-[TAKE]-

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 [Rewrite]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.7k

ความคิดเห็น : 50

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2561 18:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 3,366
× 316,500
แชร์ :
ตอนที่ 20 [Rewrite]
แบบอักษร

ตอนที่ 20

แม็คเดินลงจากรถคันหรูพร้อมกับกุหลาบช่อใหญ่ที่แวะซื้อมาให้คนรักโดยเฉพาะ ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมองสบตากับร่างบางที่กำลังเดินออกมาจากรั้ววิทยาลัยฯ แม็คก็เผยรอยยิ้มกว้างพร้อมเดินเข้าไปหาอย่างเร็ว

“เป็นหนึ่ง” เมื่อเห็นว่าร่างเล็กไม่คิดจะสนใจแล้วเดินหนีไปอีกทาง มือแกร่งรั้งแขนเล็กเอาไว้แต่กลับถูกเป็นหนึ่งสะบัดหนีจนหลุด

“ปล่อยผม!”

“เป็นหนึ่งฟังพี่ก่อนนะ”

“ผมไม่ฟัง! ผมจะกลับบ้าน!”

“ถ้าอย่างนั้นให้พี่ไปส่งนะ”

“ไม่ต้องครับ ผมมาเองได้กลับเองได้”

“แต่พี่...”

“ผมบอกว่าไม่ต้องไง!” เป็นหนึ่งตะคอกกลับอย่างหัวเสียเมื่อเห็นว่าแม็คยังคงดื้อดึงไม่หยุด ร่างสูงสีหน้าสลดทันตาจนทำเอาเจ้าของคำพูดเจ็บแปลบแต่ก็ทำท่าทางเป็นนิ่ง เชิดหน้ามองชายหนุ่มอย่างไม่วางตา

“ถ้าอย่างนั้นช่วยรับนี่ไปทีนะ พี่ซื้อมาให้เป็นหนึ่งโดยเฉพาะ” แม็คยื่นดอกกุหลาบสีแดงสดให้ร่างตรงหน้าพร้อมกับเผยรอยยิ้มบริสุทธิ์ให้ เขาไม่มีเจตนาแอบแฝงอะไรไปมากกว่านี้

“ขอบคุณครับ แต่ผมไม่อยากได้”

“รับไปเถอะนะเป็นหนึ่ง”

“...”

“นะ” แม็คลองขออีกครั้ง

ร่างบางหันมายิ้มให้กับแม็คเพียงนิดแล้วเอื้อมมือรับเมื่อเห็นว่าแม็คยังคงตื้อไม่เลิก ร่างสูงยิ้มกว้างด้วยหัวใจที่ชุ่มช่ำแล้วส่งดอกกุหลาบสีแดงชื่อใหญ่ให้กับคนตัวเล็ก

“ขอบคุณนะครับพี่แม็ค กุหลาบสวยมาก”

“พี่ดีใจที่เป็นหนึ่งชอบ”

“ครับ...ผมชอบมาก แต่ผมไม่ต้องการ!”

ช่อดอกไม้สีแดงสดถูกทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดีจากน้ำมือของที่รับ แม็คไม่คิดว่าเป็นหนึ่งจะกล้าทำถึงขนาดนี้ ดอกกุหลาบช่อใหญ่สีแดงสดที่เขาตั้งใจเลือกซื้อให้เป็นอย่างดีกลับถูกทิ้งต่อหน้าต่อตาจนเกิดอารมณ์ชั่ววูบทำให้แม็คขึ้นเสียงเรียกร่างบางอย่างลืมตัว

“จะทำไมครับ พี่จะตบผมเหรอ!”

ร่างเล็กเชิดหน้าตอบอย่างท้าทาย ที่ร่างกายกำลังสั่นสะท้านเพราะความกลัวที่กำลังเข้ามาใกล้ ในอดีตเจ็บมากกว่านี้อีกถ้าจะเจ็บอีกสักครั้งจะเป็นไรไป! ก็แค่อยากจะลองดูเท่านั้นว่าผู้ชายคนนี้จะอดทนได้มากขนาดไหน

หลังจากที่ได้สติก็เป็นอีกครั้งที่แม็คฝืนยิ้มและพูดออกมาให้เป็นปกติที่สุดพร้อมทั้งพยายามระงับอารมณ์โทสะที่มันเดือดพล่านอยู่ในอกให้ดับลง

“พี่จะไปส่งนะ”

“อย่าลำบากเลยครับ ผมเกรงใจ”

“ไม่เป็นไร ให้พี่ไปส่งนะ”

“ผมบอกว่าไม่ต้องไงครับ!” ร่างเล็กตวาดเสียงใส่จนทำเอาร่างสูงหน้าเสีย เขาไม่เคยคิดเลยว่าเป็นหนึ่งจะทำท่าทีเช่นนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนออกจะน่ารักและว่าง่าย จะโทษใครก็ไม่ได้นอกจากตัวเองที่เป็นคนทำร้ายก่อน สีหน้าและแววตาที่บ่งบอกว่าเกลียดชังจากร่างเล็กมันทำให้แม็คจุกในอกจนแทบหายใจไม่ออก

เป็นหนึ่งเบือนหน้าหนีไปทางอื่นด้วยหัวใจที่เจ็บปวด รู้สึกอยากจะร้องไห้เต็มแก่แต่ก็ต้องฝืนทำหน้านิ่ง ในเมื่อตัดสินใจที่จะตัดสายสัมพันธ์ก็ต้องทำให้ได้ ในเมื่อไม่มีทางหนีพ้นก็มีแต่ต้องเผชิญหน้าเท่านั้น!

เขาไม่ใช่คนอ่อนแอแบบเมื่อก่อนแล้ว...

“คนของผมมารับแล้ว ผมขอตัว และถ้าเป็นไปได้พี่ก็อย่ามายุ่งกับผมอีก”

ร่างบางเดินเมินหนีเมื่อพูดจบพร้อมกับตรงไปยังรถคันหรูที่มารอรับโดยที่ไม่สนใจแม็คด้วยซ้ำ แม็คมองด้วยสายตาละห้อยสีหน้าสลดพร้อมกับก้มลงเก็บช่อดอกไม้ที่ถูกทิ้งอย่างปวดร้าว ดอกกุหลาบสีแดงเป็นดอกไม้แห่งความรักเหมือนกับความรู้สึกของเขาที่เริ่มรู้ว่ารักเป็นหนึ่งหมดใจ

รัก...เมื่อรู้ตัวว่าสาย...

เป็นหนึ่งมองภาพชายคนตรงหน้ารู้สึกเหมือนเดจาวูที่เกิดขึ้นทุกวัน ชายหนุ่มร่างสูงสง่ายืนพิงประตูรถในมือถือกุหลาบช่อใหญ่ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเอามาให้ใครถ้าไม่ใช่เขา

ร่างเล็กถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปประชันหน้าเจ้าของกุหลาบ แม็คถือช่อกุหลาบไปให้ร่างบางเหมือนอย่างเคย ทั้งหวั่นใจและนึกกลัวว่ามันจะเป็นเหมือนกับทุกครั้งแต่แม็คก็ยังหวังที่สักวันคนตรงหน้าจะยอมรับกุหลาบช่อนี้

“พี่แม็ค! พี่ต้องการอะไรกับผมกันแน่ พี่มายุ่งกับผมทำไม!”

ร่างเล็กเอ่ยขึ้นสบตากับแม็คอย่างไม่วางตา รู้สึกหมดความอดทนที่จะต้องทำแบบนี้ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ใช่! แม็คมาหาเขาที่โรงเรียนทุกวันหลังเลิกเรียนแถมยังถือดอกกุหลาบช่อโตมาให้ทุกวันอย่างไม่รู้สึกเบื่อ

“พี่แค่...อยากให้เป็นหนึ่งรับไว้”

“...”

“พี่...”

“แค่ผมรับช่อดอกไม้ไว้พี่ก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผมอีกแล้วใช่ไหมครับ” เป็นหนึ่งมองหน้าแม็ค “ถ้าผมรับไว้ พี่แม็คก็จะไม่มาดักรอผม ไม่มาให้ผมเห็นหน้าอีกใช่ไหมครับ”

“ไม่! เป็นหนึ่งอย่าพูดแบบนี้”

“ทำไมจะพูดไม่ได้! ก็ในเมื่อสิ่งที่พี่ทำอยู่มันทำให้ผมรู้สึกแย่! อย่ามายุ่งกับผมอีกเลย ผมขอร้อง”

“เป็นหนึ่ง...รำคาญพี่มากเลยเหรอ?”

ไม่มีคำตอบจากร่างบางแต่เพียงแค่สายตาที่เหลือบมองไปทางอื่นมันก็ทำให้แม็ครู้คำตอบดีอยู่แล้ว ยิ่งเจ้าตัวทำสีหน้าเกลียดชังก็ยิ่งไม่ต้องเดาให้มากความเพราะความพยายามที่จะง้อเจ้าตัวนั่นมีความหวังเป็นศูนย์ เหมือนเป็นดั่งมีดกรีดแทงลงกลางใจของแม็ค เจ็บเหลือเกินที่คนที่รักแสดงท่าทีไม่ใยดี

“เป็นหนึ่ง”

เสียงเรียกที่ทุ้มต่ำเอ่ยดังมาจากด้านหลังจนทำให้แม็คต้องหันมองไปยังชายหนุ่มลูกครึ่ง ดูจากภายนอกแล้วน่าจะเป็ฯลูกครึ่งอเมริกันกับเอเชีย ใบหน้าหล่อเหลาสไตล์ลูกครึ่งฉีกยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตรมองมาทางตน

“อีริค”

“ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ”

“เอ่อ รอรถมารับ”

“ให้ผมไปส่งไหม” อีริคเสนอตัว

“ไม่ต้องหรอก”

เสียงสนทนาที่ดังขึ้นทำให้แม็คเหมือนกับเป็นส่วนเกินของคนทั้งสองคนเหมือนเป็นคนไม่มีตัวตนอยู่ตรงนี้ เพียงแค่สายตาที่ผู้มาใหม่ใช้มองแค่ดูก็รู้ว่าผู้ชายคนนั้นคิดยังไงกับร่างบางตรงหน้า ยิ่งรอยยิ้มที่เป็นหนึ่งมีให้กับอีกคนแม็คก็ยิ่งรู้สึกหึงและหวงจนเผลที่จะแสดงสีหน้าออกมาอย่างชัดเจน

“เป็นหนึ่ง...นี่คนรู้จักเหรอ?” อีริคเอ่ยถามพร้อมมองไปทางแม็ค

“แค่คนเคยรู้จักนะ”

ร่างบางตอบอย่างเฉือดเฉือนโดยที่ไม่หันสบตามองคนได้ยินสักนิด รู้สึกถึงแรงสั่นของหัวใจที่เต้นไปพร้อมกับความเจ็บ ยิ่งเห็นร่างสูงทำสีหน้าหน้าที่หมองลงอย่างเห็นได้ชัดก็ยิ่งรู้สึกผิด

อีริคมองแม็คอย่างเป็นต่อรอยยิ้มเยาะพุดขึ้นบนใบหน้าโดยที่เป็นหนึ่งไม่เห็น ยักคิ้วเชิงท้าทายชายหนุ่มอย่างผู้ชนะ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาทำไมเขาจะไม่รู้ว่าแม็คมาหาเป็นหนึ่งทุกวันพร้อมกับช่อดอกไม้แต่ก็ถูกร่างบางไม่ใยดีและปฏิเสธ เขาจึงจำเป็นที่จะต้องแสดงตัวให้เห็นเพื่อที่จะดูท่าทีของแม็คแล้วมันก็ได้ผลซะด้วย

“เราไปก่อนนะอีริค” เป็นหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่ารถมารับโดยที่หันไปบอกลาเพื่อนร่วมชั้น

“แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะเป็นหนึ่ง”

อีริคเอ่ยลา ร่างบางยิ้มให้เล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปอีกทางโดยที่ไม่ได้หันมามองทางแม็คว่าทำหน้าเช่นไรที่ถูกทำเหมือนไม่มีตัวตน

ลับหลังร่างเล็กที่เพิ่งจากไปสีหน้าแสยะยิ้มถูกฉายอยู่บนใบหน้าของอีริค ชายหนุ่มเดินเข้าหาแม็คยืนกอดอกมองอย่างท้าทายก่อนที่จะหัวเราะออกมาจากลำคอเล็กน้อย

“เป็นไง ถูกเขาไม่สนใจยังจะตามตื้ออยู่ได้”

คำพูดที่ส่อแววหาเรื่องถูกพ่นออกมาจากปากของอีริค แม็ครู้สึกไม่ชอบขี้หน้าผู้ชายคนนี้อย่างแรง ทั้งรู้สึกไม่ชอบและไม่ต้องการให้มาวุ่นวายกับร่างเล็กเพราะดูจากท่าทีแล้วคงจะมีความสนใจในตัวเป็นหนึ่งไม่น้อย แล้วยิ่งไอ้ท่าทางที่มาประกาศเป็นศัตรูมันก็ยิ่งน่าหมั่นไส้แต่ก็พยายามสกัดกลั้นอารมณ์โทสะที่เริ่มปะทุเดือดในอก ทำเป็นไม่สนใจหันหลังคิดจะเดินหนีแต่ต้องหยุดชะงักลงเมื่อถูกคำพูดเย้ยหยันถูกพ่นออกมาอีกครั้ง

“ไอ้ไก่อ่อนเอ้ย”

“ว่าไงนะ”

แม็คหันมาถามซ้ำอย่างนึกหัวเสียที่ถูกคนแปลกหน้าหาเรื่อง สีหน้าและสายตายิ้มเยาะถูกแสดงออกมาจากใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มลูกครึ่ง ร่างสูงสาวเท้าเดินเข้าใกล้แม็คมากขึ้นกว่าเดิม

“จะบอกอะไรให้นะ มึงมันไม่มีปัญญาเองเป็นหนึ่งเขาก็เลยไม่สนใจมึง แล้วกูนี่แหละคนที่จะจีบเป็นหนึ่งแล้วกูก็ต้องจีบสำเร็จ กูอยากรู้จริงๆ ว่ามึงหลงอะไรในเด็กนั่นหรือว่าเป็นไอ้ท่าทางหยิ่งทนงค์แบบนั้นถ้าเรื่องบนเตียงคงจะเผ็ดร้อนน่าดู กูเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าลีลาตอนครางใต้ร่างจะเป็นยังไง” อีริคยังจ้อไม่หยุดพร้อมกับเปล่งเสียงหัวเราะออกมา ก่อนจะหยุดลงสายตาจับจ้องไปที่อีกคนจากนั้นก็นำมือหนาแตะบ่าร่างสูงที่ยังเอาแต่นิ่งเงียบ

“ลองอ้อนวอนกูสิ เพื่อบางทีอาจนึกสงสารก็ได้ ไม่แน่นะถ้าบางทีกูเบื่อเมื่อไหร่ กูอาจจะยกให้มึงลองกินดูก็ได้”

ทันทีที่อีริคพูดจบแม็คก็จัดการชกไปที่กรามของอีกฝ่ายทันที หมดแล้วความอดทนที่จะฟังคนคนนี้พร่ำบ่นเรื่องที่ว่าเป็นหนึ่งเสียๆ หายๆ ใจจริงอยากจะชกตั้งแต่ประโยคแรกด้วยซ้ำแต่ก็อยากรู้ว่าอีริคจะพูดอะไรต่อเลยได้แต่นิ่งเงียบ แม็คส่งสายตามองอีริคที่ล้มคะมำไปอีกทางด้วยความสมเพชพร้อมสะบัดมือเล็กน้อยเพื่อคลายความเจ็บ

“มึงจำเอาไว้เลยนะ ว่าอย่ามายุ่งกับเป็นหนึ่ง คนอย่างมึงไม่สมควรที่จะยุ่งกับเป็นหนึ่งด้วยซ้ำ!” อีริคจับมุมปากตัวเองเมื่อได้กลิ่นคาวเลือดพร้อมชี้นิ้วไปที่แม็คอย่างนึกโกรธเป็นทวีคูณ

แม็คชกไปที่อีริคอีกครั้งอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัวจนเซล้มทำให้กลายเป็นที่สนใจของคนรอบข้างจนต่างก็พากันมุงดูด้วยความสนใจ

อีริคที่คิดจะโต้กลับต้องหยุดชะงักลงกะทันหันพร้อมมองหน้าแม็คอย่างคาดโทษ เขาจะหาเรื่องใส่ตัวไม่ได้เด็ดขาดเพราะใกล้จะเรียนจบเต็มที อีกอย่างคนอย่างเขาไม่จำเป็นต้องลงมือเอง

“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง!” อีริคกำมือแน่นแล้วจับไปที่มุมปากตัวเองเมื่อรู้สึกแสบเล็กน้อยเพราะมุมปากที่แตกจากแรงชกของอีกฝ่าย ยอมรับว่าหมัดของแม็คหนักเอาการจนทำให้เลือดตกยางออก ใจชายหนุ่มร้อนระอุเมื่อนึกถึงคนกระทำ สมองครุ่นคิดหาทางเอาคืนอย่างสมน้ำสมเนื้อ


*********************************


“ว่าไงนะ! พี่แม็คทำอย่างนั้นเหรอ” เป็นหนึ่งแทบไม่เชื่อหูตัวเองเมื่ออีริคเข้ามาบอกกล่าว คิดไม่ถึงว่าหลังจากที่กลับไปเมื่อวานแล้วจะเกิดเรื่อง

“ใช่ ผมยังไม่ได้ทำอะไรเขาเลยนะ แค่เข้าไปทักทายเฉยๆ แต่จู่ๆ เขาก็มาชกผมซะงั้น” หนุ่มลูกครึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสลด

‘พี่แม็ค สุดท้ายแล้วพี่ก็ชอบใช้แต่กำลัง’

เป็นหนึ่งคิดในใจโดยที่ไม่เห็นรอยยิ้มร้ายของอีริค ถึงแม้จะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ก็เห็นรอยแผลที่เริ่มเป็นสีม่วงคล้ำก็ยากที่จะทำใจยอมรับว่ามันเป็นอุบัติเหตุ

เมื่อถึงเวลาหลังเลิกเรียน เป็นหนึ่งก็พบว่าแม็คยังรอเขาอยู่ที่เดิมพร้อมกับช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือ

ใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนรอยยิ้มกลับเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันทีเมื่อเห็นอีริคเดินเคียงข้าง รอยเขียวช้ำที่มุมปากกับท่าทางสำออยที่เห็นแค่ดูก็รู้แล้วว่าอีริคแกล้งทำอย่างหน้าด้านๆ ยิ่งเห็นหน้าก็ยิ่งนึกหมั่นไส้คิดถึงคำพูดเมื่อวานที่เจ้าตัวพูดออกมาจนแสดงท่าทีเป็นศัตรูอย่างชัดเจน

“มึงถอยห่างเป็นหนึ่งเดี๋ยวนี้!”

“เห็นไหมเป็นหนึ่ง ผมแค่เดินมาเฉยๆ เขายังหาเรื่องผมเลย” อีริคยิ้มเยาะโดยที่ร่างเล็กไม่เห็นพร้อมกับเอ่ยวาจาใส่ร้ายแม็คไปในตัว

“เป็นหนึ่งอย่าไปฟังที่มันพูด ถอยไปห่างๆ มันเลย”

“พี่ไม่มีสิทธิ์มาสั่งผม อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้น! พี่แม็คทำร้ายเพื่อนผม ผมไม่อยากยุ่งกับพี่แล้ว!”

“แต่พี่ไม่ได้เป็นคนเริ่ม”

“ไม่ต้องมาแก้ตัวอะไรทั้งนั้น ในเมื่อทุกอย่างมันฟ้องอยู่ หึ พี่แม็คก็ยังเป็นพี่แม็คอยู่วัยยังค่ำ ได้แต่ทำร้ายคนอื่น”

“เป็นหนึ่ง! ฟังพี่ก่อน” แม็คที่พยายามอธิบายแต่กลับถูกร่างบางสวนกลับด้วยท่าทีไม่ใยดี

“ผมไม่ฟัง! คนอย่างพี่มันเชื่อถือไม่ได้จริงๆ ชอบใช้แต่กำลัง ต่อไปนี้พี่กับผมไม่ต้องมาพบกับอีกเลย!” เป็นหนึ่งตัดขาดความสัมพันธ์กับร่างสูงทันที ดวงตาแดงก่ำเหมือนจะร้องไห้แต่ก็สกัดกลั้นน้ำตาที่จะไหล

“ไปกันเถอะเป็นหนึ่ง” อีริคเอ่ยพร้อมรอยยิ้มหยันให้แก่แม็ค โอบไหล่ร่างบางเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของพร้อมหยักคิ้วให้เชิงท้าทายในฐานะผู้ชนะ

‘โทษทีว่ะ แต่เกมนี้กูชนะ!’

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}