยได้ไหมครับ” 

 

         “เอะ! ทำไมล่ะครับ ผมคิดว่าที่คุณไว้ยาวขนาดนี้น่าจะมีเหตุผล” 

 

         “เหตุผลมันใช้กับผมในตอนนี้ไม่ได้ครับ ตราบใดที่ยังกำจัดพ่อค้าทาสไม่ได้ผมไม่สมควรไว้ยาว” ผมพูดผ่านรอยยิ้มบางบนหน้า ที่ไว้ยาวเพราะพระจันทร์ขอเอาไว้ แต่ถ้าไม่ได้อยู่กับพระจันทร์ก็ไม่มีความหมายอะไร 

 

         “มีความเชื่อว่าคนเรามักตัดผมตอนที่อกหัก” ต้นน้ำเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วขณะที่มองมาทางผมกับยีนส์ผ่านสีหน้าเรียบนิ่ง 

 

         “…” 

 

         “ในกรณีของคุณแล้วเป็นเพราะเหตุผลนี้หรือเปล่าครับ” 

 

         “ไม่ใช่ครับ ผมตัดเพราะมันเกะกะเวลาต่อสู้” ผมตอบกลับเสียงเรียบไม่คิดสนใจท่าทีแปลกใจของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย 

 

         “ถ้างั้นผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ทำตัวก้าวก่ายออกไป ผมคิดว่าที่คุณไว้ผมยาวขนาดนั้นคงมีเหตุผลที่สำคัญมาก เลยอดเสียดายไม่ได้ครับถ้าคุณต้องตัดมันเพราะเกะกะ” ต้นน้ำคลี่ยิ้มให้เล็กๆ พลางทำเสียดาย ก่อนจะเอนตัวนอนลงบนเตียงแล้วมองมาที่ผมราวกับรับรู้อะไรบางอย่าง 

 

         “ไม่เป็นไรครับ” ผมตอบกลับเสียงแผ่ว 

 

ดวงตาคู่สวยก้มมองกรรไกรในมือผ่านความรู้สึกบางอย่างที่แวบเข้ามาก่อนที่ผมจะรีบสะบัดหัวสลัดความคิดนั้นทิ้ง แล้วเป็นฝ่ายเดินนำยีนส์ไปยังห้องน้ำเพื่อตัดผมของตัวเองตามที่เอ่ยขอเอาไว้ 

 

         ‘คนเรามักตัดผมตอนอกหัก’ งั้นเหรอ 

 

         หรือบางทีเหตุผลของผมอาจจะเป็นแค่ข้ออ้างก็ได้  

.. 

.. 

FULONG PART 

 

         เสียงเพลงออร์เคสตราบรรเลงคลอเบาๆ ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กซึ่งอยู่ส่วนที่ลึกที่สุดของชั้นใต้ดินคฤหาสน์ซือหลิว ท่ามกลางโต๊ะทำงานว่างเปล่ากลับมีสิ่งมีชีวิตตัวเล็กสีขาวปุกปุยกำลังเคี้ยวแครอทอยู่บนนั้นอย่างสบายอารมณ์ไม่ต่างอะไรกับเจ้าของห้องที่ยังคงนั่งหลับตาพิงพนักเก้าอี้พลางโบกนิ้วไปตามจังหวะเพลงที่ดังกล่อมบรรยากาศ 

 

         นับตั้งแต่วันที่คุณจีซัสตัดสินใจเข้าเจรจากับแก๊งหลินจางดูอีกฝ่ายอารมณ์ดีมากขึ้น ถึงแม้อีกฝ่ายจะกลับออกมาพร้อมกับแผลผ่าตัดที่ฉีกขาด แต่เขากลับไม่เล่าอะไรให้ฟัง กระทั่งคุณหยวน หยางเกอที่เป็นเพื่อนสนิทของอีกฝ่าย หัวหน้าแก๊งซือหลิวก็ทำเพียงนิ่งเงียบพร้อมกับออกคำสั่งให้สะกดรอยตามใครบางคนเท่านั้น 

 

         “คุณดูอารมณ์ดีนะครับคุณจีซัส” ผมเอ่ยขึ้นพร้อมกับวางเอกสารในมือลงกับโต๊ะตรงหน้า พลางเหลือบกระต่ายสีขาวบนโต๊ะอย่างแปลกใจ 

 

         นี่เป็นกระต่ายจากการทดลองไม่ใช่เหรอ? 

 

         “อ่า! วันนี้ฉันอารมณ์ดีเป็นพิเศษ” เขายกยิ้มตอบกลับทั้งที่ยังหลับตาเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงในห้อง ไม่บ่อยนักที่จะเห็นอีกฝ่ายเกิดอารมณ์สุนทรีย์ขึ้นมา 

 

         “ถ้างั้นผมคงต้องขัดจังหวะคุณแล้วครับคุณจีซัส” ผมเปรยขึ้นก่อนจะเดินไปปิดเพลงออร์เคสตราที่ดังคลออยู่ในห้องแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้านายตัวเองที่ลืมตามองมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง 

 

         “มีความคืบหน้าเรื่องพ่อค้าทาสครับ” 

 

         “…” เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบ ผมจึงพูดเรื่องที่เป็นประเด็นสำคัญขึ้นมาในทันที 

 

         “พวกมันส่งบัตรเชิญเข้าร่วมงานประมูลทาสมาให้แล้วครับ” 

 

รายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามปกติพร้อมกับวางการ์ดบัตรเชิญลงบนโต๊ะตรงหน้า ฉับพลันนั้นดวงตาคู่คมของอีกฝ่ายก็ฉายแววเย็นยะเยือกขึ้นมาเพียงนิดก่อนจะกลับไปนิ่งเรียบดังเดิมเหมือนกับก่อนหน้านี้ 

 

“…สถานที่จัดงานคราวนี้เป็นเรือสำราญน่านน้ำประเทศไทย ส่วนวันเวลาตามที่ระบุในไอดีการ์ดครับ” ผมพูดต่อก่อนจะเงยหน้ามองคุณจีซัสที่กำลังขบคิดอะไรบางอย่างผ่านสีหน้าเคร่งเครียด 

 

“หึ! กล้าส่งบัตรเชิญให้แบบนี้แสดงว่ายังไม่รู้เรื่องที่ฉันคิดกำจัดพวกมันสินะ”  

 

“คิดว่ายังไม่รู้ครับ” ผมตอบพลางไล่สายตามองบัตรเชิญที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะอีกครั้ง ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็เป็นโอกาสของพวกเรา 

 

“แล้วเรื่องที่ฉันให้แอบสะกดรอยตาม…” 

 

“เราทราบที่อยู่ของเป้าหมายแล้วครับ ถ้าดูจากรายงานล่าสุดเมื่อห้านาทีที่แล้วเป้าหมายอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองครับ” 

 

“โรงพยาบาล? เกิดอะไรขึ้น” คำพูดของผมทำให้คุณจีซัสขมวดคิ้วตวัดมองมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด อารมณ์สุนทรีย์เมื่อครู่จางหายไปจนหมดหลงเหลือแต่บรรยากาศตึงเครียดที่แผ่ออกมาเท่านั้น 

 

“หนึ่งในทีมตำรวจบาดเจ็บครับ คนของเราทราบมาว่าเป็นนายตำรวจที่แฝงตัวเข้าไปเป็นสปายในแก๊งหลินจาง” ผมตอบกลับก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจกับสีหน้าผ่อนคลายของอีกฝ่ายส่งกลับมา แค่เห็นท่าทีแบบนั้นก็รู้แล้วว่าคุณจีซัสกำลังเป็นห่วงใครบางคน 

 

“คุณจีซัสครับ…”  

 

“…” หัวหน้าแก๊งซือหลิวเหลือบตาขึ้นมาพลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยเมื่อได้ยินผมเรียก 

 

“ปล่อยคุณพระพายไปทั้งแบบนี้จะดีเหรอครับ”  

 

“หมายความว่ายังไง” 

 

“ผมหมายถึงคุณคิดจะปล่อยให้คุณพระพายอยู่ในความดูแลของตำรวจแบบนี้เหรอครับ ยิ่งเขารอดชีวิตจากการทดลองคุณยิ่งไม่ควรปล่อยเขาให้อยู่ห่างตัว” 

 

ผมพูดอย่างอดเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณพระพายไม่ได้ จริงอยู่ที่อีกฝ่ายอยู่ในความดูแลของตำรวจมืออาชีพแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็น อีกไม่นานจะเกิดสงครามระหว่างมาเฟียและพ่อค้าทาส พวกตำรวจไม่มีทางนิ่งเฉยได้แน่ พอถึงเวลานั้นความปลอดภัยที่คุณพระพายควรได้รับจะไม่เหลืออะไรเลย 

 

“ถึงอยากพากลับมาแค่ไหนก็ทำไม่ได้อยู่ดี” สีหน้าตึงเครียดกับน้ำเสียงแผ่วเบาที่ฟังแทบไม่ได้ยินทำให้ผมขมวดคิ้วมองผู้เป็นนายนิดหน่อย ก่อนที่คุณจีซัสจะถอนหายใจออกมาแล้วคว้ากระต่ายสีขาวบนโต๊ะขึ้นมาลูบขนปุกปุยนั่นเบาๆ 

 

“ปล่อยไปแบบนี้แหละฟูหลง” 

 

“แต่ว่า…” 

 

“ในวันประมูลของพวกพ่อค้าทาสเด็กดีต้องแฝงตัวเข้าร่วมงานนี้แน่ ตอนนี้ฉันจะปล่อยให้เด็กดีได้รับอิสระไปสักพัก แต่ถ้าถึงเวลานั่นเมื่อไรต่อให้บังคับฉันก็จะพาเขากลับมา” 

 

น้ำเสียงเย็นยะเยือกที่มาพร้อมกับแววตาน่าขนลุก ส่งผลให้ผมที่ยืนอยู่ในห้องเผลอเกร็งร่างไปชั่วขณะ อีกอย่างไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นคุณจีซัสเอาจริงมาก่อน แต่บรรยากาศที่แผ่ออกมาคราวนี้มันต่างกันออกไปจากครั้งไหนๆ ผมกลืนน้ำลายลงคอดังอึกก่อนจะรวบรวมสมาธิแล้วตอบกลับไปเสียงนิ่ง 

 

“ถ้าอย่างนั้นผมจะเตรียมเฮลิคอปเตอร์บินไปเมืองไทยให้นะครับ” 

 

“อืม” อีกฝ่ายพยักหน้าตอบ พลางก้มมองกระต่ายตัวเล็กในมือที่ยังคงเคี้ยวแครอทในปากจนแก้มตุ่ย 

 

ผมก้มหัวให้อีกฝ่ายทันทีเมื่อธุระสำคัญได้จบลง สองเท้าเตรียมก้าวออกจากห้องพร้อมกับมือที่เปิดประตูออก แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อพบว่าด้านหลังประตูคือต้าหมิงที่กำลังจะยกมือเคาะอนุญาตด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง 

 

“ต้าหมิง” 

 

“ขออนุญาตครับ” คนร่างสูงพูดขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาในห้องเมื่อคุณจีซัสพยักหน้ารับพลางเลิกคิ้วมองมาที่อีกฝ่ายอย่างสงสัย “นายก็ต้องอยู่ด้วยฟูหลง” 

 

“มีเรื่องอะไร” ผมกดเสียงถามรับรู้ถึงบรรยากาศเคร่งเครียดจากสีหน้าเพื่อนร่วมงาน 

 

“เรื่องสำคัญ” ต้าหมิงตอบแค่นั้นก่อนที่ผมจะปิดประตูแล้วเดินกลับเข้ามายืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของหัวหน้าแก๊งซือหลิวอีกครั้ง 

 

“ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องดีนะต้าหมิง” ทุ้มเสียงกดต่ำดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้มดูสบายอารมณ์ หากแต่แววตาคู่คมกลับตึงเครียดขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าของลูกน้องคนสนิทที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้อง 

 

“มีรายงานจากสปายแก๊งย่อยครับ” 

 

“…” คำรายงานของต้าหมิงทำให้ทุกคนในห้องหันไปมองที่อีกฝ่ายเป็นตาเดียว คุณจีซัสขมวดคิ้วเข้าหากันมุ่นขณะที่ฝ่ามือหนาหยุดการลูบขนกระต่ายในมือนิ่ง 

 

“ดูเหมือนพวกแก๊งย่อยจะรวมตัวกันวางแผนยึดอำนาจแก๊งซือหลิวครับ” 

 

“เรื่องจริงหรือเปล่า” หัวหน้าแก๊งซือหลิวเอ่ยถามเสียงเรียบ ดวงตาคู่คมสบมองกับลูกน้องคนสนิทที่รายงานเรื่องน่าปวดหัวขึ้นมาผ่านแววตาครุกรุ่น 

 

“เป็นความจริงแน่นอนครับ ผมได้สั่งให้คนของเราตามสอดส่องท่าทีของพวกแก๊งย่อยเรียบร้อยแล้ว แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ผมอยากให้คุณรีบจัดการครับ” 

 

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกมันถึงคิดทรยศขึ้นมาต้าหมิง” ผมเอ่ยถามพลางจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด 

 

“ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่คิดว่าพวกมันเริ่มรวมตัวกันตั้งแต่ที่พวกตำรวจสากลบุกเข้ามาในคฤหาสน์” 

 

“หึ! พวกมันคงคิดจะฉวยโอกาสตอนที่ซือหลิวอ่อนกำลัง” 

 

น้ำเสียงเฉยชาดังขึ้นจากคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะ วงหน้าคมเหยียดยิ้มขึ้นมาก่อนจะวางกระต่ายในมือลงที่เดิมแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างไม่คิดสนใจเรื่องที่เกิดขึ้น ถ้าพวกมันคิดจะใช้โอกาสนี้กำจัดคุณจีซัสเท่ากับพวกมันตั้งใจส่งตัวเองไปนรกเร็วขึ้นเท่านั้น 

 

“แค่พวกอ่อนแอที่รวมตัวกันอย่างขี้ขลาด เรื่องแค่นี้นายจัดการได้ใช่ไหมต้าหมิง” 

 

“ครับ! ไม่ใช่ปัญหา” ต้าหมิงก้มหัวรับพร้อมกับตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความมั่นใจก่อนจะเงยหน้าสบตากับผู้เป็นนาย 

 

“อีกไม่กี่วันฉันจะเดินทางไปเมืองไทย จะให้พวกมันรู้ที่อยู่ฉันไม่ได้เด็ดขาด” 

 

“ทราบแล้วครับ” ผมรับคำสั่งก่อนจะขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายอย่างถามความเห็น “แล้วคุณจะจัดการเรื่องทางนี้ยังไงครับ ถ้าพวกแก๊งไม่เห็นคุณอยู่ที่นี่พวกมันต้องตามล่าตัวคุณแน่” 

 

“นั่นสินะ…ต้าหมิง! ระหว่างที่ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่นายทำเป็นไม่รู้ทีแล้วกันว่าฉันหายตัวไปที่ไหน” 

 

“แต่มันอันตรายเกินไปนะครับคุณจีซัส!” ต้าหมิงแย้งขึ้นมาอย่างร้อนรนไม่ต่างกับผมที่รู้สึกแบบเดียวกัน แบบนั้นพวกแก๊งย่อยต้องเพ่งเล็งไปที่อีกฝ่ายแน่ 

 

“ไม่ล่ะ! ทำตามที่ฉันสั่งก็พอต้าหมิง ล่อพวกมันออกมาแล้วฆ่าทิ้งให้หมด” โทนเสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นผ่านบรรยากาศทวีความน่ากลัว ไม่มีใครกล้าสบกับแววตาดุดันของคนตรงหน้าแม้แต่น้อย ได้แต่ก้มต่ำลงมาเพียงนิดเท่านั้น 

 

“ทราบแล้วครับ” 

 

คนข้างกายผมตอบกลับอย่างรับคำสั่ง ก่อนที่พวกผมจะก้าวถอยเปิดทางให้หัวหน้าแก๊งซือหลิวเดินผ่านออกไปจากห้องด้วยท่าทีนิ่งเรียบ หากแต่สองเท้าของเจ้านายกลับหยุดชะงักนิ่งคล้ายกับมีเรื่องบางอย่างที่เพิ่งนึกขึ้นได้ 

 

“จะว่าไป…หยวน หยางเกอหายไปไหน” 

 

คำพูดนั่นทำให้พวกผมสองคนหันมามองหน้ากันอย่างเคร่งเครียดทันที หลังจากที่กลับมาจากแก๊งหลินจางคุณหยวน หยางเกอก็หายไปและขาดการติดต่อทันที ถึงแม้จะให้คนสนิทอย่างซีอันช่วยสืบหา แต่ก็รู้แค่เพียงว่าอีกฝ่ายปลอดภัยดีเท่านั้น 

 

“ไม่ทราบครับ พวกเรารู้แค่ว่าคุณหยวน หยางเกอปลอดภัยดีเท่านั้น ส่วนที่อยู่ของอีกฝ่ายไม่มีข้อมูลเลยครับ”  

 

ผมตอบกลับ พลางเหลือบตามองใบหน้าคมคายของคุณจีซัสที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา จนกระทั่งอีกฝ่ายเริ่มก้าวขาเดินออกจากห้องอีกครั้ง พร้อมกับน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ฟังดูไม่ทุกข์ร้อนอะไร ราวกับเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นปกติ 

 

“…งั้นเหรอ” 

 

         ………………………………………………………………………………. 

คนเรามักตัดผมตอนอกหัก ในกรณีของนุ้งพายนี่จะเรียกว่าอกหักได้รึเปล่าน๊าาา  

กลับมาที่พ่อพระเอกของเรา ส่งคนไปตามดูน้องขนาดนี้ไม่ได้คิดอะไรเลยจริงจริ๊งงง 

งานนี้จะดีจะเหลวรอตามกันได้เลยเน้ออ 

นิยายเรื่องนี้เนื้อหายาวมากกก เตรียมตัวเตรียมใจเตรียมสูบเลือดพร้อมหรือยังคะ 

แค่มาบอกว่าหลังจากนี้ไตวายแน่นอนไม่ต้องห่วง จบคดีพ่อค้าทาสเมื่อไรตายเป็นตาย5555 

.. 

.. 

TO BE CONTINUED 

ความคิดเห็น