คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 11 (3) แอบบอกรัก

ชื่อตอน : บทที่ 11 (3) แอบบอกรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ม.ค. 2563 14:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 (3) แอบบอกรัก
แบบอักษร

 

 “คือ... ดิฉันมีเรื่องอยากรบกวนค่ะ เกี่ยวกับการลา ดิฉันอยากจะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด กับใบหม่อนสักสองสามวัน” 

“ได้ครับ ไม่มีปัญหา ความจริงเรื่องแค่นี้รอผมกลับบ้านก่อน ค่อยเข้ามาคุยก็ได้นะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเข้ามาถึงสำนักงาน” 

“คือ... ดิฉันอยากจะเดินทางไปตอนนี้เลยน่ะค่ะ” 

“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะให้คนไปส่งที่ บขส. นะ ลงไปนั่งรอข้างล่างได้เลย” 

คนกันเองเมืองเหนือใจดีด้วยอยู่แล้ว คว้าโทรศัพท์ออฟฟิตมากดเบอร์คนขับรถทันที “ผมบอกให้เรียบร้อยแล้วครับ” 

“ขอบคุณมากค่ะ” แม้อีกฝ่ายจะอายุน้อยกว่า แต่ด้วยความที่เมืองเหนือเป็นเจ้านาย มีศักดิ์สูงกว่าตนเอง ดาวจึงยกมือไหว้ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน โค้งกายเล็กน้อยขณะเดินผ่านโต๊ะทำงานออกไปข้างนอก ยืนมองใบหม่อน ลูกสาวแสนน่ารักกำลังนั่งรอ 

“ใบหม่อน เราออกไปรอรถข้างนอกกันนะลูก” 

“ค่ะแม่” 

เด็กน้อยว่านอนสอนง่าย ลุกจากเก้าอี้เข้ามาจับมือมารดา 

ทั้งหมดอยู่ภายใต้สายตาของเมืองเหนือที่ยืนมองบนระเบียงชั้นสอง เขาถอนหายใจหลายต่อหลายครั้ง รู้สึกเหน็ดเหนื่อย รู้ดีว่าดาวรู้สึกยังไงกับบิดา และเขาก็รู้ว่าบิดาก็แอบมีใจให้หญิงรับใช้ ไม่เกี่ยวหรอกว่าใครจะมีพื้นฐานต่ำหรือสูงมาก่อน 

สำหรับเขา ถ้าหากทั้งสองรักกันด้วยใจจริง และต้องการจะดูแลกันไปจนลาลับโลก เขาก็พร้อมเปิดใจให้ พร้อมยินดี รวมทั้งพร้อมรับหล่อนมาเป็นแม่เลี้ยง นาทีนี้ เมืองเหนือมั่นใจแล้วว่าบิดาไม่ได้คิดอะไรกับปาลิตา เป็นความโง่ของเขาเองที่คิดอคติมาโดยตลอด ทั้งที่ความจริงไม่ใช่ 

บิดาแค่รับอาสาดูแล เพราะเคยรัก ‘ปาหนัน’ แม่ของปาลิตาหมดหัวใจ ท่านจึงไม่ต้องการให้ลูกสาวของคนที่ท่านเคยรักลำบาก ท่านไม่ต้องการให้ปาลิตาใช้ชีวิตลำพัง ปากกัดตีนถีบทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียน จึงเข้าไปหาและชวนให้มาอยู่ไร่เตชะราชด้วยกัน 

ยังจำวันแรกที่เจอหน้าหล่อนได้ ยัยเด็กมอปลายกะโปโล หล่อนเด็กกว่าเขามาก สิบกว่าปี ปากเก่งดีนัก ถูกเขารวบหัวรวบหางทีเดียวกลายเป็นคนไม่ค่อยร่าเริงไปหลายเดือน จนเขารู้สึกผิด ก็เลยเอาของมาล่อ ทั้งพาไปเที่ยว หล่อนถึงเริ่มเปิดใจให้เขา 

นึกถึงอดีตแล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้ ถ้าหากไม่มีวันนั้น ก็คงไม่มีวันนี้ ‘รออีกหน่อยนะปริม รอให้สะสางทุกอย่างเสร็จ ฉันจะบอกความในใจให้เธอได้รู้’ 

  

เมืองเหนือขับรถออกจากไร่เวลาหกโมงครึ่ง มาถึงบ้านคุณทรงพลเวลาประมาณหกโมงห้าสิบนาที เหลือเวลานิดหน่อยก่อนถึงนัดหมาย เขาไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย เพราะตั้งใจแค่มากินมื้อเย็น แต่เขาต้องแปลกใจ เมื่อสาวใช้เดินนำเขาไปยังห้องทำงานที่มีคุณทรงพล กับนักธุรกิจชาวต่างชาติกำลังคุยอะไรบางอย่าง สัญชาตญาณเขาทำงาน รู้สึกได้ว่าสองคนนี้มีท่าทีน่าสงสัย 

ทว่าสิ่งที่แปลกกว่านั้นคือสตรีหน้าตาดีที่นั่งเคียงข้างชายไทยอีกคน คือ... วรนุช เจ้าหล่อนเองก็ตกใจเหมือนกันที่เห็นเขา 

คุณทรงพลหยุดบทสนทนาทันที หันมาเชิญ “อ้าว เหนือมาแล้วเหรอ เข้ามาก่อนสิ พ่อคุยธุระ คุณซาเมียร์กับคุณอนันต์ ใกล้เสร็จแล้ว” จงใจไม่แนะนำคู่ขาของคุณอนันต์ คิดว่าไม่จำเป็น 

“เชิญคุยต่อเถอะครับ ผมจะออกไปรอข้างนอก” 

“ไม่ต้องหรอก เข้ามาได้เลย ธุรกิจของพ่อต่อไปเหนือก็ต้องมาช่วยดูแลอยู่ดี เข้ามาๆ” 

ท่านยังคงยืนยันคำเดิม กับเมืองเหนือท่านยิ้มแย้ม แต่กลับใช้สายตาไล่สาวใช้จอมสอดรู้สอดเห็นให้ไสหัวออกไป ในห้องทำงานค่อนข้างมืด มันกว้างขวางจนเขามองไม่เห็นว่าอะไรเป็นอะไร ชายชาวต่างชาติคนนั้นหน้าดุ นั่งนิ่ง ไม่พูดไม่จาอะไร เขาเข้าไปนั่งลงข้างๆ และทำความรู้จักกันเท่าที่คุณทรงพลแนะนำ 

“เธอออกไปรอข้างนอกก่อนไป” 

“ค่ะ” วรนุชรับคำคุณอนันต์ก่อนจะรีบเดินออกไป รู้สึกอายเมืองเหนือ แล้วหลังจากนั้นบทสนทนาธุรกิจก็ดำเนินต่อไป 

  

“ข้างบนนี้หนาวเนอะ” 

“อืม หนาว” 

ดวงบนท้องฟ้าจกมุมนี้คงสวยดี ถ้าหากไม่มีสายฝนคอยปกปิดไว้ ไม่รู้จะหวงอะไรนักหนา ซ่อนดีจัง แค่จะขอดูดาว ฟ้าก็ไม่ยอม อิงธารายกมือขึ้นกอดตัวเอง นั่งชันเข่าเคียงข้างเอกภูมิ 

วันนี้หล่อนติดตามเขามาบริจาคอุปกรณ์การเรียนให้น้องๆ สนุกมาก เป็นการเดินทางที่ค่อนข้างลำบาก มีทั้งเดินเท้าและนั่งรถ รองเท้าหล่อนขาด โชคดีเอกภูมิซ่อมเป็นก็เลยไม่ต้องเดินเท้าเปล่าขึ้นดอย อากาศกลางวันค่อนข้างร้อน ส่วนช่วงบ่ายท้องฟ้ามืดครึ้มมาก และแล้วฝนเจ้ากรรมก็ตกลงมา ตกหนักซะด้วย เจ้าหน้าที่ที่นำทางมา แจ้งว่าต้องพักบนนี้ เพราะหากกลับตอนนี้จะเป็นอันตราย 

ดังนั้นอิงธารา เอกภูมิ รวมถึงคนอื่นๆ อีกสามคนจึงต้องพักด้วยกันในบ้านผู้ใหญ่บ้าน ขนาดบ้านไม่ค่อยกว้างมากนัก ห้องน้ำก็ไม่สะดวกสบายเหมือนที่บ้าน คนอื่นพากันหนักใจเนื่องจากกลัวอิงธาราจะวีน 

แต่กลับต้องแปลกใจเพราะอิงธาราสามารถปรับตัวได้ ไม่วีน ไม่บ่น ยิ้มแย้มแจ่มใสเฉยเลย 

ส่วนคนที่วีนกลับเป็นหมอปัน รายนั้นไม่ได้ตั้งใจมาแต่แรกอยู่แล้ว พอเจอความลำบากก็เลยเครียด หมอปันแสดงนิสัยที่แท้จริงออกมา วีน เหวี่ยงจะกลับจนทุกคนต่างเอือมระอา เอกภูมิต้องเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัว เจ้าหล่อนถึงยอมสงบสติอารมณ์กลับมาเป็นปกติ ไม่มีอาการเหมือนผีสิงตามเดิม 

ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นในวันนี้ อิงธารารู้สึกแปลกๆ อย่างเช่นตอนนี้ที่เขาขยับเข้ามาใกล้ และแบ่งผ้าห่มให้ห่มคนละด้าน 

“ถ้าหนาวก็ห่มไว้ อากาศบนดอยจะหนาวกว่าข้างล่างมาก” เขาดึงผ้าห่มออกมาจากกาย ตั้งใจจะยกให้หล่อนห่มคนเดียว 

“อย่าเลย ก็หนาวเหมือนกันไม่ใช่เหรอ” 

คุณหนูคนสวยไม่ยอม ดึงกลับไปให้เขาห่มด้วยเหมือนเดิม แก้มแดงนิดๆ เพราะอาย ส่วนสายตานั้นจ้องมองท้องฟ้านอกระเบียงบ้านไม้กลางเก่ากลางใหม่ 

สวย น่ารัก แถมลึกๆ ยังใจดีด้วยแฮะ 

เอกภูมิแอบอมยิ้ม “ใช่ โคตรหนาวเลยแหละ ขอบคุณมากนะที่วันนี้มาด้วยกัน แล้วก็ต้องขอโทษด้วยที่พี่พาอิงมาลำบาก” 

“ลำบากอะไรกันคะ วันนี้อิงสนุกมากเลยนะ” 

“พี่ดีใจที่เห็นอิงยิ้มได้ รู้ไหม... ว่าเวลาอิงยิ้ม อิงสวย สวยมาก สวยจนพี่ไม่อยากละสายตาไปจากหน้าของอิง” 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น